หมอบอกให้ยกน้องหมาให้คนอื่น แต่ครอบครัวนี้เลือกอีกทาง บริการกำจัดไรฝุ่นช่วยให้อยู่ด้วยกันได้

Last updated: 2 ก.ย. 2569  |  4 จำนวนผู้เข้าชม  | 

หมอบอกให้ยกน้องหมาให้คนอื่น แต่ครอบครัวนี้เลือกอีกทาง บริการกำจัดไรฝุ่นช่วยให้อยู่ด้วยกันได้

หมอบอกให้ยกน้องหมาให้คนอื่น แต่ครอบครัวนี้เลือกอีกทาง บริการกำจัดไรฝุ่นช่วยให้ทุกคนอยู่ด้วยกันได้

เมื่อลูกชายวัยเก้าขวบเริ่มหอบ คำแนะนำแรกที่ครอบครัวได้รับคือให้หาบ้านใหม่ให้สัตว์เลี้ยงสามตัว นี่คือเรื่องราวของทางเลือกที่สามที่ไม่มีใครบอกพวกเขา

วันที่ต้องเลือกระหว่างลูกกับสมาชิกอีกสามชีวิต

คุณนุ่น อายุ 38 ปี อยู่บ้านเดี่ยวสองชั้นย่านลาดพร้าว ครอบครัวของเธอมีสมาชิกหกชีวิต คือ เธอ สามี ลูกชายวัยเก้าขวบชื่อน้องภูมิ สุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ชื่อลูกตาล และแมวอีกสองตัวชื่อส้มกับซาลาเปา

สัตว์เลี้ยงทั้งสามอยู่กับครอบครัวมาห้าปีแล้ว พวกมันนอนในบ้าน ขึ้นโซฟาได้ และลูกตาลชอบมานอนบนพรมหน้าเตียงน้องภูมิทุกคืน คุณนุ่นบอกว่าภาพนั้นคือความสุขของบ้านหลังนี้

ปัญหาเริ่มขึ้นเมื่อน้องภูมิขึ้นชั้นประถมสี่ ครูประจำชั้นโทรมาแจ้งว่าเด็กเหนื่อยง่ายผิดปกติเวลาวิ่งเล่น กลับบ้านมาก็ไอตอนกลางคืน คุณนุ่นพาไปตรวจ ผลออกมาว่าน้องภูมิเป็นโรคหืดระยะเริ่มต้น และผลทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังขึ้นผลบวกกับทั้งไรฝุ่นและสะเก็ดผิวหนังสัตว์

คำแนะนำแรกที่ครอบครัวได้รับตรงไปตรงมามาก ให้ลดการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ให้มากที่สุด ซึ่งในทางปฏิบัติหมายถึงการหาบ้านใหม่ให้สัตว์เลี้ยงทั้งสามตัว

คุณนุ่นเล่าว่าคืนนั้นเธอนั่งร้องไห้อยู่ในครัวเพราะไม่รู้จะบอกลูกอย่างไร ลูกตาลอยู่กับน้องภูมิมาตั้งแต่เขาสี่ขวบ ส่วนส้มกับซาลาเปาเก็บมาจากหน้าบ้านตอนเป็นลูกแมวจรตัวเล็ก ๆ การยกให้คนอื่นไม่ใช่แค่การย้ายสัตว์ แต่คือการรื้อครอบครัวออกครึ่งหนึ่ง

สามีของเธอเป็นคนตั้งคำถามที่เปลี่ยนทิศทางทั้งหมด เขาถามว่า ที่หมอบอกว่าให้ลดสารก่อภูมิแพ้ เราแน่ใจแล้วหรือว่าสารก่อภูมิแพ้ในบ้านนี้มาจากตัวสัตว์อย่างเดียว

ความจริงที่คนเลี้ยงสัตว์ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

คำถามของสามีคุณนุ่นตรงกับสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมภายในอาคารพูดถึงมานาน ปัญหาในบ้านที่เลี้ยงสัตว์มักไม่ได้มาจากสัตว์เพียงอย่างเดียว แต่มาจากการที่สัตว์เลี้ยงทำให้แหล่งสะสมสารก่อภูมิแพ้ในบ้านหนาแน่นขึ้นหลายเท่า

