SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม อำเภอบ้านสร้าง ปราจีนบุรี ปี 2569

Last updated: 9 ต.ค. 2569  |  15 จำนวนผู้เข้าชม  | 

SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม อำเภอบ้านสร้าง ปราจีนบุรี ปี 2569

SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม อำเภอบ้านสร้าง ปราจีนบุรี ปี 2569

ศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยคือที่ที่คนจำนวนมากต้องกิน นอน และใช้ห้องน้ำร่วมกันในช่วงเวลาที่ร่างกายอ่อนล้าที่สุด ถ้าคุณเป็นนายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้บริหารท้องถิ่น เจ้าอาวาส ผู้อำนวยการโรงเรียน หรือผู้ประสานงานมูลนิธิที่ต้องเปิดอาคารเป็นศูนย์พักพิง และกำลังค้นหาว่า "ศูนย์พักพิงน้ำท่วมต้องฆ่าเชื้ออย่างไร" หรือ "เครื่องพ่นฆ่าเชื้อแบบไหนเหมาะกับอาคารขนาดใหญ่" บทความนี้จะเล่าผ่านสถานการณ์ น้ำท่วมอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ปี 2569 แล้วอธิบายว่าทำไมหน่วยงานที่ดูแลศูนย์พักพิงควรมี SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง ที่ World Health Disinfection (WHD) จัดจำหน่าย ไว้ใช้พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องน้ำ โรงครัว โกดังของบริจาค และพื้นที่นอน แบบหมุนเวียนทีละโซน รวมถึงฆ่าเชื้อทั้งอาคารก่อนคืนวัดหรือโรงเรียนให้กลับไปใช้งานตามปกติ

สถานการณ์น้ำท่วมบ้านสร้าง ปราจีนบุรี ปี 2569

ตามรายงานของมติชนออนไลน์ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 มวลน้ำจากตัวเมืองปราจีนบุรีและอำเภอศรีมโหสถไหลมารวมที่อำเภอบ้านสร้าง ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงและท่วมขังทุกตำบล ชาวบ้านเริ่มอพยพเข้าศูนย์พักพิง 13 แห่ง รวม 69 คน (ที่มา: มติชน 2 ต.ค. 2569)

ในภาพรวมของประเทศ ตามข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ที่เผยแพร่ผ่านกรมประชาสัมพันธ์ (PRD) มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร 123 อำเภอ 984 ตำบล 1,154,875 ครัวเรือน ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 3.1 ล้านคน (ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์)

สิ่งที่น่าสังเกตจากข่าวบ้านสร้างคือ จำนวนศูนย์พักพิงมีถึง 13 แห่ง ขณะที่จำนวนผู้อพยพในวันที่รายงานยังไม่มาก หมายความว่าศูนย์แต่ละแห่งต้องพร้อมรับคนเพิ่มได้ตลอดเวลาหากระดับน้ำยังสูงขึ้น และเมื่อศูนย์กระจายอยู่หลายจุดแบบนี้ ทีมที่ดูแลสุขอนามัยต้องเดินทางไปมาระหว่างศูนย์ได้คล่องตัว พร้อมอุปกรณ์ที่ยกขึ้นรถกระบะแล้วไปทำงานได้ทันที

กรณีตัวอย่าง: คืนที่ห้าในศาลาการเปรียญที่กลายเป็นศูนย์พักพิง

หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อยในศูนย์พักพิงช่วงน้ำท่วม ไม่ใช่เหตุการณ์หรือคำบอกเล่าของบุคคลหรือศูนย์ใดโดยเฉพาะ

ศาลาการเปรียญของวัดแห่งหนึ่งริมแม่น้ำถูกเปิดเป็นศูนย์พักพิงตั้งแต่วันแรกที่น้ำเริ่มเข้าหมู่บ้าน ช่วงแรกมีผู้อพยพไม่กี่ครอบครัว ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็กเล็ก แต่ผ่านไปไม่กี่วัน คนก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เสื่อและที่นอนปูเรียงกันเต็มพื้น ห้องน้ำของวัดซึ่งเคยรองรับญาติโยมเฉพาะวันพระ ต้องรับคนทั้งวันทั้งคืน โรงครัวทำอาหารวันละสามมื้อ และมุมหนึ่งของศาลากลายเป็นกองของบริจาคที่เปียกชื้นจากฝนที่สาดเข้ามา

