การจัดการพาหะนำโรคแบบผสมผสาน (IVM) อธิบายให้ผู้บริหารเข้าใจใน 5 นาที: การพ่นอยู่ตรงไหนของแผน และเครื่องพ่นละอองฝอย AIROFOG U240 ช่วยอะไรได้

Last updated: 25 ก.ย. 2569  |  16 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการพ่นยุง

การจัดการพาหะนำโรคแบบผสมผสาน (IVM) อธิบายให้ผู้บริหารเข้าใจใน 5 นาที: การพ่นอยู่ตรงไหนของแผน และเครื่องพ่นละอองฝอย AIROFOG U240 ช่วยอะไรได้

ผู้บริหารท้องถิ่นหลายท่านได้ยินคำว่า IVM ในที่ประชุมสาธารณสุข แต่ไม่มีเวลาอ่านเอกสารวิชาการยาวหลายสิบหน้า บทความนี้สรุปแนวคิดการจัดการพาหะนำโรคแบบผสมผสานตามกรอบขององค์การอนามัยโลก (WHO) เป็นภาษาง่าย ๆ ตอบคำถามว่าทำไมการพ่นยุงอย่างเดียวไม่พอ การพ่นควรอยู่ตรงไหนของแผน และเมื่อถึงเวลาต้องพ่น เครื่องพ่นละอองฝอย ขนาดกะทัดรัดอย่าง AIROFOG U240 ช่วยให้งานในอาคารและพื้นที่ใกล้ชิดประชาชนทำได้ตรงจุดอย่างไร

สรุปสำหรับผู้บริหาร (อ่าน 1 นาที)

  • IVM คืออะไร: แนวคิดขององค์การอนามัยโลกที่ให้ใช้หลายวิธีร่วมกันอย่างมีเหตุผลและใช้ข้อมูลตัดสินใจ เพื่อควบคุมยุงและแมลงพาหะให้ได้ผลคุ้มค่าและยั่งยืน ไม่ใช่พึ่งวิธีใดวิธีหนึ่ง
  • การพ่นอยู่ตรงไหน: การพ่นเป็น เครื่องมือหนึ่งในหลายเครื่องมือ ใช้ลดยุงตัวเต็มวัยเมื่อมีผู้ป่วย มีการระบาด หรือยุงชุมผิดปกติ โดยต้องทำควบคู่กับการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์และการมีส่วนร่วมของชุมชนเสมอ
  • ทำไมต้องสนใจ: แผนที่ผสมผสานช่วยลดผู้ป่วย ไข้เลือดออก ลดการใช้สารเคมีเกินจำเป็น ลดเรื่องร้องเรียนซ้ำ และทำให้งบประมาณตรวจสอบได้ว่าใช้ไปกับอะไร
  • ทำไม U240: เครื่องพ่นละอองฝอย ULV จากเยอรมนี ขนาดละออง 15 ถึง 30 ไมครอน ใช้ได้ทั้งสารสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน ถัง 5 ลิตร น้ำหนัก 3.1 กิโลกรัม ตัวเครื่องทนไฟและทนรังสี UV เหมาะกับงานพ่นในอาคารและพื้นที่ที่ต้องการความแม่นยำ
  • สิ่งที่ควรทำต่อ: ขอให้ทีมสาธารณสุขจัดทำแผนควบคุมพาหะแบบผสมผสานหนึ่งหน้า แล้วตรวจว่าอุปกรณ์แต่ละประเภทในแผนมีพร้อมหรือยัง

ตัวอย่างสถานการณ์: คำถามของนายกฯ ในที่ประชุมงบประมาณ

(ตัวอย่างสถานการณ์) ในการประชุมพิจารณาร่างงบประมาณขององค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่ง คุณจันทร์เพ็ญ นักวิชาการสาธารณสุขของ อบต. นำเสนอแผนควบคุมไข้เลือดออกปีหน้า ในสไลด์มีทั้งการอบรม อสม. การรณรงค์ 3 เก็บ 3 โรค การแจกทรายกำจัดลูกน้ำ การปล่อยปลากินลูกน้ำ การสำรวจค่าดัชนีลูกน้ำทุกเดือน การประสานโรงเรียนและวัด และสุดท้ายคือรายการ ครุภัณฑ์ เครื่องพ่นละอองฝอยหนึ่งเครื่อง

คุณสมพงษ์ นายก อบต. ถามตรง ๆ ว่า "ปีที่แล้วเราพ่นยุงทั้งตำบลหลายรอบ ยังมีคนป่วยอยู่ดี ทำไมปีนี้ไม่ซื้อเครื่องพ่นเพิ่มอีกสองสามเครื่องแล้วพ่นให้ถี่ขึ้นเลย จะได้จบ" สมาชิกสภาหลายคนพยักหน้า เพราะการพ่นเป็นสิ่งที่ประชาชนมองเห็น แต่คุณจันทร์เพ็ญรู้ว่าการพ่นถี่ขึ้นโดยไม่แก้แหล่งเพาะพันธุ์ จะทำให้ใช้สารเคมีมากขึ้น เสี่ยงยุงดื้อสาร และยุงก็ยังกลับมาเพราะลูกน้ำในภาชนะยังอยู่

