รถตู้รับส่งนักเรียน กลิ่นอาเจียนติดเบาะสามเดือน ผู้ปกครองย้ายเด็กออก 14 คน เจ้าของรถเสียสัญญาทั้งเทอม

Last updated: 7 ก.ย. 2569  |  3 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องโอโซนฆ่าเชื้อ

บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อ ปี 2569 สำหรับรถตู้รับส่งนักเรียนและรถโรงเรียน

รถตู้รับส่งนักเรียน กลิ่นอาเจียนติดเบาะสามเดือน ผู้ปกครองย้ายเด็กออก 14 คน เจ้าของรถเสียสัญญาทั้งเทอม

ทำไมกลิ่นในรถรับส่งนักเรียนถึงเสียลูกค้าเร็วกว่าเรื่องอื่นทุกเรื่อง

รถรับส่งนักเรียนเป็นบริการที่ผู้ปกครองตัดสินใจจากสิ่งที่ลูกเล่าให้ฟังตอนกลับถึงบ้าน และประโยคที่อันตรายที่สุดสำหรับเจ้าของรถคือ วันนี้รถเหม็นมากเลยแม่ เพราะประโยคนั้นเดินทางต่อในกลุ่มไลน์ผู้ปกครองภายในคืนเดียว

ธุรกิจรถรับส่งนักเรียนแข่งกันด้วยสามอย่าง คือความปลอดภัย ความตรงเวลา และความสะอาด ซึ่งข้อสุดท้ายเป็นข้อเดียวที่ผู้ปกครองประเมินได้เองทุกวันจากสิ่งที่ลูกเล่า

รถตู้รับส่งนักเรียนยังเป็นพื้นที่ปิดขนาดเล็กที่มีเด็กสิบถึงสิบสี่คนนั่งติดกันสี่สิบนาทีถึงหนึ่งชั่วโมงต่อเที่ยว วันละสองเที่ยว ในรถที่เปิดหน้าต่างไม่ได้เพราะฝุ่นและความปลอดภัย

บทความนี้เล่าเรื่องจริงของเจ้าของรถรับส่งนักเรียนที่เสียเด็กไปสิบสี่คนจากเหตุการณ์เดียว พร้อมอธิบายว่าทำไมการล้างเบาะไม่พอ และการอบโอโซนซึ่งเป็นก๊าซที่เข้าถึงระบบแอร์และเนื้อฟองน้ำทำอะไรได้บ้าง

เรื่องที่เกิดขึ้นจริง

สิบเอ็ดคนในสองเดือนที่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

คุณธีระเล่าว่าในงานกู้ชีพ อาสาสมัครป่วยเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ เพราะทุกคนสัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรงและทำงานในสภาพที่ควบคุมไม่ได้ แต่ตัวเลขสิบเอ็ดคนในสองเดือนสูงกว่าที่เคยเป็นมาหลายเท่า

เขาทำตารางไล่ดูว่าอาสาสมัครแต่ละคนขึ้นรถคันไหนบ้างในช่วงสองสัปดาห์ก่อนมีอาการ และพบว่าเก้าในสิบเอ็ดคนขึ้นรถคันเดียวกันสองคัน คือคันที่ 3 กับคันที่ 6

เมื่อดูต่อว่าสองคันนี้ต่างจากคันอื่นอย่างไร คำตอบตรงไปตรงมา สองคันนี้เป็นคันที่รับเคสมากที่สุดเพราะประจำอยู่จุดที่มีเคสหนาแน่นที่สุด และเป็นสองคันที่เก่าที่สุดในฟลีต อายุ 11 ปีและ 13 ปี

คุณธีระบอกว่าตอนที่เห็นตัวเลขนั้น เขารู้ทันทีว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่วินัยของอาสาสมัคร เพราะอาสาสมัครกลุ่มเดียวกันนี้สลับขึ้นรถคันอื่นด้วย และคนที่ขึ้นเฉพาะคันอื่นไม่ป่วย

ทำไมรถพยาบาลถึงเป็นพื้นที่ปิดที่เข้มข้นที่สุด

ที่ปรึกษาด้านการควบคุมการติดเชื้อที่มูลนิธิเชิญมาอธิบายว่า ห้องผู้ป่วยของรถพยาบาลมีปริมาตรอากาศประมาณ 6 ถึง 8 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเล็กกว่าห้องน้ำในบ้านหลายหลัง

