เลือกเครื่องพ่นฆ่าเชื้อโควิด 19 ให้ถูกกับพื้นที่ ปี 2569 คู่มือฉบับคนที่เคยซื้อผิดมาแล้ว

Last updated: 6 ก.ย. 2569  |  5 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง

คู่มือเลือกเครื่องพ่นฆ่าเชื้อโควิด 19 ปี 2569

เลือกเครื่องพ่นฆ่าเชื้อโควิด 19 ให้ถูกกับพื้นที่ ปี 2569 คู่มือฉบับคนที่เคยซื้อผิดมาแล้ว

สี่ข้อที่ตัดสินว่าเครื่องจะใช้ได้จริงหรือกลายเป็นของที่วางอยู่ในห้องเก็บของ

เครื่องพ่นฆ่าเชื้อที่ซื้อมาแล้วใช้ไม่ได้จริง มักไม่ได้พังหรือปลอม แต่เป็นเครื่องที่ไม่ตรงกับพื้นที่ที่คุณต้องใช้ นี่คือคู่มือจากประสบการณ์ของผู้จัดการอาคารคนหนึ่งที่ซื้อผิดมาสองเครื่องก่อนจะได้เครื่องที่ใช้งานได้จริง

คำถามที่เราได้รับบ่อยที่สุดไม่ใช่ว่าเครื่องไหนดีที่สุด แต่คือทำไมเครื่องที่ซื้อมาแล้วถึงใช้ไม่ได้จริง และเกือบทุกครั้ง คำตอบไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของเครื่อง แต่อยู่ที่ความไม่ตรงกันระหว่างเครื่องกับพื้นที่

เครื่องพ่นฆ่าเชื้อไม่ได้มีแค่ดีกับไม่ดี แต่มีเครื่องที่ออกแบบมาสำหรับพื้นที่ต่างประเภทกัน เครื่องที่เหมาะกับห้องเล็กสิบตารางเมตรจะใช้ไม่ได้เลยกับฟลอร์เก้าร้อยตารางเมตร และเครื่องที่ทำงานได้ดีในโกดังโล่งอาจทำให้เอกสารในออฟฟิศเปียกจนใช้ไม่ได้

บทความนี้อธิบายสี่ข้อที่ตัดสินจริง ๆ ว่าเครื่องจะใช้ได้กับคุณหรือไม่ พร้อมตัวอย่างจากผู้จัดการอาคารคนหนึ่งที่ซื้อผิดมาสองครั้ง และสุดท้ายเลือกเครื่องพ่นละอองฝอย ULV รุ่น AIROFOG U260 ซึ่งเป็นเครื่องพ่นเย็นสัญชาติเยอรมัน มอเตอร์ 800 วัตต์ หัวพ่นปรับได้ ให้ละอองขนาด 15-30 ไมครอน

เรื่องที่เกิดขึ้นจริง

เครื่องแรก ราคาถูกและกำลังไม่พอ

คุณเจษฎาดูแลอาคารสำนักงานให้เช่าขนาดหกชั้นแห่งหนึ่ง มีผู้เช่าสิบสองราย พื้นที่รวมประมาณสองพันห้าร้อยตารางเมตร รวมโถงลิฟต์ ทางเดิน ห้องประชุมส่วนกลาง และห้องน้ำทุกชั้น

เครื่องแรกที่เขาซื้อเป็นเครื่องพ่นราคาไม่กี่พันบาทที่โฆษณาว่าพ่นฆ่าเชื้อได้ เมื่อเอามาใช้จริงเขาพบว่ามันคือเครื่องพ่นละอองแบบใช้ในบ้าน กำลังพอสำหรับห้องเล็กหนึ่งห้องเท่านั้น

เขาลองใช้พ่นโถงทางเดินชั้นหนึ่งซึ่งยาวสามสิบเมตร ปรากฏว่าละอองไปได้ไม่ถึงสามเมตรจากหัวพ่นและตกลงพื้นทันที เขาต้องเดินช้ามากและใช้เวลาเกือบชั่วโมงต่อชั้น ซึ่งแปลว่าหกชั้นใช้เวลาหกชั่วโมง

หลังจากใช้ได้สามครั้ง เครื่องก็ร้อนจนต้องหยุดพักระหว่างทาง และสุดท้ายมันไปอยู่ในห้องเก็บของ