คืนที่ห้า คุณจันทร์เพ็ญ อาสาสมัครที่ดูแลศูนย์ เริ่มเห็นเด็กสองสามคนอาเจียนและถ่ายเหลว ผู้สูงอายุหลายคนไอไม่หยุด ห้องน้ำมีกลิ่นแรงแม้จะล้างวันละหลายรอบ ทีมอาสามีเพียงขวดสเปรย์ไม่กี่ขวดกับถังน้ำยาถูพื้น ซึ่งทำได้แค่บางจุด ส่วนพื้นที่ใต้โต๊ะ ผนังห้องน้ำ และกองลังของบริจาค แทบไม่มีใครเข้าไปจัดการได้

เมื่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขลงมาเยี่ยม คำแนะนำแรกคือ แยกผู้ที่มีอาการออกจากกลุ่ม ให้ทุกคนล้างมือ และทำความสะอาดแล้วฆ่าเชื้อพื้นที่ใช้ร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ ปัญหาคือ ศูนย์ไม่มีอุปกรณ์ที่ทำให้งานฆ่าเชื้อทั้งศาลาเสร็จได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ ระหว่างที่ย้ายคนไปอีกฝั่ง และอีกไม่กี่สัปดาห์ เมื่อน้ำลด วัดก็ต้องได้ศาลาคืนในสภาพที่สะอาดพอจะใช้ประกอบพิธีอีกครั้ง คำถามจึงไม่ใช่ว่าจะฆ่าเชื้อหรือไม่ แต่คือจะทำให้ทันได้อย่างไร

ทำไมศูนย์พักพิงจึงเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ

ศูนย์พักพิงรวมปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างไว้ในที่เดียว คนจำนวนมากอยู่ใกล้กัน ห้องน้ำไม่พอ น้ำสะอาดมีจำกัด อาหารต้องทำปริมาณมาก ผู้อพยพหลายคนเพิ่งลุยน้ำมา เสื้อผ้าและสัมภาระเปียกชื้น ในขณะที่ร่างกายเหนื่อยล้าและนอนหลับไม่เพียงพอ เชื้อโรคกลุ่มที่ควรระวังได้แก่

  • ไวรัสระบบทางเดินอาหาร เช่น โนโรไวรัสและโรตาไวรัส ซึ่งติดต่อได้ง่ายผ่านมือ พื้นผิว ลูกบิดประตู และอาหาร ทำให้อาเจียนและท้องร่วงเป็นกลุ่มก้อน โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ
  • ไวรัสระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่และ RSV ซึ่งแพร่ได้ง่ายเมื่อคนนอนรวมกันในห้องโถงที่อากาศถ่ายเทไม่ดี และละอองจากการไอจามตกลงบนพื้นผิวที่ทุกคนจับ
  • แบคทีเรีย เช่น อีโคไลและซัลโมเนลลา ที่มากับน้ำเสียและอาหารที่เก็บไม่ถูกวิธี รวมถึงความเสี่ยงโรคฉี่หนูจากเชื้อเลปโตสไปราในผู้ที่ลุยน้ำมาก่อนเข้าศูนย์
  • เชื้อรา บนเสื่อ ที่นอน ลังกระดาษ และผนังที่เปียกชื้น ซึ่งทำให้เกิดกลิ่นอับและกระตุ้นอาการภูมิแพ้ในผู้ที่ไวต่อเชื้อรา

สิ่งที่ทำให้ศูนย์พักพิงต่างจากบ้านทั่วไปคือ พื้นที่ใช้ร่วมกันมีขนาดใหญ่และถูกสัมผัสตลอดเวลา การฆ่าเชื้อแค่จุดที่มองเห็นว่าสกปรกจึงไม่พอ ต้องทำอย่างเป็นระบบ ครอบคลุม และสม่ำเสมอ

