รีวิว 1 ดาวเพราะ "ห้องเหม็นอับ" เกือบทำบ้านพักทั้งหลังว่างทั้งซีซัน จนได้โอโซนฆ่าเชื้อช่วยพลิกกลับมา

Last updated: 21 ก.ย. 2569  |  9 จำนวนผู้เข้าชม  | 

รีวิว 1 ดาวเพราะ "ห้องเหม็นอับ" เกือบทำบ้านพักทั้งหลังว่างทั้งซีซัน จนได้โอโซนฆ่าเชื้อช่วยพลิกกลับมา

สำหรับเจ้าของที่พักรายวันและโฮสต์ Airbnb

รีวิว 1 ดาวเพราะ "ห้องเหม็นอับ" เกือบทำบ้านพักทั้งหลังว่างทั้งซีซัน จนได้โอโซนฆ่าเชื้อช่วยพลิกกลับมา

รูปสวยทำให้แขกกดจอง แต่จมูกของแขกคือคนเขียนรีวิว คู่มือฉบับใช้งานจริงสำหรับโฮสต์ที่เสียดาวไปกับกลิ่นที่ตัวเองแทบไม่ได้กลิ่นแล้ว

แจ้งเตือนเช้าวันอังคารที่ไม่มีใครอยากได้รับ

คุณพิมพ์ รัตนากร ไม่ได้เริ่มธุรกิจที่พักแบบหวือหวา เมื่อสี่ปีก่อนเธอได้รับมรดกเป็นบ้านไม้สักสองชั้นของคุณยายในซอยเงียบ ๆ ย่านสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ เธอทาสีบานเกล็ดเป็นสีเขียวเสจ ตระเวนหาเก้าอี้หวายมือสองตามตลาดนัดวันเสาร์ แล้วลงประกาศใน Airbnb ว่าเป็น "บ้านสวนเงียบสงบ ห่างนิมมานฯ แค่สิบนาที" แขกที่มาพักต่างหลงรัก คะแนนของบ้านหลังนี้ยืนอยู่ที่ 4.92 ติดต่อกันเกือบสามปี และได้ป้ายโฮสต์คุณภาพที่นักเดินทางมองหา

จนกระทั่งหน้าฝนปีที่แล้ว ซอยหน้าบ้านน้ำท่วมขังสองรอบ อากาศชื้นแฉะติดต่อกันหลายสัปดาห์ ชั้นล่างของบ้านใช้พัดลมเพดาน ส่วนห้องนอนชั้นบนสองห้องใช้แอร์แยกส่วน บ้านไม่เคยแห้งสนิทเลยตลอดช่วงนั้น คุณพิมพ์ทำทุกอย่างที่โฮสต์ทั่วไปทำ เปลี่ยนผ้าปูใหม่ทุกครั้งที่มีแขกเช็กอิน จุดเทียนหอมบนโต๊ะกินข้าว วางก้านไม้หอมไว้ในห้องน้ำ เดินตรวจบ้านก่อนแขกมาถึงทุกรอบ และเธอก็มั่นใจจริง ๆ ว่าบ้านไม่มีกลิ่นอะไร

เช้าวันอังคารหนึ่ง โทรศัพท์ของเธอสั่นพร้อมรีวิวใหม่ ความสะอาดได้หนึ่งดาว แขกเป็นคู่สามีภรรยาชาวสิงคโปร์ที่พาลูกวัยเตาะแตะมาด้วย เขียนว่าห้องนอนชั้นบน "กลิ่นเหมือนตู้เสื้อผ้าอับชื้น" และแอร์ "พ่นกลิ่นเปรี้ยว ๆ ฝุ่น ๆ ออกมาทันทีที่เปิด" ท้ายรีวิวยังบอกว่าลูกชายเริ่มไอตั้งแต่คืนที่สอง จนพวกเขาตัดสินใจเช็กเอาต์ก่อนกำหนด