เครื่องที่สอง กำลังพอแต่ละอองใหญ่เกินไป

เครื่องที่สองเขาแก้ปัญหาเรื่องกำลังโดยซื้อเครื่องพ่นแรงดันสูงที่ใช้ในงานเกษตร ซึ่งมีกำลังเหลือเฟือสำหรับพื้นที่ขนาดนี้

ปัญหาใหม่คือขนาดละออง เครื่องพ่นแรงดันสูงแบบนั้นให้ละอองขนาดใหญ่ในระดับหลายสิบถึงร้อยไมครอน ซึ่งเหมาะกับการพ่นสารลงบนใบไม้ในไร่ แต่ไม่เหมาะกับห้องที่มีอุปกรณ์และเอกสาร

ครั้งแรกที่เขาใช้พ่นห้องประชุมส่วนกลาง พรมเปียกจนต้องเปิดพัดลมเป่าสองชั่วโมง เอกสารที่ผู้เช่าลืมไว้บนโต๊ะเปียกเสียหาย และมีคราบน้ำบนจอโปรเจกเตอร์

ผู้เช่ารายหนึ่งร้องเรียนเรื่องเอกสารเสียหาย และหลังจากนั้นเขาก็ไม่กล้าใช้เครื่องนั้นในพื้นที่ที่มีของของผู้เช่าอีกเลย

สิ่งที่เขาถามผิดตั้งแต่ต้น

เมื่อคุณเจษฎามาปรึกษาเรา สิ่งแรกที่เราถามคือขนาดพื้นที่ ความสูงฝ้า ประเภทของของที่อยู่ในห้อง และเวลาที่เขามีให้ทำงาน ซึ่งเป็นสี่ข้อที่เขาไม่เคยถูกถามมาก่อนตอนซื้อสองเครื่องแรก

เขาบอกว่าตอนซื้อสองครั้งแรก เขาถามแค่ว่าเครื่องนี้ฆ่าเชื้อได้ไหมและราคาเท่าไหร่ ซึ่งเป็นคำถามที่ไม่ผิด แต่ไม่พอที่จะเลือกเครื่องให้ตรงกับงาน

คำถามที่ถูกคือ เครื่องนี้ทำงานได้จริงในพื้นที่ขนาดของฉัน ภายในเวลาที่ฉันมี โดยไม่ทำให้ของในห้องเสียหาย หรือไม่

สี่ข้อที่ตัดสินเรื่องนี้คือ ขนาดละออง กำลังมอเตอร์ ความสามารถในการปรับหัวพ่น และเวลาที่เครื่องใช้ต่อพื้นที่จริงของคุณ

เครื่องที่สามที่ยังใช้อยู่จนถึงวันนี้

เครื่องที่คุณเจษฎาเลือกในที่สุดคือ AIROFOG U260 ซึ่งเป็นเครื่องพ่นละอองฝอย ULV แบบพ่นเย็น ให้ละอองขนาด 15-30 ไมครอน มอเตอร์ 800 วัตต์ และมีหัวพ่นที่ปรับได้

ในการใช้งานจริง เขาพ่นโถงทางเดินชั้นหนึ่งเสร็จในเวลาไม่กี่นาที ต่างจากเครื่องแรกที่ใช้เกือบชั่วโมง และเมื่อพ่นห้องประชุมส่วนกลางด้วยหัวพ่นที่ปรับให้แห้งกว่า พรมไม่เปียกและเอกสารไม่เสียหาย

เขาทำทั้งอาคารหกชั้นจบในรอบเดียวหลังหกโมงเย็น ด้วยเจ้าหน้าที่อาคารหนึ่งคน และทำได้ทุกวันโดยไม่ต้องจ้างผู้รับเหมา

สิ่งที่เขาบอกกับผู้จัดการอาคารคนอื่นที่มาถามคือ อย่าเริ่มจากคำถามว่าเครื่องไหนดี ให้เริ่มจากการวัดพื้นที่ของตัวเองก่อน

ความเสียหายที่ตามมา

ซื้อเครื่องกำลังไม่พอ แล้วงานที่ควรใช้สิบนาทีกลายเป็นหกชั่วโมง

เครื่องกำลังต่ำส่งละอองไปได้ไม่กี่เมตรและตกลงพื้นทันที คุณต้องเดินช้ามากและพ่นทีละมุม ซึ่งทำให้งานที่ควรเป็นงานประจำรายวันกลายเป็นงานที่ไม่มีใครอยากทำ

