เครื่องพ่นละอองฝอย ULV สำหรับ รพ.สต. ที่ถ่ายโอนไปสังกัด อบจ.: วางแผนจัดหาครุภัณฑ์ควบคุมโรคร่วมกันทั้งเครือข่าย เพื่อพ่นยุงในอาคารบริการอย่างเป็นระบบ ด้วย AIROFOG U260

Last updated: 24 ก.ย. 2569  |  19 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องพ่นละอองฝอย ULV สำหรับ รพ.สต. ที่ถ่ายโอนไปสังกัด อบจ.: วางแผนจัดหาครุภัณฑ์ควบคุมโรคร่วมกันทั้งเครือข่าย เพื่อพ่นยุงในอาคารบริการอย่างเป็นระบบ ด้วย AIROFOG U260

เครื่องพ่นละอองฝอย ULV สำหรับ รพ.สต. ที่ถ่ายโอนไปสังกัด อบจ.: วางแผนจัดหาครุภัณฑ์ควบคุมโรคร่วมกันทั้งเครือข่าย เพื่อพ่นยุงในอาคารบริการอย่างเป็นระบบ ด้วย AIROFOG U260

เมื่อ รพ.สต. ย้ายสังกัดจากกระทรวงสาธารณสุขมาอยู่กับองค์การบริหารส่วนจังหวัด คำถามเรื่องเครื่องพ่นยุงก็เปลี่ยนตามไปด้วย ใครเป็นเจ้าของครุภัณฑ์ ใครตั้งงบ ใครซ่อม และจะพ่นยุงในห้องรอตรวจ ห้องทำแผล และห้องเก็บยาให้ปลอดภัยได้อย่างไร บทความนี้เสนอแนวคิด "จัดหาร่วม ใช้ร่วม ดูแลร่วม" ที่ อบจ. และเครือข่าย รพ.สต. นำไปปรับใช้ได้ พร้อมเหตุผลว่าทำไมเครื่องพ่นละอองฝอยไฟฟ้า AIROFOG U260 จึงเหมาะกับงานพ่นในอาคารบริการสุขภาพ

สรุปใน 1 นาที สำหรับผู้บริหาร อบจ. และ ผอ.รพ.สต.

  • ปัญหา: หลังการถ่ายโอน รพ.สต. หลายแห่งมีเครื่องพ่นยุงเก่า ชำรุด หรือไม่มีเลย ขณะที่อาคารบริการต้องรองรับผู้ป่วยไข้ ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และเด็กเล็กทุกวัน ยุงลายในห้องรอตรวจจึงเป็นความเสี่ยงที่มองข้ามไม่ได้
  • ผลกระทบ: ความเสี่ยงไข้เลือดออกในสถานบริการ ภาพลักษณ์ของหน่วยบริการ เรื่องร้องเรียน และภาระงานของเจ้าหน้าที่ที่มีจำนวนจำกัด
  • ทางออก: ให้ อบจ. วางแผนจัดหาครุภัณฑ์ควบคุมโรคแบบรวมศูนย์หรือแบบกลุ่มเครือข่าย แล้วหมุนเวียนใช้ตามตารางที่ตกลงกัน พร้อมมาตรฐานการพ่นในอาคารเดียวกันทั้งจังหวัด
  • ทำไม U260: AIROFOG U260 เครื่องพ่นละอองฝอย ULV ผลิตในเยอรมนี ใช้ไฟฟ้า มอเตอร์ 800 วัตต์ ปรับหัวฉีดได้ ละอองขนาด 15-30 ไมครอน ออกแบบมาเพื่อโรงพยาบาล ห้องปฏิบัติการ และพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง ไม่มีไอเสียจากเครื่องยนต์ในอาคาร
  • หมายเหตุ: โครงสร้างอำนาจหน้าที่ งบประมาณ และระเบียบหลังการถ่ายโอนมีการปรับปรุงเป็นระยะ ควรตรวจสอบหนังสือสั่งการและระเบียบฉบับปัจจุบันกับกองสาธารณสุขของ อบจ. และหน่วยงานกำกับทุกครั้งก่อนตั้งโครงการ

ตัวอย่างสถานการณ์: เช้าวันจันทร์ที่ห้องรอตรวจของ รพ.สต. บ้านหนองบัว

(ตัวอย่างสถานการณ์) คุณพรทิพย์เป็นนักวิชาการสาธารณสุขที่รับผิดชอบงานควบคุมโรคของ รพ.สต. ขนาดกลางแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หน่วยบริการของเธอถ่ายโอนไปสังกัด อบจ. มาได้ระยะหนึ่งแล้ว งานบริการประจำวันยังเดินหน้าเหมือนเดิม แต่หลายเรื่องที่เคยมีช่องทางชัดเจนกลับต้องเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่การขอซ่อมครุภัณฑ์ การเบิกวัสดุ ไปจนถึงการตั้งงบประมาณรายการใหม่

