SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับอาสาสมัครและมูลนิธิกู้ภัย น้ำท่วมด่านมะขามเตี้ย กาญจนบุรี ปี 2569: จากงานกู้ภัยสู่งานพ่นฆ่าเชื้อฟื้นฟูชุมชน

Last updated: 9 ต.ค. 2569  |  12 จำนวนผู้เข้าชม  | 

SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับอาสาสมัครและมูลนิธิกู้ภัย น้ำท่วมด่านมะขามเตี้ย กาญจนบุรี ปี 2569: จากงานกู้ภัยสู่งานพ่นฆ่าเชื้อฟื้นฟูชุมชน

SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับอาสาสมัครและมูลนิธิกู้ภัย น้ำท่วมด่านมะขามเตี้ย กาญจนบุรี ปี 2569: จากงานกู้ภัยสู่งานพ่นฆ่าเชื้อฟื้นฟูชุมชน

ถ้าคุณเป็นหัวหน้าทีมอาสา เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัย หรือผู้ประสานงานกลุ่มจิตอาสา แล้วกำลังค้นหาว่า "เครื่องพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม แบบพกพาไปพื้นที่ห่างไกลได้" "เครื่องพ่นยาสะพายหลังเครื่องยนต์ รุ่นไหนทนงานหนัก" หรือ "SOLO PORT 423 ราคา" บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อคุณ เราจะเล่าผ่านเหตุการณ์ น้ำท่วมบ้านท่าข่อย หมู่ 2 ตำบลกลอนโด อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี ปี 2569 แล้วอธิบายว่าทำไมทีมอาสาที่ลงพื้นที่จริงควรมี [เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง SOLO PORT 423](https://www.worldhealthdisinfection.com/product/15428-17449/solo-port423-เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง-ทรงพลังสำหรับการควบคุมโรคและกำจัดแมลง) ติดรถไว้ เพื่อเปลี่ยนจากงานกู้ภัยไปสู่งานฟื้นฟูและพ่นฆ่าเชื้อได้ทันทีที่น้ำลด

ปี 2569 เป็นปีที่อาสาสมัครทั่วประเทศทำงานหนักมาก ตามรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ข้อมูล ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ที่เผยแพร่ผ่าน กรมประชาสัมพันธ์ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร 123 อำเภอ 984 ตำบล ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,154,875 ครัวเรือน หรือกว่า 3.1 ล้านคน เบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้คือทีมอาสาจำนวนมากที่ต้องทำงานต่อเนื่องหลายสัปดาห์

เกิดอะไรขึ้นที่บ้านท่าข่อย ด่านมะขามเตี้ย ปี 2569

ตามรายงานของ กรุงเทพธุรกิจ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 น้ำท่วมบ้านท่าข่อย หมู่ 2 ตำบลกลอนโด สูงจนมิดหลังคาบ้าน ชาวบ้านต้องอพยพขึ้นที่สูง สาเหตุมาจากฝนตกหนักร่วมกับการระบายน้ำของเขื่อนแม่กลองในอัตรา 2,184 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคาดว่าอาจสูงสุดถึง 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ต่อมาเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 กรุงเทพธุรกิจ รายงานว่า ปภ. ส่งข้อความเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังพื้นที่ตำบลหนองไผ่และตำบลด่านมะขามเตี้ย เนื่องจากน้ำในลำภาชีเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง

เมื่อน้ำท่วมสูงถึงหลังคา ทุกอย่างภายในบ้านจมอยู่ใต้น้ำทั้งหมด ทั้งที่นอน ตู้กับข้าว เครื่องครัว ห้องน้ำ และเสื้อผ้า เมื่อน้ำลดลง สิ่งที่เหลืออยู่คือบ้านที่เต็มไปด้วยโคลน กลิ่นอับ และความชื้นสะสมทุกซอกมุม นี่คือช่วงที่งานของอาสาสมัครเปลี่ยนจากการพายเรือช่วยคนออกจากบ้าน มาเป็นการช่วยให้คนกลับเข้าบ้านได้อย่างปลอดภัย