เธอต้องการวิธีอธิบายแนวคิดการจัดการพาหะนำโรคแบบผสมผสานให้ผู้บริหารเข้าใจภายในไม่กี่นาที และแสดงให้เห็นว่าเครื่องพ่นที่ขอซื้อนั้นมีบทบาทชัดเจนในแผน ไม่ใช่ซื้อมาเพื่อพ่นแบบหว่านทั้งตำบล บทความนี้คือคำอธิบายแบบนั้น ซึ่งผู้บริหารอ่านจบได้ในเวลาประมาณห้านาที

ต้นทุนของการไม่มีแผนแบบผสมผสาน

ด้านสุขภาพ

ยุงลายเป็นพาหะของไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ส่วนยุงก้นปล่องเป็นพาหะของมาลาเรียในบางพื้นที่ ไข้เลือดออกมักเริ่มด้วยไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว และช่วงที่ไข้เริ่มลดเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังภาวะช็อกอย่างใกล้ชิด เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวเป็นกลุ่มที่เสี่ยงที่สุด ผู้ป่วยทุกรายที่ป้องกันได้แต่ไม่ได้ป้องกัน คือภาระของครอบครัวและระบบบริการสาธารณสุขในพื้นที่

ด้านงบประมาณ

แผนที่พึ่งการพ่นอย่างเดียวใช้สารเคมี น้ำมัน และค่าล่วงเวลาซ้ำทุกปีโดยไม่เห็นผลระยะยาว เงินที่ใช้พ่นแบบหว่านซ้ำหลายรอบ คือเงินที่ไม่ได้ถูกนำไปลงทุนในการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์และการอบรมคน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ยุงลดลงอย่างยั่งยืน

ด้านภาพลักษณ์ เรื่องร้องเรียน และภาระงาน

เมื่อยุงกลับมาไม่กี่วันหลังรถพ่นผ่านไป ประชาชนจะรู้สึกว่าหน่วยงานทำพอเป็นพิธี เรื่องร้องเรียนวนกลับมา โพสต์ในโซเชียลมีเดียกระจายออกไป และเจ้าหน้าที่ต้องวิ่งจากเหตุหนึ่งไปอีกเหตุหนึ่งโดยไม่มีเวลาวางแผน แผนแบบผสมผสานช่วยตัดวงจรนี้ เพราะทุกการลงมือมีเป้าหมายชัดเจนและประชาชนมองเห็นได้

IVM ใน 5 นาที: แนวคิดหลักที่ผู้บริหารควรรู้

องค์การอนามัยโลกอธิบาย IVM (Integrated Vector Management) ว่าเป็น กระบวนการตัดสินใจอย่างมีเหตุผลเพื่อใช้ทรัพยากรในการควบคุมพาหะนำโรคให้เกิดประโยชน์สูงสุด พูดให้ง่ายคือ แทนที่จะถามว่า "จะซื้ออะไรมาฆ่ายุง" ให้ถามว่า "ในพื้นที่ของเรา ยุงเกิดจากไหน ใครเสี่ยง และวิธีผสมแบบใดได้ผลคุ้มที่สุด" แล้วเลือกเครื่องมือตามคำตอบนั้น

เอกสารแนวทางของ WHO มักสรุปองค์ประกอบสำคัญของ IVM ไว้ประมาณห้าด้าน ซึ่งแปลเป็นภาษาผู้บริหารได้ดังตารางนี้

องค์ประกอบตามแนวคิด WHOความหมายสำหรับผู้บริหารท้องถิ่นตัวอย่างสิ่งที่ทำได้
1. การสนับสนุนเชิงนโยบาย การระดมสังคม และกฎระเบียบผู้บริหารต้องประกาศให้เรื่องนี้เป็นวาระของพื้นที่ และใช้อำนาจท้องถิ่นเท่าที่มีอย่างเหมาะสมประกาศวันรณรงค์ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ ออกข้อบัญญัติหรือมาตรการดูแลที่ดินรกร้างตามอำนาจหน้าที่
2. ความร่วมมือทั้งภายในและนอกภาคสาธารณสุขยุงไม่ได้เป็นเรื่องของกองสาธารณสุขอย่างเดียว งานช่าง งานขยะ โรงเรียน วัด และชุมชนต้องร่วมด้วยตั้งคณะทำงานร่วมที่มีกองช่าง กองสาธารณสุข โรงเรียน รพ.สต. และผู้นำชุมชน
3. แนวทางแบบผสมผสานใช้หลายวิธีร่วมกัน ทั้งวิธีที่ไม่ใช้สารเคมีและวิธีที่ใช้สารเคมี และคิดครอบคลุมหลายโรคที่มียุงเป็นพาหะกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ ปลากินลูกน้ำ สารกำจัดลูกน้ำ มุ้งและมุ้งลวด การพ่นเมื่อจำเป็น
4. การตัดสินใจบนฐานข้อมูลทุกการลงมือควรมีข้อมูลรองรับ เช่น ค่าดัชนีลูกน้ำ จำนวนผู้ป่วย และแผนที่จุดเสี่ยงสำรวจลูกน้ำเป็นประจำ ทำแผนที่หมู่บ้านที่มีผู้ป่วย ประเมินผลก่อนและหลัง
5. การพัฒนาศักยภาพคนที่ทำงานต้องมีความรู้และเครื่องมือที่เหมาะสมอบรม อสม. และเจ้าหน้าที่ อบรมการใช้เครื่องพ่นอย่างถูกวิธี จัดหาอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน

