อบโอโซนโรงงาน GMP หลังน้ำท่วม: ฟื้นฟูโรงงานผลิตยา เครื่องสำอาง และอาหารเสริม ให้พื้นที่ผลิตสะอาดพร้อมตรวจประเมินอีกครั้ง

Last updated: 30 ก.ย. 2569  |  17 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องอบโอโซนอุตสาหกรรม

อบโอโซนโรงงาน GMP หลังน้ำท่วม: ฟื้นฟูโรงงานผลิตยา เครื่องสำอาง และอาหารเสริม ให้พื้นที่ผลิตสะอาดพร้อมตรวจประเมินอีกครั้ง

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (เป็นสถานการณ์ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)

น้ำลดแล้ว แต่ผลเพาะเชื้อจากจานเพาะเชื้อในห้องบรรจุยังไม่ผ่าน

โรงงานขนาดกลางแห่งหนึ่งในเขตอุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี ผลิตทั้งอาหารเสริมชนิดแคปซูล ครีมบำรุงผิว และยาสามัญประจำบ้านบางรายการภายใต้มาตรฐาน GMP ปีนั้นน้ำจากคลองรอบนิคมเอ่อล้นเข้ามาในอาคารสูงประมาณสี่สิบเซนติเมตร และขังอยู่เกือบสองสัปดาห์ แม้ทีมงานจะรีบยกวัตถุดิบบางส่วนขึ้นชั้นลอยทันเวลา แต่พื้นที่คลังวัตถุดิบ ห้องชั่งสาร ทางเดินหน้าห้องผลิต และห้องเครื่องของระบบปรับอากาศแบบ AHU ที่ตั้งอยู่ชั้นล่าง ต่างจมอยู่ใต้น้ำขุ่นที่มีทั้งโคลน เศษขยะ และน้ำเสียจากท่อระบายที่ย้อนกลับ

คุณนก หัวหน้าฝ่ายประกันคุณภาพ เล่าให้ทีมฟังในวันประชุมหลังน้ำลดว่า ทุกคนช่วยกันตักโคลน ล้างพื้น ขัดผนังแผ่นแซนด์วิชพาเนล และเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาตามขั้นตอนมาตรฐานของโรงงานครบทุกห้องแล้ว แต่เมื่อฝ่ายควบคุมคุณภาพวางจานเพาะเชื้อแบบเปิดทิ้งไว้ตามจุดติดตามสภาพแวดล้อม ผลที่ออกมากลับพบโคโลนีของเชื้อราขึ้นเกินระดับที่ยอมรับได้ในหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณใกล้หัวจ่ายลมและทางเดินที่เชื่อมกับคลังสินค้า ขณะเดียวกันพนักงานหลายคนเริ่มบ่นว่าได้กลิ่นอับชื้นลอยมาจากฝ้าและช่องลมกลับ

ผู้บริหารถามคำถามเดียวที่ทุกคนกลัวที่สุด คือ "เราจะกลับมาผลิตได้เมื่อไร" เพราะคำสั่งซื้อจากลูกค้าที่รับจ้างผลิตหลายรายกำลังรอ ส่วนฝ่ายประกันคุณภาพรู้ดีว่า ถ้ารีบเปิดไลน์ผลิตโดยที่สภาพแวดล้อมยังไม่ผ่านเกณฑ์ ความเสี่ยงไม่ได้อยู่แค่ในเอกสาร แต่คือผลิตภัณฑ์ที่อาจปนเปื้อนจุลินทรีย์ ต้องเรียกคืน และทำลายความเชื่อมั่นที่สร้างมาหลายปี นี่คือจุดที่โรงงานหลายแห่งเพิ่งเข้าใจว่า การล้างให้ดูสะอาดกับการคืนสภาพพื้นที่ผลิตให้ปลอดภัยทางจุลชีววิทยา เป็นคนละเรื่องกัน

