ห้องผู้ป่วยติดเตียงหลังน้ำท่วม กทม. 2569: เตรียมห้องให้ปลอดเชื้อรา แบคทีเรีย และอากาศอับ ก่อนรับผู้ป่วยกลับจากศูนย์พักพิง

Last updated: 1 ต.ค. 2569  |  19 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ห้องผู้ป่วยติดเตียงหลังน้ำท่วม กทม. 2569: เตรียมห้องให้ปลอดเชื้อรา แบคทีเรีย และอากาศอับ ก่อนรับผู้ป่วยกลับจากศูนย์พักพิง

ห้องผู้ป่วยติดเตียงหลังน้ำท่วม กทม. 2569: เตรียมห้องให้ปลอดเชื้อรา แบคทีเรีย และอากาศอับ ก่อนรับผู้ป่วยกลับจากศูนย์พักพิง

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (เป็นสถานการณ์ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)

แม่นอนอยู่บนเตียงสนามในศูนย์พักพิง ส่วนห้องของแม่ที่บ้านยังมีคราบโคลนสูงครึ่งแข้ง

คุณนกดูแลแม่ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงมาเกือบสามปี หลังจากแม่เป็นโรคหลอดเลือดสมองจนขยับร่างกายซีกขวาไม่ได้ ห้องนอนของแม่จึงย้ายลงมาอยู่ชั้นล่างของบ้านเดี่ยวหลังเล็กในซอยย่านถนนศรีบูรพา เพราะยกเตียงและรถเข็นขึ้นบันไดไม่ได้ ในห้องนั้นมีเตียงผู้ป่วยไฟฟ้า ที่นอนลมป้องกันแผลกดทับพร้อมปั๊ม เครื่องดูดเสมหะ รถเข็น เก้าอี้นั่งถ่าย ชั้นวางผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ผ้าก๊อซ และอาหารทางสายยางที่ซื้อตุนไว้ทีละหลายกล่อง

ปลายเดือนกันยายน 2569 ฝนตกหนักต่อเนื่อง ตามรายงานข่าว ปริมาณฝนราว 300 มิลลิเมตรในเวลาประมาณ 48 ชั่วโมง ทำให้กรุงเทพมหานครประกาศทั้ง 50 เขตเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยในวันที่ 26 กันยายน ฝั่งตะวันออกของเมืองได้รับผลกระทบหนักที่สุด น้ำเข้าบ้านคุณนกเร็วกว่าที่คิด เธอกับน้องชายช่วยกันยกแม่ขึ้นเปลผ้าใบ แล้วอาสาสมัครในชุมชนก็ช่วยพาแม่ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวที่จัดไว้ในอาคารของหน่วยงานใกล้บ้าน

ที่ศูนย์พักพิง แม่ได้เตียงสนาม มีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครคอยช่วยดูแล แต่คุณนกรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ที่ที่แม่จะอยู่ได้นาน ไม่มีที่นอนลม การพลิกตัวทุกสองชั่วโมงทำได้ไม่สะดวก และอากาศที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมากก็ทำให้เธอกังวลเรื่องการติดเชื้อทางเดินหายใจ ตามรายงานข่าว ถึงวันที่ 30 กันยายน ถนนบางสายอย่างศรีบูรพาและลาดพร้าวยังมีน้ำขังราว 20 ถึง 40 เซนติเมตร การรอให้บ้านพร้อมจึงยืดยาวออกไปทุกวัน

เมื่อเธอลุยน้ำกลับไปดูบ้าน ภาพที่เห็นคือห้องของแม่มีคราบโคลนเป็นเส้นบนผนังสูงประมาณครึ่งแข้ง ที่นอนลมจมน้ำ ปั๊มลมที่วางบนพื้นเปียกทั้งเครื่อง กล่องผ้าอ้อมและผ้าก๊อซชั้นล่างชุ่มน้ำ ผ้าม่านเริ่มมีกลิ่น และพอปิดประตูห้องไว้สองวัน กลิ่นอับก็แรงขึ้นจนต้องกลั้นหายใจ คุณนกถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า "ถ้าพาแม่กลับมานอนในห้องนี้ ปอดของแม่จะเป็นยังไง แผลกดทับที่ก้นกบของแม่ที่เพิ่งเริ่มดีขึ้นจะติดเชื้อไหม"

