เช่า จ้าง หรือซื้อเครื่องพ่นยุง: หน่วยงานราชการควรเลือกแบบไหน กรอบตัดสินใจ 3 ทางเลือกที่ผู้บริหารใช้ได้จริง

Last updated: 24 ก.ย. 2569  |  12 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เช่า จ้าง หรือซื้อเครื่องพ่นยุง: หน่วยงานราชการควรเลือกแบบไหน กรอบตัดสินใจ 3 ทางเลือกที่ผู้บริหารใช้ได้จริง

เช่า จ้าง หรือซื้อเครื่องพ่นยุง: หน่วยงานราชการควรเลือกแบบไหน กรอบตัดสินใจ 3 ทางเลือกที่ผู้บริหารใช้ได้จริง

ทุกครั้งที่ไข้เลือดออกระบาด คำถามเดิมจะกลับมาในที่ประชุมผู้บริหารและสภาท้องถิ่น "เราควรซื้อ เครื่องพ่นยุง เป็นของตัวเอง หรือเช่าใช้เป็นครั้ง ๆ หรือจ้างเหมาบริษัทมาพ่นให้" แต่ละฝ่ายมีเหตุผลของตัวเอง ฝ่ายการเงินห่วงงบลงทุน ฝ่ายสาธารณสุขห่วงความเร็วในการตอบสนอง ส่วนสมาชิกสภาห่วงความคุ้มค่าและเสียงของประชาชน บทความนี้ไม่ได้บอกว่าทางเลือกใดดีที่สุดสำหรับทุกหน่วยงาน แต่ให้ กรอบการตัดสินใจ ที่ใช้ได้โดยไม่ต้องเดาตัวเลข พร้อมเช็กลิสต์ ตารางเปรียบเทียบ และข้อควรระวังในการ จัดซื้อจัดจ้าง แต่ละแบบ

สรุปใน 1 นาที

  • ซื้อ (เป็นครุภัณฑ์): เหมาะกับหน่วยงานที่ต้องพ่นเป็นประจำทุกปี ต้องตอบสนองผู้ป่วยได้ทันที และมีบุคลากรกับที่เก็บเครื่อง ข้อดีคือพร้อมใช้ตลอดเวลาและควบคุมคุณภาพงานได้เอง
  • เช่า: เหมาะกับความต้องการชั่วคราวหรือเฉพาะกิจ เช่น งานเทศกาลครั้งเดียว หรือช่วงรอเครื่องที่จัดซื้อ ข้อควรระวังคือช่วงโรคระบาดหนัก เครื่องให้เช่าอาจหายาก
  • จ้างเหมาบริการพ่น: เหมาะกับหน่วยงานที่ไม่มีบุคลากรพ่นเลย หรือพื้นที่เฉพาะที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญ ต้องเขียนขอบเขตงานให้ละเอียด และตรวจงานให้จริง
  • หลายหน่วยงานใช้แบบผสม: มีเครื่องหลักเป็นของตัวเองสำหรับงานประจำและตอบสนองเร่งด่วน แล้วเสริมด้วยการจ้างหรือเช่าในช่วงพีคหรืองานพิเศษ
  • ดูเครื่องทุกประเภท ตั้งแต่แบบถือ สะพายหลัง ไฟฟ้า แบตเตอรี่ จนถึงติดรถ ได้ที่ ศูนย์รวมอุปกรณ์กำจัดยุงและแมลง ครุภัณฑ์ราชการ

การประชุมที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ (ตัวอย่างสถานการณ์)

คุณสมศักดิ์เป็นปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลขนาดกลางแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตำบลของเขามีสิบกว่าหมู่บ้าน มีโรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก วัด และตลาดนัด ปีที่แล้วเครื่องพ่นหมอกควันเครื่องเดียวที่ อบต. มีอยู่เสียกลางฤดูฝน ช่วงเดียวกับที่มีผู้ป่วยไข้เลือดออกหลายรายในสองหมู่บ้าน นักวิชาการสาธารณสุขต้องโทรขอยืมเครื่องจาก อบต. ข้างเคียง ซึ่งก็กำลังใช้อยู่เช่นกัน กว่าจะได้เครื่องมาพ่นรอบบ้านผู้ป่วยก็ล่าช้ากว่าที่ควร ชาวบ้านไม่พอใจและมีการโพสต์ตำหนิในกลุ่มไลน์หมู่บ้าน

ในการประชุมเตรียมงบประมาณปีถัดไป มีข้อเสนอสามทาง นายก อบต. อยากซื้อเครื่องใหม่หลายเครื่องให้พอกับงาน ผู้อำนวยการกองคลังเสนอว่าควรเช่าใช้เฉพาะช่วงฤดูฝนเพราะไม่ต้องใช้งบลงทุนก้อนใหญ่ ส่วนสมาชิกสภาคนหนึ่งเสนอให้จ้างเหมาบริษัทมาพ่นทั้งตำบล จะได้ไม่ต้องดูแลเครื่องและไม่ต้องใช้คน

