เรื่องจริงจากเกาหลีใต้ปี 2565 ผู้เดินทางจากเยอรมนีแจ้งอาการเองที่สนามบินอินชอน ผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกของประเทศ บทเรียนประเมินความเสี่ยงสำหรับสนามบินและจุดคัดกรองผู้เดินทาง

Last updated: 7 พ.ย. 2569  |  8 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เรื่องจริงจากเกาหลีใต้ปี 2565 ผู้เดินทางจากเยอรมนีแจ้งอาการเองที่สนามบินอินชอน ผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกของประเทศ บทเรียนประเมินความเสี่ยงสำหรับสนามบินและจุดคัดกรองผู้เดินทาง

เรื่องจริงจากเกาหลีใต้ปี 2565 ผู้เดินทางจากเยอรมนีแจ้งอาการเองที่สนามบินอินชอน ผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกของประเทศ บทเรียนประเมินความเสี่ยงสำหรับสนามบินและจุดคัดกรองผู้เดินทาง

เรื่องจริง: ผู้เดินทางที่แจ้งอาการเองตั้งแต่ลงเครื่อง

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2565 เกาหลีใต้ยืนยันผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกของประเทศ เป็น ชาวเกาหลีวัย 30 กว่าปีที่บินกลับจากเยอรมนี เขา แจ้งอาการต่อเจ้าหน้าที่ด้วยตัวเองเมื่อมาถึงสนามบินนานาชาติอินชอน เจ้าหน้าที่จัดเขาเป็นผู้ป่วยสงสัยและส่งไปแยกตัวที่ ศูนย์การแพทย์อินชอน (Incheon Medical Center) เมื่อผลตรวจยืนยัน ทางการเกาหลีใต้ได้ ยกระดับการเตือนภัยโรคติดเชื้อเป็นระดับ "เฝ้าระวัง (caution)" และเริ่มตรวจสอบผู้ที่อาจสัมผัสบนเที่ยวบิน

บทเรียนสำคัญ: การแจ้งอาการด้วยตัวเองต้องมีระบบรองรับ

การที่ผู้เดินทางกล้าแจ้งอาการทำให้ตัดวงการแพร่เชื้อได้ตั้งแต่สนามบิน แต่สิ่งนี้เกิดได้เมื่อมีระบบที่พร้อม จุดที่สนามบิน ท่าเรือ และด่านในไทยควรดูแลคือ:

  • จุดคัดกรองและเคาน์เตอร์แจ้งอาการ ที่ผู้เดินทางหลายคนมาใช้
  • ห้องแยกผู้ป่วยสงสัย ที่ต้องพร้อมใช้และสะอาดเสมอ
  • รถเข็น รถรับส่ง และรถพยาบาล ที่ใช้ขนผู้ป่วยสงสัย
  • ห้องน้ำ เก้าอี้ และราวจับในอาคารผู้โดยสาร ที่มีคนสัมผัสตลอดวัน
  • เจ้าหน้าที่คัดกรอง ที่ต้องสัมผัสใกล้ชิดกับผู้เดินทางที่มีอาการ

ฝีดาษลิงติดต่ออย่างไร

ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ฝีดาษลิงติดต่อหลักผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผิวหนังหรือแผลของผู้ติดเชื้อ และอาจติดผ่านสิ่งของที่ปนเปื้อน เช่น เสื้อผ้า เครื่องนอน และผ้าขนหนู เชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม (enveloped virus) ซึ่งสามารถทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม

ประเมินความเสี่ยง (Risk Register) สำหรับสนามบินและจุดคัดกรอง

เกณฑ์ประเมิน: โอกาสเกิดสูง × ผลกระทบสูง = วิกฤต / โอกาสปานกลาง × ผลกระทบสูง = สูง / โอกาสต่ำ × ผลกระทบสูง = ปานกลาง
  1. ผู้เดินทางมีอาการแต่ไม่กล้าแจ้งเพราะกลัวถูกตีตรา — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: สูง — มาตรการ: ป้ายและประกาศหลายภาษาที่อธิบายขั้นตอนอย่างให้เกียรติ — ผู้รับผิดชอบ: ด่านควบคุมโรค
  2. ห้องแยกผู้ป่วยสงสัยไม่ถูกฆ่าเชื้อหลังใช้งาน — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: สูง — มาตรการ: เช็ดและพ่นฆ่าเชื้อทุกครั้งหลังผู้ป่วยออก และบันทึกการทำความสะอาด — ผู้รับผิดชอบ: ฝ่ายอาคาร
  3. รถเข็นและรถรับส่งใช้ต่อโดยไม่เช็ด — โอกาสเกิด: สูง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: วิกฤต — มาตรการ: เช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุกครั้งหลังขนผู้ป่วยสงสัย — ผู้รับผิดชอบ: ฝ่ายบริการภาคพื้น
  4. เจ้าหน้าที่คัดกรองไม่มีอุปกรณ์ป้องกันเพียงพอ — โอกาสเกิด: ต่ำ / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: สำรองถุงมือ หน้ากาก และชุดป้องกันที่จุดคัดกรอง — ผู้รับผิดชอบ: หัวหน้าด่าน
  5. ข้อมูลผู้สัมผัสบนเที่ยวบินส่งต่อช้า — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: ปานกลาง / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: ตกลงขั้นตอนส่งข้อมูลกับสายการบินล่วงหน้า — ผู้รับผิดชอบ: ฝ่ายประสานงานสายการบิน

