พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด ไอกรน (Bordetella pertussis) 2569 สุพรรณบุรี 9 อำเภอ ปกป้องทารกและเด็กเล็กในศูนย์พักพิง โรงเรียน และบ้านที่เพิ่งกลับเข้าอยู่

Last updated: 5 ต.ค. 2569  |  1 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องพ่นละอองฝอย

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด ไอกรน (Bordetella pertussis) 2569 สุพรรณบุรี 9 อำเภอ ปกป้องทารกและเด็กเล็กในศูนย์พักพิง โรงเรียน และบ้านที่เพิ่งกลับเข้าอยู่

เมื่อพูดถึงโรคหลังน้ำท่วม คนส่วนใหญ่นึกถึงฉี่หนู ท้องร่วง และเชื้อรา แต่มีอีกโรคหนึ่งที่มักถูกมองข้าม ทั้งที่อันตรายมากสำหรับทารก นั่นคือ โรคไอกรน ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Bordetella pertussis ไอกรนไม่ได้มากับน้ำโดยตรง แต่น้ำท่วมสร้างสภาพที่เชื้อชอบที่สุด คือคนจำนวนมากต้องอยู่รวมกันแน่นในพื้นที่ปิด เด็กเล็กหลายครอบครัวนอนห้องเดียวกัน และนัดฉีดวัคซีนของเด็กบางคนต้องเลื่อนออกไปเพราะเดินทางไม่ได้ บทความนี้อธิบายว่าเชื้อไอกรนคืออะไร แพร่อย่างไรในช่วงน้ำท่วมจังหวัดสุพรรณบุรีปี 2569 ใครเสี่ยงที่สุด ป้องกันอย่างไร และ บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด เข้ามาช่วยได้ตรงไหน โดยไม่พูดเกินจริง

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย: เสียงไอในห้องเรียนที่กลายเป็นที่พักชั่วคราว

กรณีตัวอย่างนี้เป็นสถานการณ์สมมติที่เรียบเรียงจากสิ่งที่พบบ่อยในพื้นที่น้ำท่วม ไม่ใช่เหตุการณ์ของบุคคลจริง

"แพร" แม่ลูกอ่อนวัยยี่สิบปลาย อาศัยอยู่ในหมู่บ้านริมแม่น้ำในอำเภอบางปลาม้า เมื่อระดับน้ำเริ่มสูงขึ้นปลายเดือนกันยายน ครอบครัวของเธอย้ายลูกสาววัยสองเดือน ลูกชายวัยสี่ขวบ และยายที่อายุเกือบแปดสิบ ไปพักที่อาคารเรียนของโรงเรียนประจำตำบลซึ่งอยู่บนที่สูงกว่า ห้องเรียนหนึ่งห้องรับครอบครัวไว้ห้าหกครอบครัว ทุกคนใช้ห้องน้ำร่วมกัน ใช้แก้วน้ำและช้อนส้อมที่ได้รับบริจาคมาวางรวมกันบนโต๊ะ และนอนบนเสื่อเรียงชิดกันเพราะพื้นที่มีจำกัด

สามสี่วันต่อมา เด็กชายวัยประถมจากครอบครัวข้างๆ เริ่มมีน้ำมูกและไอเล็กน้อย ทุกคนคิดว่าเป็นหวัดธรรมดาจากการตากฝน แต่อีกหนึ่งสัปดาห์ เสียงไอของเขาเปลี่ยนไป ไอติดกันเป็นชุดยาวจนหน้าแดง หายใจเข้าดังวู้ปตอนท้าย บางครั้งไอจนอาเจียน ช่วงกลางคืนเสียงไอดังขึ้นเรื่อยๆ แพรเริ่มกังวลเพราะลูกสาวของเธอยังเล็กเกินกว่าจะได้วัคซีนครบ และเธอจำได้ว่าเคยได้ยินคำว่า "ไอกรน" จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข

เมื่อเจ้าหน้าที่ รพ.สต. เข้ามาตรวจเยี่ยม เด็กชายคนนั้นถูกส่งไปพบแพทย์ ครอบครัวที่อยู่ใกล้ชิดได้รับคำแนะนำให้สังเกตอาการ ให้เด็กที่ไอใส่หน้ากากอนามัย และให้ทารกอยู่ห่างจากคนไอให้มากที่สุด ส่วนแพรพาลูกสาวไปพบแพทย์ตามคำแนะนำ คำถามที่ค้างอยู่ในใจของเธอและอีกหลายครอบครัวคือ เมื่อน้ำลดแล้ว บ้านที่เพิ่งกลับเข้าไปอยู่ ห้องเรียนที่เคยใช้เป็นที่พัก และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่จะเปิดอีกครั้ง ต้องทำความสะอาดอย่างไรให้ปลอดภัยพอสำหรับเด็กที่ยังเล็กมาก

เรื่องนี้ไม่ได้เกิดกับครอบครัวเดียว ในทุกพื้นที่น้ำท่วมที่ผู้คนต้องอพยพไปอยู่รวมกัน โรคทางเดินหายใจเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเฝ้าระวังเสมอ และไอกรนเป็นหนึ่งในโรคที่ควรรู้จักไว้ เพราะอาการช่วงแรกดูเหมือนหวัดธรรมดาแทบทุกอย่าง