ทุกข้อเสนอฟังดูมีเหตุผล แต่ไม่มีใครมีกรอบที่ชัดว่าจะตัดสินอย่างไร การประชุมจึงวนอยู่ที่ความเห็นส่วนตัว คุณสมศักดิ์ได้รับมอบหมายให้จัดทำข้อมูลเปรียบเทียบเสนอผู้บริหารภายในสองสัปดาห์ บทความนี้คือกรอบที่เขาสามารถนำไปใช้ได้ทันที

ทำไมการเลือกผิดจึงมีราคาแพงกว่าที่คิด

1. ผลต่อสุขภาพประชาชน

ยุงลาย เป็นพาหะของไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา และไวรัสซิกา เมื่อมีผู้ป่วย แนวทางการควบคุมโรคคือพ่นกำจัดยุงตัวเต็มวัยในบ้านและรอบบ้านผู้ป่วยในรัศมีประมาณ 100 เมตรโดยเร็ว เพื่อตัดวงจรการแพร่เชื้อ ถ้าทางเลือกที่หน่วยงานเลือกทำให้ต้องรอเครื่อง รอสัญญา หรือรอผู้รับจ้างว่าง ช่วงเวลาที่เสียไปคือโอกาสที่ยุงจะนำเชื้อไปสู่คนอื่นในชุมชน กลุ่มที่เสี่ยงที่สุดคือเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และหญิงตั้งครรภ์

2. ผลต่องบประมาณ

ทางเลือกที่ดูประหยัดในปีแรกอาจแพงกว่าในระยะยาว และทางเลือกที่ดูลงทุนสูงอาจคุ้มกว่าเมื่อคิดตลอดอายุการใช้งาน ปัญหาคือหลายหน่วยงานเปรียบเทียบเฉพาะตัวเลขในปีเดียว โดยไม่นับต้นทุนแฝง เช่น ค่าเสียโอกาสเมื่อไม่มีเครื่องในช่วงระบาด ค่าซ่อมเครื่องเก่า หรือเวลาของเจ้าหน้าที่ที่ต้องทำเอกสารจ้างซ้ำทุกปี

3. ผลต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่น

ประชาชนไม่สนใจว่าหน่วยงานใช้วิธีซื้อ เช่า หรือจ้าง สิ่งที่เขาเห็นคือเจ้าหน้าที่มาพ่นทันเวลาหรือไม่ และพ่นอย่างถูกวิธีหรือไม่ ถ้ามาช้าหรือพ่นแบบขอไปที ความไม่พอใจจะสะท้อนกลับมาที่ผู้บริหารในรูปเรื่องร้องเรียนและโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์

4. ผลต่อภาระงานของเจ้าหน้าที่

การซื้อหมายถึงต้องมีคนดูแลรักษาเครื่อง การเช่าหมายถึงต้องทำเอกสารและตรวจสภาพเครื่องทุกครั้ง การจ้างหมายถึงต้องเขียนขอบเขตงาน ควบคุมงาน และตรวจรับงาน ไม่มีทางเลือกใดที่ "ไม่มีภาระ" มีแต่ภาระคนละแบบ การเลือกให้ตรงกับศักยภาพของทีมจึงสำคัญ

ความผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อตัดสินใจเรื่องนี้

เทียบเฉพาะราคาปีแรก: การเปรียบเทียบค่าเช่าหรือค่าจ้างหนึ่งฤดูกับราคาเครื่องใหม่ทั้งเครื่อง ไม่ใช่การเปรียบเทียบที่เป็นธรรม เพราะเครื่องที่ซื้อใช้งานได้หลายปี ควรเทียบบนฐานระยะเวลาเดียวกัน

ลืมคิดเรื่องความพร้อมในช่วงพีค: ช่วงฤดูฝนและช่วงที่มีการระบาดเป็นช่วงที่ทุกหน่วยงานต้องการเครื่องและผู้รับจ้างพร้อมกัน สิ่งที่หาง่ายในหน้าแล้งอาจหายากในเดือนที่ต้องการที่สุด

ซื้อเครื่องผิดประเภท: บางหน่วยงานเลือกซื้อ แต่เลือกเครื่องไม่ตรงงาน เช่น ซื้อเครื่องติดรถแต่พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นซอยแคบ หรือซื้อเครื่องไฟฟ้าแต่งานหลักอยู่นอกอาคาร สุดท้ายเครื่องไม่ได้ใช้ และถูกนำไปอ้างว่า "ซื้อแล้วไม่คุ้ม"