ซื้อเครื่องละอองใหญ่เกินไป แล้วทำของเสียหาย

เครื่องที่ให้ละอองระดับหลายสิบถึงร้อยไมครอนเหมาะกับงานเกษตรกลางแจ้ง แต่ในห้องที่มีเอกสาร พรม และอุปกรณ์ไฟฟ้า มันทำให้ของเปียกเสียหายและเกิดข้อร้องเรียน

เครื่องที่ใช้ยากจะไม่ถูกใช้

เครื่องที่ต้องผสมยุ่งยาก หนักเกินไป หรือร้อนจนต้องหยุดพักระหว่างทาง จะถูกใช้ไม่กี่ครั้งแล้วไปอยู่ในห้องเก็บของ ซึ่งเป็นการเสียเงินทั้งก้อนโดยไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย

ซื้อผิดสองครั้งแพงกว่าซื้อถูกครั้งเดียว

คุณเจษฎาจ่ายค่าเครื่องสองเครื่องที่ใช้ไม่ได้ บวกค่าเสียหายจากเอกสารของผู้เช่า และเสียเวลาหลายเดือนที่อาคารไม่มีการจัดการอากาศเลย ก่อนจะได้เครื่องที่ใช้ได้จริง

ทำไมวิธีที่ใช้กันอยู่ถึงไม่ได้ผล

เลือกจากราคาอย่างเดียว

ราคาบอกได้แค่ว่าคุณจ่ายเท่าไหร่ ไม่ได้บอกว่าเครื่องทำงานได้ในพื้นที่ของคุณหรือไม่ เครื่องราคาถูกที่ใช้ไม่ได้กับพื้นที่ของคุณคือเครื่องที่แพงที่สุด เพราะคุณต้องซื้อใหม่อยู่ดี

เลือกจากขนาดถังน้ำยา

ขนาดถังบอกแค่ว่าคุณเติมน้ำยาบ่อยแค่ไหน ไม่ได้บอกว่าละอองจะไปถึงเพดานหรือไม่ ถังใหญ่บนเครื่องที่ละอองใหญ่เกินไปแปลว่าคุณทำของเปียกได้มากขึ้นเท่านั้น

ถามแค่ว่าเครื่องนี้ฆ่าเชื้อได้ไหม

เครื่องพ่นทุกเครื่องเป็นเพียงระบบส่งน้ำยา สิ่งที่ฆ่าเชื้อคือน้ำยา คำถามที่ถูกคือเครื่องนี้ส่งน้ำยาไปถึงทุกจุดในพื้นที่ของฉันได้หรือไม่ ในเวลาที่ฉันมี โดยไม่ทำให้ของเสียหาย

เชื่อว่าเครื่องเดียวใช้ได้กับทุกงานโดยไม่ต้องปรับ

พื้นที่ต่างกันต้องการละอองต่างกัน ห้องเซิร์ฟเวอร์ต้องการแห้งกว่าห้องน้ำ เครื่องที่ปรับหัวพ่นไม่ได้จึงเหมาะกับงานเดียวเท่านั้น และคุณจะต้องซื้อเครื่องที่สองอยู่ดี

ซื้อโดยไม่วัดความสูงฝ้า

หลายคนวัดแต่ตารางเมตรและลืมความสูง ห้องหนึ่งร้อยตารางเมตรที่ฝ้าสูงสามเมตรกับที่ฝ้าสูงหกเมตร มีปริมาตรอากาศต่างกันเท่าตัว และต้องการกำลังเครื่องต่างกันมาก

สี่ข้อที่ตัดสินจริง ๆ ว่าเครื่องจะใช้ได้กับคุณหรือไม่

ข้อแรกคือขนาดละออง ซึ่งตัดสินว่าละอองจะลอยไปทั่วห้องแล้วเคลือบทุกพื้นผิว หรือจะตกลงพื้นภายในหนึ่งเมตรและทำให้ของเปียก ช่วง 15-30 ไมครอนเป็นช่วงที่ทำงานได้จริงในอาคาร

ข้อที่สองคือกำลังมอเตอร์ ซึ่งตัดสินว่าละอองจะไปได้ไกลแค่ไหนและคุณต้องใช้เวลาเท่าไหร่ต่อพื้นที่ มอเตอร์ 800 วัตต์เป็นระดับที่รองรับพื้นที่ตั้งแต่ห้องเดี่ยวไปจนถึงฟลอร์ขนาดใหญ่ได้