น้ำท่วมสุพรรณบุรี 2569: 9 อำเภอที่ได้รับผลกระทบ

ตามรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ที่เผยแพร่ผ่านกรุงเทพธุรกิจ จังหวัดสุพรรณบุรีมีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางปลาม้า สองพี่น้อง ดอนเจดีย์ ศรีประจันต์ เมืองสุพรรณบุรี สามชุก เดิมบางนางบวช อู่ทอง และด่านช้าง รวม 18,987 ครัวเรือน และในขณะนั้นระดับน้ำยังเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ฐานเศรษฐกิจรายงานว่าสุพรรณบุรีอยู่ในรายชื่อพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังน้ำจากการระบายของเขื่อนเจ้าพระยา

ตัวเลขเกือบสองหมื่นครัวเรือนหมายถึงบ้าน วัด โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ร้านค้า และสถานที่ราชการจำนวนมากที่ต้องฟื้นฟูหลังน้ำลด และในช่วงที่น้ำยังไม่ลด หลายครอบครัวต้องย้ายไปอยู่กับญาติ ไปพักในศูนย์พักพิงชั่วคราว หรือขึ้นไปอยู่ชั้นบนของบ้านโดยรวมคนทั้งบ้านไว้ในห้องเดียว นี่คือสภาพที่โรคติดต่อทางเดินหายใจแพร่ได้ง่ายที่สุด

บทความนี้ไม่ได้อ้างว่ามีการระบาดของไอกรนในสุพรรณบุรีในช่วงน้ำท่วม เราไม่มีข้อมูลเช่นนั้น และไม่ต้องการสร้างความตื่นตระหนก จุดประสงค์คือให้ผู้ปกครอง ครู ผู้ดูแลศูนย์เด็กเล็ก และผู้นำชุมชนรู้จักโรคนี้ เพื่อสังเกตอาการได้เร็ว พาเด็กไปพบแพทย์ทันเวลา และวางแผนทำความสะอาดพื้นที่ส่วนรวมอย่างถูกขั้นตอนเมื่อน้ำลด

ไอกรน (Bordetella pertussis) คืออะไร

ไอกรน หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า whooping cough หรือ pertussis เป็นโรคติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ เกิดจากแบคทีเรียแกรมลบรูปแท่งสั้นชื่อ Bordetella pertussis เชื้อนี้เกาะติดกับเยื่อบุผิวของทางเดินหายใจที่มีขนกวัด (cilia) แล้วปล่อยสารพิษหลายชนิด สารพิษเหล่านี้ทำให้ขนกวัดเสียหาย ทางเดินหายใจอักเสบ เสมหะเหนียวขับออกยาก จึงเกิดอาการไอรุนแรงเป็นชุดอย่างที่เป็นเอกลักษณ์ของโรค

มนุษย์เป็นแหล่งรังโรคเพียงแหล่งเดียวของเชื้อไอกรน เชื้อไม่ได้อาศัยอยู่ในดินหรือในน้ำท่วมเหมือนเชื้อฉี่หนูหรือเชื้อในอุจจาระ การติดต่อจึงเกิดจากคนสู่คนเป็นหลัก ผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือพูดคุยในระยะใกล้ ผู้ป่วยจะแพร่เชื้อได้มากที่สุดในช่วงแรกของโรค ซึ่งเป็นช่วงที่อาการคล้ายหวัดธรรมดา ทำให้คนรอบข้างไม่ทันระวังตัว

ไอกรนเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายมาก องค์การอนามัยโลกและศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) อธิบายตรงกันว่าผู้ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันและอยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยในบ้านเดียวกันมีโอกาสติดเชื้อสูง นอกจากนี้ภูมิคุ้มกันจากวัคซีนหรือจากการเคยป่วยไม่ได้อยู่ตลอดชีวิต จะค่อยๆ ลดลงตามเวลา วัยรุ่นและผู้ใหญ่จึงติดเชื้อซ้ำได้ แม้อาการมักไม่รุนแรงเท่าเด็กเล็ก แต่ก็สามารถนำเชื้อไปสู่ทารกในบ้านได้

เรื่องที่ควรรู้คือ ในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย มีรายงานผู้ป่วยไอกรนเพิ่มขึ้นในบางช่วงของปีที่ผ่านมา และกรมควบคุมโรคได้ออกคำเตือนให้ผู้ปกครองพาเด็กไปรับวัคซีนตามกำหนด รายละเอียดตัวเลขและสถานการณ์ล่าสุด ควรติดตามจากเว็บไซต์กรมควบคุมโรคโดยตรง

ทำไมน้ำท่วมจึงเพิ่มความเสี่ยงไอกรน Bordetella pertussis

แม้เชื้อไอกรนจะไม่ได้มากับน้ำ แต่น้ำท่วมเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนในแบบที่เอื้อต่อการแพร่ของโรคทางเดินหายใจหลายประการ

