อบโอโซนสำนักงานราชการหลังน้ำท่วม: ฟื้นฟูอาคาร อบต. เทศบาล และศูนย์บริการประชาชน ให้พร้อมต้อนรับชาวบ้านอย่างปลอดภัย

Last updated: 30 ก.ย. 2569  |  16 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อบโอโซนสำนักงานราชการหลังน้ำท่วม: ฟื้นฟูอาคาร อบต. เทศบาล และศูนย์บริการประชาชน ให้พร้อมต้อนรับชาวบ้านอย่างปลอดภัย

อบโอโซนสำนักงานราชการหลังน้ำท่วม: ฟื้นฟูอาคาร อบต. เทศบาล และศูนย์บริการประชาชน ให้พร้อมต้อนรับชาวบ้านอย่างปลอดภัย

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (เป็นสถานการณ์ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง)

เช้าวันแรกที่เปิดสำนักงาน ชาวบ้านยืนรอหน้าประตู แต่ห้องบริการยังมีกลิ่นอับ

องค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งในอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำมูล ปีที่น้ำหลากมาเร็วกว่าทุกปี น้ำเข้าท่วมอาคารสำนักงานชั้นเดียวสูงเกือบหนึ่งเมตรและขังอยู่หลายสัปดาห์ ระหว่างนั้นหอประชุมของ อบต. ที่อยู่บนเนินสูงกว่าถูกใช้เป็นจุดพักพิงชั่วคราวและจุดแจกถุงยังชีพ มีชาวบ้านหลายร้อยคนผลัดกันเข้ามานอน กิน และรับของทุกวัน

เมื่อน้ำลด คุณสมศรี ปลัด อบต. พร้อมเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครช่วยกันตักโคลน ล้างพื้น เช็ดเคาน์เตอร์บริการ และตากเก้าอี้พักคอยกลางแดด ทุกคนอยากเปิดสำนักงานให้เร็วที่สุด เพราะชาวบ้านต้องมายื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขอเอกสารรับรอง ลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพ และติดต่อเรื่องงานทะเบียนต่าง ๆ ที่ค้างมาตั้งแต่ช่วงน้ำท่วม

เช้าวันแรกที่เปิดบริการ ผู้สูงอายุหลายคนนั่งรอคิวอยู่ในห้องที่ยังมีกลิ่นอับชื้น ฝ้าบางแผ่นเริ่มมีจุดดำ ผนังด้านล่างมีคราบเส้นระดับน้ำ เจ้าหน้าที่สองคนเริ่มไอและคัดจมูกหลังทำงานได้ไม่กี่วัน ส่วนหอประชุมที่เคยเป็นจุดพักพิงก็ยังเต็มไปด้วยกลิ่นเหงื่อ กลิ่นอาหาร และกลิ่นอับจากฟูกนอนที่เพิ่งขนออกไป คุณสมศรีเริ่มถามตัวเองว่า อาคารที่ดูสะอาดแล้ว ปลอดภัยพอสำหรับประชาชนที่เข้ามาใช้บริการวันละหลายสิบคนจริงหรือ

ทำไมอาคารราชการหลังน้ำท่วมจึงมีความเสี่ยงเฉพาะตัว

อาคารของหน่วยงานท้องถิ่น เช่น อบต. เทศบาล สำนักงานอำเภอ และศูนย์บริการประชาชนแบบเบ็ดเสร็จ มีลักษณะต่างจากบ้านหรือสำนักงานเอกชนในหลายด้าน ประการแรกคือมีผู้คนหลากหลายเข้าออกทุกวัน ทั้งผู้สูงอายุ ผู้พิการ หญิงตั้งครรภ์ แม่ที่อุ้มลูกเล็ก และผู้ป่วยเรื้อรังที่มาติดต่อเรื่องสวัสดิการ ประการที่สองคือมีจุดสัมผัสร่วมจำนวนมาก เช่น เคาน์เตอร์ ปากกาที่ผูกไว้ให้เขียนคำร้อง เครื่องกดบัตรคิว ที่วางแขนของเก้าอี้พักคอย ลูกบิดประตูห้องน้ำ และเครื่องอ่านบัตร ประการที่สามคือหลังน้ำท่วม อาคารราชการมักถูกใช้เป็นศูนย์พักพิงหรือจุดรับบริจาค ทำให้มีคนจำนวนมากใช้พื้นที่ร่วมกันเป็นเวลานาน

