เรื่องจริงจากเวียดนามปี 2565 ผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกเดินทางผ่านโรงพยาบาลสามแห่ง รวมถึงโรงพยาบาลผิวหนัง บทเรียนประเมินความเสี่ยงสำหรับคลินิกผิวหนังและความงาม

Last updated: 7 พ.ย. 2569  |  10 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เรื่องจริงจากเวียดนามปี 2565 ผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกเดินทางผ่านโรงพยาบาลสามแห่ง รวมถึงโรงพยาบาลผิวหนัง บทเรียนประเมินความเสี่ยงสำหรับคลินิกผิวหนังและความงาม

เรื่องจริงจากเวียดนามปี 2565 ผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกเดินทางผ่านโรงพยาบาลสามแห่ง รวมถึงโรงพยาบาลผิวหนัง บทเรียนประเมินความเสี่ยงสำหรับคลินิกผิวหนังและความงาม

เรื่องจริง: ผื่นคันที่พาผู้ป่วยไปหาแพทย์ผิวหนัง

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2565 กระทรวงสาธารณสุขเวียดนามประกาศผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรก เป็น หญิงอายุ 35 ปีจากนครโฮจิมินห์ ที่เดินทางกลับจากดูไบ เมื่อวันที่ 23 กันยายน เธอมีไข้ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย และ ตุ่มแดงคันตามแขน หน้า และลำตัว ก่อนได้รับการยืนยัน เธอได้รับการตรวจที่โรงพยาบาลตู้ดู จากนั้น โรงพยาบาลผิวหนังนครโฮจิมินห์ เป็นผู้ตรวจจนยืนยันการติดเชื้อ และเธอถูกแยกรักษาที่โรงพยาบาลโรคเขตร้อน ผู้สัมผัสใกล้ชิดถูกติดตามตามระเบียบ และยังไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในขณะนั้น

บทเรียนสำคัญ: คลินิกผิวหนังคือจุดแรกที่คนมีผื่นเดินเข้ามา

คนที่มีตุ่มหรือผื่นมักเลือกไปพบแพทย์ผิวหนังก่อน คลินิกผิวหนังและความงามในไทยจึงอาจเป็นที่แรก ๆ ที่พบผู้ป่วย จุดที่ควรดูแลคือ:

  • เคาน์เตอร์ต้อนรับและพื้นที่นั่งรอ ที่ผู้มีผื่นนั่งร่วมกับลูกค้าสวยงาม
  • เตียงทำหัตถการและเครื่องเลเซอร์ ที่ผิวหนังลูกค้าสัมผัสโดยตรง
  • ผ้าคลุมเตียง ผ้าคาดผม และชุดคลุม ที่ใช้หมุนเวียน
  • กล้องตรวจผิวและอุปกรณ์ ที่แตะผิวลูกค้าหลายคน
  • พนักงานและผู้ช่วยแพทย์ ที่สัมผัสผิวลูกค้าทุกวัน

ฝีดาษลิงติดต่ออย่างไร

ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ฝีดาษลิงติดต่อหลักผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผิวหนังหรือแผลของผู้ติดเชื้อ และอาจติดผ่านสิ่งของที่ปนเปื้อน เช่น เสื้อผ้า เครื่องนอน และผ้าขนหนู เชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม (enveloped virus) ซึ่งสามารถทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม

ประเมินความเสี่ยง (Risk Register) สำหรับคลินิกผิวหนังและความงาม

เกณฑ์ประเมิน: โอกาสเกิดสูง × ผลกระทบสูง = วิกฤต / โอกาสปานกลาง × ผลกระทบสูง = สูง / โอกาสต่ำ × ผลกระทบสูง = ปานกลาง
  1. ผู้มีผื่นไม่ทราบสาเหตุนั่งรอปะปนกับลูกค้าความงาม — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: สูง — มาตรการ: คัดกรองตอนนัดหมาย และแยกพื้นที่รอสำหรับผู้มีผื่นหรือไข้ — ผู้รับผิดชอบ: ฝ่ายต้อนรับ
  2. เตียงและเครื่องมือไม่ถูกเช็ดระหว่างคนไข้ — โอกาสเกิด: สูง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: วิกฤต — มาตรการ: คลุมเตียงด้วยผ้าใช้ครั้งเดียวและเช็ดเครื่องมือด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุกครั้ง — ผู้รับผิดชอบ: ผู้ช่วยแพทย์
  3. พนักงานสัมผัสผื่นโดยไม่ใส่ถุงมือ — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: สูง — มาตรการ: กฎบังคับใส่ถุงมือและหน้ากากทุกครั้งที่ตรวจผิว — ผู้รับผิดชอบ: แพทย์ผู้ควบคุมคลินิก
  4. ไม่มีแนวทางส่งต่อและแจ้งหน่วยงานสาธารณสุข — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: ปานกลาง / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: กำหนดขั้นตอนส่งต่อและเบอร์ติดต่อ 1422 — ผู้รับผิดชอบ: ผู้จัดการคลินิก
  5. คลินิกไม่ถูกฆ่าเชื้อหลังมีผู้ป่วยสงสัย — โอกาสเกิด: ต่ำ / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: เช็ดห้องตรวจทันที และพ่นฆ่าเชื้อคลินิกตามรอบ — ผู้รับผิดชอบ: ผู้จัดการคลินิก

