SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับชุมชนริมน้ำนอกคันกั้นน้ำ ท่าน้ำนนท์ ปี 2569: พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมให้ทั่วทั้งชุมชน

Last updated: 9 ต.ค. 2569  |  12 จำนวนผู้เข้าชม  | 

SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับชุมชนริมน้ำนอกคันกั้นน้ำ ท่าน้ำนนท์ ปี 2569: พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมให้ทั่วทั้งชุมชน

SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับชุมชนริมน้ำนอกคันกั้นน้ำ ท่าน้ำนนท์ ปี 2569: พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมให้ทั่วทั้งชุมชน

ถ้าคุณกำลังค้นหาคำว่า "เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับชุมชน" "เครื่องพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ใช้ยี่ห้อไหนดี" หรือ "SOLO PORT 423 ราคา" บทความนี้เขียนขึ้นสำหรับคนที่ดูแลชุมชนริมแม่น้ำโดยตรง ไม่ว่าคุณจะเป็นประธานชุมชน กรรมการชุมชน เจ้าหน้าที่เทศบาล ผู้ดูแลวัด หรือเจ้าของกิจการริมท่าน้ำ เราจะเล่าผ่านสถานการณ์จริงของ ท่าน้ำนนท์ และชุมชนวัดบางขวาง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ปี 2569 แล้วอธิบายว่าทำไมชุมชนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำ ซึ่งต้องเจอน้ำซ้ำแทบทุกปี ควรมี [เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง SOLO PORT 423](https://www.worldhealthdisinfection.com/product/15428-17449/solo-port423-เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง-ทรงพลังสำหรับการควบคุมโรคและกำจัดแมลง) เป็นของตัวเอง เพื่อพ่นฆ่าเชื้อพื้นที่กว้างได้ทันทีหลังน้ำลด

ภาพรวมของประเทศในปีนี้หนักไม่น้อย ตามรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ข้อมูล ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ที่เผยแพร่ผ่าน กรมประชาสัมพันธ์ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,154,875 ครัวเรือน หรือกว่า 3.1 ล้านคน ตัวเลขนี้บอกเราว่า งานฟื้นฟูหลังน้ำลดในปี 2569 ไม่ใช่งานเล็ก และชุมชนที่เตรียมเครื่องมือไว้ก่อนจะฟื้นตัวได้เร็วกว่าชุมชนที่ต้องรอคิวความช่วยเหลือ

สถานการณ์ท่าน้ำนนท์และชุมชนวัดบางขวาง ปี 2569

ตามรายงานของ Thai PBS เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.55 น. แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท่าน้ำนนท์ขึ้นถึงระดับเฝ้าระวัง 1.80 ถึง 2.30 เมตร มีการปักธงเหลือง เทศบาลเดินเครื่องสูบน้ำ 4 เครื่องตลอด 24 ชั่วโมง วางกระสอบทรายรอบท่าน้ำ และมีน้ำท่วมขังบางจุด พื้นที่ที่ถูกพูดถึงคือย่านท่าน้ำนนท์และชุมชนวัดบางขวาง ซึ่งเป็นย่านเก่าริมแม่น้ำที่ผู้คนผูกพันกับสายน้ำมาหลายชั่วอายุคน

สิ่งที่ข่าวไม่ได้เล่าคือชีวิตหลังจากนั้น เมื่อน้ำเริ่มลด เครื่องสูบหยุดเดิน กระสอบทรายถูกยกออก คนในชุมชนจะพบว่างานจริงเพิ่งเริ่มต้น พื้นใต้ถุนบ้านมีตะกอนโคลนบางๆ เคลือบอยู่ ตรอกเล็กระหว่างบ้านมีกลิ่นอับ ศาลาท่าน้ำ ทางเดินไม้ และบันไดลงท่าเรือเปียกชื้นต่อเนื่องหลายวัน นี่คือจุดที่การฆ่าเชื้อพื้นที่กว้างมีความหมายมากที่สุด

กรณีตัวอย่าง (เรื่องเล่าจากสถานการณ์ที่พบบ่อย ไม่ใช่คำให้สัมภาษณ์จริง) ป้าสมใจ อายุหกสิบกว่า อาศัยอยู่ในบ้านไม้สองชั้นริมตรอกที่ทอดยาวไปถึงแม่น้ำ ทุกครั้งที่น้ำขึ้น ป้าจะยกของขึ้นชั้นบน ปล่อยใต้ถุนให้น้ำผ่าน เมื่อน้ำลดก็ต้องตักโคลน ล้างพื้น แล้วเอาถังพ่นมือโยกใบเล็กเดินพ่นน้ำยาทีละมุม ปีนี้ป้าบอกกรรมการชุมชนว่า "ล้างเสร็จแล้วก็ยังกลัว หลานยังเล็ก กลิ่นมันยังอยู่" กรรมการชุมชนจึงเริ่มคุยกันว่า ถ้าชุมชนมีเครื่องพ่นละอองฝอยแบบมีเครื่องยนต์สักเครื่อง ทุกบ้านในตรอกจะได้รับการพ่นฆ่าเชื้อพร้อมกันในวันเดียว ไม่ต้องให้ผู้สูงอายุแบกถังพ่นเอง

