SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับโรงพยาบาล รพ.สต. และสถานพยาบาล พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม บางพลี สมุทรปราการ ปี 2569

Last updated: 9 ต.ค. 2569  |  13 จำนวนผู้เข้าชม  | 

SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับโรงพยาบาล รพ.สต. และสถานพยาบาล พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม บางพลี สมุทรปราการ ปี 2569

SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับโรงพยาบาล รพ.สต. และสถานพยาบาล พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม บางพลี สมุทรปราการ ปี 2569

ถ้าคุณเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล หัวหน้างานควบคุมการติดเชื้อ ผู้อำนวยการ รพ.สต. หรือเจ้าของคลินิก แล้วกำลังค้นหาคำว่า "เครื่องพ่นฆ่าเชื้อสำหรับโรงพยาบาล" หรือ "พ่นฆ่าเชื้อ รพ.สต. หลังน้ำท่วม" บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อคุณโดยตรง เมื่อน้ำลดลงรอบสถานพยาบาล สิ่งที่เหลือไว้คือลานจอดรถ ทางเดินเชื่อมอาคาร จุดรับส่งผู้ป่วย โรงจอดรถพยาบาล และรั้วรอบขอบชิดที่เปื้อนโคลนและน้ำเสีย พื้นที่เหล่านี้กว้างเกินกว่าจะใช้ถังน้ำกับไม้ถูพื้นหรือกระบอกฉีดมือบีบให้ทั่วถึงทันเวลา เราจะเล่าผ่านสถานการณ์ น้ำท่วมหมู่บ้านธนาเพลส และธนาซิตี้ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ปี 2569 แล้วอธิบายว่าทำไมสถานพยาบาลจึงควรมี เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง SOLO PORT 423 ไว้ประจำหน่วยงาน

สถานการณ์น้ำท่วม ปี 2569: ภาพรวมประเทศ และบางพลี สมุทรปราการ

ฤดูฝน ปี 2569 เป็นอีกปีที่หลายพื้นที่ของประเทศไทยต้องรับมือกับน้ำท่วมเป็นวงกว้าง ตามข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่เผยแพร่ผ่านกรมประชาสัมพันธ์ (PRD) ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 27 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,154,875 ครัวเรือน หรือกว่า 3.1 ล้านคน ตัวเลขเหล่านี้หมายความว่ามีสถานพยาบาลจำนวนไม่น้อยที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม หรืออยู่ติดกับชุมชนที่ถูกน้ำท่วม และต้องเตรียมรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นหลังน้ำลด

สำหรับอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ สำนักข่าว TopNews รายงานเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ว่าหมู่บ้านธนาเพลส และธนาซิตี้ มีน้ำสูงราว 1.5 เมตรในบางโซน ปั๊มหลักใช้งานไม่ได้เพราะตู้ไฟจมน้ำ หน่วยงานต้องระดมเครื่องสูบน้ำ 14 เครื่อง ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ระบายน้ำไปยังสนามกอล์ฟและคลองลำรางสาธารณะ และคาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายภายใน 5 ถึง 6 วัน ภาพของชุมชนบ้านจัดสรรขนาดใหญ่ที่ถูกน้ำล้อมแบบนี้ บอกเราว่าเมื่อน้ำลด ปริมาณผู้คนที่ต้องกลับเข้าบ้าน ทำความสะอาด และอาจเจ็บป่วยจากการลุยน้ำ จะไหลมาที่สถานพยาบาลใกล้เคียงพร้อมกันในเวลาไม่กี่วัน

ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์ อ้างข้อมูล ปภ. ณ 7 ต.ค. 2569 06.00 น. (https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/548715) และ TopNews 1 ต.ค. 2569 (https://www.topnews.co.th/news/1707234)

กรณีตัวอย่าง: เช้าวันแรกหลังน้ำลดที่ รพ.สต. ใกล้หมู่บ้านจัดสรรในบางพลี

หมายเหตุ: เรื่องเล่าในส่วนนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่สร้างขึ้นจากสถานการณ์ที่พบบ่อยในพื้นที่น้ำท่วม ไม่ได้อ้างถึงสถานพยาบาลหรือบุคคลจริงรายใดรายหนึ่ง

พี่นุช หัวหน้าพยาบาลวิชาชีพของ รพ.สต. แห่งหนึ่งในอำเภอบางพลี ยืนอยู่หน้าประตูอาคารตั้งแต่หกโมงเช้า น้ำที่เคยขังสูงถึงหน้าแข้งบนลานจอดรถเพิ่งลดลงเมื่อคืน เหลือไว้แต่ชั้นโคลนสีน้ำตาลเทาที่มีกลิ่นเหม็นอับ ขยะลอยน้ำติดอยู่ตามรั้ว และคราบน้ำมันจากรถที่จมน้ำในซอยข้างเคียง ใต้หลังคาจุดคัดกรองผู้ป่วยมีเก้าอี้พลาสติกล้มระเกะระกะ ม้านั่งยาวหน้าห้องรอตรวจมีรอยน้ำสูงประมาณหนึ่งคืบ

