10 สิ่งที่ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขฯ ต้องเตรียมก่อนฤดูฝน 2570: เช็กลิสต์เครื่องพ่นยุง ทีมงาน สารเคมี และแผนตอบสนองผู้ป่วย พร้อมเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง SOLO PORT423

Last updated: 25 ก.ย. 2569  |  17 จำนวนผู้เข้าชม  | 

10 สิ่งที่ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขฯ ต้องเตรียมก่อนฤดูฝน 2570: เช็กลิสต์เครื่องพ่นยุง ทีมงาน สารเคมี และแผนตอบสนองผู้ป่วย พร้อมเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง SOLO PORT423

10 สิ่งที่ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขฯ ต้องเตรียมก่อนฤดูฝน 2570: เช็กลิสต์เครื่องพ่นยุง ทีมงาน สารเคมี และแผนตอบสนองผู้ป่วย พร้อมเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง SOLO PORT423

ฤดูฝนปี 2570 จะเริ่มในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และทุกปีบทเรียนเดิมจะวนกลับมา เครื่องพ่นยุง หรือ เครื่องกำจัดยุง ที่เก็บไว้ทั้งหน้าแล้งสตาร์ทไม่ติด สารเคมีหมดอายุ เจ้าหน้าที่ใหม่ยังไม่เคยจับเครื่อง และแผนตอบสนองผู้ป่วยยังอยู่แค่ในหัวของคนไม่กี่คน บทความนี้รวม 10 เรื่องที่ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมควรเตรียมให้เสร็จก่อนฝนแรก พร้อมตารางเวลาที่ส่งต่อให้ทีมงานได้ทันที

สรุปสำหรับผู้บริหาร (อ่าน 1 นาที)

  • ปัญหา: ช่วงต้นฤดูฝนเป็นช่วงที่ยุงลายเพิ่มจำนวนเร็ว แต่หลายหน่วยงานเพิ่งเริ่มตรวจเครื่อง สั่งสารเคมี และอบรมทีมเมื่อมีผู้ป่วยแล้ว ทำให้ตอบสนองช้า
  • ทางออก: ใช้เช็กลิสต์ 10 ข้อ ครอบคลุมเครื่อง อะไหล่ สารเคมี ทีม ข้อมูลพื้นที่เสี่ยง การประสานงาน การรณรงค์ แผนตอบสนองผู้ป่วย งบประมาณ และระบบบันทึก
  • กรอบเวลา: เริ่มตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 2570 (ตุลาคม 2569) และให้ทุกข้อเสร็จก่อนเข้าฤดูฝน ซึ่งโดยทั่วไปเริ่มราวกลางเดือนพฤษภาคม
  • เครื่องมือที่แนะนำ: SOLO PORT423 เครื่องพ่นละอองฝอย สะพายหลัง พ่นได้ไกลสูงสุด 12 เมตร ถัง 12 ลิตร เหมาะกับทีมตอบสนองเร็วรอบบ้านผู้ป่วย
  • ขั้นต่อไป: ส่งเช็กลิสต์ให้หัวหน้างาน กำหนดผู้รับผิดชอบรายข้อ และติดต่อ WHD โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เรื่องตรวจเครื่อง อะไหล่ และใบเสนอราคา

ฝนแรกมา แต่เครื่องยังไม่พร้อม (ตัวอย่างสถานการณ์)

คุณสมศักดิ์ เป็นผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมของเทศบาลเมืองแห่งหนึ่งในภาคเหนือ ปีที่แล้วฝนมาเร็วกว่าที่คาด ปลายเดือนพฤษภาคม รพ.สต. แจ้งผู้ป่วยไข้เลือดออกรายแรกของปีในชุมชนริมคลอง ทีมรีบเปิดห้องเก็บครุภัณฑ์ เครื่องพ่นที่เก็บไว้ตั้งแต่ปลายฤดูฝนก่อนสตาร์ทไม่ติด เพราะน้ำมันค้างในระบบนานหลายเดือน อีกเครื่องหนึ่งสายยางกรอบ ส่วนสารเคมีที่เหลือจากปีก่อนใกล้หมดอายุ

กว่าจะซ่อมและเบิกสารเคมีใหม่ได้ใช้เวลาหลายวัน ในระหว่างนั้นมีผู้ป่วยรายที่สองและสามในซอยใกล้เคียง เจ้าหน้าที่ที่เพิ่งย้ายมาใหม่ 2 คนไม่เคยใช้เครื่องพ่นมาก่อน ต้องเรียนรู้หน้างาน ชาวบ้านโพสต์ในกลุ่มชุมชนว่า "แจ้งไปหลายวันแล้วยังไม่มาพ่น" และเรื่องไปถึงนายกเทศมนตรีก่อนที่ทีมจะออกพ่นครั้งแรกเสียอีก