ชีวิตชุมชนนอกคันกั้นน้ำ: ทำไมน้ำมาทีไรต้องเริ่มใหม่ทุกครั้ง

ชุมชนริมเจ้าพระยาหลายแห่งตั้งอยู่ด้านนอกแนวคันกั้นน้ำหรือแนวกำแพงป้องกันตลิ่ง เพราะอยู่มาก่อนที่จะมีแนวป้องกัน และวิถีชีวิตผูกพันกับท่าเรือ การค้าขายริมน้ำ และวัดริมแม่น้ำ เมื่อระดับแม่น้ำสูงขึ้นจนถึงระดับเฝ้าระวัง น้ำจะเข้าถึงพื้นที่เหล่านี้ก่อนพื้นที่อื่นเสมอ และจะลดช้ากว่า เพราะต้องรอให้ระดับแม่น้ำลดลงจริงๆ

ลักษณะเฉพาะของชุมชนแบบนี้ที่ทำให้งานฆ่าเชื้อยากกว่าพื้นที่ทั่วไป มีหลายข้อ

  • บ้านไม้ยกใต้ถุนสูง มีเสาไม้ คาน และพื้นไม้ที่ดูดซับความชื้น ซอกมุมจำนวนมากเข้าถึงด้วยมือได้ยาก
  • ตรอกและทางเดินแคบ รถยนต์หรือรถบรรทุกเข้าไม่ได้ อุปกรณ์ที่ต้องลากสายยาวหรือต้องใช้ไฟฟ้าก็ใช้ไม่สะดวก
  • ท่าเรือ โป๊ะ ศาลาท่าน้ำ และบันไดลงน้ำ เป็นพื้นที่สาธารณะที่คนจำนวนมากเดินผ่านทุกวัน
  • ร้านค้าเล็กๆ แผงอาหาร และบ้านที่ค้าขายหน้าบ้าน ต้องการกลับมาเปิดให้เร็วที่สุดเพื่อมีรายได้
  • ผู้สูงอายุจำนวนมาก บางบ้านมีผู้ป่วยติดเตียงหรือเด็กเล็ก ซึ่งเป็นกลุ่มที่ร่างกายอ่อนไหวต่อเชื้อโรค
  • ไฟฟ้าในบางจุดอาจถูกตัดหรือยังไม่ปลอดภัยหลังน้ำลด ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าใช้ไม่ได้ในช่วงแรก

เพราะน้ำมาซ้ำแทบทุกปี ชุมชนแบบนี้จึงไม่ควรมองการฆ่าเชื้อเป็นงานที่ทำครั้งเดียวแล้วจบ แต่ควรมองเป็นงานประจำของชุมชน ที่ต้องมีเครื่องมือ มีคนที่ผ่านการฝึก และมีแผนที่ชัดเจนว่าจะเริ่มจากจุดไหน

เชื้อโรคที่มากับน้ำท่วม: ทำไมล้างอย่างเดียวยังไม่พอ

น้ำท่วมไม่ได้พามาแค่โคลน น้ำที่ไหลผ่านท่อระบายน้ำ ส้วม บ่อเกรอะ คอกสัตว์ และกองขยะ จะพาเชื้อโรคหลายกลุ่มเข้ามาในบ้านและพื้นที่ส่วนกลาง เราสรุปเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ดังนี้

กลุ่มแบคทีเรีย

  • อีโคไล (E. coli) เป็นตัวชี้วัดว่ามีการปนเปื้อนอุจจาระ ทำให้เกิดอาการท้องร่วงได้
  • ซัลโมเนลลา (Salmonella) ปนเปื้อนผ่านอาหารและภาชนะที่โดนน้ำสกปรก ทำให้ปวดท้อง ท้องเสีย มีไข้
  • เลปโตสไปรา (Leptospira) เชื้อก่อโรคฉี่หนู มาจากปัสสาวะของหนูและสัตว์ ผ่านเข้าร่างกายทางบาดแผลหรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน ชุมชนริมน้ำที่มีหนูชุกต้องระวังเป็นพิเศษ

