อบโอโซนห้องเด็กอ่อนก่อนลูกกลับบ้าน: เตรียมบ้านให้สะอาดลึกถึงระดับโมเลกุล รับสมาชิกตัวน้อยอย่างอุ่นใจ

Last updated: 21 ก.ย. 2569  |  7 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อบโอโซนห้องเด็กอ่อนก่อนลูกกลับบ้าน: เตรียมบ้านให้สะอาดลึกถึงระดับโมเลกุล รับสมาชิกตัวน้อยอย่างอุ่นใจ

อบโอโซนห้องเด็กอ่อนก่อนลูกกลับบ้าน: เตรียมบ้านให้สะอาดลึกถึงระดับโมเลกุล รับสมาชิกตัวน้อยอย่างอุ่นใจ

ภูมิคุ้มกันของทารกแรกเกิดยังเปราะบางกว่าที่หลายคนคิด บ้านที่ดูสะอาดตาอาจยังมีเชื้อโรค ฝุ่นเชื้อรา และกลิ่นอับซ่อนอยู่ในผ้าม่าน ที่นอน และแอร์ บทความนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่ไปรู้จักวิธีเตรียมห้องนอนลูกและทั้งบ้านด้วยโอโซน ที่จบในราว 30 นาทีและไม่ทิ้งสารเคมีไว้ใกล้ผิวบอบบางของลูก

เรื่องเล่าจากบ้านหลังเล็กย่านบางนา: สองสัปดาห์ก่อนวันคลอดของ "แพรว"

แพรว อายุสามสิบสองปี ทำงานเป็นนักบัญชีในบริษัทขนส่ง เธอกับสามีชื่อ "ต้น" อาศัยอยู่ในทาวน์โฮมสามชั้นย่านบางนา ซอยที่รถติดทุกเช้าแต่เงียบสงบในตอนกลางคืน ทั้งคู่รอคอยลูกคนแรกมาเกือบสามปี เมื่อหมอบอกว่าลูกสาวจะคลอดในอีกประมาณสองสัปดาห์ แพรวจึงเริ่มจัดห้องชั้นสองซึ่งเคยเป็นห้องเก็บของให้กลายเป็นห้องนอนลูก

ห้องนี้ปิดไว้เกือบปี ข้างในมีกล่องเอกสาร จักรยานออกกำลังกายที่ไม่มีใครใช้ และเครื่องปรับอากาศเก่าที่ไม่ได้ล้างมานาน ต้นใช้เวลาสุดสัปดาห์ขนของออก ทาสีผนังใหม่เป็นสีฟ้าอ่อน ประกอบเตียงเด็กไม้สีขาว ปูพรมกันลื่น และแขวนผ้าม่านผ้าฝ้ายที่แม่ของแพรวส่งมาจากเชียงใหม่ ทุกอย่างดูน่ารักราวกับภาพในนิตยสาร

แต่พอเปิดแอร์ครั้งแรก แพรวกลับได้กลิ่นอับชื้นแปลก ๆ ลอยออกมา ผสมกับกลิ่นสีที่ยังไม่จางดี เธอจามติดกันหลายครั้งทั้งที่ปกติไม่ใช่คนแพ้ง่าย ต้นบอกว่า "เดี๋ยวเปิดหน้าต่างทิ้งไว้สองสามวันก็หาย" แต่ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ กลิ่นยังอยู่ และเธอสังเกตเห็นจุดดำเล็ก ๆ ตรงขอบบานเกล็ดแอร์ ซึ่งดูคล้ายคราบเชื้อรา

ความกังวลของแพรวยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อพี่สาวซึ่งมีหลานวัยสองขวบโทรมาเล่าว่า ลูกเพิ่งเป็นโรคมือเท้าปากที่ติดมาจากเนอสเซอรี่ และเด็กอีกคนในห้องเดียวกันต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยเชื้อ RSV หลานคนนี้มักมาเที่ยวบ้านแพรวทุกเดือน และเคยนั่งเล่นบนโซฟาชั้นล่างอยู่บ่อย ๆ แพรวจึงเริ่มคิดว่า ความสะอาดที่มองเห็นด้วยตาอาจยังไม่พอสำหรับทารกที่เพิ่งลืมตาดูโลก

