หวัดคนเดียว ป่วยทั้งบ้าน: วิธีตัดวงจรเชื้อโรคในบ้านที่มีทั้งปู่ย่า พ่อแม่ และหลาน

Last updated: 21 ก.ย. 2569  |  2 จำนวนผู้เข้าชม  | 

หวัดคนเดียว ป่วยทั้งบ้าน: วิธีตัดวงจรเชื้อโรคในบ้านที่มีทั้งปู่ย่า พ่อแม่ และหลาน

บ้านสามวัย | ดูแลสุขภาพทุกคนในครอบครัว

หวัดคนเดียว ป่วยทั้งบ้าน: วิธีตัดวงจรเชื้อโรคในบ้านที่มีทั้งปู่ย่า พ่อแม่ และหลาน

เรื่องราวของครอบครัวใหญ่ในปากเกร็ดที่ต้องผลัดกันป่วยเกือบทั้งเดือน เพราะเชื้อหวัดจากโรงเรียนอนุบาลเดินทางไปถึงห้องนอนของคุณย่า และแนวทางฆ่าเชื้อทั้งบ้านที่ช่วยให้ทุกวัยกลับมาหายใจได้อย่างสบายใจ

บ้านเดี่ยวสองชั้นในปากเกร็ด กับเดือนที่ทุกคนผลัดกันป่วย

คุณจันทร์เพ็ญ อายุสามสิบแปดปี เป็นพยาบาลวิชาชีพที่คลินิกเอกชนแห่งหนึ่งในนนทบุรี เธออาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยวสองชั้นในหมู่บ้านย่านปากเกร็ดกับสามี ลูกสาววัยเจ็ดขวบ ลูกชายวัยสามขวบ และพ่อแม่ของสามี คุณปู่วัยเจ็ดสิบสี่ปีเป็นเบาหวานและความดันสูง ส่วนคุณย่าวัยเจ็ดสิบปีเป็นโรคหอบหืดมาตั้งแต่สาว ๆ บ้านหลังนี้จึงมีคนสามรุ่นอยู่ร่วมกันใต้หลังคาเดียว ซึ่งเป็นภาพที่คุ้นตาของครอบครัวไทยจำนวนมาก

ชีวิตในบ้านหลายวัยมีความอบอุ่นที่หาได้ยาก คุณย่าช่วยดูแลหลานตอนพ่อแม่ไปทำงาน คุณปู่ชอบพาหลานชายไปรดน้ำต้นไม้หน้าบ้านทุกเช้า ตอนเย็นทุกคนนั่งกินข้าวพร้อมกันที่โต๊ะตัวใหญ่ในห้องครัว แต่ความใกล้ชิดนี้เองก็มีอีกด้านหนึ่งที่คุณจันทร์เพ็ญรู้ดีในฐานะพยาบาล นั่นคือเมื่อใครคนหนึ่งป่วย เชื้อโรคก็เดินทางไปถึงทุกคนได้เร็วมาก

เรื่องเริ่มจากเช้าวันจันทร์ต้นเดือนกรกฎาคม ลูกชายคนเล็กกลับจากโรงเรียนอนุบาลพร้อมอาการน้ำมูกไหลและไอเล็กน้อย ครูแจ้งว่ามีเด็กในห้องเป็นหวัดหลายคน สองวันต่อมาลูกสาวคนโตก็เริ่มมีไข้ ตามด้วยสามีที่ต้องลางานไปสองวัน คุณจันทร์เพ็ญพยายามแยกเด็ก ๆ ให้นอนห้องเดียวกันชั้นบน ใส่หน้ากากอนามัยตอนดูแลลูก และเช็ดลูกบิดประตูด้วยแอลกอฮอล์ทุกเย็น