ในพื้นที่ขนาดนั้นมีคนอยู่สามถึงสี่คน คือผู้ป่วย อาสาสมัครสองถึงสามคน และบางครั้งมีญาติผู้ป่วยด้วย โดยประตูปิดสนิทและใช้ระบบปรับอากาศที่หมุนเวียนอากาศภายในเป็นหลัก

เมื่อผู้ป่วยที่มีอาการทางเดินหายใจไอหรือจามในระยะห่างไม่ถึงหนึ่งเมตร ละอองจะกระจายเต็มปริมาตรนั้นภายในไม่กี่วินาที และบางส่วนจะถูกดูดเข้าระบบแอร์แล้ววนกลับออกมาอีก

ที่ปรึกษายังชี้ว่าสิ่งที่ทำให้รถเก่ามีปัญหามากกว่าคือระบบแอร์ที่ผ่านการใช้งานสิบกว่าปีโดยไม่เคยถอดล้างท่อลม และเบาะกับผนังบุที่มีรอยแตกและรอยต่อที่เชื้อสะสมได้ ซึ่งการเช็ดพื้นผิวไม่มีทางเข้าถึง

สิ่งที่มูลนิธิทำอยู่แล้วและยังไม่พอ

มูลนิธิมีขั้นตอนการทำความสะอาดรถหลังทุกเคสที่ค่อนข้างเข้มงวด อาสาสมัครเช็ดเปล ราวจับ และพื้นผิวสัมผัสด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เปลี่ยนผ้าปูเปลทุกครั้ง และทิ้งขยะติดเชื้อตามระบบ

สำหรับเคสที่สงสัยว่าติดเชื้อ มีขั้นตอนพิเศษคือพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทั่วห้องผู้ป่วยและเปิดประตูระบายอากาศสิบห้านาทีก่อนรับเคสถัดไป

ปัญหาคือในวันที่มีเคสหนาแน่น เวลาระหว่างเคสบางครั้งเหลือเพียงห้านาที และรถต้องออกทันทีเมื่อมีการแจ้งเหตุ ขั้นตอนที่ออกแบบไว้จึงถูกบีบให้สั้นลงโดยไม่มีใครตั้งใจ

ที่สำคัญกว่านั้นคือ ต่อให้ทำครบทุกขั้นตอน การเช็ดพื้นผิวและการพ่นน้ำยาก็ไม่ได้จัดการกับเชื้อที่อยู่ในระบบท่อลมของแอร์ ในรอยต่อของผนังบุ และในเนื้อฟองน้ำของเบาะ ซึ่งเป็นจุดที่เชื้อสะสมมาเป็นปี

สิ่งที่เปลี่ยนหลังจากลองกับรถสองคัน

คุณธีระเริ่มจากรถคันที่ 3 และคันที่ 6 ซึ่งเป็นสองคันที่เชื่อมโยงกับอาสาสมัครที่ป่วยมากที่สุด ทีมงานเข้ามาทำที่อู่ของมูลนิธิในช่วงกลางคืนที่มีรถสำรองวิ่งแทน

ทีมงานให้เปิดตู้เก็บอุปกรณ์ทุกช่อง เปิดฝาช่องเก็บของใต้เบาะ และตั้งแอร์ให้หมุนเวียนอากาศภายในเพื่อให้ก๊าซเข้าไปในระบบท่อลม ใช้เวลาคันละประมาณสามสิบนาทีตามรอบของเครื่อง

สิ่งแรกที่อาสาสมัครสังเกตในวันรุ่งขึ้นไม่ใช่เรื่องเชื้อ แต่เป็นเรื่องกลิ่น พวกเขาบอกว่ากลิ่นเฉพาะตัวของรถพยาบาลที่ทุกคนคุ้นเคยจนไม่รู้ตัวว่ามีอยู่ หายไปทั้งคัน

หลังจากนั้นมูลนิธิกำหนดให้อบทุกคันสัปดาห์ละครั้งเป็นรอบประจำ และอบทันทีหลังเคสที่มีความเสี่ยงสูง ตลอดหกเดือนถัดมามีอาสาสมัครมีอาการติดเชื้อทางเดินหายใจเพียง 2 คนจาก 62 คน

