ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำหลังน้ำท่วม: ดูแลผู้ป่วยเคมีบำบัด ฟอกไต และปลูกถ่ายอวัยวะในบ้าน ให้ปลอดภัยจากเชื้อราและเชื้อโรคที่มากับน้ำ

Last updated: 30 ก.ย. 2569  |  18 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำหลังน้ำท่วม: ดูแลผู้ป่วยเคมีบำบัด ฟอกไต และปลูกถ่ายอวัยวะในบ้าน ให้ปลอดภัยจากเชื้อราและเชื้อโรคที่มากับน้ำ

ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำหลังน้ำท่วม: ดูแลผู้ป่วยเคมีบำบัด ฟอกไต และปลูกถ่ายอวัยวะในบ้าน ให้ปลอดภัยจากเชื้อราและเชื้อโรคที่มากับน้ำ

สำหรับคนทั่วไป เชื้อราบนผนังหลังน้ำท่วมอาจหมายถึงอาการจามหรือคัดจมูก แต่สำหรับผู้ป่วยที่กำลังรับเคมีบำบัด ผู้ป่วยฟอกไต หรือผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะและต้องกินยากดภูมิคุ้มกันทุกวัน เชื้อราชนิดเดียวกันอาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่ปอดหรือกระแสเลือดซึ่งรุนแรงถึงชีวิต บ้านที่มีผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงต้องใช้มาตรฐานการฟื้นฟูหลังน้ำท่วมที่สูงกว่าบ้านทั่วไป บทความนี้เขียนขึ้นสำหรับญาติและผู้ดูแล เพื่ออธิบายว่าเชื้อชนิดใดที่เป็นภัยต่อผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ สัญญาณอันตรายใดที่ต้องพาไปโรงพยาบาลทันที ควรเตรียมบ้านอย่างไรร่วมกับทีมแพทย์ และการอบโอโซนฆ่าเชื้อช่วยได้ตรงไหนในฐานะขั้นตอนสุดท้ายก่อนผู้ป่วยกลับบ้าน

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย: คุณพ่อที่รับเคมีบำบัดในสุโขทัย กับบ้านที่เพิ่งพ้นน้ำ

(กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายสถานการณ์ ไม่ได้อ้างอิงบุคคลหรือครอบครัวใดโดยเฉพาะ)

ลุงสมหมายอายุหกสิบสองปี อาศัยอยู่กับลูกสาวชื่อเกดในบ้านไม้สองชั้นริมแม่น้ำยม จังหวัดสุโขทัย ลุงกำลังรับเคมีบำบัดรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองเป็นรอบที่สี่จากทั้งหมดหกรอบ เมื่อน้ำยมเอ่อล้นเข้าท่วมชั้นล่างสูงเกือบหนึ่งเมตร เกดพาพ่อไปพักที่บ้านน้าในตัวเมือง ส่วนตัวเธอกลับมาดูบ้านทุกวัน

น้ำท่วมอยู่สิบวัน เมื่อน้ำลด ชั้นล่างเต็มไปด้วยโคลน ผนังปูนเริ่มมีคราบดำ ฝ้าเพดานชั้นล่างบวมและมีกลิ่นอับ ชั้นบนซึ่งเป็นห้องนอนของลุงไม่โดนน้ำ แต่เกดสังเกตว่าเริ่มมีกลิ่นอับลอยขึ้นมาตามบันได และมีจุดราขึ้นที่มุมผนังห้องนอนด้านที่ติดกับห้องน้ำ

สิ่งที่ทำให้เกดกังวลที่สุดคือคำเตือนของพยาบาลประจำหน่วยเคมีบำบัด ว่าช่วงหลังให้ยาแต่ละรอบ เม็ดเลือดขาวของลุงจะต่ำมาก และถ้ามีไข้ต้องรีบมาโรงพยาบาลทันที ลุงเองอยากกลับบ้านเพราะอึดอัดที่ต้องพักบ้านคนอื่น แต่เกดไม่แน่ใจว่าการเช็ดผนังด้วยน้ำยาฟอกขาวและเปิดพัดลมจะพอหรือไม่ ถ้าลุงกลับมาแล้วติดเชื้อราในปอดหรือติดเชื้อในกระแสเลือด ผลที่ตามมาอาจรุนแรงเกินกว่าจะรับไหว

สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับหลายครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยฟอกไตทางช่องท้องที่บ้านในอุบลราชธานี ผู้ที่เพิ่งปลูกถ่ายไตในปทุมธานี หรือผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดในเชียงใหม่ ทุกบ้านต้องการคำตอบเดียวกัน คือจะทำให้บ้านปลอดภัยพอสำหรับคนที่ร่างกายสู้เชื้อโรคได้น้อยกว่าคนอื่นได้อย่างไร

ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำคือใคร และทำไมน้ำท่วมจึงอันตรายเป็นพิเศษ

ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำหมายถึงร่างกายมีความสามารถในการต่อสู้กับเชื้อโรคลดลง ไม่ว่าจะจากตัวโรคหรือจากการรักษา กลุ่มที่พบบ่อยในบ้านไทยได้แก่

  • ผู้ป่วยมะเร็งที่รับเคมีบำบัด ยาเคมีบำบัดหลายชนิดทำให้เม็ดเลือดขาวชนิดนิวโทรฟิลลดต่ำในช่วงหลังให้ยา ช่วงนี้ร่างกายแทบไม่มีด่านป้องกันเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา
  • ผู้ป่วยโรคไตที่ฟอกไต ทั้งการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมที่ต้องไปโรงพยาบาลหรือศูนย์ไตเทียมเป็นประจำ และการล้างไตทางช่องท้องที่ทำเองที่บ้าน ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังมีภูมิคุ้มกันลดลง และมีช่องทางที่เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ เช่น เส้นฟอกเลือด สายสวน หรือสายล้างไตทางช่องท้อง
  • ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะหรือไขกระดูก ต้องกินยากดภูมิคุ้มกันต่อเนื่องเพื่อป้องกันการปฏิเสธอวัยวะ ซึ่งทำให้ติดเชื้อง่ายและอาการอาจไม่ชัดเจน
  • ผู้ที่ใช้ยาสเตียรอยด์หรือยากดภูมิคุ้มกันระยะยาว เช่น ผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเอง และผู้ติดเชื้อที่ภูมิคุ้มกันยังไม่ฟื้นตัว

1. เชื้อราในอากาศ ภัยเงียบอันดับหนึ่ง

บ้านที่แช่น้ำจะมีเชื้อราหลายชนิดเติบโตตามผนัง ฝ้า ใต้พื้น ในตู้ไม้ และในเครื่องปรับอากาศ เชื้อราบางกลุ่ม เช่น แอสเปอร์จิลลัส เป็นที่ทราบกันดีในทางการแพทย์ว่าสปอร์ขนาดเล็กของมันสามารถเข้าไปลึกถึงปอด ในคนที่ภูมิคุ้มกันปกติ ร่างกายกำจัดได้ แต่ในผู้ป่วยที่เม็ดเลือดขาวต่ำหรือกินยากดภูมิคุ้มกัน สปอร์อาจก่อการติดเชื้อราที่ปอดหรือลุกลามไปอวัยวะอื่น ซึ่งรักษายากและเป็นอันตรายร้ายแรง ด้วยเหตุนี้ โรงพยาบาลหลายแห่งจึงให้ความสำคัญกับการควบคุมฝุ่นและความชื้นในหอผู้ป่วยกลุ่มนี้เป็นพิเศษ

2. แบคทีเรียจากน้ำเสียและโคลน

น้ำท่วมมักปนน้ำจากท่อระบายน้ำและบ่อเกรอะ แบคทีเรียที่มาจากอุจจาระและแบคทีเรียที่ชอบความชื้นจะเกาะอยู่ตามพื้นผิวและในท่อน้ำ แบคทีเรียบางชนิดที่อยู่ในน้ำและดินแทบไม่ทำอันตรายคนแข็งแรง แต่สามารถก่อการติดเชื้อรุนแรงในผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ โดยเฉพาะผ่านบาดแผล สายสวน หรือการหายใจเอาละอองน้ำที่ปนเปื้อน

