Last updated: 2 ก.ย. 2569 | 64 จำนวนผู้เข้าชม |
ในโรงซักรีดอุตสาหกรรม เงินและชื่อเสียงทั้งหมดอยู่ที่คำว่าสะอาด แต่ความสะอาดของผ้าไม่ได้จบที่เครื่องซัก มันจบที่จุดสุดท้ายก่อนผ้าถึงมือคนใช้ และตรงนั้นคือจุดที่หลายโรงงานไม่เคยมองเลย
คุณสุนีย์ เป็นเจ้าของโรงซักรีดอุตสาหกรรมขนาดกลางในจังหวัดปทุมธานี กำลังการผลิตราว 12 ตันต่อวัน ลูกค้าหลักคือโรงพยาบาลเอกชนสามแห่ง โรงแรมเจ็ดแห่ง และร้านอาหารในเครือหนึ่งราย
โรงงานของเธอลงทุนไม่น้อย มีเครื่องซักอุตสาหกรรมที่ควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำ ระบบซักผ้าโรงพยาบาลใช้รอบอุณหภูมิสูงตามมาตรฐานที่ลูกค้ากำหนด และมีการแยกฝั่งสกปรกกับฝั่งสะอาดออกจากกันอย่างชัดเจนด้วยผนังกั้น
ทุกอย่างดูถูกต้อง จนกระทั่งโรงพยาบาลลูกค้ารายใหญ่ที่สุดเริ่มโครงการเฝ้าระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาลรอบใหม่ และหนึ่งในสิ่งที่พวกเขาทำคือเก็บตัวอย่างจากผ้าปูที่นอนที่พร้อมใช้งานบนรถเข็นในหอผู้ป่วย ก่อนที่พยาบาลจะหยิบไปปูเตียง
ผลออกมาว่ามีตัวอย่างจำนวนหนึ่งพบแบคทีเรียในระดับที่สูงกว่าเกณฑ์ที่โรงพยาบาลตั้งไว้ ทั้งที่ผ้าชุดเดียวกันนั้นผ่านรอบซักอุณหภูมิสูงมาแล้วอย่างถูกต้อง
โรงพยาบาลเชิญคุณสุนีย์เข้าประชุมพร้อมทีมป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ คำถามแรกไม่ใช่ว่าเครื่องซักของคุณอุณหภูมิเท่าไหร่ แต่คือ หลังผ้าออกจากเครื่องซักแล้ว มันผ่านอะไรบ้างก่อนขึ้นรถ
คุณสุนีย์ตอบตามจริงว่า ผ้าออกจากเครื่องอบ แล้วถูกเทลงบนโต๊ะพับ พนักงานพับด้วยมือ ใส่ตะกร้า ยกไปเรียงบนชั้นในห้องเก็บ แล้วบรรจุใส่รถเข็นและขึ้นรถส่ง
ทีมโรงพยาบาลจึงถามต่อว่า โต๊ะพับทำความสะอาดบ่อยแค่ไหน ชั้นวางล่ะ ตะกร้าล่ะ อากาศในห้องพับล่ะ รถขนส่งล่ะ
คำตอบคือ โต๊ะเช็ดทุกเช้า ชั้นวางเช็ดเดือนละครั้ง ตะกร้าล้างเมื่อเห็นว่าสกปรก อากาศไม่เคยจัดการ และรถขนส่งกวาดสัปดาห์ละครั้ง
สิ่งที่เกิดขึ้นชัดเจนขึ้นเมื่อทีมเดินสำรวจโรงงานจริง ห้องพับผ้าเป็นห้องที่มีฝุ่นจากเส้นใยผ้าลอยอยู่ตลอดเวลา เพราะการเทผ้าออกจากเครื่องอบและการสะบัดผ้าเพื่อพับ ปล่อยเส้นใยขนาดเล็กขึ้นสู่อากาศจำนวนมาก
ฝุ่นเส้นใยเหล่านั้นลอยอยู่ในห้อง แล้วค่อย ๆ ตกลงบนโต๊ะพับ บนชั้นวาง บนผ้าที่พับเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่ได้ห่อ และบนพื้นผิวทุกอย่างในห้อง และเนื่องจากอากาศในห้องนั้นหมุนเวียนอยู่กับที่ ฝุ่นเดิมจึงถูกกวนขึ้นใหม่ทุกครั้งที่มีคนเดินผ่าน
