Last updated: 16 ต.ค. 2569 | 28 จำนวนผู้เข้าชม |
สรุปสั้น
หลายครอบครัวในห้วยขวางกลับเข้าบ้านหลังน้ำลด ล้างบ้านเรียบร้อย แต่ตกกลางคืนกลับจามไม่หยุด เด็ก ๆ คัดจมูกตอนตื่นนอน บางคนคันตามแขนขา คำถามที่ค้นหากันมากคือ ไรฝุ่นหลังน้ำท่วม เพิ่มขึ้นจริงไหม บทความนี้ตอบตรง ๆ ว่าเกิดจากอะไร ที่นอนแบบไหนควรทิ้ง แบบไหนเก็บได้ และควรจัดการห้องนอนตามลำดับใดในปี 2569
สารบัญ
"คุณบี" อายุสามสิบแปด อยู่ทาวน์เฮาส์สามชั้นในซอยย่านประชาราษฎร์บำเพ็ญ เขตห้วยขวาง กับสามีและลูกสาววัยหกขวบที่เป็นภูมิแพ้จมูกอยู่แล้ว ปี 2569 น้ำเข้าชั้นล่างสูงราวคืบและขังอยู่สามวัน ห้องนอนอยู่ชั้นสองจึงไม่โดนน้ำโดยตรง
หลังน้ำลด ครอบครัวล้างชั้นล่าง ทิ้งพรมและโซฟาผ้าที่จมน้ำ แล้วย้ายกลับมานอนชั้นบนทันที ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ลูกสาวจามทุกเช้า ขยี้ตาบ่อย และตื่นกลางดึกเพราะคัดจมูก คุณบีเองเริ่มคันแขนตอนนอน ทั้งที่ห้องนอนดูสะอาด
เมื่อเปิดตู้เสื้อผ้าก็ได้กลิ่นอับ ผ้าห่มในตู้ชื้นมือ และที่นอนมีกลิ่นไม่สดชื่นเหมือนเดิม เพราะช่วงน้ำท่วมทั้งบ้านปิดทึบ ไฟดับหลายวัน แอร์ไม่ได้เปิด ความชื้นจากชั้นล่างจึงลอยขึ้นมาค้างทั้งบ้าน คำถามของเธอคือ ห้องที่ไม่โดนน้ำก็มีปัญหาได้ด้วยหรือ
ไรฝุ่นเป็นสัตว์ขนาดเล็กมากจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า อาศัยในที่นอน หมอน ผ้าห่ม โซฟาผ้า พรม และตุ๊กตา กินเศษผิวหนังที่หลุดร่วง สารก่อภูมิแพ้ส่วนใหญ่มาจากมูลและซากของไรฝุ่น ไม่ได้มาจากการกัด
ไรฝุ่นไม่ได้ดื่มน้ำ แต่ดูดความชื้นจากอากาศ ห้องที่อุ่นและชื้นจึงเอื้อให้ไรฝุ่นเพิ่มจำนวนได้ดี บ้านหลังน้ำท่วมมักมีความชื้นสูงต่อเนื่องหลายสัปดาห์ จากผนังที่ยังไม่แห้ง พื้นที่อมน้ำ และการปิดบ้านไว้นาน จึงพูดได้ว่าสภาพบ้านหลังน้ำท่วม "เอื้อ" ต่อไรฝุ่น แม้จำนวนที่เพิ่มจริงในแต่ละบ้านจะแตกต่างกัน
สภาพเดียวกันนี้ทำให้เชื้อราเติบโตบนผนัง ตู้ และผ้า สปอร์เชื้อราเป็นสารก่อภูมิแพ้อีกกลุ่มหนึ่ง คนในบ้านจึงอาจได้รับทั้งไรฝุ่นและเชื้อราพร้อมกัน ซึ่งเป็นเหตุผลที่หลายคนรู้สึกว่าอาการหนักกว่าก่อนน้ำท่วม
อาการที่พบบ่อยในคนที่แพ้ไรฝุ่นหรือเชื้อรา ได้แก่ จาม น้ำมูกใส คัดจมูก คันตา และคันผิว ผู้ที่เป็นโรคหอบหืดอาจไอหรือหายใจมีเสียงวี้ดมากขึ้น หากอาการรุนแรงหรือเป็นต่อเนื่องควรพบแพทย์ บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์