หลังฤดูฝน คุณสมศักดิ์สรุปกับทีมว่า ปัญหาทั้งหมดไม่ได้เกิดจากความขี้เกียจหรือขาดความตั้งใจ แต่เกิดจาก ไม่มีรายการเตรียมความพร้อมที่ชัดเจน ว่าต้องทำอะไร ใครทำ และต้องเสร็จเมื่อไร ปีนี้เขาจึงตั้งใจเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม ซึ่งเป็นต้นปีงบประมาณ 2570 เรื่องราวนี้คือที่มาของเช็กลิสต์ 10 ข้อด้านล่าง

ถ้าไม่เตรียมให้พร้อม ต้องจ่ายด้วยอะไรบ้าง

1. ด้านสุขภาพของประชาชน

ยุงลาย เป็นพาหะของ ไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ผู้ป่วยไข้เลือดออกมีไข้สูงลอย ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ บางรายมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง และอาจเกิดภาวะช็อกในช่วงไข้ลด เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และหญิงตั้งครรภ์ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ในพื้นที่ป่าและชายแดน ยุงก้นปล่องยังเป็นพาหะของมาลาเรีย ทุกวันที่การพ่นควบคุมรอบบ้านผู้ป่วยล่าช้า คือโอกาสที่ยุงซึ่งกัดผู้ป่วยแล้วจะนำเชื้อไปสู่คนอื่นในชุมชน

2. ด้านงบประมาณ

การซ่อมเครื่องแบบเร่งด่วนกลางฤดูระบาด การสั่งสารเคมีแบบฉุกเฉิน และการจ้างงานล่วงเวลาจำนวนมาก มักมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการวางแผนล่วงหน้า นอกจากนี้ การจัดซื้อจัดจ้างที่ทำอย่างเร่งรีบยังเสี่ยงต่อความผิดพลาดด้านเอกสาร ซึ่งอาจกลายเป็นประเด็นในการตรวจสอบภายหลัง

3. ด้านภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประชาชน

ช่วงต้นฤดูฝนคือช่วงที่ประชาชนจับตามากที่สุด ถ้าผู้ป่วยรายแรกของปีได้รับการตอบสนองช้า ภาพของหน่วยงานทั้งปีจะถูกตัดสินจากเหตุการณ์นั้น การตอบสนองที่รวดเร็วตั้งแต่รายแรกสร้างความเชื่อมั่นที่ส่งผลต่อความร่วมมือของชุมชนตลอดฤดู

4. ด้านภาระงานของเจ้าหน้าที่

เมื่อไม่เตรียมล่วงหน้า เจ้าหน้าที่ต้องแก้ปัญหาหลายเรื่องพร้อมกัน ทั้งซ่อมเครื่อง ขอสารเคมี และออกพ่น ความเครียดและความเหนื่อยล้าสะสมตั้งแต่ต้นฤดู และเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุหรือการสัมผัสสารเคมีโดยไม่ตั้งใจ

ทำไมการเตรียมแบบเดิมมักไม่ทัน

  • เก็บเครื่องโดยไม่ถ่ายน้ำมันและล้างระบบ: เครื่องยนต์ที่เก็บยาวหลายเดือนโดยมีน้ำมันค้าง มักสตาร์ทยากหรือระบบจ่ายเชื้อเพลิงอุดตัน
  • รอให้มีผู้ป่วยก่อนค่อยตรวจเครื่อง: เมื่อพบปัญหาในวันที่ต้องใช้ ก็ไม่มีเวลาซ่อม
  • เครื่องเก่าที่หาอะไหล่ไม่ได้: ต้องรออะไหล่นาน หรือต้องดัดแปลงเอง ซึ่งเสี่ยงต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัย
  • ใช้เครื่องที่ขนาดละอองไม่เหมาะ: ละอองใหญ่ตกพื้นเร็ว ไม่ลอยไปถึงยุง ทำให้พ่นแล้วยุงยังเยอะ และต้องพ่นซ้ำ
  • พ่นผิดเวลา: เมื่อทีมไม่พอและเครื่องไม่พร้อม ก็ต้องพ่นในช่วงเวลาที่สะดวก แทนช่วงเช้าตรู่หรือเย็นที่ยุงออกหากิน
  • ซื้อของถูกไม่มีบริการหลังการขาย: เครื่องราคาถูกที่ไม่มีช่างดูแลในประเทศ เสียแล้วต้องรอนานหรือซ่อมไม่ได้เลย