คุณพิมพ์อ่านรีวิวนั้นซ้ำสามรอบ ความรู้สึกแรกคืออยากแก้ตัว เพราะเธอทำความสะอาดห้องนั้นกับมือตัวเอง แต่ไม่กี่วันต่อมาความรู้สึกนั้นกลายเป็นความกลัว ภายในเดือนเดียวมีแขกอีกสองรายพูดถึง "กลิ่นอับ" คะแนนรวมหล่นต่ำกว่า 4.7 ข้อความสอบถามที่เคยเข้ามาแทบทุกวันในช่วงไฮซีซันเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด ครอบครัวหนึ่งที่จองไว้สองสัปดาห์ช่วงปีใหม่ยกเลิกการจองพร้อมข้อความสั้น ๆ ว่า "ขอโทษนะคะ พอดีได้อ่านรีวิวล่าสุดแล้ว"

ถ้าคุณเป็นเจ้าของที่พักรายวัน เรื่องนี้อาจไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย กลิ่นคือคำติที่โฮสต์กลัวที่สุด เพราะเป็นเรื่องความรู้สึกส่วนตัว พิสูจน์ได้ยากว่าไม่จริง แต่แขกคนถัดไปกลับเชื่อได้ง่ายที่สุด

ทำไมคำว่า "เหม็น" ทำร้ายที่พักได้มากกว่าแก้วกาแฟบิ่น

แขกให้อภัยกาต้มน้ำที่เดือดช้าหรือผ้าเช็ดตัวที่สีซีดไปนิดได้ แต่กลิ่นไม่พึงประสงค์เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะมันบอกเป็นนัยถึงสิ่งที่มองไม่เห็น ทั้งความสกปรกที่ซ่อนอยู่ เชื้อราที่คนกลัว หรือห้องที่ไม่ได้ทำความสะอาดจริง เมื่อมีใครสักคนเขียนคำว่า "เหม็นอับ" ลงในรีวิว แขกคนต่อไปจะไม่ได้นึกภาพปัญหาเล็ก ๆ แต่จะนึกถึงภาพที่แย่ที่สุดทันที

ผลกระทบต่อสุขภาพของแขกและของคุณเอง

กลิ่นอับในห้องปิดส่วนใหญ่มีต้นเหตุมาจากสิ่งมีชีวิต เชื้อราเติบโตได้ดีในผ้าที่ชื้น หลังตู้เสื้อผ้า ตามตะเข็บที่นอน และที่พบบ่อยมากคือในคอยล์เย็นกับถาดน้ำทิ้งของแอร์ที่เปิดใช้ทุกวันแต่ล้างแค่หน้ากากด้านนอก แบคทีเรียก็เพิ่มจำนวนในพรม เบาะ และร่องยาแนวในห้องน้ำ เมื่อสปอร์และอนุภาคเหล่านี้ลอยอยู่ในอากาศ คนที่ร่างกายไวต่อสิ่งกระตุ้นจะเริ่มมีอาการ ทั้งคันตา คัดจมูก จามตอนกลางคืน เจ็บคอ และสำหรับคนที่เป็นหอบหืดหรือภูมิแพ้ อาจถึงขั้นหายใจลำบาก

เด็กเล็กและผู้สูงอายุคือกลุ่มที่เสี่ยงที่สุด เด็กวัยเตาะแตะหายใจเร็วกว่าผู้ใหญ่และใช้เวลาอยู่ใกล้พื้น พรม และเบาะนุ่ม ๆ มากกว่า ส่วนผู้สูงอายุอาจมีปอดหรือภูมิคุ้มกันที่อ่อนแออยู่แล้ว ห้องที่ผู้ใหญ่สุขภาพดีรู้สึกแค่ว่า "อับนิดหน่อย" อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เด็กคนหนึ่งไอทั้งคืน ซึ่งก็คือสิ่งที่แขกชาวสิงคโปร์ของคุณพิมพ์เล่าไว้ในรีวิวนั่นเอง

ผลกระทบต่อรายได้

แพลตฟอร์มที่พักรายวันให้รางวัลกับความสม่ำเสมอ คะแนนความสะอาดที่ต่ำลงหลายครั้งติดกันอาจทำให้ประกาศของคุณถูกดันลงไปอยู่ท้าย ๆ ผลการค้นหา และเมื่อเสียสถานะโฮสต์คุณภาพไป ก็เท่ากับเสียสัญญาณที่ช่วยให้คนแปลกหน้ากล้ากดจองไปด้วย การขอเงินคืน การชดเชยบางส่วน หรือแขกที่เช็กเอาต์ก่อนกำหนด ล้วนหักออกจากรายได้โดยตรง และยังมีการจองที่คุณไม่มีวันรู้ว่าหายไป คือครอบครัวที่เลื่อนผ่านประกาศของคุณ อ่านเจอประโยคเดียวเรื่องกลิ่นอับ แล้วเลือกบ้านหลังอื่นแทน