  • ขนสัตว์ไม่ใช่ตัวก่อภูมิแพ้โดยตรง สิ่งที่ก่อภูมิแพ้คือโปรตีนในสะเก็ดผิวหนัง น้ำลาย และปัสสาวะของสัตว์ ซึ่งเกาะติดมากับเส้นขนแล้วกระจายไปทั่วบ้าน
  • สะเก็ดผิวหนังสัตว์คืออาหารชั้นดีของไรฝุ่น บ้านที่เลี้ยงสัตว์จึงมักมีประชากรไรฝุ่นหนาแน่นกว่าบ้านที่ไม่เลี้ยงอย่างมีนัยสำคัญ
  • ขนสัตว์เป็นตัวพาฝุ่นจากนอกบ้านเข้ามา สุนัขที่ออกไปเดินเล่นกลับมาพร้อมละอองเกสร ฝุ่นถนน และสปอร์เชื้อรา ที่ติดมากับขน
  • พรมและโซฟาคือจุดรวมของทุกอย่าง เพราะเป็นที่ที่สัตว์เลี้ยงใช้เวลามากที่สุด และเป็นวัสดุที่กักอนุภาคได้ดีที่สุดในบ้าน
  • สารก่อภูมิแพ้จากสัตว์อยู่ในบ้านได้นานหลายเดือน แม้ย้ายสัตว์ออกไปแล้ว โปรตีนเหล่านี้ยังคงอยู่ในเนื้อผ้าและพรมต่อไปอีกนาน

ข้อสุดท้ายคือประเด็นสำคัญที่สุด เพราะมันหมายความว่าการยกสัตว์เลี้ยงให้คนอื่นโดยไม่ทำความสะอาดเชิงลึก อาจไม่ทำให้อาการของเด็กดีขึ้นอย่างที่คาดหวัง ครอบครัวจะเสียสมาชิกไปโดยที่ปัญหายังอยู่

จุดสะสมในบ้านคนเลี้ยงสัตว์ที่มักถูกมองข้าม

คุณนุ่นทำสิ่งที่ควรทำตั้งแต่แรก คือลิสต์ทุกจุดในบ้านที่สัตว์เลี้ยงเข้าถึงได้ แล้วผลลัพธ์ทำให้เธอตกใจ

  1. โซฟาผ้าในห้องนั่งเล่น ที่ทั้งสามตัวขึ้นไปนอนสลับกันทั้งวัน
  2. พรมหน้าเตียงน้องภูมิ จุดที่ลูกตาลนอนประจำ ห่างจากใบหน้าเด็กไม่ถึงหนึ่งเมตร
  3. ที่นอนของน้องภูมิเอง เพราะแมวชอบขึ้นไปนอนตอนกลางวันที่ไม่มีใครอยู่บ้าน
  4. ผ้าม่านชายยาวถึงพื้น ที่แมวชอบเดินเสียดสีผ่านทุกวัน
  5. เบาะรองนั่งเก้าอี้กินข้าว ที่ไม่เคยถอดซักเลยตั้งแต่ซื้อมา
  6. ตะกร้าและเบาะนอนของสัตว์เลี้ยง ซักได้เฉพาะปลอกด้านนอก แต่ไส้ในไม่เคยถูกทำความสะอาด

เมื่อรวมทุกจุด คุณนุ่นพบว่าบ้านของเธอมีเฟอร์นิเจอร์ผ้าที่สัตว์เลี้ยงเข้าถึงได้มากกว่าสิบชิ้น และไม่มีชิ้นไหนเลยที่เคยได้รับการทำความสะอาดลึกกว่าการดูดฝุ่นผิวหน้า

อ่านข้อมูลด้านคุณภาพอากาศภายในอาคารเพิ่มเติมได้ที่ องค์การอนามัยโลก และข้อมูลโรคภูมิแพ้จาก กรมควบคุมโรค

สิ่งที่ครอบครัวลองแล้วยังไม่พอ

ก่อนจะถึงทางออกที่ใช่ คุณนุ่นลองทุกอย่างที่หาข้อมูลได้

อาบน้ำและแปรงขนสัตว์ถี่ขึ้น ช่วยลดขนที่ร่วงได้จริง แต่ไม่ได้แตะสารก่อภูมิแพ้ที่สะสมอยู่ในเฟอร์นิเจอร์แล้ว