แต่ในบ้านที่ทุกคนใช้ห้องน้ำร่วมกัน นั่งโซฟาตัวเดียวกัน ใช้รีโมตทีวีอันเดียวกัน และคุณย่าก็ยังคงอุ้มหลานชายที่งอแงเพราะไม่สบาย การแยกเชื้อจึงแทบเป็นไปไม่ได้ ปลายสัปดาห์ที่สอง คุณย่าเริ่มไอหนักขึ้นเรื่อย ๆ อาการหอบกำเริบจนต้องพาไปพบแพทย์กลางดึก คุณปู่เริ่มมีไข้ต่ำและอ่อนเพลียจนระดับน้ำตาลในเลือดแกว่ง และสุดท้ายคุณจันทร์เพ็ญเองก็ล้มป่วยเป็นคนสุดท้ายของบ้าน

กว่าทุกคนจะหายดีก็เกือบหนึ่งเดือนเต็ม และที่น่าหงุดหงิดที่สุดคือ เพียงสองสัปดาห์หลังจากนั้น ลูกชายก็กลับมามีน้ำมูกอีกรอบ ความกังวลว่าวงจรเดิมจะเริ่มใหม่ทำให้ทั้งบ้านตึงเครียด คุณย่าถึงกับพูดเบา ๆ ว่า "ย่าคงต้องย้ายไปนอนที่บ้านป้าสักพักแล้วมั้ง" ประโยคนั้นทำให้คุณจันทร์เพ็ญใจหาย เพราะเธอไม่อยากให้เชื้อโรคมาแยกครอบครัวของเธอออกจากกัน

ทำไมบ้านหลายวัยถึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่อกันมากกว่าบ้านทั่วไป

บ้านที่มีหลายรุ่นอยู่ด้วยกันคือจุดที่คนซึ่งมีภูมิคุ้มกันแตกต่างกันมากที่สุดมาใช้ชีวิตร่วมกัน เด็กเล็กเป็นกลุ่มที่รับเชื้อเข้ามาบ่อยที่สุดจากโรงเรียนและสนามเด็กเล่น ผู้ใหญ่วัยทำงานรับเชื้อจากที่ทำงาน รถไฟฟ้า และห้างสรรพสินค้า ส่วนผู้สูงอายุคือกลุ่มที่ร่างกายรับมือกับเชื้อได้ยากที่สุด

ด้านสุขภาพ: หวัดธรรมดาของเด็ก อาจไม่ธรรมดาสำหรับผู้สูงอายุ

สำหรับเด็กที่แข็งแรง ไข้หวัดมักหายได้เองภายในหนึ่งสัปดาห์ แต่เมื่อเชื้อเดียวกันไปถึงผู้สูงอายุ โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัวอย่างเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ หรือหอบหืด อาการอาจรุนแรงกว่ามาก บางรายเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างหลอดลมอักเสบหรือปอดอักเสบ บางรายโรคประจำตัวกำเริบจนต้องปรับยาหรือนอนโรงพยาบาล ในทางกลับกัน เด็กเล็กและทารกก็เปราะบางต่อเชื้อที่ผู้ใหญ่นำกลับมาจากข้างนอกเช่นกัน

ด้านเงิน: ค่าใช้จ่ายที่ทวีคูณตามจำนวนคนป่วย

เมื่อคนป่วยทีละคนต่อเนื่องกันทั้งเดือน ค่าใช้จ่ายก็สะสมตาม ทั้งค่าหมอ ค่ายา ค่าเดินทางไปโรงพยาบาล รายได้ที่หายไปจากการลางาน และค่าจ้างคนมาช่วยดูแลเด็กในวันที่ทั้งพ่อและแม่ป่วยพร้อมกัน สำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ หากต้องนอนโรงพยาบาลเพียงไม่กี่คืน ค่าใช้จ่ายอาจสูงกว่าที่หลายคนคาดไว้

