พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ลาดกระบัง 2569: ถนนหลวงแพ่ง หน้าโลตัสลาดกระบัง ถนนลาดกระบัง ซ.14/1 และ ซ.30/1

Last updated: 3 ต.ค. 2569  |  2 จำนวนผู้เข้าชม  | 

น้ำท่วมทำให้เชื้อโรคสะสม

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ลาดกระบัง 2569: ถนนหลวงแพ่ง หน้าโลตัสลาดกระบัง ถนนลาดกระบัง ซ.14/1 และ ซ.30/1 ร้านค้าและห้องแถวต้องรับมือกับเชื้อโรคอย่างไรหลังน้ำลด

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (กรณีตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวหรือคำพูดของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)

เช้าวันที่ร้านข้าวแกงริมถนนลาดกระบังเปิดประตูม้วนไม่ขึ้น

ห้องแถวสองคูหาใกล้ปากซอยลาดกระบัง 30/1 เป็นทั้งร้านข้าวแกงและบ้านของครอบครัวพี่นิดมากว่าสิบปี ชั้นล่างวางตู้กับข้าว โต๊ะลูกค้าหกตัว ตู้แช่น้ำดื่ม และกระสอบข้าวสารที่ซื้อตุนไว้ทีละหลายถุง ชั้นบนเป็นห้องนอนของแม่วัยเจ็ดสิบกว่าปีกับหลานสาววัยห้าขวบ ช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ฝนตกหนักติดกันหลายวัน น้ำบนถนนลาดกระบังค่อย ๆ เอ่อขึ้นจนรถเก๋งต้องชะลอ น้ำขุ่นสีชาไหลจากผิวถนนเข้ามาถึงธรณีประตูร้าน ซึมผ่านร่องประตูม้วนเข้ามาตามพื้นกระเบื้อง พี่นิดกับสามีรีบยกกระสอบข้าวขึ้นชั้นบน แต่ตู้แช่ ขาโต๊ะ และชั้นวางของล่างสุดยังจมอยู่ในน้ำที่ปนทั้งโคลน ใบไม้ เศษถุงพลาสติก และกลิ่นท่อระบายน้ำที่ล้นออกมา

สองวันต่อมาน้ำบนถนนลดลง พี่นิดพยายามเปิดประตูม้วนแต่ติดขัดเพราะมีโคลนอัดอยู่ในราง ต้องใช้น้ำฉีดอยู่นานกว่าจะดึงขึ้นได้ ภาพในร้านคือคราบโคลนบาง ๆ เคลือบทุกพื้นผิวที่น้ำเคยแตะ เศษอาหารในถังขยะหลังร้านลอยกระจายไปทั่ว และกลิ่นเหม็นเปรี้ยวปนกลิ่นอับที่ทำให้หลานสาวยกมือปิดจมูก ทั้งบ้านช่วยกันตักโคลน ล้างพื้นด้วยน้ำยาล้างจาน ราดน้ำยาซักผ้าขาวตามมุม แล้วเปิดพัดลมเป่าทั้งคืน วันถัดไปพี่นิดตั้งใจเปิดร้านเพราะลูกค้าประจำที่ทำงานแถวนั้นถามหาทุกวัน และรายได้หายไปแล้วหลายวัน

แต่สามวันหลังเปิดร้าน สามีพี่นิดเริ่มมีไข้ ปวดน่องมากจนเดินลำบาก เขาจำได้ว่าวันที่น้ำท่วมต้องลุยน้ำไปเลื่อนมอเตอร์ไซค์โดยใส่รองเท้าแตะ และที่ข้อเท้ามีแผลถลอกเล็ก ๆ พร้อมกันนั้นหลานสาวก็ถ่ายเหลวสองวันติด พี่นิดพาทั้งสองคนไปหาหมอทันที หมอซักประวัติการลุยน้ำและสั่งตรวจเพิ่มเติม ระหว่างที่รอผล พี่นิดนั่งมองร้านที่ล้างจนดู "สะอาด" แล้ว และเริ่มสงสัยว่าการล้างแบบที่ทำกันมาทุกปีพอจริงหรือ เพราะครั้งนี้น้ำที่เข้าร้านไม่ใช่น้ำฝนใส ๆ แต่เป็นน้ำที่ไหลผ่านถนน ท่อ และขยะของทั้งย่าน

เรื่องของพี่นิดไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับคนลาดกระบังในปี 2569 บทความนี้จะพาไปดูว่าน้ำท่วมย่านลาดกระบังครั้งนี้เกิดขึ้นที่ไหนบ้างตามรายงานข่าว เชื้อโรคชนิดต่าง ๆ ที่ตามมากับน้ำมีอะไร ทำไมการล้างเองจึงยังไม่พอสำหรับร้านอาหาร ร้านขายของ และห้องแถวที่ต้องรับลูกค้า และบริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection (WHD) ช่วยปิดช่องว่างนั้นได้อย่างไร โดยต้องทำหลังจากตักโคลนและล้างทำความสะอาดแล้วเท่านั้น