ซื้อเครื่องราคาถูกไม่ได้มาตรฐาน: เครื่องที่ไม่มีบริการหลังการขาย ไม่มีอะไหล่ หรือขนาดละอองไม่เหมาะกับงาน จะเสียเร็วหรือได้ผลน้อย ทำให้หน่วยงานสรุปผิดว่าการซื้อไม่ใช่ทางเลือกที่ดี ทั้งที่ปัญหาอยู่ที่ตัวเครื่อง

จ้างเหมาโดยไม่กำหนดมาตรฐานงาน: ขอบเขตงานที่เขียนเพียงว่า "พ่นหมอกควันทั้งตำบล" โดยไม่ระบุเวลา ชนิดสาร อัตราผสม พื้นที่ที่ต้องเว้น และการบันทึกผล ทำให้ตรวจรับงานได้ยาก และไม่รู้ว่าได้งานที่มีคุณภาพหรือไม่

ไม่คิดถึงคนใช้เครื่อง: ซื้อเครื่องมาแล้วแต่ไม่มีการอบรม เจ้าหน้าที่ใช้ผิดวิธี ผสมสารผิดอัตรา หรือพ่นผิดเวลา ผลคือยุงไม่ลด และเครื่องเสื่อมเร็ว

รู้จัก 3 ทางเลือกให้ชัดก่อนเปรียบเทียบ

ทางเลือกที่ 1: ซื้อเป็นครุภัณฑ์ของหน่วยงาน

หน่วยงานตั้งงบลงทุนในหมวดค่า ครุภัณฑ์ จัดซื้อเครื่องตามระเบียบพัสดุ แล้วใช้งานโดยเจ้าหน้าที่ของตนเอง หน่วยงานรับผิดชอบการบำรุงรักษา การจัดเก็บ และการอบรมผู้ใช้ ข้อดีหลักคือเครื่องอยู่ในมือพร้อมใช้ทุกวัน ตอบสนองผู้ป่วยได้ทันที ควบคุมคุณภาพการพ่นได้เอง และใช้เครื่องสนับสนุนงานอื่นได้ เช่น พ่นโรงเรียน วัด ตลาด ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หรือพ่น กำจัดแมลงทุกชนิด ตามที่ฉลากสารอนุญาต

ทางเลือกที่ 2: เช่าเครื่อง

หน่วยงานเช่าเครื่องจากผู้ให้เช่าเป็นช่วงเวลา โดยทั่วไปใช้งบดำเนินงาน แล้วใช้เจ้าหน้าที่ของตนเองพ่น ข้อดีคือไม่ต้องใช้งบลงทุนก้อนใหญ่และไม่ต้องดูแลเครื่องระยะยาว ข้อจำกัดคือความพร้อมของเครื่องขึ้นกับผู้ให้เช่า สภาพเครื่องอาจไม่สม่ำเสมอ และหน่วยงานยังต้องมีคนพ่นและต้องอบรมเช่นเดิม

ทางเลือกที่ 3: จ้างเหมาบริการพ่น

หน่วยงานจ้างผู้รับจ้างมาพ่นทั้งเครื่อง คน และบางครั้งรวมสารเคมี ตามขอบเขตงานที่กำหนด โดยทั่วไปใช้งบดำเนินงาน ข้อดีคือไม่ต้องมีคนและเครื่องของตนเอง เหมาะกับงานพื้นที่กว้างครั้งคราว ข้อจำกัดคือความเร็วในการตอบสนองขึ้นกับตารางงานของผู้รับจ้าง และหน่วยงานต้องควบคุมคุณภาพผ่านสัญญาและการตรวจรับงาน

หมายเหตุเรื่องหมวดงบประมาณ: การจำแนกว่ารายการใดอยู่ในงบลงทุนหรืองบดำเนินงาน และวิธีการจัดซื้อจัดจ้างที่ใช้ได้ ขึ้นอยู่กับระเบียบของหน่วยงานแต่ละประเภทและรายละเอียดของรายการ ควรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่พัสดุและเจ้าหน้าที่การเงินของหน่วยงานทุกครั้ง

ตารางเปรียบเทียบ 3 ทางเลือกแบบไม่ต้องใช้ตัวเลข

เกณฑ์ซื้อเช่าจ้างเหมา
ความเร็วในการตอบสนองผู้ป่วยสูง เครื่องอยู่ในมือปานกลาง ขึ้นกับสัญญาและเครื่องว่างปานกลางถึงต่ำ ขึ้นกับตารางผู้รับจ้าง
ความพร้อมในช่วงระบาดหนักสูงเสี่ยง เครื่องอาจหายากเสี่ยง ผู้รับจ้างงานล้น
งบลงทุนก้อนแรกต้องใช้ไม่ต้องใช้ไม่ต้องใช้
ค่าใช้จ่ายต่อเนื่องทุกปีค่าบำรุงรักษา สารเคมีค่าเช่าทุกรอบ สารเคมีค่าจ้างทุกรอบ
การควบคุมคุณภาพงานพ่นควบคุมเองได้เต็มที่ควบคุมคนได้ แต่สภาพเครื่องไม่แน่นอนควบคุมผ่านสัญญาและการตรวจรับ
ภาระงานเอกสารหนักครั้งเดียวตอนจัดซื้อทุกครั้งที่เช่าทุกครั้งที่จ้าง รวมการตรวจรับ
บุคลากรที่ต้องมีต้องมีผู้พ่นที่ผ่านการอบรมต้องมีผู้พ่นที่ผ่านการอบรมไม่จำเป็น แต่ต้องมีผู้ควบคุมงาน
ใช้สนับสนุนงานอื่นได้ได้ตลอดปีเฉพาะช่วงที่เช่าเฉพาะตามขอบเขตงาน
สร้างศักยภาพระยะยาวของหน่วยงานสูงปานกลางต่ำ