ที่หนักกว่านั้นคือ พนักงานฝั่งสกปรกและฝั่งสะอาดใช้ห้องน้ำร่วมกัน ใช้ห้องพักร่วมกัน และบางกะก็สลับหน้าที่กันเมื่อคนไม่พอ ผนังกั้นที่ดูแข็งแรงจึงมีช่องโหว่ที่มองไม่เห็นอยู่หลายจุด
คุณสุนีย์บอกว่าประโยคที่ทำให้เธอตัดสินใจลงทุนแก้ปัญหาทันที คือประโยคของพยาบาลควบคุมการติดเชื้อคนหนึ่งที่พูดเบา ๆ ว่า เราไม่ได้สงสัยว่าคุณซักไม่สะอาด เราแค่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผ้าหลังจากนั้น
ธุรกิจซักรีดอุตสาหกรรมมีลักษณะที่ทำให้การปนเปื้อนข้ามฝั่งเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่ความผิดพลาดของคนใดคนหนึ่ง และผลกระทบก็ตกที่หลายฝ่ายพร้อมกัน
การเทผ้าออกจากเครื่องอบและการสะบัดผ้าเพื่อพับ ปล่อยเส้นใยขนาดเล็กจำนวนมากขึ้นสู่อากาศ เส้นใยเหล่านี้เบามากและลอยอยู่ได้นาน
ปัญหาคือเส้นใยไม่ได้ลอยเปล่า ๆ มันพาสิ่งที่เกาะอยู่กับมันไปด้วย ทั้งฝุ่น สะเก็ดผิวหนัง และจุลชีพที่มาจากฝั่งรับผ้าสกปรกซึ่งอยู่ในอาคารเดียวกัน
เมื่อฝุ่นเหล่านี้ตกลงบนผ้าสะอาดที่พับเสร็จแล้วแต่ยังไม่ห่อ ผ้าที่ผ่านการซักอย่างถูกต้องก็ถูกปนเปื้อนซ้ำโดยไม่มีใครเห็น
ในระบบคุณภาพของโรงซัก ทุกคนโฟกัสที่เครื่องซักและอุณหภูมิ เพราะมันวัดได้และบันทึกได้ แต่ช่วงระหว่างเครื่องอบกับรถขนส่งมักไม่มีตัวชี้วัดใดเลย
ช่วงนี้ประกอบด้วยโต๊ะพับ มือพนักงาน ตะกร้า ชั้นวาง รถเข็น อากาศในห้อง และตู้รถขนส่ง ซึ่งแต่ละจุดเป็นโอกาสปนเปื้อนได้ทั้งหมด
เมื่อไม่มีใครวัด ก็ไม่มีใครแก้ และเมื่อลูกค้าเริ่มวัดที่ปลายทาง ตัวเลขที่ออกมาจึงเป็นเรื่องน่าตกใจสำหรับโรงงานเอง
สัญญาซักผ้าโรงพยาบาลมีมูลค่าสูงและมีอายุยาว แต่ก็มาพร้อมข้อกำหนดที่เข้มงวดที่สุด และเมื่อเสียไปแล้วการได้กลับมานั้นยากมาก
ที่สำคัญคือ ชื่อเสียงในวงการนี้เดินทางเร็ว เมื่อโรงพยาบาลหนึ่งพบปัญหา โรงพยาบาลอื่นในพื้นที่เดียวกันมักจะขอตรวจสอบตามในเวลาไม่นาน
สำหรับโรงซักที่มีลูกค้าโรงพยาบาลเป็นสัดส่วนรายได้หลัก การเสียลูกค้าหนึ่งรายจึงไม่ใช่การเสียหนึ่งรายจริง ๆ
พนักงานฝั่งรับผ้าสกปรกทำงานอยู่กับผ้าที่มาจากโรงพยาบาลและโรงแรมทุกวัน กรมอนามัยและกรมควบคุมโรคระบุถึงความเสี่ยงของผู้ปฏิบัติงานกลุ่มนี้ต่อการสัมผัสเชื้อทางเดินหายใจและเชื้อผิวหนัง