ข้อที่สามคือหัวพ่นปรับได้ ซึ่งตัดสินว่าคุณจะใช้เครื่องเดียวกับทุกโซนในอาคารได้หรือต้องซื้อหลายเครื่อง และข้อที่สี่คือเวลาที่ใช้จริงต่อพื้นที่ของคุณ ซึ่งตัดสินว่างานนี้จะกลายเป็นงานประจำหรือกลายเป็นภาระที่ถูกเลิกไปเอง

10 เหตุผลที่ AIROFOG U260 แก้ปัญหานี้ได้

1. ขนาดละออง 15-30 ไมครอนคือช่วงทำงานจริงในอาคาร

ต่ำกว่า 10 ไมครอนละอองเบาจนลอยหลุดออกไปก่อนทำงานเสร็จ สูงกว่า 50 ไมครอนตกเร็วภายในหนึ่งเมตรและทำให้ของเปียก ช่วง 15-30 ไมครอนลอยได้ทั่วห้องแล้วตกเป็นฟิล์มบางที่แห้งเร็ว

2. มอเตอร์ 800 วัตต์ครอบคลุมได้ตั้งแต่ห้องเดี่ยวถึงฟลอร์ใหญ่

กำลังนี้ส่งละอองไปได้ไกลพอที่จะเดินพ่นเป็นเส้นทางต่อเนื่องในฟลอร์เปิดขนาดใหญ่ และในขณะเดียวกันก็ปรับให้ทำงานกับห้องเล็กสิบตารางเมตรได้ ทำให้ซื้อเครื่องเดียวใช้ได้ทั้งอาคาร

3. หัวพ่นปรับได้ทำให้เครื่องเดียวใช้ได้ทุกโซน

โซนที่มีคอมพิวเตอร์และเอกสารต้องการละอองแห้งกว่าโซนห้องน้ำและพื้นกระเบื้อง หัวพ่นที่ปรับได้ทำให้คุณไม่ต้องซื้อเครื่องที่สองสำหรับงานที่ต่างออกไป

4. เวลาที่ใช้ต่อพื้นที่ตัดสินว่างานนี้จะยั่งยืนหรือไม่

ถ้าการพ่นหนึ่งชั้นใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง มันจะถูกทำเดือนละครั้งแล้วเลิกไป ถ้าใช้เวลาไม่กี่นาที มันจะกลายเป็นงานประจำที่ทำได้ทุกวัน ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ให้ผลจริง

5. ใช้กับน้ำยาที่คุณมีอยู่แล้วได้

เครื่องพ่นที่ดีคือระบบส่งน้ำยา ไม่ใช่การผูกมัดกับเคมียี่ห้อเดียว เครื่องที่ใช้ได้กับน้ำยาที่ฝ่ายจัดซื้อของคุณอนุมัติไว้แล้วช่วยให้คุณเริ่มใช้ได้ทันทีและควบคุมต้นทุนได้เอง

6. น้ำหนักและความสมดุลตัดสินว่าคนของคุณจะใช้จริงไหม

เครื่องที่หนักเกินไปหรือถือไม่ถนัดจะถูกใช้ไม่กี่ครั้ง เครื่องที่พนักงานทั่วไปยกและเดินพ่นได้สบายคือเครื่องที่จะถูกใช้ทุกวัน ซึ่งสำคัญกว่าสเปกใด ๆ ในกระดาษ

7. ต้องพ่นได้โดยไม่ทำให้พื้นลื่น

ในอาคารที่มีคนเดิน พื้นลื่นคือความเสี่ยงและความรับผิดโดยตรง เครื่องที่ให้ละอองในช่วงที่ถูกต้องจะทิ้งฟิล์มบางที่แห้งเองในไม่กี่นาที ไม่ใช่แอ่งน้ำที่ต้องเช็ดตาม

8. ต้องมีที่มาที่ตรวจสอบได้เมื่อคุณต้องรายงาน

องค์กร โรงเรียน โรงงาน และหน่วยราชการ ล้วนต้องมีเอกสารตอบเมื่อมีคนถาม เครื่องที่มีที่มาชัดเจนและใช้ในโรงพยาบาลจริงทำให้คุณมีคำตอบที่ยื่นได้