เช้าวันจันทร์ช่วงกลางฤดูฝน ผู้ป่วยนั่งรอตรวจเต็มม้านั่งตั้งแต่เจ็ดโมงครึ่ง มีคุณยายที่มาตรวจความดัน แม่ที่อุ้มลูกวัยขวบเศษมารับวัคซีน และหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ตามนัด ระหว่างนั้นเองมีญาติผู้ป่วยคนหนึ่งตบยุงที่แขนแล้วพูดขึ้นเสียงดังว่า "มาหาหมอแต่โดนยุงกัดที่นี่เสียเอง" หลายคนหัวเราะ แต่คุณพรทิพย์ไม่ได้หัวเราะด้วย เพราะเมื่อสัปดาห์ก่อนเพิ่งมีผู้ป่วยไข้เลือดออกในหมู่บ้านที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงสองกิโลเมตร

เธอเดินไปดูหลังอาคาร พบกระถางต้นไม้ที่มีน้ำขัง รางน้ำฝนที่อุดตัน และห้องเก็บของที่เปิดทิ้งไว้ ยุงลายคงเข้ามาหลบอยู่ตามมุมมืดใต้เคาน์เตอร์และหลังตู้เวชระเบียนได้สบาย เธอนึกถึงเครื่องพ่นหมอกควันเครื่องเดียวที่เคยมี ซึ่งตอนนี้สตาร์ทไม่ติดมาหลายเดือน และถึงจะใช้ได้ก็ไม่เหมาะจะพ่นในห้องรอตรวจที่มีตู้ยาและอุปกรณ์การแพทย์อยู่ด้วย

บ่ายวันนั้นเธอโทรคุยกับเพื่อนที่ รพ.สต. อีกสามแห่งในอำเภอเดียวกัน ทุกคนเล่าปัญหาคล้ายกัน บางแห่งมีเครื่องพ่นแต่ไม่มีคนใช้เป็น บางแห่งยืมเครื่องจากเทศบาลตำบลแต่ต้องรอคิว บางแห่งไม่เคยพ่นในอาคารเลยเพราะกลัวสารเคมีตกค้างบนเวชภัณฑ์ คำถามที่ทุกคนมีร่วมกันคือ ในเมื่อตอนนี้อยู่ใต้ร่มเดียวกันคือ อบจ. แล้ว ทำไมไม่วางแผนจัดหาเครื่องพ่นยุงร่วมกัน ให้มีมาตรฐานเดียว ใช้หมุนเวียนกัน และมีผู้รับผิดชอบดูแลชัดเจน

เรื่องของคุณพรทิพย์ไม่ใช่เรื่องของใครคนหนึ่ง แต่เป็นภาพที่เกิดขึ้นได้ใน รพ.สต. จำนวนมากที่ผ่านช่วงเปลี่ยนผ่าน และเป็นโอกาสที่ อบจ. จะออกแบบระบบครุภัณฑ์ควบคุมโรคให้ดีกว่าเดิมตั้งแต่ต้น

เข้าใจบริบทก่อน: การถ่ายโอน รพ.สต. เปลี่ยนอะไรบ้างในงานควบคุมโรค

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลจำนวนมากได้ถ่ายโอนภารกิจไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดตามแนวทางการกระจายอำนาจ รายละเอียดของแต่ละจังหวัดไม่เหมือนกัน บางจังหวัดรับถ่ายโอนเกือบทั้งหมด บางจังหวัดรับเพียงบางส่วน และหลักเกณฑ์ด้านงบประมาณ บุคลากร และครุภัณฑ์ก็มีการออกแนวทางเพิ่มเติมอยู่เป็นระยะ บทความนี้จึงไม่ลงรายละเอียดข้อกฎหมาย แต่ชวนมองในมุมปฏิบัติว่าอะไรเปลี่ยนไปบ้าง

เจ้าของครุภัณฑ์เปลี่ยน: ครุภัณฑ์ที่เคยอยู่ในบัญชีของหน่วยงานเดิมอาจถูกโอนมาพร้อมกับหน่วยบริการ แต่สภาพจริงหลายชิ้นเก่าและใกล้หมดอายุการใช้งาน การขอซ่อมหรือจำหน่ายต้องทำตามระบบของ อบจ. ซึ่งเจ้าหน้าที่ รพ.สต. บางคนยังไม่คุ้นเคย

ช่องทางงบประมาณเปลี่ยน: การตั้งงบครุภัณฑ์ต้องผ่านแผนพัฒนาท้องถิ่นและข้อบัญญัติงบประมาณของ อบจ. ซึ่งมีรอบเวลาของตัวเอง ถ้า รพ.สต. ไม่ส่งความต้องการเข้าแผนตั้งแต่ต้น ก็อาจต้องรอไปอีกหนึ่งรอบปีงบประมาณ

โอกาสใหม่เกิดขึ้น: เมื่อ รพ.สต. หลายสิบหรือหลายร้อยแห่งอยู่ภายใต้หน่วยงานเดียว อบจ. สามารถมองภาพรวมทั้งจังหวัด วางมาตรฐานครุภัณฑ์เดียวกัน จัดซื้อจัดจ้างเป็นล็อตเพื่อความคุ้มค่า และจัดอบรมผู้ใช้งานพร้อมกันได้ นี่คือจุดแข็งที่ระบบเดิมซึ่งกระจายตามอำเภอทำได้ยากกว่า

