ห้องเรียนไม้ชั้นล่างของโรงเรียนขยายโอกาสโดนน้ำท่วม จะเปิดภาคเรียนได้อย่างไรให้ปลอดภัย? พื้นไม้ ผนังไม้ และโต๊ะเรียนขึ้นรา กำจัดกลิ่นอับด้วยการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน อำเภอพรหมบุรี สิงห์บุรี ปี 2569

Last updated: 15 ต.ค. 2569  |  28 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บ้านไม้ในฤดูฝน

ห้องเรียนไม้ชั้นล่างของโรงเรียนขยายโอกาสโดนน้ำท่วม จะเปิดภาคเรียนได้อย่างไรให้ปลอดภัย? พื้นไม้ ผนังไม้ และโต๊ะเรียนขึ้นรา กำจัดกลิ่นอับด้วยการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน อำเภอพรหมบุรี สิงห์บุรี ปี 2569

เรื่องเล่าจากหน้างาน: อาคารไม้หลังเก่าที่ทุกคนรัก

"ครูสมศักดิ์" เป็นครูประจำชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในโรงเรียนขยายโอกาสแห่งหนึ่งในอำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี โรงเรียนสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียนไม่ถึงสองร้อยคน ส่วนใหญ่เป็นลูกหลานเกษตรกรในตำบล อาคารที่ทุกคนผูกพันที่สุดคืออาคารเรียนไม้สองชั้นหลังเก่า ชั้นล่างเป็นห้องเรียนมัธยมสามห้อง พื้นเป็นไม้กระดานวางบนตงไม้ยกสูงจากดินไม่มาก ผนังเป็นไม้ตีซ้อน หน้าต่างบานไม้เปิดออกรับลม

ช่วงน้ำท่วมปี 2569 โรงเรียนปิดก่อนกำหนด น้ำเข้ามาท่วมใต้ถุนและเอ่อขึ้นมาเหนือพื้นไม้ชั้นล่างราวหนึ่งคืบ ขังอยู่หลายวัน เมื่อน้ำลด ครูสมศักดิ์กับเพื่อนครูกลับมาดูอาคาร ประตูห้องเรียนเปิดยากเพราะไม้บวม พื้นกระดานบางแผ่นโก่ง กลิ่นอับชื้นปนกลิ่นโคลนลอยออกมาตั้งแต่ยังไม่ก้าวเข้าห้อง โต๊ะเรียนไม้มีจุดราขาวขึ้นที่ขาและใต้โต๊ะ บอร์ดนิทรรศการผลงานนักเรียนที่ติดผนังด้านล่างเปื่อยยุ่ย และใต้ถุนอาคารยังมีโคลนเปียกขังอยู่

อีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะเปิดภาคเรียนที่ 2 ผู้อำนวยการถามในที่ประชุมครูว่าจะใช้ห้องเรียนชั้นล่างได้ทันหรือไม่ ครูหลายคนกังวลเรื่องนักเรียนที่เป็นภูมิแพ้และหอบหืด บางคนเสนอให้ทาสีทับให้จบ ๆ ไป แต่ครูสมศักดิ์รู้ดีว่าไม้ที่ยังชื้นอยู่ข้างในจะทำให้ปัญหากลับมาอีก เขาจึงอยากได้แผนที่ทำให้ห้องเรียนไม้หลังนี้กลับมาใช้ได้อย่างปลอดภัยจริง ๆ

ทำไมห้องเรียนไม้หลังน้ำท่วมจึงต้องดูแลต่างจากอาคารปูน

1. ไม้ดูดน้ำและคายความชื้นช้า

ไม้เป็นวัสดุที่มีรูพรุน เมื่อแช่น้ำหลายวัน น้ำจะซึมเข้าไปในเนื้อไม้ลึก ผิวหน้าอาจดูแห้งภายในไม่กี่วัน แต่ข้างในยังชื้นอีกนาน ความชื้นนี้เองที่ทำให้เชื้อราเติบโตต่อเนื่อง และเป็นต้นเหตุของกลิ่นอับที่ไม่ยอมหายไป