สิ่งที่ผู้บริหารควรจำคือ IVM ไม่ได้ต่อต้านการพ่น แต่ต้องการให้การพ่นถูกใช้ในจังหวะที่ถูกต้อง ในพื้นที่ที่ถูกต้อง ด้วยอุปกรณ์ที่ถูกต้อง และมีข้อมูลบอกว่าทำไมต้องพ่น นอกจากนี้ WHO ยังมีกรอบยุทธศาสตร์ระดับโลกด้านการควบคุมพาหะ (Global Vector Control Response) ที่เน้นแนวคิดคล้ายกัน คือการบูรณาการ การใช้ข้อมูล และการทำงานข้ามภาคส่วน ผู้สนใจสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ของ WHO

ศัพท์ที่ผู้บริหารควรรู้ (อธิบายบรรทัดเดียว)

คำศัพท์ความหมายแบบสั้น
พาหะนำโรคสัตว์หรือแมลงที่นำเชื้อโรคจากคนหรือสัตว์หนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง เช่น ยุงลาย ยุงก้นปล่อง
IVMการจัดการพาหะนำโรคแบบผสมผสาน ใช้หลายวิธีร่วมกันและใช้ข้อมูลตัดสินใจ
ULVUltra Low Volume การพ่นสารปริมาณน้อยเป็นละอองเล็กมาก ลอยในอากาศได้นานพอสัมผัสยุงที่บินอยู่
ไมครอนหน่วยวัดขนาดละออง 1 ไมครอนเท่ากับหนึ่งในพันของมิลลิเมตร
เครื่องพ่นหมอกควันเครื่องที่ใช้ความร้อนเปลี่ยนสารเป็นควันขาว มองเห็นชัด
เครื่องพ่นละอองฝอยเครื่องที่แตกสารเป็นละอองเย็นขนาดเล็ก ไม่ใช้ความร้อน
สารกำจัดลูกน้ำสารหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในภาชนะเก็บน้ำเพื่อหยุดลูกน้ำไม่ให้เป็นยุง
การดื้อสารภาวะที่ยุงทนต่อสารเคมีมากขึ้นเมื่อใช้สารกลุ่มเดิมซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน

กล่องเครื่องมือ IVM: แต่ละวิธีทำหน้าที่อะไร

ลองนึกภาพว่าการควบคุมยุงเหมือนการดูแลสุขภาพของคนหนึ่งคน การป้องกันระยะยาวคือการกินอาหารดีและออกกำลังกาย ส่วนยาคือสิ่งที่ใช้เมื่อป่วย IVM ก็คล้ายกัน วิธีที่ป้องกันระยะยาวคือการทำให้ยุงไม่มีที่เกิด ส่วนการพ่นคือการรักษาอาการเมื่อยุงตัวเต็มวัยมีมากหรือมีความเสี่ยงโรค ตารางด้านล่างช่วยให้เห็นภาพว่าแต่ละวิธีตอบโจทย์อะไร

กลุ่มวิธีตัวอย่างตอบโจทย์อะไรข้อจำกัด
การจัดการสิ่งแวดล้อมเก็บภาชนะ ปิดฝาโอ่ง ล้างรางน้ำฝน จัดการขยะ ถมแอ่งน้ำลดแหล่งเกิดยุงในระยะยาวต้องทำต่อเนื่องและต้องอาศัยความร่วมมือของทุกบ้าน
วิธีทางชีวภาพปลากินลูกน้ำ ผลิตภัณฑ์ชีวภาพกำจัดลูกน้ำตามคำแนะนำควบคุมลูกน้ำในแหล่งน้ำที่เก็บไม่ได้ใช้ได้เฉพาะบางประเภทแหล่งน้ำ
สารกำจัดลูกน้ำใส่ในภาชนะเก็บน้ำที่ปิดไม่ได้หยุดลูกน้ำไม่ให้เป็นยุงต้องใส่ซ้ำตามรอบและใช้ให้ถูกวิธี
การป้องกันส่วนบุคคลและที่อยู่อาศัยมุ้ง มุ้งลวด ยาทากันยุง เสื้อแขนยาวลดการถูกยุงกัดในกลุ่มเสี่ยงขึ้นกับพฤติกรรมของแต่ละคน
การพ่นลดยุงตัวเต็มวัยเครื่องพ่นละอองฝอย ULV เครื่องพ่นหมอกควันลดยุงที่บินอยู่ได้เร็ว โดยเฉพาะเมื่อมีผู้ป่วยหรือการระบาดผลอยู่ในระยะสั้น ไม่กำจัดลูกน้ำ ต้องพ่นให้ถูกเวลาและถูกที่
การสื่อสารและการมีส่วนร่วมอสม. เดินรณรงค์ ประกาศเสียงตามสาย กิจกรรมโรงเรียนเปลี่ยนพฤติกรรมของชุมชนเห็นผลช้า ต้องทำซ้ำอย่างสม่ำเสมอ

