ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนกับบทบาทในคณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขระดับอำเภอ: ผลักดันการควบคุมยุงอย่างเป็นระบบ ด้วยเครื่องพ่นละอองฝอย ULV AIROFOG U240

Last updated: 25 ก.ย. 2569  |  12 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องพ่นหมอกควัน

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนกับบทบาทในคณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขระดับอำเภอ: ผลักดันการควบคุมยุงอย่างเป็นระบบ ด้วยเครื่องพ่นละอองฝอย ULV AIROFOG U240

ในหลายอำเภอ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนเป็นผู้ที่เห็นภาพของไข้เลือดออกชัดที่สุด เพราะผู้ป่วยทุกรายที่อาการหนักต้องมาจบที่โรงพยาบาล แต่การควบคุมยุงเกิดขึ้นในชุมชน ในโรงเรียน ในบ้าน และในพื้นที่ของหลายหน่วยงาน คณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขระดับอำเภอ (คปสอ.) จึงเป็นเวทีสำคัญที่ ผอ.รพ. ใช้เชื่อมข้อมูลจากโรงพยาบาลไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่ บทความนี้เป็นแนวทางสำหรับผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนและทีมสาธารณสุขอำเภอ ว่าจะผลักดันงานควบคุมยุงให้เป็นระบบได้อย่างไร และทำไมเครื่องพ่นละอองฝอย ULV อย่าง AIROFOG U240 จึงเป็นเครื่องมือที่เหมาะกับงานพ่นในอาคารของโรงพยาบาลและเครือข่าย

สรุปสำหรับผู้บริหาร (อ่าน 1 นาที)

  • ปัญหา: ข้อมูลผู้ป่วยไข้เลือดออกอยู่ที่โรงพยาบาล แต่การพ่นและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์อยู่ในมือหลายหน่วยงาน ถ้าไม่มีการประสานที่ดี การตอบสนองจะช้าและไม่ครอบคลุม
  • บทบาท ผอ.รพ.: ใช้เวที คปสอ. ผลักดันให้มีข้อมูลกลาง เกณฑ์การตอบสนองที่ชัด การแบ่งบทบาทระหว่างโรงพยาบาล สาธารณสุขอำเภอ รพ.สต. และ อปท. และการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ
  • เริ่มจากบ้านตัวเอง: โรงพยาบาลเป็นต้นแบบ พื้นที่ปลอดลูกน้ำยุงลาย และมีเครื่องมือพ่นในอาคารที่ได้มาตรฐาน
  • เครื่องที่เหมาะ: AIROFOG U240 เครื่องพ่นละอองฝอย ULV จากเยอรมนี ละออง 15 ถึง 30 ไมครอน ใช้ได้ทั้งสารสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน ตัวเครื่องทนไฟและทนรังสี UV ถัง 5 ลิตร น้ำหนัก 3.1 กิโลกรัม
  • ขั้นต่อไป: นำเช็กลิสต์ในบทความเข้าวาระ คปสอ. และติดต่อ WHD ขอใบเสนอราคา สเปก และนัดสาธิต

เรื่องเล่า: ห้องประชุม คปสอ. ที่ทุกคนพูดถูก แต่ยุงยังอยู่ (ตัวอย่างสถานการณ์)

บ่ายวันพุธต้นเดือนสิงหาคม ห้องประชุมของโรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่งในภาคเหนือตอนล่างเต็มไปด้วยผู้เข้าร่วมประชุม คปสอ. ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ขอเรียกท่านว่า "นายแพทย์ธนพล" เพิ่งผ่านสัปดาห์ที่หนักที่สุดของปี หอผู้ป่วยในมีผู้ป่วยไข้เลือดออกนอนพร้อมกันหลายเตียง มีเด็กหนึ่งรายต้องส่งต่อโรงพยาบาลจังหวัดเพราะมีภาวะช็อก

ในการประชุม แต่ละหน่วยงานรายงานงานของตนอย่างครบถ้วน สาธารณสุขอำเภอรายงานจำนวนครั้งที่ทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็วลงสอบสวนโรค รพ.สต. รายงานว่าพ่นรอบบ้านผู้ป่วยแล้ว อปท. รายงานว่าส่งรถพ่นยุงออกหลายรอบ ทุกคนพูดถูก แต่เมื่อนายแพทย์ธนพลถามว่า "ผู้ป่วยรายล่าสุดได้รับการพ่นรอบบ้านภายในกี่วันหลังได้รับรายงาน" ห้องประชุมเงียบ เพราะไม่มีใครถือข้อมูลที่เชื่อมจากวันวินิจฉัยไปถึงวันพ่น

ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าหน้าที่งานอาชีวอนามัยของโรงพยาบาลเองรายงานว่า สำรวจพบลูกน้ำยุงลายในจานรองกระถางต้นไม้หน้าอาคารผู้ป่วยนอก และในภาชนะน้ำขังหลังบ้านพักเจ้าหน้าที่ ส่วนเครื่องพ่นละอองฝอยที่โรงพยาบาลมีอยู่ก็เก่าและหัวพ่นมีปัญหา นายแพทย์ธนพลรู้ทันทีว่า ถ้าโรงพยาบาลจะขอให้หน่วยงานอื่นทำงานเป็นระบบ โรงพยาบาลเองต้องเป็นต้นแบบก่อน

บทความนี้คือแนวทางที่ ผอ.รพ. อย่างนายแพทย์ธนพลนำไปใช้ได้ ตั้งแต่วาระการประชุม ตัวชี้วัดที่ควรติดตาม การแบ่งบทบาท ไปจนถึงการเลือกเครื่องมือที่เหมาะกับงานในโรงพยาบาล

ทำไม ผอ.รพ.ชุมชน ต้องลงมาผลักดันเรื่องยุงเอง

มิติสุขภาพ: โรงพยาบาลรับภาระปลายทางของทุกช่องว่าง

ไข้เลือดออกมีอาการไข้สูงลอย ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อาจมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง และช่วงไข้ลดเป็นช่วงวิกฤตที่อาจเกิดภาวะช็อก เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว และผู้ที่เคยติดเชื้อมาก่อน เป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด ยุงลายยังเป็นพาหะของชิคุนกุนยา ซึ่งทำให้ปวดข้อรุนแรง และซิกาที่มีผลต่อหญิงตั้งครรภ์ ทุกครั้งที่การควบคุมยุงในชุมชนมีช่องว่าง ผลที่ตามมาคือเตียงในหอผู้ป่วย เวรพยาบาล และการส่งต่อผู้ป่วยหนัก

มิติงบประมาณ: ค่ารักษาและค่าใช้จ่ายแฝงสูงกว่าค่าป้องกัน

การรักษาผู้ป่วยไข้เลือดออกที่ต้องนอนโรงพยาบาลใช้ทรัพยากรมาก ทั้งการเฝ้าระวังสัญญาณชีพ การตรวจทางห้องปฏิบัติการ และบุคลากร ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายของครอบครัวผู้ป่วยที่ต้องหยุดงานมาเฝ้าไข้ แม้บทความนี้จะไม่ระบุตัวเลข แต่หลักคิดชัดเจน คือการลงทุนกับระบบควบคุมยุงที่ได้ผล ช่วยลดภาระปลายทางของโรงพยาบาลได้

มิติภาพลักษณ์และความเชื่อมั่น: โรงพยาบาลต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย

หากประชาชนพบลูกน้ำยุงลายในโรงพยาบาล หรือญาติผู้ป่วยถูกยุงกัดขณะเฝ้าไข้ ความเชื่อมั่นต่อโรงพยาบาลจะได้รับผลกระทบ โรงพยาบาลจึงต้องเป็นต้นแบบของการควบคุมยุงในอาคารและบริเวณ

มิติข้อร้องเรียนและโซเชียลมีเดีย

ภาพยุงในหอผู้ป่วย หรือคลิปภาชนะน้ำขังในบริเวณโรงพยาบาล เป็นเรื่องที่ถูกแชร์ได้รวดเร็ว และมักถูกตั้งคำถามว่า "โรงพยาบาลยังคุมยุงในบ้านตัวเองไม่ได้ แล้วจะไปแนะนำใคร"

มิติภาระงานของบุคลากร

ช่วงระบาด พยาบาลและแพทย์ทำงานหนักขึ้น เจ้าหน้าที่งานควบคุมโรคต้องลงสอบสวนโรค ทีมอาชีวอนามัยต้องดูแลสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาล หากไม่มีระบบและเครื่องมือที่พร้อม ทุกคนต้องทำงานแบบดับไฟ ซึ่งทำให้เหนื่อยล้าและเสี่ยงต่อความผิดพลาด

