เรื่องจริงจากเจนีวาปี 2567 คณะกรรมการฉุกเฉิน WHO ประเมินความเสี่ยงฝีดาษลิงแยกตามพื้นที่ บทเรียนการทำประเมินความเสี่ยงของธุรกิจเอง

Last updated: 6 พ.ย. 2569  |  1 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เรื่องจริงจากเจนีวาปี 2567 คณะกรรมการฉุกเฉิน WHO ประเมินความเสี่ยงฝีดาษลิงแยกตามพื้นที่ บทเรียนการทำประเมินความเสี่ยงของธุรกิจเอง

เรื่องจริงจากเจนีวาปี 2567 คณะกรรมการฉุกเฉิน WHO ประเมินความเสี่ยงฝีดาษลิงแยกตามพื้นที่ บทเรียนการทำประเมินความเสี่ยงของธุรกิจเอง

เรื่องจริง: WHO ประเมินความเสี่ยงแยกตามพื้นที่

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2567 คณะกรรมการฉุกเฉินตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR Emergency Committee) ขององค์การอนามัยโลกประชุมครั้งแรกเรื่องการระบาดของฝีดาษลิงปี 2567 และผู้อำนวยการใหญ่ WHO ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (PHEIC) ในแถลงการณ์ระบุการประเมินว่า ความเสี่ยงอยู่ในระดับสูงในคองโกตะวันออกและประเทศใกล้เคียง และอยู่ในระดับปานกลางในพื้นที่อื่น ซึ่งเป็นตัวอย่างของการประเมินความเสี่ยงตามบริบทของแต่ละพื้นที่

แหล่งที่มา: WHO: First meeting of the IHR (2005) Emergency Committee regarding the upsurge of mpox 2024 (19 ส.ค. 2567)-emergency-committee-regarding-the-upsurge-of-mpox-2024)

บทเรียนสำคัญ: ความเสี่ยงต้องประเมินตามบริบทของแต่ละสถานที่

WHO ไม่ได้ให้ความเสี่ยงเท่ากันทุกพื้นที่ ธุรกิจไทยก็ควรประเมินความเสี่ยงตามบริบทของตัวเอง สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ:

  • ลักษณะการสัมผัส ระหว่างพนักงานกับลูกค้า ใกล้ชิดมากน้อยแค่ไหน
  • สิ่งของที่ใช้ร่วมกัน เช่น ผ้า เตียง อุปกรณ์
  • การเดินทางของพนักงานและลูกค้า ไปยังพื้นที่เสี่ยง
  • กลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ
  • ความพร้อมของแผน คัดกรอง ส่งต่อ และทำความสะอาด

ฝีดาษลิงติดต่ออย่างไร

ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ฝีดาษลิงติดต่อหลักผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผิวหนังหรือแผลของผู้ติดเชื้อ และอาจติดผ่านสิ่งของที่ปนเปื้อน เช่น เสื้อผ้า เครื่องนอน และผ้าขนหนู เชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม (enveloped virus) ซึ่งสามารถทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม

ประเมินความเสี่ยง (Risk Register) สำหรับธุรกิจทั่วไป (แม่แบบให้ปรับใช้)

เกณฑ์ประเมิน: โอกาสเกิดสูง × ผลกระทบสูง = วิกฤต / โอกาสปานกลาง × ผลกระทบสูง = สูง / โอกาสต่ำ × ผลกระทบสูง = ปานกลาง
  1. ไม่มีผู้รับผิดชอบติดตามข่าวสารสาธารณสุข — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: ปานกลาง / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: มอบหมายผู้รับผิดชอบติดตามประกาศจาก WHO และกรมควบคุมโรค — ผู้รับผิดชอบ: ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ
  2. จุดสัมผัสร่วมไม่ถูกทำความสะอาดเป็นระบบ — โอกาสเกิด: สูง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: วิกฤต — มาตรการ: กำหนดตารางเช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อและบันทึกการทำ — ผู้รับผิดชอบ: ฝ่ายอาคาร
  3. พนักงานไม่รู้ว่าต้องทำอะไรเมื่อมีอาการ — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: สูง — มาตรการ: ออกแนวทางแจ้งอาการและเบอร์ 1422 — ผู้รับผิดชอบ: ฝ่ายบุคคล
  4. ไม่มีแผนพ่นฆ่าเชื้อฉุกเฉิน — โอกาสเกิด: ต่ำ / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: ทำสัญญาหรือเบอร์ผู้ให้บริการไว้ล่วงหน้า — ผู้รับผิดชอบ: ฝ่ายจัดซื้อ
  5. ทะเบียนความเสี่ยงไม่ถูกทบทวนเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: ปานกลาง / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: ทบทวนทุกไตรมาสและทุกครั้งที่มีประกาศใหม่ — ผู้รับผิดชอบ: ผู้บริหาร