สีเขียวหมายถึงเป็นจุดแข็ง สีเหลืองหมายถึงต้องบริหารจัดการ และสีแดงหมายถึงเป็นความเสี่ยงที่ต้องมีแผนรองรับ ตารางนี้เป็นกรอบทั่วไป หน่วยงานควรปรับตามสภาพพื้นที่และข้อเท็จจริงของตนเอง

ต้นทุนแฝงที่ควรลงรายการก่อนเปรียบเทียบ

การเปรียบเทียบอย่างเป็นธรรมไม่จำเป็นต้องมีตัวเลขที่แม่นยำตั้งแต่แรก แต่ต้องมีรายการต้นทุนที่ครบ เพื่อให้ทุกทางเลือกถูกประเมินบนฐานเดียวกัน ก่อนประชุมให้แต่ละกองกรอกรายการต่อไปนี้สำหรับทุกทางเลือก โดยใช้ใบเสนอราคาและข้อมูลจริงของหน่วยงาน ไม่ใช่การคาดเดา

  • ค่าได้มาซึ่งเครื่องหรือบริการ: ราคาซื้อ หรือค่าเช่าและค่าจ้างต่อรอบคูณด้วยจำนวนรอบที่คาดว่าจะต้องใช้จริงในหนึ่งปี รวมการพ่นรอบบ้านผู้ป่วย
  • ค่าวัสดุสิ้นเปลือง: สารเคมี น้ำมันหรือไฟฟ้า และอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ตรวจด้วยว่าค่าจ้างเหมารวมสารเคมีหรือไม่
  • ค่าดูแลรักษา: ค่าบำรุงรักษา อะไหล่ และค่าซ่อมสำหรับเครื่องที่ซื้อ ส่วนเครื่องเช่าให้ดูเงื่อนไขการตรวจสภาพและการเปลี่ยนเครื่อง
  • เวลาของเจ้าหน้าที่: ทั้งผู้พ่น ผู้ควบคุมงาน และเจ้าหน้าที่ที่ทำเอกสารจัดซื้อจัดจ้างและตรวจรับ การจ้างซ้ำทุกปีทำให้เวลาส่วนนี้เพิ่มขึ้นหลายเท่า
  • ต้นทุนจากความล่าช้า: ผลที่เกิดขึ้นเมื่อต้องรอเครื่องหรือรอผู้รับจ้างในช่วงระบาด แม้ไม่มีใบแจ้งหนี้ แต่สะท้อนออกมาเป็นจำนวนผู้ป่วย เรื่องร้องเรียน และแรงกดดันต่อผู้บริหาร
  • อายุการใช้งาน: สำหรับการซื้อ ให้ประเมินอายุการใช้งานจริงเมื่อบำรุงรักษาถูกวิธีและมีบริการหลังการขายรองรับ ข้อมูลนี้ทำให้ราคาซื้อครั้งเดียวกลายเป็นต้นทุนต่อปีที่เทียบกับค่าเช่าหรือค่าจ้างได้

เมื่อรายการครบ การประชุมมักจะเปลี่ยนจากการถกเถียงด้วยความเห็น เป็นการพูดคุยเรื่องรายการที่ตรวจสอบได้ทีละข้อ

แล้วการยืมเครื่องจากหน่วยงานข้างเคียงล่ะ

การยืมเครื่องเกิดขึ้นบ่อยในทางปฏิบัติ และเป็นตาข่ายรองรับที่มีประโยชน์ แต่ไม่ควรเป็นแผนหลัก เพราะหน่วยงานที่เราขอยืมก็เจอฤดูกาลและการระบาดในช่วงเดียวกัน เครื่องของเขาจึงมักถูกใช้งานหนักที่สุดในเวลาเดียวกับที่เราต้องการ หากความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเป็นส่วนหนึ่งของแผน ควรทำเป็นข้อตกลงที่เป็นลายลักษณ์อักษร ระบุว่าเครื่องใดใช้ร่วมกันได้ ใครเป็นผู้ใช้และดูแล ใครรับผิดชอบค่าสารเคมีและค่าซ่อม และจัดลำดับความสำคัญอย่างไรเมื่อทั้งสองฝ่ายต้องใช้พร้อมกัน ข้อตกลงแบบนี้ทำให้น้ำใจกลายเป็นทรัพยากรที่พึ่งพาได้ และจะได้ผลดีที่สุดเมื่อทุกหน่วยงานในเครือข่ายมีเครื่องหลักของตัวเองอย่างน้อยหนึ่งเครื่อง