  1. ความแออัด ศูนย์พักพิงชั่วคราวในโรงเรียน วัด หรือศาลาประชาคม มักมีคนอยู่รวมกันมากเกินกว่าที่ออกแบบไว้ ระยะห่างระหว่างที่นอนแทบไม่มี ละอองจากการไอของคนหนึ่งจึงไปถึงอีกคนได้ง่าย
  2. การระบายอากาศไม่ดี ในช่วงฝนตก ประตูหน้าต่างมักถูกปิดเพื่อกันฝนและลม อากาศภายในห้องไม่ถ่ายเท ละอองที่ลอยอยู่จึงค้างนานขึ้น
  3. นัดวัคซีนถูกเลื่อน เมื่อถนนถูกตัดขาดหรือ รพ.สต. ได้รับผลกระทบ เด็กบางคนอาจพลาดนัดฉีดวัคซีนรวมคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ทำให้มีช่วงที่ภูมิคุ้มกันยังไม่ครบ
  4. ร่างกายอ่อนล้า การนอนไม่พอ ความเครียด อาหารไม่ครบหมู่ และการเปียกฝนบ่อย ทำให้ร่างกายต้านทานโรคได้น้อยลง
  5. ของใช้ร่วมกัน แก้วน้ำ ช้อน ขวดนม ผ้าเช็ดหน้า และของเล่นที่ได้รับบริจาค มักถูกใช้ร่วมกันโดยไม่ได้ล้างอย่างทั่วถึง แม้เส้นทางหลักของไอกรนคือละอองฝอย แต่มือที่สัมผัสน้ำมูกน้ำลายแล้วไปแตะหน้าตัวเองหรือแตะเด็ก ก็เป็นช่องทางเสริมที่ควรตัดให้ได้
  6. อาการแรกเริ่มถูกมองข้าม ท่ามกลางความวุ่นวายของการอพยพ อาการไอและน้ำมูกถูกมองว่าเป็นหวัดธรรมดาจากการตากฝน กว่าจะรู้ตัวก็อาจแพร่เชื้อไปหลายคนแล้ว

ด้วยเหตุนี้ แนวทางของหน่วยงานสาธารณสุขสำหรับศูนย์พักพิงจึงเน้นทั้งการคัดกรองอาการ การแยกผู้ป่วย การใส่หน้ากาก การล้างมือ การเปิดให้อากาศถ่ายเท และการทำความสะอาดพื้นผิวที่สัมผัสบ่อยอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการพ่นฆ่าเชื้อเป็นหนึ่งในเครื่องมือส่วนหลังนี้

อาการไอกรนแบ่งเป็น 3 ระยะ

ระยะฟักตัวของไอกรนโดยทั่วไปประมาณ 7 ถึง 10 วัน แต่อาจสั้นหรือยาวกว่านั้นได้ หลังจากนั้นอาการจะดำเนินไปเป็นสามระยะ

ระยะที่ 1 ระยะเริ่มแรก (ระยะคล้ายหวัด) นานประมาณ 1 ถึง 2 สัปดาห์ มีน้ำมูก คัดจมูก จาม ไข้ต่ำหรือไม่มีไข้ และไอเล็กน้อยเป็นครั้งคราว ระยะนี้แยกจากหวัดธรรมดาได้ยากที่สุด และเป็นช่วงที่แพร่เชื้อได้มากที่สุดด้วย

ระยะที่ 2 ระยะไอรุนแรง อาจนานหลายสัปดาห์ ผู้ป่วยไอติดกันเป็นชุดยาวจนหายใจไม่ทัน หน้าแดงหรือเขียว ตาแดง เมื่อสิ้นสุดชุดไอจะหายใจเข้าแรงจนเกิดเสียงดัง "วู้ป" ซึ่งเป็นที่มาของชื่อภาษาอังกฤษ หลังไออาจอาเจียน อ่อนเพลีย ระหว่างชุดไอผู้ป่วยอาจดูปกติดี อาการมักเป็นมากในเวลากลางคืน

ระยะที่ 3 ระยะฟื้นตัว อาการไอค่อยๆ ลดลง แต่บางคนไอต่อเนื่องได้นานหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน และเมื่อเป็นหวัดครั้งใหม่ อาการไอเป็นชุดอาจกลับมาอีก นี่คือเหตุผลที่บางคนเรียกไอกรนว่า "โรคไอร้อยวัน"

ข้อควรระวังสำหรับทารก

ทารกโดยเฉพาะที่อายุน้อยกว่า 6 เดือน อาจไม่ไอเสียงวู้ปเลย แต่อาจมีอาการหยุดหายใจเป็นช่วงๆ ตัวเขียว ดูดนมได้น้อย หรือหายใจลำบาก ซึ่งเป็นภาวะที่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ทันที ทารกกลุ่มนี้มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ และมักต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

ในวัยรุ่นและผู้ใหญ่

อาการมักไม่จำเพาะ อาจเป็นเพียงไอเรื้อรังนานหลายสัปดาห์โดยไม่มีเสียงวู้ป ทำให้ไม่ได้รับการวินิจฉัย ทั้งที่ยังแพร่เชื้อให้คนในบ้านได้ ผู้ใหญ่ที่ไอติดต่อกันนานเกินสองสัปดาห์ โดยเฉพาะถ้ามีทารกในบ้าน ควรไปพบแพทย์

