อบโอโซนห้องผู้สูงอายุติดเตียง: คืนอากาศสะอาดให้พ่อแม่ที่รัก และคืนลมหายใจให้คนดูแล

Last updated: 21 ก.ย. 2569  |  6 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อบโอโซนห้องผู้สูงอายุติดเตียง: คืนอากาศสะอาดให้พ่อแม่ที่รัก และคืนลมหายใจให้คนดูแล

อบโอโซนห้องผู้สูงอายุติดเตียง: คืนอากาศสะอาดให้พ่อแม่ที่รัก และคืนลมหายใจให้คนดูแล

กลิ่นปัสสาวะที่ไม่ยอมจาง เชื้อโรคที่สะสมรอบเตียง และความเหนื่อยล้าที่ไม่มีวันหยุด คือชีวิตจริงของลูกหลานที่ดูแลผู้สูงอายุติดเตียงอยู่ที่บ้าน บทความนี้เล่าเรื่องของครอบครัวหนึ่งในปากเกร็ด และวิธีที่พวกเขาเปลี่ยนห้องผู้ป่วยให้กลับมาน่าอยู่อีกครั้ง

เรื่องของ "นก" ลูกสาวคนเล็กที่ลาออกจากงานมาดูแลแม่

นก อายุสี่สิบห้าปี เคยเป็นหัวหน้าฝ่ายจัดซื้อในบริษัทอาหารแช่แข็ง เมื่อสองปีก่อน คุณแม่บุญเรือนวัยแปดสิบเอ็ดปีเกิดภาวะหลอดเลือดสมองตีบ ร่างกายซีกขวาอ่อนแรง พูดได้ไม่ชัด และลุกจากเตียงเองไม่ได้อีกเลย พี่ชายสองคนของนกทำงานต่างจังหวัด นกจึงตัดสินใจลาออกจากงาน ย้ายกลับมาอยู่บ้านเดี่ยวสองชั้นหลังเก่าของครอบครัวในอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เพื่อดูแลแม่เต็มเวลา

ห้องนอนของคุณแม่ถูกย้ายลงมาอยู่ชั้นล่าง ในห้องที่เคยเป็นห้องรับแขก มีเตียงผู้ป่วยแบบปรับระดับ ที่นอนลมกันแผลกดทับ เครื่องดูดเสมหะ ถังขยะใส่ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ และชั้นวางยาเรียงเป็นแถว นกเปลี่ยนผ้าอ้อมให้แม่วันละห้าถึงหกครั้ง พลิกตัวทุกสองชั่วโมง และให้อาหารทางสายยางวันละสี่มื้อ

แม้นกจะทำความสะอาดทุกวัน แต่กลิ่นปัสสาวะก็ยังคงลอยอยู่ในห้องตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงบ่ายที่อากาศร้อนและชื้น กลิ่นซึมเข้าไปในผ้าม่าน เบาะเก้าอี้ และแม้แต่ในที่นอนลม เวลามีญาติมาเยี่ยม นกสังเกตเห็นว่าบางคนเผลอยกมือขึ้นปิดจมูก แล้วรีบขอตัวกลับ ความรู้สึกอับอายปนเสียใจทำให้นกเริ่มไม่อยากให้ใครมาที่บ้าน

เรื่องที่ทำให้นกกลัวที่สุดเกิดขึ้นเมื่อสามเดือนก่อน คุณแม่มีไข้สูง หายใจหอบ และมีเสมหะมาก หมอวินิจฉัยว่าเป็นปอดอักเสบจากการสำลัก ต้องนอนโรงพยาบาลเกือบสองสัปดาห์ หลังกลับบ้าน หมอกำชับว่าต้องดูแลเรื่องการให้อาหาร การจัดท่า และความสะอาดรอบตัวผู้ป่วยอย่างเข้มงวด เพราะร่างกายของคุณแม่ต้านทานเชื้อได้น้อยมากแล้ว

คืนหนึ่ง หลังพลิกตัวแม่ครั้งที่ห้า นกนั่งลงบนพื้นข้างเตียงแล้วร้องไห้ออกมาเงียบ ๆ เธอเหนื่อยทั้งกายและใจ และรู้สึกว่าไม่ว่าจะขัดถูมากแค่ไหน ห้องนี้ก็ไม่เคยสะอาดพอ