เชื้อที่ควรระวังในอาคารบริการประชาชน

เชื้อราในฝ้า ผนังเบา และเฟอร์นิเจอร์ อาคารราชการจำนวนมากใช้ฝ้ายิปซัม ผนังกั้นห้องแบบแผ่นบอร์ด ตู้ไม้อัด และเก้าอี้บุนวม วัสดุเหล่านี้ดูดซับน้ำและความชื้นได้ดี เมื่อชื้นนานหลายวันเชื้อรากลุ่ม Aspergillus Penicillium และราดำจะเจริญและปล่อยสปอร์ออกสู่อากาศ ผู้ที่มีภูมิแพ้ หอบหืด หรือปอดไม่แข็งแรงอาจมีอาการไอ จาม คัดจมูก หายใจลำบาก หรือระคายเคืองตา

แบคทีเรียและไวรัสบนจุดสัมผัสร่วม โคลนและน้ำท่วมที่ปนเปื้อนสิ่งปฏิกูลพาเชื้อกลุ่มลำไส้ เช่น อีโคไล เข้ามาในอาคาร เมื่อคนจำนวนมากใช้มือจับพื้นผิวเดียวกัน เชื้อสามารถส่งต่อไปยังมือ ปาก และอาหารได้ ทำให้เกิดอาการท้องร่วง ปวดท้อง อาเจียน ช่วงหลังน้ำท่วมยังเป็นช่วงที่ไวรัสทางเดินหายใจแพร่ได้ง่ายในสถานที่ที่มีคนแออัด เช่น ศูนย์พักพิงและห้องรอคิว

กลิ่นอับและสารอินทรีย์ที่เน่าเสีย กลิ่นอับไม่ได้เป็นแค่ความรำคาญ แต่เป็นสัญญาณว่ายังมีความชื้นและเชื้อจุลินทรีย์ทำงานอยู่ในวัสดุ โดยเฉพาะในหอประชุมที่เคยมีฟูกนอน อาหาร และขยะสะสม

ความเสี่ยงจากการลุยน้ำ เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่ลุยน้ำขณะขนย้ายเอกสารหรือแจกของ อาจสัมผัสเชื้อเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนูจากน้ำที่ปนเปื้อนปัสสาวะสัตว์ หากมีไข้ ปวดศีรษะ หรือปวดน่องหลังลุยน้ำ ควรพบแพทย์ทันที ซึ่งกรมควบคุมโรคเผยแพร่คำแนะนำเรื่องนี้เป็นประจำในช่วงน้ำท่วม

ใครเสี่ยงที่สุดเมื่อเปิดสำนักงานเร็วเกินไป

กลุ่มแรกคือผู้สูงอายุที่มาลงทะเบียนเบี้ยยังชีพหรือขอความช่วยเหลือ ซึ่งมักนั่งรอนานและมีโรคประจำตัว กลุ่มที่สองคือเด็กเล็กที่มากับผู้ปกครองและชอบจับทุกอย่างแล้วเอามือเข้าปาก กลุ่มที่สามคือหญิงตั้งครรภ์ที่มาติดต่อเรื่องสวัสดิการ กลุ่มที่สี่คือผู้ป่วยเรื้อรังและผู้พิการ และกลุ่มสุดท้ายที่มักถูกลืม คือเจ้าหน้าที่เองที่ต้องทำงานในอาคารนั้นวันละแปดชั่วโมงหรือมากกว่า ในช่วงหลังน้ำท่วมที่งานล้นมือ

ผลกระทบที่หน่วยงานต้องรับ ถ้าอาคารยังไม่พร้อมจริง

ด้านสุขภาพของประชาชนและเจ้าหน้าที่ หากเจ้าหน้าที่ป่วยพร้อมกันหลายคน งานบริการที่ประชาชนต้องการที่สุดในช่วงหลังน้ำท่วมจะหยุดชะงัก ส่วนประชาชนที่มาใช้บริการแล้วกลับไปมีอาการป่วย ย่อมไม่อยากกลับมาอีก

ด้านงบประมาณ การซ่อมแซมแบบแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น ทาสีทับเชื้อรา แล้วต้องกลับมารื้อทำใหม่ในอีกไม่กี่เดือน ทำให้ใช้งบประมาณซ้ำซ้อน ขณะที่งบประมาณของท้องถิ่นหลังน้ำท่วมมีความจำเป็นต้องใช้กับการช่วยเหลือประชาชนในหลายด้าน