ศัพท์ที่ควรรู้ (อธิบายบรรทัดเดียว)

  • ULV: ย่อมาจาก Ultra Low Volume คือการพ่นน้ำยาปริมาณน้อยแต่แตกเป็นละอองเล็กมาก ช่วยให้ครอบคลุมพื้นที่ได้ดีโดยใช้สารเคมีไม่มาก
  • ไมครอน: หน่วยวัดขนาดละออง 1 ไมครอนเท่ากับ 1 ใน 1,000 ของมิลลิเมตร
  • เครื่องพ่นหมอกควัน: ใช้ความร้อนเปลี่ยนน้ำยาเป็นควันหนาที่มองเห็นได้ เหมาะกับงานกลางแจ้ง
  • SRRT: ทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว ที่ร่วมสอบสวนและควบคุมโรคเมื่อมีผู้ป่วย
  • อสม.: อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ผู้ช่วยสำรวจลูกน้ำและสื่อสารกับชุมชน

เช็กลิสต์ 10 สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนฤดูฝน 2570

1. ตรวจสภาพเครื่องพ่นยุงทุกเครื่อง

ทำบัญชีเครื่องทั้งหมดที่มี ทั้ง เครื่องพ่นหมอกควัน เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง และเครื่องไฟฟ้า ทดลองสตาร์ทและพ่นน้ำเปล่าทุกเครื่อง ตรวจสายยาง ถังน้ำยา หัวพ่น ระบบเชื้อเพลิง และหัวเทียน แยกเครื่องออกเป็น 3 กลุ่ม คือ พร้อมใช้ ต้องซ่อม และควรจำหน่ายออก เครื่องที่ต้องซ่อมให้ส่งซ่อมในช่วงที่ยังไม่มีงานเร่ง เป้าหมาย: เสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569

2. สำรองอะไหล่และวัสดุสิ้นเปลือง

จากผลการตรวจในข้อ 1 ให้ทำรายการอะไหล่ที่เสื่อมเร็ว เช่น หัวเทียน ไส้กรอง สายยาง ปะเก็น และอุปกรณ์หัวพ่น แล้วสั่งจากผู้จำหน่ายที่มีอะไหล่แท้ในประเทศ การมีอะไหล่สำรองในคลังช่วยให้ซ่อมเบื้องต้นได้ภายในวันเดียว แทนที่จะรอหลายวันกลางฤดูระบาด เป้าหมาย: สั่งภายในเดือนมกราคม 2570

3. ตรวจและสำรองสารเคมี

ตรวจวันหมดอายุของสารเคมีที่เหลือ ชนิดของสาร และสภาพการเก็บรักษา ประสานหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่เรื่องชนิดสารเคมีที่แนะนำ เพื่อหมุนเวียนกลุ่มสารและลดปัญหายุงดื้อยา คำนวณปริมาณที่ต้องใช้จากข้อมูลการพ่นปีก่อน แล้วดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างให้ได้ของก่อนฤดูฝน เก็บในที่แห้ง มีอากาศถ่ายเท และห่างจากแหล่งความร้อน เป้าหมาย: ได้รับของภายในเดือนเมษายน 2570

4. เตรียมทีมและอบรมการใช้งาน

ทำรายชื่อผู้ปฏิบัติงานทั้งเจ้าหน้าที่ประจำ พนักงานจ้าง และ อสม. ที่ร่วมงาน แบ่งเป็นทีมย่อยพร้อมหัวหน้าทีม จัดอบรมการใช้เครื่อง การผสมสารเคมี การบำรุงรักษาเบื้องต้น และความปลอดภัย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ใหม่ การอบรมควรมีการฝึกปฏิบัติจริงกับเครื่องที่หน่วยงานมี ไม่ใช่เพียงการบรรยาย เป้าหมาย: อบรมเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2570

5. จัดหาอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล

ตรวจจำนวนและสภาพหน้ากากกรองสารเคมี แว่นตา ถุงมือ ชุดคลุม และที่ครอบหูลดเสียง ให้เพียงพอต่อจำนวนผู้ปฏิบัติงานและมีสำรอง อุปกรณ์ป้องกันที่ดีช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของเจ้าหน้าที่ และแสดงให้ประชาชนเห็นว่าหน่วยงานทำงานอย่างมีมาตรฐาน เป้าหมาย: ครบภายในเดือนมีนาคม 2570

6. ทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงจากข้อมูลย้อนหลัง

ขอข้อมูลผู้ป่วยไข้เลือดออกย้อนหลังจาก รพ.สต. หรือสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ นำมาทำแผนที่ชุมชนที่มีผู้ป่วยซ้ำ ร่วมกับข้อมูลการสำรวจลูกน้ำของ อสม. จุดที่มีแหล่งน้ำขัง ตลาด โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และชุมชนหนาแน่น แผนที่นี้ใช้จัดลำดับการพ่นรณรงค์ก่อนฤดูฝนและการวางกำลังทีม เป้าหมาย: เสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2570

7. ประสานงานเครือข่ายและช่องทางแจ้งผู้ป่วย

ตกลงกับ รพ.สต. โรงพยาบาลในพื้นที่ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และทีม SRRT ว่าเมื่อมีผู้ป่วยจะแจ้งกองสาธารณสุขฯ ผ่านช่องทางใด ใครเป็นผู้รับแจ้ง และต้องแจ้งภายในกี่ชั่วโมง ทำรายชื่อและเบอร์ติดต่อฉุกเฉินให้ทุกฝ่ายถือไว้ ช่องทางที่ชัดเจนช่วยตัดเวลาที่เสียไปกับการส่งต่อข้อมูล เป้าหมาย: ตกลงร่วมกันภายในเดือนมีนาคม 2570

8. วางแผนรณรงค์กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ร่วมกับชุมชน

การพ่นช่วยลดยุงตัวเต็มวัย แต่ถ้าไม่กำจัดลูกน้ำ ยุงก็จะกลับมาใหม่ วางแผนรณรงค์ตามมาตรการ 3 เก็บ 3 โรค ที่กรมควบคุมโรคแนะนำ คือ เก็บบ้าน เก็บขยะ เก็บน้ำ ร่วมกับ อสม. โรงเรียน วัด และผู้นำชุมชน กำหนดวันรณรงค์ใหญ่ก่อนฤดูฝน และพ่นรณรงค์ในพื้นที่เสี่ยงควบคู่กัน เป้าหมาย: รณรงค์ใหญ่ในเดือนเมษายนถึงต้นพฤษภาคม 2570

9. เขียนแผนตอบสนองผู้ป่วยเป็นลายลักษณ์อักษร

ระบุขั้นตอนตั้งแต่รับแจ้งผู้ป่วย ตรวจสอบที่อยู่ แจ้งประชาชนรอบข้าง ออกพ่นควบคุมรอบบ้านผู้ป่วยรัศมี 100 เมตร สำรวจและกำจัดลูกน้ำ ไปจนถึงการพ่นซ้ำตามแนวทางของหน่วยงานสาธารณสุข ระบุว่าใครทำอะไร ใช้เครื่องไหน และต้องออกพ่นภายในกรอบเวลาเท่าไร แผนที่เขียนไว้ช่วยให้ทีมทำงานได้แม้หัวหน้างานไม่อยู่ เป้าหมาย: ผู้บริหารลงนามอนุมัติภายในเดือนเมษายน 2570

10. ตรวจงบประมาณ ครุภัณฑ์ และระบบบันทึกผลงาน

ทบทวนว่างบประมาณปี 2570 มีรายการสารเคมี อุปกรณ์ป้องกัน ค่าบำรุงรักษา และครุภัณฑ์ที่จำเป็นครบหรือไม่ ถ้าพบว่าเครื่องไม่พอหรือเครื่องเก่าควรทดแทน ให้ปรึกษาฝ่ายการเงินและพัสดุเรื่องแนวทางที่ทำได้ตามระเบียบ และเตรียมข้อมูลเสนอผู้บริหาร พร้อมกันนั้นให้เตรียมแบบบันทึกการพ่นรายครั้ง เพื่อเก็บข้อมูลวันเวลา สถานที่ สารเคมี และเวลาตอบสนองตั้งแต่ครั้งแรกของฤดู เป้าหมาย: ทบทวนงบภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 และแบบบันทึกพร้อมใช้ภายในเดือนเมษายน 2570

ตารางเวลาเตรียมความพร้อม ตุลาคม 2569 ถึง พฤษภาคม 2570 (ส่งต่อทีมได้ทันที)