ห้ามสัตว์เลี้ยงขึ้นชั้นสอง ทำได้สองสัปดาห์ก็ล้มเหลว เพราะสารก่อภูมิแพ้เดินทางไปกับเสื้อผ้าของคนในบ้านอยู่ดี

ใช้เครื่องดูดฝุ่นสำหรับคนเลี้ยงสัตว์ ดูดขนได้ดี แต่รุ่นที่บ้านไม่มีระบบกักอนุภาคละเอียด ผลคือสะเก็ดผิวหนังขนาดเล็กถูกพัดฟุ้งกลับเข้าห้อง และคืนนั้นน้องภูมิไอหนักกว่าเดิม

ซื้อเครื่องฟอกอากาศเพิ่มสองเครื่อง ตัวเลขฝุ่นในอากาศดีขึ้น แต่สารก่อภูมิแพ้ที่ตกอยู่ในพรมและโซฟาไม่ได้ถูกจับ

เปลี่ยนพรมใหม่หนึ่งผืน ใช้งบไปหลายพัน แต่ยังเหลือโซฟา ที่นอน ผ้าม่าน และเบาะเก้าอี้ที่ยังเป็นแหล่งสะสมเหมือนเดิม

ทางเลือกที่สาม ที่ทำให้ไม่ต้องเสียใครไป

คุณนุ่นตัดสินใจลอง บริการกำจัดไรฝุ่น ซักที่นอน โซฟา พรม พร้อมฆ่าเชื้อครบวงจร จาก World Health Disinfection ก่อนเป็นทางสุดท้าย โดยตั้งใจว่าถ้าไม่ได้ผลจริง ๆ ค่อยตัดสินใจเรื่องสัตว์เลี้ยง

ทีมงานใช้ เครื่องกำจัดไรฝุ่น SIRENA System ซึ่งใช้ระบบกรองน้ำร่วมกับแผ่นกรอง HEPA กรองละเอียดถึง 0.02 ไมครอน จุดสำคัญสำหรับบ้านที่เลี้ยงสัตว์คือ สะเก็ดผิวหนังและขนสัตว์ทั้งหมดจะถูกจมลงไปในน้ำ ไม่มีการปล่อยกลับออกมาแม้แต่นิดเดียว

ทีมงานไล่ทำความสะอาดครบทั้งสิบกว่าจุดที่คุณนุ่นลิสต์ไว้ รวมถึงเบาะนอนของสัตว์เลี้ยงและตะกร้าที่ไม่เคยได้รับการดูแลมาก่อน ตามด้วยการพ่นฆ่าเชื้อมาตรฐานการแพทย์ทั่วบ้าน

คุณนุ่นบอกว่าเธอไม่มีทางลืมภาพน้ำในถังหลังจากดูดพรมหน้าเตียงลูก น้ำเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม มีเส้นขนพันกันเป็นก้อนลอยอยู่ด้านบน และมีตะกอนละเอียดสีเทานอนก้นอยู่หนามาก