บทความนี้เขียนขึ้นสำหรับครอบครัวที่ต้องเตรียมห้องให้ผู้ป่วยติดเตียงกลับบ้านหลังน้ำท่วมกรุงเทพฯ ครั้งนี้ ตั้งแต่ความเสี่ยงเฉพาะของผู้ป่วยกลุ่มนี้ ลำดับการฟื้นฟูห้องที่ถูกต้อง การจัดการอุปกรณ์การแพทย์ในบ้าน ไปจนถึงบทบาทของการอบโอโซนฆ่าเชื้อในฐานะขั้นตอนสุดท้ายก่อนรับผู้ป่วยกลับ

ทำไมผู้ป่วยติดเตียงจึงเสี่ยงที่สุดเมื่อกลับเข้าห้องที่เคยถูกน้ำท่วม

ผู้ป่วยติดเตียงใช้ชีวิตเกือบตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอยู่ในพื้นที่เดียว คือเตียงและห้องรอบเตียง อากาศที่หายใจ ผ้าปูที่สัมผัสผิว และมือของผู้ดูแลที่สัมผัสร่างกายวันละหลายสิบครั้ง ล้วนมาจากห้องนั้นทั้งหมด หากห้องยังมีเชื้อรา แบคทีเรีย หรือความชื้นสะสม ผู้ป่วยจะได้รับผลกระทบโดยตรงและต่อเนื่อง ไม่มีโอกาสได้ออกไปรับอากาศข้างนอกเหมือนคนอื่นในบ้าน

ผู้ป่วยกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ หลายคนมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือโรคไตเรื้อรัง ภูมิคุ้มกันจึงต่ำกว่าคนทั่วไป และร่างกายฟื้นตัวจากการติดเชื้อได้ช้ากว่า การติดเชื้อที่ในคนแข็งแรงเป็นเรื่องเล็ก อาจกลายเป็นเหตุให้ผู้ป่วยติดเตียงต้องเข้าโรงพยาบาลได้

ปอดและทางเดินหายใจ จุดอ่อนที่สำคัญที่สุด

ผู้ป่วยที่นอนอยู่กับที่นาน ๆ ขยับร่างกายน้อย ไอได้ไม่แรง และบางรายกลืนลำบาก มีโอกาสเกิดการติดเชื้อในปอดได้ง่ายกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว การสำลักอาหารหรือน้ำลายลงปอดเป็นปัญหาที่ผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงคุ้นเคยดี เมื่อห้องมีสปอร์เชื้อราลอยอยู่ในอากาศ หรือมีฝุ่นจากโคลนแห้งที่ปนเชื้อแบคทีเรีย ทางเดินหายใจของผู้ป่วยก็ต้องรับภาระเพิ่มขึ้นอีกชั้น ผู้ป่วยที่มีโรคปอดเรื้อรังร่วมด้วยหรือต้องใช้เครื่องดูดเสมหะเป็นประจำ ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ

หน่วยงานด้านสุขภาพอย่าง CDC และ WHO แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้บ้านแห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังน้ำท่วมเพื่อจำกัดการเติบโตของเชื้อรา แต่ห้องผู้ป่วยติดเตียงจำนวนมากในน้ำท่วมครั้งนี้อยู่ชั้นล่าง จมน้ำหลายวัน และถูกปิดทิ้งไว้ระหว่างที่ครอบครัวอพยพ เชื้อราจึงมีเวลาเติบโตบนผนัง ตู้ ผ้าม่าน และใต้เตียง

แผลกดทับและผิวหนังที่เปราะบาง

ผิวหนังของผู้ป่วยติดเตียงต้องรับแรงกดทับตลอดเวลา โดยเฉพาะบริเวณก้นกบ สะโพก ส้นเท้า และข้อศอก แผลกดทับที่เปิดอยู่เป็นทางเข้าของเชื้อโรคโดยตรง หากผ้าปูที่นอน หมอน หรือเบาะรองที่ใช้กับผู้ป่วยปนเปื้อนเชื้อจากน้ำท่วม หรือห้องมีความชื้นสูงจนผิวหนังอับชื้น ความเสี่ยงที่แผลจะติดเชื้อหรือหายช้าก็เพิ่มขึ้น ช่วงที่อยู่ศูนย์พักพิงซึ่งไม่มีที่นอนลม ผิวหนังบางจุดอาจเริ่มแดงหรือเกิดแผลใหม่ เมื่อกลับบ้านผู้ดูแลควรตรวจผิวหนังทั่วร่างกายอย่างละเอียด และปรึกษาพยาบาลหรือแพทย์หากแผลมีลักษณะผิดปกติ

