พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม รามคำแหง 2569: ซ.20 ซ.33 ซ.53 ช่วงพระราม 9 ถึงลำสาลี และมหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อนเปิดเรียนและสอบปลายภาค

Last updated: 3 ต.ค. 2569  |  2 จำนวนผู้เข้าชม  | 

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม รามคำแหง 2569: ซ.20 ซ.33 ซ.53 ช่วงพระราม 9 ถึงลำสาลี และมหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อนเปิดเรียนและสอบปลายภาค

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม รามคำแหง 2569: ซ.20 ซ.33 ซ.53 ช่วงพระราม 9 ถึงลำสาลี และมหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อนเปิดเรียนและสอบปลายภาค

ถ้าคุณมีหอพัก ร้านอาหาร ร้านถ่ายเอกสาร หรือห้องเช่าอยู่ริม ถนนรามคำแหง ช่วงแยกพระราม 9 ถึงแยกลำสาลี หรือในซอยรามคำแหง 20 ซอย 33 และฝั่งตรงข้ามซอย 53 ปลายเดือนกันยายน 2569 คงเป็นสัปดาห์ที่จำได้ไม่ลืม น้ำลดแล้วก็จริง แต่สิ่งที่น้ำทิ้งไว้ยังอยู่บนพื้น ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ บทความนี้จะพาไปดูว่าน้ำท่วมตรงไหนบ้างตามรายงานข่าว เชื้อโรคชนิดไหนที่ตามมากับน้ำในย่านที่มีนักศึกษาหลายหมื่นคนใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน และทำไม บริการพ่นฆ่าเชื้อ หลังล้างโคลนเสร็จ จึงเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรข้าม ก่อนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงจะกลับมาเรียนในวันที่ 5 ตุลาคม และสอบปลายภาคระหว่าง 14 ถึง 28 ตุลาคม

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (กรณีตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)

หอพักสี่ชั้นในซอยรามคำแหง 33 กับคืนที่น้ำเข้าชั้นล่าง

พี่หน่อยเปิดหอพักนักศึกษาขนาดสี่ชั้นอยู่ลึกเข้าไปในซอยรามคำแหง 33 ได้เกือบสิบปี ชั้นล่างเป็นห้องโถง มีโต๊ะนั่งอ่านหนังสือ ตู้น้ำหยอดเหรียญ เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญหกเครื่อง และร้านข้าวมันไก่เล็ก ๆ ที่เช่าพื้นที่หน้าตึก ฝนที่เริ่มตกหนักตั้งแต่วันที่ 24 กันยายนไม่ได้ทำให้พี่หน่อยกังวลมากนัก เพราะซอยนี้น้ำขังทุกปีอยู่แล้ว แต่คราวนี้ฝนไม่ยอมหยุด น้ำในซอยค่อย ๆ สูงขึ้นจนเลยธรณีประตู ไหลเข้าห้องโถง ท่วมขาโต๊ะ ท่วมฐานเครื่องซักผ้า แล้วก็ซึมเข้าห้องพักชั้นล่างอีกหกห้อง

นักศึกษาส่วนใหญ่กลับบ้านต่างจังหวัดไปก่อนแล้ว เพราะมหาวิทยาลัยเองก็ถูกน้ำท่วมหนัก เหลือเพียงไม่กี่คนที่ย้ายขึ้นไปอาศัยห้องเพื่อนชั้นบน พี่หน่อยกับสามีลุยน้ำเข้าออกซอยวันละหลายรอบเพื่อขนของขึ้นที่สูง ขาเปื้อนน้ำที่มีทั้งเศษขยะ คราบน้ำมัน และกลิ่นท่อระบายน้ำ เมื่อถนนรามคำแหงเริ่มแห้งในช่วงปลายเดือน ทั้งคู่จ้างคนมาช่วยตักโคลน ฉีดน้ำล้างพื้น และเช็ดผนังด้วยน้ำยาซักผ้าขาวเท่าที่จะทำได้

สามวันต่อมา ห้องโถงดูสะอาดขึ้นมาก แต่กลิ่นยังอยู่ กลิ่นอับชื้นปนกลิ่นท่อลอยขึ้นมาจากร่องกระเบื้องและใต้ตู้ไม้ ผนังด้านที่ติดห้องซักผ้าเริ่มมีจุดดำเล็ก ๆ ขึ้นเป็นแนว ร้านข้าวมันไก่หน้าตึกยังไม่กล้าเปิด เพราะไม่แน่ใจว่าโต๊ะ เขียง และพื้นที่ล้างจานปลอดภัยพอหรือยัง ส่วนในกลุ่มไลน์ของหอ ผู้ปกครองหลายคนเริ่มถามว่า “ห้องลูกฆ่าเชื้อหรือยังคะ จะให้กลับมาอยู่ก่อนสอบได้ไหม”

คำถามนั้นทำให้พี่หน่อยรู้ว่า การทำให้หอดูสะอาดกับการทำให้คนที่อยู่ในหอมั่นใจว่าปลอดภัย เป็นคนละเรื่องกัน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการหาบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมในย่านรามคำแหง

จุดที่น้ำท่วมในย่านรามคำแหง ตามรายงานข่าวและประกาศ กทม.