จุดที่น้ำท่วมในย่านลาดกระบัง ตามรายงานข่าวและประกาศ กทม. ปลายเดือนกันยายน 2569

ภาพรวมของเหตุการณ์ ตามรายงานข่าวช่วงวันที่ 24–27 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครมีฝนตกหนักสะสมราว 300 มิลลิเมตรภายในประมาณ 48 ชั่วโมง วันที่ 26 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย และข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ระบุว่ากรุงเทพฯ มีครัวเรือนได้รับผลกระทบราว 329,000 ครัวเรือน ฝั่งตะวันออกของเมืองอย่างเขตลาดกระบังเป็นหนึ่งในย่านที่มีหลายจุดถูกรายงานว่ามีน้ำท่วมขัง

ตามรายงานข่าวของ Thai PBS วันที่ 29 กันยายน 2569 เวลา 13:19 น. (ตัวเลขความลึกคือระดับน้ำบนผิวถนน ณ ช่วงเวลาที่รายงาน) จุดที่เกี่ยวข้องกับย่านลาดกระบังมีดังนี้

  • ถนนหลวงแพ่ง บริเวณโลตัสลาดกระบัง น้ำท่วมขังประมาณ 20 ซม.
  • ถนนลาดกระบัง ซ.30/1 น้ำท่วมขังประมาณ 10 ซม.
  • ถนนลาดกระบัง ช่วงคลองทับยาว ถึง ซ.ลาดกระบัง 14/1 ถูกระบุเป็นจุดน้ำท่วม
  • ถนนลาดกระบัง ช่วงคลองบัวกระ ถึงแยกกิ่งแก้ว ถูกระบุเป็นจุดน้ำท่วม
  • ถนนเจ้าคุณทหาร มีน้ำท่วมขังหลายจุด ระดับประมาณ 5–20 ซม.
  • ถนนร่มเกล้า ซึ่งเชื่อมย่านลาดกระบังกับมีนบุรี ถูกรายงานว่ามีน้ำท่วมหลายช่วงในรายงานฉบับเดียวกัน

ตัวเลขเหล่านี้อาจฟังดูไม่สูงมากเมื่อเทียบกับภาพน้ำท่วมสูงในต่างจังหวัด แต่สำหรับห้องแถวและร้านค้าริมถนนหลวงแพ่งและถนนลาดกระบัง ระดับน้ำ 10–20 ซม. บนผิวถนนก็มากพอจะทำให้น้ำไหลข้ามธรณีประตูเข้าบ้านที่พื้นต่ำกว่าระดับถนน โดยเฉพาะเมื่อรถแล่นผ่านแล้วเกิดคลื่นซัดเข้าหน้าร้าน อีกทั้งน้ำที่ท่วมถนนไม่ได้มาจากฝนอย่างเดียว แต่ยังมีน้ำที่เอ่อจากท่อระบายน้ำและคลองในพื้นที่ ซึ่งพาสิ่งปนเปื้อนจากระบบระบายน้ำเข้ามาด้วย

สิ่งที่ควรเข้าใจคือ ความลึกของน้ำไม่ได้บอกระดับการปนเปื้อนทั้งหมด น้ำเพียงไม่กี่เซนติเมตรที่ไหลผ่านพื้นร้านอาหาร ห้องเก็บของ หรือลานจอดรถ ก็ทิ้งคราบสกปรกไว้บนพื้น ขาโต๊ะ ผนังส่วนล่าง และสิ่งของที่วางกับพื้นได้ และเมื่อน้ำค้างอยู่หลายชั่วโมงถึงหลายวัน ความชื้นที่ตามมาก็เป็นสภาพที่เชื้อโรคและเชื้อราชอบ

ที่มา: Thai PBS (29 ก.ย. 2569) และรายงานข่าวที่เกี่ยวข้อง ดูรายการแหล่งอ้างอิงท้ายบทความ ข้อมูลระดับน้ำเป็นข้อมูล ณ เวลาที่รายงาน สถานการณ์จริงในแต่ละซอยอาจแตกต่างกัน

เชื้อโรคชนิดต่าง ๆ หลังน้ำท่วม ที่ร้านอาหารและห้องแถวในลาดกระบังต้องระวัง

ย่านลาดกระบังช่วงถนนหลวงแพ่งและถนนลาดกระบังมีลักษณะเป็นพื้นที่ชุมชนผสมการค้า มีห้องแถว ร้านอาหารตามสั่ง ร้านข้าวแกง แผงขายของ ร้านสะดวกซื้อ ห้องเช่า และคนที่สัญจรไปมาทั้งวัน เมื่อเกิดน้ำท่วม เชื้อโรคที่ควรให้ความสำคัญจึงเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับอาหาร น้ำเสีย และการสัมผัสพื้นผิวร่วมกันของคนจำนวนมาก