สำคัญ: ถ้าเด็กหรือผู้ใหญ่ในครอบครัวมีอาการไอเป็นชุดยาว ไอจนอาเจียน ไอนานเกินสองสัปดาห์ หรือทารกมีอาการหยุดหายใจ ตัวเขียว ดูดนมไม่ได้ ให้ไปพบแพทย์โดยเร็ว การวินิจฉัยและการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเป็นหน้าที่ของแพทย์ บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

ใครเสี่ยงที่สุดเมื่อไอกรนแพร่ในพื้นที่น้ำท่วม

  • ทารกแรกเกิดถึง 6 เดือน ยังได้รับวัคซีนไม่ครบ และเป็นกลุ่มที่เกิดอาการรุนแรงได้มากที่สุด
  • เด็กที่ได้รับวัคซีนไม่ครบหรือพลาดนัด โดยเฉพาะในช่วงที่การเดินทางไปสถานพยาบาลถูกตัดขาด
  • หญิงตั้งครรภ์ เพราะเมื่อคลอดแล้ว ทารกจะอยู่ใกล้ชิดแม่ตลอดเวลา การได้รับวัคซีนตามคำแนะนำของแพทย์ระหว่างตั้งครรภ์ช่วยส่งภูมิคุ้มกันไปยังทารกได้
  • ผู้สูงอายุ ที่ภูมิคุ้มกันลดลงตามวัย และอาจมีโรคปอดหรือโรคหัวใจอยู่เดิม
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น หอบหืด โรคปอดเรื้อรัง หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งการไอรุนแรงต่อเนื่องอาจทำให้อาการโรคเดิมแย่ลง
  • ครู ผู้ดูแลเด็ก อาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่ในศูนย์พักพิง ซึ่งสัมผัสใกล้ชิดกับคนจำนวนมากทุกวัน

วัคซีนคือด่านแรก ไม่ใช่การพ่นฆ่าเชื้อ

ต้องพูดให้ชัดตั้งแต่ตรงนี้ว่า วิธีป้องกันไอกรนที่สำคัญที่สุดคือ วัคซีน ในประเทศไทย วัคซีนรวมที่มีส่วนป้องกันไอกรนอยู่ในแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของเด็ก โดยฉีดหลายเข็มตั้งแต่ช่วงอายุสองเดือนแรกและมีเข็มกระตุ้นในวัยเด็กเล็ก ผู้ปกครองควรตรวจสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก (สมุดสีชมพู) ว่าลูกได้รับวัคซีนครบตามกำหนดหรือไม่ ถ้าพลาดนัดระหว่างน้ำท่วม ให้ติดต่อ รพ.สต. หรือโรงพยาบาลใกล้บ้านเพื่อฉีดตามโดยเร็ว ส่วนหญิงตั้งครรภ์และผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดทารก ควรปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนที่เหมาะสม

การพ่นฆ่าเชื้อ การล้างมือ หน้ากาก และการระบายอากาศ เป็นมาตรการเสริมที่ช่วยลดโอกาสการสัมผัสเชื้อ แต่ไม่มีมาตรการใดทดแทนวัคซีนได้

เชื้อไอกรนซ่อนอยู่ตรงไหนในบ้านและอาคารหลังน้ำลด

เชื้อ Bordetella pertussis ไม่ได้ทนทานในสิ่งแวดล้อมเหมือนสปอร์ของเชื้อราหรือเชื้อบางชนิด เมื่อออกจากร่างกายคนมันอยู่บนพื้นผิวได้ไม่นาน แต่ในพื้นที่ที่มีผู้ป่วยไอและจามอยู่ตลอดเวลา ละอองน้ำมูกน้ำลายใหม่ๆ ถูกเติมลงบนพื้นผิวรอบตัวทุกวัน จุดที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษได้แก่

  • โต๊ะ เก้าอี้ ราวบันได ลูกบิดประตู และสวิตช์ไฟในห้องเรียนที่เคยใช้เป็นที่พัก
  • เสื่อ ที่นอน หมอน และผ้าห่มที่ใช้ร่วมกันในศูนย์พักพิง
  • ของเล่น เบาะรองคลาน เปลเด็ก และโต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อมในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
  • ก๊อกน้ำ อ่างล้างหน้า และห้องน้ำรวม
  • ขวดนม จุกนม แก้วน้ำ และภาชนะที่ใช้ร่วมกัน (ของเหล่านี้ต้องล้างและทำความสะอาดตามวิธีที่เหมาะกับภาชนะสัมผัสอาหาร ไม่ใช่พ่นด้วยน้ำยาสำหรับพื้นผิว)
  • โทรศัพท์ รีโมต และอุปกรณ์ที่ส่งต่อกันหลายมือ

ขณะเดียวกัน บ้านและอาคารที่จมน้ำยังมีเชื้อกลุ่มอื่นที่มากับน้ำและโคลน เช่น แบคทีเรียจากสิ่งปฏิกูล และเชื้อราที่เติบโตบนผนังชื้น ดังนั้นแผนทำความสะอาดหลังน้ำลดที่ดี ต้องคิดถึงทั้งเชื้อที่มากับน้ำและเชื้อที่มากับคน

ผลกระทบที่ครอบครัวและองค์กรต้องเจอ

ด้านสุขภาพ ไอกรนในเด็กเล็กอาจทำให้ต้องนอนโรงพยาบาล ผู้ปกครองต้องเฝ้าไข้ ในขณะที่บ้านยังไม่ได้ฟื้นฟูจากน้ำท่วม ผู้ใหญ่ที่ไอเรื้อรังนานหลายสัปดาห์ก็นอนไม่พักผ่อนและทำงานได้ไม่เต็มที่