ทำไมน้ำท่วมจึงเป็นภัยใหญ่ของโรงงานมาตรฐาน GMP

หลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิต หรือ GMP ไม่ว่าจะเป็นของยา เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มีหัวใจเดียวกัน คือการควบคุมทุกปัจจัยที่อาจทำให้ผลิตภัณฑ์ไม่ปลอดภัยหรือไม่ได้คุณภาพ ซึ่งรวมถึงอาคาร สภาพแวดล้อม อากาศ น้ำ บุคลากร และวัตถุดิบ น้ำท่วมทำลายการควบคุมเหล่านี้พร้อมกันทีเดียว เพราะน้ำที่ไหลเข้ามาไม่ใช่น้ำสะอาด แต่เป็นน้ำที่พาเชื้อจุลินทรีย์จากดิน ท่อระบายน้ำ และสิ่งปฏิกูลเข้ามาสัมผัสพื้น ผนัง ขาโต๊ะ ฐานเครื่องจักร และทุกซอกมุมที่ปกติถูกออกแบบให้ทำความสะอาดง่ายในสภาวะแห้ง

เชื้อกลุ่มที่ฝ่ายประกันคุณภาพต้องจับตา

เชื้อรากลุ่ม Aspergillus และ Penicillium เป็นเชื้อราที่พบทั่วไปในดินและฝุ่น เมื่อความชื้นสัมพัทธ์ในอาคารสูงต่อเนื่องหลายวัน สปอร์จะงอกบนวัสดุที่มีสารอินทรีย์ เช่น กระดาษลูกฟูก พาเลตไม้ ฉนวนหุ้มท่อ แผ่นกรองอากาศ และฝ้าแบบยิปซัม จากนั้นสปอร์จำนวนมากจะถูกพัดพาไปตามระบบลม กลายเป็นเชื้อที่ตกลงบนพื้นผิวในห้องผลิต เชื้อราเป็นปัญหาสำคัญของผลิตภัณฑ์ที่เป็นผงและแคปซูล เพราะความชื้นเพียงเล็กน้อยก็ทำให้เกิดการเจริญบนผลิตภัณฑ์ได้ ทั้งยังเป็นตัวการที่ทำให้ผลการตรวจจำนวนยีสต์และราทั้งหมดของผลิตภัณฑ์ไม่ผ่านเกณฑ์

แบคทีเรียแกรมลบที่ชอบน้ำ เช่น กลุ่ม Pseudomonas และกลุ่ม Burkholderia cepacia complex เป็นเชื้อที่อุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอางรู้จักดี เพราะอยู่รอดในน้ำและในที่ชื้นได้ยาวนาน และเคยเป็นสาเหตุของการเรียกคืนผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบในหลายประเทศ หลังน้ำท่วม เชื้อกลุ่มนี้อาจเข้าไปอยู่ตามท่อระบายพื้น รางน้ำ ถังพักน้ำ และจุดต่อของระบบน้ำที่เคยจมน้ำ หากโรงงานผลิตครีม โลชั่น แชมพู หรือยาน้ำ ความเสี่ยงนี้ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

แบคทีเรียจากสิ่งปฏิกูล เช่น อีโคไล และเชื้อในกลุ่มลำไส้อื่น ๆ ถือเป็นเชื้อที่ไม่ควรพบในผลิตภัณฑ์ที่รับประทานหรือใช้กับร่างกาย การที่น้ำเสียย้อนเข้ามาในอาคารหมายความว่าพื้นผิวที่เคยสัมผัสน้ำอาจมีเชื้อกลุ่มนี้ปะปนอยู่จนกว่าจะล้างและฆ่าเชื้ออย่างถูกวิธี นอกจากนี้ยังมีเชื้อที่สร้างสปอร์อย่าง Bacillus จากดินและโคลน ซึ่งทนทานต่อสภาพแวดล้อมและต่อน้ำยาบางชนิดมากกว่าแบคทีเรียทั่วไป

เชื้อแพร่กระจายในโรงงานได้อย่างไรหลังน้ำลด

เส้นทางแรกคือพื้นผิวที่สัมผัสน้ำโดยตรง ได้แก่ พื้นอีพ็อกซี ผนังส่วนล่าง ขอบประตู ช่องใต้ตู้ และฐานเครื่องจักร เส้นทางที่สองคืออากาศ ซึ่งมักถูกมองข้าม เพราะห้องเครื่องปรับอากาศ AHU ท่อลมกลับ ฉนวนภายในท่อ และแผ่นกรองชั้นแรกที่เคยเปียก จะกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อราที่ส่งสปอร์ไปทุกห้องที่ระบบลมไปถึง เส้นทางที่สามคือคนและของ เช่น พนักงานที่เดินจากโซนสกปรกเข้าโซนสะอาด รถเข็น พาเลต และกล่องบรรจุภัณฑ์ที่เคยชื้น เส้นทางสุดท้ายคือระบบน้ำ หากน้ำท่วมถึงปั๊ม ถังเก็บ หรือจุดเติมน้ำ ระบบน้ำบริสุทธิ์ทั้งระบบต้องได้รับการประเมินใหม่