เพื่อให้เจ้าของบ้าน เจ้าของหอพัก และผู้ประกอบการประเมินได้ว่าพื้นที่ของตัวเองอยู่ในโซนเสี่ยงแค่ไหน เราสรุปข้อมูลจากรายงานข่าวไว้ดังนี้ โดยใช้เฉพาะข้อมูลที่มีการเผยแพร่แล้วเท่านั้น

  • ภาพรวมเหตุการณ์: ตามรายงานข่าว ระหว่างวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน 2569 มีฝนตกหนักราว 300 มิลลิเมตรในเวลาประมาณ 48 ชั่วโมง วันที่ 26 กันยายน กทม. ประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย และตามข้อมูลของ ปภ. วันที่ 2 ตุลาคม มีครัวเรือนในกรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบราว 329,000 ครัวเรือน
  • ถนนรามคำแหง ช่วงแยกพระราม 9 ถึงแยกลำสาลี: อยู่ในรายชื่อจุดน้ำท่วมตามรายงานของ Thai PBS วันที่ 29 กันยายน 2569
  • ถนนรามคำแหง ตรงข้ามซอย 53: ระดับน้ำบนถนนประมาณ 20 เซนติเมตร (Thai PBS 29 ก.ย. 2569 เวลา 13.19 น.)
  • ถนนรามคำแหง ซอย 33: ระดับน้ำประมาณ 15 เซนติเมตร ในช่วงเวลาเดียวกัน
  • ถนนรามคำแหง ซอย 20: ระดับน้ำประมาณ 10 เซนติเมตร ในช่วงเวลาเดียวกัน
  • มหาวิทยาลัยรามคำแหง: ตามรายงานของ Thai PBS น้ำท่วมมหาวิทยาลัยระหว่าง 25 กันยายน ถึง 1 ตุลาคม 2569 สูงเกือบ 2 เมตรในบางจุด ท่วมนานราว 6 วัน อาคารกว่าครึ่งจากทั้งหมด 65 อาคารได้รับผลกระทบ ประเมินความเสียหายเกิน 200 ล้านบาท ถือว่าหนักที่สุดในรอบราว 4 ทศวรรษ มหาวิทยาลัยจะกลับมาเรียนวันที่ 5 ตุลาคม และสอบปลายภาค 14 ถึง 28 ตุลาคม ตามกำหนดเดิม
  • คลองแสนแสบ: ตามรายงานของไทยรัฐ น้ำจากคลองแสนแสบทะลักท่วมถนนในย่านลาดพร้าวถึงรามคำแหง
  • จุดใกล้เคียงที่คนย่านรามฯ ใช้สัญจร: ถนนหัวหมาก ปากซอยรามคำแหง 24 และถนนรามคำแหง ช่วงลำสาลีถึงซอยรามคำแหง 129/4 ก็อยู่ในรายชื่อจุดน้ำท่วมของรายงานฉบับเดียวกัน

หมายเหตุ: ตัวเลขความลึกเป็นระดับน้ำบนผิวถนน ณ เวลาที่รายงาน ไม่ใช่ระดับสูงสุดของทุกอาคาร พื้นที่ที่อยู่ต่ำกว่าถนน เช่น ห้องชั้นล่างของหอพักในซอย ลานจอดรถใต้ดิน หรือร้านที่พื้นต่ำกว่าทางเท้า อาจได้รับน้ำนานกว่าหรือลึกกว่าตัวเลขบนถนน

ทำไมย่านรามคำแหงจึงต้องให้ความสำคัญกับการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมเป็นพิเศษ