10 เหตุผลที่บ้านเลี้ยงสัตว์ควรใช้ บริการกำจัดไรฝุ่น แทนการยกสัตว์ให้คนอื่น

  1. จัดการที่แหล่งสะสม ไม่ใช่ที่ตัวสัตว์ สารก่อภูมิแพ้ส่วนใหญ่อยู่ในพรม โซฟา และที่นอน ไม่ได้อยู่บนตัวสัตว์เท่านั้น
  2. ระบบกรองน้ำล็อกขนและสะเก็ดผิวหนัง 100% ไม่มีอนุภาคหลุดกลับเข้าห้องเหมือนเครื่องดูดฝุ่นสำหรับสัตว์เลี้ยงทั่วไป
  3. กรองละเอียด 0.02 ไมครอน ครอบคลุมโปรตีนก่อภูมิแพ้จากน้ำลายและสะเก็ดผิวหนังที่เกาะอยู่กับฝุ่น
  4. ลดประชากรไรฝุ่นที่โตจากสะเก็ดผิวหนังสัตว์ ตัดวงจรอาหารของไรฝุ่นซึ่งเป็นตัวก่อภูมิแพ้อีกตัวที่เด็กแพ้
  5. ทำความสะอาดเบาะนอนและตะกร้าสัตว์เลี้ยงด้วย จุดที่เข้มข้นที่สุดและถูกมองข้ามมากที่สุดในบ้าน
  6. ซักพรมและโซฟาเชิงลึกโดยไม่ต้องทิ้ง ประหยัดกว่าการเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ใหม่ทั้งชุดมาก
  7. ทำความสะอาดผ้าม่านชายยาวโดยไม่ต้องถอด จุดที่แมวเดินเสียดสีทุกวันแต่ไม่มีใครเคยซัก
  8. พ่นฆ่าเชื้อลดแบคทีเรียและเชื้อราร่วมด้วย บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงมีความชื้นและสารอินทรีย์สะสมมากกว่าปกติ
  9. ไม่ใช้สารเคมีรุนแรงที่เป็นอันตรายกับสัตว์ ขั้นตอนหลักคือแรงดูดและน้ำ ปลอดภัยกับทั้งเด็กและสัตว์เลี้ยง
  10. ทำซ้ำได้ตามรอบ ทำให้อยู่ร่วมกันได้ระยะยาว การดูแลทุก 3 เดือนช่วยคุมระดับสารก่อภูมิแพ้ให้อยู่ในเกณฑ์ที่จัดการได้

ก่อนใช้บริการ

  • น้องภูมิไอตอนกลางคืนเกือบทุกคืน
  • เหนื่อยง่ายผิดปกติเวลาวิ่งเล่นที่โรงเรียน
  • ต้องพ่นยาขยายหลอดลมสัปดาห์ละหลายครั้ง
  • ครอบครัวเตรียมหาบ้านใหม่ให้สัตว์เลี้ยงสามตัว
  • พรมและโซฟามีขนสะสมที่ดูดเท่าไรก็ไม่หมด

หลังใช้บริการ 1 เดือน

  • อาการไอกลางคืนลดลงจนแทบไม่มี
  • วิ่งเล่นที่โรงเรียนได้ตามปกติ
  • ลดการใช้ยาพ่นลงอย่างชัดเจนตามคำแนะนำแพทย์
  • สัตว์เลี้ยงทั้งสามตัวยังอยู่กับครอบครัวครบ
  • พรมและโซฟากลับมาสะอาดและไม่มีกลิ่นอับ

แผนดูแลบ้านคนเลี้ยงสัตว์แบบทำได้จริง

ทีมงานแนะนำแผนที่คุณนุ่นทำต่อเนื่องได้เองระหว่างรอบบริการ

  1. ทำความสะอาดเชิงลึกทุก 3 เดือน สำหรับบ้านที่มีทั้งสัตว์เลี้ยงและผู้ป่วยภูมิแพ้
  2. ซักปลอกเบาะนอนสัตว์ทุกสัปดาห์ ด้วยน้ำอุ่นและตากแดดจัด
  3. แปรงขนสัตว์นอกบ้านหรือที่ระเบียง ไม่ใช่ในห้องนั่งเล่น
  4. กำหนดโซนปลอดสัตว์เลี้ยงเฉพาะห้องนอนเด็ก โดยเฉพาะบนที่นอน
  5. ใช้ผ้าคลุมโซฟาที่ถอดซักได้ เพื่อลดการสะสมระหว่างรอบ
  6. เปิดระบายอากาศวันละอย่างน้อยสองครั้ง เพื่อลดความชื้นสะสม

แผนนี้ไม่ได้ทำให้บ้านปลอดสารก่อภูมิแพ้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ทำให้ปริมาณอยู่ในระดับที่ร่างกายเด็กรับมือไหว ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เป็นจริงและยั่งยืนกว่า

“หมอบอกให้ยกลูกตาลกับแมวสองตัวให้คนอื่น ดิฉันร้องไห้อยู่หลายคืน สามีเลยขอลองทางอื่นก่อน วันที่ทีมงานเปิดถังน้ำหลังดูดพรมหน้าเตียงลูก น้ำเป็นสีน้ำตาลเข้มมีขนลอยเต็มไปหมด เดือนต่อมาน้องภูมิแทบไม่ไอเลย และวันนี้เรายังอยู่กันครบหกชีวิตเหมือนเดิม”

