Last updated: 24 ก.ย. 2569 | 6 จำนวนผู้เข้าชม |
งานควบคุมยุงและแมลงในอาคารของหน่วยงานรัฐ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล โรงเรียน ศูนย์ราชการ หรือห้องปฏิบัติการ มักต้องการเครื่องพ่นละอองฝอย ULV ที่ไม่มีไอเสียจากเครื่องยนต์ ทางเลือกจึงอยู่ที่เครื่องไฟฟ้าและเครื่องแบตเตอรี่ บทความนี้วางสี่รุ่นในแค็ตตาล็อกของ WHD ไว้ในตารางเดียวกัน โดยใช้เฉพาะข้อมูลที่ระบุไว้ในหน้าสินค้า ช่องใดที่ยังไม่มีข้อมูลจะเขียนว่า "สอบถาม WHD" อย่างตรงไปตรงมา
คุณธนพล หัวหน้างานป้องกันและควบคุมโรคของโรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้รับมอบหมายให้เสนอซื้อเครื่องพ่นละอองฝอยสำหรับใช้ในอาคาร หลังจากมีผู้ป่วยไข้เลือดออกหลายรายรักษาตัวในหอผู้ป่วย และเจ้าหน้าที่พบยุงลายบริเวณทางเดินและห้องเก็บของ ผู้อำนวยการกำชับว่า "ต้องเป็นเครื่องที่ไม่มีควันและไม่มีไอเสีย และต้องใช้ได้หลายจุดในโรงพยาบาล"
คุณธนพลรวบรวมข้อมูลมาได้สี่รุ่น ทั้งหมดเป็นเครื่องพ่นละอองฝอย ULV ที่ไม่ใช้เครื่องยนต์ แต่แต่ละรุ่นเน้นจุดขายต่างกัน รุ่นหนึ่งบอกกำลังมอเตอร์และขนาดละออง อีกรุ่นบอกน้ำหนักและความทนไฟ รุ่นที่สามบอกกำลังวัตต์และมาตรฐานสากล ส่วนรุ่นที่สี่บอกเวลาใช้งานแบตเตอรี่และระยะพ่น เขาพบว่าการนำข้อมูลเหล่านี้ไปอธิบายให้คณะกรรมการเข้าใจไม่ง่ายเลย เพราะไม่มีรุ่นไหนเขียนตัวเลขครบทุกหัวข้อในรูปแบบเดียวกัน
ในเวลาเดียวกัน ฝ่ายอาคารสถานที่ถามว่าจะใช้พ่นที่ลานจอดรถและโรงอาหารด้วยได้ไหม ฝ่ายห้องปฏิบัติการถามว่าจะใช้พ่นฆ่าเชื้อในห้องแล็บได้หรือไม่ ส่วนทีมเยี่ยมบ้านถามว่าจะนำไปใช้ในศูนย์พักพิงหรือชุมชนที่ไม่มีไฟฟ้าได้ไหม คำถามทั้งหมดนี้บอกเราว่า การเลือกเครื่องพ่นละอองฝอยไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องของ "รุ่นไหนดีที่สุด" แต่เป็นเรื่องของ "รุ่นไหนเหมาะกับงานไหน"
ยุงลายชอบเกาะพักในที่มืดและอับภายในอาคาร เช่น หลังตู้ ใต้เตียง ในห้องน้ำ และมุมห้องเก็บของ ยุงลายเป็นพาหะของไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา และซิกา อาคารที่มีกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้ป่วย เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และหญิงตั้งครรภ์ จึงต้องการการควบคุมยุงที่ทั่วถึงแต่ปลอดภัย เครื่องที่มีไอเสียหรือควันหนาไม่เหมาะกับพื้นที่ปิด ขณะที่เครื่องพ่นละอองฝอยไฟฟ้าช่วยให้ควบคุมปริมาณสารและขนาดละอองได้ดีกว่า