ทำไมการประชุมแบบเดิมจึงไม่เปลี่ยนผลลัพธ์

  • รายงานกิจกรรม ไม่ได้รายงานผลลัพธ์: แต่ละหน่วยงานรายงานจำนวนครั้งที่พ่น แต่ไม่มีใครรายงานระยะเวลาตั้งแต่ได้รับรายงานผู้ป่วยจนถึงการพ่นครบ หรือค่าดัชนีลูกน้ำก่อนและหลัง
  • ข้อมูลไม่เชื่อมกัน: ข้อมูลวินิจฉัยอยู่ที่โรงพยาบาล ข้อมูลการพ่นอยู่ที่ รพ.สต. และ อปท. ข้อมูลลูกน้ำอยู่กับ อสม. ไม่มีใครเห็นภาพรวม
  • เครื่องมือไม่พร้อม: เครื่องเก่า หัวพ่นอุดตัน อะไหล่หายาก หรือเครื่องไม่เหมาะกับงานในอาคาร ทำให้ทีมเลี่ยงการพ่นในบ้านผู้ป่วยและอาคารสาธารณะ
  • ขนาดละอองไม่เหมาะ: เครื่องที่ให้ละอองใหญ่เกินไปทำให้สารตกเปื้อนพื้นผิวในอาคาร และสัมผัสยุงได้ไม่ดี
  • ผิดเวลา: การพ่นในช่วงที่ยุงไม่ออกหากิน หรือพ่นล่าช้าหลายวันหลังพบผู้ป่วย ทำให้ยุงที่มีเชื้อมีโอกาสแพร่โรคต่อ
  • อุปกรณ์ราคาถูกไม่ได้มาตรฐานและไม่มีบริการหลังการขาย: เมื่อเครื่องเสียกลางฤดู งานหยุดทันที
  • ไม่มีเจ้าภาพที่ชัด: ทุกหน่วยงานทำส่วนของตัวเอง แต่ไม่มีใครรับผิดชอบรอยต่อ

บทบาทของ ผอ.รพ. บนเวที คปสอ.: 6 เรื่องที่ควรผลักดัน

หมายเหตุ: องค์ประกอบและบทบาทของ คปสอ. รวมถึงผู้ทำหน้าที่ประธาน อาจแตกต่างกันในแต่ละอำเภอ และความสัมพันธ์กับ รพ.สต. ที่ถ่ายโอนไปสังกัด อบจ. ก็ต่างกันตามพื้นที่ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลควรปรับแนวทางต่อไปนี้ให้เข้ากับโครงสร้างจริงของอำเภอตน

  1. ข้อมูลกลางหนึ่งชุด: ผลักดันให้มีตารางติดตามผู้ป่วยที่เชื่อมวันเริ่มป่วย วันวินิจฉัย วันแจ้งพื้นที่ วันพ่นรอบแรก วันพ่นซ้ำ และผลสำรวจลูกน้ำ ให้ทุกหน่วยงานเห็นข้อมูลเดียวกัน
  2. เกณฑ์การตอบสนองที่ชัด: ตกลงร่วมกันว่าเมื่อได้รับรายงานผู้ป่วย ใครต้องทำอะไรภายในระยะเวลาเท่าไร ตามแนวทางของกรมควบคุมโรคและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
  3. แบ่งบทบาทตามจุดแข็ง: โรงพยาบาลดูแลข้อมูลและการรักษา สาธารณสุขอำเภอและทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็วดูแลการสอบสวนโรค รพ.สต. และ อสม. ดูแลการสำรวจและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ อปท. ดูแลการพ่นในพื้นที่กว้างและงบประมาณสนับสนุน
  4. มาตรฐานเครื่องมือและการใช้สาร: เสนอให้เครือข่ายมีมาตรฐานขั้นต่ำของเครื่องพ่นยุง อุปกรณ์ป้องกัน และการบันทึกการใช้สาร เพื่อให้ผลงานเทียบกันได้
  5. โรงพยาบาลเป็นต้นแบบ: ประกาศให้โรงพยาบาลเป็นพื้นที่ปลอดลูกน้ำยุงลาย มีการสำรวจประจำ และมีเครื่องพ่นละอองฝอยสำหรับงานในอาคารที่พร้อมใช้
  6. ทบทวนผลทุกเดือนในฤดูระบาด: นำตัวชี้วัดเข้าวาระประจำ ไม่ใช่เพียงรายงานเมื่อมีการระบาด

