บุคลากรสุขภาพติดฝีดาษวานรจากการทำงาน 8 รายในปี 2565 บางรายคาดว่าติดจากพื้นผิว ห้องแล็บ จุดเก็บตัวอย่าง และศูนย์ตรวจสุขภาพ ต้องฆ่าเชื้ออย่างไร

Last updated: 5 พ.ย. 2569  |  19 จำนวนผู้เข้าชม  | 

พ่นฆ่าเชื้อโรงพยาบาล

บุคลากรสุขภาพติดฝีดาษวานรจากการทำงาน 8 รายในปี 2565 บางรายคาดว่าติดจากพื้นผิว ห้องแล็บ จุดเก็บตัวอย่าง และศูนย์ตรวจสุขภาพ ต้องฆ่าเชื้ออย่างไร

เคสจริง บุคลากรสุขภาพติดเชื้อจากการทำงาน

วารสาร Emerging Infectious Diseases ของ US CDC ฉบับเดือนพฤษภาคม 2566 รายงานเคสบุคลากรสุขภาพในเกาหลีใต้ที่ติดฝีดาษวานร (Mpox) จากการทำงาน พร้อมทบทวนเคสลักษณะเดียวกันทั่วโลกในปี 2565 ที่มา: Emerging Infectious Diseases, US CDC

เคสในเกาหลีใต้

  • วันที่ 14 พฤศจิกายน 2565 บุคลากรหญิงอายุ 33 ปี ถูกเข็มขนาด 26G ตำนิ้วชี้ซ้าย ขณะดูดของเหลวจากตุ่มน้ำของผู้ป่วย
  • ขณะนั้นสวมชุดกาวน์ใช้แล้วทิ้ง ถุงมือสองชั้น และเครื่องช่วยหายใจแบบมีพัดลม
  • ได้รับวัคซีนป้องกันหลังสัมผัสภายใน 20 ชั่วโมง และได้ยาต้านไวรัสในวันที่ 9 เพราะปวดมาก
  • การติดเชื้อจำกัดอยู่เฉพาะที่ แผลหายสนิทในวันที่ 34

ผลการทบทวนเคสบุคลากรสุขภาพทั่วโลกปี 2565 จำนวน 8 ราย

  • 5 ใน 8 ราย ติดเชื้อจากเข็มตำ
  • อีก 2 รายมีแผลที่มือและข้อมือ ซึ่งผู้วิจัยคาดว่าน่าจะติดจากการสัมผัสพื้นผิวที่ปนเปื้อน
  • ระยะฟักตัวมัธยฐาน 5 วัน
  • ผู้ที่ได้รับวัคซีนหลังสัมผัสมีเพียงแผลเฉพาะที่
ประเด็นสำคัญ: แม้บุคลากรสวมอุปกรณ์ป้องกันครบ ก็ยังมีความเสี่ยงจากการทำงาน และงานวิจัยชี้ว่าพื้นผิวที่ปนเปื้อนเป็นช่องทางหนึ่งที่ต้องควบคุม

ทำไมห้องแล็บและจุดเก็บตัวอย่างในไทยต้องใส่ใจ

กรมควบคุมโรคย้ำในเดือนพฤศจิกายน 2569 ว่า การตรวจยืนยันหลักคือ PCR จากตัวอย่างที่แผล ไม่ใช่การตรวจเลือดทั่วไป และถ้าอาการยังอยู่หลังตรวจครั้งแรก ควรกลับไปเก็บตัวอย่างซ้ำ ที่มา: Hfocus 3 พ.ย. 2569

ปี 2569 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม ไทยพบผู้ป่วยสะสม 470 ราย ทุกรายผ่านการเก็บตัวอย่างจากแผล และยังมีผู้ที่มาตรวจแล้วผลเป็นลบอีกจำนวนมาก ซึ่งหมายถึงงานเก็บตัวอย่างและงานห้องแล็บจำนวนมากทั่วประเทศ

ย้อนไปเมื่อปี 2565 ตอนพบผู้ป่วยรายแรกของไทย กรมควบคุมโรคก็ระบุว่าหากจะใช้วัคซีน อาจพิจารณาให้ เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการและบุคลากรที่ดูแลผู้ป่วยใกล้ชิด เป็นกลุ่มแรก ๆ ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ

จุดเสี่ยงในห้องแล็บ จุดเก็บตัวอย่าง และศูนย์ตรวจสุขภาพ

  • เตียงหรือเก้าอี้เก็บตัวอย่าง ที่ผู้ป่วยนั่งหรือนอน
  • โต๊ะเตรียมตัวอย่าง และถาดใส่อุปกรณ์
  • ภายนอกหลอดเก็บตัวอย่างและถุงขนส่ง
  • ตู้ชีวนิรภัย และพื้นที่รอบตู้
  • ห้องรอของผู้มาตรวจ และห้องน้ำ
  • ห้องถอดชุดป้องกัน ซึ่งงานวิจัยจากสหราชอาณาจักรพบเชื้อในห้องหน้าห้องที่บุคลากรถอดชุด ที่มา: NIHR HPRU-EZI

ความเสี่ยงต่อองค์กร

  • บุคลากรติดเชื้อและต้องหยุดงาน กระทบกำลังคนที่มีจำกัด
  • ผู้มาตรวจรายถัดไป สัมผัสพื้นผิวเดียวกัน
  • ความเชื่อมั่นของผู้รับบริการ ต่อศูนย์ตรวจ
  • ปัญหาด้านมาตรฐานคุณภาพ ในการตรวจประเมิน