แล้วการพ่นอยู่ตรงไหนของแผน

ในแผน IVM การพ่นมีตำแหน่งที่ชัดเจน คือเป็น เครื่องมือตอบสนองและเสริม ไม่ใช่เครื่องมือหลักเพียงอย่างเดียว สถานการณ์ที่การพ่นมีบทบาทสำคัญ ได้แก่

  1. เมื่อมีผู้ป่วยไข้เลือดออกหรือผู้ป่วยสงสัย: แนวทางควบคุมโรคที่ใช้กันทั่วไปในประเทศไทย รวมถึงการพ่นควบคุมยุงตัวเต็มวัยรอบบ้านผู้ป่วยในรัศมีประมาณ 100 เมตร เพื่อลดยุงที่อาจมีเชื้อ ควบคู่กับการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์
  2. เมื่อมีการระบาดในวงกว้าง: ใช้การพ่นเพื่อลดจำนวนยุงตัวเต็มวัยในพื้นที่ที่มีผู้ป่วยต่อเนื่อง ตามแผนของทีมสาธารณสุข
  3. ก่อนกิจกรรมที่มีคนรวมตัวมาก: เช่น เปิดภาคเรียน งานประเพณี หรือการประชุมใหญ่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง
  4. ในอาคารที่มีกลุ่มเสี่ยง: เช่น โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สถานบริการสาธารณสุข และอาคารราชการ ซึ่งยุงลายมักเข้ามาเกาะพักในมุมมืด ใต้โต๊ะ หลังตู้ และตามผ้าม่าน

ในทางกลับกัน การพ่นแบบหว่านทั้งตำบลตามปฏิทินโดยไม่มีข้อมูลรองรับ มักเป็นสิ่งที่ IVM แนะนำให้ทบทวน เพราะใช้สารเคมีและงบประมาณมาก แต่ผลอยู่ไม่นานหากแหล่งเพาะพันธุ์ยังอยู่ และการใช้สารกลุ่มเดิมซ้ำ ๆ อาจเร่งให้ยุงดื้อสาร การวางตำแหน่งการพ่นให้ถูกจึงช่วยทั้งเรื่องสุขภาพและเรื่องความคุ้มค่า

พูดอีกแบบหนึ่งคือ การมี เครื่องพ่นยุง หรือ เครื่องกำจัดยุง จำนวนมากไม่ได้แปลว่าแผนดี แผนที่ดีคือแผนที่รู้ว่าเครื่องแต่ละเครื่องจะถูกใช้เมื่อใด ที่ไหน และเพื่อป้องกันใคร โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงจาก ยุงลาย เช่น เด็กนักเรียน ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

สำหรับผู้บริหาร คำถามที่ควรถามทีมทุกครั้งก่อนอนุมัติการพ่นรอบใหญ่มีสามข้อ คือ พ่นเพราะข้อมูลอะไร พ่นที่ไหนและเมื่อไร และทำอะไรคู่กับการพ่นเพื่อไม่ให้ยุงกลับมา ถ้าทีมตอบได้ครบ แผนนั้นก็อยู่ในแนวทางของ IVM แล้ว

แผนเริ่มต้น IVM 90 วันสำหรับผู้บริหาร

  1. วันที่ 1 ถึง 30 ตั้งทีมและเก็บข้อมูล: แต่งตั้งคณะทำงานข้ามกอง รวบรวมข้อมูลผู้ป่วยและค่าดัชนีลูกน้ำ ทำแผนที่หมู่บ้านและอาคารเสี่ยง และตรวจสภาพเครื่องพ่นทุกเครื่องที่มีอยู่
  2. วันที่ 31 ถึง 60 แก้ที่ต้นเหตุ: รณรงค์กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ร่วมกับ อสม. โรงเรียน และวัด จัดการภาชนะที่ปิดไม่ได้ และตกลงเกณฑ์การพ่นเป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกับทีมสาธารณสุข
  3. วันที่ 61 ถึง 90 เติมอุปกรณ์และประเมินผล: จัดหาอุปกรณ์ที่ยังขาดตามบทบาท อบรมผู้ใช้เครื่อง สำรวจลูกน้ำซ้ำ และนำเสนอตัวชี้วัดก่อนและหลังต่อสภา