ด้านเงิน ค่าเดินทางไปโรงพยาบาล ค่าอาหาร และรายได้ที่หายไปเพราะต้องหยุดงานดูแลลูก มาซ้ำเติมค่าซ่อมแซมบ้านและความเสียหายของพืชผล ซึ่งเป็นภาระหนักของครัวเรือนเกษตรกรในหลายอำเภอของสุพรรณบุรี

ด้านเวลา ไอกรนเป็นโรคที่ใช้เวลานานกว่าจะหายสนิท ช่วงที่ผู้ป่วยยังแพร่เชื้อได้ แพทย์อาจแนะนำให้หยุดเรียนหรือหยุดงานตามความเหมาะสม ซึ่งกระทบตารางชีวิตทั้งบ้าน

ด้านความเชื่อมั่น สำหรับโรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และสถานรับเลี้ยงเด็ก หากมีเด็กป่วยเป็นกลุ่มหลังเปิดเรียน ผู้ปกครองจะกังวลและอาจไม่กล้าส่งลูกมา การแสดงให้เห็นว่าสถานที่ผ่านการล้างทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้ออย่างเป็นระบบก่อนเปิดใหม่ ช่วยสร้างความมั่นใจได้มาก

ด้านครอบครัว ความกังวลว่าคนหนึ่งจะนำเชื้อไปสู่ทารกหรือผู้สูงอายุในบ้าน ทำให้เกิดความเครียดซ้อนกับความเหนื่อยล้าจากน้ำท่วม การมีแผนที่ชัดเจนว่าต้องทำอะไรบ้างช่วยลดความกังวลได้

ทำไมวิธีทำความสะอาดแบบเดิมอาจไม่พอ

เช็ดด้วยผ้าชุบน้ำเปล่า ช่วยเอาฝุ่นและคราบออก แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ และถ้าใช้ผ้าผืนเดียวเช็ดหลายจุด อาจกลายเป็นการกระจายเชื้อจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง

ใช้สารฟอกขาวผสมเองแบบกะประมาณ สารฟอกขาวใช้ฆ่าเชื้อบนพื้นผิวได้ถ้าผสมความเข้มข้นถูกต้องและใช้บนพื้นผิวที่สะอาดแล้ว แต่ในทางปฏิบัติ หลายคนผสมเข้มเกินจนมีกลิ่นฉุนระคายทางเดินหายใจ ซึ่งไม่เหมาะกับห้องที่มีเด็กเล็กหรือผู้ป่วยที่ไออยู่แล้ว หรือผสมเจือจางเกินจนได้ผลน้อย และอันตรายมากถ้านำไปผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำหรือแอมโมเนีย

พ่นสเปรย์ปรับอากาศ ทำให้ห้องหอมขึ้น แต่ไม่ได้ลดเชื้อโรค และกลิ่นแรงอาจระคายคอเด็กที่ไออยู่

ทำความสะอาดเฉพาะพื้น ละอองจากการไอตกลงบนโต๊ะ ขอบเตียง ของเล่น และราวจับที่อยู่ในระดับที่มือเด็กเอื้อมถึง ไม่ใช่เฉพาะพื้นห้อง

ข้ามขั้นตอนล้างโคลน น้ำยาฆ่าเชื้อทุกชนิดทำงานได้ดีที่สุดบนพื้นผิวที่สะอาด ถ้ายังมีคราบโคลนและสิ่งสกปรกเคลือบอยู่ น้ำยาจะเข้าไม่ถึงเชื้อ นี่คือเหตุผลที่ CDC และองค์การอนามัยโลกแนะนำให้ "ล้างทำความสะอาดก่อน แล้วจึงฆ่าเชื้อ" เสมอ

บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลดจาก WHD ช่วยเรื่องไอกรนได้อย่างไร

World Health Disinfection (WHD) ให้ บริการพ่นฆ่าเชื้อ โดยทีมช่างเทคนิคที่ผ่านการฝึกอบรม ตามข้อมูลบริการ ทีมงานใช้การฉีดพ่นและ/หรือการพ่นละอองฝอยละเอียดแบบ ULV (Ultra Low Volume) เพื่อให้น้ำยากระจายไปถึงพื้นผิวในห้อง รวมถึงซอกมุมที่เช็ดถึงยาก

น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride ซึ่งเป็นสารในกลุ่มควอเทอร์นารีแอมโมเนียม

เชื้อไอกรนอยู่ในรายชื่อที่ผลิตภัณฑ์ระบุ

ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการบนเว็บไซต์ของ WHD น้ำยา CHEMGENE ระบุว่าครอบคลุมเชื้อโรคหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา โดยรายชื่อที่ระบุไว้มี Bordetella pertussis (เชื้อไอกรน) อยู่ด้วย ร่วมกับเชื้ออื่นๆ เช่น SARS-CoV-2 (โควิด-19), Human Coronavirus 229E, RSV, ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1, HIV, โนโรไวรัส, ไวรัสมือเท้าปาก, vaccinia virus, เชื้อมัยโคแบคทีเรีย และซัลโมเนลลา หน้าบริการระบุประสิทธิภาพ 99.99% และหน้าผลิตภัณฑ์ระบุ 99.85% ต่อเชื้อโควิด-19 ภายใน 1 นาที (ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์/บริการ)

หน้าบริการยังระบุการรับรองและการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 ผู้ที่ต้องการเอกสารทดสอบสำหรับเชื้อใดเชื้อหนึ่งโดยเฉพาะ สามารถขอดูจาก WHD ได้โดยตรง

การพ่นฆ่าเชื้อทำอะไรได้ และทำอะไรไม่ได้

การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดเชื้อที่ตกค้างอยู่บนพื้นผิวในห้อง ณ เวลาที่พ่น เหมาะกับการเตรียมพื้นที่ส่วนรวมก่อนเปิดใช้ใหม่ เช่น ห้องเรียนที่เคยเป็นศูนย์พักพิง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่จะรับเด็กกลับมา หรือบ้านที่ครอบครัวกำลังจะย้ายกลับเข้าไปพร้อมทารก

แต่การพ่นฆ่าเชื้อ ไม่ ได้รักษาผู้ป่วย ไม่ ได้สร้างภูมิคุ้มกัน และ ไม่ ได้กันไม่ให้ผู้ป่วยรายใหม่ไอเชื้อออกมาอีก เมื่อมีคนไอในห้อง ละอองใหม่ก็เกิดขึ้นได้ทันที ดังนั้นการพ่นจึงต้องทำควบคู่กับวัคซีน การแยกผู้ป่วยตามคำแนะนำแพทย์ หน้ากาก การล้างมือ และการเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท

ขั้นตอนการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลดของ WHD

  1. ติดต่อและนัดหมาย แจ้งประเภทสถานที่ ขนาดพื้นที่ จำนวนห้อง และข้อกังวลเฉพาะ เช่น มีเด็กเล็กหรือเคยมีผู้ป่วยไอในพื้นที่ ทาง LINE @whd268 หรือโทร 065-556-6294
  2. ล้างโคลนและทำความสะอาดก่อน เจ้าของสถานที่ขนเศษโคลน ขยะ และของที่เสียหายออก ล้างพื้น ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ให้สะอาด ปล่อยให้แห้งเท่าที่ทำได้ การพ่นฆ่าเชื้อต้องเกิดขึ้นหลังขั้นตอนนี้เสมอ
  3. เตรียมพื้นที่ เก็บอาหาร ขวดนม ภาชนะใส่อาหาร ของเล่นที่เด็กเอาเข้าปาก และของใช้ส่วนตัวไว้ในที่ปิด ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น
  4. ทุกคนออกจากพื้นที่ ระหว่างการพ่น ผู้อยู่อาศัย เด็ก ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยงต้องออกจากโซนที่พ่น
  5. ช่างเทคนิคพ่นฆ่าเชื้อ ฉีดพ่นและ/หรือพ่นแบบ ULV ให้ทั่วพื้นผิว โดยเน้นจุดที่สัมผัสบ่อย
  6. รอตามเวลาที่ช่างแจ้ง ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีหลังพ่น จากนั้นจึงกลับเข้าใช้พื้นที่ได้ ให้ปฏิบัติตามเวลาที่ช่างเทคนิคแจ้งในแต่ละงาน และเปิดหน้าต่างระบายอากาศก่อนกลับเข้าห้อง
  7. รักษาความสะอาดต่อเนื่อง เช็ดจุดสัมผัสบ่อยทุกวัน ล้างมือบ่อย และเปิดให้อากาศถ่ายเท

ตามข้อมูลบริการ ลูกค้าของ WHD มีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย พร้อมโปรโมชันแถมขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชู่เปียก WELLGIENIC เมื่อใช้บริการ และออกใบกำกับภาษีได้

10 เหตุผลที่ควรพ่นฆ่าเชื้อพื้นที่เด็กเล็กหลังน้ำลด

  1. เชื้อไอกรนอยู่ในรายชื่อที่ระบุ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE ระบุ Bordetella pertussis ไว้ในรายการเชื้อที่ครอบคลุม
  2. เตรียมห้องเรียนที่เคยเป็นศูนย์พักพิง ก่อนนักเรียนกลับมา โดยลดเชื้อที่ตกค้างจากช่วงที่มีคนอยู่แออัด
  3. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้องการความระมัดระวังสูงสุด เพราะเด็กเล็กหยิบของเข้าปากและยังได้รับวัคซีนไม่ครบ ปรึกษา บริการพ่นฆ่าเชื้อ เพื่อวางแผนเฉพาะพื้นที่
  4. ครอบคลุมหลายกลุ่มเชื้อในงานเดียว ทั้งไวรัสทางเดินหายใจ แบคทีเรีย และเชื้อราที่มากับน้ำท่วม
  5. ละอองฝอย ULV เข้าถึงซอกมุม เช่น ขาโต๊ะ ใต้เตียง และพื้นผิวที่เช็ดด้วยมือได้ไม่ทั่ว
  6. ทำโดยช่างเทคนิคที่ผ่านการฝึกอบรม ไม่ต้องเสี่ยงผสมสารเคมีเองแบบกะประมาณ
  7. ใช้เวลาไม่นาน ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีหลังพ่นก็กลับมาใช้พื้นที่ได้ตามที่ช่างแจ้ง
  8. มีการรับรองและการอ้างอิงจากหน่วยงานที่ระบุ เช่น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และมาตรฐาน EN 14476
  9. สร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครอง โรงเรียนและศูนย์เด็กเล็กแจ้งผู้ปกครองได้ว่าพื้นที่ผ่านการล้างและพ่นฆ่าเชื้อแล้ว
  10. ออกใบกำกับภาษีได้ เหมาะกับหน่วยงาน องค์การบริหารส่วนตำบล โรงเรียน และบริษัท ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ หน้าบริการพ่นฆ่าเชื้อ

