SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับมหาวิทยาลัยและหอพักนักศึกษา พ่นฆ่าเชื้ออาคารเรียนหลังน้ำท่วม กรุงเทพฯ ปี 2569

Last updated: 9 ต.ค. 2569  |  13 จำนวนผู้เข้าชม  | 

SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับมหาวิทยาลัยและหอพักนักศึกษา พ่นฆ่าเชื้ออาคารเรียนหลังน้ำท่วม กรุงเทพฯ ปี 2569

SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับมหาวิทยาลัยและหอพักนักศึกษา พ่นฆ่าเชื้ออาคารเรียนหลังน้ำท่วม กรุงเทพฯ ปี 2569

ถ้าคุณเป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัย หัวหน้างานอาคารสถานที่ ผู้ดูแลหอพักนักศึกษา หรือเจ้าของหอพักเอกชนรอบมหาวิทยาลัย ที่กำลังค้นหาว่า "หลังน้ำลดควรฆ่าเชื้ออาคารเรียนอย่างไรให้ทันเปิดเรียน" หรือ "เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังรุ่นไหนเหมาะกับพื้นที่กว้างอย่างวิทยาเขต" บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อคุณ เราจะเล่าผ่านเหตุการณ์ น้ำท่วมมหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพฯ ปี 2569 ที่สื่อสาธารณะรายงานว่าหนักที่สุดในรอบหลายสิบปี แล้วอธิบายว่าทำไมสถาบันการศึกษาที่มีอาคารหลายสิบหลัง ห้องเรียนนับร้อยห้อง และหอพักที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก จึงควรมี SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง ไว้เป็นครุภัณฑ์ประจำหน่วยงาน เพื่อให้ทีมอาคารสถานที่ฆ่าเชื้อได้เองหลังล้างทำความสะอาดเสร็จ

สถานการณ์น้ำท่วมมหาวิทยาลัยรามคำแหง ปี 2569 ที่ทุกสถาบันควรเรียนรู้

ตามรายงานของ Thai PBS (thaipbs.or.th) น้ำท่วมมหาวิทยาลัยรามคำแหงในช่วงวันที่ 25 กันยายน ถึง 1 ตุลาคม ปี 2569 มีระดับน้ำสูงเกือบ 2 เมตรในบางจุด และท่วมขังอยู่ราว 6 วัน อาคารมากกว่าครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 65 อาคารได้รับผลกระทบ ความเสียหายประเมินว่าเกิน 200 ล้านบาท และถูกระบุว่าเป็นน้ำท่วมที่หนักที่สุดในรอบราว 4 ทศวรรษ อาคารที่ได้รับผลกระทบมีทั้งสถาบันคอมพิวเตอร์ คณะศึกษาศาสตร์ หอสมุดกลาง โรงเรียนสาธิต ศูนย์กีฬา และหน่วยบริการทางการแพทย์

รายงานเดียวกันระบุว่ามหาวิทยาลัยกำหนดเปิดเรียนวันที่ 5 ตุลาคม และยังคงการสอบปลายภาคไว้ในช่วงวันที่ 14 ถึง 28 ตุลาคม ตามกำหนดเดิม อีกประเด็นที่น่าสนใจคือมหาวิทยาลัยเลือกที่จะไม่สูบน้ำออกไปยังชุมชนรอบข้าง ซึ่งสะท้อนว่าสถาบันการศึกษาขนาดใหญ่เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน การตัดสินใจทุกอย่างหลังน้ำท่วมจึงต้องคิดถึงทั้งนักศึกษา บุคลากร และเพื่อนบ้านไปพร้อมกัน

ในภาพใหญ่ระดับประเทศ ตามรายงานของกรมประชาสัมพันธ์ (PRD) ซึ่งอ้างข้อมูลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล 1,154,875 ครัวเรือน ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 3.1 ล้านคน (prd.go.th) ตัวเลขนี้บอกเราว่าน้ำท่วมปี 2569 ไม่ได้เป็นเรื่องของสถาบันใดสถาบันหนึ่ง มหาวิทยาลัย วิทยาลัย และหอพักอีกจำนวนมากทั่วประเทศกำลังเผชิญโจทย์เดียวกัน คือจะทำให้อาคารกลับมาสะอาดและพร้อมใช้งานได้เร็วที่สุดอย่างไร

กรณีตัวอย่าง: หัวหน้างานอาคารสถานที่กับเวลาเพียงไม่กี่วันก่อนเปิดเรียน

หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อยในสถาบันการศึกษาหลังน้ำท่วม ไม่ใช่คำบอกเล่าของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และไม่ได้อ้างว่าเกิดขึ้นจริงในมหาวิทยาลัยรามคำแหง