3. โรคติดเชื้อทางเดินอาหาร

ท้องร่วงและอาเจียนจากน้ำหรืออาหารปนเปื้อนทำให้ร่างกายขาดน้ำ ซึ่งเป็นอันตรายเป็นพิเศษต่อผู้ป่วยโรคไตและผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายไต เพราะการขาดน้ำกระทบการทำงานของไต และอาการท้องร่วงยังอาจทำให้ระดับยากดภูมิคุ้มกันในเลือดเปลี่ยนแปลงได้

4. โรคฉี่หนูและบาดแผลติดเชื้อ

เชื้อเลปโตสไปราจากปัสสาวะหนูเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผลหรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน อาการคือไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง ตาแดง ในผู้ป่วยโรคไต โรคนี้อาจทำให้ไตแย่ลงอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำจึงไม่ควรลุยน้ำหรือสัมผัสโคลนเลย ส่วนบาดแผลเล็ก ๆ ที่คนทั่วไปมองข้าม อาจลุกลามเป็นการติดเชื้อที่ผิวหนังและเนื้อเยื่อได้เร็วในผู้ป่วยกลุ่มนี้

5. การรักษาที่หยุดชะงัก

น้ำท่วมทำให้การเดินทางไปฟอกไตตามนัดยากขึ้น ยาและอุปกรณ์การแพทย์อาจเปียกน้ำหรือสูญหาย น้ำยาล้างไตทางช่องท้องที่วางไว้บนพื้นอาจโดนน้ำจนใช้ไม่ได้ การขาดการฟอกไตหรือขาดยากดภูมิคุ้มกันแม้เพียงไม่กี่วันก็อาจเป็นอันตรายร้ายแรง ครอบครัวจึงต้องติดต่อทีมรักษาให้เร็วที่สุดเพื่อวางแผนร่วมกัน

สัญญาณอันตรายที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที: ไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียส หนาวสั่น โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อยู่ในช่วงหลังให้เคมีบำบัด ไอ หายใจเหนื่อย เจ็บหน้าอก ท้องร่วงหรืออาเจียนจนดื่มน้ำไม่ได้ ปัสสาวะน้อยลงผิดปกติ ปวดน่อง น้ำยาล้างไตที่ปล่อยออกมาขุ่น ปวดท้อง บริเวณเส้นฟอกเลือดหรือสายสวนบวมแดงร้อนหรือมีหนอง แผลบวมแดงลุกลาม ให้ติดต่อทีมรักษาหรือไปโรงพยาบาลทันที และแจ้งว่าเพิ่งสัมผัสพื้นที่น้ำท่วม อย่ารอดูอาการ

ผลกระทบที่ครอบครัวต้องแบกรับ

ด้านสุขภาพ

การติดเชื้อในผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำไม่ได้หมายถึงแค่ไข้ไม่กี่วัน แต่อาจหมายถึงการนอนโรงพยาบาลนาน ต้องเลื่อนเคมีบำบัดรอบถัดไปซึ่งกระทบผลการรักษามะเร็ง การติดเชื้อที่ช่องท้องในผู้ป่วยล้างไต หรือความเสี่ยงต่ออวัยวะที่ได้รับการปลูกถ่าย

ด้านการเงิน

ค่ารักษาการติดเชื้อรุนแรง ค่ายาต้านเชื้อรา ค่าห้องแยกโรค ค่าที่พักชั่วคราวใกล้โรงพยาบาล และค่าเดินทางไปฟอกไตในช่วงที่ถนนยังใช้การไม่ได้ รวมกันแล้วเป็นภาระหนักสำหรับครอบครัวที่ต้องจ่ายค่ารักษาโรคเรื้อรังอยู่แล้ว

ด้านเวลา

ผู้ดูแลต้องแบ่งเวลาระหว่างการพาผู้ป่วยไปรักษา การฟื้นฟูบ้าน และการทำงานหาเลี้ยงครอบครัว เมื่อทุกอย่างเกิดพร้อมกันหลังน้ำท่วม ความเหนื่อยล้าสะสมจนผู้ดูแลเองก็เสี่ยงเจ็บป่วย

