Last updated: 11 พ.ค. 2569 | 79 จำนวนผู้เข้าชม |
อัปเดตล่าสุด: พฤษภาคม 2026 | โดย World Health Disinfection
คุณวิชัย ผู้จัดการฝ่ายบริหารของบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่งย่านสีลม กรุงเทพมหานคร บริษัทเช่าพื้นที่ออฟฟิศชั้น 8 ของอาคารสำนักงาน มีพนักงาน 40 คน ห้องประชุม 3 ห้อง ใช้สำหรับประชุมภายในและนำเสนองานให้ลูกค้า ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดีจนกระทั่งบริษัทชั้น 7 เปิดพื้นที่สูบบุหรี่ภายในอาคาร กลิ่นควันบุหรี่ลอยขึ้นมาผ่านระบบระบายอากาศส่วนกลางเข้ามาในออฟฟิศและห้องประชุม
จุดเปลี่ยนที่ทำให้คุณวิชัยตระหนักว่าปัญหานี้ร้ายแรงกว่าที่คิดคือเมื่อลูกค้ารายใหญ่จากบริษัทข้ามชาติมาประชุมนำเสนองาน ทีมงานเตรียมตัวมาอย่างดี แต่พอลูกค้าเข้าห้องประชุม สิ่งแรกที่พวกเขาพูดคือ "ห้องนี้มีกลิ่นควันบุหรี่" ตัวแทนลูกค้าชาวญี่ปุ่นถึงกับใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดจมูก การประชุมจบลงอย่างรวดเร็ว และสัปดาห์ต่อมาลูกค้ารายนี้ยกเลิกสัญญามูลค่า 3 ล้านบาท
คุณวิชัยเล่าว่า "ผมไม่เคยคิดว่ากลิ่นควันจะทำให้เราเสียลูกค้ารายใหญ่ได้ แต่มันเกิดขึ้นจริง ลูกค้ามองว่าถ้าเราดูแลออฟฟิศตัวเองยังไม่ดี จะดูแลงานให้เขาดีได้อย่างไร"
ห้องประชุมเป็น "หน้าตา" ขององค์กร เป็นที่ที่ลูกค้า พาร์ทเนอร์ นักลงทุน และบุคคลภายนอกมาเยี่ยมชม เมื่อห้องประชุมมีกลิ่นควันบุหรี่หรือกัญชา สิ่งแรกที่ผู้มาเยือนรับรู้คือความไม่เป็นมืออาชีพ ขาดการดูแลเอาใจใส่ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ขององค์กร โดยเฉพาะในธุรกิจที่ต้องสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า เช่น ธุรกิจที่ปรึกษา สำนักงานกฎหมาย บริษัทโฆษณา บริษัทเทคโนโลยี หรือสถาบันการเงิน
พนักงานที่ต้องนั่งทำงานหรือประชุมในห้องที่มีกลิ่นควัน จะมีสมาธิลดลง ปวดหัว คลื่นไส้ เหนื่อยล้า ไม่สดชื่น งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่าคุณภาพอากาศภายในอาคารที่ไม่ดีสามารถลดประสิทธิภาพการทำงานได้ถึง 20-30% นั่นหมายความว่าพนักงานที่ควรจะทำงานได้ 8 ชั่วโมง กลับทำงานได้จริงเพียง 5-6 ชั่วโมง เพราะสภาพอากาศที่ไม่ดี
การสูดดมกลิ่นควันทางอ้อมเป็นเวลานาน 8-10 ชั่วโมงต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ ส่งผลต่อสุขภาพอย่างรุนแรง พนักงานหลายคนมีอาการภูมิแพ้กำเริบ ไซนัสอักเสบ หอบหืด ไอเรื้อรัง ปวดหัวเรื้อรัง ตาแดง ทำให้ลาป่วยบ่อยขึ้น ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น ประกันสุขภาพบริษัทถูกปรับเบี้ยสูงขึ้น เป็นต้นทุนแฝงที่บริษัทต้องแบกรับ
ในยุคที่การแข่งขันเพื่อดึงดูดคนเก่งมีสูง สภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของพนักงาน ออฟฟิศที่มีกลิ่นควัน อากาศไม่ดี ทำให้พนักงานที่มีทักษะสูงเลือกที่จะย้ายไปทำงานบริษัทอื่นที่มีสภาพแวดล้อมดีกว่า ค่าใช้จ่ายในการหาพนักงานใหม่มาแทน (ค่าสรรหา ค่าฝึกอบรม ค่าเสียเวลา) สูงถึง 50-200% ของเงินเดือนพนักงานคนนั้น
เมื่อพนักงานบางส่วนร้องเรียนเรื่องกลิ่นควัน อาจเกิดความขัดแย้งภายในองค์กร ระหว่างพนักงานที่สูบบุหรี่กับพนักงานที่ไม่สูบ ฝ่ายบริหารอยู่ในตำแหน่งที่ลำบาก ต้องหาทางสมดุลระหว่างสิทธิของทั้งสองฝ่าย ปัญหานี้หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ปัญหาด้านแรงงานสัมพันธ์ที่ร้ายแรง
ตามพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 สถานที่ทำงานถูกกำหนดให้เป็นเขตปลอดบุหรี่ หากมีกลิ่นควันบุหรี่ในออฟฟิศ ไม่ว่าจะมาจากภายในหรือภายนอก อาจถูกร้องเรียนและตรวจสอบ นำไปสู่ค่าปรับและปัญหาทางกฎหมาย
หลายบริษัทลงทุนซื้อเครื่องฟอกอากาศราคาแพงมาติดทุกห้องประชุม แต่เครื่องฟอกอากาศ HEPA กรองฝุ่นได้ดี แต่ไม่สามารถกำจัดโมเลกุลกลิ่นควันที่เป็น VOCs ได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลิ่นจึงยังคงมีอยู่ ค่าเครื่องฟอกอากาศคุณภาพดีห้องละ 15,000-30,000 บาท คูณ 3 ห้อง บวกค่าเปลี่ยนไส้กรองทุก 3-6 เดือน เป็นค่าใช้จ่ายที่สูงแต่ไม่คุ้มค่า
การร้องเรียนผู้จัดการอาคารเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลานาน บางครั้งต้องรอหลายเดือนกว่าจะมีการดำเนินการ และหลายกรณีก็ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง เพราะผู้จัดการอาคารไม่มีอำนาจบังคับผู้เช่ารายอื่นได้เต็มที่
การใช้สเปรย์ดับกลิ่นหรือน้ำหอมห้องในห้องประชุมเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ไม่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมระดับมืออาชีพ กลิ่นสเปรย์อาจทำให้บรรยากาศห้องประชุมดูไม่เป็นมืออาชีพ และอาจทำให้ผู้เข้าประชุมที่แพ้น้ำหอมมีอาการแย่ลง
คุณวิชัยได้รู้จัก เครื่องผลิตโอโซน Master Ozone Generator จากบริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด ซึ่งเป็นทางออกที่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ทำลายโมเลกุลกลิ่นควันโดยตรง ไม่ใช่แค่กลบกลิ่น
โอโซน (O3) เป็นสารออกซิไดซ์ที่ทรงพลัง ทำปฏิกิริยาออกซิเดชันกับโมเลกุลกลิ่นควัน สาร VOCs นิโคติน ทาร์ และสารพิษอื่นๆ ทำลายโครงสร้างทางเคมี เปลี่ยนเป็นสารที่ไม่มีกลิ่น โอโซนยังเข้าถึงกลิ่นที่ฝังในพรม เก้าอี้ประชุม ม่าน ผนัง และฝ้าเพดาน กำจัดได้อย่างทั่วถึง พร้อมฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส 99.9%
ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก World Health Disinfection เข้าสำรวจออฟฟิศ ประเมินขนาดพื้นที่ จำนวนห้อง ระบบระบายอากาศ และระดับปัญหา เพื่อแนะนำรุ่นและจำนวนเครื่องที่เหมาะสม
ตั้งเวลาให้ Master Ozone Generator ทำงานหลังเลิกงาน เช่น 20:00 - 23:00 น. หรือช่วงสุดสัปดาห์ โอโซนกระจายไปทั่วออฟฟิศ ทำลายกลิ่นควันและฆ่าเชื้อโรค เช้าวันจันทร์มาทำงาน อากาศจะสะอาดสดชื่น
เปิดระบบระบายอากาศ 30-60 นาทีก่อนพนักงานเข้าทำงาน โอโซนสลายตัวเป็นออกซิเจน ปลอดภัย 100% พนักงานจะได้ทำงานในออฟฟิศที่อากาศสะอาด ไร้กลิ่นควัน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
หลังจากใช้ Master Ozone Generator เพียง 1 สัปดาห์ กลิ่นควันในห้องประชุมและออฟฟิศหายไปเกือบ 100% พนักงานรู้สึกสดชื่น ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลูกค้าที่มาประชุมประทับใจกับความสะอาดและอากาศที่ดี ภายใน 3 เดือน บริษัทได้ลูกค้ารายใหญ่รายใหม่ 2 ราย รวมมูลค่าสัญญากว่า 5 ล้านบาท
| วิธีการ | ประสิทธิภาพ | ค่าใช้จ่าย | ฆ่าเชื้อโรค |
|---|---|---|---|
| เครื่องฟอกอากาศ HEPA | ★★☆☆☆ | สูง (เครื่อง+ไส้กรอง) | ไม่ได้ |
| ร้องเรียนผู้จัดการอาคาร | ★☆☆☆☆ | ฟรี แต่ใช้เวลานาน | ไม่ได้ |
| สเปรย์/น้ำหอมห้อง | ★☆☆☆☆ | ต่ำ-กลาง | ไม่ได้ |
| Master Ozone Generator | ★★★★★ | คุ้มค่าระยะยาว | ได้ 99.9% |
