Last updated: 24 ก.ย. 2569 | 13 จำนวนผู้เข้าชม |
หลายหน่วยงานมี เครื่องพ่นยุง อยู่เพียงเครื่องเดียว และทุกอย่างดูเรียบร้อยดีจนถึงวันที่เครื่องนั้นสตาร์ตไม่ติดในสัปดาห์ที่ไข้เลือดออกกำลังระบาด บทความนี้อธิบายแนวคิด "จุดล้มเหลวจุดเดียว" ในงานควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลง ว่าทำไมการมีเครื่องสำรอง และการมีเครื่องต่างประเภทกัน เช่น เครื่องพ่นหมอกควัน คู่กับ เครื่องพ่นละอองฝอย สะพายหลัง จึงเป็นการบริหารความเสี่ยงที่ผู้บริหารควรวางแผนไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่ความฟุ่มเฟือย
คุณวิภาวรรณเป็นนักวิชาการสาธารณสุขของเทศบาลตำบลแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่รับผิดชอบมีสิบสองหมู่บ้าน มีโรงเรียนสามแห่ง และมีตลาดนัดสองวันต่อสัปดาห์ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เทศบาลมีเครื่องพ่นหมอกควันอยู่หนึ่งเครื่อง ซึ่งจัดซื้อมานานแล้ว และมีพนักงานจ้างชื่อพี่สมศักดิ์เป็นคนเดียวที่ใช้เครื่องได้คล่องและรู้วิธีแก้อาการสตาร์ตยาก
ปลายเดือนกรกฎาคม ฝนตกติดต่อกันหลายวัน ต่อมามีรายงานผู้ป่วยไข้เลือดออกรายแรกเป็นเด็กนักเรียนชั้นประถม ทีมจึงนัดออกพ่นรอบบ้านผู้ป่วยตอนเย็นวันนั้นเอง แต่เมื่อยกเครื่องออกมา เครื่องกลับสตาร์ตไม่ติด พี่สมศักดิ์ลองทำความสะอาดหัวเทียนและระบบน้ำมันอยู่นานก็ยังไม่ติด ปัญหาคือเขาต้องลากลับบ้านต่างจังหวัดตั้งแต่เช้าวันรุ่งขึ้นเพราะมีธุระครอบครัว
คุณวิภาวรรณโทรขอยืมเครื่องจากตำบลข้างเคียง ได้คำตอบว่าเครื่องของเขาก็กำลังใช้พ่นในพื้นที่ตัวเองเช่นกัน เพราะฝนตกหนักทั้งอำเภอ ร้านซ่อมในอำเภอบอกว่าต้องสั่งอะไหล่บางชิ้นและใช้เวลาหลายวัน ระหว่างนั้นมีผู้ป่วยรายที่สองในหมู่บ้านถัดไป และมีผู้ปกครองโพสต์ในกลุ่มไลน์ของหมู่บ้านว่า "ลูกป่วยมาสองคนแล้ว ทำไมยังไม่มีใครมาพ่นยุง"
ไม่มีใครในเรื่องนี้ทำงานบกพร่อง เครื่องถูกใช้ตามปกติ คนดูแลก็ตั้งใจ แต่ระบบทั้งหมดของเทศบาลแขวนอยู่บนเครื่องเดียวและคนเดียว เมื่อทั้งสองอย่างไม่พร้อมพร้อมกัน งานควบคุมโรคก็หยุดทันที นี่คือภาพของความเสี่ยงที่เรียกว่า "จุดล้มเหลวจุดเดียว" ซึ่งหลายหน่วยงานมีอยู่โดยไม่รู้ตัว
จุดล้มเหลวจุดเดียว (single point of failure) หมายถึง ส่วนประกอบใดส่วนหนึ่งที่ถ้าหยุดทำงาน ระบบทั้งระบบก็หยุดตาม คำนี้ใช้กันมากในงานวิศวกรรมและงานไอที แต่ใช้ได้ดีกับงานควบคุมยุงของหน่วยงานรัฐเช่นกัน เพราะงานนี้มีลักษณะพิเศษสามอย่างที่ทำให้ความเสี่ยงสูงกว่างานทั่วไป