ตัวชี้วัดที่ ผอ.รพ. ควรขอให้มีในวาระ คปสอ. (ตารางส่งต่อทีมได้)

ตัวชี้วัดความหมายแหล่งข้อมูล
ระยะเวลาจากวินิจฉัยถึงแจ้งพื้นที่ความเร็วในการส่งต่อข้อมูลจากโรงพยาบาลโรงพยาบาล งานระบาดวิทยา
ระยะเวลาจากแจ้งพื้นที่ถึงพ่นรอบแรกความเร็วในการตอบสนองของทีมพื้นที่รพ.สต. อปท.
สัดส่วนผู้ป่วยที่ได้รับการพ่นครบตามรอบความครบถ้วนของการควบคุมสาธารณสุขอำเภอ
ค่าดัชนีลูกน้ำยุงลายในชุมชนความเสี่ยงของการเกิดยุงรุ่นใหม่อสม. รพ.สต.
ค่าดัชนีลูกน้ำในโรงพยาบาล โรงเรียน และวัดความปลอดภัยของสถานที่สำคัญงานอาชีวอนามัย รพ.สต.
ผู้ป่วยรายที่สองในพื้นที่เดิมสัญญาณว่าการควบคุมยังมีช่องว่างงานระบาดวิทยา
ความพร้อมของเครื่องพ่นในเครือข่ายจำนวนเครื่องที่ใช้งานได้จริงในวันนั้นทุกหน่วยงานที่มีเครื่อง

ตัวชี้วัดเหล่านี้เป็นกรอบคิดที่ปรับใช้ได้ ไม่ใช่ตัวชี้วัดบังคับ แต่ละพื้นที่ควรเลือกตัวที่เก็บข้อมูลได้จริงและสอดคล้องกับตัวชี้วัดของจังหวัด

ตัวอย่างวาระประชุม คปสอ. เรื่องควบคุมยุง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสามารถเสนอวาระนี้เป็นวาระประจำในช่วงก่อนและระหว่างฤดูฝน เพื่อให้การประชุมเปลี่ยนจากการรายงานกิจกรรมเป็นการตัดสินใจร่วมกัน

  1. สถานการณ์ผู้ป่วย 5 นาที: งานระบาดวิทยาของโรงพยาบาลนำเสนอจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ แยกตามตำบลและหมู่บ้าน พร้อมแผนที่จุดผู้ป่วย
  2. ความเร็วในการตอบสนอง 5 นาที: สาธารณสุขอำเภอนำเสนอระยะเวลาจากวินิจฉัยถึงการพ่นรอบแรกของแต่ละราย และชี้รายที่ล่าช้า
  3. ค่าดัชนีลูกน้ำ 5 นาที: รพ.สต. นำเสนอผลการสำรวจลูกน้ำในชุมชน โรงเรียน วัด และโรงพยาบาล
  4. ความพร้อมของเครื่องมือ 5 นาที: ทุกหน่วยงานรายงานจำนวนเครื่องพ่นยุงและเครื่องกำจัดยุงที่ใช้งานได้จริง เครื่องที่รอซ่อม และสารเคมีคงคลัง
  5. ปัญหารอยต่อและการตัดสินใจ 8 นาที: อภิปรายเฉพาะจุดที่ล่าช้าหรือมีผู้ป่วยซ้ำ และมอบหมายผู้รับผิดชอบพร้อมกำหนดเวลา
  6. สรุปมติ 2 นาที: ทวนมติ ผู้รับผิดชอบ และสิ่งที่ต้องรายงานในการประชุมครั้งถัดไป

วาระแบบนี้ใช้เวลาไม่มาก แต่ทำให้ทุกหน่วยงานรู้ว่าตนเองอยู่ตรงไหนของระบบ และทำให้ผู้บริหารระดับอำเภอเห็นช่องว่างก่อนที่ผู้ป่วยรายใหม่จะมาถึงโรงพยาบาล

ทางออกด้านเครื่องมือ: AIROFOG U240 เครื่องพ่นละอองฝอย ULV สำหรับงานในอาคาร

งานควบคุมยุงของโรงพยาบาลมีลักษณะเฉพาะ คือต้องพ่นในอาคาร ห้องเก็บของ บ้านพักเจ้าหน้าที่ อาคารสนับสนุน และบางครั้งต้องสนับสนุน รพ.สต. ในการพ่นภายในบ้านผู้ป่วยและอาคารโรงเรียน เครื่องที่เหมาะจึงต้องให้ละอองละเอียด ควบคุมได้ น้ำหนักเบา และทนทาน AIROFOG U240 มีคุณสมบัติตามข้อมูลของ WHD ดังนี้

