Last updated: 2 มิ.ย. 2569 | 7 จำนวนผู้เข้าชม |
เช้าวันจันทร์ของเดือนกรกฎาคม ปี 2568 ที่โรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.นครราชสีมา ผู้อำนวยการสมชาย เดินเข้าห้องประชุมพร้อมหน้าตาเคร่งเครียด เพราะคืนก่อนหน้านี้เพิ่งได้รับโทรศัพท์จากผู้ปกครองของ ด.ญ.ปอย นักเรียนชั้น ป.4 ว่าลูกสาวเข้าโรงพยาบาลด้วย "ไข้เลือดออก" และผลตรวจ NS1 เป็นบวกเรียบร้อย
ที่น่ากังวลคือ ปอย ไม่ใช่นักเรียนคนแรก สัปดาห์ที่ผ่านมามีนักเรียนอีก 2 คนคือ ด.ช.โอ๊ต ป.6 และ ด.ญ.มะปราง ป.2 เข้ารักษาตัวด้วยอาการคล้ายกัน — มีไข้สูง 39-40 องศา ปวดเมื่อยตามตัว และมีจุดเลือดออกที่แขน ทั้งสามคนอยู่ห้องเรียนติดกัน เดินผ่านสนามเดียวกัน และดื่มน้ำที่ก๊อกตรงโรงอาหารเดิม
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป โรงเรียนเริ่มได้รับโทรศัพท์จากผู้ปกครองอีก 12 ครอบครัวที่ลูก "เริ่มมีไข้" และอยากให้ปิดโรงเรียน 14 วัน ผู้อำนวยการรู้ดีว่าถ้าปิด นักเรียน 800 คนจะเสียโอกาสเรียน ครู 40 คนจะกระทบ และโรงเรียนจะติดป้าย "พื้นที่ระบาด" ในระบบของ สสจ. ทันที
ไข้เลือดออก (Dengue Fever) เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี่ (DENV) ที่มี ยุงลายบ้าน Aedes aegypti เป็นพาหะสำคัญ ยุงลายตัวเมียกัดคนเฉลี่ยวันละ 2-3 ครั้ง โดยเลือกกัดในช่วงเช้าและช่วงบ่าย ซึ่งตรงกับเวลาที่นักเรียนอยู่โรงเรียนพอดี
ปัจจุบันประเทศไทยพบไข้เลือดออกมากกว่า 120,000 รายต่อปี และพบมากในกลุ่มเด็กอายุ 5-14 ปี ผู้ป่วยเด็กเสียชีวิตได้เร็วกว่าผู้ใหญ่หากเข้าสู่ระยะช็อก (DSS) เพราะระบบไหลเวียนเลือดทรุดเร็ว สถานการณ์จึงไม่ใช่เรื่องที่ "รอ" ได้
กรมควบคุมโรค แนะนำให้ทุกพื้นที่ที่พบผู้ป่วยตั้งแต่ 1 ราย ต้องทำการ "พ่นเคมีฆ่ายุงตัวเต็มวัย" ภายใน 3 ชั่วโมงและทำซ้ำในวันที่ 7 เพื่อตัดวงจรการระบาด นั่นหมายความว่าโรงเรียนต้องลงมือทันที
1. ความเจ็บปวดของผู้ปกครอง — เด็ก 1 คนนอน รพ.เฉลี่ย 5-7 วัน พ่อแม่ต้องลางาน ค่ารักษาเอกชน 25,000-80,000 บาท ครอบครัวรายได้น้อยอาจต้องกู้
2. ภาพลักษณ์โรงเรียน — ข่าวระบาดในโรงเรียนแพร่บนกลุ่ม Facebook ผู้ปกครองภายใน 24 ชม. ปีถัดไปนักเรียนใหม่ลดลง 10-15%
3. ภาระงานครู — ครูประจำชั้นต้องโทรเช็คนักเรียนทุกวัน รายงานเหตุการณ์ ทำเอกสารส่ง สพป. และ สสจ. ตลอดสัปดาห์