ถนนรามคำแหงไม่ใช่ย่านที่อยู่อาศัยธรรมดา มันคือเมืองของนักศึกษา ในรัศมีไม่กี่กิโลเมตรมีทั้งหอพักรายเดือน อพาร์ตเมนต์ ห้องเช่าแบบแบ่งห้อง ร้านอาหารตามสั่ง ร้านข้าวแกง ร้านชานมไข่มุก ร้านถ่ายเอกสาร ร้านขายชีทสรุป ร้านซักรีด คลินิก และตลาดเล็ก ๆ ตามปากซอย คนจำนวนมากใช้พื้นที่เดียวกัน กินอาหารจากครัวเดียวกัน จับราวบันไดเดียวกัน และนั่งอ่านหนังสือในห้องโถงเดียวกัน

ลักษณะแบบนี้ทำให้เชื้อโรคที่มากับน้ำท่วมมีโอกาสแพร่ต่อได้เร็วกว่าบ้านเดี่ยว เมื่อมหาวิทยาลัยกลับมาเปิดเรียนในวันที่ 5 ตุลาคม นักศึกษาจำนวนมากจะกลับเข้าหอพร้อมกันในช่วงเวลาไม่กี่วัน และอีกเพียงสัปดาห์เศษก็เข้าสู่ช่วงสอบปลายภาค ช่วงเวลาที่ทุกคนนอนน้อย กินง่าย ๆ และนั่งรวมกันอ่านหนังสือ หากมีใครท้องเสียหรือเป็นไข้ในช่วงนี้ ผลกระทบไม่ได้หยุดแค่สุขภาพ แต่หมายถึงการขาดสอบหรือทำข้อสอบได้ไม่เต็มที่

สำหรับเจ้าของกิจการ ร้านอาหารหน้ารามฯ ขายได้เพราะความเชื่อใจของลูกค้าประจำ หากมีข่าวลือว่ากินแล้วท้องเสียแม้เพียงครั้งเดียว ความเสียหายอาจมากกว่าค่าซ่อมจากน้ำท่วมเสียอีก นี่คือเหตุผลที่การฟื้นฟูหลังน้ำท่วมในย่านนี้ควรจบด้วยการฆ่าเชื้ออย่างเป็นระบบ ไม่ใช่แค่ล้างให้ดูสะอาด

เชื้อโรคชนิดต่าง ๆ หลังน้ำท่วม ที่พบบ่อยในหอพัก ร้านอาหาร และอาคารเรียนย่านรามคำแหง

น้ำที่ท่วมถนนรามคำแหงไม่ใช่น้ำฝนสะอาด แต่เป็นน้ำที่ผสมกับน้ำจากท่อระบายน้ำ คลอง บ่อเกรอะ ขยะ และสิ่งปฏิกูลจากถนน องค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ต่างเตือนตรงกันว่า น้ำท่วมมักปนเปื้อนเชื้อโรคจากอุจจาระและสารเคมี สิ่งของที่สัมผัสน้ำจึงควรถือว่าปนเปื้อนจนกว่าจะทำความสะอาดและฆ่าเชื้อแล้ว

1. อีโคไลและแบคทีเรียจากอุจจาระ

เมื่อท่อระบายน้ำและบ่อเกรอะล้น แบคทีเรียกลุ่มที่มาจากลำไส้ เช่น อีโคไล (E. coli) จะปะปนไปกับน้ำและติดค้างอยู่ตามพื้น ร่องกระเบื้อง ขาโต๊ะ และผนังส่วนล่าง ในหอพัก จุดเสี่ยงคือห้องโถงชั้นล่าง ห้องซักผ้า ห้องน้ำรวม และบริเวณตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ ในร้านอาหาร จุดเสี่ยงคือพื้นครัว ชั้นวางของระดับต่ำ ถังแช่น้ำแข็ง และใต้ซิงก์ อาการที่พบบ่อยคือท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ บางรายมีไข้ ผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ เช่น ผู้สูงอายุและเด็กเล็ก อาจขาดน้ำได้เร็ว

2. ซัลโมเนลลา ภัยของร้านอาหารหน้ามหาวิทยาลัย

ซัลโมเนลลา (Salmonella) เป็นแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับอาหารเป็นพิษ เมื่อพื้นที่เตรียมอาหารเคยจมน้ำ เชื้ออาจติดอยู่ตามเขียง ภาชนะ ลังใส่ไข่ หรือตู้เย็นที่น้ำเข้าถึง แล้วส่งต่อไปยังอาหารที่ไม่ผ่านความร้อนเพียงพอ ร้านข้าวมันไก่ ร้านส้มตำ ร้านน้ำปั่น และร้านขนมหวานริมถนนรามคำแหงจึงควรทิ้งวัตถุดิบที่โดนน้ำทั้งหมด และฆ่าเชื้อพื้นผิวก่อนเปิดร้านใหม่

