SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับพ่นฆ่าเชื้อรถพยาบาล รถกู้ภัย และรถขนส่ง หลังน้ำท่วม ถนนเทิดราชัน สีกัน ดอนเมือง กรุงเทพฯ ปี 2569

Last updated: 9 ต.ค. 2569  |  14 จำนวนผู้เข้าชม  | 

SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับพ่นฆ่าเชื้อรถพยาบาล รถกู้ภัย และรถขนส่ง หลังน้ำท่วม ถนนเทิดราชัน สีกัน ดอนเมือง กรุงเทพฯ ปี 2569

SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับพ่นฆ่าเชื้อรถพยาบาล รถกู้ภัย และรถขนส่ง หลังน้ำท่วม ถนนเทิดราชัน สีกัน ดอนเมือง กรุงเทพฯ ปี 2569

รถพยาบาล รถกู้ภัย และรถขนส่งสินค้า คือยานพาหนะกลุ่มแรกที่ต้องวิ่งเข้าไปในพื้นที่น้ำท่วม และเป็นกลุ่มสุดท้ายที่ได้หยุดพัก ถ้าคุณดูแลกองรถของ มูลนิธิกู้ภัย หน่วยกู้ชีพ โรงพยาบาล หรือบริษัทขนส่ง และกำลังค้นหาว่า "รถที่ลุยน้ำท่วมต้องล้างและฆ่าเชื้ออย่างไร" หรือ "เครื่องพ่นฆ่าเชื้อแบบไหนใช้กับโรงจอดรถขนาดใหญ่ได้" บทความนี้ตอบคุณ เราจะเล่าผ่านสถานการณ์ น้ำท่วมขังถนนเทิดราชัน แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ปี 2569 แล้วอธิบายว่าทำไมองค์กรที่มีรถจำนวนมากควรมีเครื่องฆ่าเชื้อเป็นของตัวเอง และทำไม SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง ที่ World Health Disinfection (WHD) จำหน่าย จึงช่วยให้ทีมของคุณพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรงจอด ลานล้างรถ ซุ้มล้อ และพื้นที่บรรทุกได้รวดเร็ว เพื่อนำรถกลับไปให้บริการได้เร็วขึ้น

สถานการณ์จริง: น้ำท่วมขังถนนเทิดราชัน ดอนเมือง ปี 2569

ตามรายงานของเดลินิวส์ (dailynews.co.th) เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 ถนนเทิดราชัน แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร มีน้ำท่วมขังตลอดเส้นทางเป็นวันที่ 2 ชาวบ้านต้องขับรถและเดินลุยน้ำออกไปหาซื้อของกิน สาเหตุสำคัญคือน้ำในพื้นที่ต้องระบายลงคูนายกิมสาย 1 แล้วไปลงคลองเปรมประชากร ซึ่งขณะนั้นระดับน้ำสูง ทำให้น้ำระบายได้ช้าและบางช่วงไหลย้อนกลับ ประกอบกับมีฝนตกซ้ำในช่วงบ่าย

สำหรับคนทั่วไป น้ำท่วมขังสองวันอาจหมายถึงความไม่สะดวกในการเดินทาง แต่สำหรับรถพยาบาลและรถกู้ภัยที่ต้องรับส่งผู้ป่วยในย่านนั้น หรือรถขนส่งที่ต้องวิ่งเข้าออกตามตารางเวลา หมายถึงการลุยน้ำปนเปื้อนซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายรอบต่อวัน แล้วนำสิ่งที่ติดมากับล้อ ใต้ท้องรถ พื้นรถ และรองเท้าของเจ้าหน้าที่กลับเข้าสู่โรงจอดและฐานปฏิบัติการ

ภาพระดับประเทศในปี 2569 ก็สะท้อนว่างานนี้ใหญ่เพียงใด ตามข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่กรมประชาสัมพันธ์เผยแพร่ ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,154,875 ครัวเรือน หรือกว่า 3.1 ล้านคน เมื่อพื้นที่ประสบภัยกว้างขนาดนี้ รถฉุกเฉินและรถขนส่งทุกคันถูกใช้งานหนักกว่าปกติ และแทบไม่มีเวลาหยุดรอใคร

กรณีตัวอย่าง: ฐานกู้ภัยย่านดอนเมืองหลังลุยน้ำมาหลายวัน ปี 2569

หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อยในหน่วยกู้ภัยและกองรถหลังน้ำท่วม ไม่ใช่คำบอกเล่าของหน่วยงานหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

