เรื่องจริงจากยูเออีปี 2565 หญิงวัย 29 ปีที่เดินทางมาจากแอฟริกาตะวันตกเป็นผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรก บทเรียนประเมินความเสี่ยงสำหรับซูเปอร์มาร์เก็ต

Last updated: 7 พ.ย. 2569  |  1 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการพ่นฆ่าเชื้อสำคัญอย่างไร

เรื่องจริงจากยูเออีปี 2565 หญิงวัย 29 ปีที่เดินทางมาจากแอฟริกาตะวันตกเป็นผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรก บทเรียนประเมินความเสี่ยงสำหรับซูเปอร์มาร์เก็ต

เรื่องจริง: ผู้มาเยือนที่เป็นผู้ป่วยรายแรก

วันที่ 24 พฤษภาคม 2565 กระทรวงสาธารณสุขและการป้องกันโรคของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (MoHAP) ประกาศ ผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกของประเทศ เป็น หญิงอายุ 29 ปีที่เดินทางมาจากแอฟริกาตะวันตก และได้รับการดูแลรักษา

MoHAP ระบุว่ากำลังสอบสวนโรคและติดตามผู้สัมผัส พร้อมเน้นการเฝ้าระวังเชิงรุก ผู้มาเยือนหนึ่งคนอาจไปหลายสถานที่ในเมือง ทั้งที่พัก ร้านอาหาร และร้านค้า

บทเรียนสำคัญ: ซูเปอร์มาร์เก็ตคือที่ที่คนทั้งเมืองแวะไป

ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวหรือคนในพื้นที่ ทุกคนต้องซื้อของกิน ของใช้ จุดที่ซูเปอร์มาร์เก็ตควรระวังคือ

  • ด้ามจับรถเข็นและตะกร้า ที่เปลี่ยนมือหลายร้อยครั้งต่อวัน
  • หน้าจอชำระเงินด้วยตนเอง ที่ลูกค้ากดต่อกันไม่หยุด
  • ห้องลองเสื้อผ้าในไฮเปอร์มาร์เก็ต ที่เสื้อผ้าถูกลองแล้วแขวนคืน
  • เคาน์เตอร์แคชเชียร์และสายพาน ที่สินค้าและมือสัมผัสตลอด
  • ห้องพักพนักงานและล็อกเกอร์ ที่พนักงานหลายกะใช้ร่วมกัน

ฝีดาษลิงติดต่ออย่างไร

ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ฝีดาษลิงติดต่อหลักผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผิวหนังหรือแผลของผู้ติดเชื้อ และอาจติดผ่านสิ่งของที่ปนเปื้อน เช่น เสื้อผ้า เครื่องนอน และผ้าขนหนู เชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม (enveloped virus) ซึ่งสามารถทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม

ประเมินความเสี่ยง (Risk Register) สำหรับซูเปอร์มาร์เก็ต

เกณฑ์ประเมิน: โอกาสเกิดสูง × ผลกระทบสูง = วิกฤต / โอกาสปานกลาง × ผลกระทบสูง = สูง / โอกาสต่ำ × ผลกระทบสูง = ปานกลาง
  1. ด้ามรถเข็นและตะกร้าไม่ได้ทำความสะอาด — โอกาสเกิด: สูง / ผลกระทบ: ปานกลาง / ระดับ: สูง — มาตรการ: ตั้งจุดเช็ดด้ามจับที่ทางเข้าและเช็ดซ้ำทุกชั่วโมง — ผู้รับผิดชอบ: ผู้จัดการสาขา
  2. หน้าจอชำระเงินด้วยตนเองสัมผัสต่อเนื่อง — โอกาสเกิด: สูง / ผลกระทบ: ปานกลาง / ระดับ: สูง — มาตรการ: เช็ดหน้าจอและปุ่มตามรอบด้วยน้ำยาที่ใช้กับอุปกรณ์ได้ — ผู้รับผิดชอบ: หัวหน้าแคชเชียร์
  3. พนักงานมีผื่นแต่ยังมาทำงาน — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: สูง — มาตรการ: นโยบายลาป่วยโดยไม่ถูกหักและให้พบแพทย์ — ผู้รับผิดชอบ: ฝ่ายบุคคล
  4. ห้องพักพนักงานแออัด — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: ปานกลาง / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: กำหนดรอบพักและเช็ดโต๊ะ เก้าอี้ ไมโครเวฟหลังแต่ละรอบ — ผู้รับผิดชอบ: หัวหน้าแผนก
  5. ไม่มีแผนเมื่อพบผู้ป่วยในสาขา — โอกาสเกิด: ต่ำ / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: ทำสัญญาพ่นฆ่าเชื้อฉุกเฉินและขั้นตอนแจ้งสาธารณสุข — ผู้รับผิดชอบ: ฝ่ายปฏิบัติการ