1) อีโคไล (E. coli) และแบคทีเรียจากอุจจาระ

เมื่อท่อระบายน้ำล้น น้ำบนถนนจะปนกับน้ำเสียจากบ้านเรือนและร้านค้า ซึ่งมีแบคทีเรียกลุ่มที่มาจากลำไส้ของคนและสัตว์ อีโคไลเป็นตัวบ่งชี้สำคัญว่ามีการปนเปื้อนอุจจาระ บางสายพันธุ์ทำให้ท้องร่วงรุนแรง ปวดท้องบิด หรือถ่ายเป็นมูกเลือด จุดเสี่ยงในร้านอาหารคือพื้นครัว เคาน์เตอร์เตรียมอาหาร ขาโต๊ะ ถังน้ำแข็ง และภาชนะที่วางต่ำ หากล้างไม่ทั่วแล้วนำกลับมาใช้ เชื้ออาจถูกส่งต่อจากมือคนครัวไปสู่อาหารของลูกค้า

2) ซัลโมเนลลา (Salmonella)

ซัลโมเนลลาเป็นแบคทีเรียที่ทำให้อาหารเป็นพิษ พบได้ในสิ่งปนเปื้อนจากสัตว์และน้ำเสีย อาการที่พบบ่อยคือไข้ ปวดท้อง ท้องร่วง คลื่นไส้อาเจียน ร้านที่ใช้ไข่ ไก่ หรือเนื้อสัตว์เป็นวัตถุดิบหลักต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะหากเขียง ตู้เย็น หรือชั้นวางวัตถุดิบเคยโดนน้ำท่วม แล้วนำวัตถุดิบใหม่มาวางโดยไม่ฆ่าเชื้อพื้นผิวให้เรียบร้อย ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นทันที

3) โนโรไวรัสและโรตาไวรัส

ไวรัสสองกลุ่มนี้เป็นสาเหตุสำคัญของท้องร่วงเฉียบพลัน โนโรไวรัสติดต่อง่ายมากผ่านพื้นผิวที่ปนเปื้อน มือ และอาหาร ส่วนโรตาไวรัสพบบ่อยในเด็กเล็กและอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำได้เร็ว จุดที่มักถูกมองข้ามคือห้องน้ำหลังร้าน ก๊อกน้ำ ลูกบิดประตู และราวจับบันไดที่ทุกคนในบ้านใช้ร่วมกัน เมื่อสมาชิกคนหนึ่งเริ่มมีอาการ คนอื่นในบ้านก็มีโอกาสติดต่อกันเป็นทอด ๆ

4) เลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู

เชื้อเลปโตสไปราอยู่ในปัสสาวะของหนูและสัตว์บางชนิด เมื่อน้ำท่วม เชื้อจะกระจายไปกับน้ำและโคลน คนติดเชื้อได้จากการลุยน้ำหรือสัมผัสโคลนโดยมีแผลที่ผิวหนัง หรือผ่านเยื่อบุตาและปาก อาการเด่นคือไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง ตาแดง ย่านที่มีร้านอาหารและถังขยะจำนวนมากมักมีหนูอาศัยอยู่ จึงควรระวังพื้นผิวที่เปื้อนโคลนหลังน้ำลด เช่น พื้นหลังร้าน ลังเก็บของ และมุมห้องเก็บวัตถุดิบ กรมควบคุมโรคเตือนว่าใครที่มีไข้และปวดน่องหลังลุยน้ำ ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำทุกครั้ง

5) โรคมือเท้าปากและ RSV ในเด็กเล็ก

ห้องแถวหลายหลังในลาดกระบังเป็นทั้งที่ทำกินและที่อยู่ของครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ช่วงหลังน้ำลดเด็กมักเล่นอยู่ชั้นล่างหรือหน้าร้าน หยิบจับของเล่นที่เคยตกพื้น หรือจับราวบันไดแล้วเอามือเข้าปาก โรคมือเท้าปากติดต่อผ่านน้ำลาย น้ำมูก และพื้นผิวที่ปนเปื้อน ส่วน RSV เป็นไวรัสทางเดินหายใจที่ทำให้เด็กเล็กและผู้สูงอายุป่วยหนักได้ ช่วงฝนตกต่อเนื่องที่อากาศชื้น เด็กจำนวนมากอยู่รวมกันในบ้านมากขึ้น การฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อยจึงช่วยลดโอกาสแพร่เชื้อได้