กลุ่มไวรัส

  • โนโรไวรัส และโรตาไวรัส ทำให้อาเจียนและท้องร่วง แพร่ได้ง่ายผ่านมือและพื้นผิว โดยเฉพาะในเด็กเล็ก
  • ไวรัสทางเดินหายใจ เช่น อาร์เอสวี และไข้หวัดใหญ่ แพร่ได้ง่ายขึ้นเมื่อคนต้องอยู่รวมกันแออัด เช่น ในศาลาหรือศูนย์พักพิงชั่วคราวช่วงน้ำท่วม

กลุ่มเชื้อรา

เชื้อราเติบโตเร็วบนไม้ ผ้า ฟูก และผนังที่เปียกชื้น โดยเฉพาะบ้านไม้ใต้ถุนสูงที่แห้งช้า กลิ่นอับคือสัญญาณเตือนแรก เชื้อราทำให้คนที่เป็นภูมิแพ้ หอบหืด หรือผู้สูงอายุมีอาการทางเดินหายใจแย่ลงได้ หน่วยงานอย่าง CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งเร็วที่สุดหลังน้ำลด เพื่อลดโอกาสเกิดเชื้อรา

การล้างด้วยน้ำและผงซักฟอกช่วยเอาโคลนและคราบออกได้ดี แต่ไม่ได้ทำให้เชื้อโรคบนพื้นผิวหมดไป ขั้นตอนที่ถูกต้องคือ ขนโคลนออก ล้างทำความสะอาด แล้วจึงใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามฉลาก ซึ่งในพื้นที่กว้างระดับชุมชน เครื่องพ่นละอองฝอยแบบมีเครื่องยนต์คือเครื่องมือที่ทำให้ขั้นตอนสุดท้ายนี้เกิดขึ้นได้จริงในเวลาที่จำกัด

ความเจ็บปวดที่ชุมชนริมน้ำต้องแบกหลังน้ำลด

ถ้าเราลองนั่งคุยกับกรรมการชุมชนริมน้ำหลังน้ำลด ปัญหาที่ได้ยินซ้ำๆ มักเป็นเรื่องเดียวกัน

พื้นที่กว้างเกินกว่าแรงคน

ตรอกเดียวอาจมีบ้านหลายสิบหลัง แต่ละหลังมีใต้ถุน ห้องครัว ห้องน้ำ และลานหน้าบ้าน ยังไม่รวมทางเดินส่วนกลาง ศาลาท่าน้ำ และลานวัด ถ้าใช้ถังพ่นมือโยกขนาดเล็ก คนพ่นต้องหยุดสูบลมและเติมน้ำยาบ่อยมาก งานหนึ่งตรอกอาจกินเวลาหลายวัน

คนทำงานส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ

คนหนุ่มสาวในชุมชนหลายคนต้องกลับไปทำงานทันทีที่น้ำลด คนที่เหลืออยู่ช่วยกันทำความสะอาดจึงเป็นผู้สูงอายุ การให้ผู้สูงอายุแบกถังและสูบลมด้วยมือทั้งวันไม่ใช่เรื่องที่ควรเกิดขึ้น

เวลาในการกลับมาเปิดร้านและเปิดท่าเรือ

ร้านค้าริมน้ำ แผงอาหาร และท่าเรือ ต้องกลับมาเปิดให้เร็ว ทุกวันที่ปิดคือรายได้ที่หายไป ลูกค้าจะกล้ากลับมาก็ต่อเมื่อรู้สึกว่าพื้นที่สะอาดและปลอดภัย

สุขภาพของคนในชุมชน

ช่วงหลังน้ำลดเป็นช่วงที่คนเสี่ยงป่วยจากโรคทางเดินอาหาร โรคผิวหนัง ฉี่หนู และอาการภูมิแพ้จากเชื้อรา หากใครมีไข้สูง ปวดน่อง หรือท้องร่วงรุนแรงหลังลุยน้ำ ต้องไปพบแพทย์ทันที การฆ่าเชื้อสิ่งแวดล้อมช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่ไม่สามารถแทนการรักษาทางการแพทย์

ภาพลักษณ์ของย่านท่าน้ำ

ท่าน้ำนนท์เป็นย่านที่คนจากที่อื่นแวะมาเดิน มาขึ้นเรือ มาซื้อของ หากพื้นที่ยังมีกลิ่นและดูไม่สะอาดนาน ภาพลักษณ์ของทั้งย่านก็ได้รับผลกระทบ การมีระบบฆ่าเชื้อที่ทำได้เร็วและทั่วถึงจึงช่วยทั้งเรื่องสุขภาพและเศรษฐกิจของชุมชน

ทำไมถังน้ำ ไม้ถูพื้น ถังพ่นมือโยก และเครื่องพ่นขนาดเล็กไม่พอ

อุปกรณ์ที่ชุมชนมีอยู่แล้วไม่ได้ผิด แต่แต่ละอย่างมีข้อจำกัดเมื่อต้องจัดการพื้นที่ระดับทั้งชุมชน