คุณสมชาย หัวหน้างานอาคารสถานที่ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ยืนอยู่หน้าอาคารเรียนรวมในเช้าวันแรกที่น้ำลดลงจนเดินได้ พื้นชั้นล่างทั้งอาคารเต็มไปด้วยคราบโคลนสีน้ำตาลเข้ม โต๊ะเรียนเหล็กมีคราบน้ำขึ้นสูงระดับเอว ผนังห้องน้ำมีเส้นแนวน้ำชัดเจน และกลิ่นอับชื้นลอยออกมาจากห้องเก็บเอกสารที่ปิดไว้ตลอดสัปดาห์ เขามีเวลาเพียงไม่กี่วันก่อนวันเปิดเรียน และอีกไม่ถึงสามสัปดาห์ก่อนสอบปลายภาค ซึ่งนักศึกษาหลายพันคนจะเข้ามาใช้ห้องสอบพร้อมกัน

ทีมของคุณสมชายมีแม่บ้านและพนักงานทำความสะอาดราวยี่สิบคน มีถังพ่นมือโยกอยู่ไม่กี่ใบ ไม้ถูพื้น และน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป ทุกคนลงมือขัดล้างโคลนกันตั้งแต่เช้า แต่เมื่อถึงขั้นตอนฆ่าเชื้อ เขาคำนวณคร่าว ๆ แล้วพบว่าถ้าใช้ถังมือโยกพ่นทีละห้อง ทีมจะใช้เวลาหลายวันกว่าจะครบเพียงอาคารเดียว ขณะที่ยังมีอาคารอื่นรออยู่อีกหลายหลัง ทั้งหอสมุด ศูนย์กีฬา ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ และหอพักที่นักศึกษาต่างจังหวัดรอจะกลับเข้าพัก

คืนนั้นคุณสมชายเปิดอินเทอร์เน็ตค้นหาคำว่า "เครื่องพ่นฆ่าเชื้อพื้นที่กว้าง" และ "เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง" เขาไม่ได้ต้องการเครื่องที่วิเศษ แต่ต้องการเครื่องมือที่ทำให้ทีมเดิมทำงานได้มากขึ้นหลายเท่า ทำงานได้ทั้งในอาคารและลานกว้าง และเก็บไว้ใช้ได้อีกหลายปีเมื่อฤดูฝนวนกลับมา นี่คือจุดที่หลายสถาบันเริ่มรู้จัก SOLO PORT 423

ทำไมมหาวิทยาลัยและหอพักหลังน้ำลดจึงต้องฆ่าเชื้อเป็นวงกว้าง

น้ำท่วมในเมืองไม่ได้มีแค่น้ำฝน น้ำที่ไหลผ่านถนน ท่อระบายน้ำ บ่อพัก และพื้นที่ชุมชน จะพาสิ่งปนเปื้อนหลายชนิดเข้ามาในอาคาร ทั้งน้ำเสียจากครัวเรือน สิ่งปฏิกูล ขยะ และปัสสาวะของสัตว์ เมื่อน้ำลดลง สิ่งเหล่านี้จะตกค้างอยู่ในโคลน บนพื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ และซอกมุมที่มองไม่เห็น เชื้อโรคที่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วมแบ่งได้เป็นกลุ่มใหญ่ดังนี้

  • แบคทีเรีย เช่น อีโคไล (E. coli) และซัลโมเนลลา (Salmonella) ที่มากับน้ำเสียและสิ่งปฏิกูล ทำให้เกิดอาการท้องร่วงและอาหารเป็นพิษ รวมถึงความเสี่ยงโรคเลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู จากเชื้อเลปโตสไปรา (Leptospira) ที่ปนอยู่ในน้ำขังและดินเปียก
  • ไวรัส เช่น โนโรไวรัส (norovirus) และโรตาไวรัส (rotavirus) ที่ทำให้ท้องร่วงและแพร่ได้เร็วในที่ที่คนใช้ห้องน้ำร่วมกัน รวมถึงไวรัสทางเดินหายใจอย่างไข้หวัดใหญ่ (influenza) และอาร์เอสวี (RSV) ซึ่งแพร่ง่ายเมื่อคนจำนวนมากกลับมาอยู่ในห้องเรียนหรือหอพักที่อับชื้น
  • เชื้อรา ที่เติบโตเร็วบนผนังยิปซัม ฝ้าเพดาน พรม ม่าน ฟูก และกระดาษ ทำให้เกิดกลิ่นอับและกระตุ้นอาการภูมิแพ้หรือหอบหืดในนักศึกษาและบุคลากรบางคน

สิ่งที่ทำให้มหาวิทยาลัยแตกต่างจากบ้านทั่วไปคือ ความหนาแน่นของคน ห้องเรียนหนึ่งห้องอาจมีนักศึกษาหลายสิบถึงหลายร้อยคน ห้องสอบในช่วงปลายภาคแทบไม่มีที่ว่าง หอพักนักศึกษาใช้ห้องน้ำรวม ห้องซักรีดรวม และโรงอาหารร่วมกัน เมื่อคนจำนวนมากใช้พื้นที่เดียวกัน ราวบันได ลูกบิดประตู โต๊ะเรียน ปุ่มลิฟต์ และอ่างล้างมือ จะกลายเป็นจุดสัมผัสร่วมที่ส่งต่อเชื้อได้ง่าย หากอาคารที่เพิ่งผ่านน้ำท่วมยังไม่ได้ฆ่าเชื้ออย่างทั่วถึง ปัญหาสุขภาพเล็ก ๆ อาจขยายเป็นการระบาดในชั้นเรียนหรือในหอพักได้