ผลกระทบต่อชื่อเสียงและความสัมพันธ์

รีวิวอยู่บนหน้าประกาศไปอีกหลายปี แขกทุกคนในอนาคตอ่านได้ และการตอบกลับที่ฟังดูเหมือนแก้ตัวมักทำให้สถานการณ์แย่ลง สำหรับโฮสต์ที่ทำธุรกิจกับครอบครัว ความเครียดยังลามเข้ามาในบ้านด้วย คุณพิมพ์ยอมรับว่าเคยทะเลาะกับน้องชายที่ช่วยทำความสะอาดว่า "ทำห้องข้างบนดีหรือยัง" ทั้งที่ความจริงไม่มีใครทำผิดเลย ทั้งคู่แค่กำลังสู้กับปัญหาที่มองไม่เห็นด้วยเครื่องมือที่ไม่ถูกต้อง

ผลกระทบต่อเวลา

ช่วงเวลาระหว่างแขกสองกลุ่มสั้นมาก จากเช็กเอาต์ 11 โมงถึงเช็กอินบ่ายสอง โฮสต์มีเวลาราวสามชั่วโมงในการรื้อผ้าปู ขัดห้องน้ำ เติมของใช้ และตรวจทุกซอกมุม การซักม่าน ซักเบาะโซฟา หรือรอให้ที่นอนแห้ง ไม่มีทางทำทันในช่วงเวลานั้น โฮสต์จึงเลือกกลบกลิ่นแทนที่จะกำจัด แล้วปัญหาก็กลับมาเงียบ ๆ ทุกครั้งที่อากาศชื้นอีกรอบ

ทำไมวิธีเดิม ๆ ของโฮสต์ถึงเอาไม่อยู่

คุณพิมพ์ลองมาแล้วทุกวิธีที่โฮสต์ขยันคนหนึ่งจะนึกออก ส่วนใหญ่ช่วยได้แค่วันสองวัน ไม่มีวิธีไหนอยู่ได้นาน และนี่คือเหตุผล

สเปรย์ปรับอากาศ เทียนหอม และก้านไม้หอม กลิ่นหอมทำได้แค่กลบ ไม่ได้ทำลายต้นเหตุ ที่แย่กว่านั้นคือแขกยุคนี้จำนวนไม่น้อยไม่ชอบกลิ่นสังเคราะห์แรง ๆ กลิ่นดอกไม้ฉุน ๆ ที่ทับอยู่บนกลิ่นอับยิ่งทำให้ห้องดูน่าสงสัยเข้าไปใหญ่ และแขกที่แพ้น้ำหอมหรือเป็นหอบหืดก็อาจเขียนถึงเรื่องนี้ในรีวิวเช่นกัน

การเช็ดถูพื้นและพื้นผิว น้ำยาทำความสะอาดจัดการได้เฉพาะพื้นผิวที่มือเอื้อมถึง เช่น โต๊ะ กระเบื้อง ลูกบิด และพื้นห้อง แต่โมเลกุลกลิ่นและสปอร์เชื้อราฝังตัวอยู่ลึกในเนื้อผ้า ฟองน้ำที่นอน รอยพับของผ้าม่าน หลังตู้ และชิ้นส่วนด้านในของแอร์ ซึ่งผ้าเช็ดไม่มีวันเข้าไปถึง

การเปิดหน้าต่างระบายอากาศ เป็นนิสัยที่ดี แต่ในอากาศร้อนชื้นแบบบ้านเรา การเปิดหน้าต่างอาจพาความชื้นเข้ามามากกว่าที่ระบายออกไป โดยเฉพาะหน้าฝนที่อาจยิ่งเติมความอับชื้นซึ่งเป็นต้นเหตุของกลิ่นตั้งแต่แรก และในทางปฏิบัติ คุณก็เปิดห้องทิ้งไว้ทั้งวันระหว่างแขกสองกลุ่มไม่ได้อยู่ดี

