อบโอโซนหลังน้ำท่วม ถนนราษฎร์พัฒนา เขตสะพานสูง 2569: ฆ่าเชื้อโรค กำจัดเชื้อราและกลิ่นท่อ หลังน้ำขังในซอยที่ไหลย้อนจากท่อระบายน้ำ

Last updated: 5 ต.ค. 2569  |  3 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อบโอโซนหลังน้ำท่วม ถนนราษฎร์พัฒนา เขตสะพานสูง 2569: ฆ่าเชื้อโรค กำจัดเชื้อราและกลิ่นท่อ หลังน้ำขังในซอยที่ไหลย้อนจากท่อระบายน้ำ

อบโอโซนหลังน้ำท่วม ถนนราษฎร์พัฒนา เขตสะพานสูง 2569: ฆ่าเชื้อโรค กำจัดเชื้อราและกลิ่นท่อ หลังน้ำขังในซอยที่ไหลย้อนจากท่อระบายน้ำ

คนที่อาศัยอยู่ริม ถนนราษฎร์พัฒนา เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะช่วงที่เชื่อมระหว่างถนนรามคำแหงกับย่านเคหะร่มเกล้า คุ้นเคยกับภาพน้ำขังหลังฝนหนักเป็นอย่างดี แต่ฝนช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569 ทำให้หลายซอยต้องเจอน้ำขังอีกรอบ น้ำที่ล้นจากท่อระบายน้ำไม่ได้มีแค่น้ำฝน แต่พาเอาโคลน ตะกอน และน้ำเสียจากท่อเข้ามาถึงหน้าบ้าน ลานจอดรถ และชั้นล่างของทาวน์เฮาส์ บทความนี้อธิบายว่าน้ำขังแบบนี้ทิ้งเชื้อโรคอะไรไว้บ้าง ทำไมการกวาดน้ำออกแล้วเปิดพัดลมจึงยังไม่พอ และการ อบโอโซนราษฎร์พัฒนา ควรอยู่ตรงไหนในขั้นตอนฟื้นฟูบ้านให้กลับมาปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัว

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบาย ไม่ใช่คำให้สัมภาษณ์ของผู้อยู่อาศัยรายใด)

คุณต้อม อาศัยอยู่ในทาวน์เฮาส์สามชั้นในซอยแห่งหนึ่งที่แยกออกจากถนนราษฎร์พัฒนา บ้านของเขาอยู่ลึกเข้าไปจากปากซอยไม่ไกลนัก ชั้นล่างเป็นที่จอดรถและห้องรับแขกเล็ก ๆ ด้านหลังเป็นครัวที่ต่อเติมออกไป ชั้นสองเป็นห้องนอนของคุณแม่วัยเจ็ดสิบปี ส่วนชั้นสามเป็นห้องของเขากับภรรยาและลูกสาววัยห้าขวบ

คืนที่ฝนตกหนักติดต่อกันหลายชั่วโมง เขาได้ยินเสียงน้ำไหลแรงในท่อหน้าบ้านก่อนจะเห็นน้ำเริ่มเอ่อขึ้นมาจากฝาท่อ ไม่นานน้ำก็ท่วมพื้นซอยและไหลเข้ามาในลานจอดรถ น้ำไม่ได้สูงมากเหมือนภาพน้ำท่วมใหญ่ในต่างจังหวัด แต่สูงพอจะเข้ามาถึงห้องรับแขกและครัวด้านหลัง สิ่งที่ทำให้เขาตกใจคือกลิ่น น้ำที่ไหลเข้ามามีกลิ่นเหม็นแบบท่อระบายน้ำ มีเศษใบไม้ ถุงพลาสติก และคราบมันลอยอยู่บนผิวน้ำ

เช้าวันรุ่งขึ้น น้ำในซอยลดลงไปบางส่วนเพราะมีการสูบน้ำ แต่ในบ้านยังมีน้ำขังเป็นแอ่งตามมุมห้อง พื้นกระเบื้องลื่นไปด้วยโคลนบาง ๆ ขาโซฟาเปียก ตู้รองเท้าไม้ชื้นทั้งตู้ และพรมเช็ดเท้าส่งกลิ่นแรงจนต้องโยนทิ้ง คุณต้อมกับภรรยาช่วยกันกวาดน้ำออกและถูพื้นด้วยน้ำยาถูพื้นทั่วไป แล้วเปิดพัดลมทิ้งไว้ทั้งวัน

สามวันต่อมา กลิ่นอับยังไม่หายไปไหน กลับลอยขึ้นบันไดไปถึงชั้นสอง คุณแม่บ่นว่าห้องนอนมีกลิ่นแปลก ๆ ลูกสาวเริ่มจามบ่อยตอนเช้า และเขาเริ่มเห็นจุดสีดำเล็ก ๆ ที่ขอบผนังด้านล่างใกล้ประตูครัว คุณต้อมถามตัวเองว่า น้ำขังแค่ไม่กี่ชั่วโมงทำให้บ้านเป็นแบบนี้ได้อย่างไร และจะทำอย่างไรให้บ้านปลอดภัยจริง ๆ ก่อนที่ฝนรอบใหม่จะมาอีก