สายสวนปัสสาวะ สายให้อาหาร และการติดเชื้อที่มาจากมือ

ผู้ป่วยหลายรายใช้สายสวนปัสสาวะ สายให้อาหารทางจมูก หรือทางหน้าท้อง อุปกรณ์เหล่านี้เป็นทางเข้าของเชื้อโรคหากสุขอนามัยไม่ดี น้ำท่วมทำให้เชื้อจากอุจจาระและน้ำเสียกระจายไปทั่วพื้นบ้าน ผู้ดูแลที่เดินผ่านพื้นปนเปื้อนแล้วมาสัมผัสอุปกรณ์โดยไม่ล้างมือ อาจนำเชื้อเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วยได้ อาการที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์ ได้แก่ มีไข้ หนาวสั่น ปัสสาวะขุ่นหรือมีกลิ่นผิดปกติ ไอมีเสมหะมากขึ้น หายใจเหนื่อย ซึมลงหรือสับสนกว่าปกติ ถ่ายเหลวบ่อย หรือแผลกดทับบวมแดงมีหนอง

ผู้ดูแลก็เสี่ยงเช่นกัน

ผู้ดูแลมักเป็นลูกหลานวัยทำงานหรือคู่ชีวิตที่อายุมากแล้ว ในช่วงน้ำท่วม พวกเขาต้องทั้งดูแลผู้ป่วย ลุยน้ำกลับไปดูบ้าน ตักโคลน และขนของหนัก ความเหนื่อยล้าทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง การลุยน้ำทำให้เสี่ยงโรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนู ซึ่งอาจเริ่มด้วยไข้สูง ปวดศีรษะ และปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง หากมีอาการเหล่านี้ต้องไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำ ผู้ดูแลที่ป่วยจะไม่สามารถดูแลผู้ป่วยได้ และอาจนำเชื้อไปสู่ผู้ป่วยโดยไม่ตั้งใจ

ผลกระทบที่ครอบครัวผู้ป่วยติดเตียงต้องแบกรับ

สุขภาพที่อาจทรุดลงอย่างรวดเร็ว

การย้ายที่อยู่กะทันหัน การนอนบนเตียงที่ไม่เหมาะสม และความเครียดจากสภาพแวดล้อมใหม่ ทำให้ผู้ป่วยติดเตียงบางรายอ่อนเพลีย กินได้น้อยลง หรือสับสนมากขึ้นแล้วตั้งแต่อยู่ศูนย์พักพิง หากกลับบ้านมาเจอห้องที่ยังอับชื้น ความเสี่ยงที่จะติดเชื้อซ้ำซ้อนก็สูงขึ้น การนอนโรงพยาบาลหนึ่งครั้งของผู้ป่วยกลุ่มนี้มักกินเวลาและพลังของทั้งครอบครัว

ค่าใช้จ่ายด้านอุปกรณ์และของใช้

อุปกรณ์ดูแลผู้ป่วยหลายชิ้นมีราคาสูง ที่นอนลม ปั๊มลม เครื่องดูดเสมหะ เตียงไฟฟ้า และเครื่องผลิตออกซิเจน หากจมน้ำต้องให้ช่างหรือผู้จำหน่ายตรวจ บางชิ้นอาจต้องเปลี่ยนใหม่ ของใช้สิ้นเปลือง เช่น ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ผ้าก๊อซ ถุงมือ และอาหารทางสายยางที่บรรจุภัณฑ์โดนน้ำท่วม ไม่ควรนำมาใช้ต่อ ในภาพรวม ตามรายงานข่าวธุรกิจไทยฉบับหนึ่งที่อ้างประมาณการของหอการค้า ความเสียหายจากน้ำท่วมครั้งนี้อยู่ที่ราว 12,300 ล้านบาท ครอบครัวผู้ป่วยติดเตียงคือกลุ่มที่แบกค่าใช้จ่ายเฉพาะทางเพิ่มขึ้นจากบ้านทั่วไป

เวลาและพลังของผู้ดูแล

ผู้ดูแลต้องแบ่งตัวระหว่างศูนย์พักพิงกับบ้าน บางคนต้องลางานหลายวัน การทำความสะอาดห้องที่มีอุปกรณ์มากมาย พร้อมกับดูแลผู้ป่วยไปด้วย เป็นภาระที่หนักเกินกว่าคนหนึ่งหรือสองคนจะรับไหว