9. ต้องซ่อมบำรุงและหาอะไหล่ได้จริงในไทย

เครื่องนำเข้าที่ไม่มีตัวแทนในไทยจะกลายเป็นขยะทันทีที่หัวพ่นสึกหรือมอเตอร์มีปัญหา การมีผู้ดูแลที่ติดต่อได้จริงเป็นส่วนหนึ่งของการเลือกเครื่อง ไม่ใช่เรื่องรอง

10. ต้องมีคนสอนใช้ให้ทีมของคุณ

เครื่องที่ส่งมาพร้อมกล่องแล้วจบ มักถูกใช้ผิดวิธีหรือไม่ถูกใช้เลย การมีคนมาตั้งหัวพ่น คำนวณอัตราส่วนผสม และวางเส้นทางเดินพ่นให้ตรงกับผังอาคารของคุณ คือสิ่งที่ทำให้เครื่องกลายเป็นระบบที่ใช้ได้จริง

ก่อนและหลัง

ก่อน

  • เลือกเครื่องจากราคาและคำโฆษณาว่าฆ่าเชื้อได้
  • เครื่องแรกกำลังไม่พอ ละอองไปไม่ถึง 3 เมตร ใช้เวลาเกือบชั่วโมงต่อชั้น
  • เครื่องที่สองละอองใหญ่เกินไป ทำพรมเปียกและเอกสารผู้เช่าเสียหาย
  • มีข้อร้องเรียนจากผู้เช่า และไม่กล้าใช้เครื่องในพื้นที่ที่มีของผู้เช่าอีก
  • เครื่องทั้งสองไปอยู่ในห้องเก็บของ เสียเงินทั้งก้อนโดยไม่ได้ประโยชน์
  • อาคารไม่มีการจัดการอากาศเลยตลอดหลายเดือนระหว่างลองผิดลองถูก

หลัง

  • เลือกจากขนาดละออง กำลังมอเตอร์ หัวพ่นปรับได้ และเวลาที่ใช้จริงต่อพื้นที่
  • พ่นโถงทางเดินยาว 30 เมตรเสร็จในไม่กี่นาที แทนที่จะเป็นเกือบชั่วโมง
  • พ่นห้องประชุมด้วยหัวพ่นที่ปรับให้แห้งกว่า พรมไม่เปียกและเอกสารไม่เสียหาย
  • ทำอาคารหกชั้นจบในรอบเดียวหลังหกโมงเย็น ด้วยเจ้าหน้าที่หนึ่งคน
  • ทำได้ทุกวันโดยไม่ต้องจ้างผู้รับเหมา
  • มีเอกสารข้อมูลเครื่องและบันทึกการพ่นให้ผู้เช่าและฝ่ายอาคารดูได้

เริ่มต้นได้ใน 3 ขั้นตอน

1. วัดพื้นที่ของคุณก่อนดูเครื่อง

วัดตารางเมตรและความสูงฝ้าของทุกพื้นที่ที่ต้องพ่น จดว่าแต่ละห้องมีอะไรอยู่บ้าง โดยเฉพาะอุปกรณ์ไฟฟ้า เอกสาร พรม และของที่ไวต่อความชื้น และจดว่าแต่ละพื้นที่ว่างคนช่วงไหนและนานเท่าไหร่

2. ส่งข้อมูลมาให้เราคำนวณ ไม่ใช่เดาเอง

ส่งผังพื้นที่หรือคลิปสั้น ๆ พร้อมข้อมูลจากข้อแรกมา เราจะบอกได้ว่าพื้นที่ของคุณต้องใช้กำลังเท่าไหร่ ตั้งหัวพ่นแบบไหนในแต่ละโซน และใช้เวลาจริงกี่นาทีต่อรอบ ซึ่งเป็นตัวเลขที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ

3. ให้เราติดตั้งและสอนทีมของคุณ

การส่งมอบที่ถูกต้องคือการมาตั้งหัวพ่นให้เหมาะกับแต่ละโซน คำนวณอัตราส่วนผสมสำหรับน้ำยาที่คุณใช้ วางเส้นทางเดินพ่นให้ตรงกับผังจริง และสอนทีมของคุณในบ่ายเดียว เพื่อให้เครื่องกลายเป็นงานประจำ ไม่ใช่ของในห้องเก็บของ

