เรื่องจริงจากสหรัฐปี 2565 วัคซีนฝีดาษลิงไม่พอ จน FDA อนุญาตให้แบ่ง 1 โดสเป็น 5 โดส บทเรียนประเมินความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทานและสต็อกน้ำยาฆ่าเชื้อ

Last updated: 6 พ.ย. 2569  |  0 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เรื่องจริงจากสหรัฐปี 2565 วัคซีนฝีดาษลิงไม่พอ จน FDA อนุญาตให้แบ่ง 1 โดสเป็น 5 โดส บทเรียนประเมินความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทานและสต็อกน้ำยาฆ่าเชื้อ

เรื่องจริงจากสหรัฐปี 2565 วัคซีนฝีดาษลิงไม่พอ จน FDA อนุญาตให้แบ่ง 1 โดสเป็น 5 โดส บทเรียนประเมินความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทานและสต็อกน้ำยาฆ่าเชื้อ

เรื่องจริง: เมื่ออุปทานไม่พอกับความต้องการ

เมื่อเดือนสิงหาคม 2565 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) อนุญาตให้ แบ่งวัคซีน JYNNEOS 1 โดสเป็น 5 โดส โดยฉีดเข้าในผิวหนัง (intradermal) เหตุผลคือ อุปทานวัคซีนจะไม่เพียงพอกับความต้องการ การแบ่งโดสจึงเป็นทางเลือกเพื่อให้คนได้รับการป้องกันมากขึ้นจากปริมาณที่มีอยู่

บทเรียนสำคัญ: ในช่วงระบาด อุปกรณ์ป้องกันอาจขาดแคลนได้

เมื่อความต้องการพุ่งขึ้นพร้อมกัน สินค้าป้องกันโรคมักขาดตลาดก่อน ธุรกิจไทยควรประเมินห่วงโซ่อุปทานของ:

  • น้ำยาฆ่าเชื้อ ที่ผ่านมาตรฐานสำหรับไวรัส
  • ถุงมือ หน้ากาก และเสื้อกาวน์
  • ถุงขยะติดเชื้อและผ้าเช็ดใช้ครั้งเดียว
  • ผู้ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อ ที่ติดต่อได้ทันที
  • งบประมาณฉุกเฉิน สำหรับซื้ออุปกรณ์เพิ่ม

ฝีดาษลิงติดต่ออย่างไร

ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ฝีดาษลิงติดต่อหลักผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผิวหนังหรือแผลของผู้ติดเชื้อ และอาจติดผ่านสิ่งของที่ปนเปื้อน เช่น เสื้อผ้า เครื่องนอน และผ้าขนหนู เชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม (enveloped virus) ซึ่งสามารถทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม

ประเมินความเสี่ยง (Risk Register) สำหรับห่วงโซ่อุปทานอุปกรณ์ป้องกันและน้ำยาฆ่าเชื้อ

เกณฑ์ประเมิน: โอกาสเกิดสูง × ผลกระทบสูง = วิกฤต / โอกาสปานกลาง × ผลกระทบสูง = สูง / โอกาสต่ำ × ผลกระทบสูง = ปานกลาง
  1. น้ำยาฆ่าเชื้อหมดสต็อกในช่วงที่ตลาดขาดแคลน — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: สูง — มาตรการ: กำหนดสต็อกขั้นต่ำและจุดสั่งซื้อใหม่ — ผู้รับผิดชอบ: ฝ่ายจัดซื้อ
  2. พึ่งผู้จำหน่ายรายเดียว — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: ปานกลาง / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: มีผู้จำหน่ายสำรองที่ผ่านการประเมินแล้ว — ผู้รับผิดชอบ: ฝ่ายจัดซื้อ
  3. หน้ากากและถุงมือไม่พอสำหรับพนักงานหน้างาน — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: สูง — มาตรการ: คำนวณปริมาณใช้ต่อเดือนและสต็อกสำรอง — ผู้รับผิดชอบ: ฝ่ายความปลอดภัย
  4. ซื้อน้ำยาที่ไม่ผ่านมาตรฐานเพราะรีบร้อน — โอกาสเกิด: สูง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: วิกฤต — มาตรการ: กำหนดสเปกขั้นต่ำ เช่น มาตรฐาน EN 14476 และตรวจเอกสารก่อนซื้อ — ผู้รับผิดชอบ: ฝ่ายควบคุมคุณภาพ
  5. ไม่มีผู้ให้บริการพ่นที่รองรับได้ทันที — โอกาสเกิด: ต่ำ / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: ทำข้อตกลงบริการล่วงหน้า — ผู้รับผิดชอบ: ผู้จัดการอาคาร

แนวทางลดความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทาน

  1. กำหนดสต็อกขั้นต่ำ ของน้ำยาฆ่าเชื้อและอุปกรณ์ป้องกัน
  2. คำนวณปริมาณใช้ ต่อเดือนและในกรณีฉุกเฉิน
  3. มีผู้จำหน่ายสำรอง ที่ผ่านการประเมิน
  4. กำหนดสเปกน้ำยา ที่ผ่านมาตรฐานสำหรับไวรัส
  5. ทำข้อตกลงผู้ให้บริการพ่น ไว้ล่วงหน้า
  6. ตรวจวันหมดอายุ และหมุนเวียนสต็อกแบบเข้าก่อนออกก่อน
  7. ทบทวนแผน ทุกครั้งที่มีข่าวการระบาดใหม่

ทำไมการพ่นฆ่าเชื้อแบบ ULV จึงช่วยได้

[บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection]({SERVICE}) ใช้เครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่ทำให้น้ำยาเป็นละอองขนาดเล็ก ลอยไปเกาะได้ทั่วพื้นที่ รวมถึงซอกมุม ผ้าม่าน เบาะ และพื้นผิวที่เช็ดด้วยมือได้ไม่ทั่ว

  • ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ไม่ต้องพึ่งการเช็ดทีละจุด
  • กลับมาใช้พื้นที่ได้เร็ว โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีหลังพ่น
  • ทีมงานสวมชุดป้องกันครบ ผู้ประกอบการและพนักงานไม่ต้องเสี่ยงทำเอง
  • มีรายงานและภาพถ่ายหลังงาน ใช้ยืนยันกับลูกค้า ผู้บริหาร หรือหน่วยงานได้
  • มีใบกำกับภาษีและหัก ณ ที่จ่าย 3% สำหรับนิติบุคคลและหน่วยงาน
  • ประสบการณ์มากกว่า 5 ปี ทั้งโรงพยาบาล สำนักงาน โรงแรม และอาคารสาธารณะ

น้ำยาที่ใช้: Chemgene HLD4H

ทีมงานใช้ [Chemgene HLD4H]({PRODUCT}) ซึ่งตามข้อมูลบนหน้าสินค้าของ WHD ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับการทำลายไวรัส ใช้ในโรงพยาบาลของ NHS ประเทศอังกฤษ และได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัยมหิดล เราไม่กล่าวอ้างว่า Chemgene ผ่านการทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ซึ่งถูกทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม เมื่อใช้ตามความเข้มข้นและเวลาสัมผัสที่ผู้ผลิตกำหนด

  • ไม่มีกลิ่นฉุนแบบสารฟอกขาว
  • ใช้ได้กับพื้นผิวหลากหลาย ทั้งโต๊ะ เคาน์เตอร์ ลูกบิด และอุปกรณ์
  • ซื้อไว้ใช้เองเพื่อเช็ดจุดสัมผัสบ่อยในทุกวันได้

ก่อนและหลัง

ก่อน: ธุรกิจซื้อน้ำยาฆ่าเชื้อเมื่อหมด พึ่งผู้จำหน่ายรายเดียว และต้องเร่งหาของเมื่อเกิดระบาด
หลัง: ธุรกิจมีทะเบียนความเสี่ยง สต็อกขั้นต่ำของ Chemgene HLD4H และอุปกรณ์ป้องกัน ผู้จำหน่ายสำรอง และข้อตกลงผู้ให้บริการพ่นไว้ล่วงหน้า

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ทำไม FDA ต้องอนุญาตให้แบ่งโดสวัคซีน? ตอบ: เพราะอุปทานวัคซีนจะไม่เพียงพอกับความต้องการ การแบ่ง 1 โดสเป็น 5 โดสช่วยให้คนได้รับการป้องกันมากขึ้น ถาม: ธุรกิจควรสต็อกน้ำยาฆ่าเชื้อเท่าไร? ตอบ: ควรคำนวณจากปริมาณใช้จริงต่อเดือนและเผื่อสำรองสำหรับกรณีฉุกเฉิน ถาม: Chemgene HLD4H ฆ่าเชื้อฝีดาษลิงได้ไหม? ตอบ: ไม่ได้อ้างว่าทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับไวรัส และเชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ถาม: สั่งซื้อ Chemgene HLD4H จำนวนมากขอใบกำกับภาษีได้ไหม? ตอบ: ได้ ออกใบกำกับภาษีและรองรับหัก ณ ที่จ่าย 3% โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

บทความและแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ป้องกันด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อและ Chemgene HLD4H

เรื่องจริงจากสหรัฐเตือนว่าในช่วงระบาด สินค้าป้องกันโรคอาจขาดแคลน ธุรกิจที่เตรียมสต็อกและผู้ให้บริการไว้ล่วงหน้าจะไม่ต้องเร่งหาของในวันที่ทุกคนต้องการ ป้องกันได้ด้วย[บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection]({SERVICE}) สำหรับอาคารและสถานประกอบการพร้อมข้อตกลงบริการล่วงหน้า และ[น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H]({PRODUCT}) สำหรับสต็อกไว้ใช้เช็ดจุดสัมผัสทุกวัน

คำค้นหา: ฝีดาษลิง ห่วงโซ่อุปทาน, สต็อกน้ำยาฆ่าเชื้อ, อุปกรณ์ป้องกัน PPE, ประเมินความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทาน, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้