เช้าวันรุ่งขึ้น พยาบาลเยี่ยมบ้านจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแวะมาตรวจแผลกดทับที่ก้นกบของคุณแม่ เธอสังเกตเห็นคราบเชื้อราบนผนังด้านหลังตู้ยา และกลิ่นอับที่ออกมาจากแอร์ พยาบาลแนะนำว่า นอกจากการดูแลตัวผู้ป่วยแล้ว สภาพแวดล้อมในห้องก็สำคัญมาก เพราะผู้ป่วยหายใจอากาศในห้องนี้เกือบตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ถ้าอากาศเต็มไปด้วยเชื้อราและแบคทีเรีย ร่างกายที่อ่อนแออยู่แล้วก็ต้องทำงานหนักขึ้นอีก คำพูดนั้นทำให้นกตัดสินใจว่า ถึงเวลาต้องหาวิธีที่ได้ผลจริง ไม่ใช่แค่ทำความสะอาดแบบเดิมให้หนักขึ้น

ห้องผู้ป่วยติดเตียงคือพื้นที่เสี่ยงที่ถูกมองข้าม

ผู้สูงอายุที่ต้องนอนอยู่บนเตียงเป็นเวลานาน มักมีภูมิคุ้มกันที่ลดลงตามวัย มีโรคประจำตัวหลายโรค และบางรายกลืนอาหารลำบาก ร่างกายจึงรับมือกับเชื้อโรคได้ไม่ดีเท่าคนทั่วไป เชื้อที่คนหนุ่มสาวอาจแค่เป็นหวัดเล็กน้อย กลับทำให้ผู้สูงอายุติดเตียงป่วยหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาลได้

ความเสี่ยงที่ผู้ดูแลควรรู้

  • ปอดอักเสบจากการสำลัก: เกิดเมื่ออาหาร น้ำลาย หรือเสมหะที่มีเชื้อหลุดเข้าไปในหลอดลมและปอด เป็นภาวะที่พบบ่อยในผู้ป่วยหลอดเลือดสมองและผู้ที่กลืนลำบาก ยิ่งในช่องปากและสิ่งแวดล้อมรอบตัวมีเชื้อสะสมมาก ความเสี่ยงก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
  • การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ: ผู้ที่ใส่ผ้าอ้อมหรือสายสวนปัสสาวะมีโอกาสติดเชื้อสูง แบคทีเรียจากปัสสาวะและอุจจาระสามารถปนเปื้อนผ้าปูที่นอน ราวเตียง และมือของผู้ดูแลได้
  • แผลกดทับติดเชื้อ: ผิวหนังที่เปื่อยจากความชื้นและแรงกด เป็นทางเข้าของเชื้อแบคทีเรีย หากสิ่งแวดล้อมรอบเตียงไม่สะอาด แผลอาจหายช้าหรือลุกลาม
  • เชื้อราและความอับชื้น: ห้องที่ปิดแอร์ทั้งวันเพื่อให้ผู้ป่วยสบายตัว มักมีความชื้นสะสมในแอร์ ผ้าม่าน และที่นอน กลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อราที่ลอยอยู่ในอากาศที่ผู้ป่วยหายใจทุกนาที
  • เชื้อจากคนภายนอก: พยาบาลเยี่ยมบ้าน นักกายภาพบำบัด ญาติ และผู้ช่วยดูแล ล้วนเป็นพาหะนำเชื้อจากข้างนอกเข้ามาได้โดยไม่ตั้งใจ

ข้อมูลจาก กรมควบคุมโรค ชี้ว่าผู้สูงอายุเป็นกลุ่มเปราะบางต่อโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ การดูแลสุขอนามัยของผู้ป่วยและสิ่งแวดล้อมในบ้านจึงเป็นส่วนสำคัญของการป้องกัน ควบคู่กับการพบแพทย์ตามนัดและการรับวัคซีนที่แพทย์แนะนำ

ต้นทุนที่มองไม่เห็นของการดูแลผู้ป่วยติดเตียง

สุขภาพของผู้ป่วยและผู้ดูแล

การกลับเข้าโรงพยาบาลแต่ละครั้ง ทำให้ผู้สูงอายุอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด กล้ามเนื้อลีบลง กินได้น้อยลง และบางคนสับสนมากขึ้นหลังจากนอนโรงพยาบาลนาน ขณะเดียวกัน ผู้ดูแลเองก็เสี่ยงติดเชื้อจากการสัมผัสใกล้ชิด ปวดหลังจากการพลิกตัวผู้ป่วย และนอนหลับไม่เพียงพอติดต่อกันเป็นเดือน