พี่ต้น หัวหน้าเวรของฐานกู้ภัยแห่งหนึ่งในย่านดอนเมือง ดูแลรถกู้ภัยและรถรับส่งผู้ป่วยรวมหกคัน พร้อมเรือท้องแบนอีกสองลำ ช่วงปลายเดือนกันยายน ปี 2569 ทีมของพี่ต้นต้องออกรับผู้ป่วยติดเตียงจากบ้านที่น้ำท่วม พาหญิงตั้งครรภ์ไปโรงพยาบาล และขนถุงยังชีพเข้าไปในซอยที่รถเล็กเข้าไม่ได้ แต่ละคันลุยน้ำวันละหลายรอบ ล้อและซุ้มล้อมีโคลนเกาะหนา พื้นรถมีน้ำขังจากรองเท้าบูทของเจ้าหน้าที่ เปลสนามและเชือกเปียกน้ำตลอดเวลา

เมื่อน้ำเริ่มลด ปัญหาใหม่ก็ตามมา โรงจอดรถของฐานมีคราบโคลนทั่วพื้น ลานล้างรถมีตะกอนสะสม ห้องพักเจ้าหน้าที่มีกลิ่นอับ และอุปกรณ์กู้ภัยที่ใช้แล้ววางกองรอการล้าง ในขณะที่วิทยุยังคงเรียกรถออกปฏิบัติการอยู่ตลอด พี่ต้นต้องเลือกระหว่างดึงรถออกจากเวรมาทำความสะอาดนาน ๆ หรือปล่อยให้รถออกไปทั้งที่ยังไม่ได้ฆ่าเชื้ออย่างทั่วถึง

ทีมพยายามใช้สายยางฉีดน้ำและกระบอกฉีดน้ำยาแบบมือบีบไล่ทีละคัน ทำได้ดีที่สุดคือล้างตัวรถด้านนอกและเช็ดเปลภายใน แต่โรงจอดทั้งหลัง ซุ้มล้อ ใต้ท้องรถ ชั้นวางอุปกรณ์ และเรือท้องแบนแทบไม่ได้ฆ่าเชื้อเลย เจ้าหน้าที่สองคนเริ่มมีอาการเท้าเปื่อย อีกคนมีไข้และปวดน่อง ซึ่งพี่ต้นรีบส่งไปพบแพทย์ทันที

คำถามของพี่ต้นจึงชัดเจนมาก "เราจะฆ่าเชื้อทั้งฐานและรถทุกคันให้เสร็จระหว่างเปลี่ยนเวร โดยไม่ต้องหยุดให้บริการได้อย่างไร" คำตอบที่หลายหน่วยงานเลือกคือ มีเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังกำลังสูงประจำฐาน และวางขั้นตอนให้ชัดว่าส่วนไหนพ่น ส่วนไหนเช็ด

รถที่ลุยน้ำท่วมพาเชื้อโรคอะไรกลับมาบ้าง

น้ำท่วมขังบนถนนในเขตเมืองอย่างดอนเมืองเป็นน้ำที่ผสมกันระหว่างน้ำฝน น้ำจากคูคลอง และน้ำจากท่อระบายน้ำ ซึ่งเมื่อระบายได้ช้าหรือไหลย้อนกลับ ก็มีโอกาสพาสิ่งปฏิกูลขึ้นมาบนผิวถนน เมื่อรถวิ่งผ่าน น้ำและโคลนเหล่านี้จะกระเด็นติดล้อ ซุ้มล้อ บันไดขึ้นรถ ใต้ท้องรถ และไหลเข้าไปตามรองเท้าของคนที่ขึ้นลงรถ

เชื้อโรคกลุ่มหลักที่ควรรู้

  • แบคทีเรียจากสิ่งปฏิกูล เช่น อีโคไล (E. coli) และซัลโมเนลลา (Salmonella) ที่ติดมากับโคลนและน้ำท่วม เป็นสาเหตุของท้องร่วงและอาหารเป็นพิษ หากเจ้าหน้าที่ไม่ได้ล้างมือก่อนกินอาหารระหว่างเวร
  • ความเสี่ยงโรคฉี่หนู (เลปโตสไปโรซิส) เชื้อเลปโตสไปราพบได้ในน้ำท่วมขังและดินโคลน เข้าสู่ร่างกายทางแผลหรือผิวที่แช่น้ำนาน ทีมกู้ภัยที่ลุยน้ำทั้งวันจึงเป็นกลุ่มเสี่ยงโดยตรง
  • ไวรัสทางเดินอาหาร เช่น โนโรไวรัสและโรตาไวรัส ที่ติดตามมือ พื้นผิว และอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกัน แพร่กระจายในทีมงานได้รวดเร็ว
  • ไวรัสทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่และอาร์เอสวี (RSV) ซึ่งพบมากในฤดูฝน และรถพยาบาลเป็นพื้นที่ปิดที่ผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่อยู่ใกล้ชิดกัน
  • เชื้อรา ที่เติบโตในพรมปูพื้นรถ เบาะ ช่องแอร์ ห้องพักเจ้าหน้าที่ และชั้นเก็บอุปกรณ์ที่ชื้นอยู่นาน ทำให้เกิดกลิ่นอับและระคายเคืองทางเดินหายใจ