ด้านเวลา: ไม่มีใครได้พักจริง ๆ

ในบ้านหลายวัย คนที่เพิ่งหายป่วยมักต้องลุกขึ้นมาดูแลคนที่เพิ่งเริ่มป่วยต่อทันที ไม่มีช่วงเวลาได้ฟื้นตัวเต็มที่ พ่อแม่วัยทำงานต้องสลับกันลางาน เด็กขาดเรียน และงานบ้านก็กองรออยู่ทุกวัน

ด้านความสัมพันธ์: ความรู้สึกผิดและความตึงเครียดที่ไม่มีใครพูดออกมา

สิ่งที่มักไม่ถูกพูดถึงคือบาดแผลทางใจ พ่อแม่รู้สึกผิดที่ลูกนำเชื้อกลับมาติดปู่ย่า ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระ บางบ้านเริ่มมีการโทษกันว่าใครเป็นต้นเหตุ ทั้งที่ความจริงไม่มีใครผิดเลย เชื้อโรคแค่หาทางไปได้ง่ายเกินไปในบ้านที่ทุกคนรักและใกล้ชิดกัน

ด้านสิ่งแวดล้อมในบ้าน: เชื้อที่ค้างอยู่หลังคนหายป่วยแล้ว

เชื้อโรคบางชนิดสามารถอยู่บนพื้นผิวและในอากาศภายในบ้านได้ระยะหนึ่ง ทั้งบนโซฟา ผ้าม่าน หมอน ตุ๊กตาของเด็ก และในห้องที่อากาศถ่ายเทไม่ดี ประกอบกับอากาศร้อนชื้นในช่วงหน้าฝนที่เอื้อต่อการเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย บ้านจึงอาจกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อที่คอยส่งต่อให้คนในบ้านได้อีกรอบ

สัญญาณเตือนว่าบ้านของคุณอาจกำลังเป็นทางผ่านของเชื้อโรค

หลายครอบครัวไม่ทันสังเกตว่าบ้านของตัวเองกลายเป็นวงจรส่งต่อเชื้อ จนกระทั่งทุกคนป่วยไปแล้ว ลองสำรวจดูว่าบ้านของคุณมีสัญญาณเหล่านี้หรือไม่

  • เมื่อคนหนึ่งเริ่มเป็นหวัด คนอื่นในบ้านมักป่วยตามภายในหนึ่งถึงสองสัปดาห์
  • ผู้สูงอายุในบ้านไอเรื้อรัง หรือโรคประจำตัวกำเริบบ่อยขึ้นหลังจากเด็กป่วย
  • เด็กเป็นหวัดซ้ำในเวลาไม่นานหลังจากเพิ่งหายดี
  • มีคนในบ้านจาม คัดจมูก หรือคันตาเป็นประจำ โดยเฉพาะตอนตื่นนอนหรือหลังเปิดแอร์
  • ห้องบางห้องมีกลิ่นอับชื้น หรือเห็นจุดเชื้อราตามมุมผนัง ขอบหน้าต่าง หรือหลังตู้
  • ของใช้ผ้าจำนวนมาก เช่น ตุ๊กตา พรม และผ้าม่าน ไม่ได้ทำความสะอาดมานาน

หากพบหลายข้อพร้อมกัน นั่นคือสัญญาณว่าถึงเวลาที่ควรดูแลสภาพแวดล้อมของบ้านทั้งหลังอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงแค่รักษาอาการของแต่ละคนไปทีละรอบ

สิ่งที่ครอบครัวส่วนใหญ่ทำ แต่ยังตัดวงจรเชื้อโรคในบ้านไม่ได้

ด้วยความที่เป็นพยาบาล คุณจันทร์เพ็ญทำทุกอย่างที่ควรทำตามหลักสุขอนามัยพื้นฐาน แต่เธอก็พบว่าในบ้านจริงที่มีคนเจ็ดคน มาตรการเหล่านี้มีข้อจำกัดที่ชัดเจน