ข้อแรก งานต้องทำให้ทันเวลา เมื่อมีผู้ป่วยไข้เลือดออก แนวทางที่ใช้กันแพร่หลายคือการพ่นควบคุมรอบบ้านผู้ป่วยในรัศมีประมาณ 100 เมตรโดยเร็ว เพื่อลดยุงลายตัวเต็มวัยที่อาจมีเชื้ออยู่ การพ่นช้าไปหลายวันทำให้ยุงมีโอกาสแพร่เชื้อต่อไปยังคนอื่นในละแวกเดียวกัน ความล่าช้าจึงมีต้นทุนเป็นสุขภาพของประชาชนโดยตรง
ข้อสอง ความต้องการใช้เครื่องมาพร้อมกัน ยุงลายเพิ่มจำนวนในช่วงฤดูฝน ทุกหมู่บ้านและทุกตำบลในภูมิภาคเดียวกันจึงต้องการเครื่องพร้อมกัน การหวังยืมเครื่องจากหน่วยงานข้างเคียงในช่วงระบาดจึงมักไม่ได้ผล เพราะเขาก็ต้องใช้เหมือนกัน
ข้อสาม เครื่องเสียในช่วงที่ใช้หนักที่สุด เครื่องยนต์ที่ถูกเก็บไว้นานในช่วงแล้ง แล้วถูกนำมาใช้ติดต่อกันทุกวันในฤดูฝน มีโอกาสเกิดปัญหาได้มากกว่าช่วงอื่น ทั้งจากน้ำมันเก่าค้างในระบบ ชิ้นส่วนยางที่แข็งตัว หรือการใช้งานหนักต่อเนื่อง ดังนั้นช่วงที่เครื่องเสี่ยงเสียมากที่สุดจึงเป็นช่วงเดียวกับที่ขาดเครื่องไม่ได้
เมื่อสามข้อนี้มารวมกัน การมีเครื่องเพียงเครื่องเดียวจึงไม่ใช่แค่ "มีน้อย" แต่เป็นการออกแบบระบบที่มีโอกาสล้มในจังหวะที่เสียหายมากที่สุด
ยุงลายเป็นพาหะของไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา และไวรัสซิกา ไข้เลือดออกมักเริ่มด้วยไข้สูงลอย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ บางรายมีผื่นหรือจุดเลือดออก และบางรายอาจเข้าสู่ภาวะรุนแรงที่ต้องดูแลใกล้ชิดในโรงพยาบาล กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และหญิงตั้งครรภ์ ชิคุนกุนยาทำให้ปวดข้อรุนแรงจนบางคนทำงานไม่ได้เป็นเวลานาน ส่วนไวรัสซิกาเป็นเรื่องที่หญิงตั้งครรภ์ต้องระวัง ทุกวันที่งานควบคุมพาหะล่าช้า คือช่วงเวลาที่ยุงซึ่งอาจมีเชื้อยังบินอยู่ในชุมชน
เมื่อเครื่องเสียกลางฤดูระบาด หน่วยงานมักต้องจ่ายค่าซ่อมเร่งด่วน ค่าเดินทางไปรับอะไหล่ หรือค่าจ้างบริการพ่นจากภายนอกในราคาที่ต่อรองได้ยาก เพราะเป็นช่วงที่ทุกคนต้องการบริการเหมือนกัน นอกจากนี้ถ้าการระบาดขยายวง ค่าใช้จ่ายในการควบคุมโรคที่ตามมา ทั้งสารเคมี เวลาทำงานนอกเวลาของเจ้าหน้าที่ และการรณรงค์ที่ต้องทำซ้ำ มักสูงกว่าการลงทุนป้องกันไว้ก่อนหลายเท่า
ประชาชนไม่เห็นว่าเครื่องเสียหรือช่างลา สิ่งที่เขาเห็นคือ "มีคนป่วยแล้วแต่ไม่มีใครมาพ่น" ข้อความในกลุ่มไลน์ของหมู่บ้านหรือในโซเชียลมีเดียกระจายเร็วกว่าคำชี้แจงของหน่วยงานเสมอ ความเชื่อมั่นที่สะสมมาหลายปีอาจลดลงได้ในสัปดาห์เดียว และผู้บริหารมักต้องเป็นคนตอบคำถามทั้งจากประชาชน สมาชิกสภา และหน่วยงานกำกับ