แนวทางปฏิบัติ

  1. ปฏิบัติตามแนวทางความปลอดภัยทางชีวภาพของห้องปฏิบัติการ และของหน่วยงานสาธารณสุข
  2. ใช้อุปกรณ์มีคมอย่างระมัดระวัง ทิ้งในภาชนะสำหรับของมีคมทันที
  3. เปลี่ยนกระดาษรองเตียงหรือเก้าอี้ทุกราย
  4. ฆ่าเชื้อพื้นผิวหลังผู้มาตรวจแต่ละราย ด้วยน้ำยาที่ระบุว่าฆ่าไวรัส ตามเวลาสัมผัสบนฉลาก
  5. เช็ดภายนอกหลอดและถุงขนส่งตัวอย่าง
  6. ฆ่าเชื้อห้องถอดชุดป้องกันตามรอบ
  7. รายงานการบาดเจ็บจากเข็มทันที เพื่อพิจารณาวัคซีนหลังสัมผัส ซึ่งงานวิจัยพบว่าผู้ที่ได้รับมีเพียงแผลเฉพาะที่
  8. พ่นฆ่าเชื้อทั้งพื้นที่ตามรอบ นอกเวลาให้บริการ

ทำไมศูนย์ตรวจและห้องแล็บเลือก Chemgene และบริการของ WHD

ไวรัสฝีดาษวานรเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ซึ่งน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสมสามารถทำลายได้ เมื่อใช้ถูกวิธีและได้เวลาสัมผัสครบ

World Health Disinfection ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อด้วย CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อสูตรเข้มข้นนำเข้าจากสหราชอาณาจักร ตามข้อมูลบนหน้าบริการ ผลิตภัณฑ์ได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัยมหิดลและ NHS England และอ้างอิงผลทดสอบมาตรฐานยุโรป EN 14476 ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ

10 เหตุผลที่เหมาะกับห้องแล็บ จุดเก็บตัวอย่าง และศูนย์ตรวจสุขภาพ

  1. น้ำยาที่ใช้ในงานสถานพยาบาล ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
  2. อ้างอิงมาตรฐาน EN 14476 สำหรับการฆ่าไวรัส
  3. พ่นนอกเวลาให้บริการ ไม่กระทบคิวตรวจ
  4. กลับมาใช้พื้นที่ได้เร็ว ตามขั้นตอนบริการ รอประมาณ 30 นาทีหลังพ่น
  5. ใช้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้ ตามที่หน้าบริการระบุ ช่างจะประเมินเครื่องมือเฉพาะทางก่อน
  6. ครอบคลุมห้องรอ ห้องเก็บตัวอย่าง ห้องน้ำ และห้องถอดชุด
  7. ละอองฝอย ULV เข้าถึงซอกมุม
  8. เสริมงานฆ่าเชื้อประจำวันของเจ้าหน้าที่
  9. มีใบกำกับภาษี สำหรับนิติบุคคล
  10. ทีมงานมีประสบการณ์มากกว่า 5 ปี

ก่อนและหลัง

ก่อน

  • เช็ดพื้นผิวแบบเร่งรีบระหว่างคิว
  • ห้องถอดชุดไม่มีรอบฆ่าเชื้อ
  • บุคลากรกังวลเรื่องความปลอดภัย
  • ไม่มีบันทึกการฆ่าเชื้อสำหรับการตรวจประเมิน

หลัง

  • ฆ่าเชื้อพื้นผิวหลังผู้มาตรวจทุกราย ตามเวลาสัมผัส
  • ห้องถอดชุดและห้องรอผ่านการฆ่าเชื้อตามรอบ
  • มีบันทึกการดำเนินการ
  • บุคลากรและผู้รับบริการมั่นใจ

คำถามที่พบบ่อย

บุคลากรที่สวมชุดป้องกันครบยังเสี่ยงไหม เคสในเกาหลีใต้สวมอุปกรณ์ครบแต่ถูกเข็มตำ ความเสี่ยงลดลงมากเมื่อปฏิบัติตามแนวทาง แต่ไม่ใช่ศูนย์

ถูกเข็มตำต้องทำอย่างไร รายงานต่อผู้รับผิดชอบทันที เพื่อพิจารณาวัคซีนหลังสัมผัสตามแนวทางของหน่วยงานสาธารณสุข

พ่นฆ่าเชื้อในห้องแล็บได้ไหม ช่างจะประเมินพื้นที่และเครื่องมือก่อน และทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางชีวภาพของหน่วยงาน

ทำไมตรวจเลือดไม่ได้ กรมควบคุมโรคระบุว่าการตรวจเลือดทั่วไปไม่ใช่การตรวจยืนยัน ต้องตรวจ PCR จากตัวอย่างที่แผล

ปกป้องคนที่อยู่ด่านหน้าของการตรวจ

งานวิจัยจริงชี้ว่าบุคลากรสุขภาพติดเชื้อจากการทำงานได้ ทั้งจากเข็มและจากพื้นผิวที่ปนเปื้อน ห้องแล็บและจุดเก็บตัวอย่างที่มีขั้นตอนฆ่าเชื้อที่เข้มงวด จะปกป้องได้ทั้งบุคลากรและผู้มารับบริการ

World Health Disinfection พร้อมให้บริการพ่นฆ่าเชื้อด้วย CHEMGENE HLD4H สำหรับห้องปฏิบัติการ จุดเก็บตัวอย่าง ศูนย์ตรวจสุขภาพ และคลินิก

โทร 065-556-6294 หรือแอด LINE @whd268 เพื่อขอใบเสนอราคา

คำค้นหา: ฝีดาษวานร ห้องแล็บ, ฝีดาษลิง บุคลากรสุขภาพ, Mpox, ฆ่าเชื้อห้องปฏิบัติการ, พ่นฆ่าเชื้อศูนย์ตรวจสุขภาพ, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, Chemgene, จุดเก็บตัวอย่าง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้