4. การปิดโรงเรียน — ถ้าพบผู้ป่วย ≥10 รายใน 14 วัน อาจต้องปิดเรียน นักเรียน 800 คน × 5 วัน = 4,000 วัน-คนของการเรียนที่หายไป
5. ความเสี่ยงทางกฎหมาย — หากเด็กเสียชีวิตและพิสูจน์ได้ว่าโรงเรียน "ไม่ทำการพ่นเคมี" ตามคำสั่ง สสจ. โรงเรียนอาจถูกฟ้องร้องได้
สเปรย์กระป๋อง: ราคาถูก แต่ครอบคลุมแค่ 5-10 ตร.ม. ต่อกระป๋อง ฉีดทั่วโรงเรียน 5,000 ตร.ม. ต้องใช้ 500 กระป๋อง ต้นทุนสูงกว่า 30,000 บาท และละอองหยาบทำให้ยุงบินหนีก่อนตาย
การคว่ำภาชนะ: ใช้ได้กับยุงลูกน้ำ แต่ไม่จัดการ "ยุงตัวเต็มวัย" ที่กำลังกัดเด็ก ๆ ในห้องเรียน
การพ่นหมอกควันแบบความร้อน: ละอองใหญ่ ตกพื้นเร็ว ทิ้งคราบน้ำมัน เด็กหอบหืดสำลักได้ และต้องปิดโรงเรียน 4-6 ชม. ที่สำคัญต้องจ้างทีมพ่นจากภายนอก ค่าบริการครั้งละ 8,000-15,000 บาท
การสเปรย์โลชั่นกันยุง: ใช้ได้กับเด็กบางคน แต่เด็กผิวแพ้ง่ายแพ้ DEET ผู้ปกครองหลายคนปฏิเสธ และไม่ครอบคลุมเด็กทั้งโรงเรียน
คำตอบที่โรงเรียนต้องการคือ เครื่องพ่นที่โรงเรียนเป็นเจ้าของและใช้เองได้ทุกเช้า ก่อนเด็กเข้าเรียน — ครอบคลุมพื้นที่กว้าง ละอองเล็กพอจะเข้ามุมห้อง และปลอดภัยพอที่เด็กจะเดินผ่านได้ภายในไม่กี่นาที
Airofog U260 คือเครื่องพ่นละอองฝอยขนาดเล็ก (Ultra Low Volume — ULV) แบบใช้ไฟฟ้า น้ำหนักเบาเพียง 4.5 กก. สะพายไหล่ได้สะดวก ใช้พลังงาน 1,200 วัตต์ พ่นน้ำยาออกมาเป็นละอองขนาดเฉลี่ย 5-50 ไมครอน — เล็กพอที่ละอองจะลอยอยู่ในอากาศนาน 30-60 นาที สัมผัสยุงตัวเต็มวัยที่บินผ่านได้ทั้งห้อง
ผลิตจาก Airofog Industries ผู้ผลิตเครื่องพ่นระดับโลกที่กรมควบคุมโรคและองค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้ใช้ในงานควบคุมพาหะนำโรค ออกแบบมาเฉพาะสำหรับงานสุขาภิบาล การควบคุมแมลง การฆ่าเชื้อในอาคารและพื้นที่กลางแจ้ง
โรงเรียนใช้ U260 ในเช้าวันแรก พ่นทั่ว 30 ห้องเรียน + โรงอาหาร + สนามเล่น เสร็จภายใน 45 นาที ก่อนเด็กมาถึงเวลา 7:30 น. และในเย็นวันแรกก็พบยุงลายตายเรียบทั้งโรงเรียน — ไม่ต้องจ้างทีมข้างนอก ไม่ต้องปิดเรียน
หลัก ULV (Ultra Low Volume) คือการพ่นน้ำยาในปริมาณน้อยมาก แต่แตกเป็นละอองเล็กระดับไมครอนด้วยลมความเร็วสูง ทำให้ใช้น้ำยาเพียง 70-200 มล.ต่อพื้นที่ 1 ไร่ ซึ่งน้อยกว่าหมอกควันความร้อน 5-10 เท่า
