ผ้าสะอาดออกจากโรงซัก แต่เชื้อกลับติดไปด้วย! โรงซักรีดอุตสาหกรรมแก้ปัญหาการปนเปื้อนข้ามฝั่งด้วย Airofog U260

Last updated: 2 ก.ย. 2569  |  61 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องพ่นฝอยละออง

ผ้าสะอาดออกจากโรงซัก แต่เชื้อกลับติดไปด้วย! โรงซักรีดอุตสาหกรรมแก้ปัญหาการปนเปื้อนข้ามฝั่งด้วย Airofog U260

ในโรงซักรีดอุตสาหกรรม เงินและชื่อเสียงทั้งหมดอยู่ที่คำว่าสะอาด แต่ความสะอาดของผ้าไม่ได้จบที่เครื่องซัก มันจบที่จุดสุดท้ายก่อนผ้าถึงมือคนใช้ และตรงนั้นคือจุดที่หลายโรงงานไม่เคยมองเลย

เรื่องจริงที่เกิดขึ้น — ผ้าที่ผ่านทุกมาตรฐาน แต่ยังตรวจพบเชื้อที่ปลายทาง

คุณสุนีย์ เป็นเจ้าของโรงซักรีดอุตสาหกรรมขนาดกลางในจังหวัดปทุมธานี กำลังการผลิตราว 12 ตันต่อวัน ลูกค้าหลักคือโรงพยาบาลเอกชนสามแห่ง โรงแรมเจ็ดแห่ง และร้านอาหารในเครือหนึ่งราย

โรงงานของเธอลงทุนไม่น้อย มีเครื่องซักอุตสาหกรรมที่ควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำ ระบบซักผ้าโรงพยาบาลใช้รอบอุณหภูมิสูงตามมาตรฐานที่ลูกค้ากำหนด และมีการแยกฝั่งสกปรกกับฝั่งสะอาดออกจากกันอย่างชัดเจนด้วยผนังกั้น

ทุกอย่างดูถูกต้อง จนกระทั่งโรงพยาบาลลูกค้ารายใหญ่ที่สุดเริ่มโครงการเฝ้าระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาลรอบใหม่ และหนึ่งในสิ่งที่พวกเขาทำคือเก็บตัวอย่างจากผ้าปูที่นอนที่พร้อมใช้งานบนรถเข็นในหอผู้ป่วย ก่อนที่พยาบาลจะหยิบไปปูเตียง

ผลออกมาว่ามีตัวอย่างจำนวนหนึ่งพบแบคทีเรียในระดับที่สูงกว่าเกณฑ์ที่โรงพยาบาลตั้งไว้ ทั้งที่ผ้าชุดเดียวกันนั้นผ่านรอบซักอุณหภูมิสูงมาแล้วอย่างถูกต้อง

โรงพยาบาลเชิญคุณสุนีย์เข้าประชุมพร้อมทีมป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ คำถามแรกไม่ใช่ว่าเครื่องซักของคุณอุณหภูมิเท่าไหร่ แต่คือ หลังผ้าออกจากเครื่องซักแล้ว มันผ่านอะไรบ้างก่อนขึ้นรถ

คุณสุนีย์ตอบตามจริงว่า ผ้าออกจากเครื่องอบ แล้วถูกเทลงบนโต๊ะพับ พนักงานพับด้วยมือ ใส่ตะกร้า ยกไปเรียงบนชั้นในห้องเก็บ แล้วบรรจุใส่รถเข็นและขึ้นรถส่ง

ทีมโรงพยาบาลจึงถามต่อว่า โต๊ะพับทำความสะอาดบ่อยแค่ไหน ชั้นวางล่ะ ตะกร้าล่ะ อากาศในห้องพับล่ะ รถขนส่งล่ะ

คำตอบคือ โต๊ะเช็ดทุกเช้า ชั้นวางเช็ดเดือนละครั้ง ตะกร้าล้างเมื่อเห็นว่าสกปรก อากาศไม่เคยจัดการ และรถขนส่งกวาดสัปดาห์ละครั้ง