ทำไมรถพยาบาลและรถกู้ภัยต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ

รถพยาบาลและรถกู้ภัยรับผู้ป่วยที่ร่างกายอ่อนแอ ผู้บาดเจ็บที่มีแผลเปิด และผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว หากพื้นรถ บันได หรืออุปกรณ์ยังมีเชื้อจากน้ำท่วมตกค้าง ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป ในขณะเดียวกัน รถขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคก็ต้องระวังไม่ให้ภายในตู้บรรทุกปนเปื้อน เพราะสินค้าจะถูกส่งต่อไปยังร้านค้าและบ้านเรือนจำนวนมาก

แนวทางของหน่วยงานสาธารณสุข เช่น กรมควบคุมโรค และ CDC ระบุตรงกันว่า หลังน้ำท่วมต้องขจัดโคลนและสิ่งสกปรก ล้างทำความสะอาด ทำให้แห้ง แล้วจึงฆ่าเชื้อพื้นผิว น้ำยาฆ่าเชื้อจะทำงานได้ดีที่สุดบนพื้นผิวที่สะอาด ไม่ใช่บนชั้นโคลนหนา

ข้อควรจำ: เจ้าหน้าที่ที่ลุยน้ำแล้วมีไข้ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง ตาแดง ท้องร่วง หรือมีแผลอักเสบ ต้องพบแพทย์ทันทีและแจ้งว่าได้สัมผัสน้ำท่วม การฆ่าเชื้อรถและโรงจอดเป็นการลดความเสี่ยง ไม่ใช่การรักษาโรค

ความเจ็บปวดของผู้ดูแลกองรถหลังน้ำท่วม

  1. รถหยุดนานไม่ได้ รถพยาบาลและรถกู้ภัยต้องพร้อมออกเหตุตลอดเวลา รถขนส่งก็มีตารางส่งของที่ลูกค้ารออยู่ ทุกชั่วโมงที่รถจอดล้างคือชั่วโมงที่ขาดกำลังให้บริการ
  2. พื้นที่ต้องดูแลกว้างมาก ไม่ใช่แค่ตัวรถ แต่รวมถึงโรงจอด ลานล้างรถ ทางวิ่งเข้าออก ห้องพักเจ้าหน้าที่ ห้องเก็บอุปกรณ์ และเรือที่ใช้ในภารกิจ
  3. ซอกมุมเยอะ ซุ้มล้อ ใต้ท้องรถ บันได ร่องพื้นตู้บรรทุก และชั้นวางอุปกรณ์ เป็นจุดที่สายยางและผ้าเช็ดเข้าไม่ถึงอย่างทั่วถึง
  4. เจ้าหน้าที่เหนื่อยล้า ทีมที่ออกเหตุมาทั้งวันไม่มีแรงเหลือมาขัดล้างโรงจอดทั้งหลังด้วยมือ
  5. สุขภาพของทีม หากเจ้าหน้าที่ป่วยพร้อมกันหลายคน กำลังคนในช่วงวิกฤตจะลดลงทันที
  6. ความเชื่อมั่นของผู้ป่วยและลูกค้า ผู้ป่วยและญาติคาดหวังว่ารถพยาบาลต้องสะอาด ลูกค้าของบริษัทขนส่งก็คาดหวังว่าสินค้าจะไม่ปนเปื้อน
  7. น้ำท่วมซ้ำได้ พื้นที่ที่ระบายน้ำช้าและน้ำไหลย้อนอย่างดอนเมืองมีโอกาสเจอน้ำขังซ้ำเมื่อฝนตกหนัก การจ้างภายนอกทุกครั้งจึงไม่ทันการ