หน่วยงานมักซื้อเครื่องพ่นละอองฝอยไฟฟ้าเพียงหนึ่งหรือสองเครื่องต่อรอบงบประมาณ การเลือกผิดรุ่นจึงหมายถึงหลายปีที่ต้องทนใช้เครื่องที่ไม่ตรงงาน เช่น ซื้อเครื่องที่ต้องเสียบปลั๊กไปใช้ในพื้นที่ไม่มีไฟ หรือซื้อเครื่องแบตเตอรี่ไปใช้พ่นต่อเนื่องหลายชั่วโมงในอาคารใหญ่ ทั้งสองกรณีทำให้ต้องหางบซื้อเครื่องเพิ่ม
โรงพยาบาลหรือโรงเรียนที่มีข่าวผู้ป่วยไข้เลือดออกติดต่อกันหลายราย ย่อมถูกตั้งคำถามจากประชาชนและผู้ปกครอง ภาพของเจ้าหน้าที่ที่พ่นละอองฝอยอย่างเป็นระบบในเวลาที่เหมาะสม ช่วยสร้างความเชื่อมั่นได้มากกว่าการพ่นแบบฉุกเฉินที่ทำให้ต้องอพยพคนออกจากอาคารกลางวัน
เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานนี้มักมีงานประจำอื่นอยู่แล้ว เครื่องที่หนักเกินไป ต้องลากสายไฟยาว หรือต้องเติมน้ำยาบ่อย จะเพิ่มเวลาและความเหนื่อยล้า เครื่องที่ตรงงานจึงช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานเสร็จเร็วและปลอดภัยกว่า
ใช้เครื่องพ่นหมอกควันในอาคาร: เครื่องพ่นหมอกควันเหมาะกับพื้นที่ภายนอก แต่ในห้องปิดที่มีคนใช้งาน ควันหนาอาจรบกวนผู้ใช้อาคารและต้องระวังเรื่องความร้อนและเชื้อเพลิง งานในอาคารจึงนิยมใช้เครื่องพ่นละอองฝอย ULV มากกว่า
ไม่ดูขนาดละออง: ละอองขนาดประมาณ 15 ถึง 30 ไมครอนเป็นช่วงที่ลอยค้างในอากาศได้นานพอจะสัมผัสตัวยุง ถ้าเครื่องให้ละอองใหญ่เกินไป สารจะตกเกาะพื้นและเฟอร์นิเจอร์มากกว่าจะลอยอยู่ในอากาศ
ลืมเรื่องแหล่งพลังงาน: เครื่องที่ต้องเสียบปลั๊กให้กำลังต่อเนื่อง แต่ต้องมีเต้ารับและสายพ่วง เครื่องแบตเตอรี่คล่องตัวแต่มีเวลาใช้งานจำกัดต่อการชาร์จ ถ้าไม่วางแผนตั้งแต่แรก จะเจอปัญหาทันทีเมื่อต้องพ่นในพื้นที่จริง
ไม่ดูว่าใช้สารเคมีสูตรไหนได้: บางงานใช้สารสูตรน้ำ บางงานใช้สูตรน้ำมัน เครื่องที่รองรับทั้งสองแบบให้ความยืดหยุ่นมากกว่า ควรตรวจสอบกับผู้ขายก่อนซื้อเสมอ
ซื้อเครื่องราคาถูกที่ไม่มีมาตรฐานและไม่มีบริการหลังการขาย: มอเตอร์ไหม้ หัวพ่นอุดตัน หรือแบตเตอรี่เสื่อม ถ้าไม่มีช่างและอะไหล่ เครื่องก็จะใช้งานไม่ได้ในช่วงที่ต้องการมากที่สุด
AIROFOG U260 เป็นเครื่องพ่นละอองฝอย ULV ไฟฟ้าจากเยอรมนี ใช้มอเตอร์ 800 วัตต์ หัวพ่นปรับได้ และให้ละอองขนาด 15 ถึง 30 ไมครอน หน้าสินค้าระบุว่าเหมาะกับโรงพยาบาล ห้องปฏิบัติการ และพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง หัวพ่นที่ปรับได้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ควบคุมการพ่นให้เหมาะกับขนาดห้องและลักษณะพื้นที่ ส่วนช่วงละอองที่ระบุชัดเจนช่วยให้หน่วยงานเขียนคุณลักษณะเฉพาะได้ง่าย เพราะมีตัวเลขอ้างอิงที่ตรวจสอบได้