เมื่อเครื่องมือไม่พร้อม เจ้าหน้าที่ต้องรับแรงกดดันทั้งหมด ต้องวิ่งหาเครื่องยืม ต้องอธิบายกับชาวบ้าน และต้องทำงานเร่งเมื่อเครื่องกลับมา ความเหนื่อยล้าสะสมทำให้เกิดความผิดพลาดง่ายขึ้น เช่น ผสมสารเคมีผิดสัดส่วน หรือข้ามขั้นตอนความปลอดภัย และถ้าคนที่ใช้เครื่องเป็นมีเพียงคนเดียว คนคนนั้นก็กลายเป็นอีกจุดล้มเหลวหนึ่งที่ไม่ได้พักเลยตลอดฤดูฝน
ความเสี่ยงไม่ได้อยู่ที่จำนวนเครื่องอย่างเดียว ลองใช้ตารางนี้ตรวจหน่วยงานของท่านอย่างตรงไปตรงมา
| จุดเสี่ยง | อาการที่บอกว่ามีความเสี่ยง | แนวทางลดความเสี่ยง |
|---|---|---|
| เครื่องเดียว | ถ้าเครื่องส่งซ่อม งานพ่นหยุดทั้งหมด | มีเครื่องสำรองอย่างน้อยหนึ่งเครื่อง |
| ประเภทเดียว | มีแต่เครื่องพ่นหมอกควัน ใช้ในอาคารหรือพื้นที่อ่อนไหวไม่สะดวก | เพิ่มเครื่องพ่นละอองฝอย ULV เป็นประเภทที่สอง |
| คนใช้เป็นคนเดียว | คนนี้ลา ย้าย หรือป่วย เครื่องก็ไม่มีใครใช้ | ฝึกผู้ใช้อย่างน้อยสองถึงสามคนต่อเครื่อง |
| ไม่มีอะไหล่สำรอง | ชิ้นส่วนเล็ก ๆ เสีย ต้องรอสั่งหลายวัน | เก็บอะไหล่สิ้นเปลืองที่ใช้บ่อยไว้ และเลือกผู้ขายที่มีอะไหล่และช่าง |
| ไม่มีแผนยืมเครื่อง | ต้องโทรขอยืมแบบฉุกเฉินทุกครั้ง | ทำข้อตกลงช่วยเหลือกันล่วงหน้ากับหน่วยงานข้างเคียง |
ถ้าหน่วยงานของท่านตรงกับสองข้อขึ้นไป แสดงว่างานควบคุมยุงพึ่งพาสิ่งที่อาจล้มได้หลายจุด และควรเริ่มวางแผนความต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนฤดูฝนปีนี้
"เดี๋ยวค่อยยืมเขา" เป็นแผนที่ใช้ได้ในช่วงปกติ แต่ในช่วงระบาด หน่วยงานข้างเคียงก็ต้องใช้เครื่องของตัวเอง การยืมยังทำให้เกิดคำถามเรื่องความรับผิดชอบเมื่อเครื่องชำรุดระหว่างยืม และเจ้าหน้าที่ของเราอาจไม่คุ้นกับเครื่องรุ่นนั้น ทำให้ใช้ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
"ซ่อมเครื่องเก่าไปก่อน" การซ่อมเป็นสิ่งจำเป็น แต่เครื่องที่ใช้มานานและซ่อมบ่อย มักกลับมาเสียซ้ำในจุดใหม่ การซ่อมจึงช่วยยืดอายุได้ระยะหนึ่ง แต่ไม่ได้แก้ปัญหาที่ว่าหน่วยงานมีเครื่องเดียว เมื่อเครื่องเข้าร้าน งานก็ยังหยุดอยู่ดี
"จ้างภายนอกเมื่อจำเป็น" การจ้างบริการพ่นเป็นทางเลือกที่ดีในบางกรณี แต่ในช่วงระบาดผู้ให้บริการมักมีคิวเต็ม ราคาต่อรองได้ยาก และหน่วยงานควบคุมเวลาหรือคุณภาพการพ่นได้น้อยกว่าทีมของตัวเอง อีกทั้งกระบวนการจัดจ้างก็ต้องใช้เวลาตามระเบียบ