ด้านเวลาและการให้บริการ ประชาชนที่ประสบภัยต้องการยื่นเอกสารขอรับความช่วยเหลือให้ทันกำหนด หากสำนักงานเปิดช้าหรือต้องปิดซ้ำเพราะปัญหาอาคาร จะกระทบสิทธิและความเดือดร้อนของชาวบ้านโดยตรง

ด้านภาพลักษณ์และความเชื่อมั่น หน่วยงานรัฐคือที่พึ่งของประชาชนในยามวิกฤต อาคารที่มีกลิ่นอับและคราบเชื้อราให้ภาพที่ไม่น่าไว้วางใจ ขณะที่อาคารที่สะอาด โปร่ง และปลอดภัย ส่งสัญญาณว่าท้องถิ่นพร้อมดูแลชุมชนกลับมาเป็นปกติ

ด้านครอบครัวของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ ซึ่งบ้านของตนก็ถูกน้ำท่วมเช่นเดียวกับชาวบ้าน หากต้องกลับบ้านพร้อมอาการป่วย อาจนำเชื้อไปสู่ลูกหลานและผู้สูงอายุในบ้าน

ทำไมวิธีเดิม ๆ ที่หน่วยงานมักใช้จึงไม่พอ

ล้างพื้นและเช็ดเคาน์เตอร์แล้วเปิดบริการทันที การล้างเป็นขั้นตอนแรกที่จำเป็น แต่เชื้อราที่ซ่อนอยู่เหนือฝ้า หลังผนังเบา ในช่องเดินสายไฟ และในเบาะเก้าอี้ ยังคงปล่อยสปอร์ต่อเนื่อง ห้องที่ดูสะอาดในวันแรกจึงกลับมามีกลิ่นอับในสัปดาห์ถัดไป

ราดน้ำยาฟอกขาวเข้มข้นทั่วอาคาร สารฟอกขาวใช้ได้กับพื้นผิวแข็งบางชนิด แต่หากเข้มข้นเกินไปจะทำให้เจ้าหน้าที่ระคายเคืองทางเดินหายใจ กัดกร่อนโลหะ ทำให้วัสดุซีด และไม่สามารถเข้าถึงอากาศหรือช่องว่างที่ปิดทึบได้ การผสมสารฟอกขาวกับน้ำยาล้างห้องน้ำบางชนิดยังอาจเกิดก๊าซอันตรายได้ด้วย

เปิดเครื่องปรับอากาศทันทีให้ห้องเย็นสบาย เครื่องปรับอากาศที่แผงคอยล์หรือท่อระบายน้ำทิ้งสกปรกจากความชื้นและฝุ่นโคลน อาจกระจายสปอร์และกลิ่นไปทั่วห้อง ควรให้ช่างล้างและตรวจสอบก่อนใช้งาน

ทาสีทับคราบเชื้อราบนผนังให้ดูใหม่ วิธีนี้ช่วยเรื่องภาพลักษณ์ได้ชั่วคราว แต่เชื้อราใต้สียังมีชีวิต และมักดันสีให้พองหรือกลับมาเป็นจุดดำภายในไม่นาน ทำให้ต้องใช้งบประมาณซ่อมซ้ำ

ฉีดสเปรย์ปรับอากาศหรือจุดธูปกลบกลิ่น กลิ่นหอมอาจทำให้รู้สึกดีขึ้นชั่วครู่ แต่ไม่ได้กำจัดต้นเหตุ และอาจกระตุ้นอาการแพ้ในผู้ที่ไวต่อสารเคมีหรือควัน

บริการอบโอโซนจาก WHD: ขั้นตอนที่ทำให้อาคารพร้อมบริการประชาชนอย่างมั่นใจ

World Health Disinfection (WHD) ให้บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคาร ครอบคลุมบ้าน คอนโด โรงแรม สำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาล และโรงงาน ซึ่งรวมถึงอาคารสำนักงานของหน่วยงานรัฐและศูนย์บริการประชาชน

โอโซน หรือ O3 เป็นก๊าซที่มีฤทธิ์ออกซิไดซ์สูง เมื่อปล่อยในห้องที่ปิดสนิท ก๊าซจะแพร่ไปทั่วทั้งห้อง รวมถึงเหนือฝ้า ใต้โต๊ะ ในตู้ และในเนื้อผ้าของเก้าอี้บุนวม โอโซนจะทำลายโครงสร้างเซลล์ของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา และสลายโมเลกุลที่ก่อให้เกิดกลิ่นอับ จากนั้นคืนสภาพเป็นออกซิเจน หรือ O2 โดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek สหราชอาณาจักร ระบบของ WHD สามารถกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99%