ภาพแบบนี้พบได้บ่อยในบ้านเรือนและอาคารพาณิชย์ริมถนนสายรองของกรุงเทพฯ ที่ระบายน้ำผ่านท่อลงคลอง เมื่อฝนตกหนักเกินกว่าที่ท่อรับได้ น้ำจะย้อนกลับขึ้นมาพร้อมสิ่งสกปรกในท่อ ความเสี่ยงจึงไม่ได้อยู่ที่ความสูงของน้ำเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ "น้ำนั้นมาจากไหน" และ "ทิ้งอะไรไว้" หลังลดลงด้วย

จุดที่น้ำท่วมในถนนราษฎร์พัฒนา เขตสะพานสูง: ข้อเท็จจริงจากรายงานข่าว

ข้อมูลในส่วนนี้นำมาจากรายงานข่าวเท่านั้น ไม่มีการเพิ่มตัวเลขหรือรายละเอียดที่ไม่ได้มีการรายงาน และขอให้ทราบว่าสถานการณ์น้ำเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน ผู้อยู่อาศัยควรติดตามประกาศของกรุงเทพมหานครและสำนักงานเขตสะพานสูงควบคู่ไปด้วย

  • ตามรายงานของ ไทยพีบีเอส วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ถนนราษฎร์พัฒนา ช่วงที่เชื่อมระหว่างถนนรามคำแหงกับย่านเคหะร่มเกล้า เขตสะพานสูง มีน้ำท่วมขังบางจุดและในหลายซอย
  • น้ำท่วมขังเกิดขึ้นหลังจากมี ฝนตกราว 30 มิลลิเมตร ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
  • กรุงเทพมหานครนำ ท่อซิ่ง มาใช้เร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ แล้วระบายลง คลองประเวศบุรีรมย์

สำหรับภาพรวมของประเทศ ตามรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่ไทยพีบีเอสเผยแพร่เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ยังมีสถานการณ์น้ำท่วมใน 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 154 อำเภอ มีผู้ได้รับผลกระทบ 1,171,165 ครัวเรือน หรือ 3,262,676 คน และมีการเตือนให้ระวังฝนตกหนักระลอกใหม่ในช่วงวันที่ 4 ถึง 7 ตุลาคม ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูล ณ วันที่รายงาน และเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน

ข้อเท็จจริงสั้น ๆ ข้างต้นบอกอะไรเราได้มาก ฝนประมาณ 30 มิลลิเมตรไม่ใช่ปริมาณที่สูงผิดปกติสำหรับหน้าฝนในกรุงเทพฯ แต่ก็เพียงพอให้หลายซอยในย่านนี้มีน้ำขัง แปลว่าบ้านในซอยเหล่านี้อาจต้องเจอน้ำขังซ้ำได้ทุกครั้งที่ฝนตกหนัก และทุกครั้งที่น้ำขัง ก็มีโอกาสที่น้ำจากท่อระบายน้ำจะพาเชื้อโรคเข้ามาในบ้านอีก การฟื้นฟูบ้านจึงไม่ควรทำแบบลวก ๆ เพียงเพราะคิดว่า "น้ำแค่ขังไม่กี่ชั่วโมง"

น้ำขังในซอยถนนราษฎร์พัฒนา ต่างจากน้ำฝนธรรมดาอย่างไร

หลายคนเข้าใจว่าน้ำที่ท่วมหลังฝนตกก็คือน้ำฝน ซึ่งน่าจะสะอาดพอสมควร ความจริงคือเมื่อน้ำฝนไหลลงท่อระบายน้ำแล้ว น้ำนั้นจะผสมกับทุกอย่างที่อยู่ในท่อ ทั้งน้ำทิ้งจากครัวเรือน น้ำจากร้านอาหาร ตะกอนโคลนที่สะสมมานาน เศษขยะ และสิ่งปฏิกูลที่อาจรั่วจากบ่อเกรอะหรือถังบำบัดที่ไม่สมบูรณ์ เมื่อท่อรับน้ำไม่ทัน น้ำส่วนนี้จะย้อนกลับขึ้นมาบนผิวถนนและไหลเข้าซอย

ย่านริมถนนราษฎร์พัฒนามีทั้งหมู่บ้านจัดสรร ทาวน์เฮาส์ บ้านเดี่ยว อาคารพาณิชย์ และร้านค้าเล็ก ๆ ตามปากซอย บ้านหลายหลังมีพื้นชั้นล่างใกล้ระดับถนน เมื่อถนนถูกยกระดับขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตัวบ้านบางหลังจึงต่ำกว่าถนนและรับน้ำได้ง่ายกว่าเดิม น้ำที่ไหลเข้าบ้านจึงไม่ใช่น้ำนิ่ง แต่เป็นน้ำที่พัดพาตะกอนและสิ่งสกปรกเข้ามาทิ้งไว้ตามมุมห้อง ใต้ตู้ และร่องยาแนวกระเบื้อง