เบกกิ้งโซดา ถุงถ่าน และกากกาแฟ อาจดูดกลิ่นได้บ้างในพื้นที่ปิดเล็ก ๆ อย่างตู้รองเท้า แต่ในห้องนอนทั้งห้องแทบไม่ช่วยอะไร และไม่ได้กำจัดแบคทีเรียหรือสปอร์ในอากาศเลย

ซักทุกอย่างที่ซักได้ ผ้าปูกับผ้าเช็ดตัวซักง่าย แต่โซฟา หัวเตียง ผ้าม่าน พรม และที่นอนไม่ใช่ การส่งไปซักใช้เวลาหลายวัน ค่าใช้จ่ายสูง และตัวห้องกับแอร์ก็ยังเหมือนเดิม

บทเรียนที่คุณพิมพ์ได้ในที่สุดนั้นเรียบง่าย เราไม่มีทางกลบกลิ่นที่ถูกผลิตขึ้นใหม่ทุกวันจากสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในห้องได้ สิ่งที่ต้องทำคือเข้าถึงต้นตอให้ครบทุกจุดที่มันซ่อนอยู่ แล้วทำลายมันให้สิ้นซาก

ทางออก: บริการโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยจาก World Health Disinfection

โฮสต์อีกคนในกลุ่มเฟซบุ๊กของเจ้าของที่พักในเชียงใหม่แนะนำให้คุณพิมพ์ลองดูบริการอบโอโซนแบบมืออาชีพ ตอนแรกเธอไม่ค่อยเชื่อนัก เพราะเคยเห็นเครื่องโอโซนราคาถูกขายตามออนไลน์และไม่ไว้ใจ สิ่งที่ทำให้เธอเปลี่ยนใจคือได้รู้ว่าบริการระดับมืออาชีพทำงานกันอย่างไร และใช้เครื่องมืออะไร

World Health Disinfection (WHD) ให้บริการโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยด้วยเครื่อง Master Ozone Generator โอโซน (O3) คือออกซิเจนรูปแบบหนึ่งที่ว่องไวต่อการทำปฏิกิริยาสูง เมื่อปล่อยออกมาเป็นก๊าซ มันจะกระจายไปทั่วทั้งห้อง ทั้งในอากาศ ในเนื้อผ้าของโซฟา ในเส้นใยผ้าม่าน ในช่องว่างหลังเฟอร์นิเจอร์ และตามซอกมุมที่ผ้าเช็ดไม่เคยเข้าถึง จากนั้นจะเข้าไปสลายโมเลกุลที่เป็นต้นเหตุของกลิ่น และทำลายโครงสร้างภายนอกของไวรัส แบคทีเรีย และสปอร์เชื้อรา

ส่วนที่ทำให้คุณพิมพ์ในฐานะโฮสต์สบายใจที่สุด คือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น โอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O2) ธรรมดาได้เองตามธรรมชาติ จึงไร้สารเคมีตกค้างบนหมอน เคาน์เตอร์ครัว หรือของเล่นเด็ก และไม่มีอะไรเปียกชื้น ไม่ต้องรอเฟอร์นิเจอร์แห้ง ไม่เสี่ยงต่อทีวี เราเตอร์ไวไฟ หรือแผงวงจรของแอร์

ขั้นตอนการทำงาน 30 นาที

สำหรับโฮสต์ที่ต้องจัดการเช็กเอาต์และเช็กอินให้ลงตัว เวลาคือทุกอย่าง รอบการอบโอโซนมาตรฐานของ WHD ใช้เวลาประมาณ 30 นาที แบ่งเป็นสี่ช่วงชัดเจน