คุณสมบัติความหมายสำหรับโรงพยาบาลและเครือข่าย
ผลิตในเยอรมนีมาตรฐานการผลิตที่เชื่อถือได้ เหมาะกับครุภัณฑ์ที่ต้องใช้ระยะยาว
ละออง 15 ถึง 30 ไมครอนละอองละเอียดลอยในอากาศได้ดี สัมผัสตัวยุงในอาคารได้ทั่วถึง ไมครอนคือหนึ่งในพันของมิลลิเมตร
ใช้ได้ทั้งสารสูตรน้ำและสูตรน้ำมันเลือกสารตามความเหมาะสมของพื้นที่และตามฉลาก เช่น สูตรน้ำสำหรับพื้นที่ที่ต้องการลดกลิ่น
ตัวเครื่องทนไฟและทนรังสี UVทนต่อการใช้งานและการเก็บรักษาในสภาพอากาศร้อนของไทย
ถังขนาด 5 ลิตรเพียงพอสำหรับงานพ่นในอาคารหลายห้องต่อรอบ
น้ำหนัก 3.1 กิโลกรัมถือพ่นได้คล่อง ขนย้ายไปสนับสนุน รพ.สต. ได้ง่าย

ULV ย่อมาจาก Ultra Low Volume คือการพ่นสารปริมาณน้อยให้เป็นละอองละเอียดมาก ต่างจากเครื่องพ่นหมอกควันที่ใช้ความร้อนสร้างควันหนา ซึ่งเหมาะกับงานกลางแจ้งมากกว่า สำหรับงานในอาคารของโรงพยาบาล เครื่องพ่นละอองฝอยที่ไม่ใช้ความร้อนจึงเป็นทางเลือกที่ควบคุมได้ง่ายกว่า

WHD มีระบบ ISO และ GMP ตรวจสอบคุณภาพ 100% ก่อนส่งมอบ มีบริการหลังการขาย ช่าง และอะไหล่ และสินค้าเป็นไปตามมาตรฐานครุภัณฑ์ราชการ

เครื่องมืออื่นที่เครือข่ายอาจใช้ร่วมกัน

งานกลางแจ้งและพื้นที่กว้างของ อปท. อาจใช้เครื่องพ่นหมอกควัน เช่น AIROFOG AT35 หรือเครื่องพ่นละอองฝอยติดรถกระบะ ส่วนการเดินพ่นรอบบ้านผู้ป่วยในชุมชนอาจใช้เครื่องสะพายหลังอย่าง SOLO PORT423 การที่ คปสอ. วางกรอบว่าเครื่องแต่ละประเภทใช้ในงานใด ช่วยให้แต่ละหน่วยงานตั้งงบได้ตรงบทบาท

สิ่งที่ผู้บริหารได้รับ

  • ความเชื่อมั่นของประชาชนและผู้ป่วย: โรงพยาบาลเป็นพื้นที่ปลอดภัยจากยุง และเป็นผู้นำการควบคุมโรคของอำเภอ
  • ข้อร้องเรียนลดลง: ลดปัญหายุงในหอผู้ป่วยและภาชนะน้ำขังในบริเวณโรงพยาบาล
  • ผลงานที่มองเห็นได้: ตัวชี้วัดที่ชัดในวาระ คปสอ. นำเสนอผู้บริหารระดับจังหวัดได้
  • ใช้งบอย่างคุ้มค่า: การป้องกันที่ได้ผลช่วยลดภาระการรักษาปลายทาง และเครื่องมือถูกซื้อตามบทบาทจริง
  • การจัดซื้อพร้อมตรวจสอบ: ซื้อจากผู้จำหน่ายที่มีมาตรฐานและบริการหลังการขาย มีเอกสารครบ
  • ทีมงานทำงานเป็นระบบ: ลดการทำงานแบบดับไฟ ทุกคนรู้บทบาทของตนเอง