งานควบคุมโรคยังต้องประสานหลายฝ่าย: แม้สังกัดจะเปลี่ยน แต่การเฝ้าระวังและสอบสวนโรคยังเชื่อมโยงกับสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่ ส่วนการพ่นในชุมชนก็มักทำร่วมกับเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล การวางแผนครุภัณฑ์ของ อบจ. จึงควรคิดเผื่อการทำงานร่วมกันนี้ด้วย

ข้อแนะนำสำคัญคือ ก่อนตั้งโครงการใด ๆ ควรตรวจสอบระเบียบ หนังสือสั่งการ และแนวทางฉบับล่าสุดที่เกี่ยวกับการใช้งบประมาณของ อบจ. สำหรับภารกิจด้านสาธารณสุข กับกองสาธารณสุขและกองคลังของ อบจ. รวมทั้งสอบถามสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดเมื่อมีข้อสงสัย เพราะรายละเอียดอาจปรับเปลี่ยนได้ตลอด

เจาะลึก Pain Point: ทำไมยุงในอาคารบริการของ รพ.สต. จึงเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด

1. ด้านสุขภาพ: ผู้มารับบริการคือกลุ่มเสี่ยงโดยตรง

ยุงลายเป็นพาหะของไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ยุงลายบ้านชอบหลบในที่มืดและอับภายในอาคาร และออกหากินเวลากลางวัน ซึ่งตรงกับเวลาเปิดให้บริการของ รพ.สต. พอดี ผู้ที่นั่งรอตรวจจึงมีโอกาสถูกกัดได้ตลอดช่วงเช้าถึงบ่าย

ไข้เลือดออกเริ่มจากไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อาจมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง และในผู้ป่วยบางรายอาจเข้าสู่ภาวะช็อกในช่วงที่ไข้เริ่มลด ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เด็กเล็ก และผู้ที่เคยติดเชื้อมาก่อนต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ส่วนการติดเชื้อไวรัสซิกาในหญิงตั้งครรภ์มีความเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของทารก ห้องฝากครรภ์ของ รพ.สต. จึงควรเป็นพื้นที่ที่ปลอดยุงมากที่สุดแห่งหนึ่ง

อีกมุมที่มักถูกลืมคือ ผู้ป่วยที่มีไข้ซึ่งเดินเข้ามาตรวจอาจกำลังมีไวรัสในกระแสเลือด ถ้ามียุงลายในห้องรอตรวจ ยุงอาจกัดผู้ป่วยแล้วไปกัดคนอื่นต่อได้ สถานบริการที่ไม่ควบคุมยุงในอาคารจึงอาจกลายเป็นจุดเชื่อมโยงการแพร่เชื้อโดยไม่ตั้งใจ

2. ด้านงบประมาณ: ซื้อแยกกันทุกแห่งแพงกว่าและดูแลยาก

ถ้าแต่ละ รพ.สต. ตั้งงบซื้อเครื่องพ่นยุงของตัวเองโดยไม่มีมาตรฐานกลาง ผลที่มักเกิดคือได้เครื่องหลายยี่ห้อ หลายรุ่น อะไหล่ไม่เหมือนกัน ช่างต้องเรียนรู้หลายแบบ และบางแห่งได้เครื่องราคาถูกที่พังเร็ว เงินงบประมาณที่ใช้ไปจึงไม่คุ้มค่า ขณะที่บางแห่งอาจไม่ได้ใช้เครื่องบ่อยพอจะคุ้มกับการมีไว้ประจำ

การจัดหาร่วมแบบเครือข่ายช่วยให้ อบจ. ซื้อครุภัณฑ์ในจำนวนที่เหมาะสม กำหนดสเปกกลางที่ตรวจสอบได้ วางแผนงบบำรุงรักษาในภาพรวม และลดรายการซ้ำซ้อน เป็นการใช้งบประมาณตามหลักความคุ้มค่าที่ตรวจสอบได้

3. ด้านภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประชาชน

ประชาชนมองว่า รพ.สต. คือบ้านหลังที่สองด้านสุขภาพของชุมชน หากคนในหมู่บ้านพูดต่อกันว่า "ไปอนามัยแล้วโดนยุงกัด" ความเชื่อมั่นก็ลดลงทันที ในยุคที่ทุกคนถือโทรศัพท์ รูปห้องรอตรวจที่มียุงบินหรือภาพน้ำขังหลังอาคารอาจถูกโพสต์ลงกลุ่มไลน์หมู่บ้านหรือเพจชุมชนได้ภายในไม่กี่นาที เมื่อหน่วยบริการอยู่ภายใต้ อบจ. เสียงวิจารณ์ก็ย้อนไปถึงผู้บริหาร อบจ. ด้วย