เช็กลิสต์ 8 ข้อ: หน่วยงานของคุณควรซื้อหรือไม่

ตอบคำถามต่อไปนี้ด้วย "ใช่" หรือ "ไม่ใช่" ตามข้อเท็จจริงของหน่วยงาน

  1. พื้นที่รับผิดชอบมีผู้ป่วยไข้เลือดออกหรือโรคที่ยุงเป็นพาหะเกิดขึ้นเกือบทุกปีหรือไม่
  2. หน่วยงานต้องพ่นเป็นรอบประจำ เช่น ก่อนเปิดภาคเรียน ก่อนงานประเพณี หรือตามแผนรายไตรมาสหรือไม่
  3. หน่วยงานต้องพ่นรอบบ้านผู้ป่วยได้โดยเร็วเมื่อได้รับแจ้ง โดยไม่รอเครื่องหรือรอสัญญาหรือไม่
  4. มีเจ้าหน้าที่หรือ อสม. ที่สามารถอบรมเป็นผู้พ่นได้อย่างน้อยสองถึงสามคนหรือไม่
  5. มีสถานที่เก็บเครื่องและสารเคมีที่ปลอดภัย แยกเป็นสัดส่วนหรือไม่
  6. มีหน่วยงานในสังกัดหลายแห่งที่ใช้เครื่องร่วมกันได้ เช่น โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ตลาดหรือไม่
  7. เคยประสบปัญหาเครื่องเช่าหรือผู้รับจ้างไม่ว่างในช่วงระบาดหรือไม่
  8. ผู้บริหารต้องการสร้างศักยภาพของหน่วยงานในระยะยาว มากกว่าการแก้ปัญหาเป็นครั้งคราวหรือไม่

วิธีอ่านผล: ถ้าตอบ "ใช่" ตั้งแต่ห้าข้อขึ้นไป การซื้อเป็นครุภัณฑ์มักเป็นทางเลือกหลักที่เหมาะสม โดยอาจเสริมด้วยการจ้างหรือเช่าในงานพิเศษ ถ้าตอบ "ใช่" สามถึงสี่ข้อ ให้พิจารณาแบบผสม คือซื้อเครื่องหลักจำนวนน้อยสำหรับงานเร่งด่วน แล้วใช้การจ้างสำหรับงานพื้นที่กว้าง ถ้าตอบ "ใช่" ไม่ถึงสามข้อ การเช่าหรือจ้างเหมาอาจเหมาะกว่าในระยะนี้ แต่ควรทบทวนทุกปี

เกณฑ์การอ่านผลนี้เป็นแนวทางประกอบการพิจารณา ไม่ใช่ข้อกำหนดทางระเบียบ ผู้บริหารควรใช้ร่วมกับข้อมูลทางระบาดวิทยาของพื้นที่และความเห็นของเจ้าหน้าที่พัสดุ

ถ้าตัดสินใจซื้อ: เลือกเครื่องให้ตรงงานจากศูนย์รวมอุปกรณ์ WHD

เมื่อผลการประเมินชี้ว่าการซื้อเหมาะสม คำถามถัดไปคือ "ซื้อเครื่องแบบไหน" ศูนย์รวมอุปกรณ์กำจัดยุงและแมลง ครุภัณฑ์ราชการ ของ WHD รวบรวมทั้ง เครื่องพ่นหมอกควัน และ เครื่องพ่นละอองฝอย ULV หลายประเภทไว้ในที่เดียว ตัวอย่างการจับคู่เครื่องกับงาน

ULV คืออะไรในหนึ่งบรรทัด: ULV (Ultra Low Volume) คือการพ่นสารปริมาณน้อยให้แตกเป็นละอองขนาดเล็กลอยในอากาศเพื่อสัมผัสตัวยุง ส่วนหมอกควันคือการใช้ความร้อนทำให้สารกลายเป็นควันที่ลอยแทรกตามพุ่มไม้และซอกบ้าน