ใครเสี่ยงที่สุด

ในแง่สุขภาพของคน พนักงานที่ต้องลงมือล้างโคลนและรื้อวัสดุเปียกเสี่ยงสูดสปอร์ราปริมาณมาก ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ หอบหืด หรือมีโรคประจำตัวเรื้อรังอาจมีอาการไอ แน่นหน้าอก คัดจมูก หรือผื่นคัน หญิงตั้งครรภ์และผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำควรหลีกเลี่ยงงานในพื้นที่ที่เพิ่งถูกน้ำท่วม ส่วนผู้ที่ลุยน้ำแล้วมีไข้ ปวดศีรษะ หรือปวดกล้ามเนื้อน่องควรพบแพทย์ทันทีและแจ้งว่าเพิ่งสัมผัสน้ำท่วม ในแง่ผลิตภัณฑ์ ผู้บริโภคที่เสี่ยงที่สุดคือเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้ยาและอาหารเสริมมากที่สุด ความผิดพลาดเพียงรุ่นเดียวจึงกระทบคนกลุ่มเปราะบางโดยตรง

ผลกระทบที่โรงงานต้องเจอ ถ้าฟื้นฟูไม่ครบ

ด้านสุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์ที่มีจุลินทรีย์เกินเกณฑ์อาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่ผิวหนัง ดวงตา หรือระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะในผู้ใช้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง นอกจากนี้เชื้อบางชนิดยังทำให้ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสี เปลี่ยนกลิ่น แยกชั้น หรือเสื่อมคุณภาพก่อนวันหมดอายุ

ด้านเงินและต้นทุน ความเสียหายไม่ได้จบที่วัตถุดิบที่แช่น้ำ แต่รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ต้องกักไว้รอผลตรวจ ค่าตรวจวิเคราะห์ซ้ำ ค่าเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศ ค่าซ่อมแซมระบบปรับอากาศ ค่าแรงล่วงเวลา และค่าปรับจากการส่งมอบล่าช้า หากต้องเรียกคืนสินค้าจากตลาด ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นหลายเท่า ทั้งค่าขนส่งย้อนกลับ ค่าทำลาย และค่าสื่อสารกับคู่ค้า

ด้านเวลา ทุกวันที่ไลน์ผลิตหยุด คือวันที่คู่แข่งสามารถเข้าไปรับงานแทนได้ โรงงานรับจ้างผลิตหลายแห่งเสียลูกค้าไปไม่ใช่เพราะน้ำท่วม แต่เพราะฟื้นฟูช้าและไม่สามารถยืนยันได้ว่าพื้นที่ผลิตกลับมาปลอดภัยแล้ว

ด้านชื่อเสียงและการกำกับดูแล โรงงานที่ได้รับการรับรองต้องสามารถแสดงหลักฐานว่าได้จัดการเหตุการณ์ผิดปกติอย่างเป็นระบบ ทั้งการบันทึกความเบี่ยงเบน การประเมินความเสี่ยง การแก้ไขและป้องกัน และผลการติดตามสภาพแวดล้อมก่อนกลับมาผลิต หากหน่วยงานกำกับดูแลหรือลูกค้าเข้าตรวจประเมินแล้วพบช่องว่าง ผลกระทบต่อความน่าเชื่อถืออาจยาวนานกว่าน้ำท่วมหลายเท่า

ด้านครอบครัวของพนักงาน พนักงานจำนวนมากบ้านก็ถูกน้ำท่วมเช่นกัน ความเครียดจากการต้องฟื้นฟูทั้งบ้านและที่ทำงานพร้อมกัน รวมถึงความกังวลว่าจะมีงานทำต่อหรือไม่ เป็นแรงกดดันที่ผู้บริหารไม่ควรมองข้าม การฟื้นฟูที่รวดเร็วและปลอดภัยจึงเป็นการดูแลคนในองค์กรไปพร้อมกัน

