เรื่องจริงปี 2546 แพรรีด็อกในร้านสัตว์เลี้ยงทำให้คนอเมริกันป่วยฝีดาษลิง 47 ราย บทเรียนสำหรับร้านสัตว์เลี้ยง ฟาร์ม และคลินิกสัตว์
เรื่องจริงจากสหรัฐอเมริกา ปี 2546
ฤดูใบไม้ผลิปี 2546 สหรัฐอเมริกาพบการระบาดของฝีดาษลิง (Mpox) ครั้งแรกนอกทวีปแอฟริกา และต้นเหตุไม่ได้มาจากคนที่เดินทาง แต่มาจาก สัตว์เลี้ยงในร้านค้า
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (US CDC) สรุปเหตุการณ์ไว้ดังนี้ ที่มา: US CDC
- มีการนำเข้า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กประมาณ 800 ตัว 9 ชนิด รวมถึงสัตว์ฟันแทะ 6 ชนิด จากประเทศกานาเข้ามาที่รัฐเท็กซัส
- สัตว์ที่ติดเชื้อบางตัวถูกเลี้ยงไว้ใกล้กับ แพรรีด็อก ที่ร้านขายสัตว์แห่งหนึ่งในรัฐอิลลินอยส์
- แพรรีด็อกถูก ขายเป็นสัตว์เลี้ยงก่อนที่จะแสดงอาการป่วย
- เกิดผู้ป่วยยืนยันและผู้ป่วยน่าจะเป็น 47 ราย ใน 6 รัฐ ได้แก่ อิลลินอยส์ อินดีแอนา แคนซัส มิสซูรี โอไฮโอ และวิสคอนซิน
- ไม่พบการติดเชื้อที่เกิดจากการติดต่อระหว่างคนเพียงอย่างเดียว
หน่วยงานสหรัฐฯ ตอบสนองด้วยการติดตามสัตว์ที่อาจติดเชื้อ ติดตามผู้สัมผัส ออกคำแนะนำสำหรับสัตวแพทย์และผู้ดูแลสัตว์ และ ห้ามนำเข้า ขนส่งข้ามรัฐ ขาย และปล่อยสัตว์ฟันแทะบางชนิด ซึ่งข้อห้ามนำเข้าสัตว์ฟันแทะจากแอฟริกายังมีผลจนถึงปัจจุบัน
ประเด็นสำคัญ: เชื้อไม่ได้แพร่จากสัตว์นำเข้าสู่คนโดยตรงเท่านั้น แต่แพร่ข้ามกรงไปยังสัตว์ตัวอื่นที่เลี้ยงอยู่ใกล้กันในร้าน แล้วจึงไปถึงบ้านของลูกค้า
ทำไมเรื่องนี้ยังสำคัญในวันนี้
ฝีดาษลิงเป็นโรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่คนได้ ชื่อเดิมของโรคมาจากการพบครั้งแรกในลิงทดลอง แต่สัตว์ที่เป็นแหล่งรังโรคในธรรมชาติส่วนใหญ่คือสัตว์ฟันแทะ
ประเทศไทยมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์จำนวนมาก ทั้งร้านขายสัตว์เลี้ยง ตลาดสัตว์ ฟาร์มเพาะพันธุ์สัตว์แปลก คาเฟ่สัตว์ คลินิกและโรงพยาบาลสัตว์ และสวนสัตว์ ขณะเดียวกัน กรมควบคุมโรครายงานว่าปี 2569 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม ไทยพบผู้ป่วยฝีดาษวานรสะสม 470 ราย เสียชีวิต 3 ราย ที่มา: Hfocus 3 พ.ย. 2569
ผู้ป่วยในไทยส่วนใหญ่ติดจากคนสู่คน แต่เหตุการณ์ปี 2546 แสดงให้เห็นว่าเส้นทางจากสัตว์ก็เกิดขึ้นได้จริง โดยเฉพาะเมื่อสัตว์หลายชนิดจากหลายแหล่งถูกเลี้ยงรวมกัน
จุดเสี่ยงในธุรกิจที่เกี่ยวกับสัตว์
- กรงและคอกที่วางติดกัน สัตว์ใหม่และสัตว์เดิมอยู่ใกล้กัน
- ที่รองกรง ขี้เลื่อย และวัสดุรองนอน
- ชามอาหาร ขวดน้ำ และอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกันหลายกรง
- มือของพนักงาน ที่จับสัตว์หลายตัวต่อเนื่อง