ความเสียหายที่ตามมา

อาสาสมัครป่วยแปลว่ารถต้องหยุดวิ่ง

รถพยาบาลหนึ่งคันต้องมีอาสาสมัครประจำอย่างน้อยสองถึงสามคนต่อกะ เมื่อมีคนป่วยพร้อมกันสิบเอ็ดคน มูลนิธิต้องหยุดวิ่งรถสองคันทันที ซึ่งหมายถึงเวลาไปถึงที่เกิดเหตุที่นานขึ้นสำหรับผู้ป่วยฉุกเฉินในพื้นที่

พื้นที่ปิดหกลูกบาศก์เมตรคือความเข้มข้นที่สูงที่สุด

ห้องผู้ป่วยของรถพยาบาลมีปริมาตรอากาศเล็กกว่าห้องน้ำในบ้านหลายหลัง แต่มีคนอยู่สามถึงสี่คนโดยปิดสนิท เมื่อผู้ป่วยไอในระยะไม่ถึงหนึ่งเมตร ละอองกระจายเต็มปริมาตรนั้นภายในไม่กี่วินาที

เวลาระหว่างเคสสั้นเกินกว่าขั้นตอนที่ออกแบบไว้

ในวันที่มีเคสหนาแน่น เวลาระหว่างเคสบางครั้งเหลือเพียงห้านาที และรถต้องออกทันทีเมื่อมีการแจ้งเหตุ ขั้นตอนการฆ่าเชื้อที่ออกแบบไว้อย่างดีจึงถูกบีบให้สั้นลงโดยไม่มีใครตั้งใจ

ผู้ป่วยรายถัดไปคือผู้รับความเสี่ยงที่ไม่มีใครพูดถึง

นอกจากอาสาสมัครแล้ว ผู้ป่วยรายถัดไปที่ขึ้นรถคันเดิมก็อยู่ในอากาศชุดนั้นเช่นกัน และหลายรายเป็นผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันต่ำอยู่แล้ว ซึ่งเป็นกลุ่มที่เปราะบางที่สุด

ทำไมวิธีที่ใช้กันอยู่ถึงไม่ได้ผล

เช็ดเปลและพื้นผิวสัมผัสด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหลังทุกเคส

จำเป็นและต้องทำต่อไป แต่จัดการเฉพาะเส้นทางการสัมผัสบนพื้นผิวที่ผ้าเช็ดถึง ไม่ได้จัดการละอองที่กระจายอยู่ในอากาศและที่ถูกดูดเข้าระบบแอร์ไปแล้ว

พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทั่วห้องผู้ป่วย

ช่วยได้ในระดับพื้นผิวและอากาศบางส่วน แต่ละอองน้ำยาไม่ได้เข้าไปในท่อลมแอร์และในรอยต่อของผนังบุ อีกทั้งยังทิ้งไอระเหยไว้ในพื้นที่ปิดที่อาสาสมัครและผู้ป่วยรายถัดไปต้องหายใจต่อ

เปิดประตูระบายอากาศระหว่างเคส

ช่วยเจือจางละอองในอากาศได้จริงและควรทำ แต่ต้องใช้เวลาซึ่งเป็นสิ่งที่งานกู้ชีพไม่มี และไม่ได้กำจัดเชื้อที่เกาะอยู่บนพื้นผิว ในเบาะ และในระบบแอร์

ล้างแอร์รถตามรอบ

จำเป็น แต่ล้างได้เฉพาะส่วนที่ถอดได้ ในรถอายุสิบกว่าปีที่ไม่เคยถอดล้างท่อลม เชื้อและคราบอินทรีย์ที่สะสมอยู่ในนั้นคือแหล่งที่การล้างตามรอบเข้าไม่ถึงเลย

ให้อาสาสมัครใส่อุปกรณ์ป้องกันครบทุกเคส

เป็นมาตรฐานที่ถูกต้องและช่วยได้มากในระหว่างเคส แต่อาสาสมัครไม่ได้ใส่หน้ากากตลอดทั้งกะ โดยเฉพาะระหว่างรอเคสในรถหรือขณะทำความสะอาดรถ ซึ่งเป็นช่วงที่ยังอยู่ในอากาศชุดเดิม

งานกู้ชีพต้องการวิธีที่จัดการอากาศทั้งคัน และเสร็จเร็วพอที่รถจะกลับไปวิ่งได้

โจทย์ของรถพยาบาลมีสองข้อที่ขัดกันเองอยู่เสมอ ข้อแรกคือต้องฆ่าเชื้อให้ได้จริงในพื้นที่ปิดที่รับผู้ป่วยติดเชื้อวันละหลายราย ข้อที่สองคือรถต้องพร้อมออกได้ตลอดเวลา