ทำไมสายยางกับกระบอกฉีดมือบีบจึงไม่พอสำหรับฐานกู้ภัยและกองรถ

การล้างด้วยน้ำแรงดันและผงซักฟอกยังเป็นขั้นตอนแรกที่ขาดไม่ได้ แต่เมื่อถึงขั้นตอนฆ่าเชื้อ เครื่องมือที่ใช้กันอยู่มักมีข้อจำกัดเหล่านี้

  • สายยางฉีดน้ำ ช่วยไล่โคลนได้ดี แต่ไม่ใช่การฆ่าเชื้อ และน้ำที่กระเด็นอาจพาเชื้อกระจายไปทั่วโรงจอด
  • กระบอกฉีดมือบีบ ความจุน้อย ฉีดได้เป็นจุด ต้องเติมบ่อย เหมาะกับจุดสัมผัสบ่อย แต่ไม่พอสำหรับโรงจอดหลายร้อยตารางเมตรหรือรถหลายคัน
  • ถังพ่นยาแบบโยกมือ แรงดันไม่สม่ำเสมอ ละอองใหญ่ ไม่มีลมช่วยพาละอองเข้าซุ้มล้อและใต้ท้องรถ
  • การเช็ดด้วยผ้า จำเป็นสำหรับภายในห้องผู้ป่วยของรถพยาบาล แต่ถ้าใช้กับพื้นโรงจอดและตัวรถด้านนอกทั้งหมด จะใช้เวลามากเกินกว่าที่เวรหนึ่งจะรับได้

สิ่งที่กองรถต้องการคือเครื่องมือที่คนเดียวถือเดินได้ พ่นได้ไกล มีลมแรงพอจะพาน้ำยาเข้าซอกมุม และเติมน้ำยาครั้งเดียวทำงานได้ต่อเนื่อง เพื่อปิดงานให้จบภายในช่วงเปลี่ยนเวร

รู้จัก SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังจากเยอรมนี

SOLO PORT 423 (โซโล พอร์ต 423) เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังแบบเครื่องยนต์ ผลิตโดย SOLO Kleinmotoren GmbH เมืองซินเดลฟิงเงน ประเทศเยอรมนี พัดลมที่ขับด้วยเครื่องยนต์สร้างกระแสลมแรง และพาน้ำยาที่ไหลจากถังให้แตกเป็นละอองฝอย พุ่งออกไปได้ไกลและกระจายตัวกว้าง จึงเหมาะกับงานที่ต้องคลุมพื้นที่ใหญ่ในเวลาสั้น

ตามข้อมูลสินค้าของ WHD เครื่องรุ่นนี้ใช้งานได้กับพื้นที่สาธารณะและยานพาหนะ ทั้งเครื่องบิน รถไฟ เรือ และรถยนต์ รวมถึงอาคาร โรงพยาบาล และโรงงาน ซึ่งตรงกับลักษณะงานของฐานกู้ภัย โรงพยาบาล และศูนย์กระจายสินค้าที่มีทั้งรถและอาคาร

ไม่ใช่เครื่องพ่นหมอกควัน: หลายคนเรียกเครื่องพ่นทุกแบบว่า "เครื่องพ่นหมอกควัน" แต่ SOLO PORT 423 เป็นเครื่องพ่นละอองฝอย (mistblower) ที่ใช้ลมแตกน้ำยาเป็นละอองโดยไม่ใช้ความร้อน ต่างจากเครื่องพ่นหมอกควันแบบความร้อน (thermal fogger) ที่เผาน้ำยาให้กลายเป็นควัน เครื่องพ่นละอองฝอยจึงเหมาะกับการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อสูตรน้ำลงบนพื้นผิวมากกว่า

ตารางสเปก SOLO PORT 423

รายการค่า
ชนิดเครื่องยนต์2 จังหวะ 1 สูบ
ความจุกระบอกสูบ72.3 ซีซี
กำลัง3.0 กิโลวัตต์ (4.1 แรงม้า)
ความจุถังน้ำยา12 ลิตร
ปริมาณลมสูงสุด1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
ระยะพ่นแนวราบประมาณ 12 เมตร
น้ำหนักเปล่า11.0 กิโลกรัม
ระดับเสียงที่ผู้ใช้งาน97 dB(A)

ที่มา: ค่าในตารางเป็นไปตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ส่วนข้อมูลเพิ่มเติมตามข้อมูลสินค้าของ WHD ได้แก่ ถังน้ำมันเชื้อเพลิง 1.4 ลิตร ขนาดเครื่อง 68 x 45 x 34 เซนติเมตร และ WHD ระบุว่าเป็นระบบ ULV ให้ละอองต่ำกว่า 30 ไมครอน ช่วยประหยัดน้ำยา โดยขนาดละอองจริงขึ้นกับหัวพ่นและการปรับตั้ง

