เรื่องจริงจากอังกฤษปี 2568 พบฝีดาษลิง Clade Ib ในผู้ป่วยที่ไม่มีประวัติเดินทาง บทเรียนการคัดกรองที่เคาน์เตอร์คลินิกทั่วไป

Last updated: 7 พ.ย. 2569  |  19 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เรื่องจริงจากอังกฤษปี 2568 พบฝีดาษลิง Clade Ib ในผู้ป่วยที่ไม่มีประวัติเดินทาง บทเรียนการคัดกรองที่เคาน์เตอร์คลินิกทั่วไป

เรื่องจริงจากอังกฤษปี 2568 พบฝีดาษลิง Clade Ib ในผู้ป่วยที่ไม่มีประวัติเดินทาง บทเรียนการคัดกรองที่เคาน์เตอร์คลินิกทั่วไป

เรื่องจริง: ผู้ป่วยที่ไม่เคยเดินทางแต่ติดสายพันธุ์ใหม่

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2568 สำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพสหราชอาณาจักร (UKHSA) รายงานผู้ป่วยฝีดาษลิง สายพันธุ์ Clade Ib ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษ ซึ่งได้รับการวินิจฉัยในเดือนมีนาคม สิ่งที่ทำให้กรณีนี้แตกต่างคือ ผู้ป่วยไม่มีประวัติเดินทางต่างประเทศ และ ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยที่ยืนยันแล้วก่อนหน้า เจ้าหน้าที่ยังคงสอบสวนว่าติดเชื้อมาได้อย่างไร ผู้อำนวยการเหตุการณ์ฝีดาษลิงของ UKHSA ระบุว่า ความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปยังคงต่ำ

บทเรียนสำคัญ: อย่าคัดกรองด้วยประวัติเดินทางเพียงอย่างเดียว

หลายคลินิกคัดกรองโรคติดต่อด้วยคำถามว่า "เพิ่งกลับจากต่างประเทศไหม" แต่กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยอาจไม่มีประวัติเดินทางเลย เคาน์เตอร์คลินิกทั่วไปจึงควรเน้นคัดกรองจาก อาการ ด้วย จุดที่ควรดูแลคือ:

  • เคาน์เตอร์ลงทะเบียน ที่ผู้ป่วยทุกคนต้องผ่าน
  • แบบฟอร์มคัดกรอง ที่ควรถามถึงผื่น ตุ่ม และไข้
  • พื้นที่นั่งรอ ที่ผู้ป่วยหลายโรคนั่งใกล้กัน
  • ปากกา แท็บเล็ต และเครื่องรับบัตรคิว ที่ใช้ร่วมกัน
  • ห้องตรวจและเตียงตรวจ ที่มีผู้ป่วยหมุนเวียนตลอดวัน

ฝีดาษลิงติดต่ออย่างไร

ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ฝีดาษลิงติดต่อหลักผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผิวหนังหรือแผลของผู้ติดเชื้อ และอาจติดผ่านสิ่งของที่ปนเปื้อน เช่น เสื้อผ้า เครื่องนอน และผ้าขนหนู เชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม (enveloped virus) ซึ่งสามารถทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม

แนวทางคัดกรองที่เคาน์เตอร์คลินิก

  1. เพิ่มคำถามเรื่องผื่น ตุ่ม และไข้ ในแบบฟอร์มคัดกรอง ไม่ใช่ถามแค่ประวัติเดินทาง
  2. แยกผู้มีผื่นหรือตุ่มน่าสงสัย ไปรอในห้องแยกหรือมุมที่จัดไว้
  3. ให้ผู้ป่วยปิดแผลและสวมหน้ากาก ระหว่างรอตรวจ
  4. เจ้าหน้าที่ใส่ถุงมือและหน้ากาก เมื่อต้องสัมผัสผู้ป่วยหรือเอกสาร
  5. เช็ดเคาน์เตอร์ ปากกา แท็บเล็ต และเก้าอี้ หลายครั้งต่อวัน
  6. เช็ดเตียงตรวจหลังผู้ป่วยทุกคน และพ่นฆ่าเชื้อคลินิกตามรอบ
  7. ประสานสายด่วน 1422 เมื่อพบผู้ป่วยสงสัย

ทำไมการพ่นฆ่าเชื้อแบบ ULV จึงช่วยได้

บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection ใช้เครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่ทำให้น้ำยาเป็นละอองขนาดเล็ก ลอยไปเกาะได้ทั่วพื้นที่ รวมถึงซอกมุม ผ้าม่าน เบาะ และพื้นผิวที่เช็ดด้วยมือได้ไม่ทั่ว

  • ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ไม่ต้องพึ่งการเช็ดทีละจุด
  • กลับมาใช้พื้นที่ได้เร็ว โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีหลังพ่น
  • ทีมงานสวมชุดป้องกันครบ ผู้ประกอบการและพนักงานไม่ต้องเสี่ยงทำเอง
  • มีรายงานและภาพถ่ายหลังงาน ใช้ยืนยันกับลูกค้า ผู้บริหาร หรือหน่วยงานได้
  • มีใบกำกับภาษีและหัก ณ ที่จ่าย 3% สำหรับนิติบุคคลและหน่วยงาน
  • ประสบการณ์มากกว่า 5 ปี ทั้งโรงพยาบาล สำนักงาน โรงแรม และอาคารสาธารณะ

น้ำยาที่ใช้: Chemgene HLD4H

ทีมงานใช้ Chemgene HLD4H ซึ่งตามข้อมูลบนหน้าสินค้าของ WHD ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับการทำลายไวรัส ใช้ในโรงพยาบาลของ NHS ประเทศอังกฤษ และได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัยมหิดล เราไม่กล่าวอ้างว่า Chemgene ผ่านการทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ซึ่งถูกทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม เมื่อใช้ตามความเข้มข้นและเวลาสัมผัสที่ผู้ผลิตกำหนด

  • ไม่มีกลิ่นฉุนแบบสารฟอกขาว
  • ใช้ได้กับพื้นผิวหลากหลาย ทั้งโต๊ะ เคาน์เตอร์ ลูกบิด และอุปกรณ์
  • ซื้อไว้ใช้เองเพื่อเช็ดจุดสัมผัสบ่อยในทุกวันได้

10 เหตุผลที่คลินิกทั่วไปควรมีแผนฆ่าเชื้อ

  1. ผู้ป่วยอาจไม่มีประวัติเดินทางให้สงสัย
  2. ผู้ป่วยหลายโรคนั่งรอใกล้กัน
  3. ปกป้องพนักงานเคาน์เตอร์และพยาบาล
  4. ปกป้องผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง
  5. สร้างความน่าเชื่อถือให้คลินิก
  6. ป้องกันไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 ไปพร้อมกัน
  7. พ่นหลังปิดคลินิกได้โดยไม่กระทบการบริการ
  8. ไม่ทำลายอุปกรณ์การแพทย์
  9. ใช้พื้นที่ได้อีกครั้งหลังพ่นประมาณ 30 นาที
  10. มีใบกำกับภาษีและหัก ณ ที่จ่าย 3%

ก่อนและหลัง

ก่อน: เคาน์เตอร์ถามแค่ประวัติเดินทาง ผู้ป่วยที่มีผื่นนั่งรอปะปนกับผู้ป่วยคนอื่น และปากกาไม่เคยถูกเช็ด
หลัง: เคาน์เตอร์คัดกรองจากอาการ แยกผู้มีผื่นน่าสงสัย เช็ดจุดสัมผัสด้วย Chemgene HLD4H และพ่นฆ่าเชื้อคลินิกตามรอบ

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ถ้าไม่เคยเดินทางจะติดฝีดาษลิงได้ไหม? ตอบ: ได้ กรณีอังกฤษปี 2568 ผู้ป่วยไม่มีประวัติเดินทางต่างประเทศ แต่ UKHSA ยังประเมินว่าความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปต่ำ ถาม: คลินิกควรถามคำถามอะไรตอนคัดกรอง? ตอบ: ถามถึงอาการผื่น ตุ่ม แผล และไข้ ควบคู่กับประวัติการเดินทางและการสัมผัสผู้ป่วย ถาม: Chemgene HLD4H ฆ่าเชื้อฝีดาษลิงได้ไหม? ตอบ: ไม่ได้อ้างว่าทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับไวรัส และเชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ถาม: คลินิกหลายสาขาขอใบเสนอราคาได้ไหม? ตอบ: ได้ โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ป้องกันด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อและ Chemgene HLD4H

เรื่องจริงจากอังกฤษแสดงให้เห็นว่าการคัดกรองต้องดูที่อาการ ไม่ใช่แค่ประวัติเดินทาง คลินิกที่ดูแลความสะอาดอย่างเป็นระบบช่วยปกป้องทั้งผู้ป่วยและบุคลากร ป้องกันได้ด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection สำหรับคลินิกทั่วไป และน้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H สำหรับเช็ดเคาน์เตอร์และเตียงตรวจระหว่างวัน

คำค้นหา: ฝีดาษลิง คลินิก, คัดกรองฝีดาษลิง, Clade Ib, ฆ่าเชื้อคลินิก, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้