คืนนั้นเธอนั่งค้นข้อมูลในโทรศัพท์จนดึก อ่านรีวิวสเปรย์ฆ่าเชื้อ เครื่องฟอกอากาศ และน้ำยาถูพื้นสูตรอ่อนโยนนับสิบยี่ห้อ ยิ่งอ่านก็ยิ่งสับสน เพราะหลายผลิตภัณฑ์มีคำเตือนว่าห้ามใช้ใกล้เด็กเล็ก และต้องเช็ดล้างซ้ำด้วยน้ำสะอาด คำถามในใจของเธอมีเพียงข้อเดียว คือจะทำอย่างไรให้บ้านทั้งหลังสะอาดจริง โดยไม่ทิ้งสารเคมีไว้บนผ้าห่มและที่นอนของลูก

ทำไมทารกแรกเกิดจึงไวต่อเชื้อโรคในบ้านมากกว่าผู้ใหญ่

ร่างกายของทารกในช่วงสามเดือนแรกยังไม่มีภูมิคุ้มกันที่สร้างขึ้นเองอย่างสมบูรณ์ ภูมิที่มีอยู่ส่วนใหญ่ได้รับมาจากแม่ผ่านรกและน้ำนม ซึ่งช่วยป้องกันได้บางส่วนแต่ไม่ครอบคลุมทุกเชื้อ นอกจากนี้ทางเดินหายใจของเด็กเล็กยังแคบ เมื่อมีการอักเสบหรือเสมหะเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้หายใจลำบากได้เร็วกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า

ทารกยังใช้เวลาเกือบทั้งวันอยู่ในห้องเดียว นอนบนที่นอนผืนเดิม ซุกหน้ากับผ้าห่มผืนเดิม และสูดอากาศในห้องนั้นซ้ำไปซ้ำมาตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง หากอากาศในห้องมีสปอร์เชื้อรา ฝุ่นละเอียด หรือเชื้อที่ติดมากับแขกที่มาเยี่ยม ลูกน้อยก็จะได้รับสิ่งเหล่านี้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง

เชื้อและสิ่งกระตุ้นที่พ่อแม่ควรรู้จัก

  • ไวรัส RSV: เป็นไวรัสทางเดินหายใจที่พบบ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน อาการเริ่มจากน้ำมูก ไอ แล้วอาจลุกลามเป็นหลอดลมฝอยอักเสบหรือปอดอักเสบ ทารกบางรายต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อพ่นยาและให้ออกซิเจน
  • โรคมือเท้าปาก: ติดต่อผ่านน้ำมูก น้ำลาย และการสัมผัสพื้นผิวที่ปนเปื้อน เชื้อสามารถอยู่บนของเล่นและเฟอร์นิเจอร์ได้ระยะหนึ่ง เด็กที่ป่วยจะมีแผลในปาก ไม่ยอมดูดนม และมีไข้
  • แบคทีเรียบนพื้นผิวที่สัมผัสบ่อย: ลูกบิดประตู รีโมต สวิตช์ไฟ ราวบันได และโซฟา เป็นจุดที่มือของทุกคนในบ้านแตะอยู่ตลอด ก่อนจะมาอุ้มลูก
  • สปอร์เชื้อราในแอร์และผ้า: บ้านในเมืองไทยมีความชื้นสูง เชื้อราจึงเติบโตได้ดีในคอยล์แอร์ ขอบหน้าต่าง ใต้พรม และตู้เสื้อผ้า สปอร์ที่ลอยในอากาศอาจกระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้และการระคายเคืองทางเดินหายใจ
  • กลิ่นสีและกลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่: ห้องที่เพิ่งทาสีหรือเพิ่งประกอบเฟอร์นิเจอร์ มักมีกลิ่นสารระเหยค้างอยู่ ซึ่งไม่เหมาะกับจมูกเล็ก ๆ ของทารก

ข้อมูลจาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ย้ำเสมอว่า โรคติดเชื้อในเด็กเล็กหลายโรคแพร่ผ่านการสัมผัสพื้นผิวและละอองฝอย การลดปริมาณเชื้อในสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็กจึงเป็นแนวป้องกันสำคัญ ควบคู่กับการล้างมือและการพาลูกไปรับวัคซีนตามกำหนด