กรอบเวลานี้เป็นเพียงตัวอย่าง ควรปรับตามปฏิทินงานของหน่วยงานและคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ สิ่งสำคัญคือลำดับขั้น เข้าใจสถานการณ์ก่อน แก้ที่ต้นเหตุ แล้วจึงทำให้ขีดความสามารถด้านการพ่นที่จำเป็นพร้อมใช้และถูกใช้อย่างถูกต้อง

ทำไมแผนแบบเดิมจึงไม่ได้ผลเท่าที่ควร

  1. พึ่งการพ่นอย่างเดียว: ยุงลดลงไม่กี่วันแล้วกลับมา เพราะลูกน้ำในภาชนะยังเจริญเป็นยุงรุ่นใหม่
  2. ไม่มีข้อมูลรองรับ: พ่นตามความรู้สึกหรือตามแรงกดดัน ไม่ได้พ่นตามจุดเสี่ยงจริง จึงเปลืองสารและงบ
  3. ทำงานแยกส่วน: กองสาธารณสุขพ่น แต่กองช่างไม่ได้ลอกท่อ งานขยะไม่ได้เก็บภาชนะ โรงเรียนไม่รู้แผน
  4. เครื่องไม่เหมาะกับพื้นที่: ใช้เครื่องขนาดใหญ่พ่นในอาคาร หรือใช้เครื่องที่ละอองใหญ่เกินจนตกพื้นเร็ว
  5. พ่นผิดเวลา: พ่นตอนแดดจัดหรือลมแรง ละอองระเหยหรือลอยออกนอกพื้นที่
  6. อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐานและไม่มีบริการ: เสียบ่อย ไม่มีอะไหล่ ไม่มีการอบรม ทำให้เครื่องไม่พร้อมในวันที่ต้องใช้
  7. ไม่ประเมินผล: ไม่รู้ว่าวิธีไหนได้ผล ปีถัดไปจึงทำแบบเดิมซ้ำ

เครื่องมือด้านการพ่นในอาคาร: AIROFOG U240 เครื่องพ่นละอองฝอย ULV

เมื่อแผน IVM ระบุว่าต้องพ่นในอาคารหรือพื้นที่ใกล้ชิดประชาชน อุปกรณ์ที่เหมาะคือเครื่องที่ควบคุมง่าย ละอองเล็ก และเคลื่อนย้ายสะดวก AIROFOG U240 เป็น เครื่องพ่นละอองฝอย ระบบ ULV จากประเทศเยอรมนี ที่ตอบโจทย์งานลักษณะนี้

ประเด็นข้อมูล U240 (ตามข้อมูลสินค้าของ WHD)
ประเภทเครื่องพ่นละอองฝอย ULV
แหล่งผลิตประเทศเยอรมนี
ขนาดละอองประมาณ 15 ถึง 30 ไมครอน
สารที่ใช้ได้ทั้งสารสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน
ตัวเครื่องทนไฟและทนรังสี UV
ความจุถัง5 ลิตร
น้ำหนัก3.1 กิโลกรัม
ผู้จำหน่ายWHD มี ISO และ GMP ตรวจสอบคุณภาพ 100% ก่อนส่งมอบ มีช่าง อะไหล่ และบริการหลังการขาย

ในภาษาผู้บริหาร U240 คือเครื่องที่ทำให้ทีมสาธารณสุข พ่นได้ตรงจุดในอาคาร เช่น ห้องเรียน ห้องประชุม ห้องพักผู้ป่วย และบ้านรอบผู้ป่วย โดยละอองขนาด 15 ถึง 30 ไมครอนอยู่ในช่วงที่ลอยในอากาศได้นานพอสัมผัสยุงที่บินอยู่ การใช้ได้ทั้งสารสูตรน้ำและสูตรน้ำมันช่วยให้ทีมเลือกสารตามคำแนะนำทางวิชาการและตามลักษณะพื้นที่ได้ ส่วนน้ำหนักเพียง 3.1 กิโลกรัมทำให้เจ้าหน้าที่ถือเดินเข้าออกห้องต่าง ๆ ได้สะดวก นอกจากงานควบคุมยุงแล้ว หน่วยงานยังใช้เครื่องนี้ในงาน กำจัดแมลงทุกชนิด ในอาคาร เช่น แมลงสาบและแมลงวัน ได้ตามชนิดสารที่เหมาะสมกับแมลงแต่ละประเภท

