เรื่องจริงจากกาตาร์ปี 2565 พบผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกก่อนประเทศเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก บทเรียนประเมินความเสี่ยงสำหรับงานกีฬานานาชาติ

Last updated: 7 พ.ย. 2569  |  2 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เรื่องจริงจากกาตาร์ปี 2565 พบผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกก่อนประเทศเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก บทเรียนประเมินความเสี่ยงสำหรับงานกีฬานานาชาติ

เรื่องจริงจากกาตาร์ปี 2565 พบผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกก่อนประเทศเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก บทเรียนประเมินความเสี่ยงสำหรับงานกีฬานานาชาติ

เรื่องจริง: ผู้ป่วยรายแรกในประเทศเจ้าภาพ

เดือนกรกฎาคม 2565 กระทรวงสาธารณสุขกาตาร์ประกาศ พบผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกของประเทศ ผู้ป่วยได้รับการแยกกักและดูแลตามมาตรการ ขณะที่เจ้าหน้าที่ติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิด

ช่วงเวลานั้นกาตาร์กำลังเตรียมเป็น เจ้าภาพฟุตบอลโลกปลายปี 2565 ซึ่งจะมีแฟนบอลจากหลายประเทศเดินทางเข้ามา เหตุการณ์นี้จึงเป็นตัวอย่างว่าประเทศที่จะจัดงานใหญ่ต้องคิดเรื่องโรคติดต่อตั้งแต่ก่อนวันงาน

บทเรียนสำคัญ: งานกีฬานานาชาติคือจุดที่คนหลายประเทศมาพบกัน

ไทยเป็นเจ้าภาพงานวิ่ง มวย ฟุตบอล และกีฬานานาชาติอยู่บ่อยครั้ง จุดที่ผู้จัดควรระวังคือ

  • ห้องแต่งตัวนักกีฬา ที่ใช้ผ้าขนหนู ม้านั่ง และอุปกรณ์ร่วมกัน
  • แฟนโซนและอัฒจันทร์ ที่คนยืนเบียดกันนานหลายชั่วโมง
  • ห้องพยาบาลสนาม ที่รับคนเจ็บและคนไม่สบายจากหลายกลุ่ม
  • ห้องน้ำสาธารณะในสนาม ที่มีผู้ใช้หลายพันคนต่อวัน
  • รถรับส่งนักกีฬาและสื่อ ที่เบาะและราวจับถูกสัมผัสตลอดวัน

ฝีดาษลิงติดต่ออย่างไร

ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ฝีดาษลิงติดต่อหลักผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผิวหนังหรือแผลของผู้ติดเชื้อ และอาจติดผ่านสิ่งของที่ปนเปื้อน เช่น เสื้อผ้า เครื่องนอน และผ้าขนหนู เชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม (enveloped virus) ซึ่งสามารถทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม

ประเมินความเสี่ยง (Risk Register) สำหรับงานกีฬานานาชาติ

เกณฑ์ประเมิน: โอกาสเกิดสูง × ผลกระทบสูง = วิกฤต / โอกาสปานกลาง × ผลกระทบสูง = สูง / โอกาสต่ำ × ผลกระทบสูง = ปานกลาง
  1. ห้องแต่งตัวและผ้าขนหนูใช้ร่วมกัน — โอกาสเกิด: สูง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: วิกฤต — มาตรการ: แจกผ้าขนหนูส่วนตัวและพ่นฆ่าเชื้อห้องแต่งตัวทุกวันแข่ง — ผู้รับผิดชอบ: ผู้จัดการสนาม
  2. นักกีฬาหรือทีมงานมีผื่นแต่ไม่แจ้ง — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: สูง — มาตรการ: มีช่องทางแจ้งอาการแบบเป็นความลับและแพทย์สนามตรวจ — ผู้รับผิดชอบ: แพทย์ประจำงาน
  3. ห้องพยาบาลสนามไม่มีพื้นที่แยก — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: สูง — มาตรการ: จัดมุมแยกผู้มีผื่นและเช็ดเตียงตรวจหลังผู้ป่วยทุกราย — ผู้รับผิดชอบ: หัวหน้าทีมพยาบาล
  4. ห้องน้ำสาธารณะทำความสะอาดไม่ทัน — โอกาสเกิด: สูง / ผลกระทบ: ปานกลาง / ระดับ: สูง — มาตรการ: เพิ่มรอบเช็ดจุดสัมผัสทุก 1-2 ชั่วโมงระหว่างงาน — ผู้รับผิดชอบ: ผู้รับเหมาทำความสะอาด
  5. ไม่มีแผนสื่อสารเมื่อพบผู้ป่วย — โอกาสเกิด: ต่ำ / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: เตรียมแผนประสานสาธารณสุขและข้อความสื่อสารล่วงหน้า — ผู้รับผิดชอบ: ผู้อำนวยการจัดงาน