หลักสำคัญ: เครื่องพ่นช่วยกระจายน้ำยาให้ทั่วถึง แต่การฆ่าเชื้อเกิดจากน้ำยาที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องและใช้ตามฉลาก ต้องทำความสะอาดคราบสกปรกออกก่อนทุกครั้ง และ ห้ามพ่นขณะมีคนอยู่ในบริเวณ งานฆ่าเชื้อในศูนย์พักพิงจึงต้องทำแบบย้ายคนออกทีละโซน แล้วรอให้ครบเวลากลับเข้าพื้นที่ตามฉลาก

ปัญหาที่ผู้ดูแลศูนย์พักพิงต้องเจอ

1. พื้นที่ใหญ่และใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง ศาลา หอประชุม หรือโรงยิมที่ใช้เป็นศูนย์มักมีพื้นที่หลายร้อยตารางเมตร คนใช้ตลอดทั้งวัน ช่วงเวลาที่ว่างพอจะฆ่าเชื้อได้มีน้อยมาก งานจึงต้องเสร็จเร็ว

2. คนดูแลน้อย งานเยอะ อาสาสมัครต้องทำทั้งครัว แจกของ ดูแลผู้ป่วย และจัดการขยะ การฆ่าเชื้อด้วยผ้าเช็ดหรือขวดสเปรย์ทีละจุดกินเวลามากจนทำไม่ครบ

3. กลุ่มเปราะบางรวมตัวกัน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ และเด็กเล็ก มักเป็นกลุ่มแรกที่ต้องอพยพ และเป็นกลุ่มที่ป่วยง่ายที่สุดเมื่อเกิดการระบาดในศูนย์

4. ศูนย์กระจายหลายแห่ง อย่างกรณีบ้านสร้างที่มีศูนย์พักพิงถึง 13 แห่ง ทีมงานต้องหมุนเวียนไปหลายจุด อุปกรณ์ที่ต้องต่อไฟหรือติดตั้งยุ่งยากจึงไม่เหมาะ

5. ต้องคืนอาคารให้เจ้าของ เมื่อน้ำลด วัดต้องได้ศาลาคืน โรงเรียนต้องได้ห้องเรียนคืน การส่งคืนอาคารที่ยังมีกลิ่นอับหรือคราบสกปรกจะกระทบความสัมพันธ์กับเจ้าของสถานที่ และทำให้ครั้งหน้าการขอใช้อาคารยากขึ้น

6. ความเชื่อมั่นของผู้อพยพ หลายครอบครัวไม่อยากเข้าศูนย์เพราะกลัวติดโรค ศูนย์ที่ดูแลสุขอนามัยได้ดีและเห็นได้ชัด จะทำให้ผู้ที่ควรอพยพตัดสินใจเข้ามาง่ายขึ้น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการติดค้างอยู่ในบ้านที่น้ำท่วม

ทำไมขวดสเปรย์ ผ้าเช็ด และถังพ่นมือโยกจึงไม่พอสำหรับศูนย์พักพิง

  • ขวดสเปรย์และผ้าเช็ด เหมาะกับจุดสัมผัสบ่อยเล็ก ๆ อย่างลูกบิดหรือก๊อกน้ำ แต่ใช้กับผนังห้องน้ำทั้งแถว พื้นโรงครัว หรือห้องโถงขนาดใหญ่ไม่ไหว และเปลืองแรงคนมาก
  • ถังพ่นมือโยก แรงดันไม่คงที่ ละอองใหญ่ น้ำยาไหลนองบนพื้นซึ่งทำให้ลื่นและแห้งช้า ไม่เหมาะกับอาคารที่ต้องให้คนกลับเข้าใช้ภายในเวลาไม่นาน
  • เครื่องพ่นไฟฟ้า ต้องหาปลั๊กและลากสายไฟในพื้นที่ที่มีคนพลุกพล่าน ซึ่งเสี่ยงสะดุดล้ม และบางศูนย์ไฟฟ้าก็ไม่เสถียรในช่วงน้ำท่วม