แนวทางลดความเสี่ยงสำหรับคลินิกผิวหนัง

  1. คัดกรองตอนนัดหมาย ถามเรื่องผื่น ตุ่ม ไข้ และประวัติการเดินทาง
  2. แยกพื้นที่รอ ระหว่างผู้มีผื่นกับลูกค้าทำหัตถการความงาม
  3. ใส่ถุงมือและหน้ากาก ทุกครั้งที่ตรวจหรือสัมผัสผิว
  4. คลุมและเช็ดเตียงและอุปกรณ์ ระหว่างคนไข้ทุกคน
  5. มีขั้นตอนส่งต่อ และแจ้งสายด่วน 1422 เมื่อพบผู้ป่วยสงสัย
  6. พ่นฆ่าเชื้อคลินิก ตามรอบหลังปิดทำการ
  7. อบรมทีม ให้รู้จักอาการฝีดาษลิงและให้คำแนะนำโดยไม่ตีตรา

ทำไมการพ่นฆ่าเชื้อแบบ ULV จึงช่วยได้

บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection ใช้เครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่ทำให้น้ำยาเป็นละอองขนาดเล็ก ลอยไปเกาะได้ทั่วพื้นที่ รวมถึงซอกมุม ผ้าม่าน เบาะ และพื้นผิวที่เช็ดด้วยมือได้ไม่ทั่ว

  • ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ไม่ต้องพึ่งการเช็ดทีละจุด
  • กลับมาใช้พื้นที่ได้เร็ว โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีหลังพ่น
  • ทีมงานสวมชุดป้องกันครบ ผู้ประกอบการและพนักงานไม่ต้องเสี่ยงทำเอง
  • มีรายงานและภาพถ่ายหลังงาน ใช้ยืนยันกับลูกค้า ผู้บริหาร หรือหน่วยงานได้
  • มีใบกำกับภาษีและหัก ณ ที่จ่าย 3% สำหรับนิติบุคคลและหน่วยงาน
  • ประสบการณ์มากกว่า 5 ปี ทั้งโรงพยาบาล สำนักงาน โรงแรม และอาคารสาธารณะ

น้ำยาที่ใช้: Chemgene HLD4H

ทีมงานใช้ Chemgene HLD4H ซึ่งตามข้อมูลบนหน้าสินค้าของ WHD ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับการทำลายไวรัส ใช้ในโรงพยาบาลของ NHS ประเทศอังกฤษ และได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัยมหิดล เราไม่กล่าวอ้างว่า Chemgene ผ่านการทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ซึ่งถูกทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม เมื่อใช้ตามความเข้มข้นและเวลาสัมผัสที่ผู้ผลิตกำหนด

  • ไม่มีกลิ่นฉุนแบบสารฟอกขาว
  • ใช้ได้กับพื้นผิวหลากหลาย ทั้งโต๊ะ เคาน์เตอร์ ลูกบิด และอุปกรณ์
  • ซื้อไว้ใช้เองเพื่อเช็ดจุดสัมผัสบ่อยในทุกวันได้

ก่อนและหลัง

ก่อน: คลินิกให้ผู้มีผื่นนั่งรอร่วมกับลูกค้าความงาม และเช็ดเตียงเฉพาะตอนปิดคลินิก
หลัง: คลินิกมีทะเบียนความเสี่ยง คัดกรองตอนนัดหมาย แยกพื้นที่รอ เช็ดเตียงด้วย Chemgene HLD4H ระหว่างคนไข้ และพ่นฆ่าเชื้อตามรอบ

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ผื่นฝีดาษลิงมีลักษณะอย่างไร? ตอบ: ผู้ป่วยรายแรกของเวียดนามมีตุ่มแดงคันตามแขน หน้า และลำตัว ร่วมกับไข้และปวดเมื่อย ควรให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัย ถาม: คลินิกความงามต้องคัดกรองด้วยหรือ? ตอบ: ควร เพราะลูกค้าที่มาด้วยปัญหาผิวอาจมีผื่นจากโรคติดต่อที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัย ถาม: Chemgene HLD4H ฆ่าเชื้อฝีดาษลิงได้ไหม? ตอบ: ไม่ได้อ้างว่าทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับไวรัส และเชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ถาม: คลินิกความงามหลายสาขาขอใบเสนอราคาได้ไหม? ตอบ: ได้ โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ป้องกันด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อและ Chemgene HLD4H

เรื่องจริงจากเวียดนามแสดงให้เห็นว่าคลินิกผิวหนังคือจุดแรก ๆ ที่ผู้ป่วยเดินเข้ามา คลินิกที่ประเมินความเสี่ยงและดูแลความสะอาดอย่างเป็นระบบจะปกป้องทั้งลูกค้าและบุคลากร ป้องกันได้ด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection สำหรับคลินิกผิวหนังและความงาม และน้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H สำหรับเช็ดเตียงและอุปกรณ์ระหว่างคนไข้

คำค้นหา: ฝีดาษลิง คลินิกผิวหนัง, ฝีดาษลิง ตุ่มผื่น, ประเมินความเสี่ยงคลินิก, ฆ่าเชื้อคลินิกความงาม, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้