สิ่งที่เกิดขึ้นชัดเจนขึ้นเมื่อทีมเดินสำรวจโรงงานจริง ห้องพับผ้าเป็นห้องที่มีฝุ่นจากเส้นใยผ้าลอยอยู่ตลอดเวลา เพราะการเทผ้าออกจากเครื่องอบและการสะบัดผ้าเพื่อพับ ปล่อยเส้นใยขนาดเล็กขึ้นสู่อากาศจำนวนมาก

ฝุ่นเส้นใยเหล่านั้นลอยอยู่ในห้อง แล้วค่อย ๆ ตกลงบนโต๊ะพับ บนชั้นวาง บนผ้าที่พับเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่ได้ห่อ และบนพื้นผิวทุกอย่างในห้อง และเนื่องจากอากาศในห้องนั้นหมุนเวียนอยู่กับที่ ฝุ่นเดิมจึงถูกกวนขึ้นใหม่ทุกครั้งที่มีคนเดินผ่าน

ที่หนักกว่านั้นคือ พนักงานฝั่งสกปรกและฝั่งสะอาดใช้ห้องน้ำร่วมกัน ใช้ห้องพักร่วมกัน และบางกะก็สลับหน้าที่กันเมื่อคนไม่พอ ผนังกั้นที่ดูแข็งแรงจึงมีช่องโหว่ที่มองไม่เห็นอยู่หลายจุด

คุณสุนีย์บอกว่าประโยคที่ทำให้เธอตัดสินใจลงทุนแก้ปัญหาทันที คือประโยคของพยาบาลควบคุมการติดเชื้อคนหนึ่งที่พูดเบา ๆ ว่า เราไม่ได้สงสัยว่าคุณซักไม่สะอาด เราแค่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผ้าหลังจากนั้น

เจาะลึกความเสียหายที่มองไม่เห็น

ธุรกิจซักรีดอุตสาหกรรมมีลักษณะที่ทำให้การปนเปื้อนข้ามฝั่งเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่ความผิดพลาดของคนใดคนหนึ่ง และผลกระทบก็ตกที่หลายฝ่ายพร้อมกัน

1. ฝุ่นเส้นใยที่เป็นพาหะของทุกอย่าง

การเทผ้าออกจากเครื่องอบและการสะบัดผ้าเพื่อพับ ปล่อยเส้นใยขนาดเล็กจำนวนมากขึ้นสู่อากาศ เส้นใยเหล่านี้เบามากและลอยอยู่ได้นาน

ปัญหาคือเส้นใยไม่ได้ลอยเปล่า ๆ มันพาสิ่งที่เกาะอยู่กับมันไปด้วย ทั้งฝุ่น สะเก็ดผิวหนัง และจุลชีพที่มาจากฝั่งรับผ้าสกปรกซึ่งอยู่ในอาคารเดียวกัน

เมื่อฝุ่นเหล่านี้ตกลงบนผ้าสะอาดที่พับเสร็จแล้วแต่ยังไม่ห่อ ผ้าที่ผ่านการซักอย่างถูกต้องก็ถูกปนเปื้อนซ้ำโดยไม่มีใครเห็น

2. จุดที่ไม่มีใครรับผิดชอบระหว่างเครื่องซักกับรถส่ง

ในระบบคุณภาพของโรงซัก ทุกคนโฟกัสที่เครื่องซักและอุณหภูมิ เพราะมันวัดได้และบันทึกได้ แต่ช่วงระหว่างเครื่องอบกับรถขนส่งมักไม่มีตัวชี้วัดใดเลย

ช่วงนี้ประกอบด้วยโต๊ะพับ มือพนักงาน ตะกร้า ชั้นวาง รถเข็น อากาศในห้อง และตู้รถขนส่ง ซึ่งแต่ละจุดเป็นโอกาสปนเปื้อนได้ทั้งหมด