  • พ่นหมอกควันรอบบ้านผู้ป่วยและชุมชน: AIROFOG AT35 เครื่องพ่นหมอกควันสแตนเลส 100% น้ำหนักเบา ใช้ได้ทั้งสารสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน ได้รับการรับรองจากเยอรมนีและสหราชอาณาจักร
  • ทีมภาคสนาม พื้นที่รถเข้าไม่ถึง: SOLO PORT423 เครื่องสะพายหลัง ULV ถัง 12 ลิตร พ่นไกลถึง 12 เมตร หรือ SUPER ROTARY เครื่องสะพายหลังแบบโรตารี กะทัดรัด คุ้มค่า ใช้ได้ทั้งงานสาธารณสุขและงานเกษตร
  • ในอาคารที่มีไฟฟ้า เช่น โรงเรียน สำนักงาน โรงพยาบาล: AIROFOG U260 มอเตอร์ 800 วัตต์ ละออง 15 ถึง 30 ไมครอน, AIROFOG U240 ถัง 5 ลิตร น้ำหนัก 3.1 กิโลกรัม หรือ MASTER ELECTRIC ULV 1,400 วัตต์ ถัง 4.5 ลิตร มาตรฐาน CE และ ETL
  • จุดที่ไม่มีปลั๊กไฟ: AIROFOG AIROSTAR แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ใช้งานได้ราว 60 นาทีต่อการชาร์จ พ่นไกล 11 เมตร
  • พื้นที่กว้างหลายหมู่บ้าน: เครื่องติดรถกระบะ AIROFOG UM2 2 หัวพ่น, AIROFOG UM4 4 หัวพ่นควบคุมแยกอิสระ หรือ GREENFOG F4 ถังสาร 85 ลิตร ผ่านการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

ทุกเครื่องจำหน่ายโดยบริษัทที่ได้รับมาตรฐาน ISO และ GMP ตรวจสอบคุณภาพ 100% ก่อนส่งมอบ มีบริการหลังการขาย ช่างเทคนิค และอะไหล่ และเป็นไปตามมาตรฐาน ครุภัณฑ์ราชการ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงข้อใหญ่ที่สุดของการซื้อ คือเครื่องเสียแล้วไม่มีคนซ่อม

10 เหตุผลที่หน่วยงานจำนวนมากเลือกมีเครื่องพ่นยุงราชการเป็นของตัวเอง

  1. ตอบสนองผู้ป่วยได้ทันที: เมื่อได้รับแจ้ง ทีมควบคุมโรคออกพ่นรอบบ้านผู้ป่วยได้เลย ไม่ต้องรอเครื่องหรือรอสัญญา
  2. ไม่ต้องแย่งเครื่องในช่วงพีค: ช่วงฤดูฝนทุกหน่วยงานต้องการเครื่องพร้อมกัน การมีเครื่องเองตัดความเสี่ยงนี้ออก
  3. ควบคุมคุณภาพงานได้เอง: เลือกเวลา สาร อัตราผสม และจุดที่ต้องเว้นได้ตามหลักวิชาการ และบันทึกผลได้ครบ
  4. ใช้ได้ทั้งปีหลายภารกิจ: พ่นโรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก วัด ตลาด อาคารสำนักงาน และงานประเพณี ด้วย เครื่องกำจัดยุง ชุดเดียวกัน
  5. สร้างทีมที่มีทักษะ: เจ้าหน้าที่และ อสม. ได้ฝึกใช้เครื่องเดิมซ้ำ ทำให้พ่นได้ถูกวิธีมากขึ้นทุกปี
  6. ลดภาระเอกสารซ้ำซาก: จัดซื้อครั้งเดียว ใช้งานหลายปี ไม่ต้องทำเอกสารเช่าหรือจ้างทุกฤดู
  7. เลือกเครื่องให้ตรงพื้นที่ได้: ผสมเครื่องหลายประเภทตามลักษณะงาน เช่น หมอกควันสำหรับชุมชน ละอองฝอยสำหรับอาคาร
  8. มีบริการหลังการขายรองรับ: เมื่อซื้อจากผู้จำหน่ายที่มีช่างและอะไหล่ เครื่องก็กลับมาใช้งานได้เร็วเมื่อขัดข้อง
  9. แสดงศักยภาพต่อประชาชน: หน่วยงานที่มีเครื่องพร้อมและทีมพร้อม สร้างความเชื่อมั่นในงาน ควบคุมโรค ได้มากกว่า
  10. วางแผนงบระยะยาวได้แน่นอน: ค่าใช้จ่ายหลังซื้อส่วนใหญ่เป็นค่าบำรุงรักษาและสารเคมี ซึ่งคาดการณ์ได้ง่ายกว่าค่าเช่าหรือค่าจ้างที่อาจเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา ดูเครื่องทุกรุ่นที่ ศูนย์รวมอุปกรณ์กำจัดยุงและแมลง ครุภัณฑ์ราชการ

ก่อนและหลังใช้กรอบตัดสินใจ

ก่อน

  • ถกเถียงกันด้วยความเห็นส่วนตัว ไม่มีเกณฑ์ร่วม
  • เทียบเฉพาะราคาปีแรก
  • ช่วงระบาดต้องโทรยืมเครื่องจากหน่วยงานอื่น
  • ขอบเขตงานจ้างเขียนกว้าง ตรวจรับยาก
  • ซื้อเครื่องไม่ตรงงาน แล้วสรุปว่าซื้อไม่คุ้ม
  • ประชาชนร้องเรียนว่าพ่นช้า