ภาระทางการเงิน

ค่ารักษาปอดอักเสบในผู้สูงอายุ ค่าผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ค่าอาหารทางสายยาง ค่าเวชภัณฑ์ และค่าจ้างผู้ช่วยดูแลรวมกันแล้วเป็นก้อนใหญ่ในแต่ละเดือน หลายครอบครัวอย่างบ้านของนกยังต้องสูญเสียรายได้หลัก เพราะมีคนหนึ่งต้องลาออกจากงานมาดูแลเต็มเวลา

ความสัมพันธ์และศักดิ์ศรี

กลิ่นในห้องไม่ได้กระทบแค่ความรู้สึกของแขก แต่กระทบศักดิ์ศรีของผู้ป่วยด้วย ผู้สูงอายุหลายคนแม้พูดไม่ได้ แต่ยังรับรู้ได้ว่าลูกหลานหรือเพื่อนเก่ามีท่าทีอึดอัด ความรู้สึกเป็นภาระทำให้บางคนซึมเศร้า ส่วนพี่น้องที่อยู่ไกลก็อาจเริ่มมีปากเสียงกันเรื่องการแบ่งภาระและค่าใช้จ่าย

เวลาที่ไม่เคยพอ

วันหนึ่งของผู้ดูแลเต็มไปด้วยตารางยา ตารางอาหาร ตารางพลิกตัว และการซักผ้าไม่รู้จบ การจะหาเวลาขัดห้องทั้งห้องอย่างละเอียด ล้างแอร์ ซักผ้าม่าน และทำความสะอาดที่นอนลม แทบเป็นไปไม่ได้ ทั้งยังไม่แน่ใจว่าทำแล้วจะกำจัดเชื้อและกลิ่นได้จริงหรือไม่

หลายครอบครัวจึงติดอยู่ในวงจรเดิม คือทำความสะอาดเท่าที่แรงและเวลาเอื้ออำนวย แล้วหวังว่าจะเพียงพอ จนวันหนึ่งผู้ป่วยมีไข้ขึ้นมาอีก ทุกอย่างก็ต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งการเข้าโรงพยาบาล ค่าใช้จ่าย และความเหนื่อยล้าที่ทับถม

วิธีที่นกลองมาแล้ว และเหตุผลที่กลิ่นกับเชื้อยังไม่หายไป

ก่อนจะเจอทางออก นกลองทำทุกอย่างที่คนรอบตัวแนะนำ บางวิธีช่วยได้บ้าง แต่ไม่มีวิธีไหนแก้ปัญหาได้ถึงต้นตอ

  • ฉีดสเปรย์ดับกลิ่นและจุดธูปหอม: กลิ่นหอมกลบกลิ่นปัสสาวะได้ไม่กี่นาที แล้วกลิ่นเดิมก็กลับมาผสมกันจนแย่กว่าเดิม ควันธูปและน้ำหอมสังเคราะห์ยังระคายเคืองทางเดินหายใจของผู้ป่วยที่มีเสมหะอยู่แล้ว
  • ถูพื้นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อกลิ่นแรง: พื้นสะอาดขึ้นจริง แต่กลิ่นปัสสาวะที่ซึมลึกในผ้าม่าน เบาะ และร่องของที่นอนลมไม่ได้หายไปด้วย กลิ่นน้ำยาที่ฉุนยังทำให้คุณแม่ไอบ่อยขึ้น
  • ใช้ผงถ่านและเบกกิ้งโซดาดูดกลิ่น: ช่วยดูดซับกลิ่นได้ในพื้นที่เล็ก ๆ แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของกลิ่น และต้องเปลี่ยนบ่อย
  • เปิดประตูหน้าต่างรับลม: ทำได้เพียงบางช่วง เพราะหากเปิดนาน อากาศร้อนและฝุ่นจากถนนจะเข้ามา คุณแม่เหงื่อออกมาก ผิวอับชื้น และเสี่ยงต่อแผลกดทับมากขึ้น
  • ซักทุกอย่างที่ซักได้: ผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนซักได้ทุกวัน แต่ผ้าม่านผืนใหญ่ เบาะโซฟา ที่นอนลม และแอร์ไม่สามารถถอดซักได้บ่อย จุดเหล่านี้จึงยังเก็บกลิ่นและเชื้อไว้

