เรื่องจริงจากอังกฤษปี 2561 เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลติดฝีดาษลิงจากผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัย บทเรียนสำหรับโรงพยาบาลที่รับผู้ป่วยต่างชาติ

Last updated: 7 พ.ย. 2569  |  12 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เรื่องจริงจากอังกฤษปี 2561 เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลติดฝีดาษลิงจากผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัย บทเรียนสำหรับโรงพยาบาลที่รับผู้ป่วยต่างชาติ

เรื่องจริงจากอังกฤษปี 2561 เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลติดฝีดาษลิงจากผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัย บทเรียนสำหรับโรงพยาบาลที่รับผู้ป่วยต่างชาติ

เรื่องจริงจากเมืองแบล็กพูล ประเทศอังกฤษ

เดือนกันยายน 2561 สหราชอาณาจักรพบผู้ป่วยฝีดาษลิง (Mpox) 3 รายภายในเวลาประมาณหนึ่งเดือน ที่มา: STAT News 26 ก.ย. 2561

  • รายที่ 1 วันที่ 8 กันยายน 2561 ชายชาวไนจีเรียที่พักอยู่ที่ฐานทัพเรือในคอร์นวอลล์ เป็นผู้ป่วยรายแรกของอังกฤษ
  • รายที่ 2 สามวันต่อมา ชายที่เพิ่งเดินทางกลับจากไนจีเรีย เข้ารับการรักษาครั้งแรกที่โรงพยาบาลแบล็กพูลวิกตอเรีย และ ในช่วงแรกยังไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นฝีดาษลิง
  • รายที่ 3 วันที่ 26 กันยายน 2561 เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลในแบล็กพูลติดเชื้อจากผู้ป่วยรายที่ 2

ประเด็นสำคัญคือ เจ้าหน้าที่ติดเชื้อในช่วงก่อนที่โรงพยาบาลจะวินิจฉัยผู้ป่วยได้ จึงยังไม่มีการแยกผู้ป่วยและการใช้อุปกรณ์ป้องกันสำหรับโรคนี้

สำนักงานสาธารณสุขอังกฤษ (PHE) ระบุว่าเชื้อทั้งสองรายแรกเป็นสายพันธุ์แอฟริกาตะวันตกซึ่งรุนแรงน้อยกว่า และใช้วัคซีนไข้ทรพิษเพื่อป้องกันผู้สัมผัส

ประเด็นสำคัญ: ช่วงที่อันตรายที่สุดไม่ใช่หลังวินิจฉัย แต่คือช่วงก่อนที่ใครจะรู้ว่าผู้ป่วยเป็นโรคอะไร

ทำไมเรื่องนี้เกี่ยวกับโรงพยาบาลไทย

ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการรักษาพยาบาลของภูมิภาค โรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ ภูเก็ต และพัทยา รับผู้ป่วยจากทั่วโลกทุกวัน ผู้ป่วยบางรายเดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาด

ข้อมูลจริงจากไทยเองก็ยืนยันเรื่องนี้ ผู้ป่วยสายพันธุ์ Ib รายแรกของไทยในเดือนสิงหาคม 2567 เดินทางจากแอฟริกาและเข้ารักษาที่โรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ ในวันรุ่งขึ้นหลังเดินทางมาถึง และในช่วงแรกผลตรวจจากห้องปฏิบัติการต่างแห่งยังขัดแย้งกัน ที่มา: Emerging Infectious Diseases, US CDC

กรมควบคุมโรคยังย้ำว่า ผื่นของฝีดาษวานรอาจคล้ายเริม อีสุกอีใส หรือโรคผิวหนังอื่น การดูผื่นยืนยันโรคไม่ได้ ต้องตรวจ PCR จากแผล ที่มา: Hfocus 3 พ.ย. 2569