10 เหตุผลที่ U240 เข้ากับแผน IVM ของหน่วยงานท้องถิ่น

  1. พ่นเฉพาะจุดตามข้อมูล: เหมาะกับหลัก IVM ที่ให้พ่นเมื่อมีเหตุผลและในจุดที่ต้องการ ไม่ใช่หว่านทั้งพื้นที่
  2. ละออง 15 ถึง 30 ไมครอน: อยู่ในช่วงละอองเล็กที่ลอยได้นาน เหมาะกับงาน ULV ควบคุมยุงตัวเต็มวัย ดูรายละเอียดที่ หน้าสินค้า AIROFOG U240
  3. ใช้ได้ทั้งสารสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน: ช่วยให้ทีมหมุนเวียนหรือเลือกสารตามคำแนะนำ ซึ่งสำคัญต่อการลดปัญหาการดื้อสาร
  4. น้ำหนัก 3.1 กิโลกรัม: เจ้าหน้าที่หนึ่งคนถือพ่นในอาคารได้ต่อเนื่อง ลดความเหนื่อยล้า
  5. ถัง 5 ลิตร: ขนาดพอดีกับงานพ่นหลายห้องในรอบเดียว
  6. ตัวเครื่องทนไฟและทน UV: เหมาะกับการใช้งานจริงในสภาพอากาศร้อนและการขนย้ายบ่อย
  7. ผลิตจากเยอรมนี: ช่วยสร้างความมั่นใจในการเสนอขออนุมัติจัดซื้อเป็น ครุภัณฑ์ราชการ
  8. ช่วยปกป้องกลุ่มเสี่ยงในอาคาร: โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และสถานบริการสาธารณสุข ซึ่งเป็นจุดที่แผน IVM มักให้ความสำคัญ
  9. มีบริการหลังการขาย: WHD มีช่าง อะไหล่ และการอบรม ซึ่งตรงกับองค์ประกอบการพัฒนาศักยภาพของ IVM
  10. ทำงานร่วมกับเครื่องอื่นได้ดี: ใช้คู่กับเครื่องสะพายหลังอย่าง SUPER ROTARY สำหรับพื้นที่กลางแจ้ง หรือเครื่องติดรถอย่าง AIROFOG UM2 สำหรับถนนในชุมชน

ก่อนและหลังใช้แนวคิด IVM

ก่อน: พ่นเป็นหลัก

  • งบควบคุมยุงเกือบทั้งหมดไปที่สารเคมีและน้ำมันสำหรับพ่น
  • พ่นทั้งตำบลตามปฏิทิน ไม่ดูข้อมูลลูกน้ำหรือผู้ป่วย
  • ใช้เครื่องหมอกควันเครื่องใหญ่พ่นในห้องเรียน
  • กองช่าง งานขยะ และโรงเรียนไม่รู้บทบาทของตัวเอง
  • ยุงกลับมาในไม่กี่วัน ประชาชนร้องเรียนซ้ำ
  • ไม่มีตัวชี้วัด ปีหน้าทำแบบเดิมอีก

หลัง: แผนผสมผสานพร้อม U240

  • งบกระจายไปทั้งการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ การอบรม และอุปกรณ์
  • พ่นเมื่อมีผู้ป่วย มีการระบาด หรือค่าดัชนีลูกน้ำสูง
  • ใช้ U240 พ่นในอาคารอย่างตรงจุด ละอองเล็ก ควบคุมง่าย
  • มีคณะทำงานร่วม ทุกฝ่ายรู้ว่าต้องทำอะไร
  • ยุงลดลงต่อเนื่องเพราะแก้ทั้งต้นเหตุและยุงตัวเต็มวัย
  • มีตัวชี้วัดก่อนและหลัง ใช้ปรับแผนปีถัดไป

สิ่งที่ผู้บริหารได้รับ

  • ความเชื่อมั่นของประชาชน: ประชาชนเห็นการทำงานหลายมิติ ไม่ใช่เห็นแค่รถพ่นผ่านหน้าบ้าน
  • ผู้ป่วยและเรื่องร้องเรียนลดลงอย่างยั่งยืนกว่า: เพราะแก้ที่ต้นเหตุควบคู่กับการพ่นเมื่อจำเป็น
  • ผลงานที่มองเห็นได้: ตัวชี้วัด เช่น ค่าดัชนีลูกน้ำ จำนวนบ้านที่ร่วมกิจกรรม และจำนวนครั้งที่ตอบสนองต่อผู้ป่วย ใช้รายงานสภาได้
  • ใช้งบอย่างคุ้มค่า: ลดการพ่นที่ไม่จำเป็น และลงทุนในอุปกรณ์ที่ตรงกับบทบาทในแผน
  • พร้อมรับการตรวจสอบ: ทุกการจัดซื้ออธิบายได้ว่าอุปกรณ์นั้นอยู่ตรงไหนของแผน และจัดซื้อตามระเบียบ จัดซื้อจัดจ้าง