สิ่งที่นกเข้าใจในที่สุดคือ กลิ่นปัสสาวะไม่ได้เป็นเพียงกลิ่น แต่เป็นสัญญาณว่ายังมีแบคทีเรียย่อยสลายสารอินทรีย์อยู่ในเนื้อผ้าและในอากาศ การกลบกลิ่นจึงไม่ต่างจากการปิดตาไม่มอง สิ่งที่ห้องนี้ต้องการคือการฆ่าเชื้อที่เข้าถึงได้ลึกและทั่วถึงทั้งห้อง โดยไม่ทิ้งสารเคมีกลิ่นแรงไว้ให้ผู้ป่วยต้องสูดดมต่อ

ทางออก: บริการโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยจาก WHD

นกได้รู้จัก บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อสำหรับบ้านพักอาศัย ของ World Health Disinfection จากกลุ่มไลน์ผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียง สมาชิกคนหนึ่งเล่าว่าหลังใช้บริการ ห้องของพ่อเธอไม่มีกลิ่นอับอีกเลย นกจึงโทรไปปรึกษา และได้รับคำแนะนำที่ละเอียดตั้งแต่การเตรียมห้อง ไปจนถึงการย้ายคุณแม่ออกจากห้องอย่างปลอดภัยระหว่างอบ

หลักการทำงานของโอโซน

โอโซน (O3) เป็นก๊าซที่มีคุณสมบัติออกซิไดซ์สูง เมื่อสัมผัสกับแบคทีเรีย ไวรัส และสปอร์เชื้อรา จะทำลายโครงสร้างของเชื้อจนไม่สามารถแพร่พันธุ์ต่อได้ และยังทำปฏิกิริยากับโมเลกุลของกลิ่น เช่น แอมโมเนียจากปัสสาวะ ทำให้กลิ่นหายไปจากต้นทาง ไม่ใช่แค่ถูกกลบ เนื่องจากเป็นก๊าซ โอโซนจึงแทรกซึมเข้าไปในเนื้อผ้าม่าน เบาะ ที่นอน และช่องลมแอร์ได้ทั่วถึง เมื่อทำงานเสร็จก็สลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O2) ตามธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีตกค้างให้ผู้ป่วยต้องสัมผัส

ทีมงานใช้ Master Ozone Generator ซึ่งหน้าบริการของ WHD ระบุว่าผ่านการรับรองและทดสอบโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ Intertek จากสหราชอาณาจักร โดยผลทดสอบของ Intertek ระบุว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่าวิธีมาตรฐาน 10 เท่า อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เครื่องโอโซนฆ่าเชื้อ ได้ที่เว็บไซต์

ขั้นตอนการทำงาน รวมราว 30 นาทีต่อห้อง

  1. 2 นาทีแรก เริ่มระบบ: ช่างเทคนิคปิดห้องให้มิดชิด แล้วปรับความเข้มข้นของโอโซนให้เหมาะกับขนาดห้องและระดับกลิ่น
  2. 12 นาทีถัดมา กระจายโอโซน: ก๊าซถูกปล่อยให้ไหลเวียนทั่วห้อง ครอบคลุมเตียงผู้ป่วย ที่นอนลม ผ้าม่าน ตู้ยา และช่องแอร์
  3. อีก 12 นาที ฆ่าเชื้อและสลายกลิ่น: โอโซนทำลายเชื้อโรคในระดับโมเลกุล พร้อมจัดการกลิ่นปัสสาวะ กลิ่นอับ และกลิ่นยาที่ค้างอยู่
  4. 4 นาทีสุดท้าย หยุดระบบ: เครื่องหยุดทำงานเพื่อให้โอโซนสลายตัว จากนั้นช่างเปิดห้องและระบายอากาศ ก่อนพาผู้ป่วยกลับเข้าห้อง

สำคัญมากสำหรับบ้านที่มีผู้ป่วยติดเตียง: ระหว่างอบโอโซน ผู้ป่วย ผู้ดูแล สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องอยู่นอกพื้นที่ทั้งหมด ไม่มีข้อยกเว้น ครอบครัวของนกเลือกย้ายคุณแม่ด้วยรถเข็นนอนไปพักที่ห้องนั่งเล่นชั้นบนพร้อมเครื่องดูดเสมหะ ระหว่างที่ช่างอบห้องชั้นล่าง ช่างเทคนิคของ WHD ควบคุมเครื่องตลอดเวลา และเปิดระบายอากาศหลังช่วงหยุดระบบ ก่อนแจ้งให้ครอบครัวพาคุณแม่กลับเข้าห้อง หากผู้ป่วยเคลื่อนย้ายลำบาก ควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลเยี่ยมบ้านก่อนนัดวันอบ