  • ถังน้ำและไม้ถูพื้น เหมาะกับพื้นเรียบในบ้าน แต่เข้าไม่ถึงซอกเสา คาน ใต้พื้นไม้ และผนังด้านล่าง ใช้น้ำยามาก และเหนื่อยมาก
  • ถังพ่นแบบมือโยกหรือแบบอัดลม ถังเล็ก ต้องสูบลมตลอด แรงดันตกเร็ว ละอองใหญ่ พ่นได้ใกล้ ต้องเดินเข้าไปใกล้พื้นผิวทุกจุด
  • เครื่องพ่นแบตเตอรี่ขนาดเล็ก สะดวกในบ้าน แต่แบตเตอรี่หมดเร็ว และในช่วงไฟฟ้ายังไม่กลับมาหรือยังไม่ปลอดภัย การชาร์จก็เป็นปัญหา
  • การรอหน่วยงานภายนอก ทุกชุมชนอยากได้ความช่วยเหลือพร้อมกันในช่วงน้ำลด คิวยาว และชุมชนเล็กๆ มักได้รับช่วงท้าย

สิ่งที่ชุมชนริมน้ำต้องการจริงๆ คือเครื่องที่มีแรงลมพาละอองน้ำยาไปได้ไกล ใช้งานได้โดยไม่ต้องพึ่งไฟฟ้า แบกเข้าตรอกแคบได้ และให้คนที่ผ่านการฝึกใช้งานเพียงไม่กี่คนก็ครอบคลุมได้ทั้งชุมชน

SOLO PORT 423 คืออะไร และสเปกที่ชุมชนควรรู้

[SOLO PORT 423](https://www.worldhealthdisinfection.com/product/15428-17449/solo-port423-เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง-ทรงพลังสำหรับการควบคุมโรคและกำจัดแมลง) คือเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังแบบใช้เครื่องยนต์ (motorised mistblower) จากผู้ผลิต SOLO Kleinmotoren GmbH ประเทศเยอรมนี ใช้แรงลมจากพัดลมของเครื่องยนต์เป่าน้ำยาให้แตกเป็นละอองฝอยและพาไปยังพื้นที่เป้าหมาย World Health Disinfection (WHD) เป็นผู้จำหน่ายเครื่องรุ่นนี้ในประเทศไทย

สเปกหลักตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO

  • เครื่องยนต์ 2 จังหวะ สูบเดียว ความจุกระบอกสูบ 72.3 ซีซี (cm³)
  • กำลังเครื่องยนต์ 3.0 กิโลวัตต์ หรือ 4.1 แรงม้า
  • ถังน้ำยาความจุ 12 ลิตร
  • ปริมาณลมสูงสุด 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • ระยะพ่นแนวราบประมาณ 12 เมตร
  • น้ำหนักเครื่องเปล่า 11.0 กิโลกรัม
  • ระดับเสียงที่ตำแหน่งผู้ใช้งาน 97 dB(A) และระดับกำลังเสียง 110 dB(A)
  • ค่าความสั่นสะเทือนไม่เกิน 6.3 เมตรต่อวินาทียกกำลังสอง

ข้อมูลเพิ่มเติมตามข้อมูลสินค้าของ WHD

  • ถังน้ำมันเชื้อเพลิง 1.4 ลิตร ขนาดเครื่อง 68 x 45 x 34 เซนติเมตร
  • ระบบจุดระเบิดอิเล็กทรอนิกส์ คาร์บูเรเตอร์แบบลูกลอยของ BING ชิ้นส่วนสำคัญจาก MAHLE และกระบอกสูบเคลือบ Nikasil
  • หัวพ่นยาวพร้อมหัวกระจายมุมกว้าง ท่อพ่นหมุนปรับทิศได้ ถังโปร่งแสงทนรังสียูวีพร้อมปากเติมกว้าง
  • คันควบคุมมือเดียว ใช้ปรับคันเร่ง ปรับปริมาณน้ำยา และดับเครื่อง สายสะพายบุนุ่ม และจุดยึดลดแรงสั่นสะเทือน 4 จุด
  • WHD ระบุว่าเครื่องให้ละอองแบบ ULV ขนาดต่ำกว่า 30 ไมครอน ซึ่งช่วยประหยัดน้ำยา ทั้งนี้ขนาดละอองที่ได้จริงขึ้นกับหัวพ่นและการตั้งค่า
ไม่ใช่เครื่องพ่นหมอกควัน หลายคนค้นหาคำว่า "เครื่องพ่นหมอกควัน" เมื่อต้องการพ่นฆ่าเชื้อ แต่ SOLO PORT 423 ไม่ใช่เครื่องพ่นหมอกควันแบบใช้ความร้อน (thermal fogger) เครื่องพ่นหมอกควันใช้ความร้อนทำให้น้ำยากลายเป็นควันสีขาว ส่วน SOLO PORT 423 ใช้แรงลมเป่าน้ำยาให้เป็นละอองฝอยโดยไม่ต้องเผาน้ำยา จึงเหมาะกับการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อลงบนพื้นผิว เช่น พื้น ผนัง เสา และใต้ถุนบ้าน