4. ด้านเรื่องร้องเรียนและแรงกดดันทางสังคม

เมื่อเกิดผู้ป่วยไข้เลือดออกในพื้นที่ ประชาชนมักถามว่า "หน่วยงานทำอะไรไปแล้วบ้าง" การมีแผนพ่นในอาคารบริการที่ชัดเจน มีบันทึกวันเวลา และมีเครื่องมือมาตรฐาน ช่วยให้ผู้บริหารตอบคำถามได้อย่างมั่นใจ และแสดงให้เห็นว่าหน่วยงานดูแลความปลอดภัยของผู้มารับบริการอย่างจริงจัง

5. ด้านภาระงานของเจ้าหน้าที่

รพ.สต. ส่วนใหญ่มีบุคลากรจำนวนจำกัด เจ้าหน้าที่คนเดียวอาจรับผิดชอบทั้งงานบริการ งานเยี่ยมบ้าน งานส่งเสริมสุขภาพ และงานควบคุมโรค การใช้อุปกรณ์ที่หนัก สตาร์ทยาก หรือต้องผสมน้ำมันเชื้อเพลิงยิ่งเพิ่มเวลาและความเหนื่อยล้า อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เสียบปลั๊กแล้วใช้งานได้ทันทีจึงช่วยลดภาระได้มาก โดยเฉพาะงานพ่นในอาคารที่ต้องทำซ้ำเป็นประจำ

ทำไมวิธีเดิม ๆ จึงไม่ได้ผลในอาคารบริการสุขภาพ

ใช้เครื่องพ่นหมอกควันในอาคาร: เครื่องพ่นหมอกควันเหมาะกับงานกลางแจ้งรอบบ้านผู้ป่วยในรัศมี 100 เมตร แต่การพ่นในห้องตรวจที่มีตู้ยา เครื่องมือแพทย์ และเอกสาร มีข้อจำกัดเรื่องควัน ความร้อน กลิ่น และการรบกวนผู้คนรอบข้าง จึงไม่ใช่เครื่องมือหลักสำหรับพื้นที่ภายในอาคารบริการ

เครื่องเก่าที่ชำรุดหรือไม่มีใครซ่อม: ครุภัณฑ์ที่โอนมาพร้อมหน่วยบริการหลายชิ้นใช้งานมานาน เมื่อเสียก็ไม่รู้ว่าจะส่งซ่อมที่ใคร อะไหล่หาไม่ได้ สุดท้ายเครื่องถูกทิ้งไว้ในห้องเก็บของ

ละอองไม่เหมาะกับงาน: ละอองที่ใหญ่เกินไปจะตกลงพื้นเร็ว เปียกพื้นผิว และไม่ลอยค้างนานพอจะสัมผัสตัวยุง ส่วนละอองที่เล็กเกินไปอาจฟุ้งกระจายเกินควบคุม เครื่องพ่นละอองฝอยที่ออกแบบมาดีจะให้ขนาดละอองในช่วงที่เหมาะกับการสัมผัสตัวแมลง

พ่นผิดเวลา: การพ่นขณะมีผู้ป่วยนั่งอยู่ในอาคารเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ แต่การพ่นหลังปิดบริการแล้วไม่ปิดห้องไว้ตามเวลาที่ฉลากกำหนด หรือไม่ระบายอากาศก่อนเปิดใช้ ก็ทำให้ได้ผลไม่เต็มที่หรือเกิดกลิ่นตกค้าง

ซื้อของถูกที่ไม่ได้มาตรฐาน: เครื่องราคาต่ำที่ไม่มีข้อมูลผู้ผลิต ไม่มีคู่มือภาษาไทย และไม่มีศูนย์บริการ อาจดูประหยัดในวันซื้อ แต่เมื่อเสียภายในไม่กี่เดือน หน่วยงานต้องเสียทั้งเงินและเวลา และยังต้องชี้แจงเมื่อถูกตรวจสอบ

ไม่มีการอบรมและบริการหลังการขาย: ครุภัณฑ์ควบคุมโรคที่ดีต้องมาพร้อมการสอนใช้งาน การดูแลหลังใช้ และช่างที่ติดต่อได้ หากขาดส่วนนี้ เครื่องราคาแพงก็ใช้ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

ต่างคนต่างทำ: ถ้าแต่ละ รพ.สต. มีวิธีพ่นคนละแบบ ใช้สารเคมีคนละชนิด และไม่มีบันทึก อบจ. ก็ประเมินผลในภาพรวมไม่ได้ และตอบคำถามผู้ตรวจสอบได้ยาก

ทางออก: AIROFOG U260 เครื่องพ่นละอองฝอย ULV ไฟฟ้าสำหรับพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง

AIROFOG U260 คือเครื่องพ่นละอองฝอยระบบ ULV (Ultra Low Volume คือการพ่นสารปริมาณน้อยเป็นละอองขนาดเล็กมากให้ลอยค้างในอากาศ) ผลิตในประเทศเยอรมนี ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 800 วัตต์ ปรับหัวฉีดได้ และให้ละอองขนาดประมาณ 15-30 ไมครอน ซึ่งเป็นช่วงขนาดที่ลอยค้างในอากาศได้นานพอจะสัมผัสตัวยุงที่หลบอยู่ในห้อง โดยไม่ทำให้พื้นผิวเปียกชุ่ม