10 เหตุผลที่การอบโอโซนเหมาะกับบ้านที่มีผู้สูงอายุติดเตียง

  1. กำจัดกลิ่นปัสสาวะจากต้นตอ: โอโซนสลายโมเลกุลกลิ่นและแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่น แทนที่จะกลบด้วยน้ำหอม
  2. ลดแบคทีเรียได้มากกว่า 99.9%: ตามข้อมูลของผู้ให้บริการ ช่วยลดภาระเชื้อในสิ่งแวดล้อมรอบตัวผู้ป่วยที่ภูมิต้านทานต่ำ
  3. จัดการไวรัสรวมถึง SARS-CoV-2: ลดความเสี่ยงจากเชื้อที่คนภายนอกนำเข้ามาในบ้าน
  4. ทำลายสปอร์เชื้อราในแอร์: ห้องผู้ป่วยที่เปิดแอร์เกือบตลอดวันจะได้อากาศที่สะอาดขึ้น โดยหน้าบริการระบุประสิทธิภาพสูงถึง 99.99% สำหรับเชื้อราในเครื่องปรับอากาศ
  5. เข้าถึงที่นอนลมและผ้าม่าน: จุดที่ถอดซักไม่ได้ก็ได้รับการฆ่าเชื้อถึงเนื้อวัสดุ
  6. ไม่มีสารเคมีตกค้าง: เหมาะกับผู้ป่วยที่ทางเดินหายใจไวต่อกลิ่นฉุนและควันธูป
  7. ไม่ทำให้อุปกรณ์การแพทย์เปียกชื้น: เตียงไฟฟ้า เครื่องดูดเสมหะ และเครื่องวัดความดัน ไม่ต้องเสี่ยงกับละอองน้ำยา
  8. ใช้เวลาสั้น: ราว 30 นาทีต่อห้อง ผู้ป่วยจึงอยู่นอกห้องไม่นาน
  9. ช่วยลดสารก่อภูมิแพ้: ทั้งฝุ่นและสปอร์ในอากาศ ทำให้ผู้ป่วยและผู้ดูแลหายใจได้สบายขึ้น
  10. ผ่านงานกับโรงพยาบาลและโรงแรมชั้นนำ: WHD ดูแลความสะอาดให้องค์กรมากกว่า 300 แห่ง รวมถึงโรงพยาบาลและโรงแรมห้าดาวอย่าง The Ritz-Carlton และ Dusit International

เปรียบเทียบห้องของคุณแม่บุญเรือน ก่อนและหลังอบโอโซน

ก่อน

  • กลิ่นปัสสาวะลอยอยู่ตลอดวัน โดยเฉพาะช่วงบ่าย
  • ผ้าม่านและเบาะเก้าอี้เก็บกลิ่นจนญาติไม่อยากนั่งนาน
  • แอร์มีกลิ่นอับชื้นทุกครั้งที่เปิด
  • คุณแม่ไอบ่อยเมื่อได้กลิ่นน้ำยาถูพื้น
  • นกรู้สึกผิดและอายทุกครั้งที่มีคนมาเยี่ยม
  • กังวลตลอดเวลาว่าคุณแม่จะติดเชื้อซ้ำ

หลัง

  • อากาศในห้องสดชื่น ไม่มีกลิ่นปัสสาวะหรือกลิ่นอับค้าง
  • ผ้าม่าน ที่นอนลม และเบาะได้รับการฆ่าเชื้อถึงเนื้อวัสดุ
  • แอร์เป่าลมเย็นที่ไม่มีกลิ่นแปลกปลอม
  • ไม่มีกลิ่นน้ำยาฉุนรบกวนการหายใจของคุณแม่
  • ญาติ ๆ กลับมานั่งคุยกับคุณแม่ได้นานขึ้น
  • นกมีเวลาพักและมีกำลังใจดูแลแม่ต่อ