6) เชื้อราและกลิ่นอับ

หลังน้ำลด ผนังปูนส่วนล่าง ขอบประตูไม้ ใต้ตู้ และกล่องกระดาษในห้องเก็บของจะยังชื้นอยู่หลายวัน เชื้อราเริ่มเติบโตได้ภายใน 24–48 ชั่วโมงหากความชื้นยังสูง ตามที่หน่วยงานอย่าง CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งโดยเร็ว เชื้อราทำให้เกิดคราบดำ คราบเขียว และกลิ่นอับที่ลูกค้ารับรู้ได้ทันทีเมื่อเดินเข้าร้าน สำหรับผู้ที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืด สปอร์ราอาจกระตุ้นให้อาการกำเริบ

ใครเสี่ยงที่สุด

ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต หรือภูมิคุ้มกันต่ำ เป็นกลุ่มที่เมื่อติดเชื้อแล้วมีโอกาสอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป รวมถึงผู้ประกอบอาหาร พนักงานร้านค้า และคนที่ต้องลุยน้ำไปทำงานทุกวัน ซึ่งสัมผัสน้ำและพื้นผิวปนเปื้อนบ่อยกว่าคนอื่น

ผลกระทบที่ร้านค้าและครอบครัวย่านหลวงแพ่ง–ลาดกระบังเจอจริงหลังน้ำลด

ด้านสุขภาพ ปัญหาที่พบบ่อยหลังน้ำท่วมคือท้องร่วง ผื่นคัน แผลติดเชื้อ ไข้หลังลุยน้ำ และอาการภูมิแพ้กำเริบจากเชื้อรา หากคนในบ้านป่วยพร้อมกันหลายคน การดูแลกันเองก็ยิ่งยาก คนที่ต้องหยุดงานไปดูแลเด็กหรือผู้สูงอายุก็จะขาดรายได้ซ้ำอีกทาง

ด้านเงิน สำหรับร้านค้า วันที่ปิดร้านเพราะน้ำท่วมคือรายได้ที่หายไป และหากเปิดร้านเร็วเกินไปโดยที่พื้นที่ยังไม่สะอาดพอ ความเสี่ยงที่ลูกค้าจะท้องเสียก็อาจทำให้ต้องปิดซ้ำและเสียลูกค้าประจำไป วัตถุดิบที่โดนน้ำต้องทิ้ง อุปกรณ์บางชิ้นต้องซ่อมแซม และค่ารักษาพยาบาลที่ไม่ได้วางแผนไว้ก็เพิ่มภาระเข้าไปอีก

ด้านเวลา หลายครอบครัวใช้เวลาหลายวันในการตักโคลนและล้างซ้ำ แต่ยังไม่มั่นใจว่าสะอาดพอ ล้างแล้วกลิ่นก็ยังกลับมา ต้องเสียเวลาล้างซ้ำอีกหลายรอบโดยไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน

ด้านชื่อเสียง ร้านอาหารในย่านที่คนรู้จักกันอย่างลาดกระบัง ข่าวลือเพียงประโยคเดียวว่า "กินร้านนี้แล้วท้องเสีย" ก็ส่งผลต่อยอดขายได้นาน ลูกค้าที่เดินเข้ามาแล้วได้กลิ่นอับหรือเห็นคราบราบนผนังอาจไม่กลับมาอีก ทั้งที่เจ้าของร้านตั้งใจทำความสะอาดเต็มที่แล้ว

ด้านครอบครัว ความกังวลเรื่องลูกหลานและพ่อแม่สูงวัยที่อยู่ชั้นบนของห้องแถวเดียวกับร้าน ทำให้หลายบ้านนอนไม่หลับ ทุกครั้งที่เด็กไอหรือผู้สูงอายุมีไข้ คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาคือ "เป็นเพราะน้ำท่วมหรือเปล่า"

ทำไมล้างเองแล้วยังไม่พอ สำหรับร้านค้าและห้องแถวที่เคยถูกน้ำท่วม

ราดน้ำยาซักผ้าขาวเฉพาะจุดที่เห็น หลายบ้านเทน้ำยาลงพื้นแล้วถูทันที โดยไม่ได้เจือจางตามสัดส่วนและไม่ได้ทิ้งระยะเวลาสัมผัสตามฉลาก ทำให้ประสิทธิภาพลดลง อีกทั้งน้ำยาจะถูกทาเฉพาะจุดที่เห็นว่าสกปรก ขณะที่ขาโต๊ะ ใต้ตู้ ซอกประตูม้วน และผนังด้านหลังชั้นวางของมักถูกข้ามไป การผสมน้ำยาหลายชนิดเข้าด้วยกันยังอาจเกิดก๊าซอันตรายได้อีกด้วย

เปิดพัดลมแล้วคิดว่าแห้ง พัดลมช่วยให้ผิวหน้าแห้งเร็วขึ้น แต่ความชื้นในผนังปูน ใต้กระเบื้องที่ร่อน หรือในเนื้อไม้ยังคงอยู่ และการเป่าลมแรงในห้องที่มีฝุ่นโคลนแห้งอาจพัดฝุ่นและสปอร์ราให้ฟุ้งกระจายไปทั่ว