ทำไมวิธีที่ใช้กันบ่อยจึงยังไม่พอ

เช็ดน้ำยาเฉพาะพื้นผิวที่มองเห็น น้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้ในโรงงานได้ผลดีเมื่อสัมผัสเชื้อโดยตรงตามเวลาที่กำหนด แต่หลังน้ำท่วมเชื้อจำนวนมากซ่อนอยู่ในที่ที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง เช่น ช่องว่างเหนือฝ้า รอยต่อของแผ่นผนัง ช่องเดินสายไฟ ด้านหลังตู้ควบคุม และในท่อลม การเช็ดจึงลดเชื้อบนผิวได้ แต่ไม่ได้ตัดแหล่งที่เชื้อจะกลับมาใหม่

ใช้สารฟอกขาวเข้มข้นกับทุกอย่าง สารคลอรีนมีประโยชน์กับพื้นผิวแข็งบางชนิด แต่ความเข้มข้นสูงเกินไปอาจกัดกร่อนสแตนเลส ทำลายยาแนว ทิ้งกลิ่นและคราบ และประสิทธิภาพลดลงมากเมื่อมีคราบโคลนหรือสารอินทรีย์ตกค้าง อีกทั้งไม่สามารถลอยขึ้นไปฆ่าเชื้อในอากาศหรือในช่องที่ปิดทึบได้

เปิดพัดลมและเครื่องปรับอากาศเพื่อให้แห้งเร็ว การทำให้แห้งเป็นเรื่องจำเป็น แต่ถ้าเปิดระบบ AHU ที่เคยจมน้ำโดยไม่ได้ทำความสะอาดและเปลี่ยนแผ่นกรองก่อน ระบบจะพ่นสปอร์ราไปทั่วโรงงาน กลายเป็นการกระจายเชื้อให้ไปถึงห้องที่ไม่ได้ถูกน้ำท่วมด้วย

ทาสีหรือพ่นเคลือบทับร่องรอยเชื้อรา การปิดคราบให้พ้นตาอาจทำให้ห้องดูพร้อมตรวจ แต่เชื้อราใต้ผิวสียังคงมีชีวิต และจะกลับมาปรากฏเป็นจุดดำหรือกลิ่นอับในไม่กี่สัปดาห์ ที่แย่กว่านั้นคือทำให้ผู้ตรวจประเมินตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของการจัดการ

ใช้สเปรย์ปรับอากาศกลบกลิ่น ในโรงงานที่ผลิตเครื่องสำอางและอาหารเสริม สารหอมจากสเปรย์อาจปนเปื้อนผลิตภัณฑ์ได้เอง และไม่ได้กำจัดต้นเหตุของกลิ่นอับซึ่งมาจากเชื้อจุลินทรีย์เลย

การอบโอโซนจาก WHD: ขั้นตอนเสริมที่ช่วยให้พื้นที่ผลิตกลับมาพร้อมเร็วขึ้น

บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคาร ของ World Health Disinfection (WHD) ให้บริการทั้งบ้าน คอนโด โรงแรม สำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาล และโรงงาน โอโซน หรือ O3 เป็นก๊าซที่มีฤทธิ์ออกซิไดซ์สูง เมื่อปล่อยเข้าไปในพื้นที่ปิด ก๊าซจะแพร่กระจายไปทุกทิศทาง รวมถึงซอกมุม ช่องว่างเหนือฝ้า และจุดที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง โอโซนจะเข้าทำลายโครงสร้างเซลล์ของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึงสลายโมเลกุลที่ก่อให้เกิดกลิ่นอับ จากนั้นจะคืนสภาพกลับเป็นออกซิเจน หรือ O2 โดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องควบคุมสารปนเปื้อนอย่างโรงงาน GMP

ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง ระบบโอโซนของ WHD ผ่านการทดสอบและรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek สหราชอาณาจักร ว่าสามารถกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99% สามารถดูรายละเอียดได้ที่หน้า เอกสารรับรอง