SOLO PORT 423 ช่วยให้ชุมชนพ่นฆ่าเชื้อพื้นที่กว้างได้อย่างไร

จุดแข็งของเครื่องพ่นละอองฝอยแบบมีเครื่องยนต์คือแรงลม ปริมาณลมสูงสุด 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ช่วยพาละอองน้ำยาเข้าไปในซอกที่มือเอื้อมไม่ถึง และระยะพ่นแนวราบประมาณ 12 เมตร ทำให้ผู้พ่นยืนอยู่ปากตรอกหรือขอบใต้ถุนบ้านแล้วส่งละอองเข้าไปด้านในได้ โดยไม่ต้องมุดเข้าไปในพื้นที่แคบและอับทุกครั้ง

ใต้ถุนบ้านไม้

ใต้ถุนบ้านคือจุดที่น้ำท่วมขังนานที่สุดและแห้งช้าที่สุด หลังขนโคลนและล้างแล้ว ผู้พ่นสามารถพ่นจากด้านนอกเข้าไปตามแนวเสาและคาน ใช้ท่อพ่นที่หมุนปรับทิศได้ส่งละอองขึ้นไปถึงใต้พื้นไม้

ตรอกและทางเดินส่วนกลาง

ถังน้ำยา 12 ลิตรช่วยให้พ่นได้ต่อเนื่องเป็นระยะทางยาวกว่าถังพ่นเล็กมาก ผู้พ่นเดินไล่ไปตามตรอกด้วยความเร็วสม่ำเสมอ และใช้หัวกระจายมุมกว้างเพื่อให้ละอองเคลือบผนังทั้งสองฝั่ง

ท่าเรือ โป๊ะ ศาลา และบันไดลงน้ำ

พื้นที่สาธารณะเหล่านี้มีคนจับราวบันได นั่งเก้าอี้ และยืนรอเรือ ต้องพ่นในช่วงที่ปิดพื้นที่ไม่มีคน และควรระวังไม่ให้น้ำยาลงแม่น้ำโดยตรง ใช้การพ่นเข้าหาพื้นผิวในทิศที่ห่างจากแม่น้ำ

ลานวัดและศาลาการเปรียญ

ลานวัดมักใช้เป็นจุดรวมพล จุดแจกของ และจุดพักชั่วคราว หลังน้ำลดควรล้างและพ่นฆ่าเชื้อพื้นที่เหล่านี้ก่อนเปิดให้ญาติโยมกลับมาใช้

เพราะเป็นเครื่องยนต์เบนซินสองจังหวะ SOLO PORT 423 จึงใช้งานได้โดยไม่ต้องรอไฟฟ้า ซึ่งสำคัญมากในช่วงแรกหลังน้ำลดที่บางบ้านยังไม่กล้าเปิดไฟ

อย่าลืมว่าเครื่องเป็นเพียงเครื่องมือส่งน้ำยา ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อขึ้นกับน้ำยาที่ใช้ ควรเลือกน้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องและใช้ตามฉลาก เช่น Chemgene HLD4H ที่ WHD จำหน่าย โดยผสมและใช้งานตามคำแนะนำบนฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (SDS) ของน้ำยานั้น

10 เหตุผลที่ชุมชนริมน้ำควรมี SOLO PORT 423 เป็นของตัวเอง

  1. น้ำมาซ้ำทุกปี เครื่องจึงคุ้มค่าในระยะยาว ชุมชนนอกคันกั้นน้ำใช้งานเครื่องได้แทบทุกฤดูน้ำหลาก ไม่ใช่ซื้อมาใช้ครั้งเดียว
  2. ไม่ต้องรอคิวความช่วยเหลือ พอน้ำลดก็เริ่มพ่นได้ทันทีตามแผนของชุมชนเอง
  3. ไม่ต้องพึ่งไฟฟ้า เครื่องยนต์เบนซินทำงานได้แม้ไฟฟ้ายังไม่กลับมา
  4. แรงลมสูงเข้าถึงใต้ถุนและซอกเสา ปริมาณลมสูงสุด 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO
  5. ระยะพ่นประมาณ 12 เมตร ผู้พ่นไม่ต้องเข้าใกล้พื้นที่อับชื้นทุกจุด
  6. ถังน้ำยา 12 ลิตร พ่นได้นานต่อเนื่อง ลดการหยุดเติมบ่อย
  7. แบกเข้าตรอกแคบได้ เครื่องสะพายหลังไม่ต้องใช้รถลาก ไม่ต้องลากสายยาว
  8. ลดภาระผู้สูงอายุ ให้ทีมพ่นที่ผ่านการฝึกไม่กี่คนรับผิดชอบงาน แทนที่ทุกบ้านต้องพ่นเอง
  9. ใช้ได้ทั้งปี นอกจากช่วงน้ำท่วม ยังใช้พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในพื้นที่ส่วนกลางหรือใช้กับงานควบคุมแมลงตามฉลากน้ำยาได้ ดูรายละเอียดเพิ่มที่ [หน้าสินค้า SOLO PORT 423](https://www.worldhealthdisinfection.com/product/15428-17449/solo-port423-เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง-ทรงพลังสำหรับการควบคุมโรคและกำจัดแมลง)
  10. ผลิตในเยอรมนี มีผู้จำหน่ายในไทย สอบถามการใช้งาน อะไหล่ และใบเสนอราคาได้กับ [WHD](https://www.worldhealthdisinfection.com/product/15428-17449/solo-port423-เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง-ทรงพลังสำหรับการควบคุมโรคและกำจัดแมลง) โดยตรง