3. โนโรไวรัสและโรตาไวรัส เชื้อที่แพร่ในที่คนหนาแน่น

โนโรไวรัส (norovirus) และโรตาไวรัส (rotavirus) เป็นไวรัสที่ทำให้ท้องร่วงและอาเจียน แพร่ได้ง่ายจากมือสู่ปาก และติดอยู่บนพื้นผิวได้นาน ลูกบิดประตู ปุ่มลิฟต์ ราวบันได ปุ่มกดเครื่องซักผ้า และโต๊ะอ่านหนังสือรวม คือเส้นทางส่งต่อเชื้อที่เห็นได้ชัดในหอพักนักศึกษา หากมีคนป่วยหนึ่งคน คนในชั้นเดียวกันอาจป่วยตามได้ภายในไม่กี่วัน

4. เลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู

ย่านที่มีร้านอาหารหนาแน่นมักมีหนูมาก เมื่อน้ำท่วม หนูจะหนีขึ้นที่สูงและปัสสาวะทิ้งไว้ตามพื้นผิวต่าง ๆ เชื้อเลปโตสไปรา (Leptospira) เข้าสู่ร่างกายได้ทางบาดแผลหรือเยื่อบุ เช่น ตาและปาก ใครที่ลุยน้ำในซอยรามคำแหงแล้วมีไข้สูง ปวดศีรษะ และปวดน่องมาก ควรไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งว่าเคยลุยน้ำ การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดความเสี่ยงบนพื้นผิวในอาคาร แต่ไม่ได้ใช้แทนการรักษาของแพทย์

5. ไวรัสทางเดินหายใจในช่วงกลับมาเปิดเรียน

เมื่อคนจำนวนมากกลับมาอยู่รวมกันในห้องปิดที่ยังชื้น ไวรัสทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่ และ RSV ก็มีโอกาสแพร่ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในหอพักที่มีครอบครัวของพนักงานหรือเด็กเล็กอาศัยร่วมด้วย ส่วนโรคมือเท้าปากเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองของเด็กเล็กในย่านนี้ควรเฝ้าระวัง เพราะเชื้อแพร่ผ่านของเล่นและพื้นผิวที่เด็กสัมผัส

6. เชื้อราและกลิ่นอับ ศัตรูที่มาช้าแต่อยู่นาน

ทั้ง WHO และ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงเพื่อลดการเกิดเชื้อรา แต่ในหอพักที่ห้องติดกันเป็นแนวยาวและหน้าต่างมีน้อย ผนังมักแห้งช้า ที่นอน ผ้าม่าน ตู้เสื้อผ้าไม้อัด และกองหนังสือหรือชีทที่โดนน้ำ คือแหล่งเพาะเชื้อราชั้นดี เชื้อรากระตุ้นภูมิแพ้ หอบหืด และอาการคัดจมูก ซึ่งจะยิ่งรบกวนการอ่านหนังสือก่อนสอบ

ผลกระทบที่คนรามคำแหงต้องรับ หากข้ามขั้นตอนการฆ่าเชื้อ

ด้านสุขภาพ

นักศึกษาที่ป่วยท้องเสียหรือเป็นไข้ในช่วงสอบ อาจต้องขาดสอบหรือทำข้อสอบได้ไม่เต็มที่ ผู้เช่าที่เป็นภูมิแพ้อาจต้องทนกับอาการคัดจมูกทุกคืน พนักงานร้านอาหารที่ป่วยก็ทำงานไม่ได้ ทุกคนในห้องพักหรือร้านเดียวกันมีความเสี่ยงร่วมกัน

ด้านรายได้

หอพักที่มีกลิ่นอับหรือมีคราบราบนผนัง ผู้เช่าอาจย้ายออกกลางเทอม ร้านอาหารที่ถูกตำหนิเรื่องความสะอาดในกลุ่มโซเชียลของนักศึกษา อาจเสียลูกค้าประจำไปทั้งภาคเรียน ร้านถ่ายเอกสารและร้านหนังสือที่มีกระดาษอับชื้นก็ต้องทิ้งสต็อกเพิ่ม

ด้านเวลา

ช่วงก่อนสอบมีเวลาจำกัดมาก ถ้าต้องทำความสะอาดซ้ำหลายรอบเพราะกลิ่นไม่หาย หรือราขึ้นซ้ำ ทั้งเจ้าของและผู้เช่าจะเสียเวลาที่ควรใช้กับการเตรียมตัวและการทำมาหากิน