AIROFOG U240 มาจากเยอรมนีเช่นกัน ให้ละอองขนาด 15 ถึง 30 ไมครอน ใช้ได้ทั้งสารเคมีสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน ตัวเครื่องทนไฟและทนรังสี UV ถังขนาด 5 ลิตร และน้ำหนักเครื่อง 3.1 กิโลกรัม น้ำหนักที่ระบุชัดเจนเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มากสำหรับการวางแผนงาน เพราะผู้บริหารเห็นได้ทันทีว่าเจ้าหน้าที่ถือพ่นได้สะดวก ส่วนกำลังมอเตอร์ไม่ได้ระบุในแค็ตตาล็อก ควรสอบถาม WHD
MASTER ELECTRIC ULV มีกำลัง 1,400 วัตต์ ถังขนาด 4.5 ลิตร ปรับขนาดอนุภาคได้ และได้รับมาตรฐาน CE และ ETL หน้าสินค้าระบุว่าเหมาะกับสำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาล และโรงงาน กำลังวัตต์ที่สูงเหมาะกับพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ต้องพ่นหลายห้องต่อเนื่อง ส่วนมาตรฐาน CE และ ETL เป็นเอกสารที่ช่วยประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ ช่วงขนาดไมครอนที่แน่นอนควรสอบถาม WHD
AIROFOG AIROSTAR เป็นเครื่องพ่นละอองฝอย ULV แบบไร้สายที่ใช้แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ใช้งานได้สูงสุดประมาณ 60 นาทีต่อการชาร์จ และพ่นได้ไกลสูงสุดประมาณ 11 เมตร จุดเด่นคือไม่ต้องพึ่งปลั๊กไฟ จึงเหมาะกับศูนย์พักพิง พื้นที่ภายนอกอาคาร ลานกิจกรรม และชุมชนที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ขนาดถังและน้ำหนักควรสอบถาม WHD
ทั้งสี่รุ่นจำหน่ายโดย WHD ซึ่งถือมาตรฐาน ISO และ GMP ตรวจสอบคุณภาพ 100% ก่อนส่งมอบ มีช่างเทคนิค อะไหล่ และบริการหลังการขาย และสอดคล้องกับมาตรฐานครุภัณฑ์ราชการ
ช่องที่เขียนว่า "สอบถาม WHD" หมายถึงข้อมูลที่ยังไม่ได้ระบุในหน้าสินค้า ไม่ได้หมายความว่าเครื่องไม่มีคุณสมบัตินั้น
| หัวข้อ | U260 | U240 | MASTER ELECTRIC ULV | AIROSTAR |
|---|---|---|---|---|
| แหล่งพลังงาน | ไฟฟ้า | ไฟฟ้า (รายละเอียดสอบถาม WHD) | ไฟฟ้า | แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน |
| กำลัง | มอเตอร์ 800 วัตต์ | สอบถาม WHD | 1,400 วัตต์ | สอบถาม WHD |
| ขนาดละออง | 15 ถึง 30 ไมครอน | 15 ถึง 30 ไมครอน | ปรับได้ (ช่วงสอบถาม WHD) | สอบถาม WHD |
| หัวพ่น | ปรับได้ | สอบถาม WHD | ปรับขนาดอนุภาคได้ | สอบถาม WHD |
| ถังน้ำยา | สอบถาม WHD | 5 ลิตร | 4.5 ลิตร | สอบถาม WHD |
| น้ำหนัก | สอบถาม WHD | 3.1 กิโลกรัม | สอบถาม WHD | สอบถาม WHD |
| ระยะพ่น / เวลาใช้งาน | สอบถาม WHD | สอบถาม WHD | สอบถาม WHD | สูงสุดประมาณ 11 เมตร / ประมาณ 60 นาทีต่อการชาร์จ |