ราคาที่ต้องจ่ายเมื่อลูกป่วยในเดือนแรก ไม่ได้มีแค่ค่ารักษา

ด้านสุขภาพ

ทารกที่ป่วยด้วยเชื้อทางเดินหายใจในช่วงเดือนแรก อาจต้องได้รับการตรวจอย่างใกล้ชิด บางรายต้องเจาะเลือด ดูดเสมหะ หรือนอนสังเกตอาการในโรงพยาบาลหลายคืน ประสบการณ์เหล่านี้สร้างความเครียดทั้งต่อตัวเด็กและครอบครัว และยังอาจรบกวนการให้นมแม่ในช่วงที่กำลังสร้างสายสัมพันธ์

ด้านการเงิน

ค่ารักษาเด็กเล็กในโรงพยาบาลเอกชนสำหรับโรคทางเดินหายใจอาจสูงหลายหมื่นบาทต่อครั้ง ยังไม่รวมค่าเดินทาง ค่าอาหาร และรายได้ที่หายไปเมื่อพ่อแม่ต้องลางานมาเฝ้าลูก สำหรับครอบครัวที่เพิ่งจ่ายค่าคลอดและซื้อของใช้เด็กไปก้อนใหญ่ ค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้วางแผนไว้แบบนี้ย่อมกระทบกระเป๋าเงินอย่างหนัก

ด้านความสัมพันธ์ในครอบครัว

หลายบ้านเริ่มมีปากเสียงกันในเรื่องเล็ก ๆ เช่น ใครลืมล้างมือก่อนอุ้มลูก ญาติคนไหนไม่ควรมาเยี่ยมช่วงนี้ หรือใครควรรับผิดชอบทำความสะอาดห้อง ความกังวลที่สะสมเมื่อผนวกกับการอดนอน อาจทำให้คู่รักทะเลาะกันบ่อยขึ้นโดยไม่รู้ตัว การมีบ้านที่มั่นใจได้ว่าสะอาดจริงจึงช่วยลดภาระทางใจลงได้มาก

ด้านเวลาและพลังงาน

คุณแม่ที่ใกล้คลอดไม่ควรปีนบันไดล้างแอร์ หรือก้มเช็ดพื้นเป็นชั่วโมง ส่วนคุณพ่อก็มีภาระงานที่ต้องเคลียร์ก่อนลาหยุด หากต้องทำความสะอาดทั้งบ้านเองทุกซอกทุกมุม อาจเสียเวลาหลายวัน และยังไม่แน่ใจอยู่ดีว่าเชื้อที่มองไม่เห็นถูกกำจัดไปแล้วจริงหรือไม่

ทำไมวิธีทำความสะอาดที่คุ้นเคยจึงยังไม่พอสำหรับห้องเด็กอ่อน

แพรวลองทำหลายวิธีก่อนจะตัดสินใจหาตัวช่วย ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับที่พ่อแม่มือใหม่หลายคนเคยเดิน ลองมาดูกันว่าแต่ละวิธีมีข้อจำกัดอย่างไร

  1. สเปรย์ปรับอากาศและน้ำหอม: ช่วยกลบกลิ่นได้เพียงชั่วคราว แต่ไม่ได้ทำลายต้นเหตุของกลิ่น เชื้อราและแบคทีเรียยังคงอยู่ที่เดิม ซ้ำร้ายน้ำหอมสังเคราะห์บางชนิดยังระคายเคืองจมูกของทารก และเพิ่มสารระเหยเข้าไปในอากาศที่ลูกต้องหายใจ
  2. การเช็ดถูด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ: ได้ผลดีกับพื้นผิวเรียบที่เอื้อมถึง แต่เข้าไม่ถึงเส้นใยผ้าม่าน ที่นอน พรม ช่องลมแอร์ และซอกหลังตู้ อีกทั้งน้ำยาบางสูตรต้องล้างออกซ้ำ ถ้าล้างไม่หมดก็จะมีสารตกค้างอยู่บนพื้นผิวที่ลูกอาจสัมผัสหรือเอาเข้าปาก
  3. การเปิดหน้าต่างระบายอากาศ: เป็นนิสัยที่ดี แต่ในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ อากาศภายนอกเองก็มีฝุ่น PM2.5 และความชื้นสูง การเปิดหน้าต่างทิ้งไว้หลายวันจึงไม่ได้ฆ่าเชื้อ และบางครั้งยังพาความชื้นเข้ามาเลี้ยงเชื้อราเพิ่ม
  4. เครื่องฟอกอากาศ: ช่วยดักฝุ่นในอากาศได้ แต่ทำงานเฉพาะอากาศที่ไหลผ่านแผ่นกรอง ไม่ได้จัดการเชื้อที่เกาะอยู่บนผ้าม่าน โซฟา หรือในคอยล์แอร์ และแผ่นกรองที่ไม่ได้เปลี่ยนตามรอบก็อาจสะสมเชื้อเสียเอง
  5. ทำเองแบบ DIY ด้วยน้ำส้มสายชูหรือเบกกิ้งโซดา: ช่วยเรื่องคราบและกลิ่นบนพื้นผิวบางประเภท แต่ไม่มีข้อมูลรองรับว่าสามารถกำจัดไวรัสและสปอร์เชื้อราในอากาศได้ครอบคลุมทั้งห้อง