จุดเด่นที่ทำให้ U260 เป็นเครื่องพ่นยุงราชการและเครื่องกำจัดยุงที่เหมาะกับอาคารบริการของ รพ.สต. คือถูกออกแบบมาสำหรับโรงพยาบาล ห้องปฏิบัติการ และพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง การใช้ไฟฟ้าทำให้ไม่มีไอเสียจากเครื่องยนต์ ไม่ต้องเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ในหน่วยบริการ เสียบปลั๊กแล้วใช้งานได้ทันที และน้ำหนักพอเหมาะให้เจ้าหน้าที่ถือเดินพ่นทีละห้องได้

หัวข้อข้อมูล AIROFOG U260ความหมายต่อ รพ.สต.
ประเภทเครื่องพ่นละอองฝอย ULV ระบบไฟฟ้าเหมาะกับงานพ่นในอาคาร ไม่มีไอเสียเครื่องยนต์
แหล่งผลิตเยอรมนีมีข้อมูลผู้ผลิตชัดเจน ใช้ประกอบการเขียนคุณลักษณะเฉพาะได้
กำลังมอเตอร์800 วัตต์ใช้ไฟบ้านทั่วไปในอาคารบริการได้
หัวฉีดปรับได้ปรับให้เหมาะกับขนาดห้องและลักษณะงาน
ขนาดละอองประมาณ 15-30 ไมครอนลอยค้างนานพอสัมผัสตัวยุง ไม่เปียกพื้นผิว
พื้นที่ใช้งานที่แนะนำโรงพยาบาล ห้องปฏิบัติการ พื้นที่ความปลอดภัยสูงตรงกับห้องตรวจ ห้องทำแผล ห้องฝากครรภ์ ห้องเก็บยา

นอกจากตัวเครื่อง WHD ยังมีระบบมาตรฐาน ISO และ GMP ตรวจสอบคุณภาพเครื่องทุกเครื่อง 100% ก่อนส่งมอบ มีบริการหลังการขายครบถ้วน มีช่างเทคนิคและอะไหล่พร้อม และสินค้าเป็นไปตามมาตรฐานครุภัณฑ์ราชการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ อบจ. ต้องการเมื่อจะจัดหาครุภัณฑ์จำนวนหลายเครื่องสำหรับทั้งเครือข่าย

โมเดลจัดหาร่วม ใช้ร่วม ดูแลร่วม: 3 รูปแบบที่ อบจ. เลือกได้

ไม่มีรูปแบบใดถูกที่สุดสำหรับทุกจังหวัด ขึ้นกับจำนวน รพ.สต. ระยะทาง และความพร้อมของบุคลากร ต่อไปนี้คือแนวคิดสามแบบที่นำไปปรับได้ ทุกแบบควรตรวจสอบความสอดคล้องกับระเบียบการบริหารพัสดุและครุภัณฑ์ของ อบจ. ก่อนนำไปใช้

รูปแบบที่ 1: คลังกลางที่กองสาธารณสุข อบจ.

อบจ. จัดหาเครื่องพ่นละอองฝอยจำนวนหนึ่งไว้ที่ส่วนกลาง มีเจ้าหน้าที่ดูแลการยืมคืน ตรวจสภาพก่อนและหลังใช้ และบันทึกประวัติการใช้งาน เหมาะกับจังหวัดที่ระยะทางไม่ไกลมาก ข้อดีคือควบคุมมาตรฐานง่าย ข้อจำกัดคือ รพ.สต. ที่อยู่ไกลอาจรอนาน

รูปแบบที่ 2: แม่ข่ายระดับอำเภอหรือโซน

กำหนด รพ.สต. ขนาดใหญ่หรือที่ตั้งเหมาะสมหนึ่งแห่งในแต่ละโซนเป็นแม่ข่าย เก็บเครื่องไว้ประจำ แล้วหมุนเวียนให้ลูกข่ายใช้ตามตาราง รูปแบบนี้สมดุลระหว่างความรวดเร็วกับความคุ้มค่า และช่วยสร้างผู้เชี่ยวชาญการใช้เครื่องในแต่ละโซน

รูปแบบที่ 3: ประจำหน่วยบริการที่มีความเสี่ยงสูง

สำหรับ รพ.สต. ที่มีผู้มารับบริการมาก อยู่ในพื้นที่ที่พบผู้ป่วยไข้เลือดออกซ้ำ หรือมีห้องคลอดและห้องฝากครรภ์ อบจ. อาจพิจารณาให้มีเครื่องประจำ ส่วนหน่วยบริการอื่นใช้ระบบแม่ข่าย เป็นแบบผสมที่หลายจังหวัดน่าจะเลือกใช้