| สารเคมี | สอบถาม WHD | สูตรน้ำและสูตรน้ำมัน | สอบถาม WHD | สอบถาม WHD |
| จุดเด่นอื่น | ผลิตในเยอรมนี | เยอรมนี ตัวเครื่องทนไฟและ UV | CE และ ETL | ไร้สาย |
| พื้นที่ที่ระบุ | โรงพยาบาล ห้องแล็บ พื้นที่ความปลอดภัยสูง | งานพ่นทั่วไปที่ต้องการเครื่องเบา | สำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาล โรงงาน | พื้นที่ไม่มีไฟ งานเคลื่อนที่ |
| ภารกิจ | รุ่นที่แนะนำ | เหตุผล |
|---|---|---|
| หอผู้ป่วย ห้องปฏิบัติการ ห้องที่ต้องการความแม่นยำ | U260 | ละออง 15 ถึง 30 ไมครอน หัวพ่นปรับได้ ระบุใช้ในพื้นที่ความปลอดภัยสูง |
| ตลาด โรงอาหาร พื้นที่ที่ต้องสลับสารสูตรน้ำและน้ำมัน | U240 | รองรับสองสูตร น้ำหนัก 3.1 กิโลกรัม ตัวเครื่องทนไฟและ UV |
| ศูนย์ราชการ อาคารเรียนหลายห้อง โรงงาน | MASTER ELECTRIC ULV | 1,400 วัตต์ ถัง 4.5 ลิตร CE และ ETL |
| ศูนย์พักพิง ลานกิจกรรม ชุมชนที่ไม่มีไฟ | AIROSTAR | ไร้สาย ประมาณ 60 นาทีต่อการชาร์จ พ่นไกลประมาณ 11 เมตร |
| หน่วยงานที่มีทั้งงานในอาคารและนอกพื้นที่ | U260 คู่กับ AIROSTAR | เครื่องหลักในอาคาร และเครื่องเคลื่อนที่สำหรับพื้นที่ไม่มีไฟ |
สำหรับหน่วยงานที่งานหลักอยู่ในอาคารที่มีกลุ่มเปราะบาง เช่น โรงพยาบาล รพ.สต. ห้องปฏิบัติการของรัฐ และสถานที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง AIROFOG U260 มีข้อได้เปรียบที่ชัดเจน คือเป็นเครื่องไฟฟ้าที่ไม่มีไอเสียจากเครื่องยนต์ ให้ละอองขนาด 15 ถึง 30 ไมครอนที่ระบุไว้ชัดเจน มีหัวพ่นปรับได้ และมอเตอร์ 800 วัตต์ที่เพียงพอสำหรับงานในอาคาร ที่สำคัญคือหน้าสินค้าระบุพื้นที่ใช้งานตรงกับโจทย์ของหน่วยงานสาธารณสุขโดยตรง
ตัวเลขที่ชัดเจนยังช่วยให้การจัดซื้อจัดจ้างง่ายขึ้น เพราะคณะกรรมการสามารถเทียบกับคุณลักษณะเฉพาะที่เขียนไว้ได้ทันที ส่วนข้อมูลที่ยังไม่มีในแค็ตตาล็อก เช่น ขนาดถังและน้ำหนัก ให้ขอเอกสารจาก WHD เพื่อเติมให้ครบ
อย่างไรก็ตาม รุ่นอื่นไม่ได้ด้อยกว่า แต่ถนัดงานต่างกัน หน่วยงานที่ต้องการเครื่องเบาและสลับสารได้ควรดู U240 หน่วยงานที่มีอาคารใหญ่หลายห้องควรดู MASTER ELECTRIC ULV และหน่วยงานที่ต้องออกพื้นที่ไม่มีไฟควรมี AIROSTAR ไว้อย่างน้อยหนึ่งเครื่อง
1. แยกโจทย์ในอาคารกับนอกอาคารให้ชัด: ถ้างานส่วนใหญ่อยู่ในอาคารที่มีไฟฟ้า ให้เน้นเครื่องไฟฟ้าเป็นหลัก ถ้ามีภารกิจภาคสนามหรือศูนย์พักพิง ให้ตั้งงบเครื่องแบตเตอรี่เพิ่ม การเขียนแยกรายการช่วยให้คณะกรรมการเห็นเหตุผลชัดเจน