เมื่อฝุ่นเส้นใยลอยไปทั่วโรงงาน พนักงานฝั่งสะอาดก็รับความเสี่ยงนั้นด้วย แม้จะไม่เคยแตะผ้าสกปรกเลยก็ตาม
คุณสุนีย์เล่าว่า ก่อนแก้ปัญหา อัตราการลาป่วยของพนักงานในโรงงานสูงกว่าธุรกิจอื่นในละแวกเดียวกันอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นต้นทุนที่เธอจ่ายมาตลอดโดยไม่เคยเชื่อมโยงกับเรื่องนี้
หลังการประชุมกับโรงพยาบาล คุณสุนีย์ลองแก้ด้วยวิธีที่ทุกโรงงานคิดถึงเป็นอันดับแรก และพบว่ามันช่วยได้บางส่วนแต่ไม่พอ
สิ่งที่คุณสุนีย์เข้าใจในที่สุดคือ ปัญหาของเธอไม่ใช่ปัญหาพื้นผิว แต่เป็นปัญหาอากาศ และถ้าปัญหาอยู่ในอากาศ วิธีแก้ก็ต้องทำงานในอากาศด้วย
เครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV หรือ Ultra Low Volume ทำงานด้วยหลักการนี้พอดี คือปล่อยละอองน้ำยาฆ่าเชื้อขนาดไมครอนจำนวนมหาศาลออกไปในอากาศ ละอองเหล่านั้นลอยไปทั่วห้อง สัมผัสกับอนุภาคที่ลอยอยู่ และเกาะลงบนพื้นผิวทุกทิศทาง ทั้งโต๊ะพับ ชั้นวาง ตะกร้า ผนัง เพดาน และพื้น ในการเดินพ่นรอบเดียว
Airofog U260 คือเครื่องพ่นละอองฝอย ULV จากประเทศเยอรมนี ที่ให้ละอองขนาด 15-30 ไมครอน ซึ่งเหมาะกับห้องพับผ้าอย่างยิ่ง เพราะละอองขนาดนี้แห้งเร็วพอที่จะไม่ทำให้ผ้าหรือกระดาษห่อชื้น แต่ยังหนักพอที่จะตกลงเกาะพื้นผิวแทนที่จะถูกดูดออกไปกับพัดลมระบายอากาศทั้งหมด
สิ่งที่ทำให้มันเข้ากับโรงซักรีดได้ดีคือ โรงซักมีหน้าต่างเวลาที่ชัดเจนอยู่แล้ว คือช่วงหลังปิดไลน์ผลิตในแต่ละกะ การพ่นห้องพับ ห้องเก็บ และตู้รถขนส่งจึงเสียบเข้าไปในจังหวะที่มีอยู่ได้พอดี โดยไม่กระทบกำลังการผลิต
ต้นตอของการปนเปื้อนซ้ำในโรงซักคือฝุ่นเส้นใยที่ลอยอยู่ในอากาศ การเช็ดพื้นผิวจึงแก้ปลายเหตุ ละอองไมครอนจาก U260 ทำงานในอากาศโดยตรง สัมผัสอนุภาคที่ลอยอยู่และพาลงสู่พื้นผิว พร้อมกับฆ่าเชื้อบนพื้นผิวเหล่านั้นไปในตัว
ความเร็วคือสิ่งที่ทำให้มาตรการนี้ทำได้ทุกวันจริง หนึ่งคนพ่นห้องพับทั้งห้องได้ในเวลาไม่ถึง 20 นาทีหลังปิดไลน์ ซึ่งสั้นพอที่จะไม่มีใครหาข้ออ้างข้ามได้
นี่คือข้อกังวลแรกของทุกโรงซัก ละอองขนาด 15-30 ไมครอนเคลือบพื้นผิวเป็นฟิล์มบางที่แห้งเร็ว ต่างจากสเปรย์หยาบที่ทิ้งหยดน้ำ เมื่อใช้ระดับหัวฉีดที่เหมาะสมและเว้นระยะจากผ้าที่ห่อแล้ว จึงไม่กระทบคุณภาพงาน