อีกเรื่องที่ควรรู้คือ น้ำขังในเมืองมักลดลงเร็ว เพราะมีการสูบน้ำอย่างที่กรุงเทพมหานครใช้ท่อซิ่งเร่งระบายลงคลองประเวศบุรีรมย์ แต่การที่น้ำลดเร็วไม่ได้แปลว่าเชื้อโรคหายไปด้วย น้ำลดไปแล้ว แต่ความชื้น โคลนบาง ๆ และสารอินทรีย์ยังติดอยู่ในบ้าน ซึ่งเป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรียและเชื้อรา โดยเฉพาะในบ้านที่ปิดประตูหน้าต่างเพราะกลัวฝนสาดหรือกลัวยุง ทำให้อากาศไม่ถ่ายเท ความชื้นสะสมเป็นวัน ๆ

พื้นที่ในบ้านที่มักถูกมองข้ามหลังน้ำขังในซอย ได้แก่

  • ลานจอดรถหน้าบ้านและพื้นโรงรถ ที่ล้อรถและรองเท้าพาโคลนเข้าบ้านต่อ
  • ตู้รองเท้าไม้หรือไม้อัดที่วางไว้ใกล้ประตู ซึ่งดูดน้ำได้ง่ายและแห้งช้า
  • ขอบผนังด้านล่างและบัวพื้น ที่น้ำซึมเข้าไปในเนื้อปูนหรือแผ่นยิปซัม
  • ตู้ใต้ซิงก์ ครัวต่อเติมด้านหลังบ้าน และท่อน้ำทิ้งที่อาจมีน้ำเสียย้อนกลับ
  • ห้องน้ำชั้นล่าง ซึ่งเป็นจุดที่น้ำจากท่อมักดันขึ้นมาทางท่อระบายน้ำพื้น
  • พรม เสื่อ ผ้าม่านชายยาว และเบาะโซฟาที่สัมผัสน้ำโดยตรง
  • อากาศในบ้านทั้งหลัง เพราะกลิ่นและสปอร์เชื้อราลอยขึ้นบันไดไปถึงชั้นบนได้

เชื้อทุกชนิดที่มากับน้ำท่วมราษฎร์พัฒนา: แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา และกลิ่น

คำว่า "เชื้อโรคหลังน้ำท่วม" ไม่ได้หมายถึงเชื้อชนิดเดียว แต่เป็นกลุ่มของเชื้อหลายประเภทที่มากับน้ำจากท่อระบายน้ำ ดิน และสิ่งปฏิกูล หน่วยงานด้านสุขภาพอย่างองค์การอนามัยโลก (WHO) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ต่างแนะนำให้ระวังโรคที่มากับน้ำท่วมทุกครั้งหลังน้ำลด ต่อไปนี้คือกลุ่มเชื้อหลักที่ควรรู้จัก

1. แบคทีเรียจากน้ำเสียและสิ่งปฏิกูล

อีโคไล (E. coli) เป็นแบคทีเรียที่ใช้เป็นตัวชี้วัดว่ามีการปนเปื้อนอุจจาระในน้ำ น้ำที่ย้อนจากท่อระบายน้ำในเมืองมักมีโอกาสปนเปื้อนสูง เมื่อมือที่สัมผัสพื้น โคลน หรือของใช้ที่เปียกน้ำ แล้วไปหยิบอาหารเข้าปาก ก็อาจทำให้เกิดอาการท้องร่วง ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน และอาจมีอาการรุนแรงกว่าในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ

ซาลโมเนลลา (Salmonella) เป็นแบคทีเรียอีกกลุ่มที่ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ อาการคือไข้ ปวดท้อง ท้องร่วง มักเกี่ยวข้องกับอาหารหรือภาชนะที่ปนเปื้อน ในบ้านที่ครัวอยู่ชั้นล่างและโดนน้ำขัง จาน ชาม เขียง และอุปกรณ์ครัวที่สัมผัสน้ำต้องล้างและฆ่าเชื้ออย่างจริงจัง

เลปโตสไปรา (Leptospira) คือเชื้อที่ทำให้เกิด โรคเลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู เชื้อนี้อยู่ในปัสสาวะของสัตว์ฟันแทะ โดยเฉพาะหนูที่อาศัยอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อท่อถูกน้ำดันขึ้นมา หนูและเชื้อจากท่อก็ถูกพาขึ้นมาบนถนนด้วย เชื้อเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล รอยถลอก หรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน อาการที่ควรสังเกตคือ ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะที่น่อง ตาแดง ภายในประมาณหนึ่งถึงสองสัปดาห์หลังลุยน้ำ ใครมีอาการแบบนี้ควรไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งว่าเคยลุยน้ำ

2. ไวรัสที่ทำให้ท้องร่วงและไวรัสทางเดินหายใจ

โนโรไวรัส (Norovirus) และ โรตาไวรัส (Rotavirus) เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดอาการท้องร่วงและอาเจียน แพร่ผ่านอุจจาระที่ปนเปื้อนในน้ำ พื้นผิว และมือ โนโรไวรัสติดต่อง่ายมากและติดอยู่บนพื้นผิวได้นาน ส่วนโรตาไวรัสเป็นปัญหาที่พบบ่อยในเด็กเล็ก เด็กที่คลานหรือเล่นบนพื้นชั้นล่างหลังน้ำลดจึงต้องระวังเป็นพิเศษ