ความรู้สึกผิดและความกังวล

ผู้ดูแลหลายคนรู้สึกผิดที่ยังพาผู้ป่วยกลับบ้านไม่ได้ และรู้สึกผิดซ้ำถ้ากลับมาแล้วผู้ป่วยไม่สบาย การมีขั้นตอนเตรียมห้องที่ชัดเจนช่วยลดความกังวลนี้ได้มาก เพราะรู้ว่าได้ทำทุกอย่างที่ควรทำแล้ว

ทำไมการทำความสะอาดแบบที่คุ้นเคยยังไม่พอสำหรับห้องผู้ป่วยติดเตียง

ใช้น้ำยาฟอกขาวเข้มข้นทั่วห้อง น้ำยาฟอกขาวมีประโยชน์กับพื้นผิวแข็งที่ล้างแล้ว แต่ไอระเหยที่ฉุนระคายเคืองทางเดินหายใจของผู้ป่วยที่ปอดอ่อนแออยู่แล้ว ไม่สามารถซึมเข้าไปในผนังยิปซัมหรือเบาะที่ชื้นได้ และห้ามผสมกับน้ำยาที่มีแอมโมเนียหรือกรดเด็ดขาด เพราะจะเกิดก๊าซอันตราย

เปิดพัดลมเป่าทิ้งไว้แล้วพาผู้ป่วยกลับทันที พัดลมช่วยให้แห้งเร็วขึ้น แต่ถ้าห้องมีเชื้อราแล้ว ลมจะพาสปอร์ฟุ้งไปทั่ว และพื้นผิวที่ดูแห้งด้านนอกอาจยังชื้นอยู่ด้านใน

จุดธูป ฉีดน้ำหอม หรือวางถ่านดูดกลิ่น วิธีเหล่านี้ไม่ได้กำจัดเชื้อที่เป็นต้นเหตุของกลิ่น และควันหรือกลิ่นแรงยังกระตุ้นให้ผู้ป่วยที่ปอดไม่แข็งแรงไอหรือหายใจลำบาก

ใช้ที่นอนลมหรือเบาะเดิมที่จมน้ำ ที่นอนลมผิวหนังเทียมบางรุ่นอาจทำความสะอาดได้ แต่ปั๊มลมที่จมน้ำเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต้องให้ผู้จำหน่ายตรวจก่อน ส่วนเบาะ หมอน หรือที่นอนที่มีฟองน้ำด้านในซึ่งจมน้ำท่วม ไม่สามารถทำให้สะอาดได้จริง ควรเปลี่ยนใหม่

ทาสีทับคราบราเพื่อให้ห้องดูใหม่ คราบหายแต่เชื้อราในผนังที่ยังชื้นจะกลับมา และกลิ่นสีใหม่ก็เป็นอีกภาระของทางเดินหายใจผู้ป่วย

ทำความสะอาดแค่ส่วนที่มองเห็น ใต้เตียง หลังตู้ยา ช่องแอร์ ร่องหน้าต่าง และซอกหลังหัวเตียง เป็นจุดที่ความชื้นและฝุ่นโคลนสะสม แต่มักถูกข้ามไปเพราะเข้าถึงยาก โดยเฉพาะเมื่อมีเตียงผู้ป่วยขนาดใหญ่ตั้งอยู่

วิธีเหล่านี้บางอย่างจำเป็นและเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟู แต่ห้องผู้ป่วยติดเตียงต้องการอีกขั้นหนึ่ง คือการจัดการอากาศและพื้นผิวของทั้งห้องอย่างทั่วถึง โดยไม่ทิ้งสารเคมีที่ผู้ป่วยต้องสูดดมต่อเนื่องทุกวัน

บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อจาก WHD: ขั้นตอนสุดท้ายก่อนรับผู้ป่วยกลับบ้าน

World Health Disinfection หรือ WHD ให้บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคาร ครอบคลุมบ้าน คอนโด โรงแรม สำนักงาน โรงเรียน และโรงพยาบาล โอโซน (O3) เป็นก๊าซที่มีความสามารถในการออกซิไดซ์สูง เมื่อเติมเต็มห้องที่ปิดสนิท โอโซนจะเข้าถึงทุกซอกมุมรวมถึงใต้เตียงผู้ป่วยและหลังตู้ แล้วทำลายโครงสร้างเซลล์ของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมทั้งโมเลกุลกลิ่นอับ จากนั้นสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O2) โดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างบนเตียง ผ้าปู หรือพื้นผิวที่ผู้ป่วยต้องสัมผัส

ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง ผ่านการทดสอบโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek สหราชอาณาจักร การอบโอโซนกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99% ดูเอกสารได้ที่หน้าเอกสารรับรอง

กฎความปลอดภัยที่ต้องทำทุกครั้ง: การอบโอโซนทำในห้องที่ว่างและปิดสนิทเท่านั้น ผู้ป่วยต้องยังอยู่ที่ศูนย์พักพิง บ้านญาติ หรือสถานที่ปลอดภัยอื่นระหว่างทำงาน ผู้ดูแล สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องออกจากพื้นที่ทั้งหมด ถังออกซิเจนและเครื่องผลิตออกซิเจนต้องนำออกจากห้อง ยาและอาหารทางสายยางควรย้ายออกหรือเก็บในภาชนะปิดสนิท และกลับเข้าห้องได้หลังพ้นช่วงพักห้องและระบายอากาศที่ทีมงานกำหนดแล้วเท่านั้น ผู้ป่วยควรกลับเข้าห้องหลังจากเปิดระบายอากาศเพิ่มแล้ว และหลังจากผู้ดูแลปูเตียงใหม่เรียบร้อย

การอบโอโซนเป็นขั้นตอนหลังการตักโคลน ล้าง คัดทิ้งของที่เสียหาย และทำให้ห้องแห้งแล้ว ไม่ได้ใช้แทนการทำความสะอาด ไม่ได้ใช้แทนการซ่อมแซมผนังหรือการตรวจอุปกรณ์การแพทย์โดยผู้เชี่ยวชาญ และไม่ใช่การรักษาโรค ผู้ป่วยหรือผู้ดูแลที่มีอาการผิดปกติต้องพบแพทย์เสมอ

ขั้นตอนการทำงานของทีม WHD สำหรับห้องผู้ป่วยติดเตียง

  1. นัดหมายให้สอดคล้องกับวันรับผู้ป่วยกลับ ทีมงานวางแผนร่วมกับครอบครัว ให้การอบเสร็จและมีเวลาระบายอากาศเพียงพอก่อนวันที่ผู้ป่วยจะกลับบ้าน
  2. สำรวจห้องและอุปกรณ์ ตรวจว่าห้องผ่านการล้างและแห้งแล้ว ระบุอุปกรณ์การแพทย์ที่ต้องนำออก และจุดที่ความชื้นยังสูง
  3. เตรียมห้องว่าง นำถังออกซิเจน เครื่องผลิตออกซิเจน ยา อาหารทางสายยาง และของใช้สิ้นเปลืองที่ยังดีออกจากห้อง ส่วนอุปกรณ์อื่นทีมงานจะแนะนำตามสภาพ เปิดตู้และลิ้นชัก ปิดหน้าต่างและประตูให้สนิท
  4. เติมโอโซนให้ทั่วห้อง รอบการทำงานโดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน ขึ้นกับขนาดห้องและสภาพหน้างาน
  5. ระยะสัมผัส ให้โอโซนทำงานกับอากาศ พื้นผิว ใต้เตียง และซอกมุมตามเวลาที่กำหนด
  6. พักห้องและระบายอากาศ ปิดเครื่อง รอให้โอโซนสลายเป็นออกซิเจน แล้วเปิดระบายอากาศก่อนเข้าห้อง
  7. ส่งมอบห้องพร้อมคำแนะนำ แนะนำการรักษาความแห้ง การเปิดหน้าต่างช่วงอากาศดี และการสังเกตสัญญาณความชื้นที่กลับมา

งานอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ฟรี ซึ่งเหมาะกับการเช็ดราวเตียง รีโมตเตียง และพื้นผิวที่ผู้ดูแลสัมผัสบ่อยในชีวิตประจำวัน สำหรับน้ำยาฆ่าเชื้อพื้นผิวหลังล้างโคลน ดูข้อมูลได้ที่หน้าChemgene และหากมีการทาสีหรือเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์จนห้องมีกลิ่นสารเคมี ดูบริการอบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมีตกค้างเพิ่มเติมได้