เช็ดแอลกอฮอล์ตามลูกบิดและโต๊ะ

การเช็ดจุดที่มือสัมผัสบ่อยเป็นเรื่องที่ดีและควรทำต่อไป แต่ในบ้านทั้งหลังมีพื้นผิวหลายร้อยจุด ตั้งแต่ราวบันได สวิตช์ไฟ ของเล่น ไปจนถึงผ้าม่านและโซฟาผ้าที่เช็ดแอลกอฮอล์ไม่ได้ และเมื่อทุกคนเหนื่อยจากการดูแลคนป่วย การเช็ดก็มักหลุดไปบางวัน

แยกห้องนอนผู้ป่วย

การแยกห้องช่วยลดการสัมผัสใกล้ชิดได้จริง แต่บ้านส่วนใหญ่มีห้องน้ำและพื้นที่ส่วนกลางใช้ร่วมกัน เด็กเล็กที่ป่วยก็ต้องการคนดูแลตลอดเวลา และแอร์ในบ้านก็หมุนเวียนอากาศเดิมอยู่ในห้องที่ปิดสนิท

ใส่หน้ากากอนามัยในบ้าน

หน้ากากช่วยลดการแพร่เชื้อผ่านละอองจากการไอจาม แต่เด็กสามขวบไม่ยอมใส่ ผู้สูงอายุที่หอบหืดใส่นาน ๆ แล้วหายใจไม่สะดวก และไม่มีใครใส่หน้ากากตอนนอนหรือตอนกินข้าว

เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท

การระบายอากาศเป็นสิ่งที่ดี แต่ในช่วงหน้าฝนที่ความชื้นสูง หรือวันที่ฝุ่นละอองภายนอกมีค่าสูง การเปิดหน้าต่างทั้งวันอาจทำให้คุณย่าที่เป็นหอบหืดมีอาการมากขึ้น และบ้านในเมืองก็ไม่ได้มีลมพัดผ่านเสมอไป

พ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อทั่วบ้าน

สเปรย์ฆ่าเชื้อที่หาซื้อได้ทั่วไปใช้ได้ดีกับพื้นผิวบางจุด แต่ถ้าพ่นกระจายทั้งบ้าน กลิ่นสารเคมีอาจระคายเคืองทางเดินหายใจของผู้สูงอายุและเด็ก ซึ่งเป็นกลุ่มที่เราต้องการปกป้องมากที่สุด อีกทั้งละอองสเปรย์ก็ไม่ได้เข้าไปถึงเนื้อผ้าของหมอน ที่นอน หรือตุ๊กตา

ซื้อเครื่องฟอกอากาศมาไว้ทุกห้อง

เครื่องฟอกอากาศช่วยกรองฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้ แต่การจะวางให้ครบทุกห้องมีค่าใช้จ่ายสูง ต้องเปลี่ยนแผ่นกรองเป็นประจำ และไม่ได้จัดการกับเชื้อที่เกาะอยู่บนพื้นผิวหรือในเนื้อผ้า

มาตรการทั้งหมดนี้ยังควรทำต่อไป เพราะแต่ละอย่างช่วยลดความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่ยังขาดคือการ "รีเซ็ต" สภาพแวดล้อมทั้งบ้านให้สะอาดพร้อมกันในคราวเดียว เพื่อไม่ให้เชื้อที่ค้างอยู่ตามซอกมุมย้อนกลับมาหาคนในบ้านอีก

รีเซ็ตทั้งบ้านในครั้งเดียว: บริการโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยจาก WHD

คุณจันทร์เพ็ญได้ยินเรื่องการอบโอโซนจากเพื่อนร่วมงานที่คลินิก ซึ่งเคยเห็นโรงพยาบาลใช้การฆ่าเชื้อด้วยโอโซนในการดูแลพื้นที่ต่าง ๆ เธอจึงค้นข้อมูลต่อและพบบริการของ World Health Disinfection ที่ออกแบบมาสำหรับบ้านพักอาศัยโดยเฉพาะ สิ่งที่ทำให้เธอสนใจในฐานะคนที่ทำงานด้านสุขภาพ คือหลักการที่ไม่ทิ้งสารเคมีไว้ในบ้านที่มีทั้งเด็กเล็กและผู้สูงอายุ