นอกจากไวรัสที่มากับน้ำแล้ว ช่วงหลังน้ำท่วมยังเป็นช่วงที่คนในบ้านอยู่กันแออัดในห้องที่ยังแห้ง อากาศชื้น และร่างกายอ่อนล้า ไวรัสทางเดินหายใจอย่าง อาร์เอสวี (RSV) และ ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) จึงแพร่ในครอบครัวได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ หากมีไข้สูง หายใจเหนื่อย หรือไอมากผิดปกติ ควรพบแพทย์

3. เชื้อราและสปอร์ในอากาศ

เชื้อราเริ่มเติบโตได้เร็วในวัสดุที่เปียกและไม่แห้งภายในหนึ่งถึงสองวัน ตามคำแนะนำทั่วไปของ CDC และ WHO ที่ให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง ในทาวน์เฮาส์ริมถนนราษฎร์พัฒนา จุดที่เชื้อราชอบคือขอบผนังด้านล่าง หลังตู้ ใต้บันได แผ่นไม้อัด ฝ้ายิปซัมในห้องน้ำ และผ้าม่าน สปอร์เชื้อราลอยในอากาศได้ ทำให้ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ หอบหืด หรือโรคปอดเรื้อรังมีอาการกำเริบ จาม คัดจมูก คันตา หรือหายใจไม่สะดวก

4. กลิ่นอับชื้นและกลิ่นน้ำเสียจากท่อ

กลิ่นที่ค้างในบ้านหลังน้ำขังมีที่มาหลายทาง ทั้งกลิ่นจากแบคทีเรียที่ย่อยสลายสารอินทรีย์ในโคลน กลิ่นจากเชื้อราที่ปล่อยสารระเหยออกมา และกลิ่นน้ำเสียที่ติดอยู่ในเนื้อวัสดุ กลิ่นเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องความรำคาญ แต่เป็นสัญญาณว่ายังมีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กทำงานอยู่ในบ้าน การกลบด้วยน้ำหอมปรับอากาศจึงไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ

ข้อสำคัญ: หากใครในบ้านมีไข้ ปวดน่อง ท้องร่วงไม่หยุด อาเจียน ผื่น หรือหายใจลำบาก ให้ไปพบแพทย์ การอบโอโซนเป็นการจัดการเชื้อในบ้าน ไม่ใช่การรักษาโรค และไม่สามารถใช้แทนการดูแลทางการแพทย์ได้

ผลกระทบที่ครอบครัวริมถนนราษฎร์พัฒนาต้องเจอหลังน้ำลด

ด้านสุขภาพ คนที่เสี่ยงที่สุดคือเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต โรคปอด หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ในทาวน์เฮาส์หลายชั้น ผู้สูงอายุมักนอนชั้นสองหรือชั้นล่างเพราะขึ้นบันไดลำบาก ถ้าห้องนั้นอยู่ใกล้จุดที่น้ำเข้า ก็จะสูดอากาศชื้นและสปอร์เชื้อราอยู่ทุกคืน

ด้านค่าใช้จ่าย ความเสียหายจากน้ำขังในซอยมักไม่ได้อยู่ที่ตัวบ้านใหญ่โต แต่เป็นของใช้ชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่รวมกันแล้วไม่น้อย ทั้งตู้ไม้ ที่นอนที่วางชั้นล่าง พรม รองเท้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และค่าซ่อมผนังที่บวม ถ้าปล่อยให้เชื้อราลุกลาม ค่าซ่อมจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะต้องรื้อวัสดุออกมากกว่าเดิม

ด้านเวลาและงาน คนที่ทำงานในเมืองและต้องเดินทางผ่านถนนรามคำแหงหรือร่มเกล้าทุกวัน ต้องเสียเวลาทั้งช่วงที่น้ำขังบนถนน และช่วงที่ต้องลางานมาทำความสะอาดบ้าน หากคนในบ้านป่วยตามมา ก็ต้องเสียเวลาไปโรงพยาบาลเพิ่มอีก

ด้านธุรกิจ ร้านค้าตามปากซอย ร้านอาหารตามสั่ง ร้านซักรีด และร้านเสริมสวยที่อยู่ในอาคารพาณิชย์ริมถนน ต้องเปิดร้านต่อให้เร็วที่สุด แต่ลูกค้าจะสังเกตกลิ่นอับทันทีที่เดินเข้าร้าน ความสะอาดที่มองไม่เห็นจึงมีผลต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าโดยตรง

ด้านจิตใจ การรู้ว่าน้ำอาจกลับมาอีกเมื่อฝนตกหนักทำให้หลายครอบครัวเครียด ไม่กล้าซ่อมบ้านเต็มที่ และอยู่กับกลิ่นอับไปเรื่อย ๆ การมีแผนฟื้นฟูที่ชัดเจนช่วยให้ครอบครัวรู้ว่าต้องทำอะไรก่อนหลัง และกลับมาใช้ชีวิตในบ้านได้อย่างมั่นใจ

ทำไมวิธีที่คนส่วนใหญ่ใช้จึงไม่พอสำหรับบ้านที่รับน้ำจากท่อ

ถูพื้นด้วยน้ำยาถูพื้นทั่วไป ช่วยให้พื้นดูสะอาดขึ้น แต่ไม่ได้เข้าไปถึงร่องยาแนว ขอบผนัง ใต้ตู้ หรือในเนื้อวัสดุที่ดูดน้ำไว้ และไม่ได้จัดการกับเชื้อในอากาศ