ในห้องพับ ฝุ่นเส้นใยสะสมหนาที่สุดบนคานเพดาน โคมไฟ และชั้นวางแถวบนสุด ซึ่งไม่มีใครขึ้นไปเช็ดเลยตลอดปี ละอองที่ลอยขึ้นตามการเคลื่อนที่ของอากาศเข้าถึงจุดเหล่านั้นได้โดยไม่ต้องใช้บันได
ตู้รถส่งผ้าคือจุดสุดท้ายก่อนถึงลูกค้า และเป็นจุดที่มักถูกละเลยที่สุด การพ่น ULV 3 ถึง 5 นาทีต่อคันหลังกลับเข้าอู่ ครอบคลุมทั้งเพดานตู้ ร่องราง และซอกใต้แผงกั้น ที่การกวาดไม่มีทางถึง
จุดสะสมฝุ่นที่แย่ที่สุดในห้องพับคือใต้โต๊ะพับและช่องระหว่างชั้นวางกับผนัง สายงวงช้างทำให้พนักงานสอดเข้าไปพ่นได้โดยไม่ต้องเลื่อนชั้นวางหนัก ๆ ออกมา
โรงซักรีดมีหลายห้องที่ต้องพ่นในรอบเดียว ทั้งห้องพับ ห้องเก็บ ห้องพักพนักงาน และห้องน้ำ เครื่องที่เบาทำให้พนักงานคนเดียวเดินพ่นได้ครบทุกห้องโดยไม่ต้องพัก
ฝั่งรับผ้าสกปรกต้องการปริมาณละอองที่มากกว่าและน้ำยาที่แรงกว่า ส่วนห้องพับผ้าสะอาดต้องการละอองเบาที่สุด การปรับได้ 6 ระดับทำให้ใช้เครื่องเดียวจัดการทั้งสองฝั่งได้ตามความเหมาะสม
ทีมป้องกันและควบคุมการติดเชื้อของโรงพยาบาลจะขอดูเอกสารทั้งเครื่องมือและน้ำยา Airofog U260 มีการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมอนามัย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล รวมถึง WHO, TUV Rheinland และ IPARC ให้ยื่นได้ครบ
หลังติดตั้งมาตรการนี้ คุณสุนีย์เพิ่มหัวข้อการควบคุมการปนเปื้อนข้ามฝั่งลงในเอกสารเสนอราคาทุกฉบับ พร้อมรูปการทำงานจริงและบันทึกย้อนหลัง ผลคือเธอชนะงานประมูลโรงพยาบาลเพิ่มอีกสองแห่งในปีถัดมา
คุณสุนีย์บอกว่าแถวสุดท้ายคือสิ่งที่เธอไม่ได้ตั้งใจจะแก้ตั้งแต่แรก แต่กลับเป็นผลพลอยได้ที่พนักงานรู้สึกได้ชัดที่สุด และทำให้ทีมงานยอมรับมาตรการใหม่นี้โดยไม่ต้องบังคับ
การควบคุมการปนเปื้อนข้ามฝั่งในโรงซักรีดต้องทำให้เป็นกิจวัตรที่ผูกกับรอบการผลิต ไม่ใช่กิจกรรมพิเศษ นี่คือแนวทางที่ใช้ได้จริง
ขั้นที่ 1: แยกลำดับการพ่นตามระดับความสะอาดของโซน
พ่นโซนสะอาดที่สุดก่อนเสมอ คือห้องเก็บผ้าและห้องพับ แล้วค่อยไปโซนกลาง และจบที่ฝั่งรับผ้าสกปรก เพื่อไม่ให้พนักงานพาอะไรจากฝั่งสกปรกกลับเข้าฝั่งสะอาด
ขั้นที่ 2: กำหนดเวลาพ่นหลังปิดไลน์ผลิตของทุกกะ
เลือกช่วงที่ไม่มีผ้าเปิดวางอยู่บนโต๊ะ และไม่มีการสะบัดผ้าแล้ว โดยทั่วไปคือ 15 นาทีหลังพนักงานคนสุดท้ายออกจากห้อง เพื่อให้ฝุ่นเส้นใยตกลงก่อนบางส่วน