หลายคนค้นหาคำว่า เครื่องพ่นหมอกควัน เมื่อนึกถึงงานพ่นในศูนย์พักพิง ซึ่งต้องแยกให้ชัด เครื่องพ่นหมอกควันใช้ความร้อนทำให้น้ำยากลายเป็นควันสีขาว นิยมใช้กำจัดยุงในพื้นที่ภายนอก ส่วน SOLO PORT 423 เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยที่ใช้แรงลมจากพัดลมของเครื่องยนต์เป่าน้ำยาให้แตกเป็นละอองฝอยโดยไม่ใช้ความร้อน เหมาะกับการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อลงบนพื้นผิวในอาคารและรอบอาคาร

ทางออกสำหรับศูนย์พักพิง: SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง

SOLO PORT 423 เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังแบบเครื่องยนต์ ผลิตโดย SOLO Kleinmotoren GmbH ประเทศเยอรมนี คนเดียวสะพายเดินพ่นได้ ไม่ต้องต่อไฟ ยกขึ้นรถไปทำงานที่ศูนย์ถัดไปได้ทันที จึงเข้ากับลักษณะงานของศูนย์พักพิงที่กระจายตัวหลายจุด

รายการข้อมูล
เครื่องยนต์2 จังหวะ สูบเดียว 72.3 ซีซี (cm³)
กำลัง3.0 กิโลวัตต์ หรือ 4.1 แรงม้า
ถังน้ำยา12 ลิตร
ปริมาณลมสูงสุด1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
ระยะพ่นแนวราบประมาณ 12 เมตร
น้ำหนักเครื่องเปล่า11.0 กิโลกรัม
ระดับเสียงที่ผู้ใช้97 dB(A)
ขนาดละอองระบบ ULV ละอองต่ำกว่า 30 ไมครอน (ตามข้อมูลสินค้าของ WHD)

ข้อมูลเครื่องยนต์ กำลัง ถังน้ำยา ปริมาณลม ระยะพ่น น้ำหนัก และระดับเสียง เป็นไปตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ส่วนระบบ ULV และละอองต่ำกว่า 30 ไมครอน เป็นไปตามข้อมูลสินค้าของ WHD ขนาดละอองจริงขึ้นกับหัวพ่นและการตั้งค่า

ทำไมเหมาะกับศูนย์พักพิง ในห้องโถงขนาดใหญ่ ผู้ปฏิบัติงานยืนพ่นจากแนวกลางห้องแล้วกวาดท่อพ่นไปทางผนังทั้งสองฝั่ง แรงลมสูงสุด 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงและระยะพ่นประมาณ 12 เมตรตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ช่วยพาละอองน้ำยาเข้าถึงมุมห้อง ใต้โต๊ะ และผนังสูง ทำให้งานในแต่ละโซนเสร็จเร็ว คืนพื้นที่ให้ผู้อพยพได้ไวขึ้นเมื่อครบเวลาตามฉลาก ละอองฝอยที่ละเอียดยังช่วยให้น้ำยาเกาะพื้นผิวเป็นฟิล์มบาง ไม่นองพื้นจนลื่น

ตามข้อมูลสินค้าของ WHD เครื่องมีท่อพ่นที่หมุนปรับทิศได้ หัวพ่นระยะไกล และตะแกรงกระจายมุมกว้าง ซึ่งช่วยปรับการพ่นให้เหมาะกับห้องน้ำแคบหรือห้องโถงกว้าง ถังน้ำยาโปร่งแสงทนยูวีทำให้เห็นระดับน้ำยาที่เหลือ คันโยกควบคุมด้วยมือเดียวช่วยให้หยุดพ่นได้ทันทีเมื่อต้องเปลี่ยนทิศหรือมีคนเดินเข้ามาใกล้ และสายสะพายบุนวมกับจุดยึดกันสะเทือน 4 จุดช่วยลดความล้าเมื่อต้องทำหลายศูนย์ในวันเดียว อุปกรณ์เสริมอื่นในไลน์สินค้า SOLO ควรสอบถามความเข้ากันได้กับตัวแทนจำหน่าย