กรณีตัวอย่าง (เรื่องเล่าจากสถานการณ์ที่พบบ่อย ไม่ใช่คำให้สัมภาษณ์จริง) พี่ต้น หัวหน้าทีมอาสาในอำเภอใกล้เคียง พาทีมลงเรือช่วยผู้สูงอายุและเด็กออกจากบ้านตั้งแต่คืนแรก หลังจากนั้นทีมช่วยแจกอาหารและน้ำดื่มที่จุดอพยพบนที่สูงอีกหลายวัน เมื่อน้ำเริ่มลด ชาวบ้านถามพี่ต้นคำถามเดียวกันซ้ำๆ ว่า "กลับเข้าบ้านได้หรือยัง บ้านจะสะอาดพอให้เด็กนอนไหม" ทีมมีแค่พลั่ว แปรง สายยาง และถังพ่นมือโยกสองใบ ทั้งหมู่บ้านมีหลายสิบหลังคาเรือน พี่ต้นจึงเริ่มคิดว่า ถ้าทีมมีเครื่องพ่นละอองฝอยแบบเครื่องยนต์ที่แบกขึ้นรถกระบะไปได้ ทีมจะช่วยได้อีกมาก

งานของอาสาสมัครไม่ได้จบที่การอพยพ

คนทั่วไปมักนึกถึงอาสากู้ภัยในภาพของเรือ เสื้อชูชีพ และการช่วยคนออกจากบ้าน แต่ในความเป็นจริง งานของทีมอาสาแบ่งได้เป็นหลายช่วง

  • ช่วงเผชิญเหตุ อพยพคน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่น้ำท่วม
  • ช่วงประคับประคอง แจกอาหาร น้ำดื่ม ยา และของใช้จำเป็นที่จุดอพยพหรือศูนย์พักพิง
  • ช่วงฟื้นฟู ช่วยขนโคลน ล้างบ้าน ล้างวัด ล้างโรงเรียน และพ่นฆ่าเชื้อ เพื่อให้ชาวบ้านกลับเข้าอยู่ได้

ช่วงฟื้นฟูมักกินเวลานานที่สุด และเป็นช่วงที่ทีมอาสาขาดเครื่องมือมากที่สุด เพราะอุปกรณ์ส่วนใหญ่ที่มูลนิธิจัดหาไว้เป็นอุปกรณ์กู้ภัย เช่น เรือ เครื่องยนต์เรือ ไฟฉาย เชือก และชุดปฐมพยาบาล ส่วนอุปกรณ์สำหรับงานสุขาภิบาลหลังน้ำลดมักเป็นของที่หยิบยืมมา หรือซื้อแบบเฉพาะหน้า

พื้นที่ชนบทอย่างด่านมะขามเตี้ยยังมีความท้าทายเพิ่มขึ้นอีก บ้านเรือนกระจายตัวตามริมลำน้ำ ถนนบางช่วงยังมีโคลนและน้ำขัง ไฟฟ้ายังไม่กลับมาครบทุกหลัง และบางจุดต้องเดินเท้าเข้าไป อุปกรณ์ที่ทีมพกไปจึงต้องทนทาน ทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่งไฟฟ้า และแบกไปได้ด้วยคนคนเดียว

เชื้อโรคที่รอทีมอาสาอยู่ในบ้านหลังน้ำลด

บ้านที่จมน้ำถึงหลังคาเป็นเวลาหลายวัน สะสมเชื้อโรคจากน้ำที่ไหลผ่านส้วม บ่อเกรอะ คอกสัตว์ และพื้นที่เกษตรรอบหมู่บ้าน เชื้อที่ควรรู้จักแบ่งเป็นกลุ่มหลักได้ดังนี้