ในกลุ่มไลน์ของอำเภอ มีข้อความแจ้งว่าวันนี้จะมีชาวบ้านจากหมู่บ้านที่น้ำเพิ่งลดเดินทางมาขอรับยาโรคประจำตัว ทำแผล และตรวจอาการไข้ ปวดกล้ามเนื้อ ท้องเสีย ผื่นคัน รวมถึงผู้สูงอายุที่ต้องมารับยาความดันและเบาหวานต่อเนื่อง ทีมงานทั้งหมดมีเจ็ดคน มีถังพ่นยาแบบมือโยกหนึ่งถัง และกระบอกฉีดน้ำยาขนาดเล็กอีกสองสามอัน

ทีมช่วยกันตักโคลนและฉีดน้ำล้างพื้นจนถึงเที่ยง พื้นที่ที่ล้างแล้วเริ่มดูสะอาด แต่เมื่อถึงขั้นพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ปัญหาก็เกิดขึ้นทันที ถังมือโยกต้องสูบลมตลอดเวลา แรงดันตกเร็ว ละอองที่ออกมาเป็นหยดใหญ่ ไหลรวมเป็นแอ่ง ใช้เวลานานกว่าจะพ่นครบลานจอดรถหนึ่งด้าน ส่วนบริเวณใต้หลังคาจุดคัดกรอง ซอกผนัง ใต้ม้านั่ง และรั้วด้านหลังที่ติดคูน้ำ แทบไม่มีใครเข้าไปถึง ตอนบ่ายสามโมงผู้ป่วยเริ่มมารอหน้าประตู ขณะที่งานพ่นยังไม่เสร็จครึ่งหนึ่ง

เย็นวันนั้นพี่นุชพิมพ์ข้อความถึงผู้อำนวยการว่า "ถ้าเรามีเครื่องพ่นแบบสะพายหลังที่มีเครื่องยนต์ เป่าละอองได้ไกลและทั่วถึง งานนี้น่าจะเสร็จก่อนเที่ยง" ประโยคนี้คือจุดเริ่มต้นของการเขียนโครงการขอจัดซื้อครุภัณฑ์ และเป็นคำถามเดียวกับที่สถานพยาบาลจำนวนมากถามตัวเองหลังน้ำท่วม ปี 2569

เชื้อโรคหลังน้ำท่วมที่สถานพยาบาลต้องเฝ้าระวัง

น้ำท่วมไม่ได้พาแค่น้ำมา แต่พาเอาสิ่งปฏิกูลจากท่อระบายน้ำ บ่อเกรอะ ขยะ และซากสัตว์มาด้วย เมื่อน้ำลดลง สิ่งเหล่านี้ตกค้างอยู่บนพื้น ผนัง ล้อรถ และทุกพื้นผิวที่เคยจมน้ำ สำหรับสถานพยาบาลซึ่งเป็นสถานที่รวมผู้ป่วย ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ความเสี่ยงจึงสูงกว่าอาคารทั่วไปหลายเท่า เชื้อที่ควรรู้จักในระดับกลุ่มมีดังนี้

  • แบคทีเรียจากสิ่งปฏิกูล เช่น อีโคไล (E. coli) และซัลโมเนลลา (Salmonella) ซึ่งเป็นสาเหตุของท้องร่วง อาหารเป็นพิษ และการติดเชื้อทางเดินอาหาร ติดมากับโคลน มือ และรองเท้า
  • เลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู เป็นความเสี่ยงสำคัญหลังน้ำท่วม เชื้อปนอยู่ในน้ำและดินที่มีปัสสาวะของสัตว์ เข้าสู่ร่างกายทางแผลหรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน ผู้ที่ลุยน้ำแล้วมีไข้สูง ปวดน่องรุนแรง ต้องพบแพทย์ทันที
  • ไวรัสระบบทางเดินอาหาร เช่น โนโรไวรัส (norovirus) และโรตาไวรัส (rotavirus) ที่ทำให้อาเจียนและท้องเสีย แพร่ได้ง่ายผ่านพื้นผิวที่ปนเปื้อนและมือที่ไม่สะอาด
  • ไวรัสระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่ (influenza) และอาร์เอสวี (RSV) ซึ่งระบาดได้ง่ายขึ้นเมื่อคนจำนวนมากมารวมตัวกันในห้องรอตรวจหรือศูนย์พักพิงช่วงฤดูฝน
  • เชื้อรา ที่เติบโตเร็วบนผนัง ฝ้า วัสดุบุผิว และพื้นที่อับชื้นหลังน้ำท่วม เป็นปัญหาต่อผู้ป่วยภูมิแพ้ หอบหืด และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ

ในโรงพยาบาลและ รพ.สต. เชื้อเหล่านี้เดินทางเข้าอาคารได้ง่ายมาก ผ่านล้อรถเข็น ล้อเปลนอน รองเท้าของผู้ป่วยและญาติ ล้อรถพยาบาล และมือที่จับราวบันได ประตู หรือเก้าอี้ ดังนั้นการฆ่าเชื้อจึงไม่ควรเริ่มที่ห้องตรวจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจาก "พื้นที่รอบนอก" ที่เป็นทางผ่านของทุกคน ซึ่งมักเป็นพื้นที่กว้างที่สุดและถูกมองข้ามบ่อยที่สุด

สิ่งสำคัญที่ต้องย้ำคือ การพ่นฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนหลังการขนโคลนและล้างทำความสะอาดเสมอ เพราะสารอินทรีย์และโคลนจะลดประสิทธิภาพของน้ำยาฆ่าเชื้อแทบทุกชนิด และการพ่นฆ่าเชื้อไม่ใช่การรักษาโรค ผู้ที่มีอาการไข้ ท้องเสียรุนแรง หรือปวดน่องหลังลุยน้ำ ต้องได้รับการตรวจรักษาจากแพทย์

ปัญหาที่โรงพยาบาลและ รพ.สต. ต้องเจอหลังน้ำลด

1. พื้นที่กว้างกว่าที่คิด โรงพยาบาลชุมชนหนึ่งแห่งมีลานจอดรถ ถนนภายใน ทางเดินมีหลังคา จุดรับส่งผู้ป่วย โรงซักฟอก โรงครัว จุดพักขยะติดเชื้อ และบ้านพักเจ้าหน้าที่ รวมกันอาจเป็นหลายพันตารางเมตร แม้แต่ รพ.สต. ขนาดเล็กก็ยังมีลานหน้าอาคาร ที่จอดรถ และทางเดินรอบอาคารที่ต้องจัดการ

2. คนน้อย งานมาก และเวลาจำกัด ช่วงหลังน้ำลด เจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบที่บ้านของตัวเอง บางคนต้องออกหน่วยเยี่ยมบ้านหรือศูนย์พักพิง กำลังคนที่เหลือต้องดูแลผู้ป่วยไปพร้อมกับทำความสะอาดสถานที่ การมีอุปกรณ์ที่ช่วยให้คนหนึ่งคนทำงานได้เท่ากับหลายคน จึงมีค่ามาก

3. แรงกดดันเรื่องการเปิดบริการ สถานพยาบาลปิดนานไม่ได้ ชุมชนต้องการที่พึ่งทันทีหลังน้ำลด ผู้ป่วยเรื้อรังต้องรับยาต่อเนื่อง ผู้บาดเจ็บจากการทำความสะอาดบ้านต้องการทำแผล การฆ่าเชื้อจึงต้องเร็ว ทั่วถึง และวางแผนให้เสร็จก่อนเวลาเปิดให้บริการ

4. ความเสี่ยงต่อผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง ผู้ที่มาโรงพยาบาลคือคนที่ร่างกายอ่อนแออยู่แล้ว หากพื้นที่รอบนอกยังมีเชื้อจากน้ำท่วมตกค้าง ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อซ้ำซ้อนก็สูงขึ้น และอาจกลายเป็นภาระงานที่เพิ่มขึ้นอีกหลายสัปดาห์

5. ภาพลักษณ์และความเชื่อมั่น ญาติผู้ป่วยที่เดินผ่านลานจอดรถที่ยังมีกลิ่นเหม็นและคราบโคลน ย่อมตั้งคำถามว่าภายในอาคารสะอาดพอหรือไม่ การฟื้นฟูสถานที่ให้สะอาดและปลอดภัยอย่างเป็นระบบ คือการบอกชุมชนว่าสถานพยาบาลพร้อมดูแลพวกเขาอีกครั้ง

6. การตรวจสอบและการรายงาน หน่วยงานสาธารณสุขต้องรายงานการฟื้นฟูสถานที่ต่อผู้บังคับบัญชา การมีอุปกรณ์ที่เป็นครุภัณฑ์ของหน่วยงานเอง พร้อมขั้นตอนการทำงานที่เขียนไว้ชัดเจน ช่วยให้บันทึกและตรวจสอบย้อนหลังได้ง่ายกว่าการพึ่งพาอุปกรณ์ยืมชั่วคราว

ทำไมถังมือโยก ถังน้ำ และกระบอกฉีดขนาดเล็ก จึงไม่พอสำหรับพื้นที่ใหญ่

อุปกรณ์พื้นฐานอย่างถังพ่นยาแบบมือโยก ถังน้ำกับผ้าถูพื้น หรือกระบอกฉีดสเปรย์ ยังมีประโยชน์มากสำหรับงานจุดเล็ก เช่น เช็ดเคาน์เตอร์ ลูกบิดประตู หรือพื้นห้องขนาดเล็ก แต่เมื่อต้องรับมือกับพื้นที่หลายพันตารางเมตรหลังน้ำท่วม ข้อจำกัดเหล่านี้จะชัดเจนขึ้นทันที