ด้านความเชื่อมั่น

ผู้ปกครองที่อยู่ต่างจังหวัดมองไม่เห็นหอพักของลูกด้วยตาตัวเอง สิ่งเดียวที่ทำให้พวกเขาวางใจคือหลักฐานว่าหอได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง การมีรอบการพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมงานที่ผ่านการฝึกอบรม พร้อมใบกำกับภาษีที่ระบุงานชัดเจน จึงเป็นข้อมูลที่เจ้าของหอนำไปสื่อสารกับผู้ปกครองได้

ทำไมวิธีที่คนส่วนใหญ่ทำหลังน้ำลด ยังไม่พอสำหรับหอพักและร้านค้าริมถนนรามคำแหง

ใช้น้ำยาซักผ้าขาวราดพื้นอย่างเดียว: สารฟอกขาวช่วยได้บนพื้นผิวเรียบ แต่ถ้าราดลงบนพื้นที่ยังมีโคลนหรือคราบสกปรก ประสิทธิภาพจะลดลงมาก และมักเข้าไม่ถึงซอกหลังตู้ ใต้เตียง ขอบบัว หรือผนังส่วนที่สูงกว่าระดับที่ถูพื้นได้ นอกจากนี้การผสมสารฟอกขาวกับน้ำยาล้างห้องน้ำบางชนิดยังเกิดก๊าซอันตรายได้

เปิดพัดลมแล้วรอให้แห้งเอง: พัดลมช่วยลดความชื้นที่ผิว แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ และในห้องพักที่อากาศไม่ถ่ายเท พัดลมอาจพัดสปอร์ราให้กระจายทั่วห้องด้วยซ้ำ

ฉีดสเปรย์ปรับอากาศ: กลบกลิ่นได้ไม่กี่ชั่วโมง แต่แหล่งกลิ่นและเชื้อยังอยู่ที่เดิม

ทาสีทับรอยรา: หลายหอรีบทาสีใหม่เพื่อให้ห้องดูพร้อมรับนักศึกษา แต่ถ้าผนังยังชื้นและยังไม่ได้จัดการเชื้อรา สีจะพองและรอยดำจะกลับมาในไม่กี่สัปดาห์

ทำเองทีละห้อง: หอพักหนึ่งหลังมีหลายสิบห้อง การให้แม่บ้านหนึ่งหรือสองคนเช็ดทีละห้องใช้เวลานาน และความทั่วถึงขึ้นกับความเหนื่อยของคนทำ การพ่นโดยทีมงานพร้อมอุปกรณ์จึงช่วยให้ครอบคลุมพื้นที่มากในเวลาสั้น

บริการพ่นฆ่าเชื้อจาก WHD สำหรับย่านรามคำแหง ทำงานอย่างไร

World Health Disinfection (WHD) ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อสำหรับบ้าน หอพัก คอนโด ร้านค้า สำนักงาน และอาคารสาธารณะ ตามข้อมูลบริการ ทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรมจะใช้วิธีพ่นและ/หรือพ่นหมอกละเอียดแบบ ULV (Ultra Low Volume) ซึ่งทำให้น้ำยากระจายเป็นละอองขนาดเล็ก เข้าถึงพื้นผิวและมุมที่การเช็ดด้วยมือเข้าไม่ถึง

น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride ตามข้อมูลบริการ น้ำยานี้ครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึง COVID-19, RSV, H1N1, H5N1 และเชื้อไวรัสโรคมือเท้าปาก โดยระบุประสิทธิภาพ 99.99% และหน้าบริการยังระบุการรับรองหรือการยอมรับจาก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, มหาวิทยาลัยมหิดล, NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019

ขั้นตอนการทำงาน

  1. นัดหมาย: โทร 065-556-6294 หรือแอดไลน์ @whd268 แจ้งที่อยู่ในย่านรามคำแหง จำนวนชั้น จำนวนห้อง และลักษณะพื้นที่ เช่น หอพัก ร้านอาหาร หรือสำนักงาน
  2. เตรียมพื้นที่: ขนโคลนออก ล้างพื้นและผนังให้เรียบร้อย ทิ้งวัสดุที่เสียหายถาวร เก็บอาหาร ภาชนะใส่อาหาร และของใช้ส่วนตัวให้มิดชิด
  3. ทีมช่างพ่นฆ่าเชื้อ: ระหว่างการพ่น ผู้เช่า พนักงาน และสัตว์เลี้ยงควรออกจากโซนที่กำลังพ่น ทีมงานจะไล่พ่นจากจุดในสุดออกมาทางประตู ครอบคลุมพื้น ผนังส่วนล่าง เฟอร์นิเจอร์ ราวบันได ลูกบิด และจุดสัมผัสร่วม
  4. รอประมาณ 30 นาที: ตามข้อมูลบริการ หลังพ่นให้รอประมาณ 30 นาที และทำตามเวลากลับเข้าพื้นที่ที่ช่างแจ้ง
  5. กลับมาใช้งานตามปกติ: เปิดหน้าต่างระบายอากาศ แล้วใช้พื้นที่ได้ตามปกติ