กลุ่มแบคทีเรีย

  • อีโคไล (E. coli) บ่งบอกการปนเปื้อนอุจจาระ ทำให้ท้องร่วงได้ง่าย
  • ซัลโมเนลลา (Salmonella) ติดมากับภาชนะ เครื่องครัว และอาหารที่สัมผัสน้ำท่วม
  • เลปโตสไปรา (Leptospira) ต้นเหตุโรคฉี่หนู พบในน้ำที่ปนเปื้อนปัสสาวะสัตว์ เข้าสู่ร่างกายทางบาดแผลหรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน อาสาสมัครที่ลุยน้ำต่อเนื่องหลายวันเป็นกลุ่มเสี่ยงโดยตรง

กลุ่มไวรัส

  • โนโรไวรัส และโรตาไวรัส ทำให้อาเจียนและท้องร่วง แพร่ผ่านมือและพื้นผิว
  • อาร์เอสวี และไข้หวัดใหญ่ แพร่ได้ง่ายในจุดอพยพและศูนย์พักพิงที่คนอยู่รวมกันแออัด

กลุ่มเชื้อรา

บ้านที่จมน้ำทั้งหลังมีผนัง ฝ้า ไม้ และผ้าที่เปียกโชก เชื้อราจะขึ้นอย่างรวดเร็วหากแห้งไม่ทัน ทำให้ผู้ที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืดมีอาการกำเริบ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้บ้านแห้งเร็วที่สุดหลังน้ำลด

การล้างบ้านด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาทำความสะอาดช่วยเอาโคลนออก แต่เชื้อโรคยังคงเกาะอยู่บนพื้นผิว ขั้นตอนที่ถูกต้องคือขนโคลน ล้าง แล้วจึงพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามฉลาก ถ้าทีมอาสาต้องทำแบบนี้กับบ้านหลายสิบหลังในเวลาไม่กี่วัน เครื่องพ่นละอองฝอยแบบเครื่องยนต์คือสิ่งที่ทำให้งานเป็นไปได้

ปัญหาที่ทีมอาสาเจอเมื่อต้องพ่นฆ่าเชื้อทั้งหมู่บ้าน

คนน้อย งานมาก

ทีมอาสาส่วนใหญ่มีสมาชิกไม่มาก และไม่ได้ว่างทุกวัน หลายคนมีงานประจำ บางคนมาช่วยได้เฉพาะวันหยุด การพ่นทีละบ้านด้วยถังมือโยกทำให้ทีมต้องใช้เวลาหลายวันในหมู่บ้านเดียว ขณะที่หมู่บ้านอื่นยังรออยู่

อุปกรณ์ต้องเคลื่อนย้ายบ่อย

ทีมอาสาต้องย้ายจุดทำงานทุกวัน อุปกรณ์ต้องยกขึ้นลงรถกระบะ ขึ้นเรือ หรือแบกเดินผ่านทางโคลน อุปกรณ์ที่เปราะบางหรือต้องต่อสายยาวจึงไม่เหมาะ

ไฟฟ้าไม่พร้อม

หลังน้ำลดใหม่ๆ การเปิดไฟในบ้านที่เพิ่งจมน้ำอาจไม่ปลอดภัย การไฟฟ้าต้องตรวจสอบก่อน อุปกรณ์ที่ต้องเสียบปลั๊กหรือต้องชาร์จแบตเตอรี่ทุกคืนจึงใช้งานลำบาก

ความปลอดภัยของอาสาสมัครเอง

อาสาสมัครที่ทำงานต่อเนื่องเสี่ยงทั้งบาดแผล โรคผิวหนัง และโรคฉี่หนู หากต้องเดินเข้าไปพ่นในบ้านอับชื้นทุกห้องด้วยถังมือโยก ก็ยิ่งสัมผัสความเสี่ยงนานขึ้น

ความโปร่งใสต่อผู้บริจาค

มูลนิธิส่วนใหญ่ได้รับเงินบริจาค ผู้บริจาคอยากเห็นว่าเงินถูกใช้กับอุปกรณ์ที่ใช้งานได้จริง ใช้ได้หลายปี และช่วยคนได้มาก อุปกรณ์ที่ซื้อมาแล้วพังภายในฤดูเดียวสร้างความเสียหายทั้งเงินและความเชื่อมั่น