อาการมักหนักช่วงกลางคืนและเช้า เพราะเป็นเวลาที่เราอยู่ใกล้ที่นอนและหมอนนานที่สุด เด็กที่นอนไม่พอจะงอแงและเรียนได้ไม่เต็มที่ ผู้ใหญ่ก็ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
หลายบ้านซื้อที่นอนใหม่ทันทีโดยไม่แก้ความชื้นในห้องก่อน ผ่านไปไม่กี่เดือน ที่นอนใหม่ก็เริ่มมีกลิ่นอับและสะสมไรฝุ่นเหมือนเดิม เท่ากับเสียเงินโดยไม่แก้ต้นเหตุ
กลุ่มที่เก็บไว้ควรผ่านการกำจัดไรฝุ่นและทำความสะอาดเชิงลึก ไม่ใช่แค่ตากแดดหรือฉีดน้ำหอม
แดดช่วยลดความชื้นที่ผิวได้บ้าง แต่ที่นอนหนาไม่แห้งถึงด้านใน และการตบทำให้ฝุ่นฟุ้งเข้าจมูกคนที่แพ้
เครื่องบางรุ่นไม่มีตัวกรองละเอียด ฝุ่นขนาดเล็กอาจถูกพ่นกลับออกมาทางช่องลม และแรงดูดอาจไม่พอดึงสิ่งสกปรกจากเนื้อที่นอน
ถ้าห้องยังชื้นและยังมีเชื้อราที่ผนังหรือตู้ ของใหม่ก็จะกลับไปเจอปัญหาเดิม
กลิ่นหอมช่วยกลบกลิ่นอับได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้ลดไรฝุ่นหรือเชื้อรา และยังเพิ่มสารระเหยใกล้จมูกตอนนอน ซึ่งอาจทำให้คนที่แพ้ง่ายระคายเคืองมากขึ้น ควรแก้ที่ความชื้นและความสะอาดของเนื้อที่นอนแทน
WHD แนะนำลำดับงานนี้สำหรับบ้านในห้วยขวางและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อแก้ทั้งต้นเหตุและอาการ
หากกำจัดไรฝุ่นก่อนแก้ความชื้นและเชื้อรา สภาพห้องก็ยังเอื้อให้ปัญหากลับมาเร็ว การจัดการต้นเหตุก่อนแล้วจึงทำความสะอาดที่นอน จะได้ผลนานกว่า กรมอนามัยมีคำแนะนำเรื่องการดูแลบ้านหลังน้ำลดเพิ่มเติมที่ เว็บไซต์กรมอนามัย
| ประเด็น | ทำเอง | บริการ WHD |
|---|---|---|
| ไรฝุ่นในเนื้อที่นอน | ตากแดด ตบ ดูดด้วยเครื่องบ้าน | กำจัดไรฝุ่นด้วยอุปกรณ์สำหรับที่นอนโดยตรง |
| เชื้อราและกลิ่นอับในห้อง | เปิดพัดลม ใช้น้ำหอม | อบโอโซนแบบควบคุมปริมาณ |
| เชื้อโรคจากน้ำท่วม | ถูพื้นด้วยน้ำยาทั่วไป | พ่นฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H ด้วยเครื่อง ULV |
| ลำดับงาน | ทำตามสะดวก อาจสลับขั้น | วางลำดับจากต้นเหตุไปถึงที่นอน |
เสียงจากเจ้าของบ้าน
"เราคิดว่าห้องนอนชั้นสองไม่โดนน้ำก็ไม่น่ามีปัญหา ทีมงานชี้ให้ดูว่าความชื้นจากชั้นล่างขึ้นมาถึงตู้และที่นอน เขาไล่ทำทีละขั้น ตั้งแต่ชั้นล่างจนถึงที่นอนลูก ตอนนี้ลูกนอนหลับยาวขึ้น และเรารู้ว่าต้องดูแลห้องต่ออย่างไร"
— คุณบี (นามสมมติ) ทาวน์เฮาส์ย่านประชาราษฎร์บำเพ็ญ ห้วยขวาง กรุงเทพฯ
