เรื่องจริงจากเวียดนามปี 2565 ผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกเดินทางผ่านโรงพยาบาลสามแห่ง รวมถึงโรงพยาบาลผิวหนัง บทเรียนประเมินความเสี่ยงสำหรับคลินิกผิวหนังและความงาม
เรื่องจริง: ผื่นคันที่พาผู้ป่วยไปหาแพทย์ผิวหนัง
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2565 กระทรวงสาธารณสุขเวียดนามประกาศผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรก เป็น หญิงอายุ 35 ปีจากนครโฮจิมินห์ ที่เดินทางกลับจากดูไบ เมื่อวันที่ 23 กันยายน เธอมีไข้ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย และ ตุ่มแดงคันตามแขน หน้า และลำตัว ก่อนได้รับการยืนยัน เธอได้รับการตรวจที่โรงพยาบาลตู้ดู จากนั้น โรงพยาบาลผิวหนังนครโฮจิมินห์ เป็นผู้ตรวจจนยืนยันการติดเชื้อ และเธอถูกแยกรักษาที่โรงพยาบาลโรคเขตร้อน ผู้สัมผัสใกล้ชิดถูกติดตามตามระเบียบ และยังไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในขณะนั้น
บทเรียนสำคัญ: คลินิกผิวหนังคือจุดแรกที่คนมีผื่นเดินเข้ามา
คนที่มีตุ่มหรือผื่นมักเลือกไปพบแพทย์ผิวหนังก่อน คลินิกผิวหนังและความงามในไทยจึงอาจเป็นที่แรก ๆ ที่พบผู้ป่วย จุดที่ควรดูแลคือ:
- เคาน์เตอร์ต้อนรับและพื้นที่นั่งรอ ที่ผู้มีผื่นนั่งร่วมกับลูกค้าสวยงาม
- เตียงทำหัตถการและเครื่องเลเซอร์ ที่ผิวหนังลูกค้าสัมผัสโดยตรง
- ผ้าคลุมเตียง ผ้าคาดผม และชุดคลุม ที่ใช้หมุนเวียน
- กล้องตรวจผิวและอุปกรณ์ ที่แตะผิวลูกค้าหลายคน
- พนักงานและผู้ช่วยแพทย์ ที่สัมผัสผิวลูกค้าทุกวัน
ฝีดาษลิงติดต่ออย่างไร
ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ฝีดาษลิงติดต่อหลักผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผิวหนังหรือแผลของผู้ติดเชื้อ และอาจติดผ่านสิ่งของที่ปนเปื้อน เช่น เสื้อผ้า เครื่องนอน และผ้าขนหนู เชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม (enveloped virus) ซึ่งสามารถทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม
ประเมินความเสี่ยง (Risk Register) สำหรับคลินิกผิวหนังและความงาม
เกณฑ์ประเมิน: โอกาสเกิดสูง × ผลกระทบสูง = วิกฤต / โอกาสปานกลาง × ผลกระทบสูง = สูง / โอกาสต่ำ × ผลกระทบสูง = ปานกลาง
- ผู้มีผื่นไม่ทราบสาเหตุนั่งรอปะปนกับลูกค้าความงาม — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: สูง — มาตรการ: คัดกรองตอนนัดหมาย และแยกพื้นที่รอสำหรับผู้มีผื่นหรือไข้ — ผู้รับผิดชอบ: ฝ่ายต้อนรับ
- เตียงและเครื่องมือไม่ถูกเช็ดระหว่างคนไข้ — โอกาสเกิด: สูง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: วิกฤต — มาตรการ: คลุมเตียงด้วยผ้าใช้ครั้งเดียวและเช็ดเครื่องมือด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุกครั้ง — ผู้รับผิดชอบ: ผู้ช่วยแพทย์
- พนักงานสัมผัสผื่นโดยไม่ใส่ถุงมือ — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: สูง — มาตรการ: กฎบังคับใส่ถุงมือและหน้ากากทุกครั้งที่ตรวจผิว — ผู้รับผิดชอบ: แพทย์ผู้ควบคุมคลินิก
- ไม่มีแนวทางส่งต่อและแจ้งหน่วยงานสาธารณสุข — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: ปานกลาง / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: กำหนดขั้นตอนส่งต่อและเบอร์ติดต่อ 1422 — ผู้รับผิดชอบ: ผู้จัดการคลินิก
- คลินิกไม่ถูกฆ่าเชื้อหลังมีผู้ป่วยสงสัย — โอกาสเกิด: ต่ำ / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: เช็ดห้องตรวจทันที และพ่นฆ่าเชื้อคลินิกตามรอบ — ผู้รับผิดชอบ: ผู้จัดการคลินิก
แนวทางลดความเสี่ยงสำหรับคลินิกผิวหนัง
- คัดกรองตอนนัดหมาย ถามเรื่องผื่น ตุ่ม ไข้ และประวัติการเดินทาง
- แยกพื้นที่รอ ระหว่างผู้มีผื่นกับลูกค้าทำหัตถการความงาม