ช่วงเวลางานหลักผู้รับผิดชอบ (ตัวอย่าง)
ต.ค. ถึง พ.ย. 2569ทบทวนงบปี 2570 (ข้อ 10) เริ่มตรวจเครื่อง (ข้อ 1)ผอ.กอง ฝ่ายการเงินและพัสดุ
ธ.ค. 2569ตรวจเครื่องครบ ส่งซ่อม แยกเครื่องที่ควรจำหน่ายหัวหน้าทีมพ่น
ม.ค. 2570สั่งอะไหล่ (ข้อ 2) เริ่มกระบวนการจัดซื้อสารเคมี (ข้อ 3)เจ้าหน้าที่พัสดุ
ก.พ. 2570แผนที่พื้นที่เสี่ยง (ข้อ 6)นักวิชาการสาธารณสุข ร่วมกับ รพ.สต.
มี.ค. 2570อบรมทีม (ข้อ 4) อุปกรณ์ป้องกัน (ข้อ 5) ตกลงช่องทางแจ้ง (ข้อ 7)ผอ.กอง หัวหน้าทีม
เม.ย. 2570รับสารเคมี อนุมัติแผนตอบสนอง (ข้อ 9) แบบบันทึกพร้อม เริ่มรณรงค์ (ข้อ 8)ทุกฝ่าย
ต้น พ.ค. 2570รณรงค์ใหญ่และพ่นรณรงค์ในพื้นที่เสี่ยง ซ้อมแผนตอบสนองผู้ป่วย 1 ครั้งทีมพ่น อสม. ชุมชน

หมายเหตุ: ช่วงเริ่มฤดูฝนแตกต่างกันตามภูมิภาค ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยมีช่วงฝนหนักปลายปี ควรปรับตารางตามสภาพอากาศของพื้นที่และประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา

ถ้าเวลาเหลือน้อย ควรทำข้อไหนก่อน

บางหน่วยงานอาจเพิ่งเริ่มคิดเรื่องนี้เมื่อใกล้ฤดูฝนแล้ว ถ้าเวลาเหลือไม่ถึงสองเดือน ให้จัดลำดับความสำคัญดังนี้

  1. ลำดับแรก ข้อ 1 และข้อ 3: เครื่องต้องสตาร์ทติดและสารเคมีต้องพร้อม เพราะถ้าสองข้อนี้ไม่พร้อม ทุกอย่างที่เหลือไม่มีความหมาย
  2. ลำดับที่สอง ข้อ 7 และข้อ 9: ตกลงช่องทางแจ้งผู้ป่วยและเขียนแผนตอบสนองแบบย่อหนึ่งหน้า ให้ทุกคนรู้ว่าต้องทำอะไรเมื่อมีผู้ป่วยรายแรก
  3. ลำดับที่สาม ข้อ 4 และข้อ 5: อบรมเร่งรัดอย่างน้อยครึ่งวันสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ยังไม่เคยใช้เครื่อง และตรวจอุปกรณ์ป้องกันให้ครบ
  4. ลำดับที่สี่ ข้อ 6 และข้อ 8: ใช้ข้อมูลผู้ป่วยปีก่อนเลือกชุมชนเสี่ยงสูงสุด 2 ถึง 3 แห่ง แล้วรณรงค์ร่วมกับ อสม. ในพื้นที่เหล่านั้นก่อน
  5. ลำดับสุดท้าย ข้อ 2 และข้อ 10: สำรองอะไหล่ที่จำเป็นที่สุด และเริ่มเก็บข้อมูลด้วยแบบบันทึกตั้งแต่ครั้งแรกที่ออกพ่น ส่วนการทบทวนงบประมาณและครุภัณฑ์ ให้ใช้ข้อมูลของฤดูนี้ประกอบการวางแผนปีถัดไป

เช็กลิสต์หน้าเดียวสำหรับติดห้องประชุม

ข้อรายการผู้รับผิดชอบเสร็จแล้ว
1ตรวจสภาพเครื่องพ่นทุกเครื่อง[ ]☐
2สำรองอะไหล่และวัสดุสิ้นเปลือง[ ]☐
3ตรวจและสำรองสารเคมี[ ]☐
4จัดทีมและอบรมการใช้งาน[ ]☐
5อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลครบ[ ]☐
6แผนที่พื้นที่เสี่ยง[ ]☐
7ช่องทางแจ้งผู้ป่วยกับเครือข่าย[ ]☐
8แผนรณรงค์ 3 เก็บ 3 โรค[ ]☐
9แผนตอบสนองผู้ป่วยที่ผู้บริหารลงนาม[ ]☐
10งบประมาณ ครุภัณฑ์ และแบบบันทึกผลงาน[ ]☐

เครื่องมือหลักสำหรับทีมตอบสนองเร็ว: SOLO PORT423

SOLO PORT423 เป็นเครื่องพ่นละอองฝอย ULV แบบสะพายหลัง ใช้เครื่องยนต์ SOLO ที่มีชิ้นส่วนจาก MAHLE และ BING พ่นได้ไกลสูงสุด 12 เมตร มีถังน้ำยาขนาด 12 ลิตร และออกแบบมาเพื่อช่วยลดการใช้สารเคมี จัดจำหน่ายและดูแลโดย WHD ซึ่งมีระบบ ISO และ GMP ตรวจสอบคุณภาพเครื่อง 100% ก่อนส่งมอบ มีช่างเทคนิค อะไหล่ และบริการหลังการขายครบ และเป็นไปตามมาตรฐาน ครุภัณฑ์ราชการ