ฉีดน้ำหอมกลบกลิ่น กลิ่นหอมทำให้รู้สึกดีชั่วคราว แต่ไม่ได้จัดการต้นเหตุของกลิ่นซึ่งอาจมาจากแบคทีเรียและเชื้อราที่ยังเติบโตอยู่ พอกลิ่นหอมจางลง กลิ่นอับก็กลับมา

ทาสีทับคราบรา บางร้านรีบทาสีผนังใหม่เพื่อให้ร้านดูสะอาด แต่ถ้าผนังยังไม่แห้งและเชื้อรายังอยู่ด้านใน สีจะพองและคราบจะกลับมาในไม่กี่สัปดาห์

ล้างแค่ชั้นล่าง เชื้อโรคไม่ได้อยู่เฉพาะตรงที่น้ำท่วม รองเท้า มือ และเสื้อผ้าของคนที่เดินขึ้นลงบันไดพาเชื้อขึ้นไปถึงชั้นบน ราวบันได ลูกบิด และสวิตช์ไฟจึงเป็นจุดที่ควรได้รับการฆ่าเชื้อด้วย

ข้อจำกัดทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่าการล้างเองไม่มีประโยชน์ การตักโคลนและล้างให้สะอาดคือขั้นตอนที่จำเป็นที่สุดและต้องทำก่อนเสมอ แต่สำหรับพื้นที่ที่ต้องรับลูกค้า เตรียมอาหาร หรือมีเด็กและผู้สูงอายุอยู่ด้วย การปิดท้ายด้วยการพ่นฆ่าเชื้อโดยช่างที่ผ่านการฝึกอบรมจะช่วยให้ครอบคลุมพื้นผิวที่ล้างเองเข้าไม่ถึง

บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ลาดกระบัง จาก WHD ทำงานอย่างไร

World Health Disinfection (WHD) ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อสำหรับบ้าน ร้านค้า อาคาร และสถานประกอบการ ตามข้อมูลบริการ ทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรมจะใช้การพ่นและ/หรือการพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ซึ่งเป็นละอองละเอียดที่กระจายตัวไปตามพื้นที่และพื้นผิว ช่วยให้น้ำยาเข้าถึงซอกมุมที่การเช็ดด้วยมือทำได้ยาก

น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride ตามข้อมูลบริการ หน้าบริการระบุว่าน้ำยานี้มีผลต่อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราหลายชนิด รวมถึง COVID-19, RSV, H1N1, H5N1 และไวรัสโรคมือเท้าปาก โดยระบุประสิทธิภาพไว้ที่ 99.99% นอกจากนี้ หน้าบริการยังแสดงรายการการรับรองและการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019

ขั้นตอนการทำงาน ตามข้อมูลบริการ

  1. นัดหมาย โทร 065-556-6294 หรือแอดไลน์ @whd268 แจ้งที่ตั้ง เช่น ห้องแถวริมถนนลาดกระบัง ร้านค้าใกล้โลตัสลาดกระบัง หรือบ้านในซอย พร้อมขนาดพื้นที่และลักษณะการใช้งาน
  2. เตรียมพื้นที่ ตักโคลน ล้าง และเช็ดพื้นผิวให้เรียบร้อยก่อน เก็บอาหาร วัตถุดิบ ภาชนะใส่อาหาร และของใช้ส่วนตัวให้มิดชิด ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น
  3. ช่างลงพื้นที่พ่นฆ่าเชื้อ ระหว่างการพ่น ผู้อยู่อาศัย ลูกค้า และสัตว์เลี้ยงควรออกจากโซนที่กำลังพ่น
  4. รอประมาณ 30 นาที ตามข้อมูลบริการ แต่ให้ยึดเวลากลับเข้าพื้นที่ตามที่ช่างแจ้งหน้างานเป็นหลัก
  5. กลับมาใช้พื้นที่ตามปกติ เปิดระบายอากาศ แล้วกลับมาใช้งานร้านหรือบ้านได้

ตามข้อมูลบริการ WHD ให้บริการแก่โรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย และมีโปรโมชันแถมสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC พร้อมบริการ สามารถออกใบกำกับภาษีได้ ซึ่งสะดวกสำหรับร้านค้าและบริษัทที่ต้องการลงเป็นค่าใช้จ่าย

ข้อควรรู้อย่างตรงไปตรงมา: การพ่นฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนหลังการตักโคลนและล้างทำความสะอาด ไม่ใช่สิ่งที่ทดแทนการล้าง การทำให้แห้ง หรือการซ่อมแซมโครงสร้าง น้ำยาฆ่าเชื้อเป็นสารเคมี จึงไม่ควรอยู่ในโซนที่กำลังพ่น และควรทำตามคำแนะนำเรื่องเวลากลับเข้าพื้นที่ของช่าง และหากใครในบ้านมีอาการป่วย ควรไปพบแพทย์ การพ่นฆ่าเชื้อไม่ใช่การรักษาโรค