ก่อนและหลังมีเครื่องพ่นของชุมชนเอง

ก่อนมี SOLO PORT 423

  • แต่ละบ้านพ่นเองด้วยถังมือโยก บางบ้านไม่ได้พ่นเลย
  • ผู้สูงอายุต้องแบกถังและสูบลมทั้งวัน
  • ใต้ถุนบ้านและซอกเสาเข้าไม่ถึง กลิ่นอับค้างนาน
  • ตรอกเดียวใช้เวลาหลายวัน ร้านค้าเปิดช้า
  • ต้องรอคิวหน่วยงานภายนอก

หลังมี SOLO PORT 423

  • ทีมพ่นของชุมชนพ่นทั้งตรอกตามแผนในวันเดียวกัน
  • ผู้สูงอายุทำหน้าที่เบาลง เช่น แจ้งจุดเสี่ยงและเปิดบ้าน
  • แรงลมพาละอองเข้าไปใต้ถุนและซอกเสาได้ทั่วถึงขึ้น
  • ท่าเรือ ศาลา และร้านค้ากลับมาเปิดได้เร็วขึ้น
  • ชุมชนพร้อมทุกครั้งที่น้ำมา ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์

ขั้นตอนพ่นฆ่าเชื้อชุมชนริมน้ำหลังน้ำลด ทีละขั้น

ช่วงเตรียมการ

  1. ประเมินความปลอดภัยก่อนเข้าพื้นที่ ตรวจว่าไฟฟ้าตัดแล้วหรือปลอดภัย ไม่มีสายไฟจมน้ำ โครงสร้างบ้านและทางเดินไม้ไม่ผุพัง
  2. ทำแผนที่ชุมชนแบบง่าย แบ่งเป็นโซน เช่น ตรอกที่ 1 ตรอกที่ 2 ท่าเรือ ศาลา ลานวัด และร้านค้า กำหนดลำดับการพ่นจากพื้นที่ที่คนใช้มากที่สุด
  3. แจ้งเจ้าของบ้านล่วงหน้า บอกวันและเวลาที่จะพ่น ให้ย้ายคน สัตว์เลี้ยง อาหาร ภาชนะ และของใช้เด็กออกจากพื้นที่

ช่วงทำความสะอาด

  1. ขนโคลนและขยะออก ตักตะกอนจากใต้ถุน ทางเดิน และท่อระบายน้ำ แยกขยะอันตรายออกจากขยะทั่วไป
  2. ล้างด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาทำความสะอาด ขัดพื้นผิวที่มีคราบ ล้างเสา ราวบันได และพื้นไม้ การฆ่าเชื้อจะได้ผลดีเมื่อพื้นผิวสะอาดแล้ว
  3. เปิดให้อากาศถ่ายเท ใช้แสงแดดและลมช่วยให้พื้นที่แห้งเร็วขึ้น ทิ้งของที่ชุ่มน้ำนานและแห้งไม่ได้ เช่น ฟูก หรือพรมที่ขึ้นรา

ช่วงพ่นฆ่าเชื้อ

  1. เตรียมน้ำยาตามฉลาก ผสมน้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามอัตราส่วนบนฉลาก ใช้กรวยเติมลงถังเพื่อไม่ให้หก
  2. สวมอุปกรณ์ป้องกัน ที่ครอบหูหรือที่อุดหู ถุงมือกันสารเคมี แว่นหรือกระบังหน้า หน้ากากตามที่ฉลากน้ำยากำหนด เสื้อแขนยาว และรองเท้าบูต
  3. พ่นตามทิศลม เดินพ่นโดยให้ลมพัดละอองออกห่างตัว ไม่พ่นสวนลม และไม่พ่นเข้าหาคนหรือสัตว์
  4. พ่นจากบนลงล่าง จากด้านในออกด้านนอก เริ่มที่ใต้ถุนและผนังด้านใน แล้วค่อยถอยออกมาที่ทางเดิน ให้ละอองเคลือบพื้นผิวทั่วถึงโดยไม่ต้องพ่นจนเปียกโชก
  5. ระวังแม่น้ำ ไม่พ่นน้ำยาลงแม่น้ำโดยตรง ที่ท่าเรือให้พ่นหันเข้าหาฝั่ง