ด้านจิตใจ

ผู้ป่วยหลายคนรู้สึกเป็นภาระ และอยากกลับบ้านเร็ว ๆ ขณะที่ครอบครัวกลัวว่าบ้านจะไม่ปลอดภัยพอ ความตึงเครียดนี้ลดลงได้ด้วยแผนที่ชัดเจน มีเกณฑ์ว่าบ้านต้องพร้อมแค่ไหน และมีคำแนะนำจากทีมแพทย์ประกอบการตัดสินใจ

ทำไมการทำความสะอาดแบบบ้านทั่วไปจึงไม่พอสำหรับผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ

  • เช็ดผนังที่ขึ้นราด้วยน้ำยาฟอกขาว ช่วยฆ่าเชื้อบนพื้นผิวที่เช็ดถึง แต่การขัดผนังที่มีราทำให้สปอร์ฟุ้งขึ้นในอากาศ และน้ำยาไม่ได้จัดการสปอร์ที่ลอยอยู่แล้วหรือที่ซ่อนอยู่ในฝ้าและหลังตู้
  • เปิดพัดลมเป่าบ้านให้แห้ง ช่วยลดความชื้น แต่พัดสปอร์ให้กระจายไปทั่วบ้าน รวมถึงห้องนอนที่เตรียมไว้ให้ผู้ป่วย
  • ทำความสะอาดแค่ห้องผู้ป่วย สปอร์เชื้อราเดินทางตามลม บันได และระบบปรับอากาศ ห้องเดียวที่สะอาดในบ้านที่ยังมีราอยู่ทั่วไปไม่เพียงพอ
  • ใช้สเปรย์ปรับอากาศหรือธูปหอม กลบกลิ่นได้ชั่วคราว แต่เพิ่มสารระคายเคืองในอากาศ ซึ่งไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่ปอดอ่อนแอ
  • ทาสีทับคราบรา เชื้อรายังเติบโตอยู่ใต้สี และกลิ่นสีใหม่ก็ระคายเคืองทางเดินหายใจ
  • ให้ผู้ป่วยกลับบ้านทันทีที่บ้านดูสะอาด บ้านที่ดูสะอาดอาจยังชื้นอยู่ภายในผนังและพื้น และเชื้อราจะกลับมาภายในไม่กี่วัน

บ้านของผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำต้องการกระบวนการที่ลดทั้งเชื้อบนพื้นผิวและเชื้อในอากาศ ทำขณะที่ผู้ป่วยไม่อยู่ในบ้าน และไม่ทิ้งสารเคมีที่ระคายเคืองไว้ให้ผู้ป่วยต้องหายใจเมื่อกลับมา

คำตอบ: บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อจาก World Health Disinfection

โอโซน หรือ O3 เป็นก๊าซที่มีคุณสมบัติออกซิไดซ์สูง เมื่อปล่อยในพื้นที่ปิด โอโซนจะกระจายไปทั่วทุกซอกมุม รวมถึงอากาศทั้งห้อง ทำลายโครงสร้างเซลล์ของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมทั้งแตกโมเลกุลของกลิ่นอับ แล้วสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O2) โดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง การที่โอโซนเป็นก๊าซทำให้มันไปถึงสปอร์ที่ลอยอยู่ในอากาศและซ่อนอยู่ในจุดที่การเช็ดถูเข้าไม่ถึง ซึ่งเป็นจุดอ่อนของการทำความสะอาดแบบปกติ

บริการอบโอโซนของ WHD ได้รับการทดสอบและรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ Intertek ประเทศอังกฤษ ในการกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา 99.99% ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง และให้บริการทั้งบ้านพักอาศัย คอนโด โรงแรม สำนักงาน โรงงาน โรงเรียน และโรงพยาบาล

หลักสำคัญสำหรับบ้านที่มีผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ

การอบโอโซนเป็นส่วนหนึ่งของการลดเชื้อในสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่การรักษาหรือป้องกันโรคในตัวผู้ป่วย และไม่ได้ทดแทนคำแนะนำของแพทย์ โอโซนระคายเคืองทางเดินหายใจเมื่อหายใจเข้าไปในความเข้มข้นสูง จึงต้องทำในพื้นที่ว่างเปล่าเท่านั้น สำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ เราแนะนำให้พักอยู่ที่อื่นตลอดช่วงรื้อ ล้าง และอบโอโซน และกลับบ้านเมื่อทุกขั้นตอนเสร็จ พักห้อง และระบายอากาศแล้ว โดยปรึกษาทีมแพทย์ถึงเวลาที่เหมาะสมด้วย