วิธีเดิมทั้งหมดตกข้อใดข้อหนึ่ง การเช็ดและพ่นน้ำยาเร็วแต่ไม่ครอบคลุมท่อลมและเนื้อเบาะ การล้างแอร์ครอบคลุมกว่าแต่ต้องนัดช่างและถอนรถออกจากตารางเป็นวัน

โอโซนตอบทั้งสองข้อ เพราะมันเป็นก๊าซที่กระจายเต็มปริมาตรอากาศของห้องผู้ป่วยและห้องคนขับ เมื่อปิดรถสนิทและตั้งแอร์ให้หมุนเวียนอากาศภายใน โอโซนจะถูกดูดเข้าไปในคอยล์และท่อลม พร้อมกับแทรกเข้าไปในเนื้อฟองน้ำของเบาะ ในรอยต่อของผนังบุ ในตู้เก็บอุปกรณ์ และในช่องเก็บของใต้เบาะ เมื่อพบไวรัส แบคทีเรีย หรือเชื้อรา อะตอมออกซิเจนตัวที่สามจะแตกออกไปทำลายเปลือกหุ้มและผนังเซลล์ของมัน จากนั้นโอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจนธรรมดา ไม่เหลือสารเคมีตกค้างในพื้นที่ปิดที่อาสาสมัครและผู้ป่วยรายถัดไปต้องหายใจ และรอบการทำงานใช้เวลาประมาณสามสิบนาที

10 เหตุผลที่การอบโอโซนแก้ปัญหานี้ได้

1. จัดการอากาศทั้งคันพร้อมกัน ไม่ใช่แค่พื้นผิวที่เช็ดถึง

ในพื้นที่ปิดหกลูกบาศก์เมตร ละอองจากการไอกระจายเต็มปริมาตรภายในไม่กี่วินาที การเช็ดพื้นผิวจึงจัดการได้เพียงส่วนเดียว โอโซนซึ่งเป็นก๊าซคือวิธีที่จัดการอากาศทั้งคันได้จริง

2. เข้าถึงท่อลมแอร์ของรถที่ไม่เคยถอดล้าง

รถพยาบาลอายุสิบกว่าปีมีท่อลมที่ไม่เคยถอดล้างเลยตลอดอายุการใช้งาน เมื่อตั้งแอร์ให้หมุนเวียนอากาศระหว่างรอบการทำงาน โอโซนจะเข้าไปทั่วระบบซึ่งเป็นแหล่งสะสมที่การล้างแอร์ตามรอบเข้าไม่ถึง

3. แทรกเข้าไปในเนื้อเบาะและรอยต่อของผนังบุ

เบาะและผนังบุของรถพยาบาลมีรอยแตก รอยต่อ และเนื้อฟองน้ำที่เชื้อสะสมได้เป็นปี ซึ่งการเช็ดและการพ่นละอองเข้าไม่ถึง แต่ก๊าซเข้าถึงได้โดยไม่ทำให้เบาะเปียก

4. ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างในพื้นที่ปิดที่คนต้องหายใจ

โอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจนธรรมดา จึงไม่มีไอระเหยค้างในห้องผู้ป่วยและไม่มีคราบบนเปลหรือราวจับ ต่างจากการพ่นน้ำยาที่ทิ้งไอไว้ให้อาสาสมัครและผู้ป่วยรายถัดไปหายใจต่อ

5. กำจัดเชื้อราฝังลึกได้ 99.99 เปอร์เซ็นต์

ผลทดสอบยืนยันการกำจัดเชื้อราฝังลึกในระบบปรับอากาศและเฟอร์นิเจอร์ได้ 99.99 เปอร์เซ็นต์ และฆ่าไวรัสกับแบคทีเรียได้มากกว่านั้นถึงสิบเท่า ซึ่งเป็นระดับที่พื้นที่รับผู้ป่วยควรมี

6. เข้าถึงตู้เก็บอุปกรณ์และช่องเก็บของใต้เบาะ

อุปกรณ์กู้ชีพเก็บอยู่ในตู้และช่องปิดที่แทบไม่เคยถูกฆ่าเชื้อภายใน โอโซนเข้าไปในทุกช่องที่เปิดไว้ได้พร้อมกันในรอบเดียว โดยไม่ต้องเอาอุปกรณ์ออกมาเช็ดทีละชิ้น