ทำไมถังพ่นมือโยก เครื่องพ่นแบตเตอรี่ และการรอหน่วยงานอื่นยังไม่พอ

  • ถังพ่นมือโยก ราคาไม่สูงและใช้ง่าย แต่ถังเล็ก แรงดันตก ต้องสูบตลอด ละอองหยาบ และระยะพ่นสั้น ผู้พ่นต้องเข้าไปใกล้ทุกพื้นผิว ทำให้เหนื่อยและเสี่ยงสัมผัสน้ำยามากขึ้น
  • เครื่องพ่นแบตเตอรี่ สะดวกในบ้าน แต่ในพื้นที่ที่ไฟฟ้ายังไม่กลับมา การชาร์จเป็นปัญหาใหญ่ และกำลังลมมักไม่พอสำหรับบ้านทั้งหลัง
  • ไม้ถูพื้นและผ้าเช็ด ใช้ได้กับพื้นเรียบ แต่ไม่เหมาะกับผนัง ใต้หลังคา ซอกตู้ และพื้นที่กว้างอย่างลานวัด
  • การรอทีมจากหน่วยงานอื่น ในปีที่น้ำท่วมหลายจังหวัดพร้อมกัน ทุกพื้นที่ต้องการความช่วยเหลือในเวลาเดียวกัน หมู่บ้านห่างไกลมักได้รับคิวท้าย

ทีมอาสาจึงต้องการเครื่องที่ใช้เครื่องยนต์ แบกไปได้ด้วยคนเดียว พ่นได้ไกล มีถังน้ำยาใหญ่พอที่จะพ่นต่อเนื่อง และทนการใช้งานหนักในสนาม

รู้จัก SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังจากเยอรมนี

[SOLO PORT 423](https://www.worldhealthdisinfection.com/product/15428-17449/solo-port423-เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง-ทรงพลังสำหรับการควบคุมโรคและกำจัดแมลง) เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังแบบใช้เครื่องยนต์ ผลิตโดย SOLO Kleinmotoren GmbH ประเทศเยอรมนี ทำงานโดยใช้พัดลมจากเครื่องยนต์สร้างกระแสลมแรง เป่าน้ำยาให้แตกเป็นละอองฝอยและพาไปเคลือบพื้นผิวในระยะไกล World Health Disinfection (WHD) เป็นผู้จำหน่ายเครื่องรุ่นนี้ในประเทศไทย

สเปกหลักตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO

  • เครื่องยนต์ 2 จังหวะ สูบเดียว ความจุกระบอกสูบ 72.3 ซีซี
  • กำลัง 3.0 กิโลวัตต์ หรือ 4.1 แรงม้า
  • ถังน้ำยาความจุ 12 ลิตร
  • ปริมาณลมสูงสุด 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • ระยะพ่นแนวราบประมาณ 12 เมตร
  • น้ำหนักเครื่องเปล่า 11.0 กิโลกรัม
  • ระดับเสียงที่ผู้ใช้งาน 97 dB(A) ระดับกำลังเสียง 110 dB(A)
  • ค่าความสั่นสะเทือนไม่เกิน 6.3 เมตรต่อวินาทียกกำลังสอง