สำหรับทีมสาธารณสุข: หลักวิชาการของการพ่นในอาคารและการควบคุมระดับอำเภอ

  • พ่นรอบบ้านผู้ป่วยในรัศมีประมาณ 100 เมตร: ทั้งภายในบ้านและรอบบ้าน ตามแนวทางกรมควบคุมโรค และพ่นซ้ำตามรอบที่กำหนด
  • พ่นในอาคารอย่างปลอดภัย: ให้คน ผู้ป่วย และสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่ก่อน ปิดภาชนะอาหาร น้ำดื่ม และอุปกรณ์การแพทย์ที่สัมผัสได้ ปิดประตูหน้าต่างตามที่ฉลากแนะนำ และรอเวลาก่อนกลับเข้าพื้นที่ตามฉลาก
  • ไม่พ่นในพื้นที่ที่มีผู้ป่วยอยู่: ในโรงพยาบาล ควรวางแผนพ่นเฉพาะพื้นที่ที่จัดการให้ว่างได้ เช่น ห้องเก็บของ อาคารสนับสนุน บ้านพัก ช่วงนอกเวลาบริการ และประสานงานกับฝ่ายการพยาบาลและงานป้องกันการติดเชื้อทุกครั้ง
  • เวลา: ยุงลายออกหากินช่วงกลางวัน โดยเฉพาะเช้าและบ่ายแก่ถึงเย็น สำหรับการพ่นในอาคาร ให้เลือกช่วงที่พื้นที่ว่างและสอดคล้องกับฉลากสาร
  • สารเคมี: ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียน ผสมตามฉลาก บันทึกชื่อสาร ปริมาณ และผู้ปฏิบัติ พิจารณาการหมุนเวียนกลุ่มสารตามคำแนะนำของหน่วยงานวิชาการเพื่อลดความเสี่ยงยุงดื้อสาร
  • 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค: เก็บบ้าน เก็บขยะ เก็บน้ำ ทั้งในชุมชนและในโรงพยาบาล โดยเฉพาะจานรองกระถาง ภาชนะน้ำขังในอาคารซักฟอก และจุดรอบบ้านพัก
  • อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล: หน้ากาก แว่นตา ถุงมือ เสื้อแขนยาว และอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังปฏิบัติงาน

10 เหตุผลที่ AIROFOG U240 เหมาะกับโรงพยาบาลชุมชนและเครือข่ายอำเภอ

  1. ออกแบบสำหรับงานละอองฝอยแบบ ULV เป็นเครื่องพ่นละอองฝอย ULV ที่ควบคุมได้ง่ายในอาคาร
  2. ละออง 15 ถึง 30 ไมครอน ลอยในอากาศได้ดี สัมผัสยุงในห้องและมุมอับได้ทั่วถึง
  3. ใช้ได้ทั้งสารสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน ปรับตามพื้นที่และข้อกำหนดบนฉลาก
  4. น้ำหนักเพียง 3.1 กิโลกรัม ถือพ่นได้นาน ไม่เป็นภาระต่อผู้ปฏิบัติงาน
  5. ถัง 5 ลิตร พ่นได้หลายห้องต่อรอบโดยไม่ต้องเติมบ่อย
  6. ตัวเครื่องทนไฟและทนรังสี UV ทนต่อการใช้งานและการเก็บรักษาในสภาพอากาศร้อน
  7. ผลิตในเยอรมนี เหมาะกับครุภัณฑ์ที่หน่วยงานต้องการใช้ระยะยาว
  8. ขนย้ายง่าย โรงพยาบาลนำไปสนับสนุน รพ.สต. หรือโรงเรียนในเครือข่ายได้ตามข้อตกลง
  9. ผู้จำหน่ายมีมาตรฐานและบริการ WHD มี ISO และ GMP ตรวจ QC 100% มีช่างและอะไหล่
  10. เป็นครุภัณฑ์ราชการที่จัดซื้อได้ตามระเบียบ เปรียบเทียบรุ่นอื่นได้ที่ศูนย์รวมอุปกรณ์กำจัดยุงและแมลง ครุภัณฑ์ราชการ

ก่อน: ต่างหน่วยงานต่างรายงาน

  • ประชุม คปสอ. รายงานจำนวนกิจกรรม แต่ไม่รู้ว่าพ่นทันเวลาหรือไม่
  • ข้อมูลผู้ป่วย ข้อมูลการพ่น และข้อมูลลูกน้ำแยกกัน
  • พบลูกน้ำยุงลายในบริเวณโรงพยาบาลเอง
  • เครื่องพ่นในอาคารเก่า หัวพ่นมีปัญหา
  • ผู้ป่วยรายที่สองเกิดในพื้นที่เดิม