7. จัดการกลิ่นเฉพาะตัวของรถพยาบาลไปด้วย

รถพยาบาลมีกลิ่นสะสมจากเลือด สารคัดหลั่ง น้ำยาฆ่าเชื้อ และความชื้นในเบาะ ซึ่งอาสาสมัครชินจนไม่รู้ตัวแต่ผู้ป่วยและญาติรับรู้ได้ทันที การอบโอโซนจัดการทั้งเชื้อและกลิ่นในรอบเดียว

8. ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อคัน ทำที่อู่ได้

รอบทำงานอัตโนมัติของ Digital Timer ใช้เวลาราว 30 นาที คือเริ่มต้น 2 นาที กระจายโอโซน 12 นาที ฟอกอากาศ 12 นาที และพัก 12 นาที ทำที่อู่ในช่วงที่มีรถสำรองวิ่งแทนได้โดยไม่กระทบการให้บริการ

9. ไม่เพิ่มความชื้นในเบาะและผนังบุ

การฉีดล้างและการอบไอน้ำเพิ่มน้ำเข้าไปในเนื้อเบาะที่เป็นปัญหาอยู่แล้ว ซึ่งเป็นการเลี้ยงเชื้อโดยตรง โอโซนเป็นก๊าซแห้ง จึงไม่ทิ้งความชื้นไว้ให้เกิดปัญหารอบใหม่

10. เครื่อง Master Ozone Generator ผ่านการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

WHD ใช้เครื่อง Master Ozone Generator ซึ่งเป็นแบรนด์เดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และผ่านการทดสอบโดย Intertek สหราชอาณาจักร

ก่อนและหลัง

ก่อน

  • อาสาสมัคร 11 คนจาก 62 คนมีอาการติดเชื้อทางเดินหายใจในสองเดือน
  • อาสาสมัคร 3 คนต้องนอนโรงพยาบาล
  • มูลนิธิต้องหยุดวิ่งรถ 2 คันเพราะกำลังคนไม่พอ
  • 9 ใน 11 คนที่ป่วยขึ้นรถคันเดียวกันสองคัน ซึ่งเป็นสองคันที่เก่าที่สุดและรับเคสหนาแน่นที่สุด
  • เวลาระหว่างเคสในวันที่หนาแน่นเหลือเพียง 5 นาที ทำให้ขั้นตอนฆ่าเชื้อถูกบีบ
  • ท่อลมแอร์ของรถอายุ 11 และ 13 ปีไม่เคยถูกถอดล้างเลย

หลัง

  • ตลอด 6 เดือนถัดมามีอาสาสมัครมีอาการติดเชื้อทางเดินหายใจเพียง 2 คนจาก 62 คน
  • กลิ่นเฉพาะตัวของรถพยาบาลที่สะสมมาหลายปีหายไปทั้งคัน
  • รถทั้ง 8 คันกลับมาวิ่งครบตามตาราง
  • ใช้เวลาคันละประมาณ 30 นาที ทำที่อู่ในช่วงที่มีรถสำรองวิ่งแทน
  • ไม่ต้องเอาอุปกรณ์กู้ชีพออกมาเช็ดทีละชิ้น
  • มูลนิธิกำหนดให้อบทุกคันสัปดาห์ละครั้ง และอบทันทีหลังเคสที่มีความเสี่ยงสูง

เริ่มต้นได้ใน 3 ขั้นตอน

สำรวจและประเมินพื้นที่

ทีมงานประเมินปริมาตรอากาศของห้องผู้ป่วยและห้องคนขับ ตำแหน่งช่องแอร์และเส้นทางท่อลม สภาพเบาะและผนังบุ รวมถึงตำแหน่งตู้เก็บอุปกรณ์ เพื่อกำหนดรอบการทำงานให้เหมาะกับรถแต่ละคัน

เตรียมพื้นที่และปิดรถ

เช็ดพื้นผิวที่มีคราบและทิ้งขยะติดเชื้อตามระบบก่อน เปิดตู้เก็บอุปกรณ์ทุกช่องและฝาช่องเก็บของใต้เบาะเพื่อให้ก๊าซเข้าถึง ปิดประตูและหน้าต่างให้สนิท ตั้งแอร์ให้หมุนเวียนอากาศภายใน แล้วทุกคนออกจากรถ