  1. นาทีที่ 0–2 เริ่มระบบและควบคุมความเข้มข้น ช่างเทคนิคติดตั้งเครื่อง Master Ozone Generator แล้วปรับความเข้มข้นของโอโซนให้เหมาะกับขนาดห้องและระดับปัญหา
  2. นาทีที่ 2–14 กระจายโอโซน ประมาณ 12 นาที โอโซนจะแผ่กระจายอย่างทั่วถึงทั้งพื้นที่ ซึมเข้าสู่เครื่องนอน เบาะ ผ้าม่าน ตู้เสื้อผ้า และมุมอับ
  3. นาทีที่ 14–26 ฟอกและฆ่าเชื้อ อีกราว 12 นาที โอโซนทำงานในระดับโมเลกุล ทำลายโมเลกุลกลิ่นและเชื้อโรค
  4. นาทีที่ 26–30 หยุดพักระบบ เครื่องหยุดทำงานประมาณ 4 นาที ก่อนเปิดพื้นที่ ระบายอากาศ และส่งมอบห้องคืน

เรื่องความปลอดภัยที่ต้องพูดกันตรง ๆ

โอโซนมีพลังสูง และนั่นคือเหตุผลที่ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นคนดูแล ระหว่างการอบจะไม่มีใครอยู่ในห้องเลย ทั้งคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องออกจากพื้นที่ทั้งหมด ช่างเทคนิคเป็นผู้ควบคุมเครื่องตั้งแต่ต้นจนจบ และจะเปิดห้องระบายอากาศหลังช่วงหยุดพักระบบแล้วเท่านั้น ก่อนที่ใครจะกลับเข้าไป สำหรับโฮสต์ถือว่าวางแผนง่ายมาก เพราะการอบทำในช่วงที่ไม่มีแขกพักอยู่แล้ว

ทำไมเครื่องมือถึงสำคัญ

ข้อมูลจากหน้าบริการของ WHD ระบุว่าเครื่อง Master Ozone Generator ผ่านการรับรองและทดสอบโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ Intertek จากสหราชอาณาจักร โดยผลทดสอบของ Intertek พบว่ามีประสิทธิภาพมากกว่าวิธีมาตรฐานถึง 10 เท่า หน้าเดียวกันยังระบุว่าการอบโอโซนฆ่าแบคทีเรียได้มากกว่า 99.9% รวมถึงไวรัสอย่าง SARS-CoV-2 และทำลายเชื้อราและสปอร์ในเครื่องปรับอากาศได้ถึง 99.99% สำหรับคุณพิมพ์ ซึ่งรีวิวที่แย่ที่สุดพูดถึงกลิ่นที่ออกมาจากแอร์โดยตรง ตัวเลขสุดท้ายนี้คือสิ่งที่เธอสนใจที่สุด

WHD ยังคุ้นเคยกับธุรกิจโรงแรมและการบริการเป็นอย่างดี ปัจจุบันมีองค์กรมากกว่า 300 แห่งใช้บริการ รวมถึงโรงแรมระดับห้าดาวอย่าง The Ritz-Carlton, Fraser Suites, Andaz และ Dusit International รวมทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน สำนักงาน และโรงงาน ถ้าวิธีนี้ได้รับความไว้วางใจในห้องพักโรงแรมที่ทุกรีวิวมีความหมาย ก็สมเหตุสมผลที่คุณพิมพ์จะเลือกใช้กับบ้านสองห้องนอนของเธอ