จุดเด่นตามข้อมูลสินค้าของ WHD

  • ถังน้ำมันเชื้อเพลิง 1.4 ลิตร ระบบจุดระเบิดอิเล็กทรอนิกส์ คาร์บูเรเตอร์แบบลูกลอยของ BING
  • ชิ้นส่วนสำคัญจาก MAHLE และกระบอกสูบเคลือบ Nikasil
  • หัวพ่นยาวพร้อมหัวกระจายมุมกว้าง ท่อพ่นหมุนปรับทิศทางได้
  • ถังโปร่งแสงทนรังสียูวี ปากเติมกว้าง มองเห็นระดับน้ำยาได้ง่าย
  • คันควบคุมมือเดียวสำหรับคันเร่ง ปริมาณน้ำยา และดับเครื่อง
  • สายสะพายบุนุ่ม และจุดยึดลดแรงสั่นสะเทือน 4 จุด
  • WHD ระบุว่าให้ละอองแบบ ULV ขนาดต่ำกว่า 30 ไมครอน ช่วยประหยัดน้ำยา โดยขนาดละอองจริงขึ้นกับหัวพ่นและการตั้งค่า
SOLO PORT 423 ไม่ใช่เครื่องพ่นหมอกควัน เครื่องพ่นหมอกควันใช้ความร้อนเปลี่ยนน้ำยาเป็นควันสีขาว ส่วน SOLO PORT 423 เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยที่ใช้แรงลมเป่าน้ำยาโดยไม่ใช้ความร้อน เหมาะกับการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อลงบนพื้นผิวในบ้าน ศาลา และอาคารหลังน้ำท่วม

SOLO PORT 423 เหมาะกับงานภาคสนามของทีมอาสาอย่างไร

ไม่ต้องพึ่งไฟฟ้า

เครื่องยนต์เบนซินสองจังหวะทำให้ทีมเริ่มพ่นได้ทันทีในหมู่บ้านที่ไฟฟ้ายังไม่กลับมา ไม่ต้องหาปลั๊ก ไม่ต้องชาร์จแบตเตอรี่ข้ามคืน

แบกไปได้ทุกที่ที่คนเดินไปถึง

เครื่องเปล่าหนัก 11.0 กิโลกรัมตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ยกขึ้นรถกระบะได้ง่าย แบกเดินเข้าซอยที่รถเข้าไม่ถึงได้ และเมื่อถึงจุดทำงานค่อยเติมน้ำยา

พ่นจากประตูเข้าไปในบ้านได้

ปริมาณลมสูงสุด 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง และระยะพ่นประมาณ 12 เมตร ช่วยให้ผู้พ่นยืนที่ประตูหรือหน้าต่าง แล้วส่งละอองเข้าไปในห้องได้ ลดเวลาที่ต้องอยู่ในห้องอับชื้น

ถังใหญ่ ทำงานได้ต่อเนื่อง

ถังน้ำยา 12 ลิตรทำให้พ่นได้หลายห้องหรือหลายหลังก่อนต้องเติม เหมาะกับทีมที่ต้องปิดงานให้ได้มากที่สุดในหนึ่งวัน

พื้นที่กว้างอย่างลานวัด ศาลา และโรงเรียน

จุดอพยพหลายแห่งในชนบทคือวัด ศาลาประชาคม และโรงเรียน เมื่อชาวบ้านกลับบ้านแล้ว พื้นที่เหล่านี้ต้องได้รับการล้างและพ่นฆ่าเชื้อเช่นกัน เครื่องที่มีแรงลมสูงช่วยให้ทีมจัดการพื้นที่กว้างได้เร็วขึ้น

ทีมอาสาต้องเข้าใจเสมอว่าเครื่องเป็นเพียงเครื่องมือส่งน้ำยา ผลในการฆ่าเชื้อขึ้นกับน้ำยา ให้ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง เช่น Chemgene HLD4H โดยผสมและใช้ตามฉลากและ SDS ทุกครั้ง