"ซื้อเครื่องราคาถูกมาเป็นตัวสำรอง" ฟังดูประหยัด แต่เครื่องที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีอะไหล่ หรือไม่มีช่างดูแลในประเทศ มักกลายเป็นเครื่องที่ถูกเก็บไว้ในโกดังเพราะใช้งานจริงไม่ได้ เครื่องสำรองที่ใช้ไม่ได้ในวันที่ต้องใช้ ก็เท่ากับไม่มีเครื่องสำรอง
"ซื้อเครื่องแบบเดียวกันเพิ่มอีกเครื่อง" ดีกว่ามีเครื่องเดียวแน่นอน แต่ถ้าทั้งสองเครื่องเป็นประเภทเดียวกัน หน่วยงานก็ยังมีข้อจำกัดแบบเดิม เช่น ถ้ามีแต่เครื่องพ่นหมอกควัน งานในอาคาร โรงเรียนที่มีเด็กอยู่ใกล้ หรือพื้นที่ที่ควันหนาทึบสร้างความกังวลให้ผู้คน ก็ยังทำได้ไม่สะดวก การเลือกเครื่องที่สองให้เป็นต่างประเภท จึงได้ทั้งความสำรองและความหลากหลายของภารกิจในครั้งเดียว
ผู้บริหารไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องจำนวนมากเพื่อให้ปลอดภัย แนวคิดที่ใช้ได้จริงสำหรับหน่วยงานขนาดเล็กถึงกลางคือโครงสร้างสามชั้น
ULV คืออะไร (อธิบายหนึ่งบรรทัด): ULV ย่อมาจาก Ultra Low Volume คือการพ่นสารเคมีปริมาณน้อยให้แตกเป็นละอองขนาดเล็กมากที่ลอยค้างในอากาศได้นาน ต่างจากหมอกควันที่ใช้ความร้อนทำให้เกิดควันที่มองเห็นได้ชัด
ข้อดีของการมีเครื่องต่างชนิดคือ ความเสี่ยงของสองเครื่องไม่ได้ผูกกันแน่น เครื่องคนละแบบมีระบบการทำงานต่างกัน โอกาสที่จะเสียพร้อมกันด้วยสาเหตุเดียวกันจึงน้อยลง และเมื่อเครื่องหนึ่งเข้าซ่อม อีกเครื่องยังทำงานได้ในแบบของมัน
SOLO PORT423 เป็น เครื่องพ่นละอองฝอย ULV แบบสะพายหลังที่ออกแบบมาสำหรับงานควบคุมโรคและกำจัดแมลง จุดเด่นตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ของบริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด มีดังนี้
ทุกเครื่องที่จำหน่ายโดย WHD มาจากบริษัทที่ได้รับมาตรฐาน ISO และ GMP มีการตรวจสอบคุณภาพ 100% ก่อนส่งมอบ มีบริการหลังการขาย ช่างเทคนิค และอะไหล่ พร้อมเป็นไปตามมาตรฐานครุภัณฑ์ราชการ ซึ่งเป็นสิ่งที่เครื่องสำรองต้องมี เพราะเครื่องสำรองที่ดีต้อง "พร้อมใช้" ไม่ใช่แค่ "มีอยู่"
ถ้าเครื่องหลักของหน่วยงานเป็นเครื่องพ่นหมอกควัน SOLO PORT423 จะเติมช่องว่างได้พอดี เพราะทำงานคนละหลักการ ใช้ได้ในพื้นที่ที่ไม่อยากให้มีควันหนา เช่น รอบโรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หรือชุมชนที่มีผู้สูงอายุ และเมื่อเครื่องหลักเข้าซ่อม ทีมก็ยังออกพ่นรอบบ้านผู้ป่วยได้ทันที ถ้าเครื่องหลักเป็นเครื่องติดรถยนต์ SOLO PORT423 ก็ช่วยเก็บงานในซอยเล็ก หลังบ้าน และพื้นที่ที่รถเข้าไม่ถึง ซึ่งเป็นจุดที่ยุงลายมักหลบอยู่