สภาพบ้านหลังน้ำท่วมเอื้อให้ไรฝุ่นเพิ่มขึ้นได้ เพราะไรฝุ่นดูดความชื้นจากอากาศ และบ้านมักชื้นต่อเนื่องหลายสัปดาห์ แต่ปริมาณที่เพิ่มขึ้นจริงขึ้นกับแต่ละบ้าน การลดความชื้นและทำความสะอาดที่นอนจึงสำคัญกว่าการเดา
ถ้าที่นอนจมน้ำท่วมโดยตรง ส่วนใหญ่ควรพิจารณาทิ้ง เพราะน้ำท่วมมักปนเปื้อนและซึมถึงฟองน้ำด้านใน การกำจัดไรฝุ่นไม่ได้แก้การปนเปื้อนจากน้ำเสีย ส่วนที่นอนที่ไม่โดนน้ำแต่อยู่ในบ้านที่ชื้น สามารถทำความสะอาดและกำจัดไรฝุ่นแล้วใช้ต่อได้
การอบโอโซนเหมาะกับการจัดการเชื้อราและกลิ่นอับในห้องมากกว่า สำหรับไรฝุ่นที่อยู่ลึกในเนื้อที่นอนและหมอน ควรใช้การดูดและทำความสะอาดโดยตรงด้วยอุปกรณ์ที่ออกแบบมาสำหรับที่นอน ทั้งสองวิธีจึงทำงานเสริมกัน
ควรทำหลังจากคัดแยกของ พ่นฆ่าเชื้อ และลดความชื้นในห้องแล้ว เพื่อไม่ให้ไรฝุ่นและเชื้อรากลับมาเร็ว ในทางปฏิบัติคือหลังบ้านเริ่มแห้งและพร้อมกลับเข้าอยู่ ทีมงานจะช่วยประเมินจังหวะที่เหมาะกับบ้านของคุณ
เพราะความชื้นจากชั้นล่างลอยขึ้นมาทั่วบ้าน โดยเฉพาะเมื่อปิดบ้านไว้นานและไม่ได้เปิดแอร์หรือพัดลม ตู้เสื้อผ้า ที่นอน และผ้าห่มจึงดูดความชื้นไว้ สภาพนี้เอื้อทั้งไรฝุ่นและเชื้อรา แม้ห้องจะไม่เคยมีน้ำเข้า
ซักผ้าปู ปลอกหมอน และผ้าห่มด้วยน้ำร้อนเท่าที่เนื้อผ้าทนได้ตามฉลาก แล้วอบหรือตากให้แห้งสนิท ทำอย่างสม่ำเสมอ และพิจารณาใช้ปลอกกันไรฝุ่นสำหรับที่นอนและหมอนของคนที่แพ้ง่าย
ลดพรม ตุ๊กตา และผ้าที่สะสมฝุ่นในห้องเด็ก ควบคุมความชื้น และให้เด็กอยู่นอกห้องระหว่างทำความสะอาดหรืออบโอโซน หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีหอบหืดกำเริบ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม
ห้องนอนหลังน้ำท่วมทำให้จามทุกคืน? ให้ WHD ช่วยจัดการไรฝุ่น เชื้อรา และกลิ่นอับ
ดูบริการกำจัดไรฝุ่น คลิกที่นี่
ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
อ่านต่อและแหล่งข้อมูล
#ไรฝุ่นหลังน้ำท่วม #กำจัดไรฝุ่น #ภูมิแพ้หลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #อบโอโซน #กำจัดกลิ่นอับ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม #ห้วยขวาง
คำค้นหา: ไรฝุ่นหลังน้ำท่วม, กำจัดไรฝุ่นที่นอน, ไรฝุ่นเพิ่มขึ้นเพราะความชื้น, ภูมิแพ้หลังน้ำท่วม, ทำความสะอาดที่นอนหลังน้ำท่วม, ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 2569