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ

ก่อน

  • ห้องเรียนเคยมีคนอยู่แออัดหลายสัปดาห์ มีคนไอและจามตลอดเวลา
  • ของเล่นและเบาะเด็กใช้ร่วมกันโดยไม่ได้ทำความสะอาดอย่างเป็นระบบ
  • มีคราบโคลนและกลิ่นอับจากน้ำท่วมตามผนังและพื้น
  • ผู้ปกครองลังเลที่จะส่งลูกกลับมาเรียน

หลัง

  • ล้างโคลนแล้ว พื้นผิวสะอาดและผ่านการพ่นฆ่าเชื้อทั่วทั้งห้อง
  • ของเล่นที่ล้างได้ผ่านการล้าง ส่วนที่เสียหายถูกทิ้ง
  • มีแผนเช็ดจุดสัมผัสบ่อยและเปิดหน้าต่างทุกวัน
  • โรงเรียนแจ้งผู้ปกครองได้ว่าเตรียมพื้นที่อย่างไรบ้าง

กรณีตัวอย่าง: ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในอำเภอสองพี่น้อง

กรณีตัวอย่างนี้เป็นสถานการณ์สมมติเพื่ออธิบายการวางแผน ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้าจริง

"ครูอ้อย" ดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งหนึ่งในอำเภอสองพี่น้อง ช่วงน้ำท่วม อาคารชั้นล่างของศูนย์จมน้ำ ส่วนห้องชั้นบนถูกใช้เป็นที่พักของครอบครัวในหมู่บ้านประมาณสองสัปดาห์ ระหว่างนั้นมีเด็กหลายคนในที่พักเป็นหวัด และมีเด็กหนึ่งคนที่แพทย์สงสัยว่าเป็นไอกรนและได้รับการดูแลตามขั้นตอนของโรงพยาบาลแล้ว

เมื่อน้ำลด ครูอ้อยและคณะกรรมการศูนย์วางแผนก่อนเปิดรับเด็กกลับมา ขั้นแรก อาสาสมัครช่วยกันขนโคลนและล้างพื้นชั้นล่าง ทิ้งเบาะและของเล่นผ้าที่แช่น้ำ ล้างของเล่นพลาสติกด้วยน้ำสบู่ เปิดหน้าต่างให้ลมผ่านหลายวัน จากนั้นจึงติดต่อทีมพ่นฆ่าเชื้อ ช่างเทคนิคสำรวจพื้นที่และแนะนำให้เก็บภาชนะอาหารและขวดนมไว้ในตู้ปิด ระหว่างพ่นทุกคนออกจากอาคาร หลังรอตามเวลาที่ช่างแจ้งและเปิดหน้าต่างระบายอากาศ ครูจึงกลับเข้าไปจัดห้อง

ครูอ้อยส่งข้อความในกลุ่มไลน์ผู้ปกครองว่าศูนย์ทำอะไรไปแล้วบ้าง และขอความร่วมมือสามข้อ หนึ่ง ตรวจสมุดวัคซีนของลูก สอง ถ้าลูกไอเป็นชุดหรือไอนานให้พาไปพบแพทย์และงดมาศูนย์ตามคำแนะนำ สาม ล้างมือลูกก่อนเข้าห้องทุกวัน แนวทางแบบนี้ไม่ได้รับประกันว่าจะไม่มีเด็กป่วยเลย แต่ทำให้ทุกฝ่ายรู้บทบาทของตัวเอง และลดโอกาสที่เชื้อจะแพร่ในศูนย์

เช็กลิสต์ป้องกันไอกรนหลังน้ำลด สำหรับบ้าน โรงเรียน และศูนย์เด็กเล็ก

เรื่องสุขภาพ

  • ตรวจสมุดวัคซีนของเด็กทุกคนในบ้าน ถ้าพลาดนัดช่วงน้ำท่วม ให้ติดต่อ รพ.สต. หรือโรงพยาบาลเพื่อฉีดตาม
  • หญิงตั้งครรภ์ปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนที่เหมาะสมระหว่างฝากครรภ์
  • ผู้ที่ไอเป็นชุด ไอจนอาเจียน หรือไอนานเกินสองสัปดาห์ ไปพบแพทย์ และอยู่ห่างจากทารก
  • ทารกที่มีอาการหยุดหายใจ ตัวเขียว หรือดูดนมไม่ได้ ไปโรงพยาบาลทันที
  • ถ้าแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นไอกรน ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เรื่องการหยุดเรียนหรือหยุดงาน และการดูแลผู้สัมผัสใกล้ชิด

