เรื่องจริงจากคองโก งานวิจัย UCLA ปี 2553 พบฝีดาษลิงเพิ่มขึ้น 20 เท่าหลังหยุดปลูกฝี บทเรียนสำหรับมหาวิทยาลัยและคนรุ่นใหม่

Last updated: 7 พ.ย. 2569  |  15 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เรื่องจริงจากคองโก งานวิจัย UCLA ปี 2553 พบฝีดาษลิงเพิ่มขึ้น 20 เท่าหลังหยุดปลูกฝี บทเรียนสำหรับมหาวิทยาลัยและคนรุ่นใหม่

เรื่องจริงจากคองโก งานวิจัย UCLA ปี 2553 พบฝีดาษลิงเพิ่มขึ้น 20 เท่าหลังหยุดปลูกฝี บทเรียนสำหรับมหาวิทยาลัยและคนรุ่นใหม่

เรื่องจริง: เมื่อโลกหยุดปลูกฝี ฝีดาษลิงก็เพิ่มขึ้น

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2553 นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย UCLA นำโดย Anne Rimoin เผยผลการศึกษาในวารสาร PNAS ที่เฝ้าระวังโรคใน 9 เขตสุขภาพกลางสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกช่วงปี 2549-2550 และเทียบกับข้อมูลในพื้นที่คล้ายกันช่วงปี 2524-2529 ผลพบว่า ฝีดาษลิงในคนเพิ่มขึ้นประมาณ 20 เท่า นับตั้งแต่การปลูกฝีหยุดลงในปี 2523 นักวิจัยอธิบายว่าวัคซีนฝีเคยให้ ภูมิคุ้มกันข้ามชนิด (cross-protection) ต่อฝีดาษลิง เมื่อเลิกปลูกฝี คนที่ไม่เคยได้รับวัคซีนก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามกาลเวลา

บทเรียนสำคัญ: คนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ไม่เคยปลูกฝี

องค์การอนามัยโลกประกาศกำจัดไข้ทรพิษได้สำเร็จในปี 2523 หลังจากนั้นการปลูกฝีตามปกติก็หยุดลงในหลายประเทศ คนรุ่นใหม่จำนวนมากจึงไม่เคยได้รับวัคซีนฝี สถานที่ที่คนรุ่นใหม่อยู่รวมกันมาก ๆ จึงควรใส่ใจเรื่องความสะอาด เช่น:

  • มหาวิทยาลัยและวิทยาลัย ที่มีนักศึกษานับหมื่นคน
  • หอพักนักศึกษา ที่ใช้ห้องน้ำและห้องซักผ้าร่วมกัน
  • ห้องสมุดและโค้วอร์กกิ้งสเปซ ที่มีโต๊ะ เก้าอี้และคีย์บอร์ดใช้ร่วมกัน
  • สนามกีฬาและห้องเปลี่ยนเสื้อ ที่มีการสัมผัสใกล้ชิด
  • งานรับน้องและกิจกรรมค่าย ที่นักศึกษาอยู่รวมกันหลายวัน

ฝีดาษลิงติดต่ออย่างไร

ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ฝีดาษลิงติดต่อหลักผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผิวหนังหรือแผลของผู้ติดเชื้อ และอาจติดผ่านสิ่งของที่ปนเปื้อน เช่น เสื้อผ้า เครื่องนอน และผ้าขนหนู เชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม (enveloped virus) ซึ่งสามารถทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม

แนวทางสำหรับมหาวิทยาลัยและหอพัก

  1. ให้ความรู้นักศึกษา เรื่องอาการและการติดต่อ โดยไม่ตีตรากลุ่มใด
  2. มีช่องทางแจ้งอาการอย่างเป็นความลับ ผ่านหน่วยพยาบาลมหาวิทยาลัย
  3. เตรียมห้องแยกตัว สำหรับนักศึกษาหอพักที่ต้องแยกตัวตามคำแนะนำของแพทย์
  4. เช็ดจุดสัมผัสร่วม เช่น โต๊ะห้องสมุด คีย์บอร์ด ลูกบิดประตู และห้องน้ำหอพัก
  5. ทำความสะอาดห้องเปลี่ยนเสื้อและอุปกรณ์กีฬา ทุกวัน
  6. พ่นฆ่าเชื้อหอพักและอาคารเรียน ตามรอบช่วงปิดเทอมและหลังมีผู้ป่วย
  7. ประสานสายด่วน 1422 และหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่

ทำไมการพ่นฆ่าเชื้อแบบ ULV จึงช่วยได้

บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection ใช้เครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่ทำให้น้ำยาเป็นละอองขนาดเล็ก ลอยไปเกาะได้ทั่วพื้นที่ รวมถึงซอกมุม ผ้าม่าน เบาะ และพื้นผิวที่เช็ดด้วยมือได้ไม่ทั่ว

  • ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ไม่ต้องพึ่งการเช็ดทีละจุด
  • กลับมาใช้พื้นที่ได้เร็ว โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีหลังพ่น
  • ทีมงานสวมชุดป้องกันครบ ผู้ประกอบการและพนักงานไม่ต้องเสี่ยงทำเอง
  • มีรายงานและภาพถ่ายหลังงาน ใช้ยืนยันกับลูกค้า ผู้บริหาร หรือหน่วยงานได้
  • มีใบกำกับภาษีและหัก ณ ที่จ่าย 3% สำหรับนิติบุคคลและหน่วยงาน
  • ประสบการณ์มากกว่า 5 ปี ทั้งโรงพยาบาล สำนักงาน โรงแรม และอาคารสาธารณะ

น้ำยาที่ใช้: Chemgene HLD4H

ทีมงานใช้ Chemgene HLD4H ซึ่งตามข้อมูลบนหน้าสินค้าของ WHD ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับการทำลายไวรัส ใช้ในโรงพยาบาลของ NHS ประเทศอังกฤษ และได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัยมหิดล เราไม่กล่าวอ้างว่า Chemgene ผ่านการทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ซึ่งถูกทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม เมื่อใช้ตามความเข้มข้นและเวลาสัมผัสที่ผู้ผลิตกำหนด

  • ไม่มีกลิ่นฉุนแบบสารฟอกขาว
  • ใช้ได้กับพื้นผิวหลากหลาย ทั้งโต๊ะ เคาน์เตอร์ ลูกบิด และอุปกรณ์
  • ซื้อไว้ใช้เองเพื่อเช็ดจุดสัมผัสบ่อยในทุกวันได้

10 เหตุผลที่มหาวิทยาลัยควรมีแผนฆ่าเชื้อ

  1. คนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ไม่เคยปลูกฝี
  2. นักศึกษาอยู่รวมกันหนาแน่นในหอพัก
  3. มีห้องน้ำและห้องซักผ้าใช้ร่วมกัน
  4. ปกป้องอาจารย์และบุคลากร
  5. สร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครอง
  6. ป้องกันไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 ไปพร้อมกัน
  7. พ่นช่วงปิดเทอมได้โดยไม่กระทบการเรียน
  8. ไม่ทำลายอุปกรณ์การเรียนและคอมพิวเตอร์
  9. ใช้พื้นที่ได้อีกครั้งหลังพ่นประมาณ 30 นาที
  10. มีใบกำกับภาษีและหัก ณ ที่จ่าย 3% สำหรับสถาบันการศึกษา

ก่อนและหลัง

ก่อน: หอพักนักศึกษาทำความสะอาดห้องน้ำรวมวันละครั้ง และไม่มีแผนรับมือเมื่อมีนักศึกษามีผื่นน่าสงสัย
หลัง: มหาวิทยาลัยมีช่องทางแจ้งอาการอย่างเป็นความลับ เช็ดจุดสัมผัสด้วย Chemgene HLD4H และพ่นฆ่าเชื้อหอพักและอาคารเรียนตามรอบ

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ทำไมคนรุ่นใหม่จึงเสี่ยงมากกว่า? ตอบ: เพราะส่วนใหญ่ไม่เคยได้รับวัคซีนฝีที่เคยให้ภูมิคุ้มกันข้ามชนิด ตามคำอธิบายของนักวิจัย UCLA ถาม: ควรไปฉีดวัคซีนไหม? ตอบ: ควรปรึกษาแพทย์ วัคซีนส่วนใหญ่แนะนำสำหรับกลุ่มเสี่ยงตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข ถาม: Chemgene HLD4H ฆ่าเชื้อฝีดาษลิงได้ไหม? ตอบ: ไม่ได้อ้างว่าทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับไวรัส และเชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ถาม: มหาวิทยาลัยที่มีหลายอาคารขอใบเสนอราคาได้ไหม? ตอบ: ได้ โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ป้องกันด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อและ Chemgene HLD4H

งานวิจัยจาก UCLA ชี้ให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่ไม่มีภูมิคุ้มกันจากการปลูกฝีเหมือนคนรุ่นก่อน สถานศึกษาที่ดูแลความสะอาดอย่างเป็นระบบจะช่วยปกป้องนักศึกษาได้ดีกว่า ป้องกันได้ด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection สำหรับมหาวิทยาลัยและหอพัก และน้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H สำหรับเช็ดจุดสัมผัสร่วมทุกวัน

คำค้นหา: ฝีดาษลิง คนรุ่นใหม่, ฝีดาษลิง ปลูกฝี, ฆ่าเชื้อมหาวิทยาลัย, ฆ่าเชื้อหอพักนักศึกษา, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้