— คุณนุ่น คุณแม่และเจ้าของสัตว์เลี้ยงสามตัว ย่านลาดพร้าว กรุงเทพฯ

คำถามที่พบบ่อยจากบ้านที่เลี้ยงสัตว์

ต้องพาสัตว์เลี้ยงออกจากบ้านระหว่างทำงานหรือไม่

แนะนำให้แยกสัตว์เลี้ยงไว้อีกห้องหรือฝากไว้ชั่วคราวระหว่างขั้นตอนพ่นฆ่าเชื้อ เพื่อความปลอดภัยและลดความเครียดของสัตว์ ส่วนขั้นตอนดูดไรฝุ่นสามารถอยู่ในบ้านได้

ทำแล้วต้องยกสัตว์เลี้ยงให้คนอื่นอยู่ดีหรือไม่

การตัดสินใจนี้ขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้รักษาและความรุนแรงของอาการ แต่หลายครอบครัวพบว่าเมื่อลดสารก่อภูมิแพ้ในเฟอร์นิเจอร์ลงได้มาก อาการก็อยู่ในระดับที่ควบคุมได้โดยไม่ต้องแยกจากกัน

เบาะนอนและตะกร้าสัตว์เลี้ยงทำความสะอาดได้ด้วยไหม

ได้ และแนะนำอย่างยิ่ง เพราะเป็นจุดที่มีความเข้มข้นของสะเก็ดผิวหนังสูงที่สุดในบ้าน

กลิ่นสัตว์เลี้ยงในโซฟาจะลดลงไหม

ลดลงชัดเจน เพราะกลิ่นส่วนใหญ่มาจากสารอินทรีย์ที่สะสมในเส้นใย เมื่อถูกดูดและซักออกไป กลิ่นจึงเบาลงมาก

ควรทำบ่อยแค่ไหนสำหรับบ้านที่เลี้ยงสัตว์

แนะนำทุก 3 เดือน หากมีสมาชิกเป็นภูมิแพ้หรือหอบหืด และทุก 4 ถึง 6 เดือนสำหรับบ้านทั่วไปที่เลี้ยงสัตว์

ปลอดภัยกับสัตว์เลี้ยงหรือไม่

ขั้นตอนดูดไรฝุ่นไม่ใช้สารเคมี ส่วนน้ำยาฆ่าเชื้อเป็นมาตรฐานการแพทย์ ทีมงานจะแนะนำระยะเวลาที่ควรรอก่อนให้สัตว์เลี้ยงกลับเข้าพื้นที่

ไม่ต้องเลือกระหว่างลูกกับสัตว์เลี้ยงที่คุณรัก

ให้ทีม World Health Disinfection ลดสารก่อภูมิแพ้ในพรม โซฟา ที่นอน ผ้าม่าน และเบาะนอนสัตว์เลี้ยง พร้อมฆ่าเชื้อครบวงจร ปรึกษาฟรี

ดูสินค้าและราคา บริการกำจัดไรฝุ่น คลิกที่นี่

 

ปรึกษาฟรีและนัดหมายทีมงาน โทร 065-556-6294 หรือแอดไลน์ @whd268

แผนที่จุดสะสมในบ้านคนเลี้ยงสัตว์ ทำเองได้ในหนึ่งชั่วโมง

สิ่งที่ช่วยคุณนุ่นมากที่สุดคือการเดินสำรวจบ้านแล้วทำแผนที่จุดสะสมด้วยตัวเอง ก่อนจะโทรหาใครก็ตาม วิธีทำง่ายมาก

ขั้นที่ 1 เดินตามรอยสัตว์เลี้ยงหนึ่งวัน จดว่าสัตว์เลี้ยงของคุณนอนตรงไหนบ้างตั้งแต่เช้าจนค่ำ ส่วนใหญ่จะมีจุดประจำสามถึงห้าจุด และจุดเหล่านั้นคือจุดที่มีความเข้มข้นของสะเก็ดผิวหนังสูงที่สุด

ขั้นที่ 2 แยกจุดที่ซักได้กับซักไม่ได้ ปลอกเบาะนอน ผ้าห่มสัตว์เลี้ยง และผ้าคลุมโซฟา คือกลุ่มที่ซักเองได้ทุกสัปดาห์ ส่วนไส้เบาะ โซฟา พรม ที่นอน และผ้าม่าน คือกลุ่มที่ต้องใช้การดูดเชิงลึก