10 เหตุผลที่ห้องผู้ป่วยติดเตียงควรอบโอโซนก่อนรับกลับจากศูนย์พักพิง

  1. ผู้ป่วยหายใจอากาศในห้องนี้ทั้งวัน การจัดการอากาศทั้งห้องจึงสำคัญไม่น้อยกว่าการเช็ดพื้นผิว
  2. ไม่มีไอระเหยของน้ำยาค้างในห้อง โอโซนสลายเป็นออกซิเจน ผู้ป่วยที่ปอดอ่อนแอไม่ต้องสูดกลิ่นน้ำยาฉุนต่อเนื่อง
  3. เข้าถึงใต้เตียงและหลังหัวเตียง จุดที่การยกเตียงผู้ป่วยเพื่อทำความสะอาดทำได้ยาก
  4. ลดกลิ่นอับที่ต้นเหตุ ไม่ต้องพึ่งน้ำหอมหรือธูปที่กระตุ้นอาการไอ
  5. มีผลทดสอบรองรับ ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek สหราชอาณาจักร กำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99%
  6. ใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 30 นาทีต่อโซน วางแผนวันรับผู้ป่วยกลับได้แม่นยำ นัดหมายทีมงาน
  7. ครอบคลุมผ้าม่านและตู้เก็บของใช้ผู้ป่วย วัสดุผ้าและตู้ที่ฉีดน้ำยาให้ทั่วได้ยาก ก๊าซโอโซนเข้าถึงได้ทั่ว
  8. ลดภาระผู้ดูแลที่เหนื่อยล้า ทีมงานรับผิดชอบขั้นตอนที่ต้องใช้อุปกรณ์และความรู้เฉพาะ ผู้ดูแลจึงมีแรงเหลือไว้ดูแลผู้ป่วย
  9. ทำงานอย่างเป็นระบบเรื่องความปลอดภัย ห้องว่าง ปิดสนิท นำถังออกซิเจนออก และกำหนดเวลาพักห้องชัดเจน ดูรายละเอียดบริการ
  10. ขยายไปทั้งบ้านได้ เริ่มจากห้องผู้ป่วย ห้องน้ำที่ใช้อาบน้ำผู้ป่วย และทางเดินที่รถเข็นผ่าน แล้วต่อไปยังส่วนอื่นของชั้นล่าง

ก่อนฟื้นฟูและอบโอโซน

  • คราบโคลนบนผนังห้องผู้ป่วยสูงประมาณครึ่งแข้ง
  • ที่นอนลมจมน้ำ ปั๊มลมเปียกทั้งเครื่อง
  • ผ้าอ้อม ผ้าก๊อซ และอาหารทางสายยางชั้นล่างโดนน้ำ
  • กลิ่นอับแรงหลังปิดห้องไว้หลายวัน
  • ครอบครัวไม่กล้ารับผู้ป่วยกลับจากศูนย์พักพิง

หลังฟื้นฟูครบลำดับและอบโอโซน

  • ผนังและพื้นล้างสะอาด ห้องแห้ง ระบายอากาศดี
  • อุปกรณ์ไฟฟ้าผ่านการตรวจ ของที่เสียหายเปลี่ยนใหม่
  • ของใช้สิ้นเปลืองที่โดนน้ำถูกคัดทิ้ง ซื้อชุดใหม่
  • อบโอโซนทั้งห้อง ใต้เตียง และห้องน้ำผู้ป่วย
  • มีวันรับผู้ป่วยกลับที่ชัดเจน และแผนดูแลห้องต่อ

กรณีตัวอย่าง: บ้านชั้นเดียวย่านลาดพร้าวที่ต้องเตรียมห้องให้คุณตาที่ใส่สายให้อาหาร

กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่คำรีวิวที่ยืนยันตัวตนของลูกค้า

คุณวิทย์ดูแลพ่อวัยแปดสิบกว่าปีที่ติดเตียงและใช้สายให้อาหารทางจมูก บ้านชั้นเดียวในซอยย่านลาดพร้าวถูกน้ำท่วมช่วงปลายเดือนกันยายน คุณวิทย์พาพ่อไปพักที่ศูนย์พักพิงก่อน แล้วย้ายไปบ้านน้องสาวเมื่อมีที่ว่าง ระหว่างนั้นเขาค่อย ๆ กลับมาฟื้นฟูบ้านทุกวันหลังเลิกงาน