ข้อสำคัญที่ต้องเข้าใจตั้งแต่ต้นคือ การฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนหลังการทำความสะอาด ต้องตักโคลนออก ล้างด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาทำความสะอาด เปิดระบายอากาศให้แห้งก่อน แล้วจึงพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามฉลาก เครื่องพ่นเป็นเพียงอุปกรณ์ที่ช่วยกระจายน้ำยาให้ทั่วถึงและรวดเร็ว ส่วนประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อเป็นคุณสมบัติของน้ำยาที่เลือกใช้ ใครที่มีอาการไข้ ปวดน่อง ท้องร่วง หรือผื่นหลังลุยน้ำ ควรพบแพทย์ทันที การพ่นฆ่าเชื้อไม่สามารถแทนการรักษาทางการแพทย์ได้

ความเจ็บปวดของมหาวิทยาลัยและหอพักหลังน้ำลด ที่คนภายนอกอาจมองไม่เห็น

ขนาดพื้นที่มหาศาล มหาวิทยาลัยไม่ได้มีแค่ห้องเรียน แต่ยังมีหอสมุด ศูนย์กีฬา โรงอาหาร ห้องปฏิบัติการ สำนักงานคณะ ลานจอดรถ ทางเดินเชื่อม และหอพัก เมื่ออาคารกว่าครึ่งของวิทยาเขตได้รับผลกระทบพร้อมกัน งานฆ่าเชื้อจึงมีขนาดหลายหมื่นตารางเมตร ไม่ใช่งานที่ทำเสร็จได้ในบ่ายเดียว

แรงงานมีจำกัด พนักงานทำความสะอาดชุดเดิมต้องทำทุกอย่าง ตั้งแต่ตักโคลน ขนเฟอร์นิเจอร์ที่เสียหาย ล้างพื้น ไปจนถึงพ่นน้ำยา หลายคนเองก็เป็นผู้ประสบภัยที่บ้านถูกน้ำท่วมเช่นกัน การใช้แรงงานกับขั้นตอนที่ช้าและซ้ำซากจึงทำให้ทีมเหนื่อยล้าเร็วมาก

เวลาเป็นศัตรู ปฏิทินการศึกษาไม่รอใคร วันเปิดเรียนและวันสอบปลายภาคถูกประกาศไว้แล้ว นักศึกษาหลายหมื่นคนวางแผนการเดินทาง การเรียน และที่พักไว้ล่วงหน้า หากอาคารยังไม่พร้อม การย้ายห้องสอบหรือเลื่อนกำหนดการจะสร้างผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่

สุขภาพของนักศึกษาและบุคลากร นักศึกษาที่กลับเข้าหอพักซึ่งยังมีกลิ่นอับและคราบเชื้อรา อาจมีอาการภูมิแพ้ ไอ จาม หรือท้องเสีย ส่งผลต่อการเรียนและการสอบ บุคลากรที่มีโรคประจำตัวหรือตั้งครรภ์ก็มีความเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป

ชื่อเสียงและความเชื่อมั่น ผู้ปกครองจำนวนมากติดตามข่าวน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด เมื่อลูกหลานต้องกลับไปเรียนหรือพักในอาคารที่เพิ่งน้ำลด คำถามแรกที่ผู้ปกครองถามคือ "ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อแล้วหรือยัง" สถาบันที่ตอบได้อย่างมั่นใจพร้อมแผนงานชัดเจน จะได้รับความไว้วางใจมากกว่า สำหรับหอพักเอกชนรอบมหาวิทยาลัย เรื่องนี้ยิ่งสำคัญ เพราะผู้เช่าสามารถย้ายไปหอพักอื่นได้ทันทีถ้ารู้สึกว่าไม่ปลอดภัย

ทรัพย์สินและเอกสารสำคัญ หอสมุด ห้องเก็บเอกสาร และห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์มีทั้งหนังสือ เอกสารราชการ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งต้องคัดแยกและเคลื่อนย้ายก่อนพ่นน้ำยา การวางแผนฆ่าเชื้อที่ไม่ดีอาจทำให้เกิดความเสียหายซ้ำซ้อน จึงต้องการเครื่องมือที่ควบคุมทิศทางและปริมาณการพ่นได้

ทำไมถังพ่นมือโยก ขวดสเปรย์ และผ้าชุบน้ำยา จึงไม่พอสำหรับงานระดับวิทยาเขต

อุปกรณ์พื้นฐานเหล่านี้มีประโยชน์ในงานจุดเล็ก ๆ แต่เมื่อนำมาใช้กับอาคารหลายสิบหลังพร้อมกัน ข้อจำกัดจะปรากฏชัดทันที