รายละเอียดการออกแบบที่ช่วยงานภาคสนาม

ตามข้อมูลสินค้าของ WHD เครื่องผลิตในเยอรมนี ใช้ชิ้นส่วน MAHLE และคาร์บูเรเตอร์ BING กระบอกสูบนิกาซิล ท่อพ่นยาวพร้อมหัวกระจายมุมกว้าง ท่อพ่นหมุนได้ ถังน้ำยาโปร่งแสงทนยูวีมองเห็นระดับน้ำยาง่าย ปากเติมกว้าง คันโยกมือเดียวคุมทั้งคันเร่ง ปริมาณน้ำยา และปุ่มดับ สายสะพายบุนวม และจุดกันสะเทือน 4 จุด ข้อมูลจากตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศระบุหัวพ่นมาตรฐานเป็นหัวพ่นละอองปรับได้ 4 ระดับ หัวพ่นระยะไกล ตะแกรงกระจายมุมกว้าง และแผ่นเบี่ยงทิศทางสองด้าน แผ่นเบี่ยงทิศทางนี้มีประโยชน์มากเวลาต้องพ่นเข้าซุ้มล้อหรือพ่นต่ำใต้ท้องรถ สำหรับชุดอุปกรณ์เสริมอื่น ควรสอบถามตัวแทนจำหน่ายโดยตรง

SOLO PORT 423 ช่วยงานฆ่าเชื้อกองรถได้ตรงจุดไหน

ด้วยปริมาณลมสูงสุด 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงและระยะพ่นแนวราบประมาณ 12 เมตรตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO เจ้าหน้าที่หนึ่งคนสามารถยืนพ่นคลุมพื้นโรงจอดที่ล้างแล้วได้เป็นแนวยาว เดินไล่ไปตามแถวรถ และพ่นเข้าซุ้มล้อ บันได กันชน และใต้ท้องรถได้ในรอบเดียว ลมที่แรงช่วยพาละอองเข้าร่องดอกยางและซอกโครงรถที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง

เราแนะนำให้แบ่งงานออกเป็นสามโซน

  • โซนพ่นเต็มกำลัง: พื้นโรงจอด ลานล้างรถ ทางวิ่งเข้าออก ตัวรถด้านนอกหลังล้าง ซุ้มล้อ ใต้ท้องรถ เรือท้องแบน และพื้นที่รอบอาคาร
  • โซนพ่นแบบลดรอบ: ภายในตู้บรรทุกของรถขนส่งที่ว่างแล้ว ห้องเก็บอุปกรณ์ ห้องพักเจ้าหน้าที่ที่ไม่มีคนอยู่ โดยคลุมอุปกรณ์ไฟฟ้าก่อน
  • โซนเช็ดด้วยมือ: ห้องผู้ป่วยภายในรถพยาบาล เปล อุปกรณ์การแพทย์ หน้าจอ วิทยุสื่อสาร และพวงมาลัย ให้ทำตามมาตรฐานควบคุมการติดเชื้อของหน่วยงานด้วยผ้าชุบน้ำยาที่เหมาะกับวัสดุ

น้ำยาคือส่วนที่ฆ่าเชื้อ เครื่องคือส่วนที่ส่งน้ำยา ประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อขึ้นกับน้ำยาที่เลือกใช้ ควรเลือกน้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง เข้ากันได้กับวัสดุของรถ และใช้ตามอัตราเจือจางกับระยะเวลาสัมผัสบนฉลาก เช่น น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H ที่ WHD จำหน่าย โดยปฏิบัติตามฉลากและเอกสาร SDS อย่างเคร่งครัด