จุดเสี่ยงในช่วงก่อนวินิจฉัย

  • ห้องฉุกเฉินและแผนกผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยนั่งรอร่วมกับคนอื่น
  • หอผู้ป่วยทั่วไป ที่รับผู้ป่วยก่อนรู้ผลตรวจ
  • ผ้าปูเตียงและชุดผู้ป่วย ที่เจ้าหน้าที่เปลี่ยนโดยไม่รู้ว่ามีความเสี่ยง งานวิจัยใน The Lancet Microbe พบว่าการเปลี่ยนผ้าปูเตียงในห้องผู้ป่วยฝีดาษลิงสัมพันธ์กับการพบเชื้อในอากาศ ที่มา: NIHR HPRU-EZI
  • ห้องล่ามและห้องประสานงานผู้ป่วยต่างชาติ
  • รถเข็นและเปลนอน ที่ใช้เคลื่อนย้ายผู้ป่วย
  • ห้องพักญาติ ในหอผู้ป่วยพิเศษ

ความเสียหายถ้าไม่เตรียมพร้อม

  • บุคลากรติดเชื้อและต้องหยุดงาน เหมือนเคสที่แบล็กพูล
  • ผู้ป่วยรายอื่นในหอเดียวกันกลายเป็นผู้สัมผัส
  • ต้องปิดหอผู้ป่วยบางส่วน เพื่อทำความสะอาด
  • ชื่อเสียงในตลาดผู้ป่วยต่างชาติ ที่แข่งขันกันสูง
  • ภาระการติดตามผู้สัมผัส ทั้งบุคลากรและผู้ป่วย

แนวทางปฏิบัติสำหรับโรงพยาบาล

  1. ซักประวัติการเดินทางตั้งแต่จุดคัดกรอง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีไข้และผื่นและเดินทางจากประเทศที่มีการระบาดใน 21 วัน
  2. แยกผู้ป่วยที่มีไข้ร่วมกับผื่นไว้ก่อน จนกว่าจะได้รับการประเมิน
  3. ใช้หลักป้องกันการติดเชื้อมาตรฐานกับผู้ป่วยทุกคน ไม่รอผลวินิจฉัย
  4. เปลี่ยนผ้าโดยไม่สะบัด ใส่ถุงแยก ตามคำแนะนำของ US CDC ที่มา: US CDC
  5. ส่งตรวจ PCR จากแผล เมื่อสงสัย
  6. ฆ่าเชื้อพื้นผิวทุกจุดที่ผู้ป่วยสัมผัส ด้วยน้ำยาที่ระบุว่าฆ่าไวรัส ตามเวลาสัมผัสบนฉลาก
  7. เมื่อได้ผลยืนยัน ทำความสะอาดย้อนหลังทุกพื้นที่ที่ผู้ป่วยเคยใช้ ตั้งแต่ห้องฉุกเฉินถึงหอผู้ป่วย และประสานการให้วัคซีนผู้สัมผัสตามแนวทาง
  8. พ่นฆ่าเชื้อทั้งพื้นที่โดยผู้เชี่ยวชาญ หลังย้ายผู้ป่วยออก

ป้องกันได้ด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อและน้ำยา Chemgene HLD4H

ไวรัสฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ซึ่งน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสมสามารถทำลายได้ เมื่อใช้ถูกวิธีและได้เวลาสัมผัสครบ

1. บริการพ่นฆ่าเชื้อ ทีม World Health Disinfection ใช้เครื่อง ULV พ่นทั่วห้องฉุกเฉิน หอผู้ป่วย และพื้นที่ส่วนกลาง หน้าบริการระบุว่าเคยให้บริการโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ และรอประมาณ 30 นาทีหลังพ่นก็กลับมาใช้พื้นที่ได้ ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ

2. น้ำยา CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อสูตรเข้มข้นนำเข้าจากสหราชอาณาจักร ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้รับการยอมรับจาก NHS England และมหาวิทยาลัยมหิดล และอ้างอิงผลทดสอบมาตรฐานยุโรป EN 14476 สำหรับการฆ่าไวรัส เหมาะสำหรับเช็ดเตียง รถเข็น และอุปกรณ์ระหว่างผู้ป่วยแต่ละราย ดูน้ำยา Chemgene HLD4H