  • ถังพ่นมือโยก ต้องโยกสร้างแรงดันตลอดเวลา ละอองที่ได้มักหยาบและไม่สม่ำเสมอ พ่นได้ระยะสั้น ผู้พ่นต้องเดินเข้าใกล้ทุกพื้นผิว ทำให้งานช้าและเหนื่อย เมื่อแรงดันตก ปริมาณน้ำยาก็ลดลงโดยไม่รู้ตัว
  • ขวดสเปรย์และผ้าชุบน้ำยา เหมาะกับการเช็ดจุดสัมผัสบ่อย เช่น ลูกบิดประตูหรือโต๊ะครู แต่ไม่สามารถครอบคลุมผนังสูง ใต้โต๊ะ ใต้เตียงในหอพัก หรือซอกบันไดได้ในเวลาจำกัด
  • การราดน้ำยาด้วยถังน้ำ สิ้นเปลืองน้ำยามาก ทำให้พื้นเปียกแฉะนาน และอาจทำให้ความชื้นในอาคารเพิ่มขึ้น ซึ่งตรงข้ามกับสิ่งที่ต้องการหลังน้ำท่วม
  • เครื่องพ่นไฟฟ้าขนาดเล็ก ต้องหาปลั๊กไฟ ซึ่งในอาคารที่เพิ่งน้ำลด ระบบไฟฟ้าชั้นล่างมักยังไม่ได้รับการตรวจสอบความปลอดภัย การลากสายไฟผ่านพื้นที่เปียกจึงเป็นความเสี่ยงที่ไม่ควรรับ

ผลลัพธ์คือทีมงานต้องเลือกระหว่างทำให้ทั่วถึงแต่ช้า หรือทำให้เร็วแต่ไม่ทั่วถึง ซึ่งทั้งสองทางไม่ตอบโจทย์มหาวิทยาลัยที่มีกำหนดเปิดเรียนและสอบรออยู่ สิ่งที่ต้องการคือเครื่องมือที่สร้างละอองได้ละเอียด เป่าน้ำยาไปได้ไกล ทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่งไฟฟ้า และให้คนหนึ่งคนครอบคลุมพื้นที่ได้มากขึ้นหลายเท่า

คำตอบสำหรับมหาวิทยาลัย: SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง

SOLO PORT 423 หรือที่หลายคนเรียกว่า โซโล พอร์ต 423 เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยแบบสะพายหลังที่ใช้เครื่องยนต์ ผลิตโดย SOLO Kleinmotoren GmbH ประเทศเยอรมนี หลักการทำงานคือเครื่องยนต์ขับพัดลมแรงสูงเพื่อสร้างกระแสลม แล้วปล่อยน้ำยาเข้าไปในกระแสลมที่ปลายท่อพ่น น้ำยาจึงแตกตัวเป็นละอองฝอยและถูกเป่าออกไปไกลกว่าการพ่นด้วยแรงดันมือ ทำให้ผู้ใช้หนึ่งคนครอบคลุมพื้นที่กว้างได้ในเวลาสั้นลง

World Health Disinfection (WHD) จำหน่ายเครื่องรุ่นนี้สำหรับหน่วยงานราชการและองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งรวมถึงสถาบันการศึกษา โดยหน้าสินค้าของ WHD ระบุการใช้งานในโรงเรียน โรงพยาบาล พื้นที่สาธารณะ โรงงาน และห้างสรรพสินค้า

สเปกสำคัญ ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO

  • เครื่องยนต์ 2 จังหวะ 1 สูบ ความจุกระบอกสูบ 72.3 ลูกบาศก์เซนติเมตร
  • กำลังเครื่องยนต์ 3.0 กิโลวัตต์ หรือ 4.1 แรงม้า
  • ถังน้ำยาขนาด 12 ลิตร
  • ปริมาณลมสูงสุด 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • ระยะพ่นแนวราบประมาณ 12 เมตร
  • น้ำหนักเครื่องเปล่าประมาณ 11.0 กิโลกรัม
  • ระดับเสียงที่ผู้ใช้ 97 เดซิเบลเอ จึงต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียงทุกครั้ง

นอกจากนี้ ตามข้อมูลสินค้าของ WHD เครื่องรุ่นนี้ถูกอธิบายว่าเป็นเครื่องพ่นแบบ ULV ที่ให้ละอองต่ำกว่า 30 ไมครอน ช่วยประหยัดน้ำยา มีถังน้ำมันเชื้อเพลิง 1.4 ลิตร คาร์บูเรเตอร์ลูกลอย ระบบจุดระเบิดอิเล็กทรอนิกส์ กระบอกสูบเคลือบนิกาซิล ชิ้นส่วนจากผู้ผลิตชั้นนำ ถังน้ำยาโปร่งแสงทนรังสียูวีพร้อมปากเติมกว้าง คันโยกควบคุมด้วยมือเดียวที่รวมคันเร่ง ปรับปริมาณน้ำยา และดับเครื่องไว้ด้วยกัน สายสะพายบุนวม และจุดยึดกันสะเทือน 4 จุด ทั้งนี้ขนาดละอองจริงขึ้นกับหัวพ่นและการตั้งค่า