ขั้นตอนการทำงาน

  1. สำรวจและวางลำดับ ทีมงานประเมินทั้งบ้าน จุดที่มีเชื้อรา และความชื้น พร้อมจัดลำดับให้ห้องนอนผู้ป่วย ห้องน้ำ ครัว และพื้นที่เตรียมยาหรือเปลี่ยนน้ำยาล้างไตได้รับความสำคัญก่อน
  2. ครอบครัวหรือช่างเตรียมพื้นที่ ขนโคลน ทิ้งวัสดุที่แช่น้ำ รื้อฝ้าและวัสดุที่บวมน้ำ ล้าง และทำให้บ้านแห้งก่อน โดยผู้ป่วยไม่อยู่ในบ้าน
  3. ปิดพื้นที่และปล่อยโอโซน ต้องไม่มีคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้อยู่ในพื้นที่ ปิดประตูหน้าต่าง เปิดตู้และลิ้นชัก แล้วปล่อยโอโซน
  4. ระยะสัมผัส หนึ่งรอบใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อโซน ขึ้นกับขนาดพื้นที่
  5. พักห้องและระบายอากาศ รอให้โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน แล้วเปิดระบายอากาศ
  6. ส่งมอบและแนะนำ ทีมงานแจ้งเวลาที่กลับเข้าได้อย่างปลอดภัย และให้คำแนะนำการควบคุมความชื้นเพื่อไม่ให้เชื้อรากลับมา

ความปลอดภัยต้องมาก่อน: การอบโอโซนทำในพื้นที่ปิดและว่างเปล่าเท่านั้น คน โดยเฉพาะผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้สูงอายุ เด็ก และหญิงตั้งครรภ์ รวมถึงสัตว์เลี้ยงและต้นไม้ ต้องออกจากพื้นที่ และกลับเข้าได้หลังช่วงพักห้องและระบายอากาศเท่านั้น โอโซนเป็นขั้นตอนหลังการขนโคลน ล้าง และทำให้แห้ง ไม่ได้ใช้แทนการทำความสะอาด การรักษา หรือคำแนะนำของแพทย์

10 เหตุผลที่ครอบครัวผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำเลือกอบโอโซนก่อนผู้ป่วยกลับบ้าน

  1. ลดสปอร์เชื้อราในอากาศ ซึ่งเป็นความเสี่ยงสำคัญของผู้ป่วยที่เม็ดเลือดขาวต่ำหรือกินยากดภูมิคุ้มกัน
  2. เข้าถึงจุดที่การเช็ดทำไม่ได้ เหนือฝ้า หลังตู้ ใต้เตียง และในซอกเฟอร์นิเจอร์
  3. ไม่ทิ้งสารเคมีระคายเคือง โอโซนสลายตัวเป็นออกซิเจน ผู้ป่วยที่ปอดอ่อนแอไม่ต้องหายใจกลิ่นน้ำยาที่ค้างอยู่
  4. ผู้ป่วยไม่ต้องอยู่ระหว่างทำงาน ทุกขั้นตอนทำขณะที่ผู้ป่วยพักที่อื่นอย่างปลอดภัย
  5. ครอบคลุมทั้งบ้าน ไม่ใช่แค่ห้องเดียว ลดโอกาสที่สปอร์จากห้องอื่นจะลอยมาถึงห้องผู้ป่วย
  6. มีผลทดสอบรองรับ ผ่านการทดสอบจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek ประเทศอังกฤษ กำจัดเชื้อ 99.99% ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง ดูรายละเอียดที่ บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย
  7. มีประสบการณ์กับสถานพยาบาล ทีมงานให้บริการทั้งบ้านพักอาศัยและโรงพยาบาล จึงเข้าใจความสำคัญของการควบคุมเชื้อในสิ่งแวดล้อม
  8. ใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 30 นาทีต่อโซน ช่วยให้วางแผนวันกลับบ้านให้สอดคล้องกับนัดรักษาได้ นัดหมายอบโอโซน
  9. ลดความกังวลของผู้ดูแล มีขั้นตอนที่ชัดเจน รู้ว่าบ้านผ่านการลดเชื้อในอากาศแล้วก่อนผู้ป่วยกลับ
  10. มีสิ่งช่วยดูแลต่อเนื่อง หากงานอบโอโซนมีมูลค่าตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรีสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์สำหรับเช็ดจุดสัมผัสบ่อยหลังผู้ป่วยกลับบ้าน ดูรายละเอียดบริการ