ข้อสำคัญ การอบโอโซนเป็นขั้นตอนหลังจากตักโคลน ล้าง และทำให้อาคารแห้งแล้ว ไม่ได้แทนการทำความสะอาด การรื้อวัสดุที่เสียหาย หรือการซ่อมแซมระบบไฟฟ้า และไม่ได้แทนการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ที่มีอาการเจ็บป่วย

ขั้นตอนการทำงานในอาคารราชการ

  1. สำรวจอาคารและวางแผนร่วมกับหน่วยงาน ทีมงานสำรวจห้องบริการ ห้องทำงาน ห้องประชุม หอประชุม ห้องน้ำ และห้องเก็บเอกสาร เพื่อแบ่งโซนและกำหนดวันเวลาที่ไม่กระทบการให้บริการ เช่น ช่วงเย็นหรือวันหยุดราชการ
  2. ประสานเรื่องเอกสารประกอบ ทีมงานสามารถจัดทำรายละเอียดขอบเขตงาน พื้นที่ และขั้นตอน เพื่อให้หน่วยงานใช้ประกอบการพิจารณาตามระเบียบของหน่วยงานเอง
  3. เตรียมพื้นที่ ต้องผ่านการล้างและทำให้แห้งแล้ว ย้ายอาหาร น้ำดื่ม ยา และต้นไม้ออก เก็บเอกสารสำคัญเข้าตู้ ปิดหน้าต่างและประตู
  4. ให้ทุกคนออกจากพื้นที่ ห้องที่อบต้องว่างเปล่า ไม่มีเจ้าหน้าที่ ประชาชน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ ติดป้ายห้ามเข้าและมอบหมายผู้ดูแลทางเข้า
  5. ปล่อยโอโซน ใช้เครื่องที่เหมาะกับขนาดห้อง โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน ขึ้นกับขนาดและสภาพพื้นที่
  6. ช่วงเวลาสัมผัส ปล่อยให้โอโซนทำงานกับเชื้อและกลิ่นในทุกซอกมุม
  7. พักพื้นที่และระบายอากาศ รอให้โอโซนคืนสภาพเป็นออกซิเจน แล้วเปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศตามเวลาที่ทีมงานแนะนำ ก่อนให้เจ้าหน้าที่กลับเข้าพื้นที่
  8. ส่งมอบพื้นที่ ทีมงานแจ้งพื้นที่ที่ดำเนินการ และให้คำแนะนำการดูแลต่อเนื่อง เพื่อให้หน่วยงานเปิดบริการได้อย่างมั่นใจ

แผนที่จุดเสี่ยงในอาคารราชการ: ควรเริ่มจากตรงไหน

จุดบริการและห้องรอคิว เป็นพื้นที่ที่ประชาชนใช้เวลานานที่สุด มีเก้าอี้บุนวม เคาน์เตอร์ไม้ และฉากกั้นที่ดูดซับความชื้น ควรจัดเป็นโซนแรกที่ต้องพร้อมก่อนเปิดบริการ

ห้องน้ำสำหรับประชาชน มักอยู่ชั้นล่างและเป็นจุดแรกที่น้ำเสียย้อนกลับ ต้องล้างคราบสิ่งปฏิกูลให้หมด ตรวจท่อระบาย แล้วจึงฆ่าเชื้อและอบโอโซนเพื่อลดกลิ่นที่ค้างในช่องว่างและรอยต่อ

หอประชุมและห้องอเนกประสงค์ที่เคยเป็นศูนย์พักพิง มีกลิ่นและเชื้อสะสมจากการใช้งานของคนจำนวนมาก ควรขนฟูก ผ้าห่ม และขยะออกทั้งหมด ล้างพื้นและห้องครัวชั่วคราว ก่อนอบโอโซนทั้งห้อง

ห้องทำงานของเจ้าหน้าที่และห้องเก็บพัสดุ มักมีตู้ไม้อัด แฟ้มกระดาษ และกล่องลังที่เป็นอาหารของเชื้อรา ควรคัดแยกของที่เสียหายออก และจัดระเบียบให้อากาศไหลเวียนได้ก่อนวันอบ