2. ใต้ถุนเตี้ยคือแหล่งความชื้นที่มองไม่เห็น

อาคารไม้ที่ยกพื้นไม่สูงมาก ใต้ถุนจะระบายอากาศได้น้อย โคลนและน้ำขังใต้พื้นทำให้ความชื้นลอยขึ้นมาผ่านร่องกระดานตลอดเวลา ถ้าไม่จัดการใต้ถุน ห้องเรียนข้างบนก็จะชื้นต่อไป

3. นักเรียนนั่งในห้องวันละหลายชั่วโมง

นักเรียนมัธยมนั่งเรียนในห้องเดิมวันละหกถึงเจ็ดชั่วโมง ถ้าอากาศในห้องมีสปอร์เชื้อราสูง นักเรียนที่มีภูมิแพ้หรือหอบหืดอาจมีอาการจาม คัดจมูก ไอ หรือหายใจไม่สะดวก ซึ่งกระทบทั้งสุขภาพและสมาธิในการเรียน ยิ่งช่วงใกล้สอบปลายภาคของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ต้องเตรียมตัวเรียนต่อ ห้องเรียนที่อากาศไม่ดีจะยิ่งเป็นภาระทั้งกับนักเรียนและครู

4. โคลนและน้ำขังเสี่ยงโรค

ครู นักการภารโรง และนักเรียนที่มาช่วยล้างโรงเรียน ต้องสัมผัสโคลนและน้ำขัง ซึ่งอาจมีเชื้อแบคทีเรียหลายชนิด รวมถึงเชื้อโรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิสที่เข้าทางบาดแผล จึงต้องสวมรองเท้าบูทและถุงมือทุกครั้ง และนักเรียนไม่ควรลงไปทำงานในใต้ถุนที่ยังมีน้ำขัง

5. งบประมาณและเวลาของโรงเรียนเล็ก

โรงเรียนขยายโอกาสส่วนมากมีครูไม่มาก และไม่มีงบสำหรับเปลี่ยนพื้นหรือผนังไม้ทั้งหลังในทันที การเลือกทำสิ่งที่จำเป็นตามลำดับ จึงช่วยให้โรงเรียนใช้งบได้คุ้มค่าและเปิดภาคเรียนได้ตามกำหนด

ทำไมวิธีที่มักทำกันจึงยังไม่พอ

  • ทาสีหรือเคลือบไม้ทับทันที: สีและน้ำมันเคลือบจะปิดความชื้นไว้ในเนื้อไม้ เชื้อราจะเติบโตอยู่ข้างใต้ และสีจะลอกหรือพองในเวลาไม่นาน
  • ราดน้ำยาฟอกขาวลงพื้นไม้: น้ำยาอาจทำให้ไม้ด่างและเพิ่มความชื้นให้พื้นอีกรอบ กลิ่นฉุนยังรบกวนนักเรียน
  • ปิดห้องไว้รอเปิดเทอม: ห้องไม้ที่ปิดสนิทในช่วงที่ยังชื้น คือการบ่มเชื้อราอย่างดี
  • ล้างแค่บนพื้น ไม่ดูใต้ถุน: โคลนใต้ถุนยังส่งความชื้นและกลิ่นขึ้นมาตลอด
  • ใช้น้ำหอมหรือสเปรย์ปรับอากาศ: กลบกลิ่นได้ไม่กี่ชั่วโมง และไม่เหมาะกับห้องที่มีนักเรียนภูมิแพ้

ลำดับงานที่ถูกต้อง: ทำให้แห้งก่อน แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน

  1. เคลียร์ใต้ถุน: ขนโคลนและเศษขยะออกจากใต้ถุน เปิดช่องลมให้อากาศผ่าน ถ้ามีน้ำขังให้ระบายออก
  2. ล้างและเปิดระบายอากาศ: ล้างโคลนบนพื้นและผนัง เปิดหน้าต่างและประตูทุกบานในวันที่อากาศดี ใช้พัดลมช่วยเป่าออกนอกอาคาร ไม่เป่าเข้าหาห้องที่สะอาดแล้ว
  3. ตรวจโครงสร้างไม้: ให้ช่างไม้ตรวจตง คาน และพื้นกระดานที่โก่ง และตรวจร่องรอยปลวก ซึ่งมักตามมาหลังไม้ชื้น
  4. คัดของ: บอร์ดกระดาษ ฟิวเจอร์บอร์ด และผลงานนักเรียนที่เปื่อย ควรถ่ายรูปเก็บไว้แล้วทิ้ง โต๊ะและเก้าอี้ไม้ยกออกมาผึ่งในที่ร่มที่ลมผ่าน
  5. พ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน: เมื่อผิวไม้เริ่มแห้งและไม่มีโคลนแล้ว จึงให้ทีมงานเข้าดำเนินการ
  6. ทาสีหรือเคลือบไม้: ทำเป็นขั้นสุดท้าย เมื่อช่างยืนยันว่าไม้แห้งพอ ซึ่งอาจต้องรอหลังเปิดภาคเรียนสำหรับบางส่วน

ทางออก: พ่นฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H และอบโอโซน โดยทีมงานมืออาชีพ

World Health Disinfection ให้บริการ พ่นฆ่าเชื้อโรค ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H ผ่านเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่เข้าถึงร่องกระดาน ใต้โต๊ะ มุมผนัง และใต้ถุนอาคาร และบริการ อบโอโซน สำหรับห้องเรียนที่ปิดได้ เพื่อลดสปอร์เชื้อราในอากาศและสลายโมเลกุลกลิ่นอับ

ขั้นตอนการทำงานในโรงเรียน

  1. สำรวจร่วมกับผู้บริหารและครู: ดูระดับน้ำ ห้องที่มีเชื้อรา ใต้ถุน ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องวิทยาศาสตร์ และโรงอาหาร
  2. แนะนำการเตรียมพื้นที่: ลำดับการล้าง การระบายอากาศ และการคัดของ
  3. ย้ายหรือคลุมอุปกรณ์: คอมพิวเตอร์ โปรเจกเตอร์ ทีวี และเครื่องเสียง ควรย้ายออกหรือคลุมให้มิดชิด สารเคมีในห้องวิทยาศาสตร์ให้ครูผู้รับผิดชอบตรวจและเก็บตามหลักความปลอดภัยก่อน
  4. พ่นฆ่าเชื้อ: พ่นละอองน้ำยาในห้องเรียน พื้นไม้ ผนัง โต๊ะเก้าอี้ ห้องน้ำ และใต้ถุน
  5. อบโอโซน: ปิดห้องเรียนทีละห้องหรือทีละโซน แล้วเดินเครื่องโอโซนตามเวลาที่เหมาะกับขนาดห้อง ห้ามมีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ในห้องระหว่างอบ
  6. ระบายอากาศ: เปิดหน้าต่างไม้ทุกบานระบายอากาศ ทีมงานแจ้งเมื่อกลับเข้าห้องได้
  7. ตรวจซ้ำ: ตรวจกลิ่นและจุดราร่วมกับครู และนัดตรวจซ้ำหากไม้บางส่วนยังชื้น

ความปลอดภัยของโอโซน

  • ทำงานในวันที่ไม่มีนักเรียน และต้องระบายอากาศเพียงพอก่อนกลับเข้าห้อง
  • ต้นไม้ในกระถางที่ครูนำมาตกแต่งห้อง และสัตว์ที่เลี้ยงไว้ในโรงเรียน ต้องย้ายออกก่อนอบ
  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และของที่ทำจากยางควรนำออกหรือคลุม ทีมงานจะควบคุมปริมาณโอโซนให้เหมาะสม

10 เหตุผลที่โรงเรียนเลือกใช้บริการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน

  1. ละอองฝอยเข้าถึงร่องพื้นไม้และใต้ถุน: การพ่นแบบ ULV ทั่วถึงกว่าการเช็ดด้วยมือ
  2. ลดสปอร์เชื้อราในห้องเรียน: การอบโอโซน ช่วยให้อากาศในห้องดีขึ้นสำหรับนักเรียนที่นั่งเรียนทั้งวัน
  3. กลิ่นอับของไม้ลดลงจากต้นเหตุ: ไม่ต้องพึ่งน้ำหอม
  4. น้ำยาที่ใช้ในงานด้านสุขอนามัย: CHEMGENE HLD4H ใช้ได้กับพื้นผิวหลายชนิด
  5. ช่วยวางลำดับงานให้ถูก: ไม่เสียงบทาสีซ้ำ
  6. ทำงานเป็นโซน: เปิดใช้ห้องที่พร้อมก่อนได้
  7. ครูและผู้ปกครองมั่นใจ: มีขั้นตอนอธิบายได้ชัดเจน
  8. เปิดภาคเรียนได้ตามกำหนด: นักเรียนไม่ต้องย้ายไปเรียนที่อื่น
  9. มีคำแนะนำดูแลต่อ: รวมถึงการใช้ สเปรย์ Chemgene 750 มล. กับจุดสัมผัสบ่อย
  10. ดูแลเรื่องยุงในโรงเรียน: สนามและใต้ถุนที่มีน้ำขัง เสริมด้วย บริการพ่นยุง

ภาพก่อนและหลัง

ก่อน

  • กลิ่นอับชื้นปนโคลนตั้งแต่หน้าห้อง
  • พื้นกระดานบางแผ่นโก่ง ประตูเปิดยาก
  • โต๊ะเรียนไม้มีจุดราขาวใต้โต๊ะและที่ขา
  • บอร์ดผลงานนักเรียนเปื่อยยุ่ย
  • ใต้ถุนมีโคลนเปียกขัง

หลัง

  • ใต้ถุนสะอาด ลมผ่านได้
  • ช่างตรวจพื้นและโครงสร้างไม้แล้ว
  • โต๊ะเก้าอี้แห้งและผ่านการพ่นฆ่าเชื้อ
  • อากาศในห้องโปร่ง กลิ่นอับลดลงชัดเจน
  • ห้องเรียนพร้อมรับนักเรียนในภาคเรียนใหม่

เสียงจากครู

"ดีใจที่ไม่ได้รีบทาสีทับตามที่บางคนเสนอ ทีมงานแนะนำให้เคลียร์ใต้ถุนและเปิดลมก่อน แล้วค่อยพ่นฆ่าเชื้อกับอบโอโซนทีละห้อง เปิดเทอมมาเด็ก ๆ ไม่บ่นเรื่องกลิ่นแล้ว เด็กที่เป็นภูมิแพ้ในห้องก็นั่งเรียนได้ตามปกติ"

— ครูสมศักดิ์ ครูประจำชั้น ม.1 โรงเรียนขยายโอกาสแห่งหนึ่ง อำเภอพรหมบุรี (สถานการณ์ตัวอย่าง)

ดูแลห้องเรียนไม้ต่ออย่างไรหลังเปิดภาคเรียน

  • ให้เวรประจำวันเปิดหน้าต่างทุกบานตอนเช้า และปิดเมื่อฝนตก
  • ไม่วางกระเป๋าและหนังสือชิดผนังด้านล่างหรือบนพื้นไม้โดยตรงในช่วงแรก
  • สังเกตพื้นและผนังไม้ทุกสัปดาห์ ถ้ามีจุดดำหรือกลิ่นอับกลับมาให้แจ้งครู
  • เช็ดโต๊ะเรียน ลูกบิดประตู และราวบันไดเป็นประจำ
  • ตรวจใต้ถุนหลังฝนตกหนัก ไม่ให้มีน้ำขังซึ่งเป็นแหล่งยุงลาย
  • ทาสีหรือเคลือบไม้เมื่อช่างยืนยันว่าแห้งพอ อาจทำในช่วงปิดภาคเรียนถัดไป

อย่าลืมโรงอาหาร ห้องน้ำ และห้องเรียนเด็กเล็ก

นอกจากอาคารไม้แล้ว โรงเรียนขยายโอกาสยังมีพื้นที่อื่นที่นักเรียนใช้ทุกวัน ซึ่งต้องพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนเช่นกัน