แนวทางลดความเสี่ยงสำหรับสนามบินและด่าน

  1. ทำให้การแจ้งอาการเป็นเรื่องง่าย ด้วยป้ายหลายภาษาและเคาน์เตอร์ที่เห็นชัด
  2. เตรียมห้องแยก ที่สะอาดและพร้อมใช้ตลอดเวลา
  3. เช็ดรถเข็นและรถรับส่ง ทุกครั้งหลังขนผู้ป่วยสงสัย
  4. สำรองอุปกรณ์ป้องกัน ให้เจ้าหน้าที่คัดกรอง
  5. ทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วม เช่น ราวจับ เก้าอี้ และห้องน้ำ ตามรอบ
  6. พ่นฆ่าเชื้อพื้นที่คัดกรอง หลังพบผู้ป่วยสงสัย
  7. ซ้อมขั้นตอน ส่งต่อผู้ป่วยและแจ้งสายด่วน 1422

ทำไมการพ่นฆ่าเชื้อแบบ ULV จึงช่วยได้

บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection ใช้เครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่ทำให้น้ำยาเป็นละอองขนาดเล็ก ลอยไปเกาะได้ทั่วพื้นที่ รวมถึงซอกมุม ผ้าม่าน เบาะ และพื้นผิวที่เช็ดด้วยมือได้ไม่ทั่ว

  • ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ไม่ต้องพึ่งการเช็ดทีละจุด
  • กลับมาใช้พื้นที่ได้เร็ว โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีหลังพ่น
  • ทีมงานสวมชุดป้องกันครบ ผู้ประกอบการและพนักงานไม่ต้องเสี่ยงทำเอง
  • มีรายงานและภาพถ่ายหลังงาน ใช้ยืนยันกับลูกค้า ผู้บริหาร หรือหน่วยงานได้
  • มีใบกำกับภาษีและหัก ณ ที่จ่าย 3% สำหรับนิติบุคคลและหน่วยงาน
  • ประสบการณ์มากกว่า 5 ปี ทั้งโรงพยาบาล สำนักงาน โรงแรม และอาคารสาธารณะ

น้ำยาที่ใช้: Chemgene HLD4H

ทีมงานใช้ Chemgene HLD4H ซึ่งตามข้อมูลบนหน้าสินค้าของ WHD ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับการทำลายไวรัส ใช้ในโรงพยาบาลของ NHS ประเทศอังกฤษ และได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัยมหิดล เราไม่กล่าวอ้างว่า Chemgene ผ่านการทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ซึ่งถูกทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม เมื่อใช้ตามความเข้มข้นและเวลาสัมผัสที่ผู้ผลิตกำหนด

  • ไม่มีกลิ่นฉุนแบบสารฟอกขาว
  • ใช้ได้กับพื้นผิวหลากหลาย ทั้งโต๊ะ เคาน์เตอร์ ลูกบิด และอุปกรณ์
  • ซื้อไว้ใช้เองเพื่อเช็ดจุดสัมผัสบ่อยในทุกวันได้

ก่อนและหลัง

ก่อน: ผู้เดินทางไม่รู้ว่าจะแจ้งอาการที่ไหน ห้องแยกใช้แล้วทิ้งไว้ และรถเข็นใช้ต่อทันที
หลัง: สนามบินมีทะเบียนความเสี่ยง ป้ายแจ้งอาการหลายภาษา ห้องแยกที่เช็ดด้วย Chemgene HLD4H หลังทุกการใช้ และพ่นฆ่าเชื้อจุดคัดกรองตามรอบ

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ผู้ป่วยรายแรกของเกาหลีใต้ถูกพบได้อย่างไร? ตอบ: เขาแจ้งอาการต่อเจ้าหน้าที่ด้วยตัวเองเมื่อมาถึงสนามบินอินชอน แล้วถูกส่งไปแยกตัวที่ศูนย์การแพทย์อินชอน ถาม: ห้องแยกผู้ป่วยสงสัยควรฆ่าเชื้อเมื่อไร? ตอบ: ทุกครั้งหลังผู้ป่วยออกจากห้อง ทั้งการเช็ดพื้นผิวและการพ่นฆ่าเชื้อ ถาม: Chemgene HLD4H ฆ่าเชื้อฝีดาษลิงได้ไหม? ตอบ: ไม่ได้อ้างว่าทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับไวรัส และเชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ถาม: หน่วยงานขนส่งขอใบเสนอราคาได้ไหม? ตอบ: ได้ โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ป้องกันด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อและ Chemgene HLD4H

เรื่องจริงจากอินชอนแสดงว่าการแจ้งอาการด้วยตัวเองช่วยหยุดเชื้อได้ตั้งแต่ด่านแรก เมื่อจุดคัดกรองและห้องแยกสะอาดและพร้อมใช้ ระบบก็ปกป้องทั้งผู้เดินทางและเจ้าหน้าที่ ป้องกันได้ด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection สำหรับอาคารผู้โดยสาร ห้องแยก และจุดคัดกรอง และน้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H สำหรับเช็ดรถเข็นและพื้นผิวสัมผัสร่วม

คำค้นหา: ฝีดาษลิง สนามบิน, ฝีดาษลิง ผู้เดินทาง, จุดคัดกรองสนามบิน, ประเมินความเสี่ยงสนามบิน, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้