ก่อนและหลังอบโอโซน

ก่อน

  • กลิ่นอับลอยขึ้นบันไดถึงห้องนอนผู้ป่วย
  • จุดราที่มุมผนัง ฝ้าบวม และตู้ไม้ขึ้นรา
  • ขัดผนังแล้วสปอร์ฟุ้งไปทั่วบ้าน
  • กลิ่นน้ำยาฟอกขาวค้างอยู่หลายวัน
  • ผู้ป่วยต้องพักบ้านญาติโดยไม่รู้กำหนดกลับ
  • ผู้ดูแลกังวลว่าบ้านจะทำให้ผู้ป่วยติดเชื้อ

หลัง

  • กลิ่นอับจากเชื้อราลดลงอย่างชัดเจน
  • เชื้อในอากาศและบนพื้นผิวที่โอโซนเข้าถึงลดลง
  • ไม่มีกลิ่นหรือคราบสารเคมีตกค้าง
  • ห้องนอนผู้ป่วยพร้อมจัดของกลับเข้าที่
  • ครอบครัววางแผนวันกลับบ้านร่วมกับทีมแพทย์ได้
  • ผู้ดูแลอุ่นใจขึ้นเมื่อพาผู้ป่วยกลับบ้าน

กรณีตัวอย่าง: คุณวิทย์ ผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องที่บ้านในปทุมธานี

(กรณีตัวอย่างเพื่อประกอบความเข้าใจ ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้าที่ยืนยันตัวตน)

คุณวิทย์อายุห้าสิบห้าปี เป็นผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ล้างไตทางช่องท้องด้วยตัวเองที่บ้านวันละหลายรอบ อาศัยอยู่กับภรรยาชื่อแอนในทาวน์เฮาส์ย่านคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เมื่อน้ำท่วมชั้นล่างสูงประมาณครึ่งเมตร กล่องน้ำยาล้างไตที่เก็บไว้ชั้นล่างบางส่วนโดนน้ำ

สิ่งแรกที่แอนทำคือโทรหาพยาบาลประจำคลินิกล้างไต ได้รับคำแนะนำให้แยกถุงน้ำยาที่กล่องเปียกหรือสัมผัสน้ำท่วมออกและไม่ใช้ แจ้งขอรับน้ำยาชุดใหม่ และย้ายคุณวิทย์ไปพักที่บ้านพี่ชายซึ่งน้ำไม่ท่วม พร้อมจัดมุมเปลี่ยนน้ำยาที่สะอาดและแห้งที่นั่นชั่วคราว

ระหว่างนั้น แอนจ้างช่างมาขนโคลน รื้อไม้บัวและตู้ใต้บันไดที่บวมน้ำ ล้างพื้นและผนัง และเปิดเครื่องลดความชื้นหลายวัน เมื่อบ้านแห้งแล้ว เธอติดต่อทีม WHD ให้อบโอโซนทั้งบ้าน โดยให้ความสำคัญกับห้องนอนชั้นบนที่คุณวิทย์ใช้เปลี่ยนน้ำยาและห้องน้ำ ระหว่างอบไม่มีใครอยู่ในบ้าน หลังพักห้องและระบายอากาศ กลิ่นอับที่เคยลอยขึ้นมาถึงชั้นบนลดลงอย่างเห็นได้ชัด

แอนเช็ดโต๊ะเปลี่ยนน้ำยาและจุดสัมผัสบ่อยอีกครั้งตามวิธีที่คลินิกสอน จัดเก็บน้ำยาชุดใหม่บนชั้นที่ยกสูงจากพื้น แล้วจึงพาคุณวิทย์กลับบ้านหลังจากปรึกษาพยาบาลแล้ว ทั้งคู่ติดสติกเกอร์สัญญาณอันตรายไว้ข้างเตียง เช่น น้ำยาที่ปล่อยออกมาขุ่น ปวดท้อง หรือมีไข้ ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที บทเรียนที่แอนเล่าคือ การโทรหาทีมรักษาเป็นอย่างแรก ช่วยให้ทุกการตัดสินใจหลังจากนั้นง่ายขึ้นมาก