- ใส่ถุงมือและหน้ากาก ทุกครั้งที่ตรวจหรือสัมผัสผิว
- คลุมและเช็ดเตียงและอุปกรณ์ ระหว่างคนไข้ทุกคน
- มีขั้นตอนส่งต่อ และแจ้งสายด่วน 1422 เมื่อพบผู้ป่วยสงสัย
- พ่นฆ่าเชื้อคลินิก ตามรอบหลังปิดทำการ
- อบรมทีม ให้รู้จักอาการฝีดาษลิงและให้คำแนะนำโดยไม่ตีตรา
ทำไมการพ่นฆ่าเชื้อแบบ ULV จึงช่วยได้
บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection ใช้เครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่ทำให้น้ำยาเป็นละอองขนาดเล็ก ลอยไปเกาะได้ทั่วพื้นที่ รวมถึงซอกมุม ผ้าม่าน เบาะ และพื้นผิวที่เช็ดด้วยมือได้ไม่ทั่ว
- ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ไม่ต้องพึ่งการเช็ดทีละจุด
- กลับมาใช้พื้นที่ได้เร็ว โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีหลังพ่น
- ทีมงานสวมชุดป้องกันครบ ผู้ประกอบการและพนักงานไม่ต้องเสี่ยงทำเอง
- มีรายงานและภาพถ่ายหลังงาน ใช้ยืนยันกับลูกค้า ผู้บริหาร หรือหน่วยงานได้
- มีใบกำกับภาษีและหัก ณ ที่จ่าย 3% สำหรับนิติบุคคลและหน่วยงาน
- ประสบการณ์มากกว่า 5 ปี ทั้งโรงพยาบาล สำนักงาน โรงแรม และอาคารสาธารณะ
น้ำยาที่ใช้: Chemgene HLD4H
ทีมงานใช้ Chemgene HLD4H ซึ่งตามข้อมูลบนหน้าสินค้าของ WHD ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับการทำลายไวรัส ใช้ในโรงพยาบาลของ NHS ประเทศอังกฤษ และได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัยมหิดล เราไม่กล่าวอ้างว่า Chemgene ผ่านการทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ซึ่งถูกทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม เมื่อใช้ตามความเข้มข้นและเวลาสัมผัสที่ผู้ผลิตกำหนด
- ไม่มีกลิ่นฉุนแบบสารฟอกขาว
- ใช้ได้กับพื้นผิวหลากหลาย ทั้งโต๊ะ เคาน์เตอร์ ลูกบิด และอุปกรณ์
- ซื้อไว้ใช้เองเพื่อเช็ดจุดสัมผัสบ่อยในทุกวันได้
ก่อนและหลัง
ก่อน: คลินิกให้ผู้มีผื่นนั่งรอร่วมกับลูกค้าความงาม และเช็ดเตียงเฉพาะตอนปิดคลินิก
หลัง: คลินิกมีทะเบียนความเสี่ยง คัดกรองตอนนัดหมาย แยกพื้นที่รอ เช็ดเตียงด้วย Chemgene HLD4H ระหว่างคนไข้ และพ่นฆ่าเชื้อตามรอบ
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: ผื่นฝีดาษลิงมีลักษณะอย่างไร? ตอบ: ผู้ป่วยรายแรกของเวียดนามมีตุ่มแดงคันตามแขน หน้า และลำตัว ร่วมกับไข้และปวดเมื่อย ควรให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัย ถาม: คลินิกความงามต้องคัดกรองด้วยหรือ? ตอบ: ควร เพราะลูกค้าที่มาด้วยปัญหาผิวอาจมีผื่นจากโรคติดต่อที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัย ถาม: Chemgene HLD4H ฆ่าเชื้อฝีดาษลิงได้ไหม? ตอบ: ไม่ได้อ้างว่าทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับไวรัส และเชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ถาม: คลินิกความงามหลายสาขาขอใบเสนอราคาได้ไหม? ตอบ: ได้ โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268
บทความและแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
ป้องกันด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อและ Chemgene HLD4H
เรื่องจริงจากเวียดนามแสดงให้เห็นว่าคลินิกผิวหนังคือจุดแรก ๆ ที่ผู้ป่วยเดินเข้ามา คลินิกที่ประเมินความเสี่ยงและดูแลความสะอาดอย่างเป็นระบบจะปกป้องทั้งลูกค้าและบุคลากร ป้องกันได้ด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection สำหรับคลินิกผิวหนังและความงาม และน้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H สำหรับเช็ดเตียงและอุปกรณ์ระหว่างคนไข้
คำค้นหา: ฝีดาษลิง คลินิกผิวหนัง, ฝีดาษลิง ตุ่มผื่น, ประเมินความเสี่ยงคลินิก, ฆ่าเชื้อคลินิกความงาม, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H