10 เหตุผลที่ร้านค้าและบ้านย่านลาดกระบังเลือกพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด

  1. เปิดร้านได้อย่างมั่นใจขึ้น หลังล้างร้านแล้ว การพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมช่างช่วยปิดงานในจุดที่ลูกค้าและพนักงานสัมผัสบ่อย ก่อนต้อนรับลูกค้ากลับมา
  2. ละออง ULV เข้าถึงซอกมุม เช่น ใต้เคาน์เตอร์ หลังตู้แช่ รางประตูม้วน และใต้ชั้นวางของ ที่ผ้าถูพื้นเข้าไม่ถึง
  3. น้ำยาระดับการแพทย์ CHEMGENE HLD4H เป็นน้ำยาที่หน้าบริการระบุว่าใช้ในงานด้านการแพทย์ และอ้างอิงมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019
  4. ครอบคลุมเชื้อหลายกลุ่ม หน้าบริการระบุว่ามีผลต่อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึง RSV และไวรัสโรคมือเท้าปาก ซึ่งเป็นห่วงสำหรับบ้านที่มีเด็กเล็ก
  5. ใช้เวลาไม่นาน ตามข้อมูลบริการรอประมาณ 30 นาทีหลังพ่นก่อนกลับมาใช้พื้นที่ เหมาะกับร้านที่ต้องการกลับมาเปิดขายโดยเร็ว
  6. ลดภาระการลงแรงซ้ำ แทนที่จะล้างซ้ำหลายรอบโดยไม่แน่ใจ ทีมช่างช่วยจัดการขั้นตอนฆ่าเชื้อให้เป็นระบบ
  7. คุ้มครองคนที่อยู่ชั้นบน ห้องแถวที่มีผู้สูงอายุและเด็กอยู่ด้วย สามารถพ่นทั้งชั้นล่างและจุดสัมผัสร่วม เช่น บันได ราวจับ และห้องน้ำ
  8. เหมาะกับหลายประเภทพื้นที่ ตามข้อมูลบริการ WHD ให้บริการตั้งแต่อาคารที่พักอาศัยไปจนถึงโรงพยาบาลและสนามบิน จึงปรับงานให้เข้ากับร้านเล็กหรือห้องเช่าได้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้าบริการพ่นฆ่าเชื้อ
  9. มีใบกำกับภาษี สำหรับร้านค้าที่จดทะเบียนหรือบริษัทที่ต้องเก็บเอกสารค่าใช้จ่าย
  10. ได้ของแถมไว้ใช้ต่อ สเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC ช่วยให้เช็ดจุดสัมผัสเล็ก ๆ ได้เองในวันต่อ ๆ ไป ตามเงื่อนไขโปรโมชันในหน้าบริการ

ก่อนและหลัง: ร้านริมถนนลาดกระบังที่ทำตามลำดับที่ถูกต้อง

ก่อน (ล้างเองอย่างเดียว)

  • คราบโคลนบาง ๆ ยังติดใต้เคาน์เตอร์และรางประตูม้วน
  • กลิ่นอับปนกลิ่นเปรี้ยวกลับมาทุกเช้าเมื่อเปิดร้าน
  • ไม่แน่ใจว่าเขียง ชั้นวาง และตู้แช่ปลอดภัยพอหรือยัง
  • คนในบ้านกังวลทุกครั้งที่เด็กเล็กเล่นอยู่ชั้นล่าง
  • ลูกค้าประจำถามว่าร้านพร้อมหรือยัง แต่เจ้าของตอบไม่ได้เต็มปาก

หลัง (ล้าง ทำให้แห้ง แล้วพ่นฆ่าเชื้อ)

  • ตักโคลนและล้างทุกพื้นผิวก่อน แล้วปิดงานด้วยการพ่นฆ่าเชื้อทั้งชั้นล่าง
  • จุดสัมผัสร่วม เช่น ลูกบิด ราวบันได ห้องน้ำ ได้รับการฆ่าเชื้อครบ
  • มีลำดับขั้นตอนชัดเจน บอกลูกค้าได้ว่าร้านผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว
  • ครอบครัวกลับมาใช้พื้นที่หลังเวลาที่ช่างแจ้ง พร้อมเปิดระบายอากาศ
  • มีสเปรย์และทิชชูเปียกไว้เช็ดจุดสัมผัสต่อในชีวิตประจำวัน

กรณีตัวอย่าง: ห้องเช่าแถวคลองบัวกระ–แยกกิ่งแก้ว กับผู้เช่าที่ทยอยกลับมา

กรณีตัวอย่าง (สถานการณ์สมมติที่สะท้อนปัญหาที่พบบ่อย ไม่ใช่คำรับรองจากลูกค้าจริง)