สำหรับหน่วยงานที่มีเครื่องพ่นละอองฝอยไฟฟ้าอยู่แล้ว เช่น AIROFOG U260 หรือ MASTER ELECTRIC ULV ที่ใช้ในอาคาร การมีเครื่องสะพายหลังที่ใช้เครื่องยนต์ช่วยให้ทำงานกลางแจ้งได้โดยไม่ต้องพึ่งปลั๊กไฟ ซึ่งสำคัญมากในช่วงหลังน้ำท่วมหรือไฟดับ
แผนความต่อเนื่องไม่จำเป็นต้องเป็นเอกสารหนา กระดาษสองหน้าที่ทุกคนรู้และทำตามได้มีค่ากว่าเอกสารร้อยหน้าที่ไม่มีใครอ่าน ลองใช้โครงนี้
เมื่อมีแผนนี้ หน่วยงานจะเห็นทันทีว่าช่องว่างอยู่ตรงไหน บางแห่งอาจพบว่าเครื่องพอแล้วแต่คนไม่พอ บางแห่งพบว่าคนพอแต่เครื่องมีแบบเดียว ซึ่งจะนำไปสู่การตั้งงบที่ตรงจุด
การขออนุมัติงบซื้อ "เครื่องที่สอง" มักถูกถามว่า "มีอยู่แล้วทำไมต้องซื้ออีก" ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่พัสดุจึงควรเตรียมเหตุผลให้เป็นเรื่องของการบริหารความเสี่ยง ไม่ใช่เรื่องของความอยากได้
TOR คืออะไร (หนึ่งบรรทัด): TOR คือขอบเขตของงานหรือเอกสารที่ระบุความต้องการและคุณลักษณะของสิ่งที่จะจัดซื้อ ใช้เป็นหลักในการเปรียบเทียบข้อเสนอของผู้ขาย
ข้อควรจำคือ ทุกขั้นตอนต้องเป็นไปตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างและแนวทางของหน่วยงานต้นสังกัด บทความนี้ให้แนวคิดทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย
"ปีก่อนเราเคยมีเครื่องเดียว พอเครื่องเสียกลางฤดูฝนก็ต้องนั่งรอช่าง ชาวบ้านถามทุกวันว่าเมื่อไรจะมาพ่น พอปีนี้มีเครื่องสะพายหลังเพิ่มอีกเครื่อง เราแบ่งทีมได้ ทีมหนึ่งใช้เครื่องหมอกควันพ่นรอบบ้านผู้ป่วย อีกทีมเอาเครื่องสะพายหลังเข้าซอยเล็กกับรอบโรงเรียน วันที่เครื่องหลักต้องล้างระบบ เราก็ไม่ต้องหยุดงาน ที่สำคัญคือตอนนี้มีคนใช้เครื่องเป็นสี่คนแล้ว ไม่ต้องรอคนเดียวอีก"
หมายเหตุ: ข้อความนี้เป็นตัวอย่างที่เรียบเรียงจากลักษณะงานทั่วไปของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขท้องถิ่น ไม่ได้อ้างถึงบุคคลหรือหน่วยงานใดโดยเฉพาะ
ไม่มีสูตรตายตัว แต่ถ้าการพ่นยุงเป็นภารกิจหลักที่ประชาชนคาดหวัง และหน่วยงานไม่มีแผนสำรองที่เชื่อถือได้ การมีเครื่องที่สองคือการลดความเสี่ยงที่คุ้มค่า ถ้างบไม่พอในปีเดียว อาจเริ่มจากแผนยืมเครื่องที่เป็นลายลักษณ์อักษร การฝึกผู้ใช้เพิ่ม และการบำรุงรักษาเครื่องเดิมอย่างสม่ำเสมอ แล้วตั้งงบเครื่องที่สองในปีถัดไป