โอโซนฆ่าเชื้อในบ้านได้อย่างไร

โอโซน หรือ O3 เป็นก๊าซที่มีฤทธิ์ออกซิไดซ์สูง บริการของ WHD ผลิตโอโซนจากเครื่อง Master Ozone Generator แล้วปล่อยให้กระจายทั่วพื้นที่ โอโซนจะเข้าไปทำลายเชื้อโรคในระดับโมเลกุล ทั้งไวรัส รวมถึง SARS-CoV-2 แบคทีเรียมากกว่า 99.9% และสปอร์เชื้อรา พร้อมช่วยลดสารก่อภูมิแพ้และกลิ่นอับในบ้าน หลังจากทำงานเสร็จ โอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน หรือ O2 ตามธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีตกค้างบนหมอนของเด็ก ที่นอนของคุณย่า หรือโต๊ะกินข้าวของครอบครัว

ข้อดีที่สำคัญสำหรับบ้านหลายวัยคือ โอโซนเป็นก๊าซที่เข้าถึงทุกซอกมุม ทั้งในเนื้อผ้าโซฟา ผ้าม่าน ที่นอน ตุ๊กตาผ้า ใต้เตียง หลังตู้ และช่องที่การเช็ดหรือการพ่นเข้าไม่ถึง โดยไม่ทำให้สิ่งใดเปียกชื้น และไม่ทำให้เฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหาย

เครื่องที่ผ่านการรับรอง

ตามข้อมูลในหน้าบริการ Master Ozone Generator ผ่านการรับรองและทดสอบโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ Intertek จากสหราชอาณาจักร ซึ่งผลทดสอบระบุว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่าวิธีมาตรฐานทั่วไปถึงสิบเท่า และ WHD ยังให้บริการแก่โรงพยาบาล โรงเรียน โรงแรมห้าดาว สำนักงาน และโรงงาน รวมกว่า 300 องค์กร

ขั้นตอนการอบโอโซนประมาณ 30 นาที

  1. ช่วงที่ 1 (2 นาที) เริ่มระบบและควบคุมความเข้มข้น: ช่างเทคนิคประเมินขนาดห้องและตั้งค่าเครื่องให้เหมาะสม
  2. ช่วงที่ 2 (12 นาที) กระจายโอโซน: ก๊าซแผ่ไปทั่วห้อง เข้าถึงเตียง ผ้าห่ม ตุ๊กตา และเฟอร์นิเจอร์ผ้า
  3. ช่วงที่ 3 (12 นาที) ฟอกอากาศและทำลายเชื้อโรค: โอโซนทำลายไวรัส แบคทีเรีย และสปอร์เชื้อราในระดับโมเลกุล
  4. ช่วงที่ 4 (4 นาที) หยุดระบบก่อนเปิดพื้นที่: เครื่องหยุดทำงาน ช่างเทคนิคเปิดระบายอากาศ แล้วจึงอนุญาตให้ครอบครัวกลับเข้าห้อง

ความปลอดภัยสำหรับทุกวัย: ระหว่างการอบโอโซน ทุกคนในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ เด็ก สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ ต้องออกจากพื้นที่ ช่างเทคนิคของ WHD เป็นผู้ควบคุมเครื่องตลอดเวลา และจะเปิดระบายอากาศหลังช่วงหยุดระบบก่อนให้ทุกคนกลับเข้าไป ครอบครัวที่มีผู้สูงอายุควรเตรียมที่นั่งพักสบาย ๆ นอกบ้านไว้ล่วงหน้า