องค์ประกอบที่ทุกรูปแบบต้องมี

  • ทะเบียนครุภัณฑ์กลางที่ระบุเลขครุภัณฑ์ ที่ตั้ง และผู้รับผิดชอบของแต่ละเครื่อง
  • ตารางหมุนเวียนการใช้งาน โดยเพิ่มความถี่ช่วงก่อนและระหว่างฤดูฝน
  • แบบบันทึกการพ่นที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ระบุวันที่ เวลา ห้อง ชนิดสาร และผู้พ่น
  • แผนบำรุงรักษาและช่องทางแจ้งซ่อมที่ชัดเจน
  • หลักสูตรอบรมผู้ใช้งานและการอบรมทบทวนประจำปี
  • ข้อตกลงเรื่องการจัดหาสารเคมีที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องและเหมาะกับการใช้ในอาคาร

ขั้นตอนพ่นยุงในอาคารบริการ รพ.สต. อย่างปลอดภัย (แนวทางทั่วไป)

  1. เลือกเวลา: พ่นหลังปิดให้บริการหรือในวันหยุด ไม่มีผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้องอยู่ในอาคาร
  2. เตรียมห้อง: ปิดหรือคลุมตู้ยา เวชภัณฑ์ อาหาร น้ำดื่ม และอุปกรณ์การแพทย์ที่สัมผัสผู้ป่วย ปิดพัดลมและเครื่องปรับอากาศ
  3. ใช้สารที่ถูกต้อง: ใช้สารเคมีกำจัดแมลงที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องและระบุว่าใช้พ่นในอาคารได้ ผสมตามอัตราบนฉลากอย่างเคร่งครัด
  4. สวมอุปกรณ์ป้องกัน: ผู้พ่นสวมหน้ากาก แว่นตา ถุงมือ และเสื้อแขนยาว
  5. พ่นจากด้านในออกด้านนอก: เริ่มจากห้องในสุด เน้นมุมมืด ใต้เคาน์เตอร์ หลังตู้ ใต้เตียงตรวจ แล้วถอยออกมาทางประตู
  6. ปิดห้องตามเวลาที่ฉลากแนะนำ: เพื่อให้ละอองสัมผัสตัวยุงได้เต็มที่
  7. ระบายอากาศก่อนเปิดใช้: เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท เช็ดพื้นผิวที่สัมผัสบ่อย เช่น เตียงตรวจ เคาน์เตอร์ และที่นั่ง
  8. บันทึกผล: ลงแบบบันทึกกลางของ อบจ. และทำความสะอาดเครื่องตามคู่มือก่อนส่งคืนหรือส่งต่อ

การพ่นในอาคารเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ต้องทำควบคู่กับการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์รอบอาคารตามมาตรการ 3 เก็บ 3 โรค ของกรมควบคุมโรค คือ เก็บบ้านให้ไม่มีมุมอับ เก็บขยะ และเก็บน้ำภาชนะใส่น้ำให้มิดชิด ป้องกันได้ทั้งไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา

10 เหตุผลที่ อบจ. ควรเลือก AIROFOG U260 เป็นครุภัณฑ์กลางของเครือข่าย รพ.สต.

  1. ออกแบบเพื่อสถานพยาบาลโดยตรง ผู้ผลิตระบุการใช้งานในโรงพยาบาลและห้องปฏิบัติการ ตรงกับลักษณะอาคารของ รพ.สต.
  2. ไฟฟ้าล้วน ไม่มีไอเสีย ไม่ต้องเก็บน้ำมันไว้ในหน่วยบริการ ลดกลิ่นและความเสี่ยงไฟไหม้จากเชื้อเพลิง
  3. มอเตอร์ 800 วัตต์ ใช้ไฟบ้านทั่วไปได้ ไม่ต้องติดตั้งระบบไฟพิเศษ
  4. ละออง 15-30 ไมครอน เหมาะกับการสัมผัสตัวยุงที่หลบในห้อง ใช้สารน้อย ไม่ทำให้พื้นผิวเปียก
  5. หัวฉีดปรับได้ ใช้ได้ทั้งห้องเล็กอย่างห้องเก็บยาและห้องใหญ่อย่างโถงรอตรวจ
  6. ผลิตในเยอรมนี มีข้อมูลผู้ผลิตชัดเจน ช่วยให้การเขียนสเปกกลางของ อบจ. ตรวจสอบได้
  7. เหมาะกับการหมุนเวียนใช้ พกพาได้ ใช้งานไม่ซับซ้อน ส่งต่อระหว่าง รพ.สต. ได้สะดวก
  8. รองรับงานกำจัดแมลงทุกชนิดในอาคาร นอกจากยุง ยังใช้กับแมลงรบกวนอื่น ๆ ได้ตามชนิดสารเคมีที่เลือกใช้และฉลากกำหนด
  9. บริการหลังการขายจาก WHD มีช่างเทคนิค อะไหล่ และการอบรม ตรวจคุณภาพ 100% ก่อนส่งมอบ ภายใต้ระบบ ISO และ GMP
  10. ต่อยอดเป็นชุดครุภัณฑ์ได้ ใช้คู่กับ เครื่องพ่นหมอกควัน AIROFOG AT35 สำหรับงานกลางแจ้ง หรือ เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง SOLO PORT423 สำหรับพ่นรอบบ้านผู้ป่วยในชุมชน