ในบริบทของการเตรียมก่อนฤดูฝน เครื่องสะพายหลังเป็นเครื่องที่ทีมตอบสนองเร็วใช้บ่อยที่สุด เพราะเคลื่อนที่ได้คล่องในซอยแคบ ข้ามรั้ว หรือเข้าถึงหลังบ้านที่รถเข้าไม่ได้ ระยะพ่นที่ไกลช่วยให้เจ้าหน้าที่พ่นจากทางเดินเข้าไปถึงพุ่มไม้ ใต้ถุนบ้าน และแนวรั้วได้ ถังขนาด 12 ลิตรช่วยให้ทำงานได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องกลับมาเติมบ่อย ส่วนชิ้นส่วนเครื่องยนต์คุณภาพและการมีอะไหล่ในประเทศช่วยให้ข้อ 1 และข้อ 2 ของเช็กลิสต์ทำได้ง่าย

ถ้าหน่วยงานมีงานกลางแจ้งพื้นที่กว้าง อาจใช้คู่กับเครื่องพ่นหมอกควัน AIROFOG AT35 และถ้ามีงานในอาคารของโรงเรียนหรือศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อาจเสริมด้วย AIROFOG AIROSTAR ที่ใช้แบตเตอรี่

10 เหตุผลที่ SOLO PORT423 ควรอยู่ในแผนเตรียมความพร้อมก่อนฤดูฝน 2570

  1. คล่องตัวในพื้นที่แคบ: สะพายหลังเดินเข้าซอยและหลังบ้านที่รถเข้าไม่ถึงได้
  2. พ่นได้ไกลถึง 12 เมตร: เข้าถึงพุ่มไม้ ใต้ถุน และแนวรั้วได้จากทางเดิน
  3. ถัง 12 ลิตร: ทำงานรอบบ้านผู้ป่วยได้ต่อเนื่อง ลดเวลาเดินกลับไปเติมน้ำยา
  4. ช่วยลดการใช้สารเคมี: ระบบ ULV ออกแบบมาเพื่อใช้สารเคมีอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้งบสารเคมีในข้อ 3 ใช้ได้คุ้มขึ้น
  5. เครื่องยนต์ SOLO พร้อมชิ้นส่วน MAHLE และ BING: ชิ้นส่วนจากผู้ผลิตที่เป็นที่รู้จัก เหมาะกับงานหนักในฤดูฝน
  6. เหมาะกับการตอบสนองรอบบ้านผู้ป่วย: สอดคล้องกับแนวทางพ่นควบคุมรัศมี 100 เมตรในแผนข้อ 9
  7. ใช้ได้ทั้งงาน ควบคุมโรคและกำจัดแมลง: ใช้กับแมลงเป้าหมายได้หลายชนิดตามสารเคมีที่เลือก
  8. มีช่างและอะไหล่ในประเทศ: ตรวจเครื่องและซ่อมบำรุงก่อนฤดูฝนได้สะดวก
  9. ผ่านการตรวจสอบคุณภาพก่อนส่งมอบ: WHD ตรวจเครื่อง 100% มีระบบ ISO และ GMP รองรับ
  10. ต่อยอดเป็นชุดได้: ใช้คู่กับ AT35 สำหรับกลางแจ้ง และเครื่องพ่นติดรถสำหรับพื้นที่กว้าง ตามขนาดภารกิจของหน่วยงาน

ก่อน: เริ่มเตรียมเมื่อมีผู้ป่วยแล้ว

  • เครื่องสตาร์ทไม่ติดในวันที่ต้องใช้
  • สารเคมีใกล้หมดอายุ ต้องเบิกฉุกเฉิน
  • เจ้าหน้าที่ใหม่เรียนรู้หน้างาน
  • ไม่รู้ว่าใครต้องแจ้งใคร เวลาหายไปกับการส่งต่อข้อมูล
  • ประชาชนร้องเรียนก่อนทีมออกพ่นครั้งแรก

