บ้านไม้ในฤดูฝน ดูแลอย่างไรไม่ให้เชื้อโรคเพิ่มจำนวน

Last updated: 7 ม.ค. 2569  |  52 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บ้านไม้ในฤดูฝน

ฤดูฝนเป็นช่วงที่ บ้านไม้มีความเสี่ยงเรื่องความชื้นมากกว่าปกติ ส่งผลให้เชื้อรา แบคทีเรีย และกลิ่นอับเกิดขึ้นได้ง่าย หากดูแลไม่ถูกวิธี เชื้อโรคสามารถสะสมและเพิ่มจำนวนจนกระทบทั้งสุขภาพผู้อยู่อาศัยและความทนทานของโครงสร้างไม้ได้ บทความนี้สรุปแนวทางดูแลบ้านไม้ช่วงหน้าฝนแบบทำตามได้จริง เพื่อให้บ้านแห้ง สะอาด และปลอดภัยตลอดฤดูกาล

ทำไมบ้านไม้ในฤดูฝนจึงเสี่ยงต่อเชื้อโรคสะสม

ไม้มีคุณสมบัติซึมซับความชื้นได้ เมื่อฝนตกต่อเนื่อง ความชื้นในอากาศสูงและการระบายอากาศลดลง จึงเกิดสภาพ อับชื้น ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เชื้อราหลายชนิดเติบโตได้ดี รวมถึงแบคทีเรียและจุลินทรีย์บางประเภท ยิ่งมีมุมอับ ใต้เฟอร์นิเจอร์ หรือบริเวณที่น้ำซึมง่าย ก็ยิ่งเสี่ยงต่อการสะสมเชื้อโรค

บ้านไม้ในฤดูฝน ดูแลอย่างไรไม่ให้เชื้อโรคเพิ่มจำนวน (ทำตามได้จริง)

1) ควบคุมความชื้นในบ้านให้ต่ำที่สุดเท่าที่ทำได้

ความชื้นคือ ต้นเหตุหลัก ที่ทำให้เชื้อโรคเพิ่มจำนวนในบ้านไม้ วิธีที่ช่วยได้ทันที ได้แก่

  • เปิดหน้าต่าง/ประตูเพื่อให้อากาศถ่ายเทในช่วงที่ฝนหยุดหรืออากาศไม่ชื้นจัด
  • ใช้พัดลมช่วยไล่อากาศอับ โดยเฉพาะห้องนอน ห้องเก็บของ และมุมอับ
  • ใช้เครื่องลดความชื้น (Dehumidifier) ในพื้นที่ที่ชื้นซ้ำ ๆ
  • หลีกเลี่ยงการตากผ้าในบ้าน เพราะเพิ่มไอน้ำและความอับชื้นโดยไม่รู้ตัว

2) ทำความสะอาดพื้นและผนังไม้แบบ ไม่เพิ่มความชื้น

การทำความสะอาดผิดวิธี โดยใช้น้ำมากหรือปล่อยให้พื้นไม้เปียกนาน ๆ อาจทำให้เชื้อโรคสะสมมากขึ้นแทนที่จะลดลง แนวทางที่แนะนำคือ

  • ใช้ผ้าหมาดบิดแห้ง (ไม่ชุ่มน้ำ) เช็ดพื้น/ผนังไม้
  • เลือกน้ำยาทำความสะอาดที่อ่อนโยนต่อผิวไม้ หลีกเลี่ยงสารกัดกร่อน
  • เช็ดซ้ำด้วยผ้าแห้งทุกครั้ง เพื่อป้องกันความชื้นค้าง
  • หากพื้นเปียกจากรองเท้าหรือฝนสาด ควรรีบเช็ดให้แห้งทันที

3) จัดการจุดอับและพื้นที่เสี่ยงเชื้อโรคเป็นพิเศษ

บ้านไม้หลายหลังมี จุดอับ ที่อากาศไม่ค่อยหมุนเวียน ทำให้ความชื้นค้างและเชื้อโรคเติบโตง่าย จุดที่ควรเช็กเป็นประจำ เช่น

  • ใต้เตียง ใต้โซฟา ใต้ตู้ และมุมห้องที่ไม่ค่อยโดนลม
  • ห้องน้ำและโซนซักล้าง (ความชื้นสูงเป็นพิเศษ)
  • ห้องเก็บของที่อัดแน่นและปิดทึบ

แนะนำให้เว้นช่องว่างหลังตู้/เฟอร์นิเจอร์เพื่อให้อากาศไหลผ่าน และทำความสะอาด/เช็ดแห้งสม่ำเสมอ

4) ซ่อมจุดรั่วซึมและป้องกันไม้เปียกซ้ำ ๆ

หากบ้านไม้มีน้ำซึมจากหลังคา ผนัง หรือขอบหน้าต่าง ความชื้นจะสะสมซ้ำจนเกิดเชื้อราและกลิ่นอับได้ง่าย ควรตรวจสอบและแก้ไขทันที โดยเฉพาะ

  • หลังคารั่ว รางน้ำตัน น้ำล้นเข้าผนัง
  • ขอบหน้าต่าง/ประตูที่ฝนสาดเข้าบ่อย
  • พื้นไม้บริเวณทางเข้าบ้านที่เปียกจากรองเท้าหรือฝน

เมื่อแก้สาเหตุได้ ความชื้นลดลง เชื้อโรคก็ลดลงตามธรรมชาติ

5) บำรุงและเคลือบไม้เพื่อลดการสะสมความชื้น

การดูแลผิวไม้ช่วยให้ไม้ทนชื้นและลดความเสี่ยงเชื้อโรคได้ในระยะยาว เช่น

  • ทาน้ำยาเคลือบไม้ตามรอบระยะที่เหมาะสม เพื่อช่วยป้องกันน้ำซึม
  • ตรวจสภาพสี/สารเคลือบ หากลอกหรือแตกลายงา ควรซ่อมแซมก่อนหน้าฝน
  • หลีกเลี่ยงการปล่อยให้ผิวไม้เปียกนาน ๆ และเช็ดให้แห้งหลังโดนน้ำ

6) ดูแลคุณภาพอากาศในบ้าน ลดกลิ่นอับและความค้างของอากาศ

อากาศที่ถ่ายเทดีช่วยลดการสะสมของเชื้อโรคและจุลินทรีย์ในพื้นที่ปิด ควรทำร่วมกันหลายวิธี เช่น

  • เปิดบ้านรับแสงแดดอ่อน ๆ เมื่อมีโอกาส (แสงช่วยลดความชื้นและลดความอับ)
  • ทำความสะอาดของใช้ที่สะสมความชื้นง่าย เช่น พรม ผ้าม่าน เบาะ และที่นอน
  • เก็บของให้เป็นระเบียบ ลดการอับทึบตามมุมต่าง ๆ

สรุป: บ้านไม้ในฤดูฝน ถ้าคุมความชื้นได้ เชื้อโรคก็เพิ่มจำนวนยาก

หัวใจสำคัญของการดูแลบ้านไม้ช่วงหน้าฝนคือ ลดความชื้น + เพิ่มการระบายอากาศ + ทำความสะอาดแบบไม่ทิ้งความชื้นค้าง เมื่อบ้านแห้งขึ้น กลิ่นอับลดลง โอกาสเกิดเชื้อราและเชื้อโรคสะสมก็จะลดลงอย่างชัดเจน ทำตามแนวทางข้างต้นเป็นกิจวัตร บ้านไม้ของคุณจะน่าอยู่ สุขภาพดี และคงความสวยงามได้ยาวนานตลอดฤดูฝน

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้