10 เหตุผลที่เจ้าของที่พักรายวันเลือกอบโอโซนกับ WHD

  1. จัดการกลิ่นที่ต้นตอ แทนที่จะเติมน้ำหอมทับลงไป การอบโอโซนสลายโมเลกุลกลิ่นที่เกิดจากความอับชื้น ควันบุหรี่ สัตว์เลี้ยง การทำอาหาร และร่องรอยของแขกคนก่อน
  2. เข้าถึงจุดที่แม่บ้านเข้าไม่ถึง ก๊าซโอโซนซึมเข้าไปในที่นอน เบาะโซฟา ผ้าม่าน หัวเตียง และด้านหลังตู้ ซึ่งผ้าหรือขวดสเปรย์ไปไม่ถึง
  3. ทันรอบเปลี่ยนแขก รอบการทำงานหลักใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมง จัดคิวระหว่างเช็กเอาต์กับเช็กอินได้โดยไม่ต้องปิดปฏิทินการจอง
  4. ไร้สารเคมีตกค้าง เพราะ O3 กลับไปเป็นออกซิเจนธรรมดา จึงไม่มีคราบเหนียวหรือกลิ่นน้ำยาหลงเหลือบนผ้าปู จานชาม หรือของเล่นเด็ก
  5. ไม่มีอะไรเปียก เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า กลอนดิจิทัล และแอร์ยังแห้งและปลอดภัย ต่างจากการพ่นไอน้ำหรือพ่นหมอกน้ำยา
  6. ปราบเชื้อราในแอร์ หน้าบริการระบุว่าลดเชื้อราและสปอร์ในเครื่องปรับอากาศได้ 99.99% ซึ่งแอร์มักเป็นจุดเริ่มต้นของคำติเรื่องห้องเหม็นอับ
  7. ฆ่าเชื้อโรค ไม่ได้แค่ดับกลิ่น กำจัดแบคทีเรียได้มากกว่า 99.9% พร้อมไวรัส ช่วยให้ครอบครัวที่มากับลูกเล็กหรือพ่อแม่สูงวัยสบายใจขึ้น
  8. ลดสารก่อภูมิแพ้ แขกที่แพ้ฝุ่นหรือเชื้อรามีโอกาสตื่นมาจามน้อยลง และมีโอกาสเขียนถึงเรื่องนี้ในรีวิวน้อยลงด้วย
  9. เครื่องผ่านการทดสอบจากหน่วยงานภายนอก Master Ozone Generator ผ่านการทดสอบจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek คุณจึงระบุเรื่องมาตรฐานการทำความสะอาดในหน้าประกาศได้อย่างมั่นใจ
  10. ประสบการณ์ระดับโรงแรม ในขนาดที่พอดีกับบ้าน ทีมเดียวกับที่ดูแลโรงแรมห้าดาวมาดูแลบ้านและที่พักให้เช่า และเมื่อใช้บริการตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรีบริการพ่นฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ด้วย CHEMGENE HLD4H จากสหราชอาณาจักร

ก่อนและหลัง: บ้านไม้สักของคุณพิมพ์

ก่อน

  • ห้องนอนชั้นบนมีกลิ่นเหมือนตู้อับชื้น หลังปิดห้องไว้แค่สองวัน
  • เปิดแอร์ทีไร มีกลิ่นเปรี้ยวปนฝุ่นออกมาในช่วงแรกทุกครั้ง
  • เบาะโซฟามีกลิ่นจาง ๆ ของอาหารเก่าผสมความชื้น
  • ภายในเดือนเดียวมีรีวิวพูดถึงกลิ่นถึงสามครั้ง คะแนนหล่นต่ำกว่า 4.7
  • ครอบครัวที่จองช่วงปีใหม่สองสัปดาห์ยกเลิกหลังอ่านรีวิว
  • เสียเงินค่าเทียนหอม ก้านไม้หอม และค่าซักผ้าเพิ่มทุกสัปดาห์

หลัง

  • ห้องนอนมีกลิ่นเป็นกลางและสะอาด แม้บ้านจะปิดไว้หลายวัน
  • แอร์เป่าลมสดชื่นตั้งแต่นาทีแรกที่เปิด
  • โซฟาและผ้าม่านไม่เก็บกลิ่นเก่าไว้อีกต่อไป
  • รีวิวใหม่ชมว่า "ห้องโปร่ง สดชื่น" แทนคำว่าอับชื้น
  • ไม่ต้องพึ่งกลิ่นหอมแรง ๆ มากลบปัญหาอีกแล้ว
  • บรรจุการอบโอโซนเข้าไปในแผนดูแลบ้านตามฤดูกาล

เสียงจากเจ้าของบ้าน

"พิมพ์คิดมาตลอดว่าตัวเองทำความสะอาดเก่งนะคะ ซึ่งก็เก่งจริง แต่ปัญหาคือเราทำความสะอาดแค่ส่วนที่มองเห็น ทีม WHD มาวันพฤหัสฯ ช่วงที่ว่างระหว่างแขกสองกลุ่ม ขอให้เราเอาแมวกับกระถางต้นไม้ออกไปไว้ข้างนอกก่อน แล้วทุกอย่างก็เสร็จก่อนเที่ยงด้วยซ้ำ พอเขาเปิดบ้านระบายอากาศเสร็จ บ้านก็แค่ไม่มีกลิ่นอะไรเลย ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่เราต้องการ แขกคนแรกหลังจากนั้นเขียนรีวิวว่าห้องนอน 'สดชื่นและเย็นสบายมาก' อ่านแล้วน้ำตาจะไหล ปีนี้เลยจองคิวไว้อีกรอบก่อนเข้าหน้าฝน เพราะไม่อยากเห็นคำว่า 'อับ' ติดอยู่กับบ้านของคุณยายอีกแล้วค่ะ"