  • โรงอาหารและครัว: ทิ้งวัตถุดิบที่โดนน้ำ ล้างภาชนะ ถาดหลุม และโต๊ะอาหาร ตรวจถังเก็บน้ำและเครื่องกรองน้ำดื่ม ให้แม่ครัวและผู้ดูแลอาหารกลางวันตรวจความพร้อมร่วมกับครู
  • ห้องน้ำนักเรียน: ล้างโคลนในห้องน้ำและท่อระบายน้ำ ตรวจว่าระบบน้ำทิ้งไม่ไหลย้อน และเป็นจุดที่ควรพ่นฆ่าเชื้อร่วมด้วย
  • ห้องเรียนอนุบาล: เด็กเล็กนั่งและเล่นบนพื้น ควรเปลี่ยนเบาะหรือพรมที่แช่น้ำ และเปิดระบายอากาศหลังอบโอโซนนานกว่าห้องอื่น
  • ห้องสมุดโรงเรียน: คัดหนังสือที่เปียกออกก่อน ไม่พ่นน้ำยาลงบนหนังสือโดยตรง

ก่อนเปิดภาคเรียน โรงเรียนควรแจ้งผู้ปกครองผ่านกลุ่ม LINE ของห้องว่าทำอะไรไปแล้วบ้าง พร้อมรูปก่อนและหลัง และขอให้ผู้ปกครองแจ้งครูหากนักเรียนมีภูมิแพ้หรือโรคประจำตัว เพื่อให้ครูช่วยสังเกตอาการในช่วงสัปดาห์แรก

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: พื้นไม้ยังชื้นอยู่ พ่นฆ่าเชื้อได้เลยไหม?
ตอบ: ควรล้างโคลนและเปิดระบายอากาศให้ผิวไม้เริ่มแห้งก่อน ทีมงานจะประเมินตอนสำรวจว่าพร้อมหรือยัง

ถาม: อบโอโซนช่วยให้ไม้แห้งไหม?
ตอบ: ไม่ใช่ โอโซนช่วยเรื่องกลิ่นและสปอร์ในอากาศ ส่วนการทำให้ไม้แห้งต้องอาศัยการระบายอากาศและเวลา

ถาม: โต๊ะเรียนไม้ที่ขึ้นราต้องทิ้งไหม?
ตอบ: ถ้าเป็นไม้จริงที่ไม่ผุ ส่วนมากเช็ดทำความสะอาด ผึ่งให้แห้ง และพ่นฆ่าเชื้อได้ ส่วนโต๊ะไม้อัดที่บวมหรือผุควรเปลี่ยน

ถาม: ห้องวิทยาศาสตร์ที่มีสารเคมีทำได้ไหม?
ตอบ: ครูผู้รับผิดชอบควรตรวจและจัดเก็บสารเคมีตามหลักความปลอดภัยก่อน แล้วทีมงานจึงเข้าทำงานในพื้นที่ที่ตกลงกัน

ถาม: ทำทั้งโรงเรียนในวันเดียวได้ไหม?
ตอบ: ขึ้นกับจำนวนห้องและความพร้อมของพื้นที่ ทีมงานอาจแบ่งทำเป็นโซน เพื่อให้ห้องที่พร้อมก่อนได้ใช้งานก่อน

ถาม: ให้บริการพื้นที่ใดบ้าง?
ตอบ: อำเภอพรหมบุรี อำเภอเมืองสิงห์บุรี อินทร์บุรี บางระจัน ท่าช้าง และพื้นที่ใกล้เคียง

ให้ห้องเรียนไม้หลังเก่ากลับมาพร้อมรับนักเรียน

บริการสำหรับโรงเรียน ศูนย์การเรียนรู้ และอาคารไม้ในจังหวัดสิงห์บุรี

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

บทความและลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

#พ่นฆ่าเชื้อโรงเรียน #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #พรหมบุรี

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อห้องเรียนไม้หลังน้ำท่วม, อบโอโซนห้องเรียน, โรงเรียนขยายโอกาส, อาคารเรียนไม้, โต๊ะเรียนขึ้นรา, กำจัดกลิ่นอับ, พรหมบุรี, สิงห์บุรี 2569

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้