เมื่อไม่มีใครวัด ก็ไม่มีใครแก้ และเมื่อลูกค้าเริ่มวัดที่ปลายทาง ตัวเลขที่ออกมาจึงเป็นเรื่องน่าตกใจสำหรับโรงงานเอง

3. ลูกค้าโรงพยาบาลคือลูกค้าที่เข้มงวดที่สุดและเสียยากที่สุด

สัญญาซักผ้าโรงพยาบาลมีมูลค่าสูงและมีอายุยาว แต่ก็มาพร้อมข้อกำหนดที่เข้มงวดที่สุด และเมื่อเสียไปแล้วการได้กลับมานั้นยากมาก

ที่สำคัญคือ ชื่อเสียงในวงการนี้เดินทางเร็ว เมื่อโรงพยาบาลหนึ่งพบปัญหา โรงพยาบาลอื่นในพื้นที่เดียวกันมักจะขอตรวจสอบตามในเวลาไม่นาน

สำหรับโรงซักที่มีลูกค้าโรงพยาบาลเป็นสัดส่วนรายได้หลัก การเสียลูกค้าหนึ่งรายจึงไม่ใช่การเสียหนึ่งรายจริง ๆ

4. ความเสี่ยงต่อพนักงานในโรงงานเอง

พนักงานฝั่งรับผ้าสกปรกทำงานอยู่กับผ้าที่มาจากโรงพยาบาลและโรงแรมทุกวัน กรมอนามัยและกรมควบคุมโรคระบุถึงความเสี่ยงของผู้ปฏิบัติงานกลุ่มนี้ต่อการสัมผัสเชื้อทางเดินหายใจและเชื้อผิวหนัง

เมื่อฝุ่นเส้นใยลอยไปทั่วโรงงาน พนักงานฝั่งสะอาดก็รับความเสี่ยงนั้นด้วย แม้จะไม่เคยแตะผ้าสกปรกเลยก็ตาม

คุณสุนีย์เล่าว่า ก่อนแก้ปัญหา อัตราการลาป่วยของพนักงานในโรงงานสูงกว่าธุรกิจอื่นในละแวกเดียวกันอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นต้นทุนที่เธอจ่ายมาตลอดโดยไม่เคยเชื่อมโยงกับเรื่องนี้

ทำไมวิธีเดิม ๆ ถึงเอาไม่อยู่

หลังการประชุมกับโรงพยาบาล คุณสุนีย์ลองแก้ด้วยวิธีที่ทุกโรงงานคิดถึงเป็นอันดับแรก และพบว่ามันช่วยได้บางส่วนแต่ไม่พอ

  • การเพิ่มความถี่ในการเช็ดโต๊ะและชั้นวาง ช่วยได้จริงกับพื้นผิวที่มือเข้าถึง แต่ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นทาง เพราะฝุ่นเส้นใยยังลอยอยู่ในอากาศและตกลงมาใหม่ภายในไม่กี่นาทีหลังเช็ดเสร็จ
  • การติดตั้งพัดลมดูดอากาศเพิ่ม ช่วยระบายความร้อนได้ดี แต่การเคลื่อนที่ของอากาศที่แรงขึ้นกลับทำให้ฝุ่นเส้นใยฟุ้งกระจายไปไกลกว่าเดิมในบางจุด
  • การใช้เครื่องกรองอากาศตั้งพื้น จัดการอากาศที่ไหลผ่านตัวเครื่องเท่านั้น ในห้องพับขนาด 400 ตารางเมตรที่มีการปล่อยเส้นใยตลอดเวลา เครื่องกรองสองสามตัวจึงไม่พอ
  • การกำหนดให้พนักงานสวมหน้ากากและถุงมือ ป้องกันตัวพนักงานได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้ป้องกันผ้าสะอาดจากสิ่งที่ตกลงมาจากอากาศเลย
  • การย้ายชั้นวางผ้าสะอาดเข้าห้องปิด ช่วยได้มาก แต่ผ้ายังต้องผ่านห้องพับก่อนเสมอ และห้องปิดนั้นเองก็ยังต้องมีคนเข้าออกและมีอากาศจากภายนอกเข้ามา
  • การล้างรถขนส่งบ่อยขึ้น ทำได้แค่พื้นและผนังตู้ที่มองเห็น แต่เพดานตู้ ร่องรางในตู้ และซอกใต้แผงกั้น ยังคงเป็นจุดสะสมที่ไม่มีใครแตะ