เสียงจากผู้ใช้จริง

“ผมซื้อผิดมาสองเครื่องครับ เครื่องแรกกำลังไม่พอจนพ่นชั้นเดียวใช้เกือบชั่วโมง เครื่องที่สองละอองใหญ่จนทำเอกสารผู้เช่าเสียหายและโดนร้องเรียน สิ่งที่ผมไม่เคยถูกถามเลยตอนซื้อสองครั้งแรกคือ พื้นที่กี่ตารางเมตร ฝ้าสูงเท่าไหร่ ในห้องมีอะไรบ้าง และผมมีเวลาเท่าไหร่ สี่ข้อนี้แหละที่ตัดสินทุกอย่าง”

คุณเจษฎา — ผู้จัดการอาคารสำนักงานให้เช่า 6 ชั้น

ทำไมคำถามว่าเครื่องไหนดีที่สุดถึงเป็นคำถามที่ตอบไม่ได้

เครื่องพ่นฆ่าเชื้อไม่ใช่สินค้าที่มีเครื่องเดียวดีที่สุดสำหรับทุกคน เพราะสิ่งที่ตัดสินคือความตรงกันระหว่างเครื่องกับพื้นที่ ไม่ใช่คุณภาพของเครื่องเพียงอย่างเดียว

เครื่องพ่นสำหรับงานเกษตรที่ให้ละอองใหญ่และแรงดันสูงเป็นเครื่องที่ดีมากสำหรับงานที่มันถูกออกแบบมา คือการพ่นสารลงบนใบไม้ในไร่ที่ต้องการให้ละอองตกลงบนเป้าหมายเร็วและไม่ปลิวไปที่อื่น

เครื่องเดียวกันนั้นเมื่อเอามาใช้ในห้องประชุมที่มีพรมและเอกสาร กลายเป็นเครื่องที่สร้างความเสียหาย ไม่ใช่เพราะมันไม่ดี แต่เพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อทำสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่ห้องประชุมต้องการ

นี่คือเหตุผลที่การเริ่มจากการวัดพื้นที่ของตัวเองแล้วค่อยหาเครื่อง ให้ผลดีกว่าการเริ่มจากการเปรียบเทียบเครื่องแล้วค่อยหวังว่ามันจะเหมาะกับพื้นที่

ตารางเมตรอย่างเดียวไม่พอ คุณต้องรู้ปริมาตร

ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการคิดจากตารางเมตรอย่างเดียว เพราะสิ่งที่เครื่องต้องเติมให้เต็มคือปริมาตรอากาศ ไม่ใช่พื้นที่พื้น

ห้องหนึ่งร้อยตารางเมตรที่ฝ้าสูงสองเมตรห้าสิบมีปริมาตรสองร้อยห้าสิบลูกบาศก์เมตร ในขณะที่ห้องหนึ่งร้อยตารางเมตรที่ฝ้าสูงหกเมตรมีปริมาตรหกร้อยลูกบาศก์เมตร ต่างกันมากกว่าสองเท่าทั้งที่ตารางเมตรเท่ากัน

นี่เป็นเหตุผลที่โกดัง ศาลา หอประชุม และโรงยิม ต้องการกำลังเครื่องมากกว่าที่ตัวเลขตารางเมตรบอก และเป็นจุดที่คนซื้อเครื่องผิดกันบ่อยที่สุด

วิธีที่ง่ายที่สุดคือวัดความยาว ความกว้าง และความสูง แล้วส่งตัวเลขสามชุดนั้นมาให้เราคำนวณ แทนที่จะบอกแค่ตารางเมตร

คำถามที่พบบ่อย

ควรเริ่มจากอะไรถ้ายังไม่เคยซื้อเครื่องมาก่อน

เริ่มจากการวัดพื้นที่ของคุณ ตารางเมตรและความสูงฝ้าของทุกห้องที่ต้องพ่น รายการของที่อยู่ในห้อง และช่วงเวลาที่ห้องว่าง แล้วส่งข้อมูลมาให้เราคำนวณ อย่าเริ่มจากการเปรียบเทียบราคาเครื่อง

ขนาดละองเท่าไหร่ถึงเหมาะกับงานในอาคาร

ช่วง 15-30 ไมครอนคือช่วงที่ทำงานได้จริงในอาคาร ต่ำกว่านั้นละอองเบาเกินจนหลุดออกไป สูงกว่านั้นตกเร็วภายในหนึ่งเมตรและทำให้ของเปียก