ข้อสรุปที่แพรวได้คือ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความขยัน แต่อยู่ที่ "การเข้าถึง" เชื้อโรคไม่ได้อยู่แค่บนพื้นผิวที่เรามองเห็น แต่ลอยอยู่ในอากาศ ซึมอยู่ในเนื้อผ้า และซ่อนอยู่ในจุดที่มือกับผ้าเช็ดเอื้อมไปไม่ถึง สิ่งที่ห้องเด็กอ่อนต้องการจึงเป็นวิธีที่แทรกซึมได้ทั่วทั้งพื้นที่ และหายไปเองโดยไม่ทิ้งอะไรไว้

ทางออกที่แพรวเลือก: บริการโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยจาก World Health Disinfection

หลังจากปรึกษาเพื่อนที่ทำงานในโรงแรม แพรวได้รู้จัก บริการโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย ของ World Health Disinfection หรือ WHD ซึ่งเป็นทีมเดียวกับที่ดูแลห้องพักในโรงแรมระดับห้าดาวหลายแห่ง เธอโทรไปสอบถามรายละเอียด และได้คำอธิบายที่เข้าใจง่ายจนตัดสินใจจองคิวภายในวันเดียว

โอโซนทำงานอย่างไร

โอโซน หรือ O3 คือออกซิเจนที่มีอะตอมเพิ่มขึ้นมาหนึ่งตัว ทำให้มีคุณสมบัติออกซิไดซ์สูง เมื่อก๊าซโอโซนสัมผัสกับเซลล์ของไวรัส แบคทีเรีย หรือสปอร์เชื้อรา จะทำลายผนังเซลล์และโครงสร้างภายในจนเชื้อไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้ ความพิเศษคือโอโซนเป็นก๊าซ จึงแพร่กระจายไปได้ทุกทิศทาง ลอดเข้าไปในเส้นใยผ้า ช่องลมแอร์ และซอกมุมที่การพ่นหรือการเช็ดทำไม่ได้ หลังจากนั้นโอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O2) ตามธรรมชาติ จึงไม่มีสารเคมีตกค้างบนที่นอน ผ้าห่ม หรือของเล่นของลูก

WHD ใช้เครื่อง Master Ozone Generator ซึ่งตามข้อมูลบนหน้าบริการระบุว่าผ่านการทดสอบจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และจาก Intertek ประเทศอังกฤษ โดย Intertek ระบุว่ามีประสิทธิภาพมากกว่าวิธีมาตรฐานถึง 10 เท่า หากสนใจรายละเอียดเชิงเทคนิคของตัวเครื่อง สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่หน้า เครื่องโอโซนฆ่าเชื้อ

ขั้นตอนการอบโอโซน ใช้เวลาราว 30 นาทีต่อพื้นที่

  1. นาทีที่ 0–2 เริ่มระบบและควบคุมความเข้มข้น: ช่างเทคนิคตรวจพื้นที่ ปิดประตูหน้าต่าง แล้วตั้งค่าความเข้มข้นของโอโซนให้เหมาะกับขนาดห้อง
  2. นาทีที่ 2–14 กระจายโอโซนทั่วพื้นที่: ก๊าซโอโซนถูกปล่อยออกมาอย่างสม่ำเสมอ ไหลเวียนไปถึงผ้าม่าน ที่นอน เตียงเด็ก ตู้เสื้อผ้า และช่องลมของเครื่องปรับอากาศ
  3. นาทีที่ 14–26 ฆ่าเชื้อระดับโมเลกุล: โอโซนทำปฏิกิริยากับเชื้อโรคและโมเลกุลของกลิ่น ทำลายไวรัส แบคทีเรีย สปอร์เชื้อรา รวมถึงกลิ่นอับและกลิ่นสีที่ค้างอยู่
  4. นาทีที่ 26–30 หยุดระบบ: เครื่องหยุดทำงานเพื่อให้โอโซนเริ่มสลายตัว จากนั้นช่างเทคนิคจึงเปิดพื้นที่และระบายอากาศ ก่อนอนุญาตให้คนในบ้านกลับเข้าไป