เรื่องพื้นที่

  • สวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง และหน้ากากขณะล้างโคลน
  • ขนโคลน ขยะ และของที่แช่น้ำจนเสียหายออกก่อน
  • ล้างพื้น ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ด้วยน้ำและผงซักฟอก แล้วปล่อยให้แห้ง
  • เปิดหน้าต่างและประตูให้ลมผ่าน ใช้พัดลมช่วยระบายอากาศ
  • จากนั้นจึงพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิว โดยทุกคนออกจากพื้นที่ระหว่างพ่น และกลับเข้าตามเวลาที่ช่างแจ้ง

หลังพ่นฆ่าเชื้อ

  • เช็ดจุดสัมผัสบ่อย เช่น ลูกบิดประตู ราวจับ โต๊ะ ของเล่น ทุกวัน
  • จัดที่นอนเด็กให้ห่างกันเท่าที่ทำได้
  • ไม่ใช้แก้วน้ำ ช้อน และขวดนมร่วมกัน
  • ฝึกเด็กให้ไอหรือจามใส่ข้อพับแขน และล้างมือด้วยสบู่บ่อยๆ
  • คนที่มีอาการไอใส่หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ใกล้คนอื่น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไอกรนและการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด

ถาม: ไอกรนติดจากน้ำท่วมได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ติดจากน้ำโดยตรง เชื้อ Bordetella pertussis ติดจากคนสู่คนผ่านละอองการไอจาม แต่สภาพแออัดในช่วงน้ำท่วม การระบายอากาศไม่ดี และการพลาดนัดวัคซีน เพิ่มโอกาสที่เชื้อจะแพร่

ถาม: พ่นฆ่าเชื้อแล้วจะไม่ติดไอกรนใช่ไหม
ตอบ: ไม่ใช่ การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดเชื้อบนพื้นผิว ณ เวลาที่พ่น แต่ไม่ได้สร้างภูมิคุ้มกันและไม่ได้กันละอองใหม่จากผู้ป่วย การป้องกันหลักคือวัคซีน ร่วมกับการแยกผู้ป่วยตามคำแนะนำแพทย์ หน้ากาก การล้างมือ และการระบายอากาศ

ถาม: CHEMGENE ฆ่าเชื้อไอกรนได้จริงหรือ
ตอบ: ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์/บริการบนเว็บไซต์ WHD ระบุ Bordetella pertussis ไว้ในรายชื่อเชื้อที่ครอบคลุม หากต้องการดูเอกสารผลทดสอบ สามารถขอจาก WHD ได้โดยตรง

ถาม: ต้องออกจากบ้านระหว่างพ่นไหม
ตอบ: ต้องออก ทุกคนรวมถึงเด็ก ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยงควรออกจากโซนที่พ่น และกลับเข้าตามเวลาที่ช่างเทคนิคแจ้ง ตามข้อมูลบริการประมาณ 30 นาทีหลังพ่น พร้อมเปิดหน้าต่างระบายอากาศ

ถาม: ต้องล้างโคลนก่อนเรียกทีมพ่นไหม
ตอบ: ต้องล้างก่อน น้ำยาฆ่าเชื้อทำงานได้ดีบนพื้นผิวที่สะอาด CDC แนะนำให้ทำความสะอาดก่อนแล้วจึงฆ่าเชื้อ

ถาม: หลังพ่นแล้วมีสารตกค้างไหม ใช้กับของเล่นเด็กได้หรือเปล่า
ตอบ: อย่าคาดหวังว่าจะไม่มีสิ่งใดตกค้างเลย ควรสอบถามช่างเทคนิคเรื่องการจัดการของเล่นที่เด็กเอาเข้าปาก ภาชนะอาหาร และขวดนม ซึ่งควรเก็บไว้ก่อนพ่นและล้างตามวิธีที่เหมาะสม

ถาม: ผู้ใหญ่ที่ไอเรื้อรังอาจเป็นไอกรนได้ไหม
ตอบ: ได้ ผู้ใหญ่มักมีอาการไม่ชัด อาจเป็นเพียงไอนานหลายสัปดาห์ หากไอนานเกินสองสัปดาห์ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ใกล้ทารก ควรไปพบแพทย์

เตรียมบ้าน โรงเรียน และศูนย์เด็กเล็กให้พร้อมหลังน้ำลด

ปรึกษาทีม WHD เพื่อวางแผนพ่นฆ่าเชื้อหลังล้างโคลนเสร็จ สำหรับพื้นที่ที่มีทารกและเด็กเล็ก

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ WHD

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#ไอกรน #Bordetellapertussis #พ่นฆ่าเชื้อ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำลด #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #Chemgene #น้ำท่วมสุพรรณบุรี #พ่นฆ่าเชื้อศูนย์เด็กเล็ก

คำค้นหา: ไอกรน, Bordetella pertussis, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด, ไอกรนหลังน้ำท่วม, พ่นฆ่าเชื้อ สุพรรณบุรี, น้ำท่วมสุพรรณบุรี 2569, พ่นฆ่าเชื้อศูนย์เด็กเล็ก, พ่นฆ่าเชื้อโรงเรียน, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, CHEMGENE HLD4H, เชื้อโรคหลังน้ำท่วม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้