ห้องศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและห้องประชุมย่อย มักปิดเครื่องปรับอากาศทิ้งไว้ช่วงน้ำท่วม เมื่อเปิดใหม่อาจมีกลิ่นอับจากคอยล์เย็น ควรล้างเครื่องปรับอากาศก่อน แล้วจึงอบโอโซนเพื่อจัดการกลิ่นที่ติดอยู่ในผ้าม่านและพรม

วางแผนเปิดบริการเป็นระยะ

หน่วยงานท้องถิ่นส่วนใหญ่ไม่สามารถปิดทุกห้องพร้อมกันได้ และประชาชนก็รอนานไม่ได้ การเปิดบริการเป็นระยะจึงเหมาะกว่า เริ่มจากโซนที่ประชาชนต้องใช้ก่อน เช่น จุดงานทะเบียน จุดงานสวัสดิการ และห้องน้ำที่ใกล้ที่สุด เมื่อล้าง ทำให้แห้ง และอบโอโซนแล้วก็เปิดให้บริการได้ ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่จัดการห้องทำงานและห้องเก็บของด้านหลังต่อไป และนัดทีมงานเข้าอบโซนถัดไปในช่วงเย็น ควรติดประกาศที่ทางเข้าว่าบริการใดเปิดที่ห้องไหน เพื่อไม่ให้ผู้สูงอายุต้องเดินผ่านพื้นที่ที่กำลังซ่อมแซม และจดบันทึกสั้น ๆ ว่าแต่ละโซนทำอะไรไปเมื่อไร ซึ่งช่วยทั้งการรายงานภายใน การตอบคำถามประชาชน และการเตรียมรับมือน้ำท่วมครั้งต่อไป

10 เหตุผลที่ อบต. เทศบาล และศูนย์บริการประชาชน ควรอบโอโซนก่อนเปิดบริการ

  1. ปกป้องกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยเรื้อรังคือผู้มาใช้บริการหลักในช่วงหลังน้ำท่วม
  2. จัดการเชื้อในจุดที่เช็ดไม่ถึง ทั้งเหนือฝ้า หลังผนังเบา และในเบาะเก้าอี้พักคอย ด้วยบริการอบโอโซนสำหรับอาคาร
  3. สลายกลิ่นอับจากต้นเหตุ ห้องบริการและหอประชุมกลับมามีอากาศที่ไม่อับชื้น
  4. ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง เหมาะกับห้องที่มีคนเข้าออกทั้งวันและเจ้าหน้าที่ต้องทำงานต่อเนื่อง
  5. ใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 30 นาทีต่อโซน สามารถทำนอกเวลาราชการเพื่อไม่ให้กระทบบริการ
  6. เหมาะกับหอประชุมที่เคยเป็นศูนย์พักพิง ช่วยจัดการกลิ่นและเชื้อที่สะสมจากการใช้พื้นที่ร่วมกันของคนจำนวนมาก
  7. ผ่านการทดสอบจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek สหราชอาณาจักร ดูได้ที่ เอกสารรับรอง
  8. ลดการใช้งบประมาณซ้ำซ้อน จัดการเชื้อก่อนตกแต่งหรือทาสีใหม่ ช่วยลดโอกาสต้องรื้อแก้ภายหลัง
  9. ทำคู่กับการฆ่าเชื้อพื้นผิวได้ งานอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรีสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ สำหรับเช็ดจุดสัมผัสร่วมในแต่ละวัน
  10. สร้างความเชื่อมั่นให้ชุมชน ประชาชนมั่นใจว่าสำนักงานพร้อมดูแลอย่างปลอดภัย ปรึกษาได้ที่ หน้าบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อ

ก่อนอบโอโซน

  • ห้องรอคิวมีกลิ่นอับ ผู้สูงอายุนั่งรอไม่สบายตัว
  • ฝ้าบางแผ่นมีจุดดำ ผนังมีคราบเส้นระดับน้ำ
  • เจ้าหน้าที่ไอ จาม คัดจมูกหลังกลับมาทำงาน
  • หอประชุมที่เคยเป็นศูนย์พักพิงยังมีกลิ่นสะสม
  • ผู้บริหารไม่มั่นใจว่าอาคารพร้อมเปิดเต็มรูปแบบ