2. เขียนคุณลักษณะเฉพาะจากตัวเลขที่มีหลักฐาน: ใช้ตัวเลขที่ผู้ขายยืนยันได้ เช่น กำลังวัตต์ ขนาดละออง ขนาดถัง และน้ำหนัก ตัวเลขใดที่ยังไม่มีในแค็ตตาล็อกให้ขอเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน และควรเขียนแบบเปิดกว้างเพื่อให้การจัดซื้อเป็นธรรม
3. ระบุมาตรฐานและเอกสาร: ขอเอกสารมาตรฐานที่ผู้ขายยืนยันได้ เช่น CE และ ETL ของ MASTER ELECTRIC ULV และเอกสาร ISO และ GMP ของ WHD
4. ตั้งงบให้ครบทั้งครุภัณฑ์และวัสดุ: เครื่องพ่นเป็นครุภัณฑ์ ส่วนสารเคมี อุปกรณ์ป้องกันตนเอง และสายพ่วงไฟมักเป็นวัสดุ ถ้าเป็นเครื่องแบตเตอรี่ ควรสอบถามเรื่องแบตเตอรี่สำรองและอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ด้วย หน่วยงานควรตรวจสอบการจัดหมวดกับเจ้าหน้าที่พัสดุของตนเอง
5. ระบุบริการหลังการขายและการอบรม: กำหนดให้มีการอบรมการใช้งาน การผสมสาร การทำความสะอาดหัวพ่น และการเก็บรักษาเครื่อง พร้อมช่องทางติดต่อช่างเมื่อเครื่องขัดข้อง
"เมื่อก่อนเราคิดว่าเครื่องพ่นละอองฝอยไฟฟ้าก็เหมือนกันหมด ซื้อรุ่นไหนก็ได้ พอลองทำตารางเทียบแบบช่องต่อช่อง ถึงเห็นว่าแต่ละรุ่นถนัดงานไม่เหมือนกัน เราเลือกเครื่องไฟฟ้าที่บอกขนาดละอองชัดเจนเป็นเครื่องหลักในตึกผู้ป่วย แล้วตั้งงบเครื่องแบตเตอรี่ไว้อีกเครื่องสำหรับงานนอกพื้นที่ ตอนนี้ไม่ต้องลากสายไฟยาวไปทั่ว และตอบผู้บริหารได้ทุกคำถาม"
หมายเหตุ: เป็นมุมมองตัวอย่างที่เรียบเรียงจากลักษณะงานทั่วไปของหน่วยงานสาธารณสุข ไม่ใช่คำให้สัมภาษณ์ของบุคคลหรือหน่วยงานจริง
เตรียมพื้นที่ก่อนพ่น: แจ้งผู้ใช้อาคารล่วงหน้า ปิดหรือเก็บอาหารและภาชนะ ย้ายผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากห้องตามแนวทางบนฉลากสารเคมี และปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศตามความเหมาะสม
พ่นให้ถึงจุดเกาะพัก: ยุงลายมักเกาะพักในมุมมืด หลังตู้ ใต้เตียง ในห้องน้ำ และบริเวณผ้าม่าน ให้พ่นเข้าจุดเหล่านี้ด้วย ไม่ใช่พ่นเฉพาะกลางห้อง
พ่นตามเวลาที่เหมาะสม: ยุงลายออกหากินช่วงกลางวัน โดยเฉพาะช่วงเช้าและบ่ายแก่ การวางรอบพ่นในอาคารควรสอดคล้องกับช่วงเวลาที่ผู้ใช้อาคารน้อยที่สุดและปลอดภัยที่สุด
ใช้สารเคมีที่ขึ้นทะเบียนและทำตามฉลาก: เลือกสารที่ขึ้นทะเบียนสำหรับงานสาธารณสุข ผสมตามอัตราที่กำหนด และสวมอุปกรณ์ป้องกันตนเองทุกครั้ง รวมถึงรอเวลาก่อนเข้าห้องตามที่ฉลากระบุ
ทำควบคู่กับการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์: มาตรการ 3 เก็บ 3 โรคของกรมควบคุมโรค คือ เก็บบ้าน เก็บขยะ และเก็บน้ำ ต้องทำควบคู่ไปด้วย เพราะการพ่นกำจัดยุงตัวเต็มวัย แต่ไม่ได้กำจัดลูกน้ำในภาชนะขังน้ำ