10 เหตุผลที่มูลนิธิกู้ภัยและทีมอาสาควรมี SOLO PORT 423

  1. ปิดช่องว่างระหว่างงานกู้ภัยกับงานฟื้นฟู ทีมที่อพยพคนออกมา สามารถช่วยให้คนกลับเข้าบ้านได้อย่างปลอดภัยด้วย
  2. ทำงานได้แม้ไม่มีไฟฟ้า เหมาะกับหมู่บ้านห่างไกลในช่วงแรกหลังน้ำลด
  3. แรงลมสูง ปริมาณลมสูงสุด 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO
  4. ระยะพ่นประมาณ 12 เมตร ลดเวลาที่อาสาต้องอยู่ในห้องอับชื้น
  5. ถังน้ำยา 12 ลิตร พ่นได้หลายหลังต่อการเติมหนึ่งครั้ง
  6. คนเดียวแบกได้ เคลื่อนย้ายขึ้นรถ ขึ้นเรือ หรือเดินเท้าเข้าพื้นที่ได้
  7. ใช้คนน้อยลง อาสาที่ผ่านการฝึกหนึ่งถึงสองคนรับงานพ่น ส่วนคนอื่นทำงานขนโคลนและล้างบ้าน
  8. ผลิตในเยอรมนี ใช้ชิ้นส่วนจากผู้ผลิตชั้นนำตามข้อมูลของ WHD เหมาะกับการลงทุนจากเงินบริจาคที่ต้องใช้ได้หลายปี
  9. ใช้ได้ทั้งปี นอกจากน้ำท่วม ยังใช้กับงานพ่นฆ่าเชื้อในพื้นที่สาธารณะหรืองานควบคุมแมลงตามฉลากน้ำยาได้
  10. มีผู้จำหน่ายในไทยให้คำปรึกษา ติดต่อ [WHD](https://www.worldhealthdisinfection.com/product/15428-17449/solo-port423-เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง-ทรงพลังสำหรับการควบคุมโรคและกำจัดแมลง) เพื่อสอบถามการใช้งาน อะไหล่ และขอใบเสนอราคาได้

ก่อนและหลังทีมอาสามี SOLO PORT 423

ก่อนมีเครื่อง

  • พ่นทีละห้องด้วยถังมือโยก หยุดสูบลมตลอด
  • ทั้งหมู่บ้านใช้เวลาหลายวัน หมู่บ้านอื่นต้องรอ
  • อาสาอยู่ในบ้านอับชื้นนานกว่าที่จำเป็น
  • พื้นที่กว้างอย่างลานวัดและโรงเรียนพ่นไม่ทั่ว
  • ไม่มีบันทึกงานให้ผู้บริจาคเห็นผลชัดเจน

หลังมีเครื่อง

  • พ่นจากประตูเข้าไปในห้องได้ ครอบคลุมเร็วขึ้น
  • ทีมปิดงานได้มากหลังต่อวัน และย้ายไปหมู่บ้านถัดไปได้เร็ว
  • ลดเวลาที่อาสาสัมผัสความชื้นและน้ำยา
  • ลานวัด ศาลา และโรงเรียนกลับมาใช้ได้เร็วขึ้น
  • มีบันทึกจำนวนหลังและพื้นที่ที่พ่น รายงานผู้บริจาคได้

ขั้นตอนพ่นฆ่าเชื้อบ้านและจุดอพยพหลังน้ำลด สำหรับทีมอาสา

ก่อนออกพื้นที่

  1. ประสานผู้นำชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่น ขอรายชื่อบ้านที่ต้องการความช่วยเหลือ จุดเสี่ยง และบ้านที่มีผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย
  2. ตรวจเครื่องและอุปกรณ์ เติมน้ำมันเชื้อเพลิงตามคู่มือผู้ผลิต ตรวจหัวพ่น สายสะพาย และเตรียมอุปกรณ์ป้องกันให้ครบทุกคน
  3. เตรียมน้ำยา ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง พกฉลากและ SDS ไปด้วยเสมอ

ที่หน้างาน

  1. ตรวจความปลอดภัยของบ้าน ไฟฟ้าต้องตัดหรือปลอดภัย โครงสร้างไม่ทรุด ไม่มีสัตว์มีพิษหลบซ่อน
  2. ขนโคลนและของเสียหายออก ที่นอน หมอน และพรมที่ชุ่มน้ำนานควรทิ้ง
  3. ล้างทำความสะอาด ล้างพื้น ผนังด้านล่าง ตู้ และห้องน้ำด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาทำความสะอาด
  4. เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ให้พื้นผิวเริ่มแห้งก่อนพ่น
  5. ให้คนและสัตว์เลี้ยงออกจากบ้าน แจ้งเจ้าของบ้านถึงเวลาที่จะกลับเข้าได้ตามฉลากน้ำยา
  6. สวมอุปกรณ์ป้องกันครบชุด ที่ครอบหู ถุงมือ แว่นหรือกระบังหน้า หน้ากากตามฉลาก ชุดแขนยาว และรองเท้าบูต
  7. พ่นจากด้านในออกด้านนอก เริ่มจากห้องในสุด พ่นจากบนลงล่าง ให้ละอองเคลือบพื้นผิวทั่วถึง แล้วถอยออกทางประตู ไม่พ่นสวนลม

