ย้อนดูผู้ป่วยฝีดาษวานรรายแรกของไทยที่ภูเก็ต ปี 2565 บทเรียนสำหรับโฮสเทล เกสต์เฮาส์ และที่พักแบบห้องรวมในเมืองท่องเที่ยว
ผู้ป่วยรายแรกของไทย ภูเก็ต กรกฎาคม 2565
วันที่ 22 กรกฎาคม 2565 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรคในขณะนั้น แถลงที่กระทรวงสาธารณสุขว่า พบผู้ป่วยสงสัยฝีดาษวานร (Mpox) เป็นชายชาวไนจีเรีย อายุ 27 ปี ที่จังหวัดภูเก็ต มีตุ่มน้ำที่ใบหน้า ลำตัว แขนขา และอวัยวะเพศ ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ
- ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันเชื้อ และเนื่องจากเป็นผู้ป่วยรายแรก จึงตรวจยืนยันจากห้องปฏิบัติการ 2 แห่ง ผลยืนยันขั้นสุดท้ายวันที่ 19 กรกฎาคม และประกาศอย่างเป็นทางการวันที่ 21 กรกฎาคม
- เป็นสายพันธุ์แอฟริกาตะวันตก ซึ่งความรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์แอฟริกากลาง
การติดตามผู้สัมผัส
- ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 2 คน เป็นเพื่อนของผู้ป่วย ไม่มีอาการ ผลตรวจเป็นลบ และเฝ้าระวัง 21 วัน
- เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ สถานบันเทิง 2 แห่ง ที่ผู้ป่วยไป พบผู้มีไข้หรือเจ็บคอ 6 คน ตรวจแล้วเป็นลบ 4 คน รอผล 2 คน และทุกคนได้รับการเฝ้าระวัง 21 วัน
ในการแถลงครั้งนั้น กรมควบคุมโรคประกาศให้ฝีดาษวานรเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังลำดับที่ 56 และขอให้ประชาชนไม่ตีตรากลุ่มเสี่ยง
ประเด็นสำคัญ: ผู้ป่วยรายแรกของไทยอยู่ในเมืองท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่ต้องติดตามผู้สัมผัสในหลายสถานที่ เมืองท่องเที่ยวจึงเป็นพื้นที่ที่ธุรกิจที่พักต้องเตรียมพร้อมเสมอ
ทำไมโฮสเทลต่างจากโรงแรมทั่วไป
โฮสเทลและที่พักแบบห้องรวม (dormitory) เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวแบ็กแพ็กเกอร์ในภูเก็ต กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และเกาะต่าง ๆ ลักษณะที่ต่างจากโรงแรมทั่วไปคือ
- คนแปลกหน้าหลายคนนอนในห้องเดียวกัน
- เตียงสองชั้นและผ้าม่านเตียงที่ใช้ต่อกัน
- ห้องน้ำและห้องอาบน้ำรวม
- ครัวรวม ใช้ภาชนะร่วมกัน
- ผ้าเช็ดตัวและผ้าปูที่บางแห่งให้เช่า
- ผู้เข้าพักเปลี่ยนเร็ว หลายคนพักเพียง 1–2 คืน
ลักษณะเหล่านี้ตรงกับช่องทางที่กรมควบคุมโรคระบุว่าเชื้อติดต่อได้ คือการสัมผัสใกล้ชิด และ ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า เครื่องนอน และภาชนะที่ใช้ร่วมกัน ที่มา: Hfocus 3 พ.ย. 2569
งานวิจัยจริงเรื่องเตียงและที่พักรวม
- รายงานของ US CDC จากเรือนจำ Cook County ชิคาโก ปี 2565 พบว่าหลังผู้ป่วยพักในเรือนนอนรวม 7 วัน และมีการทำความสะอาดแล้ว ยังพบสารพันธุกรรมของเชื้อที่ หัวเตียงของผู้ป่วย ในวันที่ 21 แม้เพาะเชื้อไม่ขึ้น ที่มา: US CDC MMWR
- งานวิจัยในวารสารของ US CDC พบว่าใน เครื่องนอน ผ้าเช็ดตัว และเสื้อผ้า ของที่พักผู้ป่วย ยังเพาะเชื้อที่มีชีวิตได้ 6 จาก 10 ตัวอย่าง แม้ผู้ป่วยออกไปแล้ว 15 วัน ที่มา: Emerging Infectious Diseases
ความเสี่ยงของธุรกิจโฮสเทล
- ผู้เข้าพักร่วมห้องจำนวนมากกลายเป็นผู้สัมผัส หากมีผู้ป่วย
- รีวิวบนแพลตฟอร์มจองที่พัก มีผลต่อยอดจองทันที
- พนักงานน้อย ทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึงในช่วงไฮซีซัน
- ผู้เข้าพักต่างชาติ อาจไม่รู้ช่องทางพบแพทย์ในไทย
แนวทางปฏิบัติสำหรับโฮสเทลและที่พักห้องรวม
- เปลี่ยนผ้าปู ปลอกหมอน และผ้าห่มทุกครั้งที่เปลี่ยนผู้เข้าพัก ใส่ถุงโดยไม่สะบัด ตามคำแนะนำของ US CDC ที่มา: US CDC
- เช็ดฆ่าเชื้อโครงเตียง ราวบันไดเตียง ผนังหัวเตียง และล็อกเกอร์ ทุกครั้งที่เปลี่ยนผู้เข้าพัก