- โต๊ะตรวจในคลินิกสัตว์ และกรงพักฟื้น
- พื้นที่ให้ลูกค้าสัมผัสสัตว์ ในคาเฟ่และร้านค้า
- รถขนส่งสัตว์
ความเสียหายที่ธุรกิจอาจเจอ
- ลูกค้าและครอบครัวป่วย หลังซื้อหรือสัมผัสสัตว์
- การสั่งห้ามขายหรือห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ เหมือนที่สหรัฐฯ ทำในปี 2546
- ต้องกักหรือทำลายสัตว์ ที่อาจติดเชื้อ
- ชื่อเสียงเสียหาย ในชุมชนผู้เลี้ยงสัตว์ ซึ่งสื่อสารกันเร็วมากบนโซเชียล
- พนักงานเสี่ยงติดเชื้อ จากการทำงาน
วิธีที่หลายร้านทำ แต่ไม่พอ
- ล้างกรงด้วยน้ำเปล่า แล้วใช้ต่อทันที
- ใช้ผ้าผืนเดียวเช็ดหลายกรง
- นำสัตว์ใหม่เข้ามาเลี้ยงรวมทันที โดยไม่มีช่วงกักแยก
- ไม่มีจุดล้างมือ ระหว่างการจับสัตว์แต่ละตัว
- กวาดขี้เลื่อยและวัสดุรองกรงแบบแห้ง ทำให้ฝุ่นฟุ้ง ซึ่ง US CDC แนะนำให้หลีกเลี่ยงการทำความสะอาดแบบแห้งในพื้นที่ที่อาจปนเปื้อน ที่มา: US CDC
แนวทางปฏิบัติสำหรับร้านสัตว์ ฟาร์ม และคลินิกสัตว์
- ซื้อสัตว์จากแหล่งที่ถูกกฎหมาย และมีเอกสารการนำเข้าและสุขภาพสัตว์ ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกรมปศุสัตว์และกรมอุทยานแห่งชาติฯ สำหรับสัตว์ป่า
- กักแยกสัตว์ใหม่ ในพื้นที่แยกก่อนนำเข้าร่วมกับสัตว์อื่น
- ไม่วางกรงสัตว์ต่างแหล่งติดกัน
- พนักงานสวมถุงมือ เมื่อจับสัตว์ ทำความสะอาดกรง หรือจัดการสัตว์ป่วย และล้างมือทุกครั้ง
- แยกอุปกรณ์ต่อกรง ชามอาหาร ขวดน้ำ และแปรง
- ทำความสะอาดแบบเปียก แล้วฆ่าเชื้อกรง พื้น และโต๊ะ ด้วยน้ำยาที่ระบุว่าฆ่าไวรัส ตามเวลาสัมผัสบนฉลาก และล้างออกก่อนให้สัตว์กลับเข้ากรงถ้าฉลากกำหนด
- แจ้งสัตวแพทย์ทันที เมื่อพบสัตว์มีตุ่ม แผล น้ำมูก หรือซึม
- พ่นฆ่าเชื้อทั้งร้านตามรอบ ในช่วงที่ย้ายสัตว์ออกจากพื้นที่ได้
ป้องกันได้ด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อและน้ำยา Chemgene HLD4H
ไวรัสฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ซึ่งน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสมสามารถทำลายได้ เมื่อใช้ถูกวิธีและได้เวลาสัมผัสครบ
World Health Disinfection มีทางเลือกให้ธุรกิจที่เกี่ยวกับสัตว์สองทาง
1. บริการพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมมืออาชีพ ใช้เครื่อง ULV พ่นละอองฝอยละเอียดทั่วพื้นที่ ตามขั้นตอนบริการรอประมาณ 30 นาทีหลังพ่นก็กลับมาใช้พื้นที่ได้ และหน้าบริการระบุว่าปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยงเมื่อปฏิบัติตามขั้นตอน ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ
2. น้ำยา CHEMGENE HLD4H สำหรับใช้เองทุกวัน น้ำยาฆ่าเชื้อสูตรเข้มข้นนำเข้าจากสหราชอาณาจักร ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์อ้างอิงผลทดสอบมาตรฐานยุโรป EN 14476 สำหรับการฆ่าไวรัส เหมาะสำหรับเช็ดกรง โต๊ะตรวจ และอุปกรณ์ระหว่างวัน ดูน้ำยา Chemgene HLD4H
10 เหตุผลที่ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลือก WHD
- ใช้ได้ทั้งพ่นทั้งพื้นที่และเช็ดเฉพาะจุด ครบในแบรนด์เดียว
- น้ำยามาตรฐานยุโรป อ้างอิง EN 14476 ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
- ละอองฝอย ULV เข้าถึงซอกกรงและชั้นวาง
- กลับมาใช้พื้นที่ได้เร็ว รอประมาณ 30 นาทีหลังพ่น
- เหมาะกับคลินิกและโรงพยาบาลสัตว์ ทั้งห้องตรวจและกรงพักฟื้น
- ช่วยลดความเสี่ยงของพนักงาน ที่สัมผัสสัตว์ทุกวัน
- ใช้กับพื้นที่กักแยกสัตว์ใหม่
- สร้างความมั่นใจให้ลูกค้า ที่พาสัตว์มาหรือซื้อสัตว์
- มีใบกำกับภาษี สำหรับนิติบุคคล
- ทีมงานมีประสบการณ์มากกว่า 5 ปี
ก่อนและหลัง
ก่อน
- กรงสัตว์ใหม่และสัตว์เดิมวางติดกัน
- ล้างกรงด้วยน้ำเปล่า
- พนักงานจับสัตว์หลายตัวโดยไม่ล้างมือ
- ไม่มีแผนเมื่อพบสัตว์ป่วย
หลัง
- มีพื้นที่กักแยกสัตว์ใหม่
- กรงและอุปกรณ์ผ่านการฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H ตามเวลาสัมผัส
- ร้านผ่านการพ่นฆ่าเชื้อตามรอบ
- พนักงานและลูกค้ามั่นใจ
คำถามที่พบบ่อย
สัตว์เลี้ยงในบ้านติดฝีดาษลิงได้ไหม เหตุการณ์ปี 2546 แสดงว่าสัตว์ฟันแทะบางชนิดติดเชื้อได้ หากสัตว์มีตุ่มหรือแผลผิดปกติ ควรพาไปพบสัตวแพทย์
ถ้าเจ้าของสัตว์ป่วยเป็นฝีดาษลิง ต้องทำอย่างไร ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยงระหว่างที่มีแผล และขอคำแนะนำจากแพทย์และสัตวแพทย์
น้ำยาเป็นอันตรายต่อสัตว์ไหม ใช้ตามฉลาก ย้ายสัตว์ออกระหว่างพ่น และล้างหรือเช็ดพื้นผิวที่สัตว์เลียหรือกินอาหารตามคำแนะนำ
ควรพ่นบ่อยแค่ไหน ร้านที่รับสัตว์ใหม่บ่อยควรมีรอบประจำ และพ่นทุกครั้งที่มีสัตว์ป่วย
แหล่งข้อมูลและลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
บทเรียนจาก 23 ปีก่อน ที่ยังใช้ได้ในวันนี้
เหตุการณ์แพรรีด็อกในปี 2546 แสดงให้เห็นว่าเชื้อเดินทางจากสัตว์นำเข้า ข้ามกรงในร้านค้า ไปถึงบ้านของลูกค้าได้ ธุรกิจที่เกี่ยวกับสัตว์ที่มีการกักแยก การทำความสะอาด และการฆ่าเชื้อที่ถูกวิธี จะปกป้องได้ทั้งสัตว์ พนักงาน และลูกค้า
ป้องกันได้ด้วย บริการพ่นฆ่าเชื้อ จาก World Health Disinfection และ น้ำยา Chemgene HLD4H สำหรับการเช็ดฆ่าเชื้อทุกวัน
โทร 065-556-6294 หรือแอด LINE @whd268 เพื่อขอใบเสนอราคา
คำค้นหา: ฝีดาษลิง สัตว์เลี้ยง, ฝีดาษวานร, Mpox, ฆ่าเชื้อร้านสัตว์เลี้ยง, น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, คลินิกสัตว์, ฟาร์มสัตว์