10 เหตุผลที่หน่วยกู้ภัย โรงพยาบาล และบริษัทขนส่งควรมี SOLO PORT 423

  1. ฆ่าเชื้อได้ระหว่างเปลี่ยนเวร ไม่ต้องหยุดรถนานหรือรอคิวผู้ให้บริการภายนอก
  2. ลมแรงเข้าถึงซุ้มล้อและใต้ท้องรถ ด้วยปริมาณลมสูงสุด 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO
  3. พ่นได้ไกลประมาณ 12 เมตร คลุมพื้นโรงจอดและลานล้างรถได้เร็ว
  4. คนเดียวทำงานได้ เจ้าหน้าที่ที่เหลือพักผ่อนหรือเตรียมพร้อมออกเหตุได้
  5. ถัง 12 ลิตรทำงานต่อเนื่อง พ่นได้หลายคันก่อนต้องหยุดเติม
  6. ใช้กับเรือและอุปกรณ์กู้ภัยได้ เรือท้องแบน ชูชีพ และเชือกที่ล้างแล้วพ่นซ้ำได้ในจุดเดียว
  7. ลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของทีม ฐานปฏิบัติการที่สะอาดช่วยลดโอกาสที่เชื้อจากน้ำท่วมจะแพร่ในหมู่เจ้าหน้าที่ ดูรายละเอียดเครื่อง
  8. เพิ่มความมั่นใจให้ผู้ป่วยและลูกค้า มีขั้นตอนฆ่าเชื้อที่ตรวจสอบได้และบันทึกเป็นหลักฐาน
  9. คุณภาพเยอรมันสำหรับงานหนัก ตามข้อมูลสินค้าของ WHD ใช้ชิ้นส่วน MAHLE และ BING พร้อมกระบอกสูบนิกาซิล
  10. ใช้ได้ตลอดปี ไม่ใช่แค่หลังน้ำท่วม แต่รวมถึงช่วงไข้หวัดใหญ่ระบาดหรือหลังขนส่งผู้ป่วยโรคติดต่อตามแนวทางของหน่วยงาน ขอใบเสนอราคา SOLO PORT 423

ก่อนและหลัง: เมื่อฐานกู้ภัยมีเครื่องพ่นของตัวเอง

ก่อน

  • ล้างรถด้วยสายยางแล้วจบ ไม่ได้ฆ่าเชื้อจริงจัง
  • ซุ้มล้อ ใต้ท้องรถ และเรือถูกมองข้าม
  • โรงจอดมีกลิ่นอับและคราบโคลนสะสม
  • ต้องดึงรถออกจากเวรนานเพื่อทำความสะอาด
  • เจ้าหน้าที่เริ่มป่วยต่อเนื่องหลายคน
  • ไม่มีบันทึกการฆ่าเชื้อให้ผู้บริหารหรือผู้ตรวจสอบ

หลัง

  • ล้างก่อน แล้วพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อตามฉลากอย่างเป็นระบบ
  • ลมแรงพาละอองเข้าซุ้มล้อและใต้ท้องรถ
  • โรงจอดและลานล้างรถได้รับการฆ่าเชื้อทั่วทั้งพื้นที่
  • ทำงานจบได้ในช่วงเปลี่ยนเวร รถกลับไปให้บริการเร็วขึ้น
  • ฐานปฏิบัติการสะอาด ลดความเสี่ยงต่อทีมงาน
  • มีบันทึกวันเวลาและพื้นที่ที่พ่นทุกครั้ง