เช็กลิสต์สำหรับครอบครัวที่มีผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ

ติดต่อทีมรักษาเป็นอย่างแรก

  • แจ้งแพทย์หรือพยาบาลประจำตัวว่าบ้านถูกน้ำท่วม และสอบถามว่าผู้ป่วยควรพักที่ไหน กลับบ้านได้เมื่อไร
  • ผู้ป่วยฟอกเลือด ยืนยันนัดและหาศูนย์ไตเทียมสำรองหากเดินทางไม่ได้ อย่าขาดการฟอกไตโดยไม่แจ้งทีมรักษา
  • ผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้อง แยกน้ำยาและอุปกรณ์ที่โดนน้ำออก ขอรับชุดใหม่ และจัดมุมเปลี่ยนน้ำยาที่สะอาดและแห้ง
  • ผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะ ตรวจว่ามียากดภูมิคุ้มกันพอ ห้ามหยุดยาเอง หากยาเปียกหรือหาย ให้แจ้งทีมรักษาทันที
  • ผู้ป่วยเคมีบำบัด ถามทีมรักษาว่าช่วงเม็ดเลือดขาวต่ำคือวันไหน และวางแผนไม่ให้ผู้ป่วยกลับบ้านที่ยังไม่พร้อมในช่วงนั้น
  • เก็บเบอร์โทรฉุกเฉินของหน่วยรักษาและสมุดประจำตัวผู้ป่วยไว้กับตัวเสมอ

ระหว่างผู้ป่วยพักที่อื่น

  • ดื่มน้ำต้มสุกหรือน้ำบรรจุขวดที่ปิดสนิท กินอาหารปรุงสุกใหม่
  • ล้างมือบ่อย ๆ และสวมหน้ากากเมื่ออยู่ในที่ชุมชน
  • ผู้ป่วยไม่เข้าไปในบ้านที่กำลังทำความสะอาด ไม่ลุยน้ำ ไม่สัมผัสโคลน และไม่ทำสวน
  • วัดไข้ทุกวัน และไปโรงพยาบาลทันทีเมื่อพบสัญญาณอันตราย

การเตรียมบ้านก่อนอบโอโซน

  • ให้ช่างไฟตรวจระบบไฟฟ้าก่อนเปิดใช้งาน
  • ผู้ทำความสะอาดสวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง และหน้ากาก N95
  • ขนโคลนออก ทิ้งที่นอน พรม หมอน และเฟอร์นิเจอร์บุนวมที่แช่น้ำ
  • รื้อฝ้า ไม้บัว และผนังเบาที่บวมน้ำหรือขึ้นรา แทนที่จะเช็ดหรือทาสีทับ
  • ทิ้งอาหารที่สัมผัสน้ำท่วมและอาหารในตู้เย็นที่ไฟดับนาน
  • ล้างพื้นผิวด้วยน้ำสบู่ แล้วฆ่าเชื้อตามฉลาก ไม่ผสมน้ำยาหลายชนิด
  • ล้างเครื่องปรับอากาศโดยช่าง และเปลี่ยนแผ่นกรอง
  • ทำให้บ้านแห้งด้วยเครื่องลดความชื้นและการระบายอากาศหลายวัน

วันอบโอโซนและก่อนผู้ป่วยกลับบ้าน

  • ทุกคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออกจากพื้นที่
  • เปิดตู้ ลิ้นชัก และประตูห้องด้านใน
  • กลับเข้าบ้านหลังพักห้องและระบายอากาศตามที่ทีมงานแจ้งเท่านั้น
  • ซักผ้าปูที่นอนและผ้าม่านใหม่ ตากให้แห้งสนิท
  • เช็ดจุดสัมผัสบ่อยและพื้นที่เตรียมยาหรือเปลี่ยนน้ำยาล้างไตอีกครั้ง
  • ไม่วางต้นไม้ในกระถางหรือกองดินในห้องนอนผู้ป่วย และปรึกษาแพทย์เรื่องการใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรอง HEPA
  • ตรวจคราบราทุกสัปดาห์ในเดือนแรก หากพบให้แจ้งช่างและทีมงานทันที