แนวทางลดความเสี่ยงสำหรับผู้จัดงานกีฬา

  1. พ่นฆ่าเชื้อสนามก่อนงาน ทั้งห้องแต่งตัว ห้องพยาบาล และห้องน้ำ
  2. ห้ามใช้ผ้าขนหนูร่วมกัน แจกแบบใช้ครั้งเดียวหรือแยกรายคน
  3. เช็ดม้านั่งและอุปกรณ์ ด้วยน้ำยาที่ได้มาตรฐานหลังแต่ละรอบ
  4. เพิ่มรอบทำความสะอาดห้องน้ำ ในวันที่มีผู้ชมมาก
  5. ตั้งจุดแจ้งอาการ ที่นักกีฬาและทีมงานเข้าถึงง่าย
  6. ฝึกทีมแพทย์สนาม ให้รู้จักผื่นฝีดาษลิงและขั้นตอนส่งต่อ
  7. พ่นฆ่าเชื้อหลังงาน ก่อนส่งคืนสถานที่

ทำไมการพ่นฆ่าเชื้อแบบ ULV จึงช่วยได้

บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection ใช้เครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่ทำให้น้ำยาเป็นละอองขนาดเล็ก ลอยไปเกาะได้ทั่วพื้นที่ รวมถึงซอกมุม ผ้าม่าน เบาะ และพื้นผิวที่เช็ดด้วยมือได้ไม่ทั่ว

  • ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ไม่ต้องพึ่งการเช็ดทีละจุด
  • กลับมาใช้พื้นที่ได้เร็ว โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีหลังพ่น
  • ทีมงานสวมชุดป้องกันครบ ผู้ประกอบการและพนักงานไม่ต้องเสี่ยงทำเอง
  • มีรายงานและภาพถ่ายหลังงาน ใช้ยืนยันกับลูกค้า ผู้บริหาร หรือหน่วยงานได้
  • มีใบกำกับภาษีและหัก ณ ที่จ่าย 3% สำหรับนิติบุคคลและหน่วยงาน
  • ประสบการณ์มากกว่า 5 ปี ทั้งโรงพยาบาล สำนักงาน โรงแรม และอาคารสาธารณะ

น้ำยาที่ใช้: Chemgene HLD4H

ทีมงานใช้ Chemgene HLD4H ซึ่งตามข้อมูลบนหน้าสินค้าของ WHD ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับการทำลายไวรัส ใช้ในโรงพยาบาลของ NHS ประเทศอังกฤษ และได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัยมหิดล เราไม่กล่าวอ้างว่า Chemgene ผ่านการทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ซึ่งถูกทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม เมื่อใช้ตามความเข้มข้นและเวลาสัมผัสที่ผู้ผลิตกำหนด

  • ไม่มีกลิ่นฉุนแบบสารฟอกขาว
  • ใช้ได้กับพื้นผิวหลากหลาย ทั้งโต๊ะ เคาน์เตอร์ ลูกบิด และอุปกรณ์
  • ซื้อไว้ใช้เองเพื่อเช็ดจุดสัมผัสบ่อยในทุกวันได้

ก่อนและหลัง

ก่อน: ผู้จัดงานเน้นความปลอดภัยด้านโครงสร้างและฝูงชน แต่ไม่มีแผนเรื่องโรคติดต่อทางผิวหนัง
หลัง: ผู้จัดงานมีทะเบียนความเสี่ยง พ่นฆ่าเชื้อก่อนและหลังงาน แยกผ้าขนหนูรายคน และเช็ดจุดสัมผัสด้วย Chemgene HLD4H ตามรอบ

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: กาตาร์พบผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกเมื่อไร? ตอบ: เดือนกรกฎาคม 2565 ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลกปลายปีเดียวกัน ถาม: งานกีฬาควรพ่นฆ่าเชื้อเมื่อไร? ตอบ: ก่อนเปิดงาน ระหว่างวันแข่งในห้องแต่งตัวและห้องพยาบาล และหลังงานก่อนส่งคืนสถานที่ ถาม: Chemgene HLD4H ฆ่าเชื้อฝีดาษลิงได้ไหม? ตอบ: ไม่ได้อ้างว่าทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับไวรัส และเชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ถาม: ผู้จัดงานขอใบกำกับภาษีได้ไหม? ตอบ: ได้ ออกใบกำกับภาษีและรองรับหัก ณ ที่จ่าย 3% โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ป้องกันด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อและ Chemgene HLD4H

เรื่องจริงจากกาตาร์เตือนว่างานกีฬานานาชาติดึงคนจากหลายประเทศมาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ผู้จัดที่ประเมินความเสี่ยงไว้ล่วงหน้าจะปกป้องทั้งนักกีฬา ทีมงาน และผู้ชม ป้องกันได้ด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection สำหรับสนามกีฬา ห้องแต่งตัว และแฟนโซน และน้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H สำหรับเช็ดม้านั่ง อุปกรณ์กีฬา และเตียงห้องพยาบาล

คำค้นหา: ฝีดาษลิง งานกีฬา, ฝีดาษลิง สนามกีฬา, แฟนโซน, ประเมินความเสี่ยงงานกีฬา, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้