ข้อควรเข้าใจ: การอบโอโซนช่วยฆ่าเชื้อที่สะสมอยู่ในบ้าน แต่ไม่ได้ทำให้คนในบ้านมีภูมิต้านทานต่อเชื้อใหม่ที่นำเข้ามาภายหลัง จึงควรทำควบคู่กับการล้างมือ การดูแลสุขภาพ และคำแนะนำของแพทย์เสมอ

10 เหตุผลที่บ้านสามวัยควรใช้บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อ

  1. ปิดฉากวงจรป่วยต่อกัน: ฆ่าเชื้อทั้งบ้านพร้อมกันหลังทุกคนหายป่วย ลดโอกาสที่เชื้อซึ่งค้างอยู่จะย้อนกลับมาหาคนในบ้าน
  2. ใส่ใจปอดของปู่ย่าตายาย: ไม่มีกลิ่นสารเคมีฉุนหลงเหลือที่อาจกระตุ้นอาการหอบหืดหรือภูมิแพ้
  3. ปลอดภัยต่อข้าวของของเด็ก: หมอน ผ้าห่ม และตุ๊กตาผ้าได้รับการฆ่าเชื้อโดยไม่ต้องพ่นน้ำยาใส่
  4. เข้าถึงจุดที่ครอบครัวใหญ่ใช้ร่วมกัน: โซฟา ห้องน้ำ ห้องครัว และโต๊ะกินข้าว ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการส่งต่อเชื้อ
  5. จัดการเชื้อราหน้าฝน: ลดสปอร์เชื้อราและกลิ่นอับที่ทำให้คนในบ้านคัดจมูกและจามเรื้อรัง
  6. ลดสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ: ช่วยให้คนที่เป็นภูมิแพ้ในบ้านหายใจได้โล่งขึ้น
  7. ไม่เปียก ไม่เลอะ ไม่ต้องขนย้าย: เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และของใช้ทุกชิ้นอยู่ที่เดิม
  8. ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงต่อพื้นที่: ครอบครัวไปทานข้าวนอกบ้านสักมื้อ กลับมาก็พร้อมใช้ชีวิตตามปกติ
  9. เครื่องมือที่ผ่านการทดสอบ: Master Ozone Generator ผ่านการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek สหราชอาณาจักร
  10. ทีมงานที่โรงพยาบาลและโรงเรียนเลือกใช้: WHD ดูแลกว่า 300 องค์กร จึงเข้าใจมาตรฐานความสะอาดสำหรับกลุ่มเปราะบางเป็นอย่างดี

บ้านของคุณจันทร์เพ็ญ ก่อน และ หลัง การอบโอโซน

ก่อน

  • คนในบ้านผลัดกันป่วยต่อเนื่องเกือบหนึ่งเดือน
  • คุณย่าหอบกำเริบจนต้องไปพบแพทย์กลางดึก
  • ห้องนอนเด็กมีกลิ่นอับจากตุ๊กตาและผ้าห่ม
  • ห้องนั่งเล่นมีกลิ่นอับชื้นช่วงหน้าฝน
  • พ่อแม่ต้องสลับกันลางานหลายวัน
  • บรรยากาศในบ้านตึงเครียด คุณย่าคิดจะย้ายออกไปชั่วคราว

หลัง

  • บ้านได้รับการฆ่าเชื้อพร้อมกันทุกห้องในวันเดียว
  • ไม่มีกลิ่นสารเคมีที่รบกวนการหายใจของคุณย่า
  • ห้องนอนเด็กสดชื่น ตุ๊กตาและผ้าห่มไม่ต้องพ่นน้ำยา
  • ห้องนั่งเล่นหายกลิ่นอับ อากาศโปร่งสบาย
  • ครอบครัวมีแผนดูแลบ้านที่ชัดเจนร่วมกัน
  • คุณย่าไม่ต้องย้ายไปไหน ทุกคนยังกินข้าวเย็นพร้อมหน้ากัน