สิ่งที่ต้องเข้าใจให้ตรงกันตั้งแต่ต้น การอบโอโซนเป็นขั้นตอนเสริม ไม่ได้แทนที่การตักโคลน การล้าง การทำให้แห้ง การเปลี่ยนวัสดุที่เสียหาย หรือขั้นตอนทำความสะอาดและฆ่าเชื้อตามเอกสารมาตรฐานของโรงงาน และไม่ได้แทนการตรวจติดตามสภาพแวดล้อมหรือการตัดสินใจปล่อยผ่านของฝ่ายประกันคุณภาพ โอโซนช่วยจัดการเชื้อในอากาศและในจุดอับที่เข้าถึงยาก เพื่อให้ผลการตรวจสภาพแวดล้อมรอบถัดไปมีโอกาสผ่านเกณฑ์ได้ดีขึ้น

ขั้นตอนการทำงานในโรงงาน

  1. สำรวจและแบ่งโซน ทีมงานเดินสำรวจร่วมกับฝ่ายวิศวกรรมและฝ่ายประกันคุณภาพ แบ่งพื้นที่ตามระดับความสะอาดและตามโซนของระบบปรับอากาศ ระบุห้องที่เคยจมน้ำ ห้องที่อยู่ใต้ลมเดียวกัน และจุดที่มีกลิ่นอับ
  2. ย้ายหรือปิดผนึกวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ทั้งหมด โอโซนเป็นสารออกซิไดซ์ จึงไม่ควรให้สัมผัสวัตถุดิบ ตัวยาสำคัญ สารสกัด น้ำหอม บรรจุภัณฑ์ปฐมภูมิ หรือผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ทุกอย่างต้องย้ายออกหรือเก็บในภาชนะปิดสนิทตามที่ฝ่ายประกันคุณภาพกำหนด
  3. ตรวจความพร้อมหลังการล้างและทำให้แห้ง พื้นที่ต้องผ่านการตักโคลน ล้าง และทำให้แห้งแล้ว วัสดุที่ดูดซับน้ำและเสียหาย เช่น ฝ้าที่บวม ฉนวนที่เปียก และแผ่นกรองชั้นแรก ควรรื้อเปลี่ยนก่อน
  4. ปิดพื้นที่และนำคน สัตว์ และต้นไม้ออกทั้งหมด ทุกห้องที่จะอบต้องไม่มีคนอยู่ ปิดประตู ติดป้ายห้ามเข้า และประสานกับฝ่ายความปลอดภัยเพื่อควบคุมการเข้าออก
  5. ปล่อยโอโซนให้เต็มพื้นที่ ใช้เครื่องที่เหมาะกับปริมาตรห้อง โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อโซน ขึ้นกับขนาดและสภาพพื้นที่ โดยสามารถวางแผนร่วมกับทีมวิศวกรรมให้ลมหมุนเวียนภายในโซนเพื่อให้โอโซนเข้าถึงท่อลมด้วย
  6. ช่วงเวลาสัมผัส ปล่อยให้โอโซนทำปฏิกิริยากับเชื้อและโมเลกุลกลิ่นตามเวลาที่กำหนด
  7. พักพื้นที่และระบายอากาศ รอให้โอโซนคืนสภาพเป็นออกซิเจนและระบายอากาศตามเวลาที่ทีมงานแนะนำ ก่อนอนุญาตให้คนกลับเข้าพื้นที่
  8. ส่งมอบให้ฝ่ายประกันคุณภาพ โรงงานดำเนินการตรวจติดตามสภาพแวดล้อมตามแผนของตนเอง เช่น จานเพาะเชื้อ การเก็บตัวอย่างอากาศ และการเก็บตัวอย่างพื้นผิว เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจกลับมาผลิต

10 เหตุผลที่โรงงานยา เครื่องสำอาง และอาหารเสริม เลือกอบโอโซนหลังน้ำท่วม

  1. เข้าถึงจุดที่มือเข้าไม่ถึง ก๊าซโอโซนแพร่ไปถึงช่องเหนือฝ้า รอยต่อผนัง และด้านหลังเครื่องจักร ซึ่งเป็นแหล่งซ่อนของเชื้อราหลังน้ำท่วม
  2. ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง โอโซนคืนสภาพเป็นออกซิเจน จึงไม่มีสารตกค้างที่อาจปนเปื้อนพื้นที่ผลิต ดูข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง โอโซนกับการลดสารเคมีตกค้าง
  3. ช่วยลดเชื้อในอากาศ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ทำให้สปอร์ราตกลงบนพื้นผิวในห้องสะอาด
  4. สลายกลิ่นอับจากต้นเหตุ ไม่ใช่กลบกลิ่น ซึ่งสำคัญมากในโรงงานเครื่องสำอางที่กลิ่นแปลกปลอมอาจส่งผลต่อผลิตภัณฑ์
  5. ผ่านการทดสอบจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek สหราชอาณาจักร
  6. ทำงานเป็นโซน สามารถทำทีละโซนตามลำดับที่ฝ่ายวิศวกรรมกำหนด ทำให้โซนที่พร้อมแล้วกลับมาใช้งานได้ก่อน
  7. รอบการทำงานสั้น ประมาณ 30 นาทีต่อโซน บวกช่วงพักพื้นที่ ช่วยให้แผนการกลับมาผลิตชัดเจนขึ้น
  8. ใช้กับพื้นที่ขนาดใหญ่ได้ ตั้งแต่คลังวัตถุดิบ ทางเดิน ห้องแต่งตัว ไปจนถึงสำนักงานในโรงงาน ผ่าน บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อสำหรับอาคาร
  9. ทำงานร่วมกับการฆ่าเชื้อแบบอื่นได้ ใช้คู่กับน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับพื้นผิวตามมาตรฐานของโรงงาน และหากงานอบโอโซนมีมูลค่าตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรีสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์
  10. ช่วยให้มีข้อมูลประกอบเอกสาร ทีมงานระบุวันที่ พื้นที่ และขั้นตอนที่ทำ เพื่อให้ฝ่ายประกันคุณภาพนำไปประกอบบันทึกการแก้ไขและป้องกันได้ สอบถามรายละเอียดได้ที่ หน้าบริการอบโอโซน

ก่อนอบโอโซน

  • ผลจานเพาะเชื้อพบเชื้อราเกินระดับที่ยอมรับได้หลายจุด
  • มีกลิ่นอับจากฝ้า ช่องลมกลับ และคลังวัตถุดิบ
  • พนักงานไอ จาม คัดจมูกเมื่อเข้าทำงานในบางโซน
  • ฝ่ายประกันคุณภาพไม่มั่นใจที่จะอนุมัติกลับมาผลิต
  • ลูกค้ารับจ้างผลิตโทรถามความคืบหน้าทุกวัน

หลังฟื้นฟูครบลำดับและอบโอโซน

  • กลิ่นอับลดลงชัดเจนในทุกโซนที่ทำ
  • พื้นที่พร้อมสำหรับการตรวจติดตามสภาพแวดล้อมรอบใหม่
  • ไม่มีสารเคมีตกค้างจากขั้นตอนอบโอโซน
  • มีข้อมูลขั้นตอนและพื้นที่ที่ทำ เพื่อประกอบเอกสาร
  • ทีมงานมีแผนกลับมาผลิตทีละโซนที่ชัดเจน

กรณีตัวอย่าง: โรงงานรับจ้างผลิตครีมและอาหารเสริมที่นนทบุรี

กรณีตัวอย่าง (สถานการณ์จำลองเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวที่ยืนยันตัวตน)

คุณเอ๋ ผู้จัดการโรงงานรับจ้างผลิตขนาดเล็กในจังหวัดนนทบุรี เล่าว่าโรงงานถูกน้ำท่วมเฉพาะชั้นล่างซึ่งเป็นคลังและห้องเครื่อง ส่วนห้องผลิตครีมอยู่ชั้นสอง ทีมงานคิดในตอนแรกว่าห้องผลิตไม่เป็นอะไร เพราะน้ำไม่ได้ขึ้นไปถึง แต่เมื่อตรวจติดตามสภาพแวดล้อม กลับพบเชื้อราสูงกว่าปกติในห้องผลิตชั้นบน เพราะระบบลมทั้งอาคารใช้ AHU ตัวเดียวที่ตั้งอยู่ชั้นล่าง