หลังพ่น

  1. ปิดพื้นที่ตามระยะเวลาที่ฉลากกำหนด ห้ามคนและสัตว์เลี้ยงเข้าจนถึงเวลาที่กลับเข้าได้ตามฉลากน้ำยา
  2. ทำความสะอาดเครื่อง ล้างถังและหัวพ่นตามคู่มือผู้ผลิต เก็บน้ำยาที่เหลือในภาชนะเดิมที่มีฉลาก
  3. บันทึกงาน จดว่าพ่นโซนไหน วันไหน ใช้น้ำยาอะไร เท่าไร ข้อมูลนี้ช่วยวางแผนครั้งหน้าและใช้รายงานต่อเทศบาลได้

ความปลอดภัยในการใช้ SOLO PORT 423

เครื่องพ่นละอองฝอยแบบมีเครื่องยนต์เป็นอุปกรณ์ที่มีพลังสูง ต้องใช้อย่างระมัดระวังทุกครั้ง

  • ป้องกันการได้ยิน ระดับเสียงที่ผู้ใช้งาน 97 dB(A) ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ต้องสวมที่ครอบหูหรือที่อุดหูทุกครั้ง
  • จำกัดเวลาใช้งานต่อเนื่อง เครื่องมีแรงสั่นสะเทือน ควรสลับคนพ่นและพักเป็นระยะ ไม่ควรให้คนเดียวพ่นทั้งวัน
  • อุปกรณ์ป้องกันสารเคมี ใช้ถุงมือ แว่นหรือกระบังหน้า หน้ากาก ชุดแขนยาว และรองเท้าบูต ตามที่ฉลากและ SDS ของน้ำยากำหนด
  • เติมน้ำมันอย่างปลอดภัย ดับเครื่องและรอให้เครื่องเย็นก่อนเติม เติมห่างจากเปลวไฟ ไม่สูบบุหรี่ระหว่างเติม
  • น้ำหนักเมื่อเติมเต็ม เครื่องเปล่าหนัก 11 กิโลกรัม เมื่อเติมน้ำยาเต็มถัง 12 ลิตรจะหนักราว 23 กิโลกรัมขึ้นไป ปรับสายสะพายให้กระชับ ระวังพื้นไม้ลื่นและบันไดท่าน้ำ
  • กันคนและสัตว์ออกจากพื้นที่พ่น ปิดตรอกชั่วคราว ติดป้ายแจ้ง และให้คนช่วยดูแลทางเข้า
  • ปฏิบัติตามเวลากลับเข้าพื้นที่ ตามฉลากน้ำยา โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วย
  • ฝึกอบรมผู้ใช้งาน ให้ผู้ใช้งานอ่านคู่มือและฝึกใช้งานก่อนออกพ่นจริง
หากคนในชุมชนมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อน่อง ตาแดง หรือท้องร่วงรุนแรงหลังลุยน้ำ ให้รีบไปพบแพทย์ทันที การฆ่าเชื้อในสิ่งแวดล้อมไม่ใช่การรักษาโรค ติดตามคำแนะนำจาก กรมควบคุมโรค และ กรมอนามัย

ใครควรเป็นเจ้าของเครื่อง และถ้ายังไม่พร้อมซื้อควรทำอย่างไร

ในชุมชนริมน้ำ เจ้าของเครื่องอาจเป็นได้หลายแบบ เช่น เทศบาลจัดซื้อเป็นครุภัณฑ์แล้วมอบให้ชุมชนที่เสี่ยงน้ำท่วมยืมใช้ คณะกรรมการชุมชนใช้กองทุนชุมชนจัดซื้อ วัดจัดซื้อไว้ใช้ดูแลลานวัดและชุมชนรอบวัด หรือกลุ่มผู้ประกอบการริมน้ำร่วมกันลงขัน สิ่งสำคัญคือต้องมีผู้รับผิดชอบดูแลเครื่อง มีทีมพ่นที่ผ่านการฝึก และมีที่เก็บเครื่องที่น้ำไม่ท่วม

สำหรับหน่วยงานที่ต้องการจัดซื้อแบบครุภัณฑ์ สามารถขอใบเสนอราคา SOLO PORT 423 จาก WHD ได้ โดยติดต่อทางโทรศัพท์หรือ LINE ราคาขึ้นกับจำนวนและเงื่อนไข จึงไม่ระบุตัวเลขไว้ในบทความนี้