แนวทางลดความเสี่ยงสำหรับซูเปอร์มาร์เก็ต

  1. เช็ดด้ามรถเข็นและตะกร้า ก่อนเปิดร้านและระหว่างวัน
  2. ตั้งเจลล้างมือ ที่ทางเข้า แคชเชียร์ และห้องน้ำ
  3. เช็ดหน้าจอชำระเงินด้วยตนเอง ทุกชั่วโมงในช่วงคนเยอะ
  4. ทำความสะอาดห้องลองเสื้อ และพักเสื้อผ้าที่ถูกลองก่อนแขวนคืน
  5. ดูแลห้องพักพนักงาน ด้วยรอบเช็ดที่ชัดเจน
  6. พ่นฆ่าเชื้อทั้งสาขาตามรอบ นอกเวลาทำการ
  7. ให้พนักงานที่มีผื่นหยุดงาน และพบแพทย์

ทำไมการพ่นฆ่าเชื้อแบบ ULV จึงช่วยได้

บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection ใช้เครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่ทำให้น้ำยาเป็นละอองขนาดเล็ก ลอยไปเกาะได้ทั่วพื้นที่ รวมถึงซอกมุม ผ้าม่าน เบาะ และพื้นผิวที่เช็ดด้วยมือได้ไม่ทั่ว

  • ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ไม่ต้องพึ่งการเช็ดทีละจุด
  • กลับมาใช้พื้นที่ได้เร็ว โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีหลังพ่น
  • ทีมงานสวมชุดป้องกันครบ ผู้ประกอบการและพนักงานไม่ต้องเสี่ยงทำเอง
  • มีรายงานและภาพถ่ายหลังงาน ใช้ยืนยันกับลูกค้า ผู้บริหาร หรือหน่วยงานได้
  • มีใบกำกับภาษีและหัก ณ ที่จ่าย 3% สำหรับนิติบุคคลและหน่วยงาน
  • ประสบการณ์มากกว่า 5 ปี ทั้งโรงพยาบาล สำนักงาน โรงแรม และอาคารสาธารณะ

น้ำยาที่ใช้: Chemgene HLD4H

ทีมงานใช้ Chemgene HLD4H ซึ่งตามข้อมูลบนหน้าสินค้าของ WHD ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับการทำลายไวรัส ใช้ในโรงพยาบาลของ NHS ประเทศอังกฤษ และได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัยมหิดล เราไม่กล่าวอ้างว่า Chemgene ผ่านการทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ซึ่งถูกทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม เมื่อใช้ตามความเข้มข้นและเวลาสัมผัสที่ผู้ผลิตกำหนด

  • ไม่มีกลิ่นฉุนแบบสารฟอกขาว
  • ใช้ได้กับพื้นผิวหลากหลาย ทั้งโต๊ะ เคาน์เตอร์ ลูกบิด และอุปกรณ์
  • ซื้อไว้ใช้เองเพื่อเช็ดจุดสัมผัสบ่อยในทุกวันได้

ก่อนและหลัง

ก่อน: ร้านทำความสะอาดพื้นทุกวันแต่ไม่เคยเช็ดด้ามรถเข็น หน้าจอชำระเงิน และห้องพักพนักงานอย่างเป็นระบบ
หลัง: ร้านมีทะเบียนความเสี่ยง เช็ดจุดสัมผัสด้วย Chemgene HLD4H ตามรอบ และพ่นฆ่าเชื้อทั้งสาขานอกเวลาทำการ

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ผู้ป่วยรายแรกของยูเออีคือใคร? ตอบ: หญิงอายุ 29 ปีที่เดินทางมาจากแอฟริกาตะวันตก ตามประกาศของ MoHAP เมื่อ 24 พฤษภาคม 2565 ถาม: ซูเปอร์มาร์เก็ตต้องปิดร้านเพื่อพ่นฆ่าเชื้อไหม? ตอบ: ไม่จำเป็น สามารถนัดพ่นนอกเวลาทำการ และโดยทั่วไปกลับมาใช้พื้นที่ได้ประมาณ 30 นาทีหลังพ่น ถาม: Chemgene HLD4H ฆ่าเชื้อฝีดาษลิงได้ไหม? ตอบ: ไม่ได้อ้างว่าทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับไวรัส และเชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ถาม: ซูเปอร์มาร์เก็ตขอใบกำกับภาษีได้ไหม? ตอบ: ได้ ออกใบกำกับภาษีและรองรับหัก ณ ที่จ่าย 3% โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ป้องกันด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อและ Chemgene HLD4H

เรื่องจริงจากยูเออีเตือนว่าผู้ป่วยหนึ่งคนอาจแวะหลายสถานที่ในเมือง ซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีลูกค้าหลายพันคนต่อวันจึงควรประเมินความเสี่ยงและดูแลจุดสัมผัสอย่างเป็นระบบ ป้องกันได้ด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection สำหรับซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าปลีก และน้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H สำหรับเช็ดด้ามรถเข็น ตะกร้า หน้าจอชำระเงิน และเคาน์เตอร์

คำค้นหา: ฝีดาษลิง ซูเปอร์มาร์เก็ต, ฝีดาษลิง ร้านค้าปลีก, รถเข็นซูเปอร์มาร์เก็ต, ประเมินความเสี่ยงร้านค้า, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้