ขั้นที่ 3 วัดระยะจากจุดสะสมถึงหัวเตียงของคนแพ้ ถ้าจุดที่สัตว์เลี้ยงนอนประจำอยู่ห่างจากใบหน้าของคนที่แพ้ไม่ถึงสองเมตร ให้จัดเป็นลำดับความสำคัญสูงสุด

ขั้นที่ 4 ตรวจเส้นทางลม สังเกตว่าลมจากแอร์หรือพัดลมพัดจากจุดไหนไปจุดไหน เพราะลมจะพาสะเก็ดผิวหนังจากพรมหรือโซฟาไปยังห้องนอนได้โดยตรง การปรับทิศทางลมเพียงเล็กน้อยช่วยลดการสัมผัสได้จริง

ขั้นที่ 5 กำหนดโซนปลอดสัตว์เลี้ยงที่ทำได้จริง การห้ามทั้งบ้านมักล้มเหลว แต่การกำหนดเฉพาะเตียงของคนที่แพ้ให้เป็นเขตปลอดสัตว์เลี้ยงอย่างเคร่งครัด เป็นกฎที่ครอบครัวส่วนใหญ่ทำได้จริงและให้ผลลัพธ์สูงที่สุดต่อความพยายามที่ใช้

เมื่อมีแผนที่นี้แล้ว การคุยกับทีมงานจะง่ายขึ้นมาก เพราะคุณสามารถระบุได้เลยว่าจุดไหนต้องทำก่อนและจุดไหนที่คุณดูแลเองได้

หกความเข้าใจผิดเรื่องภูมิแพ้กับสัตว์เลี้ยง

เข้าใจผิดข้อที่ 1 สัตว์ขนสั้นไม่ทำให้แพ้ ความยาวของขนไม่ได้กำหนดปริมาณสารก่อภูมิแพ้ เพราะตัวก่อภูมิแพ้คือโปรตีนในสะเก็ดผิวหนัง น้ำลาย และปัสสาวะ ซึ่งมีในสัตว์ทุกชนิดไม่ว่าขนยาวหรือสั้น

เข้าใจผิดข้อที่ 2 อาบน้ำให้สัตว์บ่อย ๆ แก้ได้ การอาบน้ำช่วยลดปริมาณสารก่อภูมิแพ้บนตัวสัตว์ได้ชั่วคราว แต่ระดับจะกลับมาเท่าเดิมภายในไม่กี่วัน และไม่ได้แตะสิ่งที่สะสมอยู่ในเฟอร์นิเจอร์แล้ว

เข้าใจผิดข้อที่ 3 ยกสัตว์เลี้ยงออกแล้วอาการจะหายทันที โปรตีนก่อภูมิแพ้จากสัตว์อยู่ในเนื้อผ้าและพรมได้นานหลายเดือน หากไม่ทำความสะอาดเชิงลึก อาการอาจไม่ดีขึ้นอย่างที่คาดหวังแม้สัตว์จะไม่อยู่แล้ว

เข้าใจผิดข้อที่ 4 เลี้ยงนอกบ้านก็พอ ช่วยลดได้จริง แต่สารก่อภูมิแพ้ยังเดินทางเข้าบ้านมากับเสื้อผ้าและมือของคนในบ้านที่เล่นกับสัตว์เลี้ยงทุกวัน

เข้าใจผิดข้อที่ 5 เด็กที่โตมากับสัตว์เลี้ยงจะไม่แพ้ งานวิจัยเรื่องนี้มีทั้งสองด้านและยังไม่มีข้อสรุปที่ใช้ได้กับทุกคน สิ่งที่แน่นอนกว่าคือ เมื่อเด็กมีอาการแล้ว การลดปริมาณสารก่อภูมิแพ้ในสิ่งแวดล้อมช่วยได้เสมอ

เข้าใจผิดข้อที่ 6 เครื่องฟอกอากาศเพียงพอสำหรับบ้านเลี้ยงสัตว์ เครื่องฟอกช่วยจับขนและอนุภาคที่ลอยอยู่ แต่สะเก็ดผิวหนังส่วนใหญ่ตกลงบนพรมและโซฟา แล้วฟุ้งขึ้นมาอีกครั้งทุกครั้งที่มีคนนั่งหรือเดินผ่าน