ขั้นที่ 3: ห่อหรือคลุมผ้าที่พับแล้วก่อนพ่นเสมอ
ผ้าที่ห่อพลาสติกหรือคลุมผ้าใบแล้วจะไม่ได้รับผลกระทบจากละออง ให้กำหนดเป็นกฎว่าห้ามมีผ้าสะอาดเปิดโล่งอยู่ในห้องขณะพ่น ซึ่งเป็นวินัยที่ดีอยู่แล้วในทุกกรณี
ขั้นที่ 4: ใส่การพ่นตู้รถเข้าไปในขั้นตอนรับรถกลับ
เมื่อรถส่งผ้ากลับเข้าอู่ ให้กวาดตู้ตามปกติแล้วพ่น 3 ถึง 5 นาที ปิดประตูตู้ทิ้งไว้ตามเวลาสัมผัสของน้ำยา ก่อนบรรจุผ้าชุดถัดไป
ขั้นที่ 5: แยกน้ำยาและอัตราส่วนระหว่างสองฝั่งให้ชัดเจน
ฝั่งรับผ้าสกปรกใช้สูตรที่แรงกว่าได้ ส่วนฝั่งสะอาดควรใช้สูตรที่ผ่านการรับรองว่าปลอดภัยต่อผ้าและไม่ทิ้งกลิ่น จดสูตรของแต่ละโซนไว้บนป้ายในห้องนั้นเลย
ขั้นที่ 6: บันทึกให้พร้อมสำหรับการตรวจของลูกค้าโรงพยาบาล
จดวันที่ เวลา โซนหรือทะเบียนรถ น้ำยาและอัตราส่วน ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ตรวจสอบ เก็บในแฟ้มเดียวกับเอกสารระบบคุณภาพ เพื่อให้ยื่นได้ทันทีที่มีการตรวจประเมิน
ขั้นที่ 7: วัดผลด้วยตัวอย่างจากปลายทาง ไม่ใช่จากในโรงงาน
ขอความร่วมมือลูกค้าเก็บตัวอย่างจากผ้าที่ปลายทางเป็นระยะ เพราะนั่นคือจุดที่ตัดสินจริง และผลที่ดีจากปลายทางคือหลักฐานที่มีน้ำหนักที่สุดในการต่อสัญญา
สำหรับโรงซักรีด สเปกที่มีผลมากที่สุดคือขนาดละออง 15-30 ไมครอน ที่แห้งเร็วพอไม่ทำให้ผ้าชื้น และหัวฉีดปรับได้ 6 ระดับ ที่ทำให้ใช้เครื่องเดียวได้ทั้งฝั่งสกปรกและฝั่งสะอาด
“ตอนโรงพยาบาลเรียกไปคุย ผมนั่งอยู่ในห้องนั้นด้วย และผมยอมรับว่าเราไม่เคยคิดเรื่องอากาศในห้องพับเลย เราคิดแต่เรื่องอุณหภูมิเครื่องซัก เพราะนั่นคือสิ่งที่มาตรฐานเขียนไว้”
“หลังติดตั้ง เราพ่นห้องพับทุกวันหลังปิดไลน์ ใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาที และพ่นตู้รถทุกคันตอนกลับเข้าอู่ สิ่งที่เห็นชัดที่สุดในเดือนแรกคือฝุ่นบนคานเพดานลดลงจนสังเกตได้”
“ผลตรวจจากโรงพยาบาลรอบถัดมาผ่านเกณฑ์ทุกตัวอย่าง และตอนนี้เราเอาเรื่องนี้ใส่ในเอกสารเสนอราคาทุกฉบับ ปีที่แล้วเราได้งานโรงพยาบาลเพิ่มอีกสองแห่ง เพราะเราเป็นเจ้าเดียวที่มีบันทึกการฆ่าเชื้อฝั่งสะอาดให้เขาดู”
— ผู้จัดการโรงงานซักรีดอุตสาหกรรม จังหวัดปทุมธานี (ขอสงวนชื่อ)
ความสะอาดของผ้าไม่ได้จบที่เครื่องซัก แต่จบที่จุดสุดท้ายก่อนถึงมือคนใช้
ดูสินค้าและราคา Airofog U260 คลิกที่นี่
โทรปรึกษาฟรี 065-556-6294 | แอดไลน์ @whd268