ราดน้ำยาฟอกขาวทุกจุด น้ำยาฟอกขาวที่เจือจางถูกวิธีมีประโยชน์กับพื้นผิวแข็งที่ล้างแล้ว แต่ถ้าใช้บนพื้นที่ยังมีโคลน ประสิทธิภาพจะลดลงมาก และไม่ควรผสมกับน้ำยาชนิดอื่น เพราะอาจเกิดก๊าซอันตราย อีกทั้งกลิ่นคลอรีนที่แรงยังไม่เหมาะกับบ้านที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ

เปิดพัดลมหรือแอร์ทิ้งไว้ ช่วยให้แห้งได้บางส่วน แต่ถ้าบ้านปิดทึบ พัดลมแค่หมุนอากาศชื้นวนอยู่ในห้อง ส่วนแอร์ที่เปิดในห้องที่มีเชื้อราอาจดูดสปอร์เข้าไปสะสมในคอยล์และแผ่นกรอง แล้วเป่ากลับออกมาซ้ำ

ฉีดสเปรย์ปรับอากาศหรือจุดเทียนหอม เป็นการกลบกลิ่น ไม่ได้กำจัดต้นเหตุ เมื่อกลิ่นหอมหมดไป กลิ่นอับก็กลับมา

ทาสีทับรอยเชื้อรา เป็นความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด สีใหม่อาจปิดรอยได้ชั่วคราว แต่เชื้อราใต้สียังอยู่ และจะดันสีให้พองหรือขึ้นเป็นจุดใหม่ภายในไม่กี่สัปดาห์

สิ่งที่บ้านริมถนนราษฎร์พัฒนาต้องการคือการทำงานเป็นลำดับ ได้แก่ ความปลอดภัยทางไฟฟ้า ขนโคลนและของที่เสียหายออก ล้าง ทำให้แห้งจริง แล้วจึงฆ่าเชื้อในอากาศและพื้นผิวที่มือเข้าไม่ถึง ซึ่งเป็นจุดที่โอโซนเข้ามามีบทบาท

อบโอโซนราษฎร์พัฒนา กับ WHD: โอโซนทำงานอย่างไรหลังล้างและทำให้แห้งแล้ว

World Health Disinfection (WHD) เป็นบริษัทให้บริการฆ่าเชื้อที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ให้บริการ อบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคาร ทั้งบ้าน คอนโด ทาวน์เฮาส์ สำนักงาน ร้านค้า โรงแรม โรงเรียน โรงงาน และสถานพยาบาล สำหรับลูกค้าในเขตสะพานสูงและย่านถนนราษฎร์พัฒนา สามารถติดต่อทีมงานทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เพื่อประเมินพื้นที่ วางแผน และนัดวันเวลาที่เหมาะสม ทั้งนี้ทีมงานจะยืนยันคิวงานให้หลังพูดคุยรายละเอียด ไม่ได้รับประกันว่าจะเข้าพื้นที่ได้ภายในวันเดียว

หลักการของโอโซน โอโซน (O3) เป็นออกซิเจนที่มีอะตอมสามตัว มีคุณสมบัติออกซิไดซ์สูง เมื่อกระจายตัวในห้องที่ปิด โอโซนจะเข้าไปทำลายโครงสร้างผนังเซลล์ของแบคทีเรีย เปลือกหุ้มของไวรัส และเซลล์ของเชื้อรา รวมถึงแตกโมเลกุลของสารที่ก่อกลิ่น หลังจากทำงานเสร็จ โอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O2) จึงไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างไว้บนพื้นผิวหรือในอากาศ ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek (สหราชอาณาจักร) ระบบนี้กำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99% สามารถดูรายละเอียดได้ที่หน้า เอกสารรับรอง

ทำไมโอโซนจึงเหมาะกับบ้านที่เพิ่งรับน้ำจากท่อ เพราะโอโซนเป็นก๊าซ จึงเข้าถึงทุกมุมของห้อง ทั้งหลังตู้ ใต้เตียง ในซอกบันได ผิวผ้าม่าน เบาะโซฟา และอากาศทั้งห้อง ซึ่งเป็นจุดที่ผ้าชุบน้ำยาเข้าไม่ถึง โอโซนยังช่วยจัดการกลิ่นอับและกลิ่นท่อที่ฝังอยู่ในบ้าน ไม่ใช่แค่กลบกลิ่นชั่วคราว

ขั้นตอนการทำงานโดยทั่วไป

  1. ประเมินพื้นที่ สอบถามรายละเอียดบ้าน ระดับน้ำที่เข้า จำนวนชั้นและห้อง จุดที่มีกลิ่นหรือคราบเชื้อรา และสภาพการทำความสะอาดก่อนหน้า
  2. เตรียมพื้นที่ ให้คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออกจากพื้นที่ทั้งหมด ปิดประตูหน้าต่าง เปิดตู้และลิ้นชักเพื่อให้โอโซนเข้าถึง
  3. ปล่อยโอโซน เครื่องจะเติมโอโซนเข้าไปในห้องจนได้ความเข้มข้นที่เหมาะสม
  4. ระยะสัมผัส ปล่อยให้โอโซนทำงานกับเชื้อและกลิ่นตามเวลาที่กำหนด โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน ขึ้นกับขนาดและสภาพห้อง
  5. พักและระบายอากาศ รอให้โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน แล้วเปิดระบายอากาศก่อนกลับเข้าห้อง