เรื่องน้ำยา: ประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อขึ้นกับน้ำยา ไม่ใช่ตัวเครื่อง ควรเลือกน้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนและเหมาะกับพื้นผิว เช่น Chemgene HLD4H ที่ WHD จัดจำหน่าย และใช้ตามอัตราเจือจาง เวลาสัมผัส และเวลากลับเข้าพื้นที่ที่ระบุบนฉลาก สำหรับเครื่องนอนและผ้า ควรซักด้วยน้ำร้อนหรือผงซักฟอกและตากแดดให้แห้ง ส่วนอาหารและภาชนะใส่อาหารต้องเก็บออกหรือปิดคลุมก่อนพ่นเสมอ

10 เหตุผลที่หน่วยงานดูแลศูนย์พักพิงควรมี SOLO PORT 423

  1. ทำงานเสร็จเร็วในช่วงเวลาที่ย้ายคนออก แรงลมสูงและระยะพ่นประมาณ 12 เมตรตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ช่วยให้ฆ่าเชื้อแต่ละโซนได้ในเวลาสั้น ลดเวลาที่ผู้อพยพต้องรอ
  2. ไม่ต้องต่อไฟ ใช้ได้ทุกศูนย์แม้ไฟฟ้าไม่เสถียร และไม่ต้องลากสายไฟผ่านพื้นที่ที่มีเด็กวิ่งเล่น
  3. ย้ายไปหลายศูนย์ได้ในวันเดียว น้ำหนักเครื่องเปล่า 11.0 กิโลกรัมตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ยกขึ้นรถกระบะแล้วไปศูนย์ถัดไปได้ทันที
  4. ถังน้ำยา 12 ลิตร พ่นห้องน้ำทั้งแถวหรือห้องโถงได้ต่อเนื่องก่อนต้องหยุดเติม
  5. ประหยัดน้ำยาในยามที่ทรัพยากรจำกัด ตามข้อมูลสินค้าของ WHD ระบบ ULV ช่วยประหยัดน้ำยา ซึ่งมีความหมายมากเมื่อของบริจาคและงบฉุกเฉินมีจำกัด
  6. พื้นไม่นองจนลื่น ละอองฝอยเกาะพื้นผิวเป็นฟิล์มบาง ลดความเสี่ยงผู้สูงอายุลื่นล้มเมื่อกลับเข้าพื้นที่
  7. เข้าถึงจุดที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง ผนังห้องน้ำ ซอกใต้โต๊ะ ชั้นวางของบริจาค และโครงหลังคา ด้วยท่อพ่นที่หมุนปรับทิศได้
  8. ใช้ปิดงานก่อนคืนอาคาร เมื่อปิดศูนย์ ทีมสามารถล้างแล้วพ่นฆ่าเชื้อทั้งศาลาหรือหอประชุมได้ในเวลาไม่นาน ก่อนส่งคืนวัดหรือโรงเรียน
  9. ลดภาระอาสาสมัคร แทนการเช็ดทีละจุด อาสาหนึ่งคนที่ผ่านการฝึกสามารถดูแลงานพ่นได้ทั้งอาคาร ส่วนคนอื่นไปทำงานดูแลผู้อพยพ
  10. เป็นครุภัณฑ์ที่ใช้ได้ทุกปี นอกฤดูน้ำท่วม หน่วยงานยังใช้กับงานควบคุมโรคและสุขาภิบาลอื่นได้ตามน้ำยาที่เหมาะสม ดูรายละเอียด SOLO PORT 423

ก่อนและหลัง: ศูนย์พักพิงที่มีเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง

ก่อน

  • เช็ดได้แค่ลูกบิดและก๊อกน้ำบางจุด
  • ห้องน้ำมีกลิ่นแรงแม้ล้างหลายรอบ
  • กองของบริจาคเปียกชื้นไม่มีใครจัดการ
  • อาสาหมดแรงกับงานเช็ดถู
  • คืนศาลาให้วัดพร้อมกลิ่นอับ

หลัง

  • มีรอบฆ่าเชื้อแต่ละโซนตามตารางที่ชัดเจน
  • ห้องน้ำ โรงครัว และโกดังได้รับการพ่นทั่วถึงหลังล้าง
  • ผู้อพยพกลับเข้าโซนได้เมื่อครบเวลาตามฉลาก
  • อาสามีเวลาดูแลผู้สูงอายุและเด็กมากขึ้น
  • ส่งคืนอาคารในสภาพสะอาด พร้อมใช้งาน

การเปรียบเทียบนี้เป็นกรณีตัวอย่าง ผลจริงขึ้นกับขนาดศูนย์ จำนวนผู้อพยพ จำนวนทีมงาน และน้ำยาที่ใช้

ขั้นตอนพ่นฆ่าเชื้อศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย ทั้งระหว่างเปิดศูนย์และก่อนคืนอาคาร

ช่วงที่ 1 ระหว่างเปิดศูนย์ (หมุนเวียนทีละโซน)

ขั้นที่ 1 แบ่งโซน แบ่งศูนย์เป็นโซนชัดเจน เช่น โซนนอน โซนห้องน้ำ โรงครัว จุดรับประทานอาหาร และโกดังของบริจาค กำหนดตารางว่าโซนใดฆ่าเชื้อวันไหน เวลาใด โดยเลือกช่วงที่ย้ายคนไปโซนอื่นได้สะดวก

ขั้นที่ 2 ย้ายคนและของใช้ส่วนตัว แจ้งล่วงหน้า ย้ายผู้อพยพ เด็ก สัตว์เลี้ยง อาหาร ยา และของใช้ส่วนตัวออกจากโซน หรือปิดคลุมสิ่งที่ย้ายไม่ได้ ผู้ป่วยติดเตียงต้องย้ายก่อนเป็นลำดับแรก

ขั้นที่ 3 ทำความสะอาดก่อน กวาด ถู และล้างคราบสกปรก อาเจียน หรือสิ่งขับถ่ายออกจากพื้นผิวด้วยน้ำและผงซักฟอก ผู้ทำความสะอาดสวมถุงมือและหน้ากาก

ขั้นที่ 4 พ่นฆ่าเชื้อ ผสมน้ำยาที่ขึ้นทะเบียนตามฉลาก เติมถัง สวมอุปกรณ์ป้องกันครบ แล้วพ่นจากด้านในสุดถอยออกมาทางประตู เน้นห้องน้ำ อ่างล้างมือ ลูกบิด ราวจับ โต๊ะอาหาร และผนังส่วนล่าง

ขั้นที่ 5 รอและระบายอากาศ ปิดกั้นโซนจนครบเวลาสัมผัสและเวลากลับเข้าพื้นที่ตามฉลาก เปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศ แล้วจึงให้ผู้อพยพกลับเข้า

ขั้นที่ 6 บันทึก จดวันเวลา โซน น้ำยา และผู้พ่น เพื่อให้ทีมผลัดถัดไปรู้ว่าโซนใดทำแล้ว

ช่วงที่ 2 ก่อนคืนอาคาร

ขั้นที่ 7 ขนย้ายและคัดแยก เก็บเสื่อ ที่นอน และของบริจาคที่เหลือ คัดแยกของที่เปียกชื้นจนขึ้นราออกไปกำจัด

ขั้นที่ 8 ล้างใหญ่ทั้งอาคาร ล้างพื้น ผนัง ห้องน้ำ และโรงครัวทั้งหมด ปล่อยให้แห้งและระบายอากาศ

ขั้นที่ 9 พ่นฆ่าเชื้อทั้งอาคาร พ่นทุกห้องอย่างเป็นระบบจากบนลงล่าง ในและรอบอาคาร รวมถึงจุดทิ้งขยะชั่วคราว แล้วรอครบเวลาตามฉลาก