หลังฟื้นฟูครบขั้นตอนและอบโอโซน

  • กลิ่นอับลดลงชัดเจน ห้องบริการสดชื่นขึ้น
  • จัดการเชื้อในจุดอับที่มือเข้าไม่ถึง
  • ไม่มีสารเคมีตกค้างจากขั้นตอนอบโอโซน
  • หอประชุมพร้อมใช้จัดกิจกรรมชุมชนอีกครั้ง
  • ประชาชนและเจ้าหน้าที่มั่นใจในการใช้อาคาร

กรณีตัวอย่าง: สำนักงานเทศบาลตำบลในจังหวัดสุโขทัย

กรณีตัวอย่าง (สถานการณ์จำลองเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวที่ยืนยันตัวตน)

คุณวิชัย หัวหน้าสำนักปลัดของเทศบาลตำบลแห่งหนึ่งริมแม่น้ำยม จังหวัดสุโขทัย เล่าว่าน้ำท่วมอาคารสำนักงานชั้นล่างซึ่งเป็นจุดบริการงานทะเบียนและงานสวัสดิการ ส่วนชั้นบนเป็นห้องทำงานของผู้บริหารและห้องประชุม ช่วงน้ำท่วม ห้องประชุมชั้นบนถูกใช้เป็นที่ประสานงานและเก็บของบริจาค มีอาสาสมัครเข้าออกทั้งวันทั้งคืน

หลังน้ำลด เทศบาลวางลำดับงานไว้ชัดเจน เริ่มจากให้ช่างไฟฟ้าตรวจระบบไฟทั้งอาคาร ตักโคลนและล้างพื้นด้วยน้ำยาทำความสะอาด รื้อฝ้าที่บวมน้ำและผนังเบาช่วงล่างที่เปียกออก เปิดพัดลมและเครื่องลดความชื้นหลายวันจนวัสดุแห้ง ให้ช่างล้างเครื่องปรับอากาศทุกตัว จากนั้นจึงนัดทีม WHD เข้าอบโอโซนในช่วงวันหยุด ทีละโซน คือ จุดบริการชั้นล่าง ห้องน้ำประชาชน ห้องประชุมชั้นบน และห้องเก็บของ

คุณวิชัยบอกว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปชัดที่สุดคือกลิ่นในห้องบริการ และความรู้สึกของเจ้าหน้าที่ที่กล้ากลับมานั่งทำงานเต็มวัน อีกเรื่องที่ได้เรียนรู้คือ การทำตามลำดับทำให้ไม่ต้องจ่ายซ้ำ เพราะถ้าทาสีก่อนจัดการความชื้นและเชื้อรา ก็คงต้องกลับมาทำใหม่อีกรอบ

เช็กลิสต์ฟื้นฟูอาคารราชการหลังน้ำท่วม

ก่อนเริ่มทำความสะอาด

  • ตัดไฟฟ้าในส่วนที่ถูกน้ำท่วม และให้ช่างผู้ชำนาญตรวจก่อนเปิดใช้
  • ถ่ายภาพความเสียหายทุกห้องไว้เป็นหลักฐานสำหรับการรายงานและการขอรับงบประมาณ
  • จัดอุปกรณ์ป้องกันให้เจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร ได้แก่ รองเท้าบูท ถุงมือยาง หน้ากาก และแว่นตา
  • แยกเอกสารราชการที่เปียกออกมาจัดการตามระเบียบงานสารบรรณ

ระหว่างทำความสะอาดและทำให้แห้ง

  • ตักโคลนออกให้หมด ล้างพื้นผิวด้วยน้ำยาทำความสะอาด แล้วจึงฆ่าเชื้อ
  • รื้อฝ้า ผนังเบา พรม และเบาะที่เปียกน้ำนานเกินกว่าจะแห้งได้ทัน
  • ทำให้แห้งเร็วที่สุด ตามคำแนะนำทั่วไปของหน่วยงานสาธารณสุขว่าควรทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงเพื่อจำกัดเชื้อรา
  • ล้างเครื่องปรับอากาศก่อนเปิดใช้งาน
  • ห้ามผสมน้ำยาฟอกขาวกับน้ำยาที่มีแอมโมเนียหรือกรด

วันอบโอโซน

  • ย้ายอาหาร น้ำดื่ม ยา และต้นไม้ออก เก็บเอกสารเข้าตู้
  • แจ้งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายและติดประกาศเวลาปิดพื้นที่ให้ประชาชนทราบล่วงหน้า
  • ให้ทุกคนออกจากพื้นที่ที่อบ และเข้าได้หลังพ้นช่วงพักและระบายอากาศเท่านั้น