หากชุมชนยังไม่พร้อมซื้อเครื่องและต้องการให้ทีมมืออาชีพเข้าดำเนินการ ก็สามารถเลือกใช้ บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD เป็นอีกทางเลือกหนึ่งได้ ทั้งสองทางเลือกนี้ไม่ได้แทนกัน ชุมชนที่น้ำมาซ้ำทุกปีมักได้ประโยชน์มากกว่าจากการมีเครื่องไว้ใช้เอง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ SOLO PORT 423 สำหรับชุมชนริมน้ำ

SOLO PORT 423 ราคาเท่าไร

WHD ไม่ได้แสดงราคาไว้บนหน้าเว็บ เพราะราคาขึ้นกับจำนวนและเงื่อนไขการจัดซื้อ สอบถามราคาและขอใบเสนอราคาได้ที่โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังต่างจากเครื่องพ่นหมอกควันอย่างไร

เครื่องพ่นหมอกควันใช้ความร้อนเปลี่ยนน้ำยาเป็นควัน ส่วน SOLO PORT 423 ใช้แรงลมเป่าน้ำยาให้เป็นละอองฝอย ไม่ได้ใช้ความร้อนกับน้ำยา จึงเหมาะกับการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อลงบนพื้นผิวหลังน้ำท่วม

SOLO PORT 423 พ่นได้ไกลแค่ไหน

ระยะพ่นแนวราบประมาณ 12 เมตร ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ระยะจริงขึ้นกับลม หัวพ่น และการตั้งค่า

ถังน้ำยาจุกี่ลิตร และเครื่องหนักเท่าไร

ถังน้ำยาจุ 12 ลิตร เครื่องเปล่าหนัก 11.0 กิโลกรัม ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO เมื่อเติมน้ำยาเต็มจะหนักราว 23 กิโลกรัมขึ้นไป

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมต้องล้างก่อนหรือพ่นก่อน

ต้องขนโคลนและล้างทำความสะอาดก่อนเสมอ แล้วจึงพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ เพราะโคลนและคราบสกปรกทำให้น้ำยาสัมผัสเชื้อโรคได้ไม่ดี

ใช้น้ำยาอะไรพ่นกับ SOLO PORT 423 ได้บ้าง

ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องและระบุวิธีใช้ที่เหมาะสมบนฉลาก เช่น Chemgene HLD4H ผสมและใช้ตามฉลากและ SDS ทุกครั้ง

ไม่มีไฟฟ้าหลังน้ำลดใช้เครื่องได้ไหม

ได้ เพราะเป็นเครื่องยนต์เบนซินสองจังหวะ ไม่ต้องเสียบปลั๊กหรือชาร์จแบตเตอรี่

พ่นแล้วกลับเข้าบ้านได้เมื่อไร

ให้ปฏิบัติตามระยะเวลากลับเข้าพื้นที่ที่ระบุบนฉลากน้ำยาที่ใช้ และเปิดให้อากาศถ่ายเทก่อนให้เด็ก ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยงกลับเข้า

เทศบาลหรือชุมชนซื้อเป็นครุภัณฑ์ได้ไหม

ได้ หน่วยงานสามารถขอใบเสนอราคาและรายละเอียดสเปกจาก WHD เพื่อใช้ประกอบการจัดซื้อได้

ถ้าไม่อยากซื้อเครื่อง มีบริการพ่นให้ไหม

มี ชุมชนหรือองค์กรสามารถจ้างบริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD เป็นทางเลือกแยกต่างหากได้

พร้อมให้ชุมชนของคุณมี SOLO PORT 423 ไว้ใช้เองหรือยัง

ขอใบเสนอราคา สอบถามสเปก การใช้งาน และน้ำยาที่เหมาะกับงานหลังน้ำท่วม ทีม WHD พร้อมให้คำแนะนำ

ดูสินค้าและราคา SOLO PORT 423 คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

อ่านเพิ่มเติมและแหล่งอ้างอิง

#SOLO423 #SOLOPORT423 #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยาสะพายหลัง #เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วม2569 #ชุมชนริมน้ำ #น้ำท่วมนนทบุรี2569

คำค้นหา: เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง ชุมชนริมน้ำ, SOLO PORT 423, SOLO PORT 423 ราคา, โซโล พอร์ต 423, เครื่องพ่นยาสะพายหลัง, เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, น้ำท่วมนนทบุรี 2569, ท่าน้ำนนท์ น้ำท่วม 2569, ชุมชนนอกคันกั้นน้ำ, เครื่องพ่นยาเทศบาล, ครุภัณฑ์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้