  • แรงดันไม่คงที่ ถังมือโยกต้องสูบลมเป็นระยะ ละอองที่ออกมาจึงมีขนาดไม่สม่ำเสมอ บางช่วงเป็นหยดใหญ่ไหลนอง บางช่วงแทบไม่มีอะไรออกมา
  • ระยะพ่นสั้น ผู้พ่นต้องเดินเข้าใกล้ทุกพื้นผิว ทำให้ซอกมุม ใต้หลังคาสูง หรือแนวรั้วที่ติดคูน้ำเข้าถึงยาก
  • เปลืองแรงคนและเวลา เจ้าหน้าที่หนึ่งคนพ่นได้ไม่กี่ร้อยตารางเมตรก่อนจะเหนื่อยล้า งานที่ควรเสร็จในครึ่งวันอาจลากไปถึงหลายวัน
  • ใช้น้ำยาไม่คุ้ม หยดน้ำยาที่ใหญ่เกินไปจะไหลรวมกันบนพื้นและระเหยหรือซึมหายไป แทนที่จะเคลือบพื้นผิวอย่างทั่วถึงตามเวลาสัมผัสที่ฉลากกำหนด
  • ครอบคลุมไม่สม่ำเสมอ เมื่อทำด้วยมือหลายคน แต่ละคนพ่นหนาบางไม่เท่ากัน ทำให้ยากต่อการควบคุมคุณภาพ

นี่คือเหตุผลที่สถานพยาบาลหลายแห่งเริ่มมองหา เครื่องพ่นยาสะพายหลังแบบมีเครื่องยนต์ หรือที่เรียกกันว่าเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง (mistblower) ซึ่งใช้แรงลมจากพัดลมที่ขับด้วยเครื่องยนต์ช่วยพาละอองน้ำยาไปได้ไกลและกระจายตัวได้ดีกว่ามาก

คำตอบสำหรับสถานพยาบาล: SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังจากเยอรมนี

SOLO PORT 423 หรือ โซโล พอร์ต 423 เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังแบบเครื่องยนต์ ผลิตโดย SOLO Kleinmotoren GmbH เมืองซินเดลฟิงเงน ประเทศเยอรมนี World Health Disinfection (WHD) จำหน่ายเครื่องรุ่นนี้สำหรับหน่วยงานราชการและองค์กรขนาดใหญ่ หลักการทำงานคือเครื่องยนต์จะหมุนพัดลมสร้างกระแสลมแรง แล้วนำน้ำยาจากถังลงไปผสมกับลมที่หัวพ่น เกิดเป็นละอองที่ถูกเป่าออกไปไกลและกระจายทั่วพื้นที่ ต่างจากถังมือโยกที่อาศัยแรงดันจากการสูบลมเพียงอย่างเดียว

สเปกสำคัญ (ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO)

รายการค่า
เครื่องยนต์เครื่องยนต์ 2 จังหวะ 1 สูบ ปริมาตรกระบอกสูบ 72.3 ซม.³ (cm³)
กำลังเครื่องยนต์3.0 กิโลวัตต์ หรือ 4.1 แรงม้า
ถังน้ำยา12 ลิตร
ปริมาณลมสูงสุด1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
ระยะพ่นแนวราบประมาณ 12 เมตร
น้ำหนักเปล่า11.0 กิโลกรัม
ระดับเสียงที่ผู้ใช้งาน97 dB(A)

ตามข้อมูลสินค้าของ WHD เครื่องรุ่นนี้ถูกระบุว่าเป็นเครื่องพ่นแบบ ULV ที่ให้ขนาดละอองต่ำกว่า 30 ไมครอน ช่วยประหยัดน้ำยา ทั้งนี้ขนาดละอองจริงขึ้นอยู่กับหัวพ่นและการปรับตั้งเครื่อง

จุดเด่นด้านการออกแบบ (ตามข้อมูลสินค้าของ WHD)

  • ผลิตในเยอรมนี ใช้ชิ้นส่วนแบรนด์ MAHLE และคาร์บูเรเตอร์ BING กระบอกสูบเคลือบ Nikasil ทนการสึกหรอ
  • ท่อพ่นยาวพร้อมหัวกระจายมุมกว้าง และท่อพ่นหมุนปรับทิศทางได้ เหมาะกับการพ่นทั้งพื้นที่โล่งและซอกมุม
  • ถังน้ำยาโปร่งแสงทนรังสียูวี มองเห็นระดับน้ำยาได้ง่าย ปากเติมกว้าง เติมน้ำยาสะดวก
  • คันบังคับมือเดียว ควบคุมคันเร่ง ปริมาณน้ำยา และปุ่มดับเครื่องได้ในจุดเดียว
  • สายสะพายบุนวม และระบบกันสะเทือน 4 จุด ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนที่ส่งถึงตัวผู้ใช้งาน

สำหรับอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ เช่น ชุดสำหรับงานเฉพาะทาง ผู้ผลิตมีชุดเสริมในกลุ่มสินค้า SOLO ให้เลือก แนะนำให้สอบถามรายละเอียดกับ WHD ก่อนสั่งซื้อ เพื่อเลือกให้ตรงกับลักษณะงานของสถานพยาบาลแต่ละแห่ง

เครื่องพ่นละอองฝอย ต่างจากเครื่องพ่นหมอกควันอย่างไร

หลายคนค้นหาคำว่า "เครื่องพ่นหมอกควัน" เมื่อต้องการเครื่องสำหรับพ่นฆ่าเชื้อหรือพ่นยากำจัดยุง จึงควรเข้าใจความต่างให้ชัด SOLO PORT 423 ไม่ใช่เครื่องพ่นหมอกควัน เครื่องพ่นหมอกควัน (thermal fogger) ใช้ความร้อนทำให้สารเคมีที่ผสมกับตัวทำละลายกลายเป็นควันสีขาว นิยมใช้กำจัดยุงในชุมชนในช่วงเวลาที่กำหนด ส่วนเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังอย่าง SOLO PORT 423 ใช้แรงลมเป่าน้ำยาให้แตกเป็นละอองโดยไม่ใช้ความร้อน จึงเหมาะกับการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ผสมน้ำตามฉลาก บนพื้นผิวกว้าง เช่น ลานจอดรถ ทางเดิน และอาคารที่ว่าง

ข้อดีของการไม่ใช้ความร้อนสำหรับงานสถานพยาบาลคือ ไม่มีควันหนาทึบที่ทำให้ผู้คนในบริเวณใกล้เคียงตกใจ และสามารถใช้กับน้ำยาฆ่าเชื้อที่ผสมน้ำได้ตามคำแนะนำบนฉลาก อย่างไรก็ตาม การเลือกเครื่องควรดูจากลักษณะงานเป็นหลัก หากหน่วยงานต้องทำงานควบคุมยุงด้วย ควรปรึกษา WHD เพื่อเลือกเครื่องที่เหมาะกับงานแต่ละประเภท

10 เหตุผลที่โรงพยาบาลและ รพ.สต. ควรมี SOLO PORT 423 ประจำหน่วยงาน

  1. ครอบคลุมพื้นที่กว้างได้เร็ว ด้วยปริมาณลมสูงสุด 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ละอองน้ำยาถูกพาออกไปไกลและกระจายตัวได้ดี เหมาะกับลานจอดรถและถนนภายในโรงพยาบาล
  2. เข้าถึงจุดที่มือเอื้อมไม่ถึง ระยะพ่นแนวราบประมาณ 12 เมตร ช่วยให้พ่นแนวรั้ว ใต้หลังคาทางเดิน และซอกอาคารได้โดยไม่ต้องเดินเข้าไปทุกจุด
  3. ถังน้ำยา 12 ลิตร ทำงานได้ต่อเนื่อง ลดจำนวนครั้งที่ต้องหยุดเติมน้ำยา งานจึงเดินหน้าได้ไม่สะดุด
  4. คนเดียวทำงานแทนหลายคน เจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกอบรมหนึ่งคนพ่นได้มากกว่าการใช้ถังมือโยกหลายเท่า ทีมที่เหลือจึงมีเวลาดูแลผู้ป่วย
  5. ใช้น้ำยาอย่างคุ้มค่า ตามข้อมูลสินค้าของ WHD เครื่องให้ละอองขนาดเล็กแบบ ULV ซึ่งช่วยให้น้ำยาเคลือบพื้นผิวได้ทั่วโดยไม่ต้องใช้ปริมาณมากจนไหลนอง
  6. คุณภาพงานสม่ำเสมอ แรงลมจากเครื่องยนต์ให้ละอองที่คงที่กว่าการสูบลมด้วยมือ จึงควบคุมมาตรฐานการพ่นได้ง่ายขึ้น
  7. ใช้ได้ทั้งปี ไม่ใช่แค่หลังน้ำท่วม WHD ระบุการใช้งานครอบคลุมโรงพยาบาล โรงเรียน อาคารสาธารณะ ยานพาหนะ และพื้นที่ประกอบอาหาร สถานพยาบาลจึงใช้ในงานฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ งานรับมือโรคระบาด และงานควบคุมพาหะนำโรคตามแผนของหน่วยงาน
  8. ผลิตในเยอรมนี ทนทานต่อการใช้งานหนัก ชิ้นส่วน MAHLE คาร์บูเรเตอร์ BING และกระบอกสูบเคลือบ Nikasil ตามข้อมูลสินค้าของ WHD เหมาะกับครุภัณฑ์ที่ต้องใช้งานยาวนานหลายปี
  9. ออกแบบให้สะพายสบายขึ้น สายสะพายบุนวมและระบบกันสะเทือน 4 จุด ช่วยลดความล้าเมื่อต้องทำงานต่อเนื่อง
  10. มีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการฆ่าเชื้อให้คำปรึกษา WHD ทำงานด้านการฆ่าเชื้อโดยตรง จึงช่วยแนะนำการเลือกน้ำยา วิธีใช้ และการดูแลรักษาเครื่องได้ ดูรายละเอียดสินค้า SOLO PORT 423