หลังพ่น

  1. ปิดบ้านตามเวลาที่ฉลากกำหนด ติดป้ายหรือแจ้งเจ้าของบ้านให้ชัดเจน
  2. ล้างเครื่องและเก็บน้ำยา ล้างถังและหัวพ่นตามคู่มือ เก็บน้ำยาในภาชนะเดิมที่มีฉลาก
  3. ทำความสะอาดร่างกาย อาสาทุกคนล้างมือ อาบน้ำ เปลี่ยนชุด และดูแลบาดแผลทันที
  4. บันทึกงานและภาพถ่าย จดจำนวนหลัง พื้นที่ และน้ำยาที่ใช้ เพื่อรายงานผู้บริจาคและวางแผนวันถัดไป

ความปลอดภัยสำหรับอาสาสมัครที่ใช้ SOLO PORT 423

  • ป้องกันการได้ยิน ระดับเสียงที่ผู้ใช้งาน 97 dB(A) ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ต้องสวมที่ครอบหูหรือที่อุดหูทุกครั้ง
  • สลับคนพ่นและพักเป็นระยะ แรงสั่นสะเทือนสะสมทำให้มือและแขนล้า จำกัดเวลาใช้งานต่อเนื่องของแต่ละคน
  • อุปกรณ์ป้องกันสารเคมีตามฉลากและ SDS ถุงมือกันสารเคมี แว่นหรือกระบังหน้า หน้ากาก ชุดแขนยาว และรองเท้าบูต
  • เติมน้ำมันเมื่อดับเครื่องและเครื่องเย็นแล้ว ห่างจากเปลวไฟ ไม่สูบบุหรี่
  • ระวังน้ำหนัก เมื่อเติมน้ำยาเต็มถังเครื่องจะหนักราว 23 กิโลกรัมขึ้นไป ระวังพื้นโคลนลื่นและบันได ปรับสายสะพายให้พอดีตัว
  • กันคนและสัตว์ออกจากพื้นที่พ่น มีอาสาอีกคนคอยดูแลทางเข้า
  • ปฏิบัติตามเวลากลับเข้าพื้นที่ตามฉลาก
  • ฝึกใช้งานก่อนลงพื้นที่จริง ผู้ใช้งานต้องอ่านคู่มือและฝึกการสตาร์ท การปรับปริมาณน้ำยา และการดับเครื่อง
อาสาสมัครที่มีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดน่อง ตาแดง หรือท้องร่วงหลังลุยน้ำ ต้องหยุดงานและไปพบแพทย์ทันที แจ้งแพทย์ว่าลุยน้ำท่วมมา ข้อมูลเพิ่มเติมจาก กรมควบคุมโรค และ กรมอนามัย

มูลนิธิจัดหาเครื่องอย่างไร และทางเลือกหากยังไม่พร้อม

มูลนิธิและกลุ่มอาสาสามารถจัดหาเครื่องได้หลายทาง เช่น ใช้เงินบริจาคทั่วไป เปิดรับบริจาคเพื่ออุปกรณ์ฟื้นฟูโดยเฉพาะ หรือขอการสนับสนุนจากบริษัทเอกชนที่ต้องการทำกิจกรรมเพื่อสังคม ขอใบเสนอราคา SOLO PORT 423 จาก WHD ได้ทางโทรศัพท์หรือ LINE เพื่อใช้ประกอบการขออนุมัติภายในหรือแจ้งผู้สนับสนุน ราคาขึ้นกับจำนวนและเงื่อนไข จึงไม่ระบุไว้ในบทความนี้