สำหรับห้องที่ยังมีกลิ่นอับชื้นหลงเหลือในอากาศ สามารถพิจารณา บริการอบโอโซนในที่พักอาศัย เป็นบริการเสริมได้

โปรโมชัน: ตามข้อมูลบริการ ลูกค้าที่ใช้บริการพ่นฆ่าเชื้อจะได้รับขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC ฟรี และออกใบกำกับภาษีได้ เหมาะกับเจ้าของหอพักและร้านค้าที่ต้องเก็บเอกสารเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการ

10 เหตุผลที่หอพักและร้านค้าย่านรามคำแหงเลือกพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

  1. ทันเปิดเรียน 5 ตุลาคม: งานพ่นใช้เวลาไม่นาน รอประมาณ 30 นาทีตามข้อมูลบริการ หอพักจึงเตรียมห้องได้ทันก่อนนักศึกษากลับมา
  2. ครอบคลุมจุดสัมผัสร่วม: ราวบันได ปุ่มลิฟต์ ตู้น้ำ เครื่องซักผ้า โต๊ะอ่านหนังสือ ถูกพ่นพร้อมกันในรอบเดียว
  3. ละอองละเอียดแบบ ULV: เข้าถึงซอกหลังตู้ ใต้เตียง และขอบบัวที่การเช็ดด้วยมือมักพลาด
  4. น้ำยาระดับการแพทย์: ใช้ CHEMGENE HLD4H ในบริการพ่นฆ่าเชื้อ ซึ่งหน้าบริการระบุว่าครอบคลุมทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา
  5. เหมาะกับร้านอาหาร: ช่วยให้เจ้าของร้านกลับมาเปิดขายได้ด้วยความมั่นใจมากขึ้น หลังทิ้งวัตถุดิบที่โดนน้ำและล้างครัวแล้ว
  6. ทีมงานที่ผ่านการฝึกอบรม: รู้ว่าควรพ่นจุดไหนก่อนหลัง และจะแนะนำการเตรียมพื้นที่ให้ปลอดภัย
  7. มีประสบการณ์กับอาคารหลายประเภท: ตามข้อมูลบริการ ลูกค้ามีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย
  8. หลักฐานสำหรับผู้ปกครองและผู้เช่า: ออก ใบกำกับภาษีสำหรับงานพ่นฆ่าเชื้อ ได้ เจ้าของหอใช้แจ้งผู้เช่าได้ว่าดำเนินการแล้ว
  9. ของแถมใช้ต่อได้ทันที: ขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC ช่วยให้ผู้ดูแลเช็ดจุดสัมผัสซ้ำได้ระหว่างสัปดาห์สอบ
  10. ติดต่อง่าย: โทร 065-556-6294 หรือไลน์ @whd268 แจ้งย่านรามคำแหง ซอย และจำนวนห้อง เพื่อนัดคิวได้เลย

ก่อนและหลังการพ่นฆ่าเชื้อ ภาพที่เจ้าของหอในซอยรามคำแหงมักเห็น

ก่อน

  • ห้องโถงชั้นล่างมีกลิ่นท่อและกลิ่นอับแม้ล้างพื้นแล้ว
  • ผู้ปกครองถามในกลุ่มไลน์ทุกวันว่าห้องปลอดภัยหรือยัง
  • ร้านอาหารหน้าตึกยังไม่กล้าเปิด กลัวลูกค้าท้องเสีย
  • แม่บ้านเช็ดทีละห้อง ใช้เวลาหลายวันและไม่แน่ใจว่าทั่วถึง
  • จุดดำเริ่มขึ้นตามผนังส่วนล่างและหลังตู้

หลัง

  • พื้นที่ส่วนกลางและห้องพักผ่านการพ่นฆ่าเชื้อครบในรอบเดียว
  • เจ้าของหอมีข้อมูลและเอกสารไว้แจ้งผู้ปกครอง
  • ร้านค้าเปิดขายได้ด้วยความมั่นใจมากขึ้น
  • มีขวดสเปรย์ไว้เช็ดจุดสัมผัสซ้ำทุกวันช่วงสอบ
  • เมื่อคู่กับการทำให้ผนังแห้งสนิท โอกาสที่ราจะกลับมาลดลง