ก่อนและหลัง: เปรียบเทียบการทำงานของสถานพยาบาลหลังน้ำลด

ก่อนมี SOLO PORT 423

  • เจ้าหน้าที่ใช้ถังมือโยกและกระบอกฉีด สลับกันสูบลมจนเหนื่อย
  • พ่นลานจอดรถได้ไม่ครบในวันเดียว ต้องเลื่อนเวลาเปิดบริการบางส่วน
  • ซอกรั้ว ใต้หลังคาสูง และแนวคูน้ำ เข้าไม่ถึง
  • น้ำยาไหลนองเป็นแอ่ง ใช้มากแต่ไม่ทั่วถึง
  • ต้องรอยืมเครื่องจากหน่วยงานอื่น ซึ่งก็กำลังใช้งานเช่นกัน

หลังมี SOLO PORT 423

  • ทีมล้างโคลนเสร็จ แล้วผู้พ่นที่ผ่านการอบรมเริ่มพ่นตามแผนผังได้ทันที
  • ลานจอดรถ ทางเดิน และจุดรับผู้ป่วยได้รับการพ่นอย่างทั่วถึงภายในกรอบเวลาที่วางไว้
  • ละอองถูกเป่าเข้าถึงแนวรั้วและใต้หลังคาได้จากระยะห่างที่ปลอดภัย
  • ใช้น้ำยาตามอัตราบนฉลาก เคลือบพื้นผิวทั่วโดยไม่สิ้นเปลือง
  • เครื่องเป็นครุภัณฑ์ของหน่วยงาน พร้อมใช้ทุกครั้งที่เกิดเหตุ

ขั้นตอนพ่นฆ่าเชื้อสถานพยาบาลหลังน้ำท่วมด้วย SOLO PORT 423

ขั้นตอนต่อไปนี้เป็นแนวทางทั่วไปสำหรับพื้นที่รอบนอกและพื้นที่ที่ไม่มีผู้ป่วยอยู่ ควรวางแผนร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล (IC) และปฏิบัติตามฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (SDS) ของน้ำยาที่ใช้ทุกครั้ง

  1. ประเมินพื้นที่และทำแผนผัง แบ่งโซนเป็นลานจอดรถ ถนนภายใน ทางเดินมีหลังคา จุดรับส่งผู้ป่วย โรงจอดรถพยาบาล จุดพักขยะ และอาคารที่ปิดใช้งานชั่วคราว ระบุลำดับการทำงานจากพื้นที่สะอาดไปพื้นที่สกปรกมาก
  2. ปิดกั้นและแจ้งเตือน ติดป้ายและกั้นพื้นที่ แจ้งผู้ป่วย ญาติ และเจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้าโซนที่กำลังพ่น ย้ายผู้ป่วยออกจากบริเวณใกล้เคียง และปิดช่องรับอากาศของระบบปรับอากาศที่อยู่ใกล้จุดพ่นตามความเหมาะสม
  3. ขนโคลนและขยะออกก่อน ตักโคลน เก็บเศษขยะ และแยกขยะติดเชื้อตามระบบของโรงพยาบาล
  4. ล้างทำความสะอาด ฉีดน้ำล้างพื้น ขัดคราบ และล้างด้วยน้ำยาทำความสะอาด ปล่อยให้พื้นผิวสะเด็ดน้ำ เพราะโคลนและสารอินทรีย์ที่ตกค้างจะทำให้น้ำยาฆ่าเชื้อทำงานได้ไม่เต็มที่
  5. เลือกน้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียน ใช้น้ำยาที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องและระบุการใช้งานตรงกับพื้นผิว เช่น Chemgene HLD4H ของ WHD ผสมตามอัตราและเวลาสัมผัสที่ฉลากกำหนดเท่านั้น ประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อเป็นของน้ำยา ไม่ใช่ของเครื่องพ่น
  6. ตรวจเครื่องก่อนใช้ ตรวจถังน้ำยา ท่อ ข้อต่อ หัวพ่น สายสะพาย และระดับเชื้อเพลิง เติมเชื้อเพลิงขณะเครื่องดับและเย็นแล้ว ห่างจากเปลวไฟ ตามคู่มือผู้ผลิต
  7. สวมอุปกรณ์ป้องกัน ที่ครอบหูหรือที่อุดหู ถุงมือกันสารเคมี แว่นตาหรือหน้ากากป้องกันใบหน้า หน้ากากกรองอากาศตามที่ฉลากน้ำยากำหนด ชุดแขนยาวหรือชุดคลุม และรองเท้าบูท
  8. พ่นตามทิศทางลม เริ่มจากด้านเหนือลม เดินถอยหลังหรือเดินขวางลมอย่างสม่ำเสมอ ไม่พ่นสวนลมหรือพ่นเข้าหาคน ปรับปริมาณน้ำยาให้พื้นผิวเปียกชื้นทั่วแต่ไม่ไหลนอง
  9. ให้น้ำยาสัมผัสครบเวลา ปล่อยพื้นที่ไว้ตามเวลาสัมผัสและระยะเวลาก่อนกลับเข้าพื้นที่ที่ฉลากระบุ แล้วจึงเปิดให้ใช้งาน
  10. ล้างและเก็บเครื่อง ล้างถังและท่อด้วยน้ำสะอาดตามคำแนะนำ ทำความสะอาดอุปกรณ์ป้องกัน และบันทึกวันเวลา พื้นที่ น้ำยา และผู้ปฏิบัติงาน เพื่อรายงานและตรวจสอบย้อนหลัง