ละอองเล็กระดับ 5-50 ไมครอนมีคุณสมบัติพิเศษ คือมัน "ลอย" อยู่ในอากาศได้นาน ไม่ตกพื้นทันที จึงสามารถสัมผัสยุงที่กำลังบินได้ทั้งฝูง ขณะเดียวกันละอองที่ลอยเข้าไปในมุมห้อง ใต้โต๊ะ หลังตู้ ที่ยุงมักหลบอยู่ ก็จะฆ่ายุงในจุดอับเหล่านั้นด้วย
U260 ใช้ได้กับน้ำยาหลายประเภท: ยาฆ่ายุงสูตรน้ำ (Deltamethrin, Permethrin, Cypermethrin), น้ำยาฆ่าเชื้อโรค (Quat, Sodium Hypochlorite เจือจาง, Chemgene HLD4H), น้ำยาขับไล่แมลง (Pyrethrin) — เปลี่ยนน้ำยาในถังก็เปลี่ยนการใช้งานได้ทันที
1. ละอองเล็ก 5-50 ไมครอน — เล็กพอจะลอยในอากาศและสัมผัสยุงทั้งฝูง ครอบคลุมทุกซอกมุม
2. ครอบคลุมพื้นที่กว้างจริง — พ่นได้ 1-2 ไร่ต่อชั่วโมง ใช้คนเดียวก็พ่นโรงเรียนทั้งหลังได้
3. ปรับขนาดละอองได้ — เลื่อนวาล์วเลือกได้ตั้งแต่ละอองหยอดทิ้งจนถึงละอองเล็กระดับฝุ่น เหมาะกับงานทั้งกลางแจ้งและในอาคาร
4. ปลอดภัยกว่าหมอกควันร้อน — ใช้ระบบไฟฟ้าและลม ไม่ใช้ความร้อน ไม่ผสมน้ำมันดีเซล ไม่เกิดคราบ ไม่ไหม้ ไม่เสี่ยงไฟลุก
5. ใช้งานง่าย คนเดียวพ่นได้ — น้ำหนักเบาเพียง 4.5 กก. สะพายไหล่สบาย ไม่ต้องอบรมระดับมืออาชีพ
6. ประหยัดน้ำยา 5-10 เท่า — ใช้ ULV จึงไม่สิ้นเปลือง คุ้มทุนภายใน 6-12 เดือน เทียบกับการจ้างทีมพ่นข้างนอก
7. ใช้น้ำยาได้หลากหลาย — สลับใช้ฆ่ายุง ฆ่าเชื้อโรค กำจัดแมลงในห้องเก็บอาหารได้ในเครื่องเดียว
8. ทำความสะอาดง่าย — ถังน้ำยาขนาด 5-6 ลิตรถอดล้างได้ ป้องกันการอุดตันและคงประสิทธิภาพระยะยาว
9. เป็นเจ้าของได้ทันที — ไม่ต้องรอนัดทีมข้างนอก ใช้เองได้ทุกเช้าก่อนเด็กเข้าเรียน
10. รับประกันสินค้า มีบริการหลังการขาย — World Health Disinfection ส่งช่างถึงที่ มีอะไหล่พร้อม โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268
ก่อนใช้ Airofog U260: ผู้ป่วยไข้เลือดออกในโรงเรียน 3 ราย ผู้ปกครองทุกครอบครัวกังวล มีคำขอให้ปิดโรงเรียน ครูเครียดเพราะกลัวเด็กตายและกลัวถูกฟ้อง โรงเรียนต้องจ้างทีมพ่นข้างนอกครั้งละ 12,000 บาท สัปดาห์ละ 2 ครั้ง
หลังใช้ Airofog U260 (14 วัน): ผู้ป่วยใหม่ = 0 ราย ยุงลายในห้องเรียนลดลง 98% (วัดด้วย ovitrap) ครูเดินสบายใจ ผู้ปกครองชื่นชม กลุ่ม Facebook เปลี่ยนคำว่า "โรงเรียนระบาด" เป็น "โรงเรียนที่ดูแลลูกเรา" ค่าใช้จ่ายลดลง 70% เพราะใช้คนในโรงเรียนพ่นเอง