ทางออกที่มืออาชีพเลือกใช้ — Airofog U260

สิ่งที่คุณสุนีย์เข้าใจในที่สุดคือ ปัญหาของเธอไม่ใช่ปัญหาพื้นผิว แต่เป็นปัญหาอากาศ และถ้าปัญหาอยู่ในอากาศ วิธีแก้ก็ต้องทำงานในอากาศด้วย

เครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV หรือ Ultra Low Volume ทำงานด้วยหลักการนี้พอดี คือปล่อยละอองน้ำยาฆ่าเชื้อขนาดไมครอนจำนวนมหาศาลออกไปในอากาศ ละอองเหล่านั้นลอยไปทั่วห้อง สัมผัสกับอนุภาคที่ลอยอยู่ และเกาะลงบนพื้นผิวทุกทิศทาง ทั้งโต๊ะพับ ชั้นวาง ตะกร้า ผนัง เพดาน และพื้น ในการเดินพ่นรอบเดียว

Airofog U260 คือเครื่องพ่นละอองฝอย ULV จากประเทศเยอรมนี ที่ให้ละอองขนาด 15-30 ไมครอน ซึ่งเหมาะกับห้องพับผ้าอย่างยิ่ง เพราะละอองขนาดนี้แห้งเร็วพอที่จะไม่ทำให้ผ้าหรือกระดาษห่อชื้น แต่ยังหนักพอที่จะตกลงเกาะพื้นผิวแทนที่จะถูกดูดออกไปกับพัดลมระบายอากาศทั้งหมด

สิ่งที่ทำให้มันเข้ากับโรงซักรีดได้ดีคือ โรงซักมีหน้าต่างเวลาที่ชัดเจนอยู่แล้ว คือช่วงหลังปิดไลน์ผลิตในแต่ละกะ การพ่นห้องพับ ห้องเก็บ และตู้รถขนส่งจึงเสียบเข้าไปในจังหวะที่มีอยู่ได้พอดี โดยไม่กระทบกำลังการผลิต

10 เหตุผลที่ Airofog U260 แก้ปัญหานี้ได้จริง

1จัดการอากาศ ไม่ใช่แค่พื้นผิว

ต้นตอของการปนเปื้อนซ้ำในโรงซักคือฝุ่นเส้นใยที่ลอยอยู่ในอากาศ การเช็ดพื้นผิวจึงแก้ปลายเหตุ ละอองไมครอนจาก U260 ทำงานในอากาศโดยตรง สัมผัสอนุภาคที่ลอยอยู่และพาลงสู่พื้นผิว พร้อมกับฆ่าเชื้อบนพื้นผิวเหล่านั้นไปในตัว

2ครอบคลุมทั้งห้องพับ 400 ตารางเมตร ภายในไม่ถึง 20 นาที

ความเร็วคือสิ่งที่ทำให้มาตรการนี้ทำได้ทุกวันจริง หนึ่งคนพ่นห้องพับทั้งห้องได้ในเวลาไม่ถึง 20 นาทีหลังปิดไลน์ ซึ่งสั้นพอที่จะไม่มีใครหาข้ออ้างข้ามได้