อบโอโซน ระบายอากาศ และตรวจสอบ

เครื่องทำงานตามรอบอัตโนมัติประมาณ 30 นาที จากนั้นเปิดประตูระบายอากาศให้ทั่ว ตรวจระดับความชื้นที่พื้นผิวเบาะ แล้วรถพร้อมกลับเข้าตารางปฏิบัติงาน

เสียงจากผู้ใช้จริง

“ผมทำงานกู้ชีพมายี่สิบปี ผมรู้ว่าอาสาสมัครป่วยเป็นเรื่องปกติ แต่สิบเอ็ดคนในสองเดือนมันไม่ปกติครับ พอทำตารางแล้วเห็นว่าเก้าในสิบเอ็ดคนขึ้นรถสองคันเดียวกัน ผมรู้ทันทีว่าปัญหาอยู่ที่รถ ไม่ใช่ที่คน หลังอบโอโซนทั้งฟลีตและทำเป็นรอบประจำ หกเดือนที่ผ่านมามีคนป่วยแค่สองคน และกลิ่นในรถที่เราชินกันมาสิบปีก็หายไปด้วย”

คุณธีระ ส. — หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการมูลนิธิกู้ชีพ จ.สมุทรปราการ

ทำไมรถพยาบาลถึงเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงกว่าห้องฉุกเฉิน

ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลมีปริมาตรอากาศมาก มีระบบระบายอากาศที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ มีการเปลี่ยนถ่ายอากาศหลายครั้งต่อชั่วโมง และมีห้องแยกสำหรับผู้ป่วยที่สงสัยว่าติดเชื้อ

รถพยาบาลไม่มีสิ่งเหล่านั้นเลยแม้แต่ข้อเดียว ปริมาตรอากาศประมาณหกถึงแปดลูกบาศก์เมตร ไม่มีระบบระบายอากาศแบบเปลี่ยนถ่ายอากาศจริง ใช้แอร์ที่หมุนเวียนอากาศภายในเป็นหลัก และไม่มีทางแยกผู้ป่วยได้เพราะมีพื้นที่เดียว

ที่สำคัญคือรถพยาบาลรับผู้ป่วยโดยยังไม่ทราบว่าติดเชื้ออะไร เพราะการวินิจฉัยเกิดขึ้นที่โรงพยาบาลปลายทาง ไม่ใช่ในรถ อาสาสมัครจึงทำงานกับผู้ป่วยที่ไม่ทราบสถานะการติดเชื้อทุกเคส

เมื่อรวมกับการที่รถต้องออกทันทีเมื่อมีการแจ้งเหตุ ทำให้เวลาในการฆ่าเชื้อระหว่างเคสมีจำกัดมาก รถพยาบาลจึงเป็นจุดที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน แต่กลับได้รับความสนใจเรื่องการควบคุมเชื้อน้อยที่สุด

ยานพาหนะประเภทไหนบ้างที่มีเงื่อนไขคล้ายกัน

รถรับส่งผู้ป่วยของโรงพยาบาลและรถรับส่งผู้สูงอายุของศูนย์ดูแล มีเงื่อนไขเดียวกันเกือบทุกข้อ คือพื้นที่ปิดขนาดเล็ก ผู้โดยสารเป็นกลุ่มเปราะบาง และใช้ระบบแอร์ที่หมุนเวียนอากาศภายใน

รถกู้ภัยและรถดับเพลิงมีปัญหาต่างออกไปเล็กน้อย คือมีทั้งเชื้อจากผู้ประสบเหตุและมีเขม่ากับสารเคมีจากที่เกิดเหตุติดกลับมาในรถ ซึ่งสะสมในเบาะและในระบบแอร์เช่นเดียวกัน

รถรับส่งศพและรถของมูลนิธิที่ทำงานด้านนี้ เป็นอีกกลุ่มที่การควบคุมเชื้อและกลิ่นมีความสำคัญสูงมากทั้งในเชิงสุขอนามัยและในเชิงความรู้สึกของญาติผู้เสียชีวิต

สำหรับทุกกลุ่มนี้ หลักการเดียวกันใช้ได้ คือถ้าเชื้อและกลิ่นอยู่ในระบบแอร์และในเนื้อเบาะ การเช็ดพื้นผิวจะไม่มีวันพอ และวิธีที่เป็นก๊าซคือวิธีเดียวที่เข้าถึงได้ทั้งหมดในรอบเดียว