เสียงจากคุณแม่ในบ้านสามวัย: คุณจันทร์เพ็ญ ปากเกร็ด

"ในฐานะพยาบาล สิ่งที่เรากังวลที่สุดคือสารเคมีตกค้าง เพราะคุณย่าเป็นหอบหืดและลูกคนเล็กยังชอบเอาของเข้าปาก พอทีม WHD อธิบายว่าโอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจน และขอให้ทุกคนออกจากบ้านระหว่างอบ เราก็รู้สึกว่านี่คือทีมที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยจริง ๆ ไม่ได้พูดเกินจริง

วันที่ทำ เราพาคุณปู่คุณย่ากับเด็ก ๆ ไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านประจำในหมู่บ้าน ทีมงานไล่อบทีละห้องทั้งสองชั้น พอกลับมา ห้องนอนลูกที่เคยอับจากตุ๊กตาเต็มตู้ก็สดชื่นขึ้นชัดเจน ห้องนั่งเล่นหายกลิ่นชื้น และคุณย่าบอกว่าหายใจโล่งกว่าเดิม

ตอนนี้เรานัดทำเป็นรอบ ๆ ช่วงเปิดเทอมและหน้าฝน และทุกครั้งหลังจากมีคนในบ้านป่วย มันไม่ได้แปลว่าจะไม่มีใครเป็นหวัดอีกเลย เด็กไปโรงเรียนก็ต้องมีป่วยบ้าง แต่เราไม่เห็นภาพป่วยต่อกันทั้งบ้านเป็นเดือน ๆ แบบครั้งนั้นอีก ที่สำคัญที่สุดคือคุณย่ายังอยู่กับเรา ไม่ต้องย้ายไปไหนค่ะ"

— คุณจันทร์เพ็ญ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

แผนดูแลบ้านหลายวัยให้ห่างไกลการป่วยต่อกัน

การอบโอโซนจะให้ผลดีที่สุดเมื่อเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลสุขภาพของครอบครัวที่ทุกคนร่วมมือกัน ต่อไปนี้คือแนวทางที่ครอบครัวของคุณจันทร์เพ็ญใช้อยู่ในปัจจุบัน

  • ล้างมือทันทีที่กลับถึงบ้าน: ตั้งเจลแอลกอฮอล์และสบู่ไว้ใกล้ประตู โดยเฉพาะเด็กที่กลับจากโรงเรียนและผู้ใหญ่ที่กลับจากที่ทำงาน ก่อนจะไปกอดคุณปู่คุณย่า
  • แยกของใช้ส่วนตัวเมื่อมีคนป่วย: ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ และช้อนกลางต้องแยกกันชัดเจน
  • จัดมุมพักสำหรับผู้ป่วย: ให้คนที่ป่วยพักในห้องที่ระบายอากาศได้ดี และลดการใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกันในช่วงนั้น
  • อบโอโซนหลังทุกคนหายป่วย: เพื่อรีเซ็ตสภาพแวดล้อมในบ้านทั้งหลัง ไม่ให้เชื้อที่ค้างอยู่ย้อนกลับมา
  • อบโอโซนตามฤดูกาล: ช่วงเปิดเทอมที่เด็กเริ่มรับเชื้อจากโรงเรียน และช่วงหน้าฝนที่ความชื้นสูงจนเชื้อราเติบโตง่าย
  • ปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนสำหรับผู้สูงอายุและเด็ก: ติดตามคำแนะนำจากกรมควบคุมโรคและแพทย์ประจำตัว
  • ซักผ้าปูที่นอนและตุ๊กตาเป็นประจำ: ตากแดดให้แห้งสนิท ลดแหล่งสะสมฝุ่นและไรฝุ่น

ให้บ้านเป็นที่พักใจของทุกวัย ไม่ใช่ทางผ่านของเชื้อโรค

ให้ทีม World Health Disinfection ช่วยรีเซ็ตความสะอาดทั้งบ้านด้วยบริการโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อพื้นที่ ไร้สารเคมีตกค้าง อ่อนโยนต่อบ้านที่มีทั้งผู้สูงอายุและเด็กเล็ก

