ย้อนดูผู้ป่วยฝีดาษวานรรายแรกของไทยที่ภูเก็ต ปี 2565 บทเรียนสำหรับโฮสเทล เกสต์เฮาส์ และที่พักแบบห้องรวมในเมืองท่องเที่ยว

Last updated: 5 พ.ย. 2569  |  20 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เชื้อไวรัสอันตรายในโลก

ย้อนดูผู้ป่วยฝีดาษวานรรายแรกของไทยที่ภูเก็ต ปี 2565 บทเรียนสำหรับโฮสเทล เกสต์เฮาส์ และที่พักแบบห้องรวมในเมืองท่องเที่ยว

ผู้ป่วยรายแรกของไทย ภูเก็ต กรกฎาคม 2565

วันที่ 22 กรกฎาคม 2565 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรคในขณะนั้น แถลงที่กระทรวงสาธารณสุขว่า พบผู้ป่วยสงสัยฝีดาษวานร (Mpox) เป็นชายชาวไนจีเรีย อายุ 27 ปี ที่จังหวัดภูเก็ต มีตุ่มน้ำที่ใบหน้า ลำตัว แขนขา และอวัยวะเพศ ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ

  • ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันเชื้อ และเนื่องจากเป็นผู้ป่วยรายแรก จึงตรวจยืนยันจากห้องปฏิบัติการ 2 แห่ง ผลยืนยันขั้นสุดท้ายวันที่ 19 กรกฎาคม และประกาศอย่างเป็นทางการวันที่ 21 กรกฎาคม
  • เป็นสายพันธุ์แอฟริกาตะวันตก ซึ่งความรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์แอฟริกากลาง

การติดตามผู้สัมผัส

  • ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 2 คน เป็นเพื่อนของผู้ป่วย ไม่มีอาการ ผลตรวจเป็นลบ และเฝ้าระวัง 21 วัน
  • เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ สถานบันเทิง 2 แห่ง ที่ผู้ป่วยไป พบผู้มีไข้หรือเจ็บคอ 6 คน ตรวจแล้วเป็นลบ 4 คน รอผล 2 คน และทุกคนได้รับการเฝ้าระวัง 21 วัน

ในการแถลงครั้งนั้น กรมควบคุมโรคประกาศให้ฝีดาษวานรเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังลำดับที่ 56 และขอให้ประชาชนไม่ตีตรากลุ่มเสี่ยง

ประเด็นสำคัญ: ผู้ป่วยรายแรกของไทยอยู่ในเมืองท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่ต้องติดตามผู้สัมผัสในหลายสถานที่ เมืองท่องเที่ยวจึงเป็นพื้นที่ที่ธุรกิจที่พักต้องเตรียมพร้อมเสมอ

ทำไมโฮสเทลต่างจากโรงแรมทั่วไป

โฮสเทลและที่พักแบบห้องรวม (dormitory) เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวแบ็กแพ็กเกอร์ในภูเก็ต กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และเกาะต่าง ๆ ลักษณะที่ต่างจากโรงแรมทั่วไปคือ

  • คนแปลกหน้าหลายคนนอนในห้องเดียวกัน
  • เตียงสองชั้นและผ้าม่านเตียงที่ใช้ต่อกัน
  • ห้องน้ำและห้องอาบน้ำรวม
  • ครัวรวม ใช้ภาชนะร่วมกัน
  • ผ้าเช็ดตัวและผ้าปูที่บางแห่งให้เช่า
  • ผู้เข้าพักเปลี่ยนเร็ว หลายคนพักเพียง 1–2 คืน

ลักษณะเหล่านี้ตรงกับช่องทางที่กรมควบคุมโรคระบุว่าเชื้อติดต่อได้ คือการสัมผัสใกล้ชิด และ ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า เครื่องนอน และภาชนะที่ใช้ร่วมกัน ที่มา: Hfocus 3 พ.ย. 2569

งานวิจัยจริงเรื่องเตียงและที่พักรวม

  • รายงานของ US CDC จากเรือนจำ Cook County ชิคาโก ปี 2565 พบว่าหลังผู้ป่วยพักในเรือนนอนรวม 7 วัน และมีการทำความสะอาดแล้ว ยังพบสารพันธุกรรมของเชื้อที่ หัวเตียงของผู้ป่วย ในวันที่ 21 แม้เพาะเชื้อไม่ขึ้น ที่มา: US CDC MMWR
  • งานวิจัยในวารสารของ US CDC พบว่าใน เครื่องนอน ผ้าเช็ดตัว และเสื้อผ้า ของที่พักผู้ป่วย ยังเพาะเชื้อที่มีชีวิตได้ 6 จาก 10 ตัวอย่าง แม้ผู้ป่วยออกไปแล้ว 15 วัน ที่มา: Emerging Infectious Diseases

ความเสี่ยงของธุรกิจโฮสเทล

  • ผู้เข้าพักร่วมห้องจำนวนมากกลายเป็นผู้สัมผัส หากมีผู้ป่วย
  • รีวิวบนแพลตฟอร์มจองที่พัก มีผลต่อยอดจองทันที
  • พนักงานน้อย ทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึงในช่วงไฮซีซัน
  • ผู้เข้าพักต่างชาติ อาจไม่รู้ช่องทางพบแพทย์ในไทย