กฎห้องว่าง: การอบโอโซนต้องทำในห้องที่ปิดและไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ภายในเท่านั้น ห้ามเข้าไปในห้องระหว่างการอบ และกลับเข้าได้หลังผ่านช่วงพักและระบายอากาศตามที่ทีมงานแจ้งแล้วเท่านั้น

สิ่งที่โอโซนไม่ได้ทำแทน โอโซนไม่ได้ทำหน้าที่ขนโคลน ไม่ได้ทำให้ผนังที่ชุ่มน้ำแห้ง และไม่ได้ซ่อมวัสดุที่เสียหาย บ้านต้องผ่านการล้างและทำให้แห้งก่อน โอโซนจึงจะทำงานได้เต็มที่ เพราะถ้ายังมีโคลนหนาหรือแอ่งน้ำ เชื้อที่ฝังอยู่ใต้ชั้นโคลนก็จะถูกปกป้องไว้

สำหรับลูกค้าที่ต้องการบริการฆ่าเชื้อแบบอื่นร่วมด้วย สามารถดูข้อมูล บริการฆ่าเชื้อโรค ได้ และมีโปรโมชันแจกสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ฟรี สำหรับงานอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป

จังหวะเวลา: บ้านในซอยราษฎร์พัฒนาควรอบโอโซนเมื่อไร ในเมื่อฝนยังอาจตกหนักอีก

ปภ. เตือนให้ระวังฝนตกหนักระลอกใหม่ในช่วงวันที่ 4 ถึง 7 ตุลาคม 2569 และย่านนี้มีหลายซอยที่มีน้ำขังเมื่อฝนตกราว 30 มิลลิเมตร คำถามที่หลายบ้านถามคือ ควรอบโอโซนตอนนี้เลย หรือรอให้หมดฝนก่อน คำตอบขึ้นกับสภาพบ้านแต่ละหลัง แนวคิดง่าย ๆ มีดังนี้

  • ถ้ายังมีน้ำเข้าบ้านหรือพื้นยังเปียก ให้เน้นการระบายน้ำ ขนของขึ้นที่สูง และทำความสะอาดเบื้องต้นก่อน ยังไม่ใช่เวลาอบโอโซน
  • ถ้าน้ำออกแล้ว ล้างแล้ว และพื้นผนังแห้งพอสมควร สามารถวางแผนอบโอโซนได้ โดยเฉพาะห้องนอน ห้องเด็ก และห้องผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นห้องที่คนใช้เวลาอยู่มากที่สุด
  • ถ้ากังวลว่าน้ำจะกลับมาอีก อาจเริ่มจากชั้นบนที่ไม่โดนน้ำแต่มีกลิ่นลอยขึ้นไปก่อน แล้วค่อยอบชั้นล่างเมื่อสถานการณ์ฝนดีขึ้น วิธีนี้ช่วยให้ห้องนอนกลับมาใช้ได้เร็ว
  • ถ้าน้ำเข้ามาซ้ำหลังอบแล้ว ต้องกลับไปเริ่มที่การล้างและทำให้แห้งใหม่ ก่อนจะพิจารณาอบซ้ำ

การโทรคุยกับทีมงานล่วงหน้าช่วยให้วางแผนได้ดีขึ้น ทีมงานจะช่วยประเมินว่าบ้านพร้อมแล้วหรือยัง และควรเริ่มจากห้องไหน

10 เหตุผลที่บ้านริมถนนราษฎร์พัฒนาควรพิจารณาอบโอโซนหลังน้ำลด

  1. น้ำที่เข้าบ้านมาจากท่อระบายน้ำ ไม่ใช่น้ำฝนสะอาด จึงมีโอกาสพาแบคทีเรีย ไวรัส และสิ่งปฏิกูลเข้ามา
  2. โอโซนเข้าถึงซอกมุมที่มือเข้าไม่ถึง เช่น หลังตู้ ใต้บันได ในตู้รองเท้า และร่องเฟอร์นิเจอร์
  3. ฆ่าเชื้อทั้งในอากาศและบนพื้นผิว ช่วยลดสปอร์เชื้อราที่ลอยขึ้นไปถึงชั้นบน
  4. จัดการกลิ่นท่อและกลิ่นอับที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่กลบกลิ่นด้วยน้ำหอม อ่านเพิ่มเรื่อง บริการอบโอโซนกำจัดกลิ่น
  5. ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง เพราะโอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจน เหมาะกับบ้านที่มีเด็กเล็กและผู้สูงอายุ
  6. มีผลทดสอบรองรับ ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง กำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99%
  7. ใช้เวลาไม่นาน โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน ทำให้วางแผนกลับเข้าห้องได้เร็ว
  8. เหมาะกับทาวน์เฮาส์หลายชั้น สามารถทำเป็นโซน ไล่ทีละชั้นตามลำดับความสำคัญ
  9. ช่วยร้านค้าริมถนนเปิดร้านได้อย่างมั่นใจ ลูกค้าไม่ต้องเจอกลิ่นอับเมื่อเดินเข้าร้าน ดูรายละเอียด อบโอโซนสำหรับอาคารและร้านค้า
  10. ทีมงานอยู่ในกรุงเทพฯ ติดต่อวางแผนงานในเขตสะพานสูงได้ทางโทรศัพท์และ LINE โดยยืนยันคิวงานหลังประเมินพื้นที่