ทีมงาน World Health Disinfection ยินดีให้คำแนะนำก่อนตัดสินใจ ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมใบเสนอราคาและเอกสารสำหรับงานจัดซื้อจัดจ้าง
พ่นแล้วผ้าสะอาดจะชื้นหรือมีกลิ่นน้ำยาไหม
ถ้าปฏิบัติถูกวิธีจะไม่เกิดปัญหานี้ กฎสำคัญคือผ้าที่พับแล้วต้องห่อหรือคลุมก่อนพ่นเสมอ และเลือกน้ำยาที่ระบุว่าไม่ทิ้งกลิ่นตกค้าง ละอองขนาด 15-30 ไมครอนแห้งเร็วมากเมื่อใช้ระดับหัวฉีดที่เหมาะสม
ห้องพับผ้า 400 ตารางเมตร ใช้เวลาพ่นนานแค่ไหน
จากการใช้งานจริง หนึ่งคนใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที รวมการเดินไล่ทุกแถวชั้นวางและการเน้นใต้โต๊ะพับกับช่องหลังชั้นวาง ซึ่งพอดีกับช่วงหลังปิดไลน์ผลิต
ใช้เครื่องเดียวทั้งฝั่งสกปรกและฝั่งสะอาดได้ไหม
ได้ แต่แนวปฏิบัติที่ดีคือพ่นฝั่งสะอาดก่อนเสมอแล้วค่อยไปฝั่งสกปรก และทำความสะอาดตัวเครื่องภายนอกก่อนนำกลับเข้าฝั่งสะอาดในรอบถัดไป โรงงานขนาดใหญ่บางแห่งเลือกมีเครื่องแยกสองเครื่องเพื่อความสบายใจ
ใช้กับตู้รถขนส่งผ้าต้องทำอย่างไร
กวาดตู้ตามปกติก่อน แล้วพ่น 3 ถึง 5 นาที เน้นเพดานตู้ ร่องราง ซอกใต้แผงกั้น และขอบยางประตู จากนั้นปิดประตูทิ้งไว้ตามเวลาสัมผัสของน้ำยา ก่อนบรรจุผ้าชุดถัดไป
เอกสารใช้ยื่นทีมควบคุมการติดเชื้อของโรงพยาบาลได้ไหม
ได้ Airofog U260 มีเอกสารรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมอนามัย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และมาตรฐานสากลอย่าง WHO, TUV Rheinland และ IPARC ซึ่งเป็นชุดเอกสารที่ทีมควบคุมการติดเชื้อคุ้นเคยและยอมรับ
โรงซักขนาดเล็กที่มีพนักงานไม่กี่คนคุ้มไหม
คุ้ม เพราะการใช้งานไม่ต้องใช้คนเพิ่ม พนักงานคนเดิมที่ปิดไลน์อยู่แล้วสามารถพ่นได้ในเวลาไม่ถึง 20 นาที และประโยชน์ด้านการเสนอราคางานโรงพยาบาลหรือโรงแรมระดับบนนั้นมีค่ามากกว่าราคาเครื่องอย่างชัดเจน
อ่านต่อ / ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
แหล่งอ้างอิงทางวิชาการ
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง: ฆ่าเชื้อโรงซักรีด, เครื่องพ่นละอองฝอย ULV, Airofog U260, ปนเปื้อนข้ามในโรงซัก, ซักผ้าโรงพยาบาล, เครื่องพ่นฆ่าเชื้อโรงงาน, ฆ่าเชื้อห้องพับผ้า, ULV fogger ราคา
ดูรายละเอียดและราคา Airofog U260 เครื่องพ่นละอองฝอย ULV จากเยอรมนี คลิกที่นี่