3แห้งเร็วพอที่จะไม่ทำให้ผ้าและกระดาษห่อชื้น

นี่คือข้อกังวลแรกของทุกโรงซัก ละอองขนาด 15-30 ไมครอนเคลือบพื้นผิวเป็นฟิล์มบางที่แห้งเร็ว ต่างจากสเปรย์หยาบที่ทิ้งหยดน้ำ เมื่อใช้ระดับหัวฉีดที่เหมาะสมและเว้นระยะจากผ้าที่ห่อแล้ว จึงไม่กระทบคุณภาพงาน

4เข้าถึงชั้นวางสูงและเพดานที่ฝุ่นเส้นใยสะสม

ในห้องพับ ฝุ่นเส้นใยสะสมหนาที่สุดบนคานเพดาน โคมไฟ และชั้นวางแถวบนสุด ซึ่งไม่มีใครขึ้นไปเช็ดเลยตลอดปี ละอองที่ลอยขึ้นตามการเคลื่อนที่ของอากาศเข้าถึงจุดเหล่านั้นได้โดยไม่ต้องใช้บันได

5ใช้กับตู้รถขนส่งได้ในเวลาไม่กี่นาทีต่อคัน

ตู้รถส่งผ้าคือจุดสุดท้ายก่อนถึงลูกค้า และเป็นจุดที่มักถูกละเลยที่สุด การพ่น ULV 3 ถึง 5 นาทีต่อคันหลังกลับเข้าอู่ ครอบคลุมทั้งเพดานตู้ ร่องราง และซอกใต้แผงกั้น ที่การกวาดไม่มีทางถึง

6สายพ่นงวงช้าง 50 เซนติเมตร เข้าถึงใต้โต๊ะและหลังชั้นวาง

จุดสะสมฝุ่นที่แย่ที่สุดในห้องพับคือใต้โต๊ะพับและช่องระหว่างชั้นวางกับผนัง สายงวงช้างทำให้พนักงานสอดเข้าไปพ่นได้โดยไม่ต้องเลื่อนชั้นวางหนัก ๆ ออกมา

7น้ำหนัก 3.4 กิโลกรัม ใช้ต่อเนื่องได้หลายห้อง

โรงซักรีดมีหลายห้องที่ต้องพ่นในรอบเดียว ทั้งห้องพับ ห้องเก็บ ห้องพักพนักงาน และห้องน้ำ เครื่องที่เบาทำให้พนักงานคนเดียวเดินพ่นได้ครบทุกห้องโดยไม่ต้องพัก

8หัวฉีดปรับได้ 6 ระดับ แยกโซนสะอาดกับโซนสกปรกได้

ฝั่งรับผ้าสกปรกต้องการปริมาณละอองที่มากกว่าและน้ำยาที่แรงกว่า ส่วนห้องพับผ้าสะอาดต้องการละอองเบาที่สุด การปรับได้ 6 ระดับทำให้ใช้เครื่องเดียวจัดการทั้งสองฝั่งได้ตามความเหมาะสม

9มีเอกสารรับรองที่ตอบทีมควบคุมการติดเชื้อของโรงพยาบาลได้

ทีมป้องกันและควบคุมการติดเชื้อของโรงพยาบาลจะขอดูเอกสารทั้งเครื่องมือและน้ำยา Airofog U260 มีการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมอนามัย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล รวมถึง WHO, TUV Rheinland และ IPARC ให้ยื่นได้ครบ

10เปลี่ยนจากจุดอ่อนเป็นจุดขายในการเสนอราคา

หลังติดตั้งมาตรการนี้ คุณสุนีย์เพิ่มหัวข้อการควบคุมการปนเปื้อนข้ามฝั่งลงในเอกสารเสนอราคาทุกฉบับ พร้อมรูปการทำงานจริงและบันทึกย้อนหลัง ผลคือเธอชนะงานประมูลโรงพยาบาลเพิ่มอีกสองแห่งในปีถัดมา