เปรียบเทียบเครื่องดูดฝุ่นทั่วไปกับระบบกรองน้ำแบบมืออาชีพ

หัวข้อเครื่องดูดฝุ่นทั่วไปSIRENA ระบบกรองน้ำ
การกักอนุภาคใช้ถุงหรือถังแห้ง อนุภาคละเอียดหลุดออกทางช่องลมจมลงในน้ำทั้งหมด ไม่มีการปล่อยกลับเข้าห้อง
ความละเอียดของการกรองระดับหยาบถึงปานกลางHEPA ละเอียดถึง 0.02 ไมครอน
การเข้าถึงชั้นลึกได้เฉพาะผิวหน้าของที่นอนและพรมมอเตอร์ 1200 วัตต์ดึงจากชั้นลึกและตะเข็บ
ผลกับผู้ที่มีภูมิแพ้อาจกระตุ้นอาการระหว่างใช้งานผ่านการรับรองจาก Asthma Society of Canada
การตรวจสอบผลลัพธ์ดูจากถุงเก็บฝุ่นซึ่งเห็นไม่ชัดเห็นน้ำในถังหลังใช้งานได้ทันที
ขอบเขตการใช้งานพื้นและพรมเป็นหลักที่นอน หมอน โซฟา พรม ผ้าม่าน และตุ๊กตาผ้า

สำหรับบ้านที่เลี้ยงสัตว์ ความต่างที่สำคัญที่สุดคือขนและสะเก็ดผิวหนังถูกกักไว้ในน้ำจริงหรือไม่ เพราะเครื่องดูดฝุ่นสำหรับสัตว์เลี้ยงหลายรุ่นเก็บขนได้ดีแต่ปล่อยอนุภาคละเอียดกลับออกมา

คำถามเพิ่มเติมจากคนเลี้ยงสัตว์

เลี้ยงกระต่าย หนูแฮมสเตอร์ หรือนก ทำได้ไหม

ได้ และแนะนำ เพราะสัตว์เหล่านี้มักมีวัสดุรองกรงที่สร้างฝุ่นละเอียดจำนวนมาก ทีมงานจะดูแลบริเวณรอบกรงและเฟอร์นิเจอร์ผ้าใกล้เคียงเป็นพิเศษ

บ้านมีกลิ่นสัตว์เลี้ยงชัดเจน จะช่วยได้แค่ไหน

ช่วยได้มาก เพราะกลิ่นส่วนใหญ่มาจากสารอินทรีย์ที่ฝังอยู่ในเส้นใย เมื่อถูกดูดออกและฆ่าเชื้อ กลิ่นจะเบาลงอย่างชัดเจน กรณีที่กลิ่นฝังลึกสามารถเสริมด้วยบริการอบโอโซนดับกลิ่น

สัตว์เลี้ยงตื่นกลัวเสียงเครื่อง ทำอย่างไร

แนะนำให้ย้ายสัตว์เลี้ยงไปอยู่ห้องที่ไกลที่สุดหรือฝากไว้ชั่วคราวระหว่างทำงาน ทีมงานจะแจ้งลำดับห้องล่วงหน้าเพื่อให้วางแผนได้

ควรทำถี่แค่ไหนถ้ามีสัตว์เลี้ยงสามตัว

แนะนำทุก 3 เดือน เพราะจำนวนสัตว์เลี้ยงสัมพันธ์โดยตรงกับอัตราการสะสมของสะเก็ดผิวหนังในเฟอร์นิเจอร์

#บริการกำจัดไรฝุ่น#บ้านเลี้ยงสัตว์#ขนสัตว์กับภูมิแพ้#ซักโซฟา#ซักพรม#เครื่องกำจัดไรฝุ่นSirena

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง บริการกำจัดไรฝุ่น บ้านเลี้ยงสัตว์ ขนสัตว์กับภูมิแพ้ ซักโซฟา ซักพรม กำจัดขนสัตว์ในพรม ทำความสะอาดที่นอน เด็กเป็นหอบหืด บริการดูดไรฝุ่น กรุงเทพ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้