หัวพ่นและอุปกรณ์ที่ช่วยในงานอาคาร

เครื่องมาพร้อมหัวพ่นละอองแบบปรับได้ หัวพ่นระยะไกล ตะแกรงกระจายมุมกว้าง และแผ่นเบี่ยงทิศทาง ท่อพ่นหมุนปรับได้ ทำให้ปรับใช้กับงานที่ต่างกันได้ เช่น ใช้หัวกระจายมุมกว้างในห้องเรียนรวมหรือโถงอาคาร ใช้หัวระยะไกลกับลานกว้าง ทางเดินเชื่อม หรือผนังด้านนอก ส่วนชุดอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ในตระกูล SOLO ให้สอบถามรายละเอียดกับทีม WHD ก่อนสั่งซื้อ

เครื่องพ่นละอองฝอย ไม่ใช่เครื่องพ่นหมอกควัน

หลายคนค้นหาด้วยคำว่า "เครื่องพ่นหมอกควัน" เมื่อนึกถึงการพ่นในพื้นที่กว้าง แต่ SOLO PORT 423 ไม่ใช่เครื่องพ่นหมอกควันแบบใช้ความร้อน เครื่องพ่นหมอกควันจะใช้ความร้อนทำให้น้ำยากลายเป็นควันสีขาว ส่วน SOLO PORT 423 ใช้กระแสลมแรงทำให้น้ำยาแตกเป็นละอองฝอยโดยไม่ใช้ความร้อน จึงเหมาะกับการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อสูตรน้ำบนพื้นผิวในอาคาร โดยไม่มีควันหนาที่ทำให้มองไม่เห็นหรือรบกวนสัญญาณเตือนควันไฟในอาคารเรียน

10 เหตุผลที่มหาวิทยาลัยและหอพักนักศึกษาควรมี SOLO PORT 423 เป็นครุภัณฑ์

  1. คนเดียวทำงานได้เท่ากับหลายคน กระแสลม 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงตามข้อมูลผู้ผลิต ช่วยเป่าละอองน้ำยาให้กระจายทั่วห้องเรียนขนาดใหญ่ได้เร็วกว่าการพ่นด้วยมือ
  2. ไม่ต้องพึ่งไฟฟ้า ใช้เครื่องยนต์ จึงทำงานได้ในอาคารที่ระบบไฟชั้นล่างยังไม่ผ่านการตรวจสอบหลังน้ำท่วม
  3. ถังใหญ่ 12 ลิตร เติมน้อยครั้งลง ลดเวลาเดินกลับไปผสมน้ำยา เหมาะกับอาคารยาวหลายชั้น
  4. พ่นได้ไกลราว 12 เมตร ครอบคลุมผนังสูง ฝ้า ลานกว้าง และทางเดินเชื่อมระหว่างอาคารได้ดี
  5. ละอองละเอียด ประหยัดน้ำยา ตามข้อมูลสินค้าของ WHD ละอองต่ำกว่า 30 ไมครอน ช่วยให้น้ำยาเกาะพื้นผิวบาง ๆ อย่างทั่วถึง ไม่ทำให้อาคารเปียกแฉะ ดูรายละเอียดสินค้า
  6. ปรับหัวพ่นได้ตามงาน ใช้หัวกว้างในห้องเรียนรวมและหอพัก ใช้หัวไกลในศูนย์กีฬาและลานจอดรถ
  7. คุณภาพผลิตจากเยอรมนี ตามข้อมูลของ WHD ใช้ชิ้นส่วนคุณภาพและกระบอกสูบเคลือบนิกาซิล เหมาะกับการใช้งานหนักเป็นเวลาหลายปี
  8. ใช้ได้ทั้งปี ไม่ใช่แค่หลังน้ำท่วม ใช้พ่นฆ่าเชื้อก่อนเปิดภาคเรียน ก่อนสอบ หลังจัดกิจกรรมใหญ่ หรือในงานควบคุมแมลงตามน้ำยาที่ขึ้นทะเบียน
  9. ลดการพึ่งพาผู้รับจ้างภายนอก ทีมอาคารสถานที่ตอบสนองได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ ไม่ต้องรอคิวผู้ให้บริการในช่วงที่ทั้งเมืองต้องการพร้อมกัน ขอใบเสนอราคา
  10. สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ปกครองและนักศึกษา สถาบันที่มีอุปกรณ์และแผนฆ่าเชื้อชัดเจน สามารถสื่อสารได้อย่างโปร่งใสว่าอาคารพร้อมแล้ว

ก่อนและหลัง: งานฆ่าเชื้ออาคารเรียนเมื่อมีเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง

ก่อน (ใช้ถังมือโยก)

  • พ่นได้ทีละจุด ระยะสั้น ต้องเดินเข้าใกล้ทุกพื้นผิว
  • ละอองหยาบ ไม่สม่ำเสมอ บางจุดเปียกเกิน บางจุดไม่โดนเลย
  • ทีมงานล้าเร็ว ต้องหยุดโยกบ่อย
  • อาคารเดียวใช้เวลาหลายวัน งานล้นจนไม่ทันวันเปิดเรียน
  • ตอบคำถามผู้ปกครองได้ไม่ชัดเจน