สรุปสั้น ๆ: ใน 14 วัน โรงเรียนได้ทั้งความปลอดภัย ความเชื่อมั่น และเงินทอนคืน
"ผมเป็น ผอ. มา 18 ปี ไม่เคยเห็นไข้เลือดออกระบาดในโรงเรียนเร็วขนาดนี้ ทีมงาน World Health Disinfection ส่งเครื่อง Airofog U260 มาให้ทดลองและสอนใช้ในเช้าเดียว ภารโรง 2 คนของเราพ่นได้ทันที ตอนนี้เราพ่นทุกเช้าวันจันทร์ก่อนเด็กมา 7 โมง แล้วในระยะ 2 เดือนที่ผ่านมา ไม่มีเคสไข้เลือดออกในโรงเรียนอีกเลย ผู้ปกครองหลายคนถามว่าโรงเรียนใช้ระบบอะไร เพราะเขาอยากให้คอนโดที่อยู่และที่ทำงานทำตามแบบเดียวกัน"
— ผอ.สมชาย โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.นครราชสีมา
Q: เด็กเข้าห้องได้หลังพ่นกี่นาที?
A: ขึ้นกับน้ำยา ถ้าเป็นยาฆ่ายุงสูตร Pyrethroid รุ่นใหม่ เปิดประตูระบายอากาศ 15-30 นาทีก็ปลอดภัย หากใช้ฆ่าเชื้อโรค (Chemgene HLD4H) เด็กเข้าได้ภายใน 10 นาที
Q: เครื่อง U260 ใช้ไฟบ้าน 220V ได้ไหม?
A: ได้ครับ เสียบปลั๊กตรงเต้ารับมาตรฐาน 220V ของไทย และมีสายไฟยาวพร้อมใช้
Q: ใช้น้ำยาอะไรได้บ้าง?
A: ใช้ได้กับยาฆ่ายุง ยาฆ่าเชื้อโรค ยาฆ่าแมลงสูตรน้ำเกือบทุกชนิด ห้ามใช้กับน้ำมันดีเซลหรือสารไวไฟ
Q: อายุการใช้งาน?
A: หากดูแลตามคู่มือ ใช้งานต่อเนื่อง 5-7 ปี อะไหล่หาง่ายในไทย
Q: ราคาเท่าไหร่ มีโปรไหม?
A: คลิกดูราคาและโปรล่าสุดได้ที่ หน้าสินค้า Airofog U260 หรือโทร 065-556-6294 ทีมขายตอบเร็วใน 5 นาที
ไม่ว่าคุณจะเป็น ผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้บริหารโรงแรม เจ้าของรีสอร์ท ผู้รับเหมาควบคุมแมลง หรือเจ้าหน้าที่ อปท. Airofog U260 คือเครื่องพ่นที่ทำงานได้จริง คุ้มจริง และปลอดภัยจริง
ดูสินค้าและราคา คลิกที่นี่
โทรเลย: 065-556-6294 | LINE: @whd268
บริษัท World Health Disinfection ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องพ่นและน้ำยาฆ่าเชื้ออันดับ 1 ของไทย พร้อมส่งฟรีทั่วประเทศและทีมสอนใช้งานถึงหน้าโรงเรียน
• บทความ World Health Disinfection ทั้งหมด
#AirofogU260 #เครื่องพ่นละอองฝอยULV #ฆ่ายุงลาย #ป้องกันไข้เลือดออก #โรงเรียนปลอดยุง #ULVColdFogger #WorldHealthDisinfection
คำค้น: Airofog U260, ULV cold fogger, เครื่องพ่นละอองฝอย, ป้องกันไข้เลือดออกในโรงเรียน, ฆ่ายุงลาย, พ่นยุงในห้องเรียน