สำหรับห้องตรวจ ห้องผู้ป่วย และพื้นที่ทางคลินิกภายในอาคาร ให้ยึดแนวทางของคณะกรรมการควบคุมการติดเชื้อเป็นหลัก ซึ่งอาจใช้วิธีเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวร่วมกับการพ่นในห้องที่ไม่มีผู้ใช้งานตามที่ฉลากน้ำยาอนุญาต

ความปลอดภัยในการใช้เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง

  • ป้องกันการได้ยิน ระดับเสียงที่ผู้ใช้งานคือ 97 dB(A) ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ต้องสวมที่ครอบหูหรือที่อุดหูทุกครั้ง และหลีกเลี่ยงการพ่นใกล้หอผู้ป่วยหรือห้องที่ผู้ป่วยต้องพักผ่อน
  • แรงสั่นสะเทือนและเวลาทำงาน การใช้เครื่องยนต์ต่อเนื่องนาน ๆ ทำให้มือและแขนล้า ควรจำกัดเวลาทำงานต่อรอบ สลับผู้ปฏิบัติงาน และพักเป็นระยะ
  • อุปกรณ์ป้องกันสารเคมี สวมอุปกรณ์ตามฉลากและ SDS ของน้ำยา เช่น ถุงมือ แว่นตา หน้ากากกรองอากาศ ชุดคลุม และรองเท้าบูท
  • การเติมเชื้อเพลิง เติมเมื่อเครื่องดับและเย็นแล้วเท่านั้น ห่างจากประกายไฟ ห้ามสูบบุหรี่ และไม่เติมในอาคารที่อากาศถ่ายเทไม่ดี
  • น้ำหนักเครื่อง เครื่องเปล่าหนัก 11.0 กิโลกรัม เมื่อเติมน้ำยาเต็มถัง 12 ลิตร น้ำหนักรวมอาจเกิน 23 กิโลกรัม ปรับสายสะพายให้กระชับ ยกขึ้นหลังด้วยท่าที่ถูกต้อง หรือให้เพื่อนช่วยยก
  • กันคนและสัตว์ออกจากพื้นที่ ผู้ป่วย ญาติ เด็ก และสัตว์เลี้ยงต้องอยู่นอกโซนพ่น และกลับเข้าพื้นที่ได้หลังครบเวลาที่ฉลากกำหนด
  • ฝึกอบรมก่อนใช้งานจริง ผู้ใช้งานควรได้รับการฝึกการสตาร์ต การปรับปริมาณน้ำยา การดับเครื่องฉุกเฉิน และการดูแลรักษา ตามคู่มือของผู้ผลิต

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. เครื่องพ่นฆ่าเชื้อสำหรับโรงพยาบาล ควรเลือกแบบไหนสำหรับพื้นที่กว้างหลังน้ำท่วม

สำหรับพื้นที่รอบนอกอย่างลานจอดรถ ถนนภายใน และทางเดินมีหลังคา เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังแบบมีเครื่องยนต์ เช่น SOLO PORT 423 เหมาะกว่าถังมือโยก เพราะใช้แรงลมพาละอองไปได้ไกลประมาณ 12 เมตร ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO และครอบคลุมพื้นที่ได้เร็ว ส่วนงานในห้องทางคลินิกให้ยึดแนวทางของคณะกรรมการควบคุมการติดเชื้อ

2. SOLO PORT 423 ราคาเท่าไร

ราคาขึ้นอยู่กับจำนวน อุปกรณ์เสริม และเงื่อนไขการจัดซื้อของหน่วยงาน กรุณาติดต่อ WHD เพื่อขอใบเสนอราคา โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