ก่อนและหลังอบโอโซน: บ้านในซอยที่น้ำขัง

ก่อน

  • กลิ่นท่อและกลิ่นอับลอยขึ้นไปถึงชั้นบน
  • มีจุดดำเล็ก ๆ ที่ขอบผนังด้านล่าง
  • เด็กจามบ่อย ผู้สูงอายุหายใจไม่สะดวก
  • ตู้รองเท้าและเฟอร์นิเจอร์มีกลิ่นติด
  • ไม่แน่ใจว่าบ้านปลอดภัยพอหรือยัง

หลัง (เมื่อล้าง ทำให้แห้ง และอบโอโซนครบขั้นตอน)

  • กลิ่นท่อและกลิ่นอับลดลงอย่างชัดเจน
  • เชื้อในอากาศและบนพื้นผิวถูกจัดการ
  • ห้องนอนกลับมาใช้งานได้อย่างสบายใจขึ้น
  • ไม่มีสารเคมีตกค้างบนพื้นผิว
  • มีแผนรับมือหากน้ำกลับมาอีก

หมายเหตุ: ผลลัพธ์ขึ้นกับสภาพบ้าน ความชื้นที่เหลืออยู่ และการซ่อมแซมวัสดุที่เสียหาย วัสดุที่เชื้อราลามลึกหรือผุพังแล้วควรรื้อเปลี่ยน

กรณีตัวอย่าง: ทาวน์เฮาส์สามชั้นในซอยย่านสะพานสูงที่น้ำย้อนจากท่อ

(กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายลำดับการทำงาน ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้ารายใด)

กลับมาที่บ้านของคุณต้อม หลังจากถูพื้นและเปิดพัดลมแล้วกลิ่นไม่หาย เขาตัดสินใจทำใหม่ตามลำดับ วันแรกเขาปิดเบรกเกอร์ชั้นล่างและให้ช่างไฟตรวจปลั๊กที่อยู่ต่ำ จากนั้นขนพรม ตู้รองเท้าไม้อัดที่บวม และกล่องกระดาษที่เปียกทิ้งทั้งหมด

วันที่สอง เขากับภรรยาสวมถุงมือยางและรองเท้าบูท ล้างพื้นชั้นล่างด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก ขัดร่องยาแนว ล้างขาเฟอร์นิเจอร์ และเช็ดขอบผนังสูงจากพื้นขึ้นไปพอสมควร แล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวแข็งด้วยน้ำยาที่เจือจางถูกวิธี เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ใช้พัดลมเป่าเข้าหาผนังที่ชื้น และใช้เครื่องลดความชื้นในห้องที่ปิด

เมื่อพื้นและผนังแห้งพอแล้ว เขาโทรหาทีม WHD เพื่อวางแผนอบโอโซน ทีมงานแนะนำให้เริ่มจากห้องนอนคุณแม่ชั้นสองและห้องลูกสาวชั้นสามก่อน เพราะเป็นห้องที่คนใช้เวลานานที่สุดและกลิ่นลอยขึ้นไปถึง จากนั้นจึงอบชั้นล่าง ครัว และห้องน้ำ ระหว่างการอบ ทั้งครอบครัวออกไปอยู่บ้านญาติ และกลับเข้าบ้านหลังช่วงพักและระบายอากาศ

หลังจากนั้น กลิ่นท่อในบ้านลดลงอย่างเห็นได้ชัด คุณต้อมบอกว่าความแตกต่างที่สำคัญคือ เขารู้แล้วว่าถ้าน้ำกลับมาอีก ต้องทำอะไรก่อนหลัง และไม่ต้องเดาอีกต่อไป ส่วนคุณแม่ที่มีอาการไอ เขาพาไปพบแพทย์ควบคู่ไปด้วย เพราะการดูแลบ้านกับการดูแลสุขภาพเป็นคนละเรื่องกัน

เช็กลิสต์ฟื้นฟูบ้านริมถนนราษฎร์พัฒนา ก่อนและหลังอบโอโซน

ก่อนอบโอโซน

  • ตัดไฟชั้นล่างและให้ช่างไฟตรวจปลั๊ก สวิตช์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่โดนน้ำ ก่อนเปิดใช้อีกครั้ง
  • สวมถุงมือยาง รองเท้าบูท และหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ทำความสะอาด หากมีแผลที่เท้าหรือมือ ให้ปิดแผลให้มิดชิด
  • ขนโคลน ขยะ และของที่ซึมน้ำแล้วกู้คืนไม่ได้ออกจากบ้าน เช่น พรม ฟูก กล่องกระดาษ ไม้อัดบวม
  • ล้างพื้นและผนังด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก ขัดร่องยาแนวและขอบผนัง
  • ล้างภาชนะในครัวที่สัมผัสน้ำ และทิ้งอาหารที่โดนน้ำทุกชนิด
  • ตรวจท่อน้ำทิ้งและท่อระบายน้ำพื้นในห้องน้ำว่ามีน้ำเสียย้อนหรือไม่
  • ทำให้แห้งด้วยการเปิดระบายอากาศ พัดลม และเครื่องลดความชื้น ภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงถ้าทำได้
  • ถ่ายรูปความเสียหายเก็บไว้สำหรับการเคลมประกันหรือขอความช่วยเหลือ