ดูบริการและราคา ฆ่าเชื้อบ้านทั้งครอบครัว คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268 | อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

โปรโมชั่นพิเศษ: ใช้บริการตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรีบริการพ่นฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ด้วย CHEMGENE HLD4H จากสหราชอาณาจักร

คำถามที่พบบ่อยจากครอบครัวที่อยู่ร่วมกันหลายรุ่น

ผู้สูงอายุที่เป็นหอบหืดกลับเข้าบ้านได้เมื่อไร?

หลังจากช่วงหยุดระบบ ช่างเทคนิคจะเปิดระบายอากาศและแจ้งเมื่อพื้นที่พร้อมให้กลับเข้าไป ระหว่างการอบทุกคนต้องอยู่นอกพื้นที่ หากผู้สูงอายุมีโรคประจำตัวทางเดินหายใจ แนะนำให้แจ้งทีมงานล่วงหน้า และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ประจำตัวด้วย

ควรอบโอโซนตอนที่ยังมีคนป่วยอยู่ในบ้านหรือไม่?

ช่วงที่เหมาะที่สุดคือหลังจากทุกคนหายป่วยแล้ว เพื่อฆ่าเชื้อที่สะสมอยู่ในบ้านทั้งหลังในคราวเดียว เพราะระหว่างการอบ ทุกคนรวมถึงผู้ป่วยต้องออกจากพื้นที่ ซึ่งอาจไม่สะดวกสำหรับคนที่ยังไม่สบาย

ตุ๊กตา หมอน และผ้าห่มของเด็กต้องเอาออกไปก่อนไหม?

ไม่จำเป็น วางไว้ในห้องได้ตามปกติ โอโซนเป็นก๊าซที่เข้าถึงเนื้อผ้าได้โดยไม่ทำให้เปียก และไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง จึงเหมาะกับของใช้ที่เด็กสัมผัสใกล้ชิดทุกวัน

การอบโอโซนจะป้องกันไม่ให้ใครเป็นหวัดอีกเลยใช่ไหม?

ไม่ใช่ การอบโอโซนช่วยฆ่าเชื้อที่อยู่ในบ้านขณะทำ แต่คนในบ้านยังรับเชื้อใหม่จากภายนอกได้เสมอ จึงควรทำควบคู่กับการล้างมือ การดูแลสุขภาพ และคำแนะนำของแพทย์ เพื่อลดโอกาสที่เชื้อจะแพร่ต่อกันภายในบ้าน

บ้านสองชั้นหลายห้องใช้เวลานานแค่ไหน?

แต่ละพื้นที่ใช้เวลาประมาณ 30 นาที บ้านที่มีหลายห้องจะใช้เวลารวมมากขึ้นตามจำนวนพื้นที่ ทีมงานจะประเมินและแจ้งเวลาโดยประมาณให้ทราบก่อน เพื่อให้ครอบครัววางแผนออกไปทำกิจกรรมข้างนอกได้

ควรอบโอโซนบ่อยแค่ไหนสำหรับบ้านที่มีเด็กวัยเรียน?

หลายครอบครัวเลือกทำช่วงเปิดเทอม ช่วงหน้าฝน และหลังจากมีคนในบ้านป่วย สามารถปรึกษาทีมงานเพื่อวางรอบการดูแลที่เหมาะกับบ้านของคุณได้

อ่านต่อและแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง: ฆ่าเชื้อบ้านหลายวัย, หวัดติดกันทั้งบ้าน, ฆ่าเชื้อบ้านหลังป่วย, อบโอโซนบ้านที่มีผู้สูงอายุ, ฆ่าเชื้อบ้านที่มีเด็กเล็ก, โอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย, บริการอบโอโซน นนทบุรี

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้