หลัง: อำเภอควบคุมยุงอย่างเป็นระบบ

  • ตัวชี้วัดชัดในวาระประจำ คปสอ. ทุกเดือนช่วงฤดูระบาด
  • ตารางติดตามผู้ป่วยเชื่อมจากวินิจฉัยถึงการพ่นซ้ำ
  • โรงพยาบาลเป็นต้นแบบพื้นที่ปลอดลูกน้ำยุงลาย
  • มี AIROFOG U240 พร้อมใช้สำหรับงานในอาคารและสนับสนุนเครือข่าย
  • ช่องว่างการควบคุมถูกค้นพบและแก้ไขเร็วขึ้น

เคล็ดลับการจัดซื้อจัดจ้างสำหรับโรงพยาบาลและเครือข่าย

  • กำหนดบทบาทของเครื่องก่อนซื้อ: เครื่องสำหรับงานในอาคารของโรงพยาบาล เครื่องสำหรับเดินพ่นในชุมชน และเครื่องสำหรับพื้นที่กว้าง มีคุณลักษณะต่างกัน ควรให้ คปสอ. เห็นภาพรวมก่อนแต่ละหน่วยงานตั้งงบ
  • เลือกแหล่งงบที่เหมาะสม: ตามระเบียบของโรงพยาบาลและหน่วยงานต้นสังกัด ปรึกษางานการเงินและพัสดุ
  • เขียนคุณลักษณะเฉพาะตามการใช้งานจริง: เช่น เครื่องพ่นละอองฝอย ULV ขนาดละอองที่ต้องการ การใช้ได้กับสารสูตรน้ำหรือน้ำมัน น้ำหนัก ขนาดถัง และเงื่อนไขบริการหลังการขาย โดยไม่ระบุจนกีดกันการแข่งขันเกินจำเป็น
  • รวมการอบรมไว้ในเงื่อนไข: อบรมเจ้าหน้าที่งานอาชีวอนามัย งานควบคุมโรค และตัวแทน รพ.สต.
  • กำหนดเงื่อนไขอะไหล่และช่าง: ระยะเวลาตอบสนอง อะไหล่สิ้นเปลือง และช่องทางติดต่อ
  • ตรวจรับอย่างละเอียด: ทดสอบการพ่นจริง ตรวจอุปกรณ์และคู่มือ
  • ทำทะเบียนการใช้งาน: บันทึกการใช้ การบำรุงรักษา และการให้ยืมแก่หน่วยงานในเครือข่าย

หมายเหตุ: ขั้นตอน วงเงิน และแหล่งงบต้องเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่ใช้บังคับกับหน่วยงาน ควรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่พัสดุและหน่วยงานต้นสังกัดทุกครั้ง

ตัวอย่างเสียงจากหน้างาน

"สิ่งที่เปลี่ยนการประชุม คปสอ. ของเราคือคำถามเดียว ว่าผู้ป่วยแต่ละรายได้รับการพ่นรอบบ้านภายในกี่วัน พอเริ่มเก็บข้อมูลนี้ทุกเดือน ทุกหน่วยงานเห็นตรงกันว่ารอยต่ออยู่ตรงไหน บางพื้นที่ช้าเพราะข้อมูลส่งไม่ถึง บางพื้นที่ช้าเพราะเครื่องเสีย เราเลยเริ่มจากโรงพยาบาลเองก่อน สำรวจลูกน้ำในบริเวณทุกสัปดาห์ และมีเครื่องพ่นละอองฝอยสำหรับงานในอาคารที่พร้อมใช้ เวลา รพ.สต. ต้องพ่นในบ้านผู้ป่วยหรือในโรงเรียนก็ยืมไปได้ตามทะเบียน ทีมทำงานเป็นระบบขึ้นมาก"

(ตัวอย่างเสียงจากหน้างาน เป็นมุมมองที่เรียบเรียงจากลักษณะงานทั่วไปของเครือข่ายสุขภาพระดับอำเภอ ไม่ใช่คำกล่าวของบุคคลหรือหน่วยงานจริง)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ผอ.รพ.ชุมชน ต้องรับผิดชอบการพ่นยุงในชุมชนด้วยหรือไม่