เขาเริ่มจากให้ช่างไฟตรวจระบบไฟก่อน จากนั้นตักโคลน ล้างพื้นและผนังด้วยน้ำสะอาดผสมผงซักฟอก ทิ้งเบาะรองนั่งรถเข็นและหมอนที่จมน้ำ แยกปั๊มที่นอนลมกับเครื่องดูดเสมหะไปให้ร้านอุปกรณ์การแพทย์ตรวจ ส่วนอาหารทางสายยางที่กล่องโดนน้ำทั้งหมดถูกทิ้งและซื้อใหม่ แต่แม้จะเปิดพัดลมเป่าหลายวัน ห้องของพ่อยังมีกลิ่นอับ และพบจุดราเล็ก ๆ หลังตู้เก็บของใช้

ทีมงานแนะนำให้เช็ดคราบราอย่างถูกวิธีพร้อมสวมหน้ากากและถุงมือ ให้ช่างล้างแอร์ แล้วจึงนัดวันอบโอโซนก่อนวันที่พ่อจะกลับสองวัน แบ่งเป็นสามโซน ได้แก่ ห้องนอนผู้ป่วย ห้องน้ำที่ใช้อาบน้ำผู้ป่วย และห้องโถงที่รถเข็นต้องผ่าน ระหว่างทำงานไม่มีใครอยู่ในบ้าน ถังออกซิเจนสำรองถูกยกไปไว้นอกบ้าน หลังพ้นช่วงพักห้อง คุณวิทย์เปิดหน้าต่างระบายอากาศ ปูผ้าปูที่นอนชุดใหม่ ติดตั้งที่นอนลมที่ผ่านการตรวจแล้ว และรับพ่อกลับบ้านตามกำหนด

สิ่งที่คุณวิทย์รู้สึกว่าสำคัญคือได้ทำทุกขั้นตอนตามลำดับ และได้มีเวลาเตรียมห้องให้พร้อมก่อนพ่อกลับ แทนที่จะรีบพากลับมาในห้องที่ยังไม่แน่ใจ ทั้งนี้ผลลัพธ์ของแต่ละบ้านขึ้นอยู่กับความชื้นที่เหลือ วัสดุ และการดูแลหลังจากนั้น

เช็กลิสต์เตรียมห้องผู้ป่วยติดเตียง ก่อนและหลังอบโอโซน

ระหว่างที่ผู้ป่วยยังอยู่ศูนย์พักพิง

  • แจ้งเจ้าหน้าที่ศูนย์พักพิงหรือศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ถึงแผนรับผู้ป่วยกลับ และขอคำแนะนำเรื่องยาและการดูแลแผล
  • ให้ช่างไฟฟ้าตรวจระบบไฟ ปลั๊ก และเบรกเกอร์ก่อนเข้าทำความสะอาด โดยเฉพาะบริเวณที่เสียบเตียงไฟฟ้าและเครื่องมือแพทย์
  • ผู้ทำความสะอาดสวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง หน้ากาก และแว่นป้องกัน ล้างมือทุกครั้งหลังทำงาน
  • ตักโคลน ล้างพื้นและผนังด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก แล้วทำให้แห้งด้วยการระบายอากาศ
  • คัดทิ้งเบาะ หมอน ที่นอนฟองน้ำ ผ้าอ้อม ผ้าก๊อซ ถุงมือ และอาหารทางสายยางที่โดนน้ำท่วม
  • อุปกรณ์ไฟฟ้าทางการแพทย์ที่จมน้ำ เช่น ปั๊มที่นอนลม เครื่องดูดเสมหะ เครื่องผลิตออกซิเจน ให้ผู้จำหน่ายหรือช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจก่อนใช้
  • ล้างเตียงผู้ป่วย ราวเตียง รถเข็น และเก้าอี้นั่งถ่าย แล้วเช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อตามฉลาก
  • ให้ช่างล้างแอร์และตรวจท่อลม
  • ผนังที่ราขึ้นลึกและยังชื้น ให้ช่างประเมินว่าควรรื้อเปลี่ยนหรือไม่

วันอบโอโซน

  • ผู้ป่วย ผู้ดูแล ทุกคน รวมทั้งสัตว์เลี้ยงและต้นไม้ อยู่นอกพื้นที่ตลอดเวลาทำงาน
  • นำถังออกซิเจนและเครื่องผลิตออกซิเจนออกจากห้อง ย้ายยาและอาหารทางสายยางออกหรือเก็บในภาชนะปิดสนิท
  • เปิดตู้และลิ้นชักตามคำแนะนำ ปิดหน้าต่างให้สนิท ห้ามเปิดประตูระหว่างทำงานและช่วงพักห้อง