หลัง: เตรียมครบ 10 ข้อก่อนฝนแรก

  • เครื่องทุกเครื่องผ่านการตรวจและพร้อมใช้
  • อะไหล่และสารเคมีพร้อมในคลัง
  • ทีมผ่านการอบรมและฝึกซ้อมแผน
  • ช่องทางแจ้งผู้ป่วยชัดเจน ออกพ่นได้ทันที
  • ประชาชนเห็นการรณรงค์ก่อนฤดูฝน และเชื่อมั่นในหน่วยงาน

สิ่งที่ผู้บริหารได้รับ

  • ความเชื่อมั่นของประชาชน: ตอบสนองผู้ป่วยรายแรกของปีได้รวดเร็ว
  • เสียงร้องเรียนลดลง: มีการรณรงค์ก่อนฤดูฝนที่ประชาชนมองเห็น
  • ผลงานที่มองเห็นได้: มีแผน ตารางเวลา และบันทึกการทำงานที่นำเสนอได้
  • ใช้งบอย่างคุ้มค่า: ลดค่าซ่อมเร่งด่วนและการจัดซื้อฉุกเฉิน
  • การจัดซื้อที่ตรวจสอบได้: จัดซื้อตามแผนล่วงหน้า เอกสารครบถ้วน

สำหรับทีมสาธารณสุข (ข้อมูลเชิงเทคนิค)

  • การเก็บเครื่องนอกฤดู: ถ่ายน้ำมันหรือเดินเครื่องจนน้ำมันหมดตามคำแนะนำของผู้ผลิต ล้างถังน้ำยาและหัวพ่น แล้วเก็บในที่แห้ง
  • การทดสอบก่อนใช้งาน: ทดลองพ่นน้ำเปล่าเพื่อตรวจการไหลและรูปแบบละออง ก่อนเติมสารเคมีจริง
  • ช่วงเวลาพ่น: ช่วงเช้าตรู่และเย็นที่ยุงลายออกหากิน หลีกเลี่ยงลมแรง ฝนตก และแดดจัด
  • การพ่นรอบบ้านผู้ป่วย: ครอบคลุมรัศมีประมาณ 100 เมตร ควบคู่กับการสำรวจและกำจัดลูกน้ำในบ้านผู้ป่วยและบ้านโดยรอบ
  • การหมุนเวียนสารเคมี: ประสานหน่วยงานสาธารณสุขเรื่องกลุ่มสารที่เหมาะสมในพื้นที่ เพื่อลดปัญหาการดื้อสาร
  • ความปลอดภัย: สวมอุปกรณ์ป้องกันครบ แจ้งประชาชนล่วงหน้า ให้ปิดภาชนะอาหารและนำสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่ก่อนพ่น

เคล็ดลับจัดซื้อจัดจ้างก่อนฤดูฝน

  • เริ่มกระบวนการให้เร็ว: การจัดซื้อครุภัณฑ์และสารเคมีต้องใช้เวลาตามขั้นตอน ควรเริ่มในไตรมาสแรกหรือไตรมาสที่สองของปีงบประมาณ เพื่อให้ได้ของก่อนฤดูฝน
  • เขียนคุณลักษณะตามภารกิจ: เช่น เครื่องสะพายหลังที่ระบุระยะพ่น ขนาดถัง และระบบ ULV ตามที่ภารกิจต้องการ โดยไม่ล็อกยี่ห้อ
  • ระบุบริการหลังการขาย: การรับประกัน การอบรมการใช้งาน การจัดหาอะไหล่ และช่องทางติดต่อช่าง
  • รวมการอบรมไว้ในการส่งมอบ: ให้ผู้ขายอบรมทีมจริงในวันส่งมอบหรือก่อนฤดูฝน
  • ตั้งงบดำเนินการคู่กับครุภัณฑ์: สารเคมี อุปกรณ์ป้องกัน น้ำมัน และค่าบำรุงรักษา

ตัวอย่างเสียงจากหน้างาน

"ปีก่อน ๆ เราเริ่มคิดเรื่องเครื่องพ่นยุงก็ต่อเมื่อมีผู้ป่วยรายแรกแล้ว ปีนี้เราเอาเช็กลิสต์มาแปะไว้ที่ห้องประชุม ใครรับผิดชอบข้อไหนเขียนชื่อไว้ เดือนธันวาคมเราก็รู้แล้วว่าเครื่องไหนต้องซ่อม เดือนมีนาคมทีมใหม่ได้ฝึกกับเครื่องสะพายหลังจริง พอผู้ป่วยรายแรกมา เราออกพ่นได้ในวันเดียวกับที่ได้รับแจ้ง ผู้บริหารก็สบายใจ ชาวบ้านก็เห็นว่าเราพร้อม"