คำบอกเล่าจากผู้ดูแล

"ดูแลแม่มาสองปี นกคิดว่าตัวเองชินกับกลิ่นแล้ว จนวันที่หลานสาวมาเยี่ยมแล้วบอกว่าคุณยายห้องเหม็น นกเสียใจมาก วันที่ช่างจาก WHD มา เขาช่วยวางแผนว่าจะย้ายแม่ไปไว้ห้องไหน ต้องเอาอะไรออกบ้าง และบอกเวลาที่ชัดเจน หลังอบเสร็จ นกเดินเข้าห้องแล้วแทบไม่เชื่อ เพราะไม่ได้กลิ่นอะไรเลยนอกจากอากาศที่โล่ง ตอนนี้นกนัดให้มาอบซ้ำเป็นระยะ ญาติ ๆ ก็มาเยี่ยมแม่บ่อยขึ้น ได้นั่งจับมือคุยกับแม่นาน ๆ เหมือนเมื่อก่อน สำหรับคนดูแลอย่างนก แค่นี้ก็มีค่ามากแล้วค่ะ"

นก ผู้ดูแลคุณแม่ติดเตียง อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

ให้ห้องของคนที่คุณรักกลับมาน่าอยู่อีกครั้ง

ปรึกษาทีมงาน WHD ได้ฟรี ทั้งเรื่องการเตรียมห้อง การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยระหว่างอบ และความถี่ที่เหมาะสมกับบ้านของคุณ

ดูบริการและราคา อบโอโซนห้องผู้ป่วย คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268 | อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

โปรโมชัน: ใช้บริการตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับบริการพ่นฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ CHEMGENE HLD4H (สหราชอาณาจักร) ฟรี

เคล็ดลับดูแลห้องผู้ป่วยติดเตียงให้สะอาดต่อเนื่อง

การอบโอโซนช่วยรีเซ็ตห้องให้สะอาดลึกถึงระดับโมเลกุล แต่การรักษาความสะอาดในชีวิตประจำวันยังคงสำคัญ ต่อไปนี้คือนิสัยเล็ก ๆ ที่นกทำจนเป็นกิจวัตร

  • เปลี่ยนผ้าอ้อมทันทีเมื่อเปียก และทิ้งผ้าอ้อมใช้แล้วในถังที่มีฝาปิด นำออกนอกห้องอย่างน้อยวันละสองครั้ง
  • ล้างมือด้วยสบู่ก่อนและหลังสัมผัสผู้ป่วยทุกครั้ง โดยเฉพาะก่อนให้อาหารทางสายยางและก่อนทำความสะอาดช่องปาก
  • ดูแลความสะอาดช่องปากของผู้ป่วยตามคำแนะนำของแพทย์หรือพยาบาล เพราะเชื้อในช่องปากเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงปอดอักเสบจากการสำลัก
  • จัดท่าผู้ป่วยให้ศีรษะสูงระหว่างและหลังให้อาหาร ตามที่ทีมแพทย์แนะนำ
  • เช็ดราวเตียง รีโมตเตียงไฟฟ้า และลูกบิดประตูทุกวัน
  • ล้างแอร์ตามรอบ และนัดอบโอโซนซ้ำเป็นระยะ เช่น หลังผู้ป่วยกลับจากโรงพยาบาล หรือเมื่อเริ่มสังเกตว่ากลิ่นกลับมา

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ให้ความสำคัญกับการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวที่บ้าน ทั้งในด้านสุขอนามัยและการสนับสนุนผู้ดูแล เพราะผู้ดูแลที่มีสุขภาพกายและใจดี คือหัวใจของการดูแลที่มีคุณภาพ

สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม และการดูแลใจของคนดูแล

บ้านที่สะอาดช่วยลดความเสี่ยงได้ก็จริง แต่ผู้ดูแลควรหมั่นสังเกตอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดด้วย หากพบสัญญาณต่อไปนี้ ควรติดต่อแพทย์หรือพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาลโดยเร็ว

  • มีไข้ ตัวร้อน หรือหนาวสั่น แม้จะเป็นเพียงไข้ต่ำ ๆ
  • หายใจเร็ว หอบ มีเสียงครืดคราดในลำคอ หรือเสมหะเปลี่ยนสีและมีปริมาณมากขึ้น
  • ไอหรือสำลักทุกครั้งที่ให้อาหารหรือน้ำ
  • ซึมลง ปลุกตื่นยาก หรือสับสนมากกว่าปกติ
  • ปัสสาวะขุ่น มีกลิ่นแรงผิดปกติ หรือปัสสาวะออกน้อยลง
  • แผลกดทับมีกลิ่น มีหนอง หรือบริเวณรอบแผลแดงร้อน

อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือหัวใจของผู้ดูแล หลายคนอย่างนกแบกทุกอย่างไว้คนเดียวจนหมดแรง ลองแบ่งหน้าที่ให้พี่น้องหรือญาติช่วยรับผิดชอบเรื่องที่ทำจากระยะไกลได้ เช่น การสั่งซื้อผ้าอ้อม การนัดหมอ หรือการติดต่อบริการทำความสะอาด การยอมรับความช่วยเหลือไม่ได้แปลว่าเรารักพ่อแม่น้อยลง แต่ทำให้เรามีแรงดูแลท่านได้นานขึ้น การมอบงานหนักอย่างการฆ่าเชื้อทั้งห้องให้มืออาชีพ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยคืนเวลาพักให้ผู้ดูแลได้จริง

คำถามที่พบบ่อยจากครอบครัวผู้ป่วยติดเตียง

1. ผู้ป่วยต้องออกจากห้องระหว่างอบโอโซนหรือไม่

ต้องออกทุกครั้ง ทั้งผู้ป่วย ผู้ดูแล สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ ช่างเทคนิคจะควบคุมเครื่องเอง และเปิดระบายอากาศหลังช่วงหยุดระบบ ก่อนแจ้งให้ครอบครัวพาผู้ป่วยกลับเข้าห้อง

2. ถ้าคุณแม่เคลื่อนย้ายลำบาก ควรทำอย่างไร

ควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลเยี่ยมบ้านก่อน แล้ววางแผนย้ายผู้ป่วยไปห้องอื่นด้วยรถเข็นนอนหรือเตียงเคลื่อนที่ ช่างของ WHD สามารถจัดลำดับการอบทีละห้อง เพื่อให้ผู้ป่วยมีพื้นที่พักที่เหมาะสมตลอดเวลา

3. อบโอโซนแล้วกลิ่นปัสสาวะจะกลับมาอีกไหม

กลิ่นที่สะสมเดิมจะถูกกำจัด แต่เนื่องจากผู้ป่วยยังใช้ผ้าอ้อมทุกวัน กลิ่นใหม่ย่อมเกิดขึ้นได้ การดูแลความสะอาดประจำวันร่วมกับการอบซ้ำเป็นระยะจะช่วยให้ห้องสดชื่นอยู่เสมอ

4. อุปกรณ์การแพทย์ในห้องจะเสียหายไหม

โอโซนเป็นก๊าซ ไม่ทำให้อุปกรณ์เปียกชื้น ตามข้อมูลของผู้ให้บริการ ไม่ทำลายเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า แนะนำให้ปิดเครื่องที่ไม่จำเป็น และแจ้งช่างหากมีอุปกรณ์ที่ต้องเปิดใช้งานต่อเนื่อง

5. การอบโอโซนป้องกันปอดอักเสบได้หรือไม่

การอบโอโซนช่วยลดปริมาณเชื้อในอากาศและบนพื้นผิวรอบตัวผู้ป่วย ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการป้องกัน ครอบครัวยังต้องดูแลเรื่องการให้อาหาร การจัดท่า ความสะอาดช่องปาก และพบแพทย์ตามนัดควบคู่กันไป

6. ควรอบบ่อยแค่ไหน

ขึ้นอยู่กับสภาพห้องและระดับกลิ่น หลายครอบครัวเลือกอบหลังผู้ป่วยกลับจากโรงพยาบาล หรือทุกไม่กี่เดือน สามารถปรึกษาทีมงานเพื่อวางแผนที่เหมาะสมได้

7. ราคาเท่าไร

ราคาขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และจำนวนห้อง ดูรายละเอียดได้ที่หน้าบริการ หรือโทร 065-556-6294 เมื่อใช้บริการตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับบริการพ่นฆ่าเชื้อ CHEMGENE HLD4H ฟรี

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง: อบโอโซนห้องผู้สูงอายุ, ดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่บ้าน, กำจัดกลิ่นปัสสาวะในห้อง, ฆ่าเชื้อห้องผู้ป่วย, ปอดอักเสบจากการสำลัก, บริการโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย, อบโอโซนบ้าน นนทบุรี

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้