ก่อนใช้ vs หลังใช้ Airofog U260

หัวข้อก่อนใช้ U260หลังใช้ U260
อากาศในห้องพับผ้าฝุ่นเส้นใยลอยตลอดวัน ไม่มีมาตรการใดพ่น ULV ทุกวันหลังปิดไลน์
โต๊ะพับและชั้นวางเช็ดโต๊ะเช้า ชั้นวางเดือนละครั้งเช็ดตามปกติ บวกพ่นครอบคลุมทุกวัน
เพดานและชั้นบนสุดไม่เคยได้รับการทำความสะอาดเลยครอบคลุมทุกครั้งที่พ่น
ตู้รถขนส่งผ้าสะอาดกวาดสัปดาห์ละครั้งพ่น 3-5 นาทีต่อคัน ทุกครั้งที่กลับเข้าอู่
ผลตรวจผ้าที่ปลายทางโรงพยาบาลพบเชื้อเกินเกณฑ์ในบางตัวอย่างอยู่ในเกณฑ์ทุกตัวอย่างในรอบถัดมา
อัตราลาป่วยของพนักงานสูงกว่าค่าเฉลี่ยในละแวกเดียวกันลดลงชัดเจนภายในหนึ่งไตรมาส

คุณสุนีย์บอกว่าแถวสุดท้ายคือสิ่งที่เธอไม่ได้ตั้งใจจะแก้ตั้งแต่แรก แต่กลับเป็นผลพลอยได้ที่พนักงานรู้สึกได้ชัดที่สุด และทำให้ทีมงานยอมรับมาตรการใหม่นี้โดยไม่ต้องบังคับ

แผนลงมือทำจริงใน 7 ขั้นตอน

การควบคุมการปนเปื้อนข้ามฝั่งในโรงซักรีดต้องทำให้เป็นกิจวัตรที่ผูกกับรอบการผลิต ไม่ใช่กิจกรรมพิเศษ นี่คือแนวทางที่ใช้ได้จริง

ขั้นที่ 1: แยกลำดับการพ่นตามระดับความสะอาดของโซน

พ่นโซนสะอาดที่สุดก่อนเสมอ คือห้องเก็บผ้าและห้องพับ แล้วค่อยไปโซนกลาง และจบที่ฝั่งรับผ้าสกปรก เพื่อไม่ให้พนักงานพาอะไรจากฝั่งสกปรกกลับเข้าฝั่งสะอาด

ขั้นที่ 2: กำหนดเวลาพ่นหลังปิดไลน์ผลิตของทุกกะ

เลือกช่วงที่ไม่มีผ้าเปิดวางอยู่บนโต๊ะ และไม่มีการสะบัดผ้าแล้ว โดยทั่วไปคือ 15 นาทีหลังพนักงานคนสุดท้ายออกจากห้อง เพื่อให้ฝุ่นเส้นใยตกลงก่อนบางส่วน

ขั้นที่ 3: ห่อหรือคลุมผ้าที่พับแล้วก่อนพ่นเสมอ

ผ้าที่ห่อพลาสติกหรือคลุมผ้าใบแล้วจะไม่ได้รับผลกระทบจากละออง ให้กำหนดเป็นกฎว่าห้ามมีผ้าสะอาดเปิดโล่งอยู่ในห้องขณะพ่น ซึ่งเป็นวินัยที่ดีอยู่แล้วในทุกกรณี

ขั้นที่ 4: ใส่การพ่นตู้รถเข้าไปในขั้นตอนรับรถกลับ

เมื่อรถส่งผ้ากลับเข้าอู่ ให้กวาดตู้ตามปกติแล้วพ่น 3 ถึง 5 นาที ปิดประตูตู้ทิ้งไว้ตามเวลาสัมผัสของน้ำยา ก่อนบรรจุผ้าชุดถัดไป

ขั้นที่ 5: แยกน้ำยาและอัตราส่วนระหว่างสองฝั่งให้ชัดเจน

ฝั่งรับผ้าสกปรกใช้สูตรที่แรงกว่าได้ ส่วนฝั่งสะอาดควรใช้สูตรที่ผ่านการรับรองว่าปลอดภัยต่อผ้าและไม่ทิ้งกลิ่น จดสูตรของแต่ละโซนไว้บนป้ายในห้องนั้นเลย