แนวทางปฏิบัติสำหรับโฮสเทลและที่พักห้องรวม

  1. เปลี่ยนผ้าปู ปลอกหมอน และผ้าห่มทุกครั้งที่เปลี่ยนผู้เข้าพัก ใส่ถุงโดยไม่สะบัด ตามคำแนะนำของ US CDC ที่มา: US CDC
  2. เช็ดฆ่าเชื้อโครงเตียง ราวบันไดเตียง ผนังหัวเตียง และล็อกเกอร์ ทุกครั้งที่เปลี่ยนผู้เข้าพัก
  3. ห้องน้ำรวมฆ่าเชื้อหลายรอบต่อวัน ใช้วิธีเปียก
  4. ครัวรวม ล้างภาชนะด้วยน้ำร้อนและน้ำยาล้างจาน
  5. ผ้าม่านเตียงซักตามรอบ
  6. ป้ายหลายภาษา แนะนำให้ผู้ที่มีไข้หรือผื่นแจ้งพนักงาน และบอกช่องทางพบแพทย์ สายด่วน 1422
  7. มีห้องแยกสำหรับผู้มีอาการ ระหว่างรอพบแพทย์
  8. พ่นฆ่าเชื้อห้องรวมทั้งห้องตามรอบ และทันทีเมื่อมีผู้เข้าพักที่ป่วย

ทำไมโฮสเทลเลือก Chemgene และบริการของ WHD

ไวรัสฝีดาษวานรเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ซึ่งน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสมสามารถทำลายได้ เมื่อใช้ถูกวิธีและได้เวลาสัมผัสครบ

World Health Disinfection ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อด้วย CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อสูตรเข้มข้นนำเข้าจากสหราชอาณาจักร ตามข้อมูลบนหน้าบริการ ผลิตภัณฑ์อ้างอิงผลทดสอบมาตรฐานยุโรป EN 14476 และพ่นด้วยเครื่อง ULV ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ

10 เหตุผลที่เหมาะกับโฮสเทล เกสต์เฮาส์ และที่พักห้องรวม

  1. ครอบคลุมห้องรวมที่มีเตียงหลายสิบเตียง ในรอบเดียว
  2. ละอองฝอย ULV เข้าถึงเตียงชั้นบน ใต้เตียง และหลังล็อกเกอร์
  3. กลับมาใช้ห้องได้เร็ว ตามขั้นตอนบริการ รอประมาณ 30 นาทีหลังพ่น
  4. น้ำยามาตรฐานยุโรป อ้างอิง EN 14476 ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
  5. ครอบคลุมห้องน้ำรวม ครัวรวม และพื้นที่นั่งเล่น
  6. ลดภาระพนักงานที่มีจำนวนน้อย
  7. สร้างรีวิวที่ดีเรื่องความสะอาด บนแพลตฟอร์มจองที่พัก
  8. เรียกใช้ฉุกเฉินได้ เมื่อมีผู้เข้าพักป่วย
  9. มีใบกำกับภาษี สำหรับนิติบุคคล
  10. ทีมงานมีประสบการณ์มากกว่า 5 ปี

ก่อนและหลัง

ก่อน

  • เปลี่ยนผ้าปูแต่ไม่ได้เช็ดโครงเตียงและผนังหัวเตียง
  • ห้องน้ำรวมทำความสะอาดวันละครั้ง
  • ไม่มีขั้นตอนเมื่อผู้เข้าพักมีผื่น
  • รีวิวพูดถึงความสะอาดในแง่ลบ

หลัง

  • เปลี่ยนผ้าและฆ่าเชื้อเตียงทุกครั้งที่เปลี่ยนผู้เข้าพัก
  • ห้องน้ำรวมฆ่าเชื้อหลายรอบต่อวัน
  • มีห้องแยกและป้ายหลายภาษา
  • ห้องรวมผ่านการพ่นฆ่าเชื้อตามรอบ

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าผู้เข้าพักในห้องรวมป่วย ต้องทำอย่างไร แยกผู้ป่วยไปห้องเดี่ยว ประสานพบแพทย์ ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และทำความสะอาดฆ่าเชื้อห้องรวม

ผู้เข้าพักร่วมห้องต้องย้ายออกไหม ทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ซึ่งจะประเมินระดับการสัมผัสของแต่ละคน

ต้องปิดห้องรวมนานไหม ตามขั้นตอนบริการของ WHD รอประมาณ 30 นาทีหลังพ่น ส่วนการเปิดรับผู้เข้าพักขึ้นกับคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

ผ้าม่านเตียงต้องซักบ่อยแค่ไหน อย่างน้อยตามรอบประจำ และทุกครั้งที่มีผู้เข้าพักที่ป่วย

ห้องรวมที่สะอาด คือจุดขายของเมืองท่องเที่ยว

ผู้ป่วยรายแรกของไทยถูกพบในเมืองท่องเที่ยว และงานวิจัยจริงชี้ว่าเตียงและเครื่องนอนเป็นจุดที่ต้องดูแล โฮสเทลและที่พักห้องรวมที่ทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออย่างจริงจัง จะปกป้องได้ทั้งผู้เข้าพัก พนักงาน และรีวิวของธุรกิจ

World Health Disinfection พร้อมให้บริการพ่นฆ่าเชื้อด้วย CHEMGENE HLD4H สำหรับโฮสเทล เกสต์เฮาส์ ที่พักห้องรวม และแคปซูลโฮเทล

โทร 065-556-6294 หรือแอด LINE @whd268 เพื่อขอใบเสนอราคา

คำค้นหา: ฝีดาษวานร โฮสเทล, ฝีดาษลิง ภูเก็ต, Mpox, ฆ่าเชื้อโฮสเทล, พ่นฆ่าเชื้อเกสต์เฮาส์, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, Chemgene, ที่พักห้องรวม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้