ขั้นตอนทำทะเบียนความเสี่ยงของธุรกิจเอง

  1. ระบุจุดสัมผัส ทั้งคนกับคน และคนกับสิ่งของ
  2. ให้คะแนนโอกาสเกิดและผลกระทบ สูง ปานกลาง ต่ำ
  3. จัดลำดับความเสี่ยง เริ่มจากระดับวิกฤต
  4. กำหนดมาตรการและผู้รับผิดชอบ ให้ชัดเจนทุกข้อ
  5. เตรียมน้ำยาฆ่าเชื้อและผู้ให้บริการพ่น ไว้ล่วงหน้า
  6. สื่อสารแผนกับพนักงาน ทุกคน
  7. ทบทวนทะเบียน ทุกไตรมาสและเมื่อมีประกาศใหม่

ทำไมการพ่นฆ่าเชื้อแบบ ULV จึงช่วยได้

[บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection]({SERVICE}) ใช้เครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่ทำให้น้ำยาเป็นละอองขนาดเล็ก ลอยไปเกาะได้ทั่วพื้นที่ รวมถึงซอกมุม ผ้าม่าน เบาะ และพื้นผิวที่เช็ดด้วยมือได้ไม่ทั่ว

  • ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ไม่ต้องพึ่งการเช็ดทีละจุด
  • กลับมาใช้พื้นที่ได้เร็ว โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีหลังพ่น
  • ทีมงานสวมชุดป้องกันครบ ผู้ประกอบการและพนักงานไม่ต้องเสี่ยงทำเอง
  • มีรายงานและภาพถ่ายหลังงาน ใช้ยืนยันกับลูกค้า ผู้บริหาร หรือหน่วยงานได้
  • มีใบกำกับภาษีและหัก ณ ที่จ่าย 3% สำหรับนิติบุคคลและหน่วยงาน
  • ประสบการณ์มากกว่า 5 ปี ทั้งโรงพยาบาล สำนักงาน โรงแรม และอาคารสาธารณะ

น้ำยาที่ใช้: Chemgene HLD4H

ทีมงานใช้ [Chemgene HLD4H]({PRODUCT}) ซึ่งตามข้อมูลบนหน้าสินค้าของ WHD ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับการทำลายไวรัส ใช้ในโรงพยาบาลของ NHS ประเทศอังกฤษ และได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัยมหิดล เราไม่กล่าวอ้างว่า Chemgene ผ่านการทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ซึ่งถูกทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม เมื่อใช้ตามความเข้มข้นและเวลาสัมผัสที่ผู้ผลิตกำหนด

  • ไม่มีกลิ่นฉุนแบบสารฟอกขาว
  • ใช้ได้กับพื้นผิวหลากหลาย ทั้งโต๊ะ เคาน์เตอร์ ลูกบิด และอุปกรณ์
  • ซื้อไว้ใช้เองเพื่อเช็ดจุดสัมผัสบ่อยในทุกวันได้

ก่อนและหลัง

ก่อน: ธุรกิจรับมือโรคระบาดแบบตั้งรับ รอให้มีข่าวก่อนจึงค่อยคิดแผน
หลัง: ธุรกิจมีทะเบียนความเสี่ยงที่ทบทวนสม่ำเสมอ มีผู้รับผิดชอบชัดเจน เช็ดจุดสัมผัสด้วย Chemgene HLD4H และมีผู้ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อพร้อมใช้

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: WHO ประเมินความเสี่ยงฝีดาษลิงปี 2567 อย่างไร? ตอบ: ความเสี่ยงสูงในคองโกตะวันออกและประเทศใกล้เคียง และปานกลางในพื้นที่อื่น ถาม: ธุรกิจควรทบทวนทะเบียนความเสี่ยงบ่อยแค่ไหน? ตอบ: อย่างน้อยทุกไตรมาส และทุกครั้งที่หน่วยงานสาธารณสุขมีประกาศใหม่ ถาม: Chemgene HLD4H ฆ่าเชื้อฝีดาษลิงได้ไหม? ตอบ: ไม่ได้อ้างว่าทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับไวรัส และเชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ถาม: ธุรกิจขอใบกำกับภาษีได้ไหม? ตอบ: ได้ ออกใบกำกับภาษีและรองรับหัก ณ ที่จ่าย 3% โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

บทความและแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ป้องกันด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อและ Chemgene HLD4H

เรื่องจริงจาก WHO แสดงว่าความเสี่ยงต้องประเมินตามบริบท ธุรกิจที่ทำทะเบียนความเสี่ยงของตัวเองจะรู้ว่าต้องลงมือที่จุดไหนก่อน ป้องกันได้ด้วย[บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection]({SERVICE}) สำหรับสำนักงาน ร้านค้า และสถานประกอบการทุกประเภท และ[น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H]({PRODUCT}) สำหรับเช็ดจุดสัมผัสร่วมตามตารางในทะเบียนความเสี่ยง

คำค้นหา: ฝีดาษลิง ประเมินความเสี่ยง, ทะเบียนความเสี่ยงธุรกิจ, risk register โรคติดต่อ, แผนรับมือโรคระบาด, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้