คุณต้อมดูแลห้องเช่าสามชั้นขนาดยี่สิบห้อง อยู่ในซอยที่เชื่อมกับถนนลาดกระบังช่วงคลองบัวกระถึงแยกกิ่งแก้ว ซึ่งเป็นหนึ่งในช่วงที่รายงานข่าวระบุว่ามีน้ำท่วม ผู้เช่าส่วนใหญ่เป็นคนทำงานในย่านนั้น บางห้องมีครอบครัวที่มีลูกเล็ก ช่วงที่น้ำท่วม ลานจอดรถมอเตอร์ไซค์ ทางเดินชั้นล่าง ห้องซักผ้าหยอดเหรียญ และห้องชั้นล่างอีกห้าห้องมีน้ำไหลเข้า ผู้เช่าบางคนย้ายไปพักกับญาติชั่วคราว

เมื่อน้ำลด คุณต้อมจ้างคนมาช่วยตักโคลนและฉีดล้างทางเดิน ผู้เช่าชั้นล่างช่วยกันล้างห้องของตัวเอง แต่ภายในสัปดาห์เดียวก็มีผู้เช่าโทรมาบอกว่ากลิ่นในห้องซักผ้าแรงมาก อีกคนบอกว่าลูกเริ่มมีผื่นและเป็นไข้ อีกคนถามตรง ๆ ว่าจะทำอะไรเพิ่มไหม เพราะไม่อยากให้ลูกเล่นตรงทางเดินที่เคยมีน้ำท่วม คุณต้อมรู้ว่าหากไม่ทำอะไรที่จับต้องได้ ผู้เช่าบางคนอาจย้ายออก

คุณต้อมติดต่อ WHD เพื่อนัดพ่นฆ่าเชื้อพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด ได้แก่ ลานจอดรถ ทางเดินชั้นล่าง บันไดทุกชั้น ห้องซักผ้า และห้องชั้นล่างที่ผู้เช่ายินยอม ก่อนวันนัด ผู้เช่าได้รับแจ้งให้ล้างห้องตัวเองให้เรียบร้อย เก็บอาหารและของใช้ส่วนตัว และออกจากโซนที่จะพ่นตามเวลาที่กำหนด ในวันพ่น ทีมช่างทำงานทีละโซน แล้วแจ้งเวลาที่กลับเข้าพื้นที่ได้ คุณต้อมติดประกาศหน้าตึกบอกวันที่ทำการฆ่าเชื้อ และขอให้ผู้เช่าที่มีอาการป่วยไปพบแพทย์ โดยเฉพาะคนที่เคยลุยน้ำแล้วมีไข้หรือปวดน่อง

สิ่งที่คุณต้อมได้กลับมาไม่ใช่คำสัญญาว่าจะไม่มีใครป่วยอีก แต่เป็นความรู้สึกว่าเจ้าของตึกใส่ใจและทำตามขั้นตอนอย่างเป็นระบบ ผู้เช่ากลับมาใช้ห้องซักผ้าได้ตามปกติ และคุณต้อมเก็บใบกำกับภาษีไว้เป็นหลักฐานค่าใช้จ่ายในการดูแลอาคาร

เช็กลิสต์ฟื้นฟูร้านและบ้านในลาดกระบัง ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ

ก่อนพ่นฆ่าเชื้อ

  • ตัดไฟชั้นล่างก่อนเข้าทำความสะอาดหากน้ำเคยท่วมถึงปลั๊ก และให้ช่างไฟตรวจก่อนเปิดใช้
  • สวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง และหน้ากากระหว่างตักโคลน ปิดแผลที่ผิวหนังให้มิดชิด
  • ทิ้งอาหาร วัตถุดิบ และเครื่องดื่มที่โดนน้ำท่วม รวมถึงของที่บรรจุภัณฑ์เปียกน้ำหรือบวม
  • ตักโคลนออกให้หมด ล้างพื้น ผนังส่วนล่าง ขาโต๊ะ รางประตูม้วน และใต้ตู้ด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาทำความสะอาด
  • ขนเฟอร์นิเจอร์ที่ซับน้ำ เช่น เบาะผ้า ฟูก หรือกล่องกระดาษ ออกมาตาก หรือทิ้งหากเสียหายมาก
  • เปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศ ใช้พัดลมช่วยให้แห้งโดยเร็ว ภายใน 24–48 ชั่วโมงตามคำแนะนำทั่วไปของหน่วยงานสาธารณสุข
  • เก็บภาชนะใส่อาหาร เขียง ช้อนส้อม และของใช้ส่วนตัวในกล่องปิดมิดชิดก่อนวันพ่น
  • แจ้งช่างถึงจุดที่น้ำเข้า จุดที่มีกลิ่นแรง และพื้นที่ที่เด็กหรือผู้สูงอายุใช้บ่อย