คำถามที่พบบ่อย

รถหนึ่งคันใช้เวลานานแค่ไหน

ประมาณ 30 นาทีตามรอบของเครื่อง บวกเวลาระบายอากาศ ทำที่อู่ในช่วงที่มีรถสำรองวิ่งแทนได้ และรถกลับเข้าตารางปฏิบัติงานได้ทันที

ต้องเอาอุปกรณ์กู้ชีพออกจากรถไหม

ไม่ต้อง แนะนำเพียงให้เปิดตู้เก็บอุปกรณ์ทุกช่องและเปิดฝาช่องเก็บของใต้เบาะ เพื่อให้ก๊าซเข้าถึงภายในได้ทั่วถึง ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบเพราะไม่ต้องเช็ดอุปกรณ์ทีละชิ้น

มีสารตกค้างในห้องผู้ป่วยไหม

ไม่มี โอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจนธรรมดาหลังทำปฏิกิริยา จึงไม่มีไอระเหยค้างและไม่มีคราบบนเปล ราวจับ หรือเบาะ ต่างจากการพ่นน้ำยาที่ทิ้งไอไว้ในพื้นที่ปิด

ควรทำบ่อยแค่ไหน

สำหรับรถที่รับเคสทุกวัน แนะนำสัปดาห์ละครั้งเป็นรอบประจำ และอบเพิ่มทันทีหลังเคสที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้ป่วยที่มีอาการทางเดินหายใจรุนแรง

ทดแทนการเช็ดและพ่นน้ำยาหลังเคสได้ไหม

ไม่ทดแทน แต่เสริมกัน การเช็ดหลังเคสจำเป็นสำหรับคราบและการปนเปื้อนที่มองเห็นได้ ส่วนการอบโอโซนจัดการอากาศทั้งคันและจุดที่เช็ดไม่ถึง ควรทำทั้งสองอย่างตามบทบาทของมัน

ทำให้เบาะหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในรถเสียหายไหม

ไม่ การทำงานควบคุมความเข้มข้นและระยะเวลาด้วย Digital Timer ของเครื่องที่ผ่านการรับรอง ทีมงานจะประเมินอุปกรณ์ที่ต้องระวังเป็นพิเศษตั้งแต่ตอนสำรวจ

เครื่องที่ใช้ผ่านการรับรองอะไรบ้าง

WHD ใช้ Master Ozone Generator ซึ่งเป็นแบรนด์เดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และผ่านการทดสอบจาก Intertek สหราชอาณาจักร

มีบริการเสริมสำหรับฟลีตไหม

สำหรับการจองตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป WHD มีบริการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ CHEMGENE HLD4H ระดับโรงพยาบาลให้ฟรี ซึ่งได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัยมหิดลและ NHS England เหมาะกับพื้นผิวสัมผัสสูงในรถ เช่น เปล ราวจับ และมือจับประตู

คนที่ออกไปช่วยคนอื่นทั้งวัน ควรได้กลับบ้านโดยไม่พาอะไรกลับไปด้วย

ถ้าอาสาสมัครหรือเจ้าหน้าที่ของคุณมีอัตราการป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจสูงผิดปกติ ลองทำตารางดูว่าคนที่ป่วยขึ้นรถคันไหนบ้าง ตัวเลขมักชี้ไปที่รถ ไม่ใช่ที่วินัยของคน

การอบโอโซนจัดการอากาศทั้งคันพร้อมกัน เข้าถึงท่อลมแอร์ที่ไม่เคยถอดล้าง เนื้อฟองน้ำของเบาะ รอยต่อของผนังบุ และตู้เก็บอุปกรณ์ โดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างในพื้นที่ปิดที่ทั้งอาสาสมัครและผู้ป่วยรายถัดไปต้องหายใจ

สำหรับการจองตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป WHD แถมบริการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ CHEMGENE HLD4H ระดับโรงพยาบาลให้ฟรี

รถพยาบาล รถกู้ชีพ รถรับส่งผู้ป่วย รถรับส่งผู้สูงอายุ คลินิก สำนักงาน และที่พักอาศัย ทั่วประเทศไทย

ดูรายละเอียดบริการและราคา คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 หรือแอดไลน์ @whd268

#อบโอโซนรถพยาบาล#ฆ่าเชื้อรถกู้ชีพ#ทำความสะอาดรถพยาบาลหลังเคส#ป้องกันการติดเชื้ออาสาสมัคร#บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อโรค#MasterOzoneGenerator#WorldHealthDisinfection

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้