ลำดับที่โรงงานทำ คือ หยุดเดินระบบลม รื้อแผ่นกรองชั้นแรกและฉนวนที่เปียกออก ให้ผู้รับเหมาระบบปรับอากาศทำความสะอาดคอยล์และถาดน้ำทิ้ง ล้างและทำให้คลังแห้งด้วยเครื่องลดความชื้น ย้ายวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดออก จากนั้นจึงนัดทีม WHD เข้าอบโอโซนทีละโซน เริ่มจากห้องเครื่องและคลัง ต่อด้วยทางเดินและห้องผลิต เมื่อพักพื้นที่และระบายอากาศแล้ว ฝ่ายควบคุมคุณภาพจึงตรวจติดตามสภาพแวดล้อมใหม่ตามแผน

สิ่งที่คุณเอ๋บอกว่าได้เรียนรู้ คือ "ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ห้องที่น้ำท่วมอย่างเดียว แต่อยู่ที่ทุกห้องที่ใช้ลมร่วมกัน" และการทำงานเป็นลำดับทำให้ทั้งทีมรู้ว่าวันไหนโซนไหนพร้อม ลดความสับสนและลดการทำงานซ้ำ

เช็กลิสต์ฟื้นฟูโรงงาน GMP หลังน้ำท่วม

ระยะที่ 1: ความปลอดภัยและการประเมิน

  • ตัดไฟในโซนที่ถูกน้ำท่วมและให้ช่างไฟฟ้าตรวจก่อนเปิดใช้งาน
  • สวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง หน้ากาก และแว่นตาป้องกันขณะล้างโคลน
  • เปิดบันทึกความเบี่ยงเบนและประเมินความเสี่ยงตั้งแต่วันแรก ถ่ายภาพระดับน้ำและความเสียหายไว้เป็นหลักฐาน
  • กักวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์ที่อาจสัมผัสน้ำหรือความชื้นไว้ก่อน รอการประเมิน

ระยะที่ 2: รื้อ ล้าง และทำให้แห้ง

  • รื้อวัสดุที่ดูดซับน้ำ เช่น ฝ้าที่บวม ฉนวน กล่องกระดาษ และพาเลตไม้ที่เปียก
  • ล้างพื้นผิวแข็งด้วยผงซักฟอกหรือน้ำยาทำความสะอาดก่อน แล้วจึงฆ่าเชื้อตามเอกสารมาตรฐาน
  • ใช้เครื่องลดความชื้นและระบายอากาศ ตามคำแนะนำทั่วไปของหน่วยงานสาธารณสุขว่าควรทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงเพื่อจำกัดเชื้อรา
  • หยุดระบบลมที่เคยจมน้ำ ทำความสะอาด AHU เปลี่ยนแผ่นกรอง และตรวจท่อลมก่อนเปิดใช้
  • ประเมินระบบน้ำร่วมกับฝ่ายวิศวกรรม ทั้งปั๊ม ถังเก็บ และท่อ ก่อนนำกลับมาใช้

ระยะที่ 3: ก่อนวันอบโอโซน

  • ย้ายวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์ออก หรือปิดผนึกตามที่ฝ่ายประกันคุณภาพกำหนด
  • สอบถามทีมงานเรื่องวัสดุที่ไวต่อสารออกซิไดซ์ เช่น ยางบางชนิด และอุปกรณ์ที่ผู้ผลิตแนะนำให้ป้องกัน
  • แจ้งพนักงานทุกกะเรื่องเวลาปิดพื้นที่ และให้ทุกคนออกจากโซนที่จะอบ

ระยะที่ 4: หลังอบโอโซน

  • เข้าพื้นที่หลังพ้นช่วงพักและระบายอากาศตามที่ทีมงานแจ้งเท่านั้น
  • ตรวจติดตามสภาพแวดล้อมตามแผนของโรงงาน และทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสผลิตภัณฑ์ตามขั้นตอนก่อนเริ่มผลิต
  • ปิดบันทึกความเบี่ยงเบนพร้อมแนวทางป้องกัน เช่น ย้ายอุปกรณ์สำคัญขึ้นที่สูง หรือทำแผงกั้นน้ำ
  • สังเกตอาการของพนักงาน หากมีไข้ ปวดน่อง ท้องร่วง หรือไอเรื้อรัง ให้พบแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