หากองค์กรใดยังไม่พร้อมจัดซื้อเครื่อง และต้องการทีมมืออาชีพเข้าพ่นในจุดสำคัญ เช่น โรงเรียนหรือศูนย์พักพิง สามารถเลือกใช้ บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD เป็นอีกทางเลือกแยกต่างหากได้

คำถามที่พบบ่อย: SOLO PORT 423 สำหรับทีมอาสาและมูลนิธิกู้ภัย

SOLO PORT 423 ราคาเท่าไร มูลนิธิขอใบเสนอราคาได้ไหม

WHD ไม่ได้แสดงราคาบนหน้าเว็บ มูลนิธิและหน่วยงานขอใบเสนอราคาได้ที่โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

เครื่องพ่นยาสะพายหลังแบบเครื่องยนต์ใช้ไม่มีไฟฟ้าได้ไหม

ได้ SOLO PORT 423 ใช้เครื่องยนต์เบนซินสองจังหวะ ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่

SOLO PORT 423 หนักแค่ไหน แบกคนเดียวไหวไหม

เครื่องเปล่าหนัก 11.0 กิโลกรัมตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO เมื่อเติมน้ำยาเต็มถังจะหนักราว 23 กิโลกรัมขึ้นไป ควรสลับคนแบกและพักเป็นระยะ

พ่นได้ไกลกี่เมตร

ระยะพ่นแนวราบประมาณ 12 เมตรตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ระยะจริงขึ้นกับลมและการตั้งค่า

SOLO PORT 423 เป็นเครื่องพ่นหมอกควันหรือไม่

ไม่ใช่ เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยที่ใช้แรงลม ไม่ใช้ความร้อนกับน้ำยาเหมือนเครื่องพ่นหมอกควัน

ต้องล้างบ้านก่อนพ่นฆ่าเชื้อไหม

ต้องขนโคลนและล้างทำความสะอาดก่อนทุกครั้ง แล้วจึงพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ

ใช้น้ำยาอะไรพ่นดี

ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องและใช้ตามฉลาก เช่น Chemgene HLD4H ที่ WHD จำหน่าย

อาสาต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันอะไรบ้าง

ที่ครอบหู ถุงมือกันสารเคมี แว่นหรือกระบังหน้า หน้ากากตามฉลากน้ำยา ชุดแขนยาว และรองเท้าบูต

ใช้พ่นศูนย์พักพิงหรือจุดอพยพได้ไหม

ได้ หลังจากผู้อพยพย้ายออกและล้างพื้นที่แล้ว พ่นในขณะที่ไม่มีคนอยู่ และรอให้พ้นเวลากลับเข้าตามฉลากก่อนเปิดใช้

ถ้ายังไม่ซื้อเครื่อง จ้าง WHD พ่นได้ไหม

ได้ องค์กรสามารถจ้างบริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD เป็นทางเลือกแยกต่างหาก

ให้ทีมอาสาของคุณพร้อมสำหรับงานฟื้นฟูหลังน้ำท่วม

ขอใบเสนอราคา สอบถามการใช้งานภาคสนาม อะไหล่ และน้ำยาที่เหมาะสม ทีม WHD ยินดีให้คำแนะนำ

ดูสินค้าและราคา SOLO PORT 423 คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

อ่านเพิ่มเติมและแหล่งอ้างอิง

#SOLO423 #SOLOPORT423 #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยาสะพายหลัง #เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วม2569 #อาสากู้ภัย #น้ำท่วมกาญจนบุรี2569

คำค้นหา: เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง อาสากู้ภัย, SOLO PORT 423, SOLO PORT 423 ราคา, โซโล พอร์ต 423, เครื่องพ่นยาสะพายหลัง, เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, น้ำท่วมกาญจนบุรี 2569, น้ำท่วมด่านมะขามเตี้ย 2569, อุปกรณ์มูลนิธิกู้ภัย, ครุภัณฑ์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้