คำถามที่พบบ่อย

1. ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำอยู่ในบ้านระหว่างอบโอโซนได้หรือไม่

ไม่ได้ การอบโอโซนต้องทำในพื้นที่ว่างเปล่าเท่านั้น และเราแนะนำให้ผู้ป่วยพักที่อื่นตลอดช่วงรื้อ ล้าง และอบ แล้วกลับเข้าบ้านหลังพักห้องและระบายอากาศ โดยปรึกษาทีมแพทย์ร่วมด้วย

2. อบโอโซนแล้วบ้านปลอดเชื้อ 100% หรือไม่

ไม่มีวิธีใดทำให้บ้านปลอดเชื้อถาวร โอโซนช่วยลดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราในอากาศและบนพื้นผิวที่เข้าถึงได้ ณ ขณะอบ ผลทดสอบที่บริษัทได้รับรองระบุการกำจัดเชื้อ 99.99% แต่หากบ้านยังชื้น เชื้อราจะกลับมาได้ การควบคุมความชื้นและการทำความสะอาดต่อเนื่องจึงสำคัญ

3. อบโอโซนแทนการรื้อฝ้าหรือผนังที่ขึ้นราได้ไหม

ไม่ได้ วัสดุที่บวมน้ำหรือมีราขึ้นลึกควรรื้อออกและเปลี่ยนใหม่ โดยเฉพาะในบ้านผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ โอโซนเป็นขั้นตอนหลังการรื้อ ล้าง และทำให้แห้ง

4. น้ำยาล้างไตหรือยาที่โดนน้ำท่วมยังใช้ได้ไหม

อย่าตัดสินใจเอง ให้แยกไว้และโทรถามทีมรักษาหรือเภสัชกรทันที โดยทั่วไปอุปกรณ์ปลอดเชื้อหรือยาที่บรรจุภัณฑ์สัมผัสน้ำท่วมไม่ควรนำมาใช้

5. ถ้าผู้ป่วยมีไข้หลังกลับบ้าน ควรทำอย่างไร

ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำที่มีไข้ โดยเฉพาะในช่วงหลังให้เคมีบำบัด ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน ให้ติดต่อทีมรักษาหรือไปโรงพยาบาลทันที อย่ากินยาลดไข้แล้วรอดูอาการ

6. ห้องผู้ป่วยชั้นบนไม่โดนน้ำ ต้องอบด้วยหรือไม่

ควรพิจารณา เพราะสปอร์เชื้อราและความชื้นลอยขึ้นมาตามบันไดและระบบปรับอากาศได้ ทีมงานจะประเมินให้ว่าห้องใดควรอบบ้าง

7. จะนัดสำรวจบ้านได้อย่างไร

โทร 065-556-6294 หรือทัก LINE @whd268 แจ้งว่าบ้านมีผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ เพื่อให้ทีมงานวางลำดับงานได้เหมาะสม หรือดูช่องทางอื่นได้ที่ หน้าติดต่อเรา

เตรียมบ้านให้ปลอดภัยสำหรับคนที่คุณรัก

ปรึกษาทีม World Health Disinfection เพื่อวางแผนอบโอโซนฆ่าเชื้อทั้งบ้าน ก่อนผู้ป่วยเคมีบำบัด ผู้ป่วยฟอกไต หรือผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะกลับบ้าน

นัดอบโอโซนก่อนผู้ป่วยกลับบ้าน

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#อบโอโซน #บริการอบโอโซน #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #โอโซนฆ่าเชื้อ #น้ำท่วม #ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ #ผู้ป่วยฟอกไต

คำค้นหา: ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำหลังน้ำท่วม, ผู้ป่วยเคมีบำบัดน้ำท่วม, ผู้ป่วยฟอกไตน้ำท่วม, ผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะ, เชื้อราในบ้านกับผู้ป่วย, อบโอโซนฆ่าเชื้อบ้าน, บริการอบโอโซน, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้