หลัง (ใช้ SOLO PORT 423)

  • กระแสลมแรงพาละอองไปได้ไกลราว 12 เมตร ครอบคลุมทั้งห้อง
  • ละอองละเอียดและสม่ำเสมอกว่า ใช้น้ำยาอย่างคุ้มค่า
  • คนเดียวทำได้หลายห้องต่อชั่วโมง ทีมเหลือแรงไปทำงานอื่น
  • วางแผนเป็นโซนได้ ทำงานเสร็จตามกำหนดเปิดเรียนง่ายขึ้น
  • มีบันทึกการพ่นและแผนงานให้สื่อสารกับนักศึกษาและผู้ปกครอง

ขั้นตอนพ่นฆ่าเชื้ออาคารเรียนและหอพักนักศึกษาหลังน้ำลด

  1. ตรวจความปลอดภัยของอาคารก่อน ให้ช่างไฟฟ้าตรวจตู้ไฟและเต้ารับชั้นล่าง ตัดไฟในโซนที่ยังเปียก ตรวจโครงสร้าง ฝ้า และบันไดว่าไม่มีจุดเสี่ยงพังหล่น
  2. แบ่งโซนและจัดลำดับความสำคัญ เริ่มจากอาคารที่ต้องใช้ก่อน เช่น ห้องสอบ หอพัก โรงอาหาร ห้องน้ำรวม และหน่วยบริการทางการแพทย์ จากนั้นจึงเป็นสำนักงาน ห้องเก็บของ และลานกว้าง
  3. ขนย้ายของเสียหายและเอกสาร คัดแยกฟูก พรม ฝ้าที่บวมน้ำ และกระดาษที่เปียกออกจากอาคาร ย้ายหนังสือ เอกสาร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ยังใช้ได้ไปยังพื้นที่แห้ง
  4. ตักโคลนและล้างให้สะอาด ล้างพื้น ผนัง โต๊ะ เก้าอี้ ด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาทำความสะอาด ขัดคราบตามซอกมุมและขอบผนัง เพราะน้ำยาฆ่าเชื้อจะทำงานได้ไม่ดีบนพื้นผิวที่ยังมีโคลน
  5. เปิดระบายอากาศให้แห้ง เปิดประตูหน้าต่าง ใช้พัดลมช่วยไล่ความชื้น ลดน้ำขังที่พื้นก่อนเริ่มพ่น
  6. เตรียมน้ำยาตามฉลาก เลือกน้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง เช่น Chemgene HLD4H ผสมตามอัตราที่ฉลากกำหนด ห้ามผสมน้ำยาต่างชนิดกันเอง
  7. ปิดพื้นที่และติดป้ายเตือน แจ้งนักศึกษาและบุคลากรล่วงหน้า กั้นทางเข้าออก ไม่ให้มีคนหรือสัตว์เลี้ยงอยู่ในโซนที่กำลังพ่น
  8. พ่นจากด้านในออกสู่ทางออก เริ่มจากมุมในสุดของห้อง พ่นผนังจากบนลงล่าง ตามด้วยโต๊ะ เก้าอี้ และพื้น แล้วถอยออกทางประตู ไม่เดินย้อนผ่านพื้นที่ที่พ่นแล้ว
  9. ให้เวลาน้ำยาสัมผัสพื้นผิว ปล่อยให้น้ำยาทำงานตามเวลาที่ฉลากระบุ แล้วระบายอากาศตามระยะเวลาก่อนกลับเข้าใช้พื้นที่
  10. เช็ดจุดสัมผัสบ่อยซ้ำ หลังพ่นเสร็จ ให้เช็ดลูกบิด ราวบันได ปุ่มลิฟต์ และอ่างล้างมือซ้ำด้วยผ้าชุบน้ำยา แล้วกำหนดรอบทำความสะอาดประจำวันในช่วงสอบ
  11. บันทึกงานและสื่อสาร จดวันที่ โซน น้ำยา และผู้รับผิดชอบ แล้วแจ้งนักศึกษาและผู้ปกครองว่าอาคารใดพร้อมใช้งาน

ความปลอดภัยในการใช้เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังในสถาบันการศึกษา

เครื่องพ่นที่มีกำลังสูงต้องมาพร้อมวินัยด้านความปลอดภัยเสมอ โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีนักศึกษาจำนวนมาก ทีมอาคารสถานที่ควรยึดหลักต่อไปนี้ทุกครั้ง