ก่อนและหลัง: เมื่อ อบจ. วางระบบครุภัณฑ์ควบคุมโรคร่วมกัน

ก่อน

  • แต่ละ รพ.สต. มีเครื่องคนละแบบ บางแห่งไม่มีเลย
  • เครื่องเสียแล้วไม่รู้จะส่งซ่อมที่ไหน
  • พ่นหมอกควันในอาคาร หรือไม่พ่นเลย
  • ไม่มีบันทึกการพ่น ตอบคำถามผู้ตรวจสอบยาก
  • ผู้ป่วยบ่นเรื่องยุงในห้องรอตรวจ
  • ตั้งงบแยกกัน ซ้ำซ้อน ไม่คุ้มค่า

หลัง

  • ใช้เครื่องพ่นละอองฝอย ULV ไฟฟ้ามาตรฐานเดียวกันทั้งเครือข่าย
  • มีทะเบียนกลาง แผนบำรุงรักษา และช่างติดต่อได้
  • พ่นในอาคารนอกเวลาบริการตามขั้นตอนที่ปลอดภัย
  • มีแบบบันทึกกลาง อบจ. เห็นภาพรวมทั้งจังหวัด
  • ห้องรอตรวจสะอาด ปลอดภัย ประชาชนเชื่อมั่น
  • จัดซื้อเป็นล็อต สเปกชัด ตรวจสอบได้

เคล็ดลับการจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์ควบคุมโรคร่วมกันของ อบจ.

1. เริ่มจากสำรวจความต้องการจริง: ให้ รพ.สต. ทุกแห่งกรอกแบบสำรวจสั้น ๆ ว่ามีครุภัณฑ์อะไร สภาพเป็นอย่างไร จำนวนห้องที่ต้องพ่น และประวัติผู้ป่วยไข้เลือดออกในพื้นที่ ข้อมูลนี้คือฐานของการกำหนดจำนวนเครื่องและรูปแบบการหมุนเวียน

2. บรรจุในแผนพัฒนาท้องถิ่นให้ทันรอบ: ครุภัณฑ์ต้องอยู่ในแผนก่อนจึงตั้งงบได้ ควรประสานกองแผนและงบประมาณของ อบจ. ตั้งแต่ต้นรอบ เพื่อไม่ให้หลุดรอบปีงบประมาณ

3. เขียนคุณลักษณะเฉพาะจากความต้องการใช้งาน: ระบุหัวข้อที่สะท้อนงานจริง เช่น ระบบ ULV ใช้ไฟฟ้า ช่วงขนาดละออง หัวฉีดปรับได้ ความเหมาะสมกับการใช้ในสถานพยาบาล ข้อมูลผู้ผลิตและประเทศผู้ผลิต คู่มือภาษาไทย การรับประกัน และบริการหลังการขาย ควรเขียนให้เปิดกว้างพอให้มีการแข่งขันตามระเบียบ

4. รวมการอบรมเข้าไว้ในเงื่อนไข: กำหนดให้ผู้ขายจัดอบรมการใช้งาน การผสมสาร การทำความสะอาด และการบำรุงรักษาแก่ผู้รับผิดชอบของแต่ละโซน

5. วางงบบำรุงรักษาและวัสดุ: ครุภัณฑ์ต้องมีงบวัสดุ สารเคมี และค่าซ่อมตามมา ควรวางไว้ในแผนงบประมาณปีถัดไปด้วย

6. เก็บเอกสารให้ครบ: ใบเสนอราคา แคตตาล็อก หนังสือรับรองต่าง ๆ ที่ผู้ขายแสดง และบันทึกการตรวจรับ เพื่อความโปร่งใสและรองรับการตรวจสอบ

หมายเหตุ: ขั้นตอนและวิธีจัดซื้อจัดจ้างต้องเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่ใช้บังคับในขณะนั้น ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่พัสดุของ อบจ. ทุกครั้ง

ตัวอย่างเสียงจากหน้างาน

(ตัวอย่างเสียงจากหน้างาน เป็นภาพรวมจากประสบการณ์ทั่วไป ไม่ใช่คำพูดของบุคคลจริง) "ตอนอยู่คนละสังกัด เราต่างคนต่างหาเครื่องเอง พอมาอยู่ อบจ. เดียวกัน เราคุยกันในโซนว่าอยากได้เครื่องแบบเดียวกัน จะได้สอนกันเองได้ ยืมกันได้ และถ้าเสียก็ส่งช่างเจ้าเดียว เครื่องพ่นละอองฝอยไฟฟ้าช่วยเยอะตรงที่ไม่มีควันและไม่มีกลิ่นน้ำมัน พ่นห้องรอตรวจตอนเย็นหลังปิดบริการ เช้ามาเปิดหน้าต่างระบายอากาศ เช็ดเก้าอี้ ผู้ป่วยก็นั่งรอได้สบายใจขึ้น ที่สำคัญคือมีบันทึกทุกครั้ง เวลาผู้บริหารถามเราตอบได้ทันที"