คุณพิมพ์ ย่านสุเทพ เชียงใหม่

สูตรดูแลที่พักให้ห่างไกลกลิ่นอับ ฉบับโฮสต์

การอบโอโซนจะให้ผลดีที่สุดเมื่อเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรการดูแลที่พัก ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาฉุกเฉินครั้งเดียว นี่คือจังหวะที่คุณพิมพ์ใช้อยู่ตอนนี้ ซึ่งคุณนำไปปรับใช้กับที่พักของตัวเองได้

วางแผนตามปฏิทิน ไม่ใช่รอให้โดนติ จองคิวอบโอโซนก่อนเข้าไฮซีซัน หลังผ่านช่วงฝนหนัก และหลังแขกกลุ่มที่สูบบุหรี่ พาสัตว์เลี้ยงมา หรือมากันเป็นกลุ่มใหญ่ การอบล่วงหน้าช่วยแก้ปัญหาก่อนที่แขกจะทันสังเกตเห็น

ใช้ช่วงว่างระหว่างการจองให้คุ้ม เนื่องจากต้องไม่มีใครอยู่ในบ้านระหว่างการอบ วันที่เช็กเอาต์และเช็กอินติดกันแบบกระชั้นอาจเร่งเกินไป คืนที่ปิดไว้หนึ่งคืนหรือวันธรรมดาที่ไม่มีแขกจะเหมาะที่สุด แจ้งเวลาเช็กอินให้ทีม WHD ทราบ เพื่อวางแผนเวลาเข้าทำงานและการระบายอากาศหลังอบ

คุมความชื้นให้อยู่หมัด หลังอบแล้ว ช่วยให้บ้านสดชื่นต่อเนื่องด้วยการเปิดแอร์โหมดดรายในวันที่อากาศอบอ้าว แง้มประตูตู้เสื้อผ้าไว้เล็กน้อย และตากพรมเช็ดเท้ากับผ้าเช็ดตัวให้แห้งสนิทก่อนเก็บ โอโซนกำจัดสิ่งที่มีอยู่แล้ว ส่วนการถ่ายเทอากาศที่ดีช่วยชะลอสิ่งที่จะตามมา

ล้างแอร์ตามรอบ การล้างฟิลเตอร์ คอยล์เย็น และถาดน้ำทิ้งโดยช่างเป็นประจำ ทำงานเข้าคู่กับการอบโอโซนได้ดี ช่วยจัดการทั้งคราบสกปรกและจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในนั้น

เลิกพึ่งน้ำหอมกลิ่นแรง เมื่อห้องไม่มีกลิ่นอะไรจริง ๆ แล้ว แค่ดอกไม้สดจากสวนสักแจกันก็เพียงพอ แขกหลายคนจะรู้สึกได้ว่าคุณไม่ได้พยายามซ่อนอะไร

บอกเล่าในหน้าประกาศ เขียนสั้น ๆ ตามจริงในคำอธิบายที่พักหรือคู่มือบ้าน เช่น "ห้องพักผ่านการอบโอโซนฆ่าเชื้อโดยทีมมืออาชีพทุกฤดูกาล" ช่วยให้แขกที่กังวลเรื่องสุขอนามัยมั่นใจขึ้น ไม่ต้องโฆษณาเกินจริง แค่บอกสิ่งที่คุณทำ

ตอบรีวิวเก่าอย่างมีชั้นเชิง ถ้ามีรีวิวเก่าพูดถึงเรื่องกลิ่น การตอบกลับอย่างสุภาพว่าคุณได้ใช้บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อโดยมืออาชีพแล้ว แสดงให้แขกในอนาคตเห็นว่าคุณรับฟังและลงมือแก้ไข การตอบแบบนี้หลายครั้งสร้างความมั่นใจได้มากกว่าคะแนนเต็มเสียอีก