ในวันอบโอโซน

  • ให้คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออกจากพื้นที่ทั้งหมด
  • เปิดตู้ ลิ้นชัก และประตูห้องภายในโซนที่จะอบ ปิดประตูหน้าต่างที่ติดภายนอก
  • เก็บเอกสารสำคัญและของมีค่าให้เรียบร้อย
  • ห้ามเข้าห้องระหว่างการอบเด็ดขาด

หลังอบโอโซน

  • กลับเข้าห้องหลังผ่านช่วงพักและระบายอากาศตามที่ทีมงานแจ้งแล้วเท่านั้น
  • เปิดหน้าต่างระบายอากาศต่ออีกระยะ
  • สังเกตกลิ่นและจุดเชื้อราที่อาจกลับมาในจุดที่ยังชื้น
  • ควบคุมความชื้นในบ้านต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงที่ยังมีฝน
  • หากใครในบ้านมีอาการไข้ ปวดน่อง ท้องร่วง หรือหายใจลำบาก ให้ไปพบแพทย์

คำถามที่พบบ่อยเรื่องอบโอโซนหลังน้ำท่วมถนนราษฎร์พัฒนา

ถาม: น้ำขังในซอยแค่ไม่กี่ชั่วโมง จำเป็นต้องอบโอโซนไหม
ตอบ: ขึ้นกับว่าน้ำเข้ามาในบ้านหรือไม่ และมีกลิ่นหรือความชื้นค้างอยู่ไหม ถ้าน้ำจากท่อเข้ามาถึงพื้นบ้าน ห้องน้ำ หรือครัว และยังมีกลิ่นอับหลังทำความสะอาด การอบโอโซนจะช่วยจัดการเชื้อและกลิ่นที่เหลือได้

ถาม: อบโอโซนแทนการล้างบ้านได้หรือไม่
ตอบ: ไม่ได้ ต้องขนโคลน ล้าง และทำให้แห้งก่อนเสมอ โอโซนเป็นขั้นตอนที่ทำหลังจากนั้น เพื่อจัดการเชื้อในอากาศและจุดที่เข้าถึงยาก

ถาม: ระหว่างอบ คนในบ้านอยู่ได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ ห้องต้องว่างจากคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ และกลับเข้าได้หลังช่วงพักและระบายอากาศเท่านั้น

ถาม: ใช้เวลานานแค่ไหน
ตอบ: โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน แต่ระยะเวลาทั้งหมดขึ้นกับขนาดบ้าน จำนวนห้อง และสภาพพื้นที่ ทีมงานจะแจ้งหลังประเมิน

ถาม: WHD มีสาขาในเขตสะพานสูงไหม
ตอบ: WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ ไม่มีสาขาในเขตสะพานสูง แต่ให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยนัดหมายผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ถาม: ถ้าฝนตกแล้วน้ำเข้าบ้านอีก ต้องอบใหม่ไหม
ตอบ: ถ้าน้ำจากท่อเข้ามาอีก ควรล้างและทำให้แห้งใหม่ก่อน แล้วจึงประเมินว่าต้องอบซ้ำหรือไม่

ถาม: ถ้าคนในบ้านเริ่มมีไข้หลังลุยน้ำควรทำอย่างไร
ตอบ: ให้ไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งว่าเคยลุยน้ำ โดยเฉพาะถ้ามีไข้สูงและปวดน่อง ซึ่งอาจเป็นอาการของโรคฉี่หนู

วางแผนอบโอโซนบ้านริมถนนราษฎร์พัฒนา เขตสะพานสูง

ถ้าบ้านของคุณผ่านการล้างและทำให้แห้งแล้ว แต่ยังมีกลิ่นท่อ กลิ่นอับ หรือกังวลเรื่องเชื้อโรคหลังน้ำขัง ทีมงาน WHD พร้อมช่วยประเมินและวางแผนการอบโอโซนให้เหมาะกับบ้านของคุณ

ปรึกษาบริการอบโอโซนหลังน้ำท่วม

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

โปรโมชัน: รับสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ฟรี เมื่อใช้บริการอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป

ลิงก์ที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

หมายเหตุ: ข้อมูลสถานการณ์น้ำในบทความนี้อ้างอิงตามวันที่ที่ระบุในรายงานข่าวและรายงานของ ปภ. ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน

#อบโอโซนราษฎร์พัฒนา #น้ำท่วมราษฎร์พัฒนา #อบโอโซนสะพานสูง #น้ำท่วมสะพานสูง #อบโอโซนกรุงเทพ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #บริการอบโอโซน

คำค้นหา: อบโอโซนราษฎร์พัฒนา, น้ำท่วมถนนราษฎร์พัฒนา, อบโอโซนสะพานสูง, น้ำท่วมสะพานสูง 2569, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมสะพานสูง, กำจัดเชื้อรา กลิ่นอับ หลังน้ำท่วม, อบโอโซนกรุงเทพ, บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้