ข้อควรรู้ด้านความปลอดภัย: ระหว่างอบโอโซน ทุกคนในบ้าน รวมถึงคุณแม่ตั้งครรภ์ สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ ต้องออกจากพื้นที่ทั้งหมด ช่างเทคนิคของ WHD เป็นผู้ควบคุมเครื่องตลอดกระบวนการ และจะเปิดระบายอากาศหลังช่วงหยุดระบบ ก่อนให้ทุกคนกลับเข้าไปใช้ห้องได้ตามปกติ การทำแบบนี้คือเหตุผลที่ควรจองบริการล่วงหน้า ก่อนวันที่ลูกจะกลับบ้าน

10 เหตุผลที่พ่อแม่มือใหม่ควรอบโอโซนบ้านก่อนรับลูกกลับจากโรงพยาบาล

  1. ไม่มีสารเคมีตกค้างใกล้ลูก: โอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจนเอง ที่นอน หมอน และผ้าอ้อมที่พับเก็บไว้จึงไม่มีคราบน้ำยาให้กังวล
  2. เข้าถึงทุกซอกมุมของห้อง: ก๊าซแทรกซึมไปถึงใต้เตียง หลังตู้ และช่องแอร์ ซึ่งเป็นจุดที่ผ้าเช็ดไปไม่ถึง
  3. จัดการเชื้อราในแอร์ได้ดี: หน้าบริการระบุว่าสามารถกำจัดสปอร์เชื้อราในเครื่องปรับอากาศได้ถึง 99.99% ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงสำคัญของห้องนอนเด็ก
  4. ลดปริมาณไวรัสและแบคทีเรีย: ครอบคลุมทั้งไวรัส รวมถึง SARS-CoV-2 และแบคทีเรียมากกว่า 99.9% บนพื้นผิวและในอากาศ
  5. ขจัดกลิ่นสีและกลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่: ห้องที่เพิ่งรีโนเวตจะหายกลิ่นฉุน เหลือเพียงอากาศที่รู้สึกสดชื่น
  6. ช่วยลดสารก่อภูมิแพ้: เหมาะกับครอบครัวที่พ่อหรือแม่มีประวัติภูมิแพ้ ซึ่งลูกอาจได้รับแนวโน้มนั้นมาด้วย
  7. ไม่ทำให้เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าเปียกชื้น: ต่างจากการพ่นละอองน้ำยา การอบด้วยก๊าซไม่ทำให้เตียงไม้ เครื่องนึ่งขวดนม หรือจอเฝ้าดูเด็กเสียหาย
  8. ใช้เวลาไม่นาน: ราว 30 นาทีต่อพื้นที่ พ่อแม่ไม่ต้องเสียเวลาทั้งสุดสัปดาห์ไปกับการขัดถูบ้าน
  9. ทีมงานมีประสบการณ์จริง: WHD ให้บริการองค์กรกว่า 300 แห่ง ทั้งโรงแรมห้าดาวอย่าง The Ritz-Carlton, Fraser Suites, Andaz และ Dusit International รวมถึงโรงพยาบาลและโรงเรียน
  10. ได้ความอุ่นใจกลับมา: เมื่อรู้ว่าบ้านผ่านการฆ่าเชื้ออย่างทั่วถึงแล้ว พ่อแม่จะมีพลังเหลือไปโฟกัสกับการเลี้ยงลูก แทนการกังวลทุกครั้งที่ได้ยินลูกจาม