บทบาทหลักของโรงพยาบาลคือการรักษา การเฝ้าระวัง และการส่งต่อข้อมูล ส่วนการพ่นในชุมชนมักเป็นงานร่วมของสาธารณสุขอำเภอ รพ.สต. และ อปท. แต่ ผอ.รพ. มีบทบาทสำคัญในการผลักดันผ่าน คปสอ. ให้การตอบสนองเป็นระบบและตรวจสอบได้

พ่นยุงในโรงพยาบาลได้หรือไม่

ทำได้ในพื้นที่ที่จัดการให้ว่างได้ เช่น อาคารสนับสนุน ห้องเก็บของ และบ้านพัก โดยใช้สารที่ขึ้นทะเบียนตามฉลาก ประสานกับฝ่ายการพยาบาลและงานป้องกันการติดเชื้อ และไม่พ่นในพื้นที่ที่มีผู้ป่วยอยู่

ทำไมเลือกเครื่องพ่นละอองฝอยแทนเครื่องพ่นหมอกควันสำหรับงานในอาคาร

เครื่องพ่นหมอกควันใช้ความร้อนสร้างควันหนา เหมาะกับงานกลางแจ้ง ส่วนเครื่องพ่นละอองฝอย ULV อย่าง U240 ให้ละอองละเอียดโดยไม่ใช้ความร้อน ควบคุมได้ง่ายกว่าในพื้นที่ปิด

U240 ใช้กำจัดแมลงทุกชนิดได้หรือไม่

เครื่องทำหน้าที่สร้างละออง ผลต่อแมลงแต่ละชนิดขึ้นกับสารเคมีที่ขึ้นทะเบียนและใช้ตามฉลาก โรงพยาบาลควรเลือกสารให้ตรงกับเป้าหมายและปลอดภัยต่อพื้นที่

ควรติดตามตัวชี้วัดอะไรเป็นอันดับแรก

เริ่มจากระยะเวลาตั้งแต่ได้รับรายงานผู้ป่วยจนถึงการพ่นรอบแรก เพราะเป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนการประสานงานของทุกหน่วยงานได้ชัดที่สุด แล้วค่อยเพิ่มค่าดัชนีลูกน้ำและผู้ป่วยรายที่สองในพื้นที่เดิม

รพ.สต. ที่ถ่ายโอนไปสังกัด อบจ. ยังร่วมกลไก คปสอ. ได้อย่างไร

ขึ้นกับการจัดโครงสร้างและข้อตกลงในแต่ละจังหวัด ผอ.รพ. และสาธารณสุขอำเภอควรประสานกับ อบจ. เพื่อให้ข้อมูลและการตอบสนองต่อผู้ป่วยยังเชื่อมกันอย่างต่อเนื่อง

ขั้นตอนถัดไป 3 ขั้น

  1. โทรหรือ LINE ขอใบเสนอราคาและสเปก AIROFOG U240 จาก WHD ที่ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เพื่อประกอบวาระ คปสอ.
  2. ขอสาธิตและอบรมการใช้งาน ให้งานอาชีวอนามัย งานควบคุมโรค และตัวแทน รพ.สต. ในเครือข่าย
  3. ตั้งงบและจัดซื้อตามระเบียบ ผ่านแผนครุภัณฑ์ของโรงพยาบาลหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ ให้พร้อมก่อนฤดูฝน

ให้โรงพยาบาลเป็นผู้นำการควบคุมยุงของอำเภอ เริ่มจากเครื่องมือที่พร้อม

ปรึกษา WHD เรื่องเครื่องพ่นยุงราชการสำหรับโรงพยาบาลและเครือข่ายสุขภาพอำเภอ สเปก การสาธิต และบริการหลังการขาย

ดูสินค้าและราคา AIROFOG U240 คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com

ดูศูนย์รวมอุปกรณ์กำจัดยุงและแมลง ครุภัณฑ์ราชการ

#เครื่องพ่นยุง #เครื่องกำจัดยุง #เครื่องพ่นหมอกควัน #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยุงราชการ #ควบคุมโรค #AIROFOGU240 #คปสอ

คีย์เวิร์ด: เครื่องพ่นยุง, เครื่องกำจัดยุง, เครื่องพ่นหมอกควัน, เครื่องพ่นละอองฝอย, เครื่องพ่นยุงราชการ, ควบคุมโรค, กำจัดแมลงทุกชนิด, ครุภัณฑ์ราชการ, จัดซื้อจัดจ้าง, ยุงลาย, ไข้เลือดออก, ULV, AIROFOG U240, โรงพยาบาลชุมชน, คปสอ.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้