เรียกคืนความสดชื่นระดับห้าดาว ก่อนแขกคนต่อไปจะเช็กอิน

เลิกกลบกลิ่น แล้วเริ่มกำจัดกลิ่นให้หมดไปจริง ๆ ให้ทีมผู้เชี่ยวชาญของ WHD อบโอโซนที่พักของคุณด้วยเครื่อง Master Ozone Generator ที่ผ่านการทดสอบจากหน่วยงานภายนอก ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ไร้สารเคมีตกค้าง

ดูบริการและราคา … คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 หรือแอดไลน์ @whd268 เพื่อเช็กคิวว่าง

โปรโมชันพิเศษ: ใช้บริการตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรีบริการพ่นฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ด้วย CHEMGENE HLD4H จากสหราชอาณาจักร

คำถามที่โฮสต์ถามบ่อย

อบโอโซนในวันเดียวกับที่แขกเช็กอินได้ไหม

ส่วนใหญ่ทำได้ ถ้ามีเวลาเพียงพอ รอบการทำงานหลักใช้เวลาประมาณ 30 นาที ตามด้วยการเปิดห้องระบายอากาศ แจ้งเวลาเช็กเอาต์และเช็กอินกับทีมงาน เพื่อยืนยันว่าช่วงเวลาในวันเดียวกันเป็นไปได้สำหรับที่พักของคุณหรือไม่

ต้องขนผ้าปู จานชาม หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าออกไหม

ไม่ต้อง โอโซนไม่ทำให้พื้นผิวเปียกและไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง เครื่องนอน ถ้วยชาม ทีวี และเราเตอร์วางไว้ที่เดิมได้ สิ่งที่ต้องออกจากพื้นที่คือคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้

หลังอบแล้วห้องจะมีกลิ่นโอโซนไหม

ทันทีหลังอบอาจได้กลิ่นสะอาดจาง ๆ คล้ายอากาศหลังฝนฟ้าคะนอง กลิ่นนี้จะหายไปเมื่อโอโซนสลายตัวเป็นออกซิเจน และห้องได้รับการระบายอากาศก่อนมีคนกลับเข้าไป

แก้ปัญหาแอร์มีกลิ่นได้ไหม

ตามข้อมูลในหน้าบริการของ WHD การอบโอโซนทำลายเชื้อราและสปอร์ในเครื่องปรับอากาศได้ 99.99% ซึ่งเป็นแหล่งกลิ่นอับที่พบบ่อยมาก สำหรับแอร์ที่สกปรกมาก การล้างฟิลเตอร์และคอยล์ร่วมด้วยเป็นประจำจะให้ผลลัพธ์ดีที่สุด

อบโอโซนแค่ดับกลิ่น หรือฆ่าเชื้อด้วย

ทั้งสองอย่าง นอกจากสลายโมเลกุลกลิ่นแล้ว ยังกำจัดแบคทีเรียและไวรัสได้มากกว่า 99.9% รวมถึง SARS-CoV-2 และช่วยลดสารก่อภูมิแพ้ในห้อง

ที่พักให้เช่าควรอบบ่อยแค่ไหน

ขึ้นอยู่กับอัตราการเข้าพัก สภาพอากาศ และกลุ่มแขก โฮสต์หลายคนเลือกอบก่อนไฮซีซัน หลังหน้าฝน และหลังแขกที่สูบบุหรี่หรือพาสัตว์เลี้ยงมา ทีม WHD ช่วยแนะนำรอบที่เหมาะกับที่พักของคุณได้

ให้บริการนอกกรุงเทพฯ หรือเปล่า

ติดต่อ WHD ทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือไลน์ @whd268 พร้อมแจ้งพื้นที่และขนาดที่พัก เพื่อตรวจสอบพื้นที่ให้บริการและนัดหมาย

คีย์เวิร์ด: โอโซนฆ่าเชื้อที่พัก Airbnb, รีวิวห้องเหม็นอับ, กำจัดกลิ่นอับที่พักรายวัน, อบโอโซนบ้านเช่า, บริการโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย, เครื่อง Master Ozone Generator, World Health Disinfection

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้