ก่อนและหลังอบโอโซน: บ้านของแพรวเปลี่ยนไปอย่างไร

ก่อน

  • เปิดแอร์แล้วมีกลิ่นอับชื้นลอยออกมาทุกครั้ง
  • มีจุดดำคล้ายเชื้อราที่ขอบบานเกล็ดแอร์
  • กลิ่นสีใหม่ยังค้างอยู่แม้เปิดหน้าต่างเป็นสัปดาห์
  • แพรวจามบ่อยทุกครั้งที่เข้าไปจัดห้อง
  • กังวลว่าเชื้อจากหลานที่เพิ่งป่วยยังติดอยู่บนโซฟา
  • นอนไม่หลับเพราะคิดวนเรื่องความสะอาดของบ้าน

หลัง

  • อากาศในห้องลูกโปร่ง ไม่มีกลิ่นอับหรือกลิ่นสี
  • แอร์เป่าลมเย็นสะอาด ไม่มีกลิ่นแปลกปลอม
  • ผ้าม่าน ที่นอน และพรมผ่านการฆ่าเชื้อถึงเนื้อผ้า
  • โซฟาชั้นล่างและพื้นที่ส่วนกลางได้รับการอบทั่วทั้งบ้าน
  • ไม่มีคราบน้ำยาหรือกลิ่นสารเคมีหลงเหลือ
  • แพรวและต้นพร้อมรับลูกกลับบ้านด้วยใจที่สงบ

เสียงจากคุณแม่ตัวจริง

"ตอนแรกแพรวคิดว่าแค่ทาสีใหม่ ซักผ้าม่าน แล้วเปิดหน้าต่างก็น่าจะพอ แต่กลิ่นอับจากแอร์ไม่ยอมหายเลย พอใช้บริการอบโอโซนของ WHD ช่างมาตรงเวลา อธิบายทุกขั้นตอน และให้พวกเราออกไปรอข้างนอกประมาณครึ่งชั่วโมง ระหว่างนั้นก็ไปนั่งกินข้าวที่ร้านหน้าซอยกับสามี พอกลับเข้ามา ห้องลูกไม่มีกลิ่นอะไรเลย เหมือนได้ห้องใหม่จริง ๆ ที่ชอบที่สุดคือไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำยาตกค้างบนที่นอนลูก ตอนนี้ลูกสาวอายุสองเดือนแล้ว นอนหลับสบายในห้องที่อากาศสดชื่น ถ้ามีลูกคนที่สองก็จะทำแบบนี้อีกแน่นอนค่ะ"

แพรว คุณแม่มือใหม่ เขตบางนา กรุงเทพฯ

จองคิวอบโอโซนห้องลูกก่อนวันคลอด

ยิ่งจองเร็ว ยิ่งมีเวลาให้บ้านพร้อมรับสมาชิกใหม่ ทีมงาน WHD พร้อมให้คำแนะนำเรื่องจำนวนห้อง ขนาดพื้นที่ และช่วงเวลาที่เหมาะกับครอบครัวของคุณ

ดูบริการและราคา อบโอโซนบ้าน คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

โปรโมชันพิเศษ: ใช้บริการตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรีบริการพ่นฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ด้วย CHEMGENE HLD4H จากสหราชอาณาจักร

เช็กลิสต์เตรียมบ้านก่อนและหลังวันอบโอโซน

ก่อนวันนัด ควรวางแผนให้การอบเกิดขึ้นอย่างน้อยสามถึงเจ็ดวันก่อนกำหนดคลอด เพื่อให้มีเวลาจัดของเข้าที่ และเผื่อกรณีที่ลูกคลอดเร็วกว่ากำหนด

  • ล้างแอร์และซักผ้าม่านให้เรียบร้อยก่อน เพื่อให้โอโซนทำงานกับพื้นผิวที่สะอาดแล้ว ผลลัพธ์จะดียิ่งขึ้น
  • แกะของใช้เด็กออกจากถุงพลาสติก วางผ้าอ้อม ผ้าห่ม และเสื้อผ้าไว้ในตะกร้าโปร่ง ให้ก๊าซเข้าถึงได้ทั่ว
  • เปิดประตูตู้เสื้อผ้าและลิ้นชักเล็กน้อย เพื่อให้อากาศหมุนเวียนเข้าไปถึงด้านใน
  • นำต้นไม้ในบ้าน ตู้ปลา และสัตว์เลี้ยงออกไปไว้นอกพื้นที่ก่อนช่างเริ่มงาน
  • แจ้งช่างเทคนิคหากมีห้องใดที่ต้องการเน้นเป็นพิเศษ เช่น ห้องนอนลูก ห้องนั่งเล่นที่ญาติจะมาเยี่ยม หรือรถยนต์ที่จะใช้รับลูกกลับบ้าน