ดูแลเครื่องหลังใช้: ล้างถังและหัวพ่นตามคำแนะนำ เก็บเครื่องในที่แห้ง สำหรับเครื่องแบตเตอรี่ให้ชาร์จและเก็บตามคำแนะนำของผู้ผลิต เพื่อยืดอายุแบตเตอรี่
เครื่องพ่นละอองฝอยไฟฟ้าและแบตเตอรี่เป็นเครื่องมือสำหรับงานในอาคารและพื้นที่ใกล้คน ส่วนงานพื้นที่ภายนอกขนาดใหญ่ หน่วยงานมักใช้เครื่องพ่นหมอกควันอย่าง AIROFOG AT35 หรือเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังและติดรถยนต์ การมองภาพรวมช่วยให้หน่วยงานไม่ซื้อเครื่องซ้ำประเภท และมีเครื่องครบสำหรับทุกพื้นที่
อีกประเด็นที่ควรพิจารณาคือ หลายหน่วยงานต้องกำจัดแมลงทุกชนิดที่เป็นปัญหาในอาคาร ไม่ใช่เพียงยุง เช่น แมลงสาบในครัวหรือแมลงวันในโรงอาหาร เครื่องพ่นละอองฝอยไฟฟ้าหลายรุ่นในบทความนี้ระบุการใช้งานในสำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาล และโรงงาน จึงช่วยให้เครื่องหนึ่งเครื่องทำงานได้หลายภารกิจ โดยต้องเลือกสารเคมีให้ตรงกับแมลงเป้าหมายและพื้นที่
หลายหน่วยงานถามว่า "ควรมีกี่เครื่อง และควรเป็นรุ่นอะไรบ้าง" คำตอบขึ้นกับขนาดพื้นที่ จำนวนอาคาร และจำนวนเจ้าหน้าที่ ด้านล่างเป็นแนวคิดตั้งต้นสำหรับการคุยกับ WHD ไม่ใช่สูตรตายตัว
หน่วยงานขนาดเล็ก เช่น รพ.สต. หรือโรงเรียนขนาดเล็ก: เริ่มจากเครื่องไฟฟ้าหนึ่งเครื่องที่ตรงกับงานหลัก ถ้างานส่วนใหญ่อยู่ในห้องที่ต้องการความแม่นยำ ให้พิจารณา U260 ถ้าต้องการเครื่องเบาที่ถือพ่นได้นาน ให้พิจารณา U240 และถ้าต้องออกเยี่ยมบ้านหรือศูนย์พักพิงบ่อย อาจเลือก AIROSTAR แทน
หน่วยงานขนาดกลาง เช่น โรงพยาบาลชุมชนหรือเทศบาลตำบล: ควรมีอย่างน้อยสองเครื่องที่ทำงานต่างกัน เช่น U260 เป็นเครื่องหลักในอาคารผู้ป่วยหรืออาคารสำนักงาน และ AIROSTAR สำหรับงานนอกพื้นที่ ข้อดีคือถ้าเครื่องหนึ่งต้องส่งซ่อมบำรุง อีกเครื่องยังทำงานแทนได้บางส่วน
หน่วยงานขนาดใหญ่ เช่น โรงพยาบาลทั่วไป ศูนย์ราชการ หรือเทศบาลเมือง: อาจใช้ชุดผสม เช่น MASTER ELECTRIC ULV สำหรับอาคารใหญ่หลายห้อง U260 สำหรับห้องที่ต้องการความปลอดภัยสูง และ AIROSTAR สำหรับพื้นที่ไม่มีไฟ การแบ่งหน้าที่ของเครื่องชัดเจนช่วยให้ตั้งตารางพ่นประจำสัปดาห์ได้ง่าย
ไม่ว่าหน่วยงานขนาดใดก็ตาม สิ่งที่ควรทำเหมือนกันคือจดบันทึกการใช้งานของแต่ละเครื่อง เช่น วันที่พ่น พื้นที่ สารเคมีที่ใช้ และปัญหาที่พบ บันทึกนี้จะเป็นหลักฐานประกอบการตั้งงบครุภัณฑ์ราชการในปีถัดไป และช่วยให้ WHD วางแผนบำรุงรักษาได้แม่นยำขึ้น
ถาม: สี่รุ่นนี้ต่างกันอย่างไรโดยสรุป?