10 เหตุผลที่โรงพยาบาลเลือก WHD

  1. น้ำยาที่ใช้ในโรงพยาบาลของสหราชอาณาจักร ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ระบุการยอมรับจาก NHS England
  2. อ้างอิงมาตรฐาน EN 14476 สำหรับการฆ่าไวรัส
  3. มีทั้งน้ำยาใช้ประจำวันและบริการพ่นทั้งพื้นที่
  4. เรียกใช้ฉุกเฉินได้ เมื่อได้ผลยืนยันย้อนหลัง
  5. กลับมาใช้พื้นที่ได้เร็ว รอประมาณ 30 นาทีหลังพ่น
  6. ใช้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้ ตามที่หน้าบริการระบุ
  7. ละอองฝอย ULV เข้าถึงใต้เตียง หลังม่าน และซอกมุม
  8. สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ป่วยต่างชาติ ที่เลือกโรงพยาบาลจากมาตรฐาน
  9. มีใบกำกับภาษี สำหรับนิติบุคคล
  10. ทีมงานมีประสบการณ์มากกว่า 5 ปี

ก่อนและหลัง

ก่อน

  • ไม่ถามประวัติการเดินทางของผู้ป่วยที่มีผื่น
  • ผ้าปูเตียงเปลี่ยนแบบปกติโดยไม่ระวัง
  • ได้ผลยืนยันแล้วไม่รู้ว่าต้องทำความสะอาดจุดไหน
  • บุคลากรกังวล

หลัง

  • คัดกรองประวัติการเดินทางตั้งแต่ประตู
  • เช็ดฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H ระหว่างผู้ป่วยแต่ละราย
  • พ่นฆ่าเชื้อทุกพื้นที่ที่ผู้ป่วยใช้หลังได้ผลยืนยัน
  • บุคลากรมั่นใจ

คำถามที่พบบ่อย

เจ้าหน้าที่ที่แบล็กพูลติดเชื้อได้อย่างไร รายงานระบุว่าติดจากผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลในโรงพยาบาลในช่วงก่อนวินิจฉัย ซึ่งยังไม่มีการแยกผู้ป่วยและอุปกรณ์ป้องกันเฉพาะ

โรงพยาบาลต้องปิดหอผู้ป่วยไหม ขึ้นกับการประเมินของทีมควบคุมการติดเชื้อ การพ่นฆ่าเชื้อช่วยให้กลับมาใช้พื้นที่ได้เร็ว

ผู้ป่วยต่างชาติทุกคนต้องตรวจไหม ไม่จำเป็น ให้เน้นผู้ที่มีอาการและมีประวัติเสี่ยง

ใช้ Chemgene HLD4H กับอุปกรณ์การแพทย์ได้ไหม ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าเป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูงสำหรับงานทางการแพทย์ ควรใช้ตามฉลากและแนวทางของโรงพยาบาล

ป้องกันได้ ตั้งแต่ก่อนรู้ผลวินิจฉัย

เรื่องจริงจากแบล็กพูลสอนว่า ความเสี่ยงสูงสุดเกิดก่อนที่ใครจะรู้ว่าผู้ป่วยเป็นอะไร โรงพยาบาลที่ทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออย่างถูกวิธีเป็นประจำ จะปกป้องบุคลากรและผู้ป่วยได้โดยไม่ต้องรอผลตรวจ

ป้องกันได้ด้วย บริการพ่นฆ่าเชื้อ จาก World Health Disinfection และ น้ำยา Chemgene HLD4H สำหรับการฆ่าเชื้อประจำวัน

โทร 065-556-6294 หรือแอด LINE @whd268 เพื่อขอใบเสนอราคา

คำค้นหา: ฝีดาษลิง โรงพยาบาล, ฝีดาษวานร, Mpox, ผู้ป่วยต่างชาติ, Medical Tourism, น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene, บริการพ่นฆ่าเชื้อโรงพยาบาล, ฆ่าเชื้อหอผู้ป่วย

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้