ขั้นที่ 10 ส่งมอบและดูแลเครื่อง ส่งมอบอาคารคืนเจ้าของพร้อมบันทึกการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ ล้างถังและหัวพ่นด้วยน้ำสะอาด ทำความสะอาดไส้กรองอากาศ และเก็บเครื่องในที่แห้งตามคู่มือผู้ผลิต

ความปลอดภัยเมื่อใช้เครื่องพ่นในศูนย์พักพิง

  • ห้ามพ่นขณะมีคนหรือสัตว์เลี้ยงอยู่ในโซน กั้นเทป ติดป้าย และมีคนเฝ้าทางเข้าระหว่างพ่น เพราะศูนย์มีเด็กและผู้สูงอายุที่อาจเดินเข้ามาโดยไม่รู้ตัว
  • ป้องกันเสียง: ระดับเสียงที่ผู้ใช้ 97 dB(A) ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ผู้พ่นต้องสวมที่ครอบหูหรือที่อุดหู และควรพ่นในช่วงที่ไม่รบกวนการพักผ่อนของผู้อพยพ
  • แรงสั่นสะเทือน: จำกัดเวลาพ่นต่อรอบ พักและสลับคนเป็นระยะ
  • อุปกรณ์ป้องกันสารเคมี: ถุงมือ แว่นตาหรือหน้ากากกันกระเด็น หน้ากากป้องกันทางหายใจ ชุดแขนยาว และรองเท้าบูต ตามฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (SDS) ของน้ำยา
  • เติมน้ำมันอย่างปลอดภัย: ดับเครื่องและรอให้เย็นก่อนเติม เติมนอกอาคาร ห่างจากเตาในโรงครัว เปลวไฟ และบุหรี่ เก็บน้ำมันให้พ้นมือเด็ก
  • น้ำหนัก: เครื่องเปล่า 11.0 กิโลกรัมตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO เมื่อเติมน้ำยาเต็มถัง 12 ลิตร จะหนักราว 23 กิโลกรัมขึ้นไป ปรับสายสะพายให้กระชับและยกอย่างถูกท่า
  • เวลากลับเข้าพื้นที่: ปฏิบัติตามฉลากน้ำยาอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะโซนนอนของเด็กและผู้ป่วย
  • การฝึกอบรม: ผู้พ่นควรผ่านการฝึกใช้เครื่องและการผสมน้ำยาก่อนปฏิบัติงานจริง

หากผู้อพยพมีไข้ ปวดน่อง ท้องร่วงรุนแรง หายใจลำบาก หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือพาไปพบแพทย์ การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดความเสี่ยงในสิ่งแวดล้อม แต่ไม่ใช่การรักษา

มีเครื่องไว้เอง หรือเรียกใช้บริการ

หน่วยงานที่เปิดศูนย์พักพิงเกือบทุกปี เช่น อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือมูลนิธิที่ทำงานด้านภัยพิบัติ จะได้ประโยชน์สูงสุดจากการมี SOLO PORT 423 ประจำหน่วย เพราะพร้อมใช้ทันทีตั้งแต่วันแรกที่เปิดศูนย์ เรื่องราคาและเอกสารจัดซื้อ ขอใบเสนอราคาจาก WHD ได้โดยตรง

สำหรับหน่วยงานที่ยังไม่พร้อมจัดซื้อ หรือต้องการทีมมืออาชีพมาฆ่าเชื้อทั้งอาคารก่อนส่งคืน สามารถเลือกใช้ บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD ซึ่งเป็นบริการแยกต่างหาก ทีมงานใช้อุปกรณ์และน้ำยาของบริการเอง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. ศูนย์พักพิงน้ำท่วมต้องฆ่าเชื้อบ่อยแค่ไหน