ขั้นที่ 6: บันทึกให้พร้อมสำหรับการตรวจของลูกค้าโรงพยาบาล

จดวันที่ เวลา โซนหรือทะเบียนรถ น้ำยาและอัตราส่วน ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ตรวจสอบ เก็บในแฟ้มเดียวกับเอกสารระบบคุณภาพ เพื่อให้ยื่นได้ทันทีที่มีการตรวจประเมิน

ขั้นที่ 7: วัดผลด้วยตัวอย่างจากปลายทาง ไม่ใช่จากในโรงงาน

ขอความร่วมมือลูกค้าเก็บตัวอย่างจากผ้าที่ปลายทางเป็นระยะ เพราะนั่นคือจุดที่ตัดสินจริง และผลที่ดีจากปลายทางคือหลักฐานที่มีน้ำหนักที่สุดในการต่อสัญญา

สเปกเครื่อง Airofog U260 แบบละเอียด

มอเตอร์220-240 โวลต์ / 50-60 เฮิรตซ์ / 800 วัตต์
ถังบรรจุน้ำยาทรงกลม ขนาด 5 ลิตร
อัตราการพ่น50-200 มิลลิลิตรต่อนาที (หัวฉีดปรับได้ 6 ระดับ)
ขนาดละอองฝอย15-30 ไมครอน
น้ำหนักเครื่อง3.4 กิโลกรัม
ขนาดตัวเครื่อง28 x 40 เซนติเมตร
อุปกรณ์เสริมสายฉีดพ่นแบบงวงช้าง ความยาว 50 เซนติเมตร
มาตรฐานรับรองกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ / กรมอนามัย / คณะแพทยศาสตร์ ม.มหิดล / WHO / TUV Rheinland / IPARC
แหล่งผลิตแบรนด์ Airofog ประเทศเยอรมนี

สำหรับโรงซักรีด สเปกที่มีผลมากที่สุดคือขนาดละออง 15-30 ไมครอน ที่แห้งเร็วพอไม่ทำให้ผ้าชื้น และหัวฉีดปรับได้ 6 ระดับ ที่ทำให้ใช้เครื่องเดียวได้ทั้งฝั่งสกปรกและฝั่งสะอาด

เสียงจากผู้ใช้งานจริง

“ตอนโรงพยาบาลเรียกไปคุย ผมนั่งอยู่ในห้องนั้นด้วย และผมยอมรับว่าเราไม่เคยคิดเรื่องอากาศในห้องพับเลย เราคิดแต่เรื่องอุณหภูมิเครื่องซัก เพราะนั่นคือสิ่งที่มาตรฐานเขียนไว้”

“หลังติดตั้ง เราพ่นห้องพับทุกวันหลังปิดไลน์ ใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาที และพ่นตู้รถทุกคันตอนกลับเข้าอู่ สิ่งที่เห็นชัดที่สุดในเดือนแรกคือฝุ่นบนคานเพดานลดลงจนสังเกตได้”

“ผลตรวจจากโรงพยาบาลรอบถัดมาผ่านเกณฑ์ทุกตัวอย่าง และตอนนี้เราเอาเรื่องนี้ใส่ในเอกสารเสนอราคาทุกฉบับ ปีที่แล้วเราได้งานโรงพยาบาลเพิ่มอีกสองแห่ง เพราะเราเป็นเจ้าเดียวที่มีบันทึกการฆ่าเชื้อฝั่งสะอาดให้เขาดู”

— ผู้จัดการโรงงานซักรีดอุตสาหกรรม จังหวัดปทุมธานี (ขอสงวนชื่อ)