ขั้นตอนฆ่าเชื้อรถพยาบาล รถกู้ภัย รถขนส่ง และโรงจอดหลังน้ำท่วม

  1. จัดลำดับรถ แบ่งรถเป็นชุด ให้ชุดหนึ่งยังพร้อมออกเหตุ อีกชุดเข้าล้างและฆ่าเชื้อ เพื่อไม่ให้ขาดกำลังให้บริการ
  2. ขนสิ่งของที่เปียกน้ำออกจากรถ พรมปูพื้น ผ้าห่ม ผ้าปูเปล กล่องอุปกรณ์ และสินค้าที่ปนเปื้อนในตู้บรรทุก นำไปล้างแยกหรือทิ้งตามความเหมาะสม
  3. ล้างตัวรถและซุ้มล้อด้วยน้ำและผงซักฟอก ฉีดไล่โคลนจากใต้ท้องรถ ซุ้มล้อ บันได และกันชน จนไม่เห็นคราบโคลน พร้อมล้างพื้นโรงจอดและลานล้างรถ
  4. ปล่อยให้พื้นผิวสะเด็ดน้ำ เปิดประตูรถและตู้บรรทุกให้อากาศถ่ายเท ใช้พัดลมช่วยในห้องเก็บอุปกรณ์และห้องพักเจ้าหน้าที่
  5. คลุมหรือถอดอุปกรณ์ที่ไวต่อความชื้น เช่น วิทยุสื่อสาร จอแสดงผล อุปกรณ์การแพทย์ ปลั๊กไฟ และห้องเครื่องยนต์ของรถ ห้ามพ่นน้ำยาเข้าชิ้นส่วนไฟฟ้าโดยตรง
  6. ผสมน้ำยาตามฉลาก แล้วเติมลงถัง 12 ลิตรของ SOLO PORT 423 โดยวางเครื่องบนพื้นราบ ห่างจากรถที่เพิ่งดับเครื่อง
  7. สวมอุปกรณ์ป้องกันครบชุด ที่ครอบหูหรือที่อุดหู อุปกรณ์ป้องกันทางเดินหายใจตามฉลากน้ำยา แว่นครอบตา ถุงมือกันสารเคมี ชุดแขนยาว และรองเท้าบูท
  8. พ่นโซนภายนอกก่อน เริ่มจากพื้นโรงจอดด้านในสุดไล่ออกมาทางประตู พ่นตัวรถด้านนอก ซุ้มล้อ และใต้ท้องรถโดยใช้แผ่นเบี่ยงทิศทางช่วยบังคับละออง แล้วจึงพ่นเรือและอุปกรณ์กู้ภัยที่วางเรียงไว้
  9. พ่นโซนภายในแบบลดรอบ ตู้บรรทุกที่ว่างและห้องเก็บอุปกรณ์ที่ไม่มีคน พ่นให้พื้นผิวชื้นทั่วตามที่ฉลากกำหนด ไม่พ่นจนน้ำยานอง
  10. เช็ดห้องผู้ป่วยในรถพยาบาลด้วยมือ ตามมาตรฐานควบคุมการติดเชื้อของหน่วยงาน โดยเฉพาะเปล ราวจับ เข็มขัดรัดตัว และอุปกรณ์การแพทย์
  11. รอครบระยะเวลาสัมผัสและเวลากลับเข้าพื้นที่ ตามฉลากน้ำยา ระบายอากาศในรถให้ดี แล้วจึงนำรถกลับเข้าประจำการ
  12. บันทึกทุกครั้ง ทะเบียนรถ วันเวลา น้ำยา อัตราเจือจาง และผู้ปฏิบัติงาน เพื่อใช้เป็นหลักฐานและวางแผนรอบถัดไป

หากองค์กรของคุณยังไม่พร้อมจัดซื้อเครื่อง หรือต้องการกำลังเสริมในช่วงวิกฤต สามารถเลือกใช้ บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD ซึ่งเป็นบริการแยกต่างหากจากการจำหน่ายเครื่องได้เช่นกัน

ความปลอดภัยในการใช้ SOLO PORT 423 ที่ฐานกู้ภัยและโรงจอดรถ

  • ป้องกันการได้ยิน: ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ระดับเสียงที่ผู้ใช้งานคือ 97 dB(A) ต้องสวมที่ครอบหูทุกครั้ง และในฐานที่มีวิทยุสื่อสารควรให้มีเจ้าหน้าที่อีกคนรับวิทยุแทนระหว่างพ่น
  • จำกัดเวลาใช้งานต่อเนื่อง: เครื่องยนต์มีแรงสั่นสะเทือน ควรพักเป็นช่วงและสลับผู้พ่น โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ออกเหตุมาทั้งวันและร่างกายล้า
  • อุปกรณ์ป้องกันสารเคมี: ใช้ตามฉลากและ SDS ของน้ำยา ห้ามพ่นทวนลม ห้ามพ่นไปทางคน และห้ามพ่นเข้าห้องโดยสารที่มีคนนั่งอยู่
  • เติมน้ำมันอย่างปลอดภัย: ดับเครื่องพ่นและรอให้เย็นก่อนเติม เติมในที่โล่ง ห่างจากรถที่เครื่องยนต์ยังร้อน ห่างจากถังออกซิเจนทางการแพทย์ และห่างจากประกายไฟ
  • น้ำหนัก: น้ำหนักเปล่า 11.0 กิโลกรัมตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO และประมาณ 23 กิโลกรัมขึ้นไปเมื่อเติมน้ำยาเต็มถัง ระวังการลื่นบนพื้นโรงจอดที่เปียกและมีคราบน้ำมัน
  • กันคนและสัตว์ออกจากพื้นที่: กั้นเขตโรงจอดระหว่างพ่น และกลับเข้าได้หลังครบเวลาตามฉลากน้ำยา
  • ระวังไอเสีย: อย่าใช้เครื่องยนต์ในห้องปิดทึบ เปิดประตูโรงจอดให้อากาศถ่ายเทตลอดเวลา
  • ฝึกอบรมก่อนใช้งาน: อ่านคู่มือผู้ผลิต ฝึกสตาร์ต ปรับปริมาณน้ำยา และดับเครื่องฉุกเฉิน รวมถึงฝึกการทำความสะอาดเครื่องหลังใช้งาน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. รถลุยน้ำท่วมมาแล้วต้องล้างและฆ่าเชื้ออย่างไร