หลัง

  • ใช้เช็กลิสต์ 8 ข้อและตารางเปรียบเทียบเป็นเอกสารประกอบการประชุม
  • เทียบต้นทุนบนฐานระยะเวลาเดียวกัน รวมต้นทุนแฝง
  • มีเครื่องหลักพร้อมใช้สำหรับงานเร่งด่วน
  • จ้างเสริมเฉพาะงานพื้นที่กว้าง โดยมีขอบเขตงานละเอียด
  • เลือกเครื่องตรงประเภทงานจากศูนย์รวมอุปกรณ์
  • ตอบสนองผู้ป่วยได้ทันเวลา ความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น

เคล็ดลับจัดซื้อจัดจ้างสำหรับแต่ละทางเลือก

ถ้าเลือกซื้อ

  • ตั้งงบในหมวดค่าครุภัณฑ์ พร้อมเหตุผลความจำเป็นที่อ้างอิงสถานการณ์โรคในพื้นที่และภารกิจที่ต้องใช้เครื่อง
  • เขียนคุณลักษณะเฉพาะตามลักษณะงานจริง เช่น ประเภทเครื่อง ระบบการพ่น ขนาดถัง แหล่งพลังงาน โดยเขียนแบบเปิดกว้าง ไม่ล็อกยี่ห้อ
  • กำหนดให้ผู้ขายอบรมการใช้งานและการบำรุงรักษา และระบุเงื่อนไขการรับประกัน บริการหลังการขาย และอะไหล่
  • วางแผนงบบำรุงรักษาและค่าสารเคมีในปีถัดไป เพื่อให้เครื่องใช้งานได้ต่อเนื่อง

ถ้าเลือกเช่า

  • ทำสัญญาล่วงหน้าก่อนฤดูฝน และระบุให้ชัดว่าผู้ให้เช่าต้องมีเครื่องพร้อมเมื่อหน่วยงานเรียกใช้
  • ตรวจสภาพเครื่องก่อนรับทุกครั้ง เช่น การรั่วซึม หัวพ่น และการทำงานของเครื่อง
  • ระบุความรับผิดชอบกรณีเครื่องเสียระหว่างใช้งาน และการเปลี่ยนเครื่องทดแทน

ถ้าเลือกจ้างเหมาบริการพ่น

  • ระบุพื้นที่ รอบการพ่น และช่วงเวลาที่ต้องพ่น เช่น เช้าตรู่หรือเย็นที่ยุงออกหากิน
  • ระบุว่าต้องใช้สารที่ขึ้นทะเบียนสำหรับงานสาธารณสุขและผสมตามอัตราบนฉลาก พร้อมแสดงหลักฐาน
  • ระบุจุดที่ห้ามพ่น เช่น แหล่งน้ำดื่ม บ่อปลา และข้อปฏิบัติเรื่องความปลอดภัยของผู้พ่นและประชาชน
  • กำหนดให้ส่งรายงานการพ่นพร้อมภาพถ่าย วันเวลา และพื้นที่ เพื่อใช้ในการตรวจรับงาน
  • กำหนดเงื่อนไขการตอบสนองกรณีมีผู้ป่วยเร่งด่วน หากต้องการให้ผู้รับจ้างรับงานนี้ด้วย

ตัวอย่างเสียงจากหน้างาน

"ตอนแรกในที่ประชุมเถียงกันไม่จบว่าจะซื้อหรือจ้าง เพราะต่างคนต่างมีเหตุผล พอเอาเช็กลิสต์มาไล่ตอบทีละข้อ ปรากฏว่าเราตอบใช่เกือบทุกข้อ เพราะตำบลเรามีผู้ป่วยทุกปี มีโรงเรียนกับศูนย์เด็กเล็กหลายแห่ง และเคยรอเครื่องยืมจนพ่นช้ามาแล้ว สุดท้ายเลยตกลงซื้อเครื่องหลักไว้สำหรับงานเร่งด่วนกับงานประจำ ส่วนช่วงงานประเพณีใหญ่ที่ต้องพ่นพื้นที่กว้างมาก ๆ ก็ยังเปิดทางไว้ว่าจะจ้างเสริม ทุกคนในที่ประชุมรับได้ เพราะเห็นเหตุผลบนกระดาษชัดเจน"

(ข้อความข้างต้นเป็นตัวอย่างมุมมองแบบผสมจากลักษณะงานของหน่วยงานท้องถิ่นทั่วไป เพื่อใช้ประกอบการอธิบาย ไม่ใช่คำกล่าวของบุคคลหรือหน่วยงานจริง)