- ห้องน้ำรวมฆ่าเชื้อหลายรอบต่อวัน ใช้วิธีเปียก
- ครัวรวม ล้างภาชนะด้วยน้ำร้อนและน้ำยาล้างจาน
- ผ้าม่านเตียงซักตามรอบ
- ป้ายหลายภาษา แนะนำให้ผู้ที่มีไข้หรือผื่นแจ้งพนักงาน และบอกช่องทางพบแพทย์ สายด่วน 1422
- มีห้องแยกสำหรับผู้มีอาการ ระหว่างรอพบแพทย์
- พ่นฆ่าเชื้อห้องรวมทั้งห้องตามรอบ และทันทีเมื่อมีผู้เข้าพักที่ป่วย
ทำไมโฮสเทลเลือก Chemgene และบริการของ WHD
ไวรัสฝีดาษวานรเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ซึ่งน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสมสามารถทำลายได้ เมื่อใช้ถูกวิธีและได้เวลาสัมผัสครบ
World Health Disinfection ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อด้วย CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อสูตรเข้มข้นนำเข้าจากสหราชอาณาจักร ตามข้อมูลบนหน้าบริการ ผลิตภัณฑ์อ้างอิงผลทดสอบมาตรฐานยุโรป EN 14476 และพ่นด้วยเครื่อง ULV ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ
10 เหตุผลที่เหมาะกับโฮสเทล เกสต์เฮาส์ และที่พักห้องรวม
- ครอบคลุมห้องรวมที่มีเตียงหลายสิบเตียง ในรอบเดียว
- ละอองฝอย ULV เข้าถึงเตียงชั้นบน ใต้เตียง และหลังล็อกเกอร์
- กลับมาใช้ห้องได้เร็ว ตามขั้นตอนบริการ รอประมาณ 30 นาทีหลังพ่น
- น้ำยามาตรฐานยุโรป อ้างอิง EN 14476 ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
- ครอบคลุมห้องน้ำรวม ครัวรวม และพื้นที่นั่งเล่น
- ลดภาระพนักงานที่มีจำนวนน้อย
- สร้างรีวิวที่ดีเรื่องความสะอาด บนแพลตฟอร์มจองที่พัก
- เรียกใช้ฉุกเฉินได้ เมื่อมีผู้เข้าพักป่วย
- มีใบกำกับภาษี สำหรับนิติบุคคล
- ทีมงานมีประสบการณ์มากกว่า 5 ปี
ก่อนและหลัง
ก่อน
- เปลี่ยนผ้าปูแต่ไม่ได้เช็ดโครงเตียงและผนังหัวเตียง
- ห้องน้ำรวมทำความสะอาดวันละครั้ง
- ไม่มีขั้นตอนเมื่อผู้เข้าพักมีผื่น
- รีวิวพูดถึงความสะอาดในแง่ลบ
หลัง
- เปลี่ยนผ้าและฆ่าเชื้อเตียงทุกครั้งที่เปลี่ยนผู้เข้าพัก
- ห้องน้ำรวมฆ่าเชื้อหลายรอบต่อวัน
- มีห้องแยกและป้ายหลายภาษา
- ห้องรวมผ่านการพ่นฆ่าเชื้อตามรอบ
คำถามที่พบบ่อย
ถ้าผู้เข้าพักในห้องรวมป่วย ต้องทำอย่างไร แยกผู้ป่วยไปห้องเดี่ยว ประสานพบแพทย์ ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และทำความสะอาดฆ่าเชื้อห้องรวม
ผู้เข้าพักร่วมห้องต้องย้ายออกไหม ทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ซึ่งจะประเมินระดับการสัมผัสของแต่ละคน
ต้องปิดห้องรวมนานไหม ตามขั้นตอนบริการของ WHD รอประมาณ 30 นาทีหลังพ่น ส่วนการเปิดรับผู้เข้าพักขึ้นกับคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
ผ้าม่านเตียงต้องซักบ่อยแค่ไหน อย่างน้อยตามรอบประจำ และทุกครั้งที่มีผู้เข้าพักที่ป่วย
แหล่งข้อมูลและลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
ห้องรวมที่สะอาด คือจุดขายของเมืองท่องเที่ยว
ผู้ป่วยรายแรกของไทยถูกพบในเมืองท่องเที่ยว และงานวิจัยจริงชี้ว่าเตียงและเครื่องนอนเป็นจุดที่ต้องดูแล โฮสเทลและที่พักห้องรวมที่ทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออย่างจริงจัง จะปกป้องได้ทั้งผู้เข้าพัก พนักงาน และรีวิวของธุรกิจ
World Health Disinfection พร้อมให้บริการพ่นฆ่าเชื้อด้วย CHEMGENE HLD4H สำหรับโฮสเทล เกสต์เฮาส์ ที่พักห้องรวม และแคปซูลโฮเทล
โทร 065-556-6294 หรือแอด LINE @whd268 เพื่อขอใบเสนอราคา
คำค้นหา: ฝีดาษวานร โฮสเทล, ฝีดาษลิง ภูเก็ต, Mpox, ฆ่าเชื้อโฮสเทล, พ่นฆ่าเชื้อเกสต์เฮาส์, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, Chemgene, ที่พักห้องรวม