สำหรับทีมสาธารณสุข: การเขียนแผน IVM หนึ่งหน้าให้ผู้บริหารอนุมัติง่าย

  • สถานการณ์: สรุปข้อมูลผู้ป่วยย้อนหลังจากหน่วยบริการในพื้นที่ ค่าดัชนีลูกน้ำ HI และ CI และแผนที่หมู่บ้านเสี่ยง
  • เป้าหมาย: ตั้งเป้าที่วัดได้ เช่น ลดค่าดัชนีลูกน้ำในหมู่บ้านเสี่ยง และตอบสนองต่อผู้ป่วยทุกรายตามแนวทางควบคุมโรค
  • มาตรการผสมผสาน: จัดกลุ่มเป็นการจัดการสิ่งแวดล้อม วิธีทางชีวภาพ สารกำจัดลูกน้ำ การป้องกันส่วนบุคคล และการพ่นเมื่อจำเป็น
  • เกณฑ์การพ่น: เขียนให้ชัดว่าจะพ่นเมื่อใด เช่น มีผู้ป่วย มีการระบาด หรือก่อนกิจกรรมเสี่ยง และจะใช้เครื่องประเภทใดในพื้นที่แบบใด
  • การจัดการสารเคมี: ใช้สารที่ขึ้นทะเบียนสำหรับงานสาธารณสุข ผสมตามฉลาก และวางแผนหมุนเวียนกลุ่มสารตามคำแนะนำทางวิชาการ
  • อุปกรณ์: ระบุบทบาทของแต่ละเครื่อง เช่น U240 สำหรับงานในอาคาร เครื่องสะพายหลังสำหรับรอบบ้านผู้ป่วยกลางแจ้ง เครื่องติดรถสำหรับถนน
  • ความปลอดภัย: อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล การแจ้งผู้ใช้อาคารก่อนพ่น และระยะเวลาก่อนกลับเข้าใช้ห้องตามฉลากสาร
  • การประเมินผล: เปรียบเทียบตัวชี้วัดก่อนและหลัง แล้วรายงานผู้บริหารเป็นระยะ

เช็กลิสต์ IVM ที่ผู้บริหารส่งต่อให้ทีมได้ทันที

  • ☐ มีคณะทำงานควบคุมพาหะที่มีหลายกองและหน่วยงานภายนอกร่วมด้วย
  • ☐ มีข้อมูลค่าดัชนีลูกน้ำและข้อมูลผู้ป่วยล่าสุด
  • ☐ มีแผนรณรงค์กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ร่วมกับ อสม. โรงเรียน และวัด
  • ☐ มีเกณฑ์ชัดเจนว่าจะพ่นเมื่อใดและที่ใด
  • ☐ มีอุปกรณ์พ่นครบตามบทบาท ทั้งในอาคาร กลางแจ้ง และบนถนน
  • ☐ เครื่องพ่นทุกเครื่องผ่านการตรวจเช็กและ บำรุงรักษา ตามรอบ
  • ☐ เจ้าหน้าที่ผ่านการอบรมการใช้เครื่องและความปลอดภัย
  • ☐ มีตัวชี้วัดและรอบการรายงานผลต่อผู้บริหาร

เคล็ดลับการจัดซื้ออุปกรณ์ให้สอดคล้องกับแผน IVM

การจัดซื้อ เครื่องพ่นยุงราชการ ที่ดีควรเริ่มจากแผน ไม่ใช่เริ่มจากแคตตาล็อก ประเด็นต่อไปนี้เป็นแนวทางทั่วไปที่ช่วยให้การจัดซื้ออธิบายได้และตรวจสอบได้ ควรตรวจสอบกับระเบียบและหน่วยงานพัสดุของแต่ละแห่งประกอบด้วย

  • อ้างอิงบทบาทของอุปกรณ์ในแผน เช่น ใช้สำหรับพ่นในอาคารกลุ่มเสี่ยง หรือพ่นรอบบ้านผู้ป่วย
  • ระบุคุณลักษณะที่สัมพันธ์กับงาน เช่น ระบบ ULV ช่วงขนาดละออง ชนิดสารที่ใช้ได้ ความจุถัง และน้ำหนัก
  • ขอเอกสารคุณลักษณะและเอกสารรับรองที่มีอยู่จริงจากผู้ขาย
  • กำหนดให้มีการสาธิต อบรมการใช้งาน การผสมสาร และการดูแลรักษา
  • กำหนดเงื่อนไขการรับประกัน อะไหล่ และช่องทางติดต่อช่าง
  • ตั้งงบ ครุภัณฑ์ ในแผนพัฒนาท้องถิ่น และตั้งงบวัสดุสำหรับสารเคมี สารกำจัดลูกน้ำ และอุปกรณ์ป้องกันแยกไว้

ในการคิดความคุ้มค่า ให้คิดจากจำนวนอาคารกลุ่มเสี่ยงที่ต้องดูแล จำนวนครั้งที่ต้องตอบสนองต่อผู้ป่วยต่อปี จำนวนเจ้าหน้าที่ และอายุการใช้งานเมื่อบำรุงรักษาดี แทนการเทียบราคาเครื่องเพียงอย่างเดียว