ล้างโคลนจากตัวรถ ซุ้มล้อ และใต้ท้องรถด้วยน้ำและผงซักฟอก ขนของเปียกออก ทำให้แห้ง แล้วพ่นหรือเช็ดน้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนตามฉลาก และให้ช่างตรวจเบรกกับระบบไฟฟ้าด้วย

2. พ่นฆ่าเชื้อรถพยาบาลด้วยเครื่องพ่นละอองฝอยได้ไหม

ภายนอกรถ ซุ้มล้อ และโรงจอดพ่นได้ ส่วนห้องผู้ป่วยและอุปกรณ์การแพทย์ควรเช็ดตามมาตรฐานควบคุมการติดเชื้อของหน่วยงาน

3. SOLO PORT 423 ราคาเท่าไหร่

ราคาขึ้นกับชุดอุปกรณ์และเงื่อนไขการจัดซื้อ ติดต่อขอใบเสนอราคาที่ WHD โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

4. เครื่องพ่นยาสะพายหลังรุ่นนี้พ่นใต้ท้องรถได้หรือไม่

ได้ ลมแรงและแผ่นเบี่ยงทิศทางช่วยบังคับละอองเข้าซุ้มล้อและใต้ท้องรถ แต่ต้องล้างโคลนออกก่อนและไม่พ่นเข้าชิ้นส่วนไฟฟ้า

5. SOLO PORT 423 กับเครื่องพ่นหมอกควันต่างกันอย่างไร

เครื่องพ่นหมอกควันใช้ความร้อนเปลี่ยนน้ำยาเป็นควัน ส่วน SOLO PORT 423 ใช้ลมแรงแตกน้ำยาเป็นละอองโดยไม่ใช้ความร้อน

6. ควรใช้น้ำยาอะไรฆ่าเชื้อรถหลังน้ำท่วม

ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียน ฉลากอนุญาตให้ใช้แบบพ่น และเข้ากันได้กับวัสดุของรถ เช่น Chemgene HLD4H โดยปฏิบัติตามฉลากและ SDS

7. ถังน้ำยา 12 ลิตรพ่นได้กี่คัน

ขึ้นกับขนาดรถ อัตราการพ่นที่ฉลากกำหนด และการตั้งค่าเครื่อง แนะนำให้ทดลองจดปริมาณที่ใช้ต่อคันในรอบแรก เพื่อวางแผนรอบต่อไป

8. เจ้าหน้าที่กู้ภัยลุยน้ำแล้วมีไข้ ปวดน่อง ต้องทำอย่างไร

ควรพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วม เพราะอาจเป็นอาการของโรคฉี่หนู การฆ่าเชื้อสถานที่ไม่ใช่การรักษา

9. มูลนิธิหรือบริษัทขนส่งเอกชนซื้อเครื่องได้ไหม

ได้ WHD จำหน่ายให้ทั้งหน่วยงานราชการ โรงพยาบาล มูลนิธิ และองค์กรเอกชน ติดต่อสอบถามรายละเอียดการจัดซื้อได้โดยตรง

10. ถ้าไม่ซื้อเครื่อง มีบริการพ่นฆ่าเชื้อโรงจอดรถไหม

มี บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สอบถามคิวได้ทางโทรศัพท์หรือ LINE

ให้รถทุกคันกลับไปช่วยคนได้เร็วและสะอาด

เตรียมฐานกู้ภัย โรงพยาบาล หรือศูนย์ขนส่งของคุณให้พร้อมฆ่าเชื้อด้วยตัวเองทุกครั้งที่น้ำลด สอบถามสเปก อุปกรณ์ และขอใบเสนอราคา SOLO PORT 423 ได้ทันที

ดูสินค้าและราคา SOLO PORT 423 คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

บทความที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#SOLO423 #SOLOPORT423 #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยาสะพายหลัง #เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วม2569 #ฆ่าเชื้อรถพยาบาล #รถกู้ภัย #น้ำท่วมดอนเมือง2569

คำค้นหา: เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง, SOLO PORT 423, SOLO PORT 423 ราคา, เครื่องพ่นยาสะพายหลัง, เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ, ฆ่าเชื้อรถพยาบาลหลังน้ำท่วม, ฆ่าเชื้อรถกู้ภัย, ล้างรถลุยน้ำท่วม, ฆ่าเชื้อโรงจอดรถ, น้ำท่วมดอนเมือง ปี 2569, น้ำท่วมถนนเทิดราชัน ปี 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้