มอเตอร์กี่วัตต์ถึงพอ

ขึ้นกับปริมาตรอากาศของพื้นที่ ไม่ใช่แค่ตารางเมตร มอเตอร์ 800 วัตต์รองรับได้ตั้งแต่ห้องเดี่ยวจนถึงฟลอร์ขนาดใหญ่และอาคารที่มีเพดานสูง ส่งตัวเลขความยาว ความกว้าง ความสูงมา เราคำนวณให้

จำเป็นต้องมีหัวพ่นปรับได้ไหม

ถ้าคุณมีมากกว่าหนึ่งประเภทพื้นที่ จำเป็นมาก เพราะห้องที่มีคอมพิวเตอร์และเอกสารต้องการละอองแห้งกว่าห้องน้ำและพื้นกระเบื้อง เครื่องที่ปรับไม่ได้จะทำให้คุณต้องซื้อเครื่องที่สอง

เครื่องพ่นฆ่าเชื้อได้เองหรือต้องใช้น้ำยา

เครื่องพ่นทุกเครื่องเป็นระบบส่งน้ำยา สิ่งที่ฆ่าเชื้อคือน้ำยาที่คุณเลือก เครื่องที่ดีคือเครื่องที่ใช้ได้กับน้ำยาหลากหลายชนิด ไม่ผูกมัดคุณกับเคมียี่ห้อเดียว

ซื้อเครื่องเดียวใช้ได้ทั้งอาคารไหม

ได้ ถ้าเครื่องมีกำลังพอสำหรับพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดของคุณและปรับหัวพ่นได้สำหรับพื้นที่ที่ละเอียดอ่อนที่สุด นี่คือเหตุผลที่สองข้อนี้สำคัญกว่าขนาดถังมาก

ถ้าซื้อผิดมาแล้วทำอย่างไร

ส่งข้อมูลเครื่องที่มีอยู่และผังพื้นที่มา เราจะบอกได้ว่าเครื่องเดิมยังใช้กับโซนไหนได้บ้าง และคุณต้องเพิ่มอะไรจริง ๆ บ้าง หลายกรณีเครื่องเดิมยังใช้กับพื้นที่เล็กได้แม้จะไม่พอสำหรับทั้งอาคาร

ต้องมีการอบรมไหม

ควรมี การตั้งหัวพ่นให้เหมาะกับแต่ละโซนและการวางเส้นทางเดินพ่นเป็นสิ่งที่ทำให้เครื่องได้ผลจริง เราสอนทีมของคุณตอนส่งมอบ ใช้เวลาบ่ายเดียว

อย่าเริ่มจากคำถามว่าเครื่องไหนดี ให้เริ่มจากการวัดพื้นที่ของคุณ

คุณเจษฎาจ่ายค่าเครื่องสองเครื่องที่ใช้ไม่ได้ บวกค่าเสียหายจากเอกสารผู้เช่า และเสียเวลาหลายเดือน ก่อนจะรู้ว่าสี่ข้อที่ตัดสินคือขนาดละออง กำลังมอเตอร์ หัวพ่นปรับได้ และเวลาที่ใช้จริงต่อพื้นที่

ถ้าคุณกำลังจะซื้อเครื่องพ่นฆ่าเชื้อเครื่องแรก หรือกำลังคิดจะซื้อเครื่องที่สองเพราะเครื่องแรกใช้ไม่ได้ ส่งตัวเลขความยาว ความกว้าง ความสูง ของพื้นที่คุณมา พร้อมรายการของที่อยู่ในห้อง

เราจะบอกได้ว่าพื้นที่ของคุณต้องใช้อะไร ใช้เวลากี่นาทีต่อรอบ และเครื่องที่คุณมีอยู่แล้วยังใช้กับโซนไหนได้บ้าง ก่อนที่คุณจะจ่ายเงินอีกครั้ง

ดูเครื่องพ่นละอองฝอย ULV AIROFOG U260 สเปก ขนาดละออง และราคา

ดูสินค้าและราคา คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 หรือแอดไลน์ @whd268

#เครื่องพ่นฆ่าเชื้อโควิด19#AirofogU260#เครื่องพ่นULV#วิธีเลือกเครื่องพ่นฆ่าเชื้อ#เครื่องพ่นละอองฝอย#WorldHealthDisinfection#พ่นฆ่าเชื้อ2569

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้