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. รพ.สต. ที่ถ่ายโอนแล้วตั้งงบซื้อเครื่องพ่นยุงเองได้หรือไม่

ขึ้นกับระเบียบและแนวทางงบประมาณของ อบจ. แต่ละแห่งในขณะนั้น บางแห่งตั้งงบผ่านกองสาธารณสุขของ อบจ. บางแห่งมีแนวทางเฉพาะ ควรตรวจสอบกับกองสาธารณสุขและเจ้าหน้าที่พัสดุของ อบจ. โดยตรง

2. ทำไมไม่ใช้เครื่องพ่นหมอกควันพ่นในห้องตรวจ

เครื่องพ่นหมอกควันเหมาะกับงานกลางแจ้ง ส่วนในอาคารที่มีตู้ยาและอุปกรณ์การแพทย์ เครื่องพ่นละอองฝอย ULV ไฟฟ้าอย่าง U260 เหมาะกว่า เพราะไม่มีควันและไอเสีย และควบคุมขนาดละอองได้

3. พ่นแล้วต้องรอนานเท่าไรจึงเปิดให้บริการได้

ขึ้นกับชนิดสารเคมีที่ใช้ ให้ยึดตามฉลากผลิตภัณฑ์ และระบายอากาศให้ดีก่อนเปิดห้องทุกครั้ง การพ่นตอนเย็นหลังปิดบริการช่วยให้มีเวลาเพียงพอ

4. เครื่องเดียวใช้หมุนเวียนได้กี่แห่ง

ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นกับระยะทาง จำนวนห้อง และความถี่ที่ต้องพ่น แนะนำให้เริ่มจากรูปแบบแม่ข่ายระดับโซน แล้วปรับตามข้อมูลการใช้งานจริงหลังผ่านหนึ่งฤดูฝน

5. U260 ใช้กับสารเคมีอะไรได้บ้าง

ควรใช้สารที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องและระบุให้ใช้ในอาคาร และสอบถามทีม WHD เรื่องความเหมาะสมของสูตรสารกับเครื่องก่อนใช้งาน

6. ถ้าเครื่องเสียต้องทำอย่างไร

WHD มีบริการหลังการขาย ช่างเทคนิค และอะไหล่ ติดต่อได้ที่ โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ส่วนการแจ้งซ่อมภายในให้ทำตามระบบครุภัณฑ์ของ อบจ.

7. ต้องพ่นในอาคารบ่อยแค่ไหน

ขึ้นกับสถานการณ์โรคในพื้นที่และคำแนะนำของหน่วยงานควบคุมโรค ช่วงฤดูฝนหรือเมื่อพบผู้ป่วยในพื้นที่ใกล้เคียงอาจต้องถี่ขึ้น ควรทำคู่กับการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์รอบอาคารทุกสัปดาห์

ขั้นตอนถัดไป 3 ขั้น

  1. โทรหรือ LINE ขอใบเสนอราคาและสเปก: โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ขอข้อมูล U260 สำหรับประกอบแผนจัดหาครุภัณฑ์ของ อบจ.
  2. ขอสาธิตหรืออบรม: นัดสาธิตการใช้งานให้ผู้รับผิดชอบระดับโซนหรือแม่ข่ายได้ลองใช้จริง
  3. ตั้งงบและจัดซื้อตามระเบียบ: บรรจุในแผนพัฒนาท้องถิ่น ตั้งงบครุภัณฑ์ และดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบที่ใช้บังคับ

พร้อมยกระดับการควบคุมยุงของหน่วยงานคุณแล้วหรือยัง

ขอใบเสนอราคา สเปกสำหรับเขียนคุณลักษณะเฉพาะ และนัดสาธิตการใช้งานได้ที่ โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com
บริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด 88 268 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160

ดูสินค้าและราคา AIROFOG U260 คลิกที่นี่

ดูศูนย์รวมอุปกรณ์กำจัดยุงและแมลง ครุภัณฑ์ราชการ

#เครื่องพ่นยุง #เครื่องกำจัดยุง #เครื่องพ่นหมอกควัน #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยุงราชการ #ควบคุมโรค #AIROFOGU260 #รพสตสังกัดอบจ

คีย์เวิร์ด: เครื่องพ่นยุง, เครื่องกำจัดยุง, เครื่องพ่นหมอกควัน, เครื่องพ่นละอองฝอย, เครื่องพ่นยุงราชการ, ควบคุมโรค, กำจัดแมลงทุกชนิด, ครุภัณฑ์ราชการ, จัดซื้อจัดจ้าง, ยุงลาย, ไข้เลือดออก, ULV, AIROFOG U260, รพ.สต., อบจ., ถ่ายโอนภารกิจ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้