กรณีตัวอย่าง: ร้านถ่ายเอกสารและห้องเช่าตรงข้ามซอยรามคำแหง 53

กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวที่ยืนยันตัวตนของลูกค้า

คุณต้นเปิดร้านถ่ายเอกสารและเข้าเล่มรายงานในตึกแถวสามชั้นฝั่งตรงข้ามซอยรามคำแหง 53 ชั้นบนแบ่งเป็นห้องเช่าให้นักศึกษาหกห้อง ตามรายงานข่าว จุดนี้มีน้ำบนถนนราว 20 เซนติเมตรในวันที่ 29 กันยายน แต่หน้าร้านของคุณต้นอยู่ต่ำกว่าทางเท้าเล็กน้อย น้ำจึงเข้าร้านและแช่อยู่หลายวัน

สิ่งแรกที่คุณต้นทำคือแยกกระดาษ ชีท และเล่มรายงานที่โดนน้ำออกทิ้งทั้งหมด เพราะกระดาษเปียกเป็นแหล่งเพาะเชื้อราที่ทำความสะอาดไม่ได้ จากนั้นย้ายเครื่องถ่ายเอกสารไปให้ช่างตรวจ แล้วล้างพื้นร้านและผนังส่วนล่างด้วยน้ำผสมผงซักฟอก ปล่อยให้แห้งโดยเปิดประตูม้วนและพัดลมอีกสองวัน

เมื่อพื้นที่พร้อม ทีมงานเข้าพ่นฆ่าเชื้อทั้งชั้นล่างและบันไดขึ้นห้องเช่า ระหว่างนั้นคุณต้นและผู้เช่าลงไปรออยู่นอกอาคาร หลังพ่นเสร็จรอประมาณ 30 นาทีตามที่ช่างแจ้ง แล้วเปิดประตูระบายอากาศ วันรุ่งขึ้นร้านเปิดรับงานเข้าเล่มรายงานก่อนสอบได้ตามปกติ คุณต้นเก็บขวดสเปรย์ที่ได้รับไว้ที่เคาน์เตอร์ ใช้เช็ดปากกา แป้นกดเครื่อง และโต๊ะรับงานทุกเช้า

สิ่งที่คุณต้นบอกกับผู้เช่าคือ ทุกอย่างทำตามลำดับ ทิ้งของที่ช่วยไม่ได้ ล้าง ทำให้แห้ง แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อ ไม่ได้หวังว่าการพ่นจะทำแทนทุกขั้นตอน และถ้าใครมีไข้หรือปวดน่องหลังลุยน้ำ ให้ไปหาหมอก่อนเป็นอันดับแรก

เช็กลิสต์ฟื้นฟูหอพัก ร้านค้า และบ้านในย่านรามคำแหง ก่อนและหลังการพ่นฆ่าเชื้อ

ก่อนการพ่น

  • ตัดไฟชั้นล่างและให้ช่างไฟฟ้าตรวจก่อนเปิดใช้งาน โดยเฉพาะเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญและตู้น้ำ
  • สวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง และหน้ากากอนามัยระหว่างทำความสะอาด
  • ตักโคลนและขยะออกให้หมด ทิ้งที่นอน หมอน พรม กระดาษ และวัสดุดูดซับน้ำที่แช่น้ำนาน
  • ทิ้งอาหาร วัตถุดิบ และเครื่องดื่มทุกชนิดที่สัมผัสน้ำท่วม
  • ล้างพื้น ผนังส่วนล่าง ขาโต๊ะ และเฟอร์นิเจอร์ด้วยน้ำผสมผงซักฟอก
  • เปิดประตูหน้าต่างและใช้พัดลมช่วยให้แห้ง ตามคำแนะนำของ WHO และ CDC ควรเริ่มภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง
  • เก็บของใช้ส่วนตัว เสื้อผ้า และภาชนะใส่อาหารไว้ในกล่องปิดหรือนอกโซนพ่น
  • แจ้งผู้เช่าล่วงหน้าเรื่องวันเวลาพ่น และให้ออกจากห้องระหว่างการพ่น

