เรื่องจริงจากมาลาวีปี 2568 หยุดฝีดาษลิงได้ด้วยทีมเคลื่อนที่ลงตลาดและหมู่บ้าน ผู้ติดเชื้อใหม่ลดลงเกือบ 90% บทเรียนสำหรับผู้นำชุมชนและ อสม.

Last updated: 7 พ.ย. 2569  |  18 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เรื่องจริงจากมาลาวีปี 2568 หยุดฝีดาษลิงได้ด้วยทีมเคลื่อนที่ลงตลาดและหมู่บ้าน ผู้ติดเชื้อใหม่ลดลงเกือบ 90% บทเรียนสำหรับผู้นำชุมชนและ อสม.

เรื่องจริงจากมาลาวีปี 2568 หยุดฝีดาษลิงได้ด้วยทีมเคลื่อนที่ลงตลาดและหมู่บ้าน ผู้ติดเชื้อใหม่ลดลงเกือบ 90% บทเรียนสำหรับผู้นำชุมชนและ อสม.

เรื่องจริง: ประเทศที่หยุดการระบาดด้วยการลงพื้นที่ถึงชุมชน

องค์การอนามัยโลกภูมิภาคแอฟริการายงานว่าฝีดาษลิงพบครั้งแรกในมาลาวีเมื่อ เมษายน 2568 ก่อนเริ่มฉีดวัคซีน มีผู้ป่วยยืนยัน 147 ราย และเสียชีวิต 1 ราย เมื่อเดือนตุลาคม 2568 มาลาวีเริ่มรณรงค์ฉีดวัคซีนให้บุคลากรสาธารณสุข ผู้สัมผัสผู้ป่วย และกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ระบาดสูง จุดเด่นคือ ทีมเคลื่อนที่ลงไปถึงตลาด จุดระบาดในเมือง และหมู่บ้านห่างไกล ควบคู่กับจุดฉีดถาวรและชั่วคราว ฉีดไปทั้งหมด 33,605 โดส หลังเริ่มรณรงค์ ผู้ติดเชื้อใหม่ลดลงเกือบ 90% ผู้สัมผัสทั้ง 1,412 คน ได้รับการติดตามครบถ้วน และเมื่อถึงเดือนธันวาคมเหลือผู้ป่วยที่ยังมีอาการเพียง 3 ราย

บทเรียนสำคัญ: การควบคุมโรคต้องเข้าถึงชุมชน

ความสำเร็จของมาลาวีแสดงให้เห็นว่าการควบคุมโรคไม่ได้เกิดที่โรงพยาบาลเท่านั้น แต่ต้องลงไปถึงที่ที่คนอยู่จริง ในไทย ผู้นำชุมชนและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นกำลังสำคัญในการดูแลพื้นที่ส่วนรวม เช่น:

  • ศาลากลางบ้านและศูนย์ชุมชน ที่ใช้ประชุมและทำกิจกรรม
  • ตลาดนัดและตลาดสดชุมชน ที่มีคนจากหลายหมู่บ้าน
  • วัดและศาสนสถาน ที่มีงานบุญและคนมารวมตัว
  • ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนในชุมชน
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่เป็นจุดแรกที่พบผู้ป่วย

ฝีดาษลิงติดต่ออย่างไร

ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ฝีดาษลิงติดต่อหลักผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผิวหนังหรือแผลของผู้ติดเชื้อ และอาจติดผ่านสิ่งของที่ปนเปื้อน เช่น เสื้อผ้า เครื่องนอน และผ้าขนหนู เชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม (enveloped virus) ซึ่งสามารถทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม

แนวทางสำหรับผู้นำชุมชนและ อสม.

  1. ให้ความรู้ชาวบ้าน เรื่องอาการและการติดต่อ ด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายและไม่ตีตรา
  2. แนะนำให้ผู้มีอาการน่าสงสัยไป รพ.สต. หรือโทรสายด่วน 1422
  3. ช่วยหน่วยงานสาธารณสุขติดตามผู้สัมผัส อย่างเคารพความเป็นส่วนตัว
  4. ติดตั้งจุดล้างมือ ที่ศาลากลางบ้าน ตลาดนัด และวัด
  5. เช็ดจุดสัมผัสร่วม เช่น โต๊ะ เก้าอี้ และห้องน้ำก่อนและหลังกิจกรรม
  6. พ่นฆ่าเชื้อศาลากลางบ้านและศูนย์ชุมชน ตามรอบและหลังงานใหญ่
  7. ใช้ไลน์กลุ่มหมู่บ้านและหอกระจายข่าว เพื่อสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องจากกรมควบคุมโรค

ทำไมการพ่นฆ่าเชื้อแบบ ULV จึงช่วยได้

บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection ใช้เครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่ทำให้น้ำยาเป็นละอองขนาดเล็ก ลอยไปเกาะได้ทั่วพื้นที่ รวมถึงซอกมุม ผ้าม่าน เบาะ และพื้นผิวที่เช็ดด้วยมือได้ไม่ทั่ว

  • ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ไม่ต้องพึ่งการเช็ดทีละจุด
  • กลับมาใช้พื้นที่ได้เร็ว โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีหลังพ่น
  • ทีมงานสวมชุดป้องกันครบ ผู้ประกอบการและพนักงานไม่ต้องเสี่ยงทำเอง
  • มีรายงานและภาพถ่ายหลังงาน ใช้ยืนยันกับลูกค้า ผู้บริหาร หรือหน่วยงานได้
  • มีใบกำกับภาษีและหัก ณ ที่จ่าย 3% สำหรับนิติบุคคลและหน่วยงาน
  • ประสบการณ์มากกว่า 5 ปี ทั้งโรงพยาบาล สำนักงาน โรงแรม และอาคารสาธารณะ

น้ำยาที่ใช้: Chemgene HLD4H

ทีมงานใช้ Chemgene HLD4H ซึ่งตามข้อมูลบนหน้าสินค้าของ WHD ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับการทำลายไวรัส ใช้ในโรงพยาบาลของ NHS ประเทศอังกฤษ และได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัยมหิดล เราไม่กล่าวอ้างว่า Chemgene ผ่านการทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ซึ่งถูกทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม เมื่อใช้ตามความเข้มข้นและเวลาสัมผัสที่ผู้ผลิตกำหนด

  • ไม่มีกลิ่นฉุนแบบสารฟอกขาว
  • ใช้ได้กับพื้นผิวหลากหลาย ทั้งโต๊ะ เคาน์เตอร์ ลูกบิด และอุปกรณ์
  • ซื้อไว้ใช้เองเพื่อเช็ดจุดสัมผัสบ่อยในทุกวันได้

10 เหตุผลที่ชุมชนควรมีแผนฆ่าเชื้อพื้นที่ส่วนรวม

  1. ความสำเร็จของมาลาวีมาจากการลงถึงชุมชน
  2. ศาลาและตลาดมีคนจากหลายหมู่บ้านมารวมตัว
  3. ปกป้องผู้สูงอายุและเด็กในชุมชน
  4. ปกป้อง อสม. และเจ้าหน้าที่ รพ.สต.
  5. ป้องกันโรคอื่น ๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่และโรคมือเท้าปาก
  6. สร้างความเชื่อมั่นให้ชาวบ้านก่อนการรวมตัว
  7. พ่นได้ทั่วศาลาและอาคารส่วนกลาง
  8. ไม่ทำลายเก้าอี้ โต๊ะ และเครื่องเสียง
  9. ใช้พื้นที่ได้อีกครั้งหลังพ่นประมาณ 30 นาที
  10. มีใบกำกับภาษีและหัก ณ ที่จ่าย 3% สำหรับ อบต. และหน่วยงานท้องถิ่น

ก่อนและหลัง

ก่อน: ชุมชนไม่มีข้อมูลเรื่องฝีดาษลิง มีข่าวลือผิด ๆ และศาลากลางบ้านไม่เคยถูกฆ่าเชื้อหลังงานใหญ่
หลัง: อสม. สื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง ช่วยติดตามผู้สัมผัส เช็ดจุดสัมผัสด้วย Chemgene HLD4H และพ่นฆ่าเชื้อศาลากลางบ้านตามรอบ

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: มาลาวีลดผู้ติดเชื้อได้อย่างไร? ตอบ: ด้วยการฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยง ส่งทีมเคลื่อนที่ลงตลาดและหมู่บ้าน และติดตามผู้สัมผัสครบทุกคน ตามรายงานของ WHO แอฟริกา ถาม: อสม. ช่วยป้องกันฝีดาษลิงได้อย่างไร? ตอบ: ให้ความรู้ที่ถูกต้อง แนะนำผู้มีอาการไปพบแพทย์ และช่วยดูแลความสะอาดพื้นที่ส่วนรวม ถาม: Chemgene HLD4H ฆ่าเชื้อฝีดาษลิงได้ไหม? ตอบ: ไม่ได้อ้างว่าทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับไวรัส และเชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ถาม: อบต. ขอใบเสนอราคาพ่นฆ่าเชื้อได้ไหม? ตอบ: ได้ โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ป้องกันด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อและ Chemgene HLD4H

เรื่องจริงจากมาลาวีแสดงให้เห็นว่าการควบคุมโรคที่ได้ผลต้องลงไปถึงชุมชน ผู้นำชุมชนและ อสม. จึงเป็นกำลังสำคัญในการดูแลพื้นที่ส่วนรวมให้ปลอดภัย ป้องกันได้ด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection สำหรับศาลากลางบ้าน ตลาด และศูนย์ชุมชน และน้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H สำหรับเช็ดจุดสัมผัสร่วม

คำค้นหา: ฝีดาษลิง ชุมชน, อสม. ฝีดาษลิง, ฆ่าเชื้อศาลากลางบ้าน, ฆ่าเชื้อตลาด, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้