  • ป้องกันเสียง ระดับเสียงที่ผู้ใช้ 97 เดซิเบลเอตามข้อมูลผู้ผลิต ผู้พ่นต้องใส่ที่ครอบหูหรือที่อุดหูทุกครั้ง และควรวางแผนพ่นในช่วงที่ไม่มีการเรียนการสอนในอาคารข้างเคียง
  • จำกัดเวลาใช้งานต่อเนื่อง เครื่องยนต์มีแรงสั่นสะเทือน แม้จะมีจุดยึดกันสะเทือนและสายสะพายบุนวม ควรสลับผู้พ่นและพักเป็นระยะ ไม่ให้คนเดียวพ่นติดต่อกันนานเกินไป
  • อุปกรณ์ป้องกันสารเคมีตามฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (SDS) สวมถุงมือกันสารเคมี แว่นตาหรือหน้ากากป้องกันใบหน้า หน้ากากกรองที่เหมาะกับน้ำยา เสื้อแขนยาวหรือชุดคลุม และรองเท้าบูต
  • เติมน้ำมันอย่างปลอดภัย ดับเครื่องและรอให้เครื่องเย็นก่อนเติมน้ำมันทุกครั้ง เติมในที่โล่ง ห่างจากประกายไฟและแหล่งความร้อน ไม่เติมน้ำมันภายในอาคาร
  • ระวังน้ำหนัก เครื่องเปล่าหนักประมาณ 11 กิโลกรัม เมื่อเติมน้ำยาเต็มถัง 12 ลิตร น้ำหนักรวมจะประมาณ 23 กิโลกรัมขึ้นไป ควรให้ผู้ที่ร่างกายแข็งแรงเป็นผู้พ่น ปรับสายสะพายให้กระชับ และระวังการเดินขึ้นลงบันไดที่ยังลื่น
  • กันคนและสัตว์ออกจากพื้นที่ ห้ามพ่นเข้าหาคน ห้ามพ่นขณะมีนักศึกษาอยู่ในห้อง ไม่พ่นสวนทิศทางลมเมื่อทำงานกลางแจ้ง และกันแมวหรือสุนัขที่อาศัยในวิทยาเขตออกจากโซนพ่น
  • เคารพเวลาก่อนกลับเข้าพื้นที่ ปฏิบัติตามระยะเวลาก่อนกลับเข้าใช้ที่ระบุบนฉลากน้ำยา เปิดระบายอากาศให้เพียงพอก่อนเปิดห้องเรียนหรือหอพัก
  • ฝึกอบรมผู้ใช้ ให้ผู้ใช้ทุกคนเรียนรู้การสตาร์ต การปรับปริมาณน้ำยา การดับเครื่อง และการดูแลหลังใช้งาน อ่านคู่มือผู้ผลิตก่อนใช้งานจริงทุกครั้ง

หอพักนักศึกษาเอกชนรอบมหาวิทยาลัย ก็ต้องเตรียมพร้อมเช่นกัน

เมื่อน้ำท่วมย่านมหาวิทยาลัย หอพักเอกชนรอบ ๆ มักได้รับผลกระทบไปพร้อมกัน ชั้นล่างที่เป็นล็อบบี้ ห้องซักรีด ร้านสะดวกซื้อ และลานจอดรถจักรยานยนต์มักจมน้ำก่อน นักศึกษาที่กลับมาหลังน้ำลดจะดูเป็นอย่างแรกว่าหอพักสะอาดหรือไม่ มีกลิ่นอับหรือเปล่า เจ้าของหอพักที่มี SOLO PORT 423 สามารถให้ผู้ดูแลอาคารพ่นฆ่าเชื้อโถงทางเดิน ห้องซักรีด บันไดหนีไฟ และลานจอดรถได้ทันทีหลังล้างโคลนเสร็จ โดยไม่ต้องรอผู้รับจ้างภายนอก

สำหรับหอพักที่มีหลายอาคาร การมีเครื่องของตัวเองยังช่วยให้กำหนดรอบพ่นฆ่าเชื้อพื้นที่ส่วนกลางได้สม่ำเสมอตลอดฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่ไข้หวัดใหญ่และโรคทางเดินหายใจระบาดง่าย เมื่อใช้ร่วมกับน้ำยาที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องและแผนทำความสะอาดที่ดี ก็กลายเป็นจุดขายที่ช่วยให้ผู้ปกครองตัดสินใจเลือกหอพักได้ง่ายขึ้น

ซื้อเครื่องไว้ใช้เอง หรือจ้างบริการพ่นฆ่าเชื้อ

มหาวิทยาลัยที่มีอาคารจำนวนมากและมีทีมอาคารสถานที่ประจำ มักคุ้มค่ากว่าที่จะมีเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังเป็นครุภัณฑ์ของตัวเอง เพราะใช้ได้ทั้งหลังน้ำท่วม ก่อนเปิดภาคเรียน ก่อนสอบ และหลังกิจกรรมใหญ่ตลอดปี และตอบสนองได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคิว

แต่หากหน่วยงานยังไม่พร้อมซื้อ หรือต้องการผู้เชี่ยวชาญมาช่วยในช่วงเร่งด่วน สามารถพิจารณาจ้าง บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD แยกเป็นอีกทางเลือกหนึ่งได้ ทั้งสองทางเลือกไม่ได้ขัดกัน หลายสถาบันเลือกจ้างบริการในช่วงวิกฤต แล้วจัดซื้อเครื่องไว้ใช้เองสำหรับงานประจำในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. SOLO PORT 423 ราคาเท่าไร