(ตัวอย่างมุมมองแบบผสมจากประสบการณ์ทั่วไปของทีมควบคุมโรคในท้องถิ่น ไม่ใช่คำกล่าวของบุคคลหรือหน่วยงานใดโดยเฉพาะ)

ขั้นตอนถัดไป 3 ขั้น

  1. โทรหรือ LINE ขอใบเสนอราคาและสเปก: สำหรับ SOLO PORT423 อะไหล่ หรือบริการตรวจเช็กเครื่องก่อนฤดูฝน ที่โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268
  2. ขอสาธิตหรืออบรมการใช้งาน: นัดอบรมทีมและ อสม. ให้เสร็จก่อนเดือนเมษายน 2570
  3. ตั้งงบและจัดซื้อตามระเบียบ: ตรวจรายการในงบประมาณปี 2570 และดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามขั้นตอนของหน่วยงาน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: ฤดูฝน 2570 จะเริ่มเมื่อไร
ตอบ: โดยทั่วไปฤดูฝนของประเทศไทยเริ่มราวกลางเดือนพฤษภาคม แต่แต่ละปีและแต่ละภูมิภาคไม่เท่ากัน ควรติดตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา และเตรียมให้เสร็จก่อนช่วงนั้น

ถาม: ถ้าไม่ได้ตั้งงบซื้อเครื่องไว้ในปีงบประมาณ 2570 ทำอย่างไร
ตอบ: ให้ปรึกษาฝ่ายการเงินและพัสดุเรื่องแนวทางที่ทำได้ตามระเบียบของหน่วยงาน ในระหว่างนั้นให้เน้นซ่อมบำรุงเครื่องที่มีอยู่และเตรียมข้อมูลความจำเป็นไว้เสนอผู้บริหาร

ถาม: เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังต่างจากเครื่องพ่นหมอกควันอย่างไร
ตอบ: เครื่องพ่นละอองฝอย ULV พ่นละอองเล็กมากโดยไม่มีควัน ส่วนเครื่องพ่นหมอกควันใช้ความร้อนสร้างควันหนา ทั้งสองแบบใช้กลางแจ้งได้ และหลายหน่วยงานใช้ควบคู่กัน

ถาม: SOLO PORT423 พ่นได้ไกลแค่ไหน
ตอบ: ตามข้อมูลสินค้า พ่นได้ไกลสูงสุด 12 เมตร และมีถังน้ำยาขนาด 12 ลิตร

ถาม: ควรซ้อมแผนตอบสนองผู้ป่วยไหม
ตอบ: ควรซ้อมอย่างน้อย 1 ครั้งก่อนฤดูฝน ตั้งแต่การรับแจ้ง การเตรียมเครื่อง จนถึงการออกพ่นในพื้นที่จำลอง เพื่อหาจุดที่ติดขัด

ถาม: การพ่นอย่างเดียวพอไหม
ตอบ: ไม่พอ การพ่นลดยุงตัวเต็มวัย แต่ต้องทำคู่กับการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ตามมาตรการ 3 เก็บ 3 โรค และการสื่อสารกับประชาชน

ถาม: เครื่องนี้ใช้กำจัดแมลงทุกชนิดได้ไหม
ตอบ: ใช้ได้กับแมลงหลายชนิดตามสารเคมีที่เลือก ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระบุแมลงเป้าหมายบนฉลากและปฏิบัติตามฉลากเสมอ

เริ่มเตรียมทีมตอบสนองเร็วก่อนฤดูฝน 2570 วันนี้

SOLO PORT423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง พ่นไกล 12 เมตร ถัง 12 ลิตร พร้อมช่าง อะไหล่ และบริการหลังการขายจาก WHD

ดูสินค้าและราคา SOLO PORT423 คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268

ดูศูนย์รวมเครื่องพ่นยุงราชการทุกรุ่น

World Health Disinfection Co., Ltd. · 88 268 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 · worldhealthdisinfection@gmail.com

#เครื่องพ่นยุง #เครื่องกำจัดยุง #เครื่องพ่นหมอกควัน #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยุงราชการ #ควบคุมโรค #SOLOPORT423 #เตรียมพร้อมก่อนฤดูฝน2570

คีย์เวิร์ด: เครื่องพ่นยุง, เครื่องกำจัดยุง, เครื่องพ่นหมอกควัน, เครื่องพ่นละอองฝอย, เครื่องพ่นยุงราชการ, ควบคุมโรค, กำจัดแมลงทุกชนิด, ครุภัณฑ์ราชการ, จัดซื้อจัดจ้าง, ยุงลาย, ไข้เลือดออก, ULV, เตรียมพร้อมก่อนฤดูฝน 2570, กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม, SOLO PORT423

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้