1. อบโอโซนแล้วสามารถกลับมาผลิตได้ทันทีหรือไม่

ไม่ควรตัดสินจากการอบโอโซนเพียงอย่างเดียว การกลับมาผลิตเป็นการตัดสินใจของฝ่ายประกันคุณภาพ ซึ่งควรอาศัยผลการตรวจติดตามสภาพแวดล้อม สภาพระบบน้ำ ระบบอากาศ และการทำความสะอาดอุปกรณ์ตามขั้นตอนมาตรฐานของโรงงาน การอบโอโซนเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่ช่วยให้พื้นที่มีโอกาสผ่านเกณฑ์ได้ดีขึ้น

2. ต้องย้ายวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ออกทั้งหมดจริงหรือ

ควรย้ายออกหรือปิดผนึกอย่างมิดชิด เพราะโอโซนเป็นสารออกซิไดซ์ที่อาจทำปฏิกิริยากับสารสำคัญ น้ำมันหอมระเหย สารสกัด และบรรจุภัณฑ์บางชนิด การปกป้องวัตถุดิบจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญของงาน

3. ระหว่างอบโอโซนพนักงานทำงานในโซนอื่นได้ไหม

ได้ หากโซนนั้นแยกกันอย่างชัดเจนและไม่ใช้ระบบลมร่วมกันกับโซนที่กำลังอบ ส่วนโซนที่อบต้องว่างเปล่า ไม่มีคน สัตว์ หรือต้นไม้ และเข้าได้หลังพ้นช่วงพักพื้นที่เท่านั้น

4. ใช้เวลานานเท่าไร

โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน ยังไม่รวมเวลาเตรียมพื้นที่และช่วงพักระบายอากาศ โรงงานขนาดใหญ่มักแบ่งทำเป็นหลายโซนตามลำดับ

5. โอโซนแทนการเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศหรือล้างท่อลมได้ไหม

ไม่ได้ แผ่นกรองที่เปียกหรือขึ้นราต้องเปลี่ยน และส่วนประกอบของระบบปรับอากาศที่จมน้ำต้องทำความสะอาดโดยช่างผู้เชี่ยวชาญก่อน โอโซนเป็นขั้นตอนที่ช่วยจัดการเชื้อที่เหลือในพื้นที่และในอากาศหลังจากนั้น

6. มีเอกสารยืนยันผลการทดสอบหรือไม่

บริษัทมีเอกสารรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek สหราชอาณาจักร ซึ่งเปิดให้ดูได้ที่หน้าเอกสารรับรองบนเว็บไซต์ ทั้งนี้ผลในแต่ละโรงงานควรยืนยันด้วยการตรวจติดตามสภาพแวดล้อมของโรงงานเอง

7. พนักงานที่ช่วยล้างโคลนแล้วมีไข้ควรทำอย่างไร

ควรพบแพทย์ทันทีและแจ้งว่าได้สัมผัสน้ำท่วม โดยเฉพาะหากมีไข้สูง ปวดศีรษะ หรือปวดกล้ามเนื้อน่อง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคฉี่หนู การอบโอโซนเป็นการจัดการพื้นที่ ไม่ใช่การรักษาอาการเจ็บป่วย

อย่าให้เชื้อที่มองไม่เห็น เป็นเหตุให้ไลน์ผลิตหยุดนานกว่าที่ควร

ปรึกษาทีม WHD เพื่อวางแผนอบโอโซนเป็นโซน ให้สอดคล้องกับแผนฟื้นฟูโรงงานของคุณ

ขอคำปรึกษาบริการอบโอโซนสำหรับโรงงาน

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com

#อบโอโซน #บริการอบโอโซน #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #โอโซนฆ่าเชื้อ #น้ำท่วม #โรงงานGMP #โรงงานผลิตยา #โรงงานเครื่องสำอาง

คำค้นหา: อบโอโซนโรงงาน GMP หลังน้ำท่วม, ฆ่าเชื้อโรงงานผลิตยาหลังน้ำท่วม, โรงงานเครื่องสำอางน้ำท่วม, โรงงานอาหารเสริมน้ำท่วม, เชื้อราในระบบปรับอากาศโรงงาน, ฟื้นฟูห้องสะอาดหลังน้ำท่วม, บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้