หลังเปิดบริการ

  • ตั้งจุดล้างมือหรือเจลแอลกอฮอล์ที่ทางเข้าและเคาน์เตอร์
  • เช็ดจุดสัมผัสร่วม เช่น ปากกา เครื่องกดบัตรคิว และที่วางแขน อย่างน้อยวันละหลายครั้ง
  • เปิดหน้าต่างระบายอากาศเป็นระยะ และสังเกตกลิ่นอับหรือจุดราที่กลับมา
  • หากเจ้าหน้าที่หรืออาสาสมัครมีไข้ ปวดน่อง หรือท้องร่วง ให้พบแพทย์โดยเร็ว

คำถามที่พบบ่อย

1. ต้องปิดสำนักงานนานแค่ไหนเพื่ออบโอโซน

โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อโซน บวกช่วงพักพื้นที่และระบายอากาศ หน่วยงานส่วนใหญ่เลือกทำช่วงเย็นหรือวันหยุด จึงแทบไม่กระทบเวลาให้บริการประชาชน

2. เอกสารราชการในตู้จะเสียหายไหม

แนะนำให้เก็บเอกสารสำคัญเข้าตู้หรือกล่องที่ปิดมิดชิด และแยกเอกสารที่เปียกออกมาจัดการตามระเบียบก่อน ทีมงานจะให้คำแนะนำการเตรียมพื้นที่ในวันสำรวจ

3. อบโอโซนแล้วไม่ต้องล้างหรือรื้อฝ้าได้ไหม

ไม่ได้ การอบโอโซนเป็นขั้นตอนหลังจากล้างและทำให้แห้งแล้ว วัสดุที่บวมน้ำหรือขึ้นราหนักต้องรื้อเปลี่ยน โอโซนช่วยจัดการเชื้อที่เหลือในอากาศและในจุดที่มือเข้าไม่ถึง

4. ระหว่างอบ ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่อยู่ในห้องได้ไหม

ไม่ได้ ห้องที่อบต้องว่างเปล่า ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ และเข้าได้หลังพ้นช่วงพักและระบายอากาศตามที่ทีมงานกำหนดเท่านั้น

5. ใช้ได้กับหอประชุมหรืออาคารขนาดใหญ่ไหม

ได้ ทีมงานจะแบ่งโซนตามขนาดและเลือกเครื่องที่เหมาะกับปริมาตรพื้นที่ รวมถึงห้องน้ำและห้องครัวที่ใช้ในช่วงเป็นศูนย์พักพิง

6. หน่วยงานต้องเตรียมข้อมูลอะไรในการขอใบเสนอราคา

ขนาดพื้นที่โดยประมาณ จำนวนห้อง ลักษณะความเสียหาย และช่วงเวลาที่สะดวก ทีมงานสามารถจัดทำรายละเอียดขอบเขตงานเพื่อให้หน่วยงานใช้ประกอบการพิจารณาตามระเบียบของหน่วยงานเอง

7. ถ้าเจ้าหน้าที่ป่วยหลังช่วยงานน้ำท่วม ควรทำอย่างไร

ให้พบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วม โดยเฉพาะหากมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดน่อง หรือท้องร่วง การอบโอโซนเป็นการจัดการอาคาร ไม่ใช่การรักษาโรค

ให้สำนักงานของคุณเป็นที่พึ่งที่ปลอดภัยของชุมชน

ปรึกษาทีม WHD เพื่อวางแผนอบโอโซนอาคารราชการหลังน้ำท่วม ให้เปิดบริการประชาชนได้อย่างมั่นใจ

ขอใบเสนอราคาอบโอโซนสำหรับหน่วยงาน

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com

#อบโอโซน #บริการอบโอโซน #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #โอโซนฆ่าเชื้อ #น้ำท่วม #อบต #เทศบาล #ศูนย์บริการประชาชน

คำค้นหา: อบโอโซนสำนักงานราชการหลังน้ำท่วม, ฆ่าเชื้ออาคาร อบต. หลังน้ำท่วม, ฆ่าเชื้อสำนักงานเทศบาล, ศูนย์บริการประชาชนน้ำท่วม, ฟื้นฟูอาคารราชการหลังน้ำท่วม, ฆ่าเชื้อศูนย์พักพิง, บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้