ความสะอาดของผ้าไม่ได้จบที่เครื่องซัก แต่จบที่จุดสุดท้ายก่อนถึงมือคนใช้

ดูสินค้าและราคา Airofog U260 คลิกที่นี่

โทรปรึกษาฟรี 065-556-6294  |  แอดไลน์ @whd268

ทีมงาน World Health Disinfection ยินดีให้คำแนะนำก่อนตัดสินใจ ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมใบเสนอราคาและเอกสารสำหรับงานจัดซื้อจัดจ้าง

คำถามที่พบบ่อย

พ่นแล้วผ้าสะอาดจะชื้นหรือมีกลิ่นน้ำยาไหม

ถ้าปฏิบัติถูกวิธีจะไม่เกิดปัญหานี้ กฎสำคัญคือผ้าที่พับแล้วต้องห่อหรือคลุมก่อนพ่นเสมอ และเลือกน้ำยาที่ระบุว่าไม่ทิ้งกลิ่นตกค้าง ละอองขนาด 15-30 ไมครอนแห้งเร็วมากเมื่อใช้ระดับหัวฉีดที่เหมาะสม

ห้องพับผ้า 400 ตารางเมตร ใช้เวลาพ่นนานแค่ไหน

จากการใช้งานจริง หนึ่งคนใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที รวมการเดินไล่ทุกแถวชั้นวางและการเน้นใต้โต๊ะพับกับช่องหลังชั้นวาง ซึ่งพอดีกับช่วงหลังปิดไลน์ผลิต

ใช้เครื่องเดียวทั้งฝั่งสกปรกและฝั่งสะอาดได้ไหม

ได้ แต่แนวปฏิบัติที่ดีคือพ่นฝั่งสะอาดก่อนเสมอแล้วค่อยไปฝั่งสกปรก และทำความสะอาดตัวเครื่องภายนอกก่อนนำกลับเข้าฝั่งสะอาดในรอบถัดไป โรงงานขนาดใหญ่บางแห่งเลือกมีเครื่องแยกสองเครื่องเพื่อความสบายใจ

ใช้กับตู้รถขนส่งผ้าต้องทำอย่างไร

กวาดตู้ตามปกติก่อน แล้วพ่น 3 ถึง 5 นาที เน้นเพดานตู้ ร่องราง ซอกใต้แผงกั้น และขอบยางประตู จากนั้นปิดประตูทิ้งไว้ตามเวลาสัมผัสของน้ำยา ก่อนบรรจุผ้าชุดถัดไป

เอกสารใช้ยื่นทีมควบคุมการติดเชื้อของโรงพยาบาลได้ไหม

ได้ Airofog U260 มีเอกสารรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมอนามัย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และมาตรฐานสากลอย่าง WHO, TUV Rheinland และ IPARC ซึ่งเป็นชุดเอกสารที่ทีมควบคุมการติดเชื้อคุ้นเคยและยอมรับ

โรงซักขนาดเล็กที่มีพนักงานไม่กี่คนคุ้มไหม

คุ้ม เพราะการใช้งานไม่ต้องใช้คนเพิ่ม พนักงานคนเดิมที่ปิดไลน์อยู่แล้วสามารถพ่นได้ในเวลาไม่ถึง 20 นาที และประโยชน์ด้านการเสนอราคางานโรงพยาบาลหรือโรงแรมระดับบนนั้นมีค่ามากกว่าราคาเครื่องอย่างชัดเจน

อ่านต่อ / ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ / ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

 

แหล่งอ้างอิงทางวิชาการ

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง: ฆ่าเชื้อโรงซักรีด, เครื่องพ่นละอองฝอย ULV, Airofog U260, ปนเปื้อนข้ามในโรงซัก, ซักผ้าโรงพยาบาล, เครื่องพ่นฆ่าเชื้อโรงงาน, ฆ่าเชื้อห้องพับผ้า, ULV fogger ราคา

ดูรายละเอียดและราคา Airofog U260 เครื่องพ่นละอองฝอย ULV จากเยอรมนี คลิกที่นี่

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้