คำถามที่พบบ่อย

1. หน่วยงานเล็กที่มีงบน้อยควรซื้อหรือไม่

หน่วยงานเล็กไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องใหญ่ อาจเริ่มจากเครื่องขนาดเล็กหนึ่งเครื่องสำหรับงานเร่งด่วนรอบบ้านผู้ป่วย แล้วใช้การจ้างหรือความร่วมมือกับหน่วยงานใกล้เคียงสำหรับงานพื้นที่กว้าง เช็กลิสต์ 8 ข้อช่วยบอกได้ว่าควรเริ่มที่ระดับใด

2. ซื้อแล้วคุ้มกว่าเช่าจริงหรือ

ขึ้นกับความถี่ในการใช้งานและความจำเป็นในการตอบสนองเร่งด่วน ถ้าใช้บ่อยทุกปีและต้องพร้อมตลอด การซื้อมักคุ้มกว่าเมื่อคิดตลอดอายุการใช้งาน ถ้าใช้น้อยครั้งและไม่เร่งด่วน การเช่าอาจเหมาะกว่า ควรเทียบบนฐานระยะเวลาเดียวกันเสมอ

3. จ้างเหมาแล้วหน่วยงานยังต้องทำอะไรบ้าง

ต้องเขียนขอบเขตงานให้ละเอียด ควบคุมงาน ตรวจรายงาน และตรวจรับงาน รวมถึงสื่อสารกับประชาชนเรื่องวันเวลาพ่น การจ้างไม่ได้ทำให้หน่วยงานหมดความรับผิดชอบต่อผลงาน

4. แบบผสมทำอย่างไร

มีเครื่องหลักของตัวเองจำนวนเหมาะสมสำหรับงานประจำและการพ่นรอบบ้านผู้ป่วย แล้วจ้างหรือเช่าเสริมเฉพาะงานพื้นที่กว้างหรือช่วงที่งานล้น วิธีนี้ช่วยรักษาความเร็วในการตอบสนองไว้ในมือหน่วยงาน

5. ถ้าซื้อควรเริ่มจากเครื่องประเภทไหน

ขึ้นกับงานหลัก ถ้าเน้นพ่นรอบบ้านผู้ป่วยในชุมชน เครื่องพ่นหมอกควันหรือเครื่องสะพายหลังมักเป็นตัวแรก ถ้าเน้นอาคารที่มีไฟฟ้า เครื่องละอองฝอยไฟฟ้าเหมาะกว่า ถ้าพื้นที่กว้างหลายหมู่บ้าน อาจพิจารณาเครื่องติดรถ ดูเปรียบเทียบได้ที่ศูนย์รวมอุปกรณ์ของ WHD

6. การพ่นอย่างเดียวพอหรือไม่ ไม่ว่าจะซื้อ เช่า หรือจ้าง

ไม่พอ การพ่นลดยุงตัวเต็มวัยในขณะนั้น แต่ต้องทำควบคู่กับมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค ของกรมควบคุมโรค คือ เก็บบ้านให้ปลอดโปร่ง เก็บขยะ และเก็บน้ำ เพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย

ขั้นตอนถัดไป 3 ขั้น

  1. โทรหรือ LINE ขอใบเสนอราคาและสเปก: 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เพื่อใช้ประกอบการเปรียบเทียบทางเลือกในที่ประชุม
  2. ขอสาธิตและอบรม: ให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เห็นการทำงานของเครื่องจริง และประเมินว่าทีมพร้อมใช้งานหรือไม่
  3. ตั้งงบและจัดซื้อตามระเบียบ: นำข้อมูลไปจัดทำคุณลักษณะเฉพาะ ตั้งงบครุภัณฑ์ และดำเนินการตามระเบียบพัสดุของหน่วยงาน

ตัดสินใจด้วยข้อมูล แล้วเลือกเครื่องให้ตรงงาน

เครื่องพ่นหมอกควันและเครื่องพ่นละอองฝอย ULV ทุกประเภทสำหรับหน่วยงานราชการ รวมไว้ในที่เดียว

ดูสินค้าและราคาเครื่องพ่นยุงราชการ คลิกที่นี่

ดูเครื่องพ่นหมอกควัน AIROFOG AT35

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com

บริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด 88 268 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160

#เครื่องพ่นยุง #เครื่องกำจัดยุง #เครื่องพ่นหมอกควัน #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยุงราชการ #ควบคุมโรค #ครุภัณฑ์ราชการ #เช่าหรือซื้อเครื่องพ่นยุง

คีย์เวิร์ด: เครื่องพ่นยุง, เครื่องกำจัดยุง, เครื่องพ่นหมอกควัน, เครื่องพ่นละอองฝอย, เครื่องพ่นยุงราชการ, ควบคุมโรค, กำจัดแมลงทุกชนิด, ครุภัณฑ์ราชการ, จัดซื้อจัดจ้าง, ยุงลาย, ไข้เลือดออก, ULV, เช่าเครื่องพ่นยุง, จ้างเหมาพ่นยุง, ซื้อเครื่องพ่นยุง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้