หลังวันนัด ให้รักษาความสะอาดตามปกติ ล้างมือทุกครั้งก่อนอุ้มลูก ขอให้ญาติที่มีอาการไข้ ไอ หรือเจ็บคอเลื่อนการมาเยี่ยมออกไปก่อน และหมั่นทำความสะอาดจุดที่มือสัมผัสบ่อย หากมีแขกมาเยี่ยมเป็นจำนวนมากในช่วงเดือนแรก หรือมีคนในบ้านเพิ่งหายป่วย การอบโอโซนซ้ำเป็นระยะก็เป็นทางเลือกที่ช่วยให้บ้านกลับมาสดชื่นอีกครั้ง

เกร็ดความรู้เล็ก ๆ คือ องค์การอนามัยโลกหรือ WHO แนะนำให้ดูแลคุณภาพอากาศภายในบ้าน ควบคู่กับสุขอนามัยส่วนบุคคล เพราะคนส่วนใหญ่ใช้เวลาเกือบทั้งวันอยู่ในอาคาร ทารกก็เช่นเดียวกัน

คำถามที่พ่อแม่มือใหม่ถามบ่อย

1. อบโอโซนในห้องที่จะให้ทารกนอนปลอดภัยหรือไม่

ปลอดภัยเมื่อทำอย่างถูกขั้นตอน ระหว่างการอบต้องไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในห้อง ช่างเทคนิคจะควบคุมเครื่องเองทั้งหมด และเมื่อผ่านช่วงหยุดระบบแล้ว โอโซนจะสลายกลับเป็นออกซิเจน ช่างจะเปิดระบายอากาศก่อนให้ทุกคนกลับเข้าห้อง จึงไม่มีสารเคมีหลงเหลือบนที่นอนของลูก

2. ควรอบก่อนคลอดนานเท่าไร

แนะนำให้ทำประมาณสามถึงเจ็ดวันก่อนกำหนดคลอด หลังจากจัดห้องและซักผ้าเสร็จแล้ว เพื่อให้ห้องพร้อมใช้งานทันทีที่ลูกกลับจากโรงพยาบาล

3. คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องออกจากบ้านนานแค่ไหน

ขั้นตอนการอบใช้เวลาราว 30 นาทีต่อพื้นที่ รวมช่วงหยุดระบบแล้ว ช่างจะแจ้งเวลาที่กลับเข้าได้อย่างชัดเจน ในบ้านที่มีหลายห้อง ระยะเวลารวมจะขึ้นอยู่กับจำนวนพื้นที่ที่ต้องการอบ

4. อบโอโซนแล้วยังต้องล้างแอร์อีกไหม

ควรล้างแอร์ตามรอบปกติ เพราะการล้างช่วยขจัดฝุ่นและคราบสกปรกทางกายภาพ ส่วนโอโซนช่วยจัดการเชื้อโรค สปอร์เชื้อรา และกลิ่นที่ค้างอยู่ ทั้งสองวิธีจึงเสริมกัน

5. ของใช้เด็กอย่างขวดนมและของเล่นอบได้ไหม

ได้ เพราะโอโซนไม่ทำให้สิ่งของเปียกหรือเสียหาย เพียงวางของเหล่านั้นไว้ในห้องแบบเปิดโล่ง อย่างไรก็ตาม ขวดนมยังควรล้างและนึ่งตามปกติทุกครั้งก่อนใช้

6. ราคาเริ่มต้นเท่าไร และมีโปรโมชันอะไรบ้าง

ราคาขึ้นอยู่กับขนาดและจำนวนพื้นที่ สามารถดูรายละเอียดได้ที่หน้าบริการ หรือโทรสอบถามที่ 065-556-6294 ปัจจุบันเมื่อใช้บริการตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป จะได้รับบริการพ่นฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ด้วย CHEMGENE HLD4H ฟรี

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง: อบโอโซนห้องเด็ก, ฆ่าเชื้อห้องทารกแรกเกิด, เตรียมบ้านก่อนคลอด, อบโอโซนบ้าน, บริการโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย, ป้องกัน RSV ในบ้าน, กำจัดเชื้อราในแอร์, กำจัดกลิ่นอับห้องนอน

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้