โอโซนทำลายโมเลกุลกลิ่นควันโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นควันบุหรี่ กัญชา หรือควันจากแหล่งอื่น ผลลัพธ์คือห้องประชุมที่อากาศสะอาด พร้อมต้อนรับลูกค้า
ห้องประชุมเป็นสถานที่ที่คนจำนวนมากใช้ร่วมกัน โอโซนฆ่าเชื้อบนโต๊ะประชุม เก้าอี้ อุปกรณ์นำเสนอ รีโมท แป้นพิมพ์ ลดความเสี่ยงไข้หวัด โควิด-19 และโรคติดต่อทางเดินหายใจ
อากาศสะอาดช่วยให้พนักงานสดชื่น มีสมาธิ ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 20-30% ลดอาการปวดหัว เหนื่อยล้า ลดวันลาป่วย
ห้องประชุมที่อากาศสะอาด สดชื่น สร้างความประทับใจแรกที่ดีให้ลูกค้า พาร์ทเนอร์ นักลงทุน แสดงถึงความเป็นมืออาชีพและใส่ใจในรายละเอียด
ค่าไฟเดือนละ 100-200 บาท คุ้มค่ากว่าเครื่องฟอกอากาศหลายเครื่องที่ต้องเปลี่ยนไส้กรองทุก 3-6 เดือน
ตั้งเวลาทำงานหลังเลิกงาน เครื่องทำงานเอง เช้ามาออฟฟิศก็สะอาดพร้อม ไม่ต้องเพิ่มงานให้พนักงานทำความสะอาด
โอโซนสลายตัวเป็นออกซิเจนภายใน 30 นาที ไม่มีสารเคมีตกค้างบนเอกสาร อุปกรณ์ IT หรือเฟอร์นิเจอร์ ปลอดภัยสำหรับทุกคน
สภาพแวดล้อมที่ดีทำให้พนักงานมีความสุขในการทำงาน ลดอัตราการลาออก ประหยัดค่าสรรหาและฝึกอบรมพนักงานใหม่
ห้องประชุมที่ปิดสนิทมีความเสี่ยงต่อเชื้อราและกลิ่นอับ โอโซนยับยั้งเชื้อรา กำจัดกลิ่นอับ ทำให้ห้องสะอาดสดชื่นตลอดเวลา
องค์กรที่มุ่งสู่มาตรฐานอาคารสีเขียว (Green Building) หรือมาตรฐาน WELL Building Standard การมีระบบฆ่าเชื้อและปรับปรุงคุณภาพอากาศด้วยโอโซนช่วยเพิ่มคะแนนในการรับรอง
A: ไม่ครับ ที่ความเข้มข้นที่ใช้ โอโซนไม่ทำลายคอมพิวเตอร์ จอภาพ เครื่องพิมพ์ เอกสาร หรืออุปกรณ์สำนักงานใดๆ สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย
A: ไม่แนะนำครับ Master Ozone Generator ออกแบบมาให้ใช้ขณะไม่มีคนอยู่ เช่น หลังเลิกงาน กลางคืน หรือสุดสัปดาห์ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
A: สำหรับออฟฟิศ 200 ตร.ม. แนะนำใช้เครื่องรุ่นกำลังสูง 1-2 เครื่อง ทำงาน 2-3 ชั่วโมงต่อคืน ทีมงานจะช่วยประเมินและแนะนำอย่างละเอียด
A: ใช้ไฟ 50-150 วัตต์ ทำงานคืนละ 2-3 ชั่วโมง คิดเป็นค่าไฟเดือนละ 100-200 บาท ถูกกว่าค่าไส้กรองเครื่องฟอกอากาศมาก
สำหรับเช็ดทำความสะอาดโต๊ะประชุม เก้าอี้ แป้นพิมพ์ โทรศัพท์ ระหว่างการประชุมแต่ละรอบ ฆ่าเชื้อภายใน 5 นาที ไม่มีกลิ่นฉุน เหมาะกับสภาพแวดล้อมออฟฟิศ
กลิ่นควันในห้องประชุมและออฟฟิศเป็นปัญหาที่แก้ได้ด้วย เครื่องผลิตโอโซน Master Ozone Generator จากบริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด ทำลายกลิ่นที่ต้นเหตุ ฆ่าเชื้อโรค 99.9% เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สร้างภาพลักษณ์ที่ดี ประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว
ติดต่อสอบถามและสั่งซื้อ
บริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด
โทร: 065-556-6294
LINE: @whd268
Email: worldhealthdisinfection@gmail.com
เว็บไซต์: www.worldhealthdisinfection.com
ปรึกษาฟรี! สำรวจหน้างานทั่วประเทศ
#กลิ่นควันในออฟฟิศ #กลิ่นควันห้องประชุม #กำจัดกลิ่นควันสำนักงาน #เครื่องผลิตโอโซน #MasterOzone #โอโซนกำจัดกลิ่น #ออฟฟิศอากาศสะอาด #OzoneGenerator #ฆ่าเชื้อโรคออฟฟิศ #WorldHealthDisinfection #คุณภาพอากาศออฟฟิศ #โอโซนฆ่าเชื้อ #ห้องประชุมปลอดกลิ่น #อากาศสะอาดที่ทำงาน #GreenBuilding