3. รพ.สต. จัดซื้อ SOLO PORT 423 เป็นครุภัณฑ์ได้หรือไม่

หน่วยงานสามารถขอข้อมูลสเปก ใบเสนอราคา และเอกสารประกอบการจัดซื้อจาก WHD เพื่อนำไปใช้ตามระเบียบพัสดุของหน่วยงานได้ ควรตรวจสอบหมวดครุภัณฑ์และขั้นตอนกับเจ้าหน้าที่พัสดุของหน่วยงาน

4. SOLO PORT 423 เป็นเครื่องพ่นหมอกควันใช่ไหม

ไม่ใช่ SOLO PORT 423 เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังที่ใช้แรงลมเป่าน้ำยาให้แตกเป็นละออง ไม่ได้ใช้ความร้อนสร้างควันแบบเครื่องพ่นหมอกควัน

5. พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมด้วยน้ำยาอะไรดี

ควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง ระบุการใช้งานกับพื้นผิวที่ต้องการ และผสมตามฉลาก เช่น Chemgene HLD4H ที่ WHD จำหน่าย ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อขึ้นอยู่กับน้ำยาและเวลาสัมผัสตามฉลาก

6. ต้องล้างโคลนก่อนพ่นฆ่าเชื้อหรือไม่

ต้องล้างก่อนทุกครั้ง โคลนและคราบสกปรกจะลดประสิทธิภาพของน้ำยาฆ่าเชื้อ ลำดับที่ถูกต้องคือ ขนโคลนออก ล้างทำความสะอาด ปล่อยให้สะเด็ดน้ำ แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อ

7. เครื่องพ่นยาสะพายหลัง SOLO PORT 423 หนักแค่ไหน ผู้หญิงใช้ได้ไหม

เครื่องเปล่าหนัก 11.0 กิโลกรัม ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO เมื่อเติมน้ำยาเต็มถังจะหนักกว่า 23 กิโลกรัม ผู้ใช้งานทุกเพศใช้ได้หากผ่านการฝึกอบรม ปรับสายสะพายให้เหมาะกับสรีระ และจำกัดเวลาทำงานต่อรอบ

8. พ่นในโรงพยาบาลขณะมีผู้ป่วยได้หรือไม่

ไม่ควรพ่นในพื้นที่ที่มีคนอยู่ ต้องกั้นพื้นที่และให้ผู้ป่วย ญาติ และเจ้าหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากโซนพ่น และกลับเข้าได้หลังครบเวลาตามฉลากน้ำยา เครื่องมีเสียงดัง 97 dB(A) จึงควรวางแผนพ่นในช่วงที่ไม่รบกวนหอผู้ป่วย

9. ถ้าโรงพยาบาลยังไม่พร้อมซื้อเครื่อง มีทางเลือกอื่นไหม

หน่วยงานที่ยังไม่ต้องการซื้อเครื่อง สามารถใช้ บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD ซึ่งเป็นบริการแยกต่างหาก โดยทีมงานของ WHD พร้อมให้คำปรึกษา

10. ดูแลรักษาเครื่องหลังใช้งานอย่างไร

หลังใช้งานให้ล้างถังและท่อด้วยน้ำสะอาด ไม่ทิ้งน้ำยาค้างในถัง ตรวจข้อต่อและหัวพ่น และบำรุงรักษาตามคู่มือผู้ผลิต สามารถสอบถามเรื่องการดูแลเครื่องกับ WHD ได้

ให้สถานพยาบาลของคุณพร้อมทุกครั้งที่น้ำลด

น้ำท่วม ปี 2569 ที่บางพลีและอีกหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ยืนยันว่าสถานพยาบาลต้องเป็นสถานที่แรกที่กลับมาสะอาดและพร้อมให้บริการ การมีเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง SOLO PORT 423 เป็นครุภัณฑ์ของหน่วยงาน ช่วยให้ทีมของคุณพ่นฆ่าเชื้อพื้นที่กว้างได้เร็ว ทั่วถึง และปลอดภัย ขอใบเสนอราคาและคำแนะนำการใช้งานได้วันนี้

ดูสินค้าและราคา SOLO PORT 423 คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

บทความที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

#SOLO423 #SOLOPORT423 #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยาสะพายหลัง #เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วม2569 #พ่นฆ่าเชื้อโรงพยาบาล #รพสต #น้ำท่วมบางพลี2569

คำค้นหา: SOLO PORT 423, เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง, เครื่องพ่นฆ่าเชื้อโรงพยาบาล, พ่นฆ่าเชื้อ รพ.สต. หลังน้ำท่วม, เครื่องพ่นยาสะพายหลัง, SOLO PORT 423 ราคา, ครุภัณฑ์สถานพยาบาล, เครื่องพ่นยาเทศบาล, น้ำท่วมบางพลี 2569, น้ำท่วมสมุทรปราการ ปี 2569, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, โซโล พอร์ต 423

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้