Last updated: 7 พ.ย. 2569 | 16 จำนวนผู้เข้าชม |
วันที่ 30 ตุลาคม 2567 สำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร (UKHSA) ยืนยันผู้ป่วยฝีดาษลิงสายพันธุ์ Clade Ib รายแรกของประเทศ ผู้ป่วยรายนี้เพิ่งเดินทางกลับจากทวีปแอฟริกา และเริ่มมีอาการหลังกลับถึงบ้าน ต่อมาในต้นเดือนพฤศจิกายน 2567 หน่วยงานรายงานว่าคนที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันติดเชื้อเพิ่มอีก 3 คน รวมเป็น 4 คน ทั้งหมดได้รับการดูแลในโรงพยาบาลเฉพาะทาง เจ้าหน้าที่ย้ำว่าความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปยังต่ำ แต่กรณีนี้แสดงให้เห็นชัดว่าการติดต่อในครัวเรือนเกิดขึ้นได้จริง
คำถามที่ตามมาคือ เมื่อคนในบ้านเพิ่งกลับจากต่างประเทศและเริ่มไม่สบาย บ้านหลังนั้นควรจัดการอย่างไร ทั้งระหว่างที่ยังไม่รู้ผลตรวจ และหลังจากผู้ป่วยหายแล้ว
ในบ้าน คนอยู่ใกล้ชิดกันทุกวัน ใช้ห้องน้ำเดียวกัน นอนเตียงเดียวกัน และใช้ผ้าเช็ดตัวหรือผ้าปูร่วมกันโดยไม่ทันคิด ตามข้อมูลของ WHO ฝีดาษลิงติดต่อจากการสัมผัสใกล้ชิด และจากสิ่งของที่ปนเปื้อน เช่น ผ้าปูที่นอน เสื้อผ้า และผ้าเช็ดตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่พบได้ในทุกบ้าน
คนไทยเดินทางไปต่างประเทศเพื่อทำงาน เรียน และท่องเที่ยวจำนวนมาก ขณะเดียวกันประเทศไทยก็เคยพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ Clade Ib ที่เดินทางมาจากต่างประเทศในปี 2567 ตามข้อมูลของกรมควบคุมโรค ครอบครัวที่มีสมาชิกเดินทางบ่อย เช่น นักธุรกิจ ลูกเรือ แรงงานต่างประเทศ หรือนักศึกษาที่กลับมาช่วงปิดเทอม จึงควรรู้วิธีดูแลบ้านอย่างถูกต้อง
ผ้าเป็นจุดที่คนมักทำพลาด เพราะการสะบัดผ้าทำให้สะเก็ดหรือสิ่งปนเปื้อนฟุ้งกระจาย
หลายครอบครัวคิดว่าเมื่อผู้ป่วยหายแล้วทุกอย่างก็จบ แต่ห้องที่ผู้ป่วยใช้อยู่หลายสัปดาห์ยังมีพื้นผิวและผ้าที่สัมผัสผื่นหรือแผลมาตลอด การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อครั้งใหญ่ก่อนให้คนอื่นกลับมาใช้ห้องจึงสำคัญ
บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection ใช้เครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ทำให้น้ำยากลายเป็นละอองขนาดเล็ก เข้าถึงซอกมุม ที่นอน โซฟา และผ้าม่าน ซึ่งการเช็ดด้วยมือทำได้ไม่ทั่ว
ทีมงานใช้ Chemgene HLD4H ซึ่งตามข้อมูลบนหน้าสินค้าของ WHD ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับการทำลายไวรัส ใช้ในโรงพยาบาลของ NHS ประเทศอังกฤษ และได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัยมหิดล เราไม่กล่าวอ้างว่า Chemgene ผ่านการทดสอบกับฝีดาษลิงโดยตรง แต่ฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ซึ่งถูกทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสมเมื่อใช้ถูกวิธี ครอบครัวยังซื้อน้ำยาไว้เช็ดจุดสัมผัสบ่อยระหว่างดูแลผู้ป่วยได้ เช่น ลูกบิดประตู ก๊อกน้ำ และโถสุขภัณฑ์
โทร 065-556-6294 | LINE: @whd268
"ลูกชายกลับจากเรียนต่างประเทศแล้วไม่สบาย ถึงผลจะไม่ร้ายแรง แต่เราก็กังวลเรื่องห้องและที่นอน พอให้ทีมมาพ่นฆ่าเชื้อทั้งห้อง ทุกคนในบ้านก็สบายใจขึ้น" ลูกค้าครอบครัวหนึ่งในนนทบุรีที่ใช้บริการ World Health Disinfection
ถาม: กลับจากต่างประเทศแล้วต้องพ่นฆ่าเชื้อบ้านทุกครั้งไหม ตอบ: ไม่จำเป็นทุกครั้ง แต่ควรพิจารณาเมื่อมีคนในบ้านป่วยด้วยโรคติดต่อ หรือหลังผู้ป่วยหายแล้วก่อนให้คนอื่นใช้ห้อง ถาม: ซักผ้าผู้ป่วยรวมกับผ้าคนอื่นได้ไหม ตอบ: ควรแยกซัก ไม่สะบัดผ้า และซักด้วยน้ำร้อนกับผงซักฟอกตามที่ผ้ารองรับ ถาม: Chemgene HLD4H ทำลายเชื้อฝีดาษลิงได้ไหม ตอบ: ไม่มีการกล่าวอ้างว่าทดสอบกับฝีดาษลิงโดยตรง แต่ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับไวรัส และฝีดาษลิงเป็นไวรัสมีเปลือกหุ้มที่ถูกทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม ถาม: พ่นแล้วเข้าห้องได้เมื่อไหร่ ตอบ: โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีหลังพ่น
เรื่องจริงจากอังกฤษบอกเราว่า เชื้อเดินทางกลับบ้านมากับคนที่เรารัก และบ้านคือที่ที่การติดต่อเกิดขึ้นได้ง่ายที่สุด การดูแลบ้านอย่างถูกวิธีจึงเป็นการปกป้องทุกคนในครอบครัว ป้องกันได้ด้วย บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection ที่เข้าถึงทุกซอกมุมของบ้าน และ น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H สำหรับเช็ดจุดสัมผัสบ่อยทุกวัน
โทร 065-556-6294 | LINE: @whd268
คำค้นหา: ฝีดาษลิงติดในบ้าน, ฝีดาษลิง Clade Ib อังกฤษ, กลับจากต่างประเทศ ฝีดาษลิง, ฆ่าเชื้อบ้าน, บริการพ่นฆ่าเชื้อบ้าน, น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H, ซักผ้าผู้ป่วยฝีดาษลิง