ราคาขึ้นกับจำนวน อุปกรณ์เสริม และเงื่อนไขการจัดซื้อของแต่ละหน่วยงาน กรุณาติดต่อ WHD เพื่อขอใบเสนอราคาที่โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ทีมงานสามารถเตรียมเอกสารสำหรับการจัดซื้อครุภัณฑ์ของสถาบันได้

2. มหาวิทยาลัยควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลดเมื่อไร

หลังจากตักโคลน ล้างทำความสะอาด และระบายความชื้นจนพื้นผิวแห้งพอสมควรแล้ว ไม่ควรพ่นบนโคลนหรือขณะยังมีน้ำขัง เพราะน้ำยาจะเจือจางและทำงานได้ไม่เต็มที่

3. เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังต่างจากเครื่องพ่นหมอกควันอย่างไร

เครื่องพ่นหมอกควันใช้ความร้อนทำให้น้ำยากลายเป็นควัน ส่วน SOLO PORT 423 ใช้กระแสลมแรงทำให้น้ำยาแตกเป็นละอองฝอยโดยไม่ใช้ความร้อน จึงเหมาะกับการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบนพื้นผิวในอาคารเรียนและหอพัก

4. เครื่องพ่นยาสะพายหลังรุ่นนี้พ่นได้ไกลแค่ไหน

ระยะพ่นแนวราบประมาณ 12 เมตร ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ระยะจริงขึ้นกับหัวพ่น ลม และสภาพพื้นที่

5. ใช้น้ำยาอะไรพ่นฆ่าเชื้อห้องเรียนหลังน้ำท่วม

ควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องและระบุการใช้กับพื้นผิวที่ต้องการ เช่น Chemgene HLD4H ผสมและใช้ตามฉลากเท่านั้น ประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อเป็นคุณสมบัติของน้ำยา ไม่ใช่ของเครื่องพ่น

6. พ่นในห้องสมุดหรือห้องคอมพิวเตอร์ได้ไหม

ควรย้ายหนังสือ เอกสาร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ออกก่อน หรือคลุมให้มิดชิด ปรับปริมาณน้ำยาให้ต่ำ และพ่นเฉพาะพื้น ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ ไม่พ่นตรงเข้าหาอุปกรณ์ไฟฟ้า

7. เครื่องหนักไหม พนักงานทำความสะอาดสะพายไหวหรือเปล่า

เครื่องเปล่าประมาณ 11 กิโลกรัม เมื่อเติมน้ำยาเต็มถังรวมราว 23 กิโลกรัมขึ้นไป ผู้ที่ร่างกายแข็งแรงและผ่านการฝึกสามารถใช้ได้ ควรสลับคนและพักเป็นระยะ

8. ต้องใช้ไฟฟ้าหรือไม่

ไม่ต้อง SOLO PORT 423 ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2 จังหวะ จึงใช้งานได้แม้ระบบไฟชั้นล่างของอาคารยังไม่พร้อม ส่วนอัตราผสมน้ำมันให้ยึดตามคู่มือผู้ผลิต

9. พ่นเสร็จแล้วให้นักศึกษาเข้าห้องได้ทันทีไหม

ไม่ควร ต้องรอตามระยะเวลาก่อนกลับเข้าใช้พื้นที่ที่ระบุบนฉลากน้ำยา และเปิดระบายอากาศให้เพียงพอก่อน

10. ถ้ายังไม่พร้อมซื้อ มีทางเลือกอื่นไหม

มี สามารถจ้างบริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD แยกต่างหากได้ โดยโทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ให้ทีมอาคารสถานที่ของคุณพร้อมก่อนน้ำมาครั้งหน้า

มหาวิทยาลัยและหอพักนักศึกษาที่มีเครื่องมือพร้อม จะเปิดอาคารได้เร็วกว่า ดูแลสุขภาพนักศึกษาได้ดีกว่า และสื่อสารกับผู้ปกครองได้อย่างมั่นใจกว่า ติดต่อ World Health Disinfection เพื่อขอรายละเอียดและใบเสนอราคา SOLO PORT 423

ดูสินค้าและราคา SOLO PORT 423 คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

บทความที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

#SOLO423 #SOLOPORT423 #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยาสะพายหลัง #เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วม2569 #มหาวิทยาลัย #หอพักนักศึกษา #น้ำท่วมกรุงเทพ2569

คำค้นหา: เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง, SOLO PORT 423, SOLO PORT 423 ราคา, เครื่องพ่นยาสะพายหลัง, เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ, พ่นฆ่าเชื้อมหาวิทยาลัย, พ่นฆ่าเชื้อหอพักนักศึกษา, ฆ่าเชื้ออาคารเรียนหลังน้ำท่วม, ครุภัณฑ์มหาวิทยาลัย, น้ำท่วมรามคำแหง ปี 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้