เพราะได้สองประโยชน์พร้อมกัน คือเป็นตัวสำรองเมื่อเครื่องแรกเสีย และเพิ่มภารกิจที่เครื่องแรกทำได้ไม่ดี เช่น เครื่องพ่นหมอกควันเหมาะกับงานกลางแจ้งบางลักษณะ ส่วนเครื่องพ่นละอองฝอย ULV ใช้สารน้อยและเหมาะกับพื้นที่ที่ไม่ต้องการควันหนา อีกทั้งเครื่องต่างชนิดมีโอกาสเสียพร้อมกันด้วยสาเหตุเดียวกันน้อยกว่า
ไม่ควรมองว่าแทนกันได้ทุกงาน เครื่องแต่ละแบบมีจุดแข็งต่างกัน SOLO PORT423 เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง พ่นได้ไกลถึงประมาณ 12 เมตร และมีถัง 12 ลิตร เหมาะกับงานเคลื่อนที่ ซอยแคบ และพื้นที่ที่ต้องการลดควัน การเลือกวิธีพ่นในแต่ละสถานการณ์ควรเป็นไปตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่และฉลากสารเคมีที่ใช้
อย่างน้อยสองถึงสามคนต่อเครื่องเป็นแนวทางที่ปฏิบัติได้จริง เพื่อให้มีคนแทนกันได้เมื่อมีคนลา ย้าย หรือป่วย และควรจัดการฝึกทบทวนก่อนเข้าฤดูฝนทุกปี
เครื่องยนต์ที่ถูกเก็บนานโดยไม่ดูแลมีโอกาสเกิดปัญหา จึงควรทดลองเดินเครื่องตามรอบที่ผู้ขายแนะนำ และหมุนเวียนใช้งานทั้งสองเครื่อง ไม่ใช่เก็บเครื่องสำรองไว้เฉย ๆ การสลับใช้ยังช่วยให้ผู้ใช้คุ้นมือกับทั้งสองเครื่องด้วย
ในหลายพื้นที่ยังจำเป็น เพราะรถพ่นเข้าไม่ถึงซอยเล็ก หลังบ้าน สวน และบริเวณรอบบ้านผู้ป่วยบางจุด เครื่องสะพายหลังช่วยเก็บงานเหล่านี้ และยังใช้เป็นแผนสำรองเมื่อรถหรือเครื่องติดรถต้องเข้าซ่อม
WHD ให้ข้อมูลสเปกสำหรับประกอบการจัดทำคุณลักษณะเฉพาะ มีการตรวจ QC 100% ก่อนส่งมอบ มีบริการหลังการขาย ช่างเทคนิค และอะไหล่ และสามารถสาธิตหรืออบรมการใช้งานให้ทีมงานได้ ติดต่อได้ที่ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268
เพิ่ม SOLO PORT423 เป็นเครื่องที่สอง เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังที่พร้อมออกพ่นเมื่อเครื่องหลักไม่พร้อม
ดูสินค้าและราคา SOLO PORT423 คลิกที่นี่
ดูเครื่องพ่นยุงราชการทุกรุ่นที่ศูนย์รวมอุปกรณ์
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com
บริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด 88 268 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
#เครื่องพ่นยุง #เครื่องกำจัดยุง #เครื่องพ่นหมอกควัน #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยุงราชการ #ควบคุมโรค #เครื่องพ่นยุงสำรอง #SOLOPORT423
คีย์เวิร์ด: เครื่องพ่นยุง, เครื่องกำจัดยุง, เครื่องพ่นหมอกควัน, เครื่องพ่นละอองฝอย, เครื่องพ่นยุงราชการ, ควบคุมโรค, กำจัดแมลงทุกชนิด, ครุภัณฑ์ราชการ, จัดซื้อจัดจ้าง, ยุงลาย, ไข้เลือดออก, ULV, เครื่องพ่นยุงสำรอง, แผนความต่อเนื่อง, SOLO PORT423