หลังอบโอโซนและวันรับผู้ป่วยกลับ

  • เข้าห้องหลังพ้นช่วงพักห้อง เปิดระบายอากาศเพิ่ม ปูผ้าปูและปลอกหมอนใหม่ที่ซักและแห้งสนิท
  • ทดสอบที่นอนลมและอุปกรณ์ที่ผ่านการตรวจแล้วว่าทำงานปกติก่อนผู้ป่วยมาถึง
  • ตรวจผิวหนังผู้ป่วยทั้งตัวในวันแรกที่กลับบ้าน โดยเฉพาะจุดกดทับ
  • ผู้ดูแลล้างมือก่อนและหลังสัมผัสผู้ป่วย สายสวน หรือสายให้อาหารทุกครั้ง
  • หากผู้ป่วยมีไข้ ไอมากขึ้น หายใจเหนื่อย ซึมลง ปัสสาวะผิดปกติ ถ่ายเหลว หรือแผลบวมแดง ให้ติดต่อแพทย์หรือพาไปโรงพยาบาลทันที

คำถามที่ครอบครัวผู้ป่วยติดเตียงถามบ่อย

1. ผู้ป่วยนอนอยู่ในห้องระหว่างอบได้ไหม เพราะเคลื่อนย้ายลำบาก

ไม่ได้เด็ดขาด การอบโอโซนต้องทำในห้องที่ว่างเท่านั้น ช่วงที่ผู้ป่วยยังอยู่ศูนย์พักพิงหรือบ้านญาติจึงเป็นจังหวะที่เหมาะที่สุดในการอบห้อง เพราะไม่ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเพิ่ม

2. ต้องนำเตียงผู้ป่วยออกจากห้องไหม

โดยทั่วไปไม่จำเป็น เตียงและเฟอร์นิเจอร์หลักอยู่ในห้องได้ และโอโซนจะเข้าถึงใต้เตียงด้วย แต่ถังออกซิเจน เครื่องผลิตออกซิเจน ยา และอาหารทางสายยางควรนำออก ทีมงานจะแนะนำรายการตามสภาพห้อง

3. อบเสร็จแล้วรับผู้ป่วยกลับได้เลยไหม

กลับเข้าห้องได้หลังพ้นช่วงพักห้องและระบายอากาศตามที่ทีมงานกำหนด เราแนะนำให้นัดอบล่วงหน้าก่อนวันรับผู้ป่วยกลับ เพื่อมีเวลาเปิดระบายอากาศเพิ่มและปูเตียงให้เรียบร้อย

4. อบโอโซนแล้วยังต้องเช็ดเตียงด้วยน้ำยาอีกไหม

ควรทำความสะอาดพื้นผิวตามปกติ โดยเฉพาะราวเตียงและจุดที่สัมผัสบ่อย การอบโอโซนเป็นการปิดงานทั้งห้อง ส่วนการดูแลสุขอนามัยรายวันยังจำเป็นเสมอ

5. อบโอโซนช่วยรักษาแผลกดทับหรืออาการไอได้ไหม

ไม่ได้ การอบโอโซนเป็นการจัดการเชื้อในห้อง ไม่ใช่การรักษาโรค แผลกดทับและอาการไอต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์และพยาบาล

6. ค่าบริการเท่าไร

ขึ้นกับขนาดพื้นที่ จำนวนโซน และสภาพหน้างาน ติดต่อทีมงานเพื่อประเมินได้ และงานตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไปรับสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ฟรี

เตรียมห้องให้พร้อม ก่อนรับคนที่คุณรักกลับบ้าน

ให้ทีม WHD ช่วยวางแผนและอบโอโซนฆ่าเชื้อห้องผู้ป่วยติดเตียง ห้องน้ำ และทางเดินที่รถเข็นผ่าน แบบห้องว่าง ปลอดภัย ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง

ดูบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย

โทร 065-556-6294  |  LINE @whd268  |  worldhealthdisinfection@gmail.com

#อบโอโซน #อบโอโซนฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วมกทม2569 #กำจัดเชื้อรา #ผู้ป่วยติดเตียง #ศูนย์พักพิง

คำค้นหา: ห้องผู้ป่วยติดเตียงหลังน้ำท่วม, เตรียมบ้านรับผู้ป่วยติดเตียง, กลับจากศูนย์พักพิง, เชื้อราในห้องผู้ป่วย, อบโอโซนห้องผู้ป่วย, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, น้ำท่วม กทม. 2569, อบโอโซนฆ่าเชื้อ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้