ตัวอย่างเสียงจากหน้างาน

ตัวอย่างเสียงจากหน้างาน (มุมมองแบบรวมจากประสบการณ์ทั่วไป ไม่ใช่คำพูดของบุคคลจริง): "ตอนแรกผู้บริหารอยากให้พ่นเยอะ ๆ เพราะชาวบ้านเห็นแล้วพอใจ แต่พอเราเอาข้อมูลลูกน้ำกับจุดที่มีคนป่วยมาวางให้ดู แล้วอธิบายว่าพ่นอย่างเดียวยุงก็กลับมา ท่านก็เข้าใจ ปีนี้เราแบ่งงบไปทำเรื่องแหล่งเพาะพันธุ์กับอบรม อสม. มากขึ้น ส่วนเครื่องพ่นก็ซื้อให้ตรงงาน เครื่องเล็กไว้พ่นในโรงเรียนกับศูนย์เด็กเล็ก เวลามีเด็กป่วยก็เข้าไปพ่นได้ทันที ไม่ต้องขนเครื่องใหญ่เข้าห้อง"

คำถามที่พบบ่อย

IVM เป็นข้อบังคับที่ท้องถิ่นต้องทำหรือไม่

IVM เป็นแนวคิดและแนวทางที่องค์การอนามัยโลกส่งเสริม ไม่ใช่ข้อบังคับทางกฎหมายโดยตรง แต่แนวทางควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลงของหน่วยงานสาธารณสุขมีหลักการที่สอดคล้องกัน การนำแนวคิดนี้มาใช้ช่วยให้แผนของท้องถิ่นมีเหตุผลและตรวจสอบได้

ถ้าทำ IVM แล้ว ยังต้องซื้อเครื่องพ่นอีกไหม

ยังจำเป็น เพราะการพ่นเป็นเครื่องมือสำคัญเมื่อมีผู้ป่วยหรือการระบาด เพียงแต่ต้องซื้อให้ตรงกับบทบาทในแผน และใช้ตามเกณฑ์ที่ชัดเจน

เครื่องพ่นหมอกควันกับเครื่องพ่นละอองฝอยต่างกันอย่างไร

เครื่องพ่นหมอกควันใช้ความร้อนทำให้เกิดควันขาว ส่วนเครื่องพ่นละอองฝอย ULV แตกสารเป็นละอองเย็นขนาดเล็ก ใช้สารปริมาณน้อย แต่ละแบบเหมาะกับพื้นที่ต่างกัน ควรเลือกตามคำแนะนำของทีมสาธารณสุข

U240 เหมาะกับงานแบบไหนที่สุด

เหมาะกับงานพ่นในอาคารและพื้นที่ที่ต้องการความแม่นยำ เช่น โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สถานบริการสาธารณสุข อาคารราชการ และบ้านรอบผู้ป่วย ส่วนพื้นที่กลางแจ้งกว้างควรใช้คู่กับเครื่องสะพายหลังหรือเครื่องติดรถ

จะรู้ได้อย่างไรว่าแผน IVM ได้ผล

ดูตัวชี้วัดเช่น ค่าดัชนีลูกน้ำก่อนและหลัง จำนวนผู้ป่วยในพื้นที่เทียบกับช่วงก่อนหน้า จำนวนเรื่องร้องเรียนซ้ำ และความครอบคลุมของกิจกรรมชุมชน

การพ่นบ่อย ๆ มีผลเสียไหม

การพ่นบ่อยเกินจำเป็นทำให้สิ้นเปลืองงบ อาจกระทบผู้ที่ไวต่อสารเคมี และการใช้สารกลุ่มเดิมซ้ำอาจทำให้ยุงดื้อสาร จึงควรพ่นตามเกณฑ์และหมุนเวียนสารตามคำแนะนำทางวิชาการ

ขั้นตอนถัดไป 3 ขั้น

  1. โทรหรือ LINE ขอใบเสนอราคาและสเปก: ติดต่อ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เพื่อขอข้อมูล AIROFOG U240 ประกอบแผน IVM และการตั้งงบ
  2. ขอสาธิตและอบรมการใช้งาน: ให้ทีมสาธารณสุขได้ทดลองพ่นในอาคารจริง และเรียนรู้การผสมสาร การดูแลเครื่อง และความปลอดภัย
  3. ตั้งงบและจัดซื้อตามระเบียบ: บรรจุในแผนพัฒนาท้องถิ่นและงบหมวดครุภัณฑ์ แล้วดำเนินการตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง

วางการพ่นให้ถูกที่ในแผน IVM ของคุณ

เครื่องพ่นละอองฝอย ULV จากเยอรมนีสำหรับงานพ่นในอาคารอย่างตรงจุด พร้อมช่าง อะไหล่ และการอบรมจาก WHD

ดูสินค้าและราคา AIROFOG U240 คลิกที่นี่

ดูศูนย์รวมเครื่องพ่นยุงราชการทั้งหมด

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
บริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด 88 268 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160

คีย์เวิร์ด: เครื่องพ่นยุง, เครื่องกำจัดยุง, เครื่องพ่นหมอกควัน, เครื่องพ่นละอองฝอย, เครื่องพ่นยุงราชการ, ควบคุมโรค, กำจัดแมลงทุกชนิด, ครุภัณฑ์ราชการ, จัดซื้อจัดจ้าง, ยุงลาย, ไข้เลือดออก, ULV, การจัดการพาหะนำโรคแบบผสมผสาน, IVM, U240

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้