จุดสัมผัสบ่อยอย่างลูกบิดและก๊อกน้ำควรเช็ดทำความสะอาดทุกวัน ส่วนการพ่นฆ่าเชื้อทั้งโซนควรทำเป็นรอบตามตารางที่ทีมสาธารณสุขแนะนำ และทำทันทีเมื่อมีผู้อาเจียนหรือท้องร่วง หลังทำความสะอาดคราบแล้ว

2. พ่นฆ่าเชื้อขณะมีคนอยู่ในศูนย์ได้ไหม

ไม่ได้ ต้องย้ายคนและสัตว์เลี้ยงออกจากโซนที่จะพ่น และรอให้ครบเวลากลับเข้าพื้นที่ตามฉลากน้ำยาก่อน

3. SOLO PORT 423 ราคาเท่าไร

ขึ้นกับจำนวนและอุปกรณ์ที่ต้องการ กรุณาขอใบเสนอราคาจาก WHD โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

4. เครื่องพ่นละอองฝอยกับเครื่องพ่นหมอกควันต่างกันอย่างไร

เครื่องพ่นหมอกควันใช้ความร้อนทำให้น้ำยากลายเป็นควัน ส่วน SOLO PORT 423 ใช้แรงลมเป่าน้ำยาให้เป็นละอองฝอยโดยไม่ใช้ความร้อน เหมาะกับการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบนพื้นผิว

5. ใช้น้ำยาฆ่าเชื้ออะไรในศูนย์พักพิง

ใช้น้ำยาที่ขึ้นทะเบียนและเหมาะกับพื้นผิว เช่น Chemgene HLD4H ที่ WHD จัดจำหน่าย ตามอัตราเจือจางและเวลาบนฉลาก ประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อขึ้นกับน้ำยา

6. ต้องฆ่าเชื้อศาลาหรือโรงเรียนก่อนคืนเจ้าของอย่างไร

ขนของออก ล้างทำความสะอาดทั้งอาคาร ปล่อยให้แห้ง แล้วพ่นฆ่าเชื้อทุกห้องอย่างเป็นระบบ รอครบเวลาตามฉลาก และส่งมอบพร้อมบันทึกการดำเนินงาน

7. เครื่องพ่นยาสะพายหลังรุ่นนี้ต้องใช้ไฟฟ้าไหม

ไม่ต้อง ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2 จังหวะ จึงใช้ได้ในศูนย์ที่ไฟฟ้าไม่เสถียร

8. เสียงดังรบกวนผู้อพยพไหม

ระดับเสียงที่ผู้ใช้ 97 dB(A) ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO จึงควรพ่นเมื่อย้ายคนออกจากโซนแล้ว และเลือกช่วงเวลาที่ไม่รบกวนการพักผ่อน ผู้พ่นต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันเสียง

9. มูลนิธิหรือวัดซื้อเครื่องได้ไหม

ได้ WHD จำหน่ายให้ทั้งหน่วยงานราชการและองค์กร สอบถามใบเสนอราคาได้ที่ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

10. ถ้ายังไม่มีเครื่อง ทำอย่างไรดี

เรียกใช้บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD เป็นงานแยกได้ ติดต่อทีมงานทางโทรศัพท์หรือ LINE

เตรียมศูนย์พักพิงของคุณให้ปลอดภัยจากเชื้อโรคในฤดูน้ำท่วม ปี 2569

ดูสินค้าและราคา SOLO PORT 423 คลิกที่นี่

ขอใบเสนอราคาหรือปรึกษา โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

บทความที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

#SOLO423 #SOLOPORT423 #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยาสะพายหลัง #เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วม2569 #ศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย #น้ำท่วมปราจีนบุรี2569

คำค้นหา: เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง, SOLO PORT 423, SOLO PORT 423 ราคา, เครื่องพ่นยาสะพายหลัง, เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ, ศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย ฆ่าเชื้อ, พ่นฆ่าเชื้อศูนย์พักพิงน้ำท่วม, ฆ่าเชื้อก่อนคืนอาคาร, ครุภัณฑ์เครื่องพ่น, น้ำท่วมบ้านสร้าง ปราจีนบุรี ปี 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้