หลังการพ่น

  • รอให้ครบเวลาที่ช่างแจ้ง แล้วเปิดหน้าต่างระบายอากาศก่อนกลับเข้าห้อง
  • ล้างภาชนะใส่อาหารด้วยน้ำสะอาดอีกรอบก่อนใช้งาน
  • เช็ดจุดสัมผัสร่วมซ้ำทุกวันในช่วงเปิดเรียนและสอบปลายภาค
  • สังเกตผนังและมุมห้องทุกสัปดาห์ หากมีจุดราใหม่ให้หาสาเหตุความชื้น
  • หากยังมีกลิ่นอับในอากาศ พิจารณาบริการอบโอโซนเสริมสำหรับห้องที่ปิดได้
  • ใครมีไข้ ท้องเสีย ผื่น หรือปวดน่องหลังลุยน้ำ ให้ไปพบแพทย์ทันที

คำถามที่พบบ่อยเรื่องพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม รามคำแหง

หอพักของฉันอยู่ในซอยรามคำแหง 20 น้ำท่วมแค่ราว 10 เซนติเมตร จำเป็นต้องพ่นไหม

ความลึกไม่ใช่ตัวชี้วัดเดียว น้ำเพียงไม่กี่เซนติเมตรก็พาเชื้อจากท่อระบายน้ำเข้ามาติดพื้นและขาเฟอร์นิเจอร์ได้ หากพื้นที่นั้นมีคนใช้ร่วมกันมาก เช่น ห้องโถงหรือห้องซักผ้า การพ่นฆ่าเชื้อหลังล้างจะช่วยลดความเสี่ยงก่อนผู้เช่ากลับมา

พ่นแล้วต้องออกจากห้องนานแค่ไหน

ระหว่างการพ่นทุกคนควรออกจากโซนที่พ่น ตามข้อมูลบริการให้รอประมาณ 30 นาทีหลังพ่น และควรทำตามเวลากลับเข้าพื้นที่ที่ช่างแจ้งในวันนั้น เพราะอาจต่างกันตามขนาดพื้นที่และการระบายอากาศ

พ่นฆ่าเชื้อแทนการล้างโคลนได้ไหม

ไม่ได้ การพ่นเป็นขั้นตอนหลังการขนโคลนและล้างทำความสะอาด เพราะโคลนและคราบสกปรกจะกันไม่ให้น้ำยาสัมผัสพื้นผิวได้เต็มที่

ร้านอาหารพ่นแล้วเปิดขายได้เลยไหม

ควรทิ้งวัตถุดิบที่โดนน้ำ ล้างภาชนะและอุปกรณ์ใหม่ด้วยน้ำสะอาด และทำตามคำแนะนำของช่างเรื่องเวลากลับเข้าพื้นที่ จากนั้นจึงเริ่มเตรียมอาหาร

หลังพ่นจะไม่มีสารตกค้างเลยใช่ไหม

เราไม่อ้างเช่นนั้น สิ่งที่แนะนำคือทำตามเวลารอที่ช่างแจ้ง ระบายอากาศ และล้างพื้นผิวที่ใช้กับอาหารหรือของที่เด็กเล็กเอาเข้าปากอีกครั้งก่อนใช้

มีเอกสารให้ผู้ปกครองหรือผู้เช่าดูได้ไหม

ตามข้อมูลบริการ WHD ออกใบกำกับภาษีได้ เจ้าของหอนำข้อมูลวันที่และพื้นที่ที่ดำเนินการไปแจ้งผู้เช่าได้

ถ้ามีคนในหอป่วยหลังน้ำท่วมควรทำอย่างไร

ให้ผู้ป่วยไปพบแพทย์ก่อน โดยเฉพาะถ้ามีไข้สูง ปวดน่อง ท้องเสียรุนแรง หรือขาดน้ำ การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดเชื้อในสิ่งแวดล้อม แต่ไม่ใช่การรักษาโรค

นัดพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ย่านรามคำแหง ให้ทันก่อนเปิดเรียนและสอบปลายภาค

แจ้งซอย จำนวนชั้น จำนวนห้อง และประเภทพื้นที่ ทีมงานจะประเมินและนัดวันให้

จองบริการพ่นฆ่าเชื้อ รามคำแหง

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#พ่นฆ่าเชื้อรามคำแหง #น้ำท่วมรามคำแหง #พ่นฆ่าเชื้อ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #Chemgene #น้ำท่วมกทม2569 #หอพักรามคำแหง #มหาวิทยาลัยรามคำแหง

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อ รามคำแหง, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม รามคำแหง, น้ำท่วมรามคำแหง 2569, น้ำท่วม ม.รามคำแหง, พ่นฆ่าเชื้อหอพัก, ฆ่าเชื้อร้านอาหารหลังน้ำท่วม, บริการพ่นฆ่าเชื้อ กทม., CHEMGENE HLD4H, รามคำแหง ซอย 33, รามคำแหง ซอย 53

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้