ตอบ: U260 เน้นงานในพื้นที่ความปลอดภัยสูงด้วยมอเตอร์ 800 วัตต์และละออง 15 ถึง 30 ไมครอน U240 เน้นความเบา 3.1 กิโลกรัม ถัง 5 ลิตร ใช้ได้สองสูตรสาร MASTER ELECTRIC ULV เน้นกำลัง 1,400 วัตต์และมาตรฐาน CE และ ETL ส่วน AIROSTAR เน้นความไร้สาย ใช้งานประมาณ 60 นาทีต่อการชาร์จ
ถาม: ถ้ามีงบซื้อได้เพียงเครื่องเดียว ควรเลือกรุ่นไหน?
ตอบ: ขึ้นกับงานหลัก ถ้างานส่วนใหญ่อยู่ในโรงพยาบาลหรือห้องที่ต้องการความแม่นยำ U260 เหมาะที่สุด ถ้างานส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ไม่มีไฟ ให้เลือก AIROSTAR
ถาม: เครื่องแบตเตอรี่ใช้แทนเครื่องไฟฟ้าได้ไหม?
ตอบ: ใช้แทนได้ในงานขนาดเล็กถึงกลาง แต่เวลาใช้งานต่อการชาร์จประมาณ 60 นาที ถ้าต้องพ่นต่อเนื่องหลายชั่วโมง ควรมีเครื่องไฟฟ้าหรือวางแผนชาร์จสลับ
ถาม: ทำไมบางช่องในตารางเขียนว่าสอบถาม WHD?
ตอบ: เพราะหน้าสินค้ายังไม่ได้ระบุตัวเลขนั้น บทความนี้ใช้เฉพาะข้อมูลแค็ตตาล็อก เพื่อไม่ให้หน่วยงานนำตัวเลขที่ไม่ได้รับการยืนยันไปเขียนคุณลักษณะเฉพาะ
ถาม: ใช้เครื่องเหล่านี้กำจัดแมลงชนิดอื่นได้ไหม?
ตอบ: เครื่องพ่นละอองฝอยใช้ได้กับการควบคุมแมลงหลายชนิด ขึ้นกับสารเคมีที่ใช้ ควรเลือกสารที่ขึ้นทะเบียนสำหรับแมลงเป้าหมายและพื้นที่นั้น และสอบถามความเข้ากันได้กับเครื่องจาก WHD
ถาม: WHD ช่วยอบรมการใช้งานได้ไหม?
ตอบ: ได้ WHD มีช่างเทคนิคและบริการหลังการขาย หน่วยงานสามารถขอสาธิตและอบรมการใช้งานก่อนหรือหลังส่งมอบ
ดูรายละเอียด AIROFOG U260 เครื่องพ่นละอองฝอย ULV ไฟฟ้าจากเยอรมนี และขอใบเสนอราคาสำหรับหน่วยงานราชการ
ดูสินค้าและราคา AIROFOG U260 คลิกที่นี่
ดูศูนย์รวมอุปกรณ์กำจัดยุงและแมลง ครุภัณฑ์ราชการ
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com
#เครื่องพ่นยุง #เครื่องกำจัดยุง #เครื่องพ่นหมอกควัน #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยุงราชการ #ควบคุมโรค #AIROFOGU260 #เครื่องพ่นละอองฝอยไฟฟ้า
คีย์เวิร์ด: เครื่องพ่นยุง, เครื่องกำจัดยุง, เครื่องพ่นหมอกควัน, เครื่องพ่นละอองฝอย, เครื่องพ่นยุงราชการ, ควบคุมโรค, กำจัดแมลงทุกชนิด, ครุภัณฑ์ราชการ, จัดซื้อจัดจ้าง, ยุงลาย, ไข้เลือดออก, ULV, AIROFOG U260, U240, MASTER ELECTRIC ULV, AIROSTAR