ระหว่างและหลังพ่นฆ่าเชื้อ

  • ทุกคนและสัตว์เลี้ยงออกจากโซนที่กำลังพ่น และรอจนกว่าช่างแจ้งว่ากลับเข้าได้
  • เปิดระบายอากาศหลังกลับเข้าพื้นที่
  • ล้างภาชนะใส่อาหารและเขียงด้วยน้ำสะอาดก่อนนำกลับมาใช้
  • หมั่นเช็ดจุดสัมผัสร่วมทุกวัน เช่น ลูกบิด เคาน์เตอร์ชำระเงิน และราวบันได
  • สังเกตคราบราหรือกลิ่นอับที่กลับมา ซึ่งอาจบอกว่ายังมีความชื้นสะสม ต้องแก้ที่ต้นเหตุ เช่น ผนังที่ยังเปียก
  • หากกลิ่นอับในอากาศยังค้างในห้องปิด อาจพิจารณาบริการอบโอโซนในที่พักอาศัยเป็นบริการเสริม
  • ใครมีไข้ ปวดน่อง ท้องร่วง หรือผื่นหลังน้ำท่วม ให้รีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำ

คำถามที่พบบ่อยเรื่องพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมในลาดกระบัง

ถาม: ร้านอยู่ริมถนนหลวงแพ่งใกล้โลตัสลาดกระบัง น้ำเข้ามาไม่มาก จำเป็นต้องพ่นฆ่าเชื้อไหม
ตอบ: ขึ้นกับลักษณะร้าน หากเป็นร้านอาหาร ร้านที่มีลูกค้าเข้าออกมาก หรือมีเด็กเล็กและผู้สูงอายุอยู่ด้วย แม้น้ำเข้ามาไม่มากแต่เป็นน้ำจากถนนและท่อระบายน้ำ ก็มีเหตุผลที่จะฆ่าเชื้อพื้นผิวหลังล้างทำความสะอาด เพื่อลดความเสี่ยงจากแบคทีเรียและไวรัสที่มากับน้ำ

ถาม: พ่นฆ่าเชื้อแทนการล้างได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ การพ่นฆ่าเชื้อต้องทำหลังจากตักโคลนและล้างทำความสะอาดแล้ว เพราะโคลนและคราบสกปรกจะกันไม่ให้น้ำยาสัมผัสพื้นผิวได้เต็มที่

ถาม: ระหว่างพ่นต้องออกจากบ้านหรือร้านไหม
ตอบ: ควรออกจากโซนที่กำลังพ่นทั้งคนและสัตว์เลี้ยง ตามข้อมูลบริการให้รอประมาณ 30 นาทีหลังพ่น แต่ให้ยึดเวลาที่ช่างแจ้งหน้างานเป็นหลัก

ถาม: น้ำยาที่ใช้คืออะไร
ตอบ: CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride ตามข้อมูลบริการ

ถาม: ช่วยป้องกันโรคฉี่หนูได้ไหม
ตอบ: การฆ่าเชื้อพื้นผิวช่วยลดการปนเปื้อนบนพื้นผิวที่ทำความสะอาดแล้ว แต่ไม่ใช่การป้องกันโรคทั้งหมด ยังต้องสวมรองเท้าบูท ปิดแผล หลีกเลี่ยงการลุยน้ำ และหากมีไข้หรือปวดน่องหลังลุยน้ำต้องพบแพทย์ทันที

ถาม: ร้านเล็กหรือห้องแถวคูหาเดียวใช้บริการได้ไหม
ตอบ: ได้ สามารถแจ้งขนาดพื้นที่และลักษณะการใช้งานทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือไลน์ @whd268 เพื่อสอบถามรายละเอียดและนัดหมาย

ถาม: ขอใบกำกับภาษีได้หรือไม่
ตอบ: ได้ ตามข้อมูลบริการสามารถออกใบกำกับภาษีได้

ล้างร้านเสร็จแล้ว ให้ทีมช่างปิดงานด้วยการพ่นฆ่าเชื้อ ก่อนต้อนรับลูกค้ากลับมา

สำหรับร้านค้า ห้องแถว ห้องเช่า และบ้านในย่านลาดกระบัง ถนนหลวงแพ่ง และถนนลาดกระบัง

นัดพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ลาดกระบัง

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ลาดกระบัง, พ่นฆ่าเชื้อลาดกระบัง, น้ำท่วมลาดกระบัง 2569, น้ำท่วมถนนหลวงแพ่ง, โลตัสลาดกระบัง น้ำท่วม, ถนนลาดกระบัง ซ.30/1, ลาดกระบัง ซ